AEC

เปิดยุทธศาสตร์ บุกตลาดแบบ Deepening ASEAN

นับเป็นอีกหนึ่งวาระสำคัญของชาติ ที่ควรค่าสำหรับการติดตามอย่างใกล้ชิด สำหรับการประชุมรับมอบนโยบายการปฏิบัติงานของกระทรวงพาณิชย์ จากรองนายกรัฐมนตรี ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ที่จัดไปเรียบร้อยแล้วในเดือนแรกของปีที่ผ่านมา

 

โดยในการประชุมนี้มีผู้เข้าร่วมเป็นผู้บริหารของกระทรวงพาณิชย์ ตั้งแต่รัฐมนตรีว่าการไปจนถึงผู้บริหารระดับกรม กอง สำนักงาน เข้าร่วมเพื่อมอบนโยบายในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งรองนายกรัฐมนตรี มอบนโยบายต่างๆ เพื่อผลักดันการส่งออกของไทยในปี 2559 นี้ ให้เติบโตให้ได้ตามเป้าหมายที่ 5 เปอร์เซ็นต์ โดยเลือกที่จะหยิบยกเรื่องของตลาดอาเซียนมาพูดถึงเป็นเรื่องแรก 

 

“สำหรับตลาดอาเซียน โดยเฉพาะ CLMV อยากให้คิดเลยว่า จากนี้ไปจงมองตลาด CLMV ว่าเป็นตลาดของประเทศไทย ไม่ได้มองแบ่งแยกว่าเป็นตลาดต่างประเทศ จะรุกสู่ตลาดในเมืองใหญ่ของประเทศเหล่านี้อย่างไรในเชิงลึกและเต็มที่ ผมมองว่าปัญหาของการขยายตลาดตรงนี้อยู่ที่กำลังคน ในเมื่อเราวางเป้าหมายไว้ว่าจะบุกตลาดที่นั่นแล้ว ต้องส่งกำลังคนจากส่วนกลางไปเพิ่ม เมื่อเป็นนโยบาย มันต้องตั้งคำถามต่อว่าเราจะทำให้เต็มที่ได้อย่างไร อย่างการค้าชายแดน (Border Trade) เป็นจุดที่ต้องเข้าไปดูแลและวางกลยุทธ์ว่าจะส่งเสริมให้เติบโตได้อย่างไรบ้าง จะทำอย่างไรให้คนจากฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน เข้ามาซื้อของจากประเทศเราให้มากขึ้น”

 

ต่อมา ดร.สมคิด ชี้แจงต่อว่า การเจาะตลาดส่งออก สินค้าไทยที่ได้เปรียบกว่าเพื่อน นั่นคือ อาหารไทย แต่อุปสรรคสำคัญคือในตลาดสินค้าบริโภคของทางยุโรปกลับถูกครอบครองด้วยสินค้าของประเทศอื่น อย่าง เกาหลีใต้ นับว่าเป็นเจ้าตลาดที่นั่น เรียกว่าสินค้าเกาหลีใต้เบียดสินค้าไทยจนตกขอบไปเลย ทั้งๆ ที่สินค้าเกษตร สินค้าอาหาร ประเทศไทยมีภาษีที่ดีกว่าอยู่แล้ว ตรงนี้ต้องอาศัยความมุ่งมั่น ปักธงชัดเจนในตลาดยุโรป แล้วเดินหน้าเลยว่าจะทำอย่างไรจึงจะไปขยายตลาดสินค้าเหล่านี้ในตลาดยุโรปให้ได้ โดยเฉพาะสินค้าที่มีความเป็นเอกลักษณ์ มีรสชาติไทย (Thai Taste) ต้องผลักดันไปสู่ตลาดเมืองนอกเมืองนาให้ได้ อย่างตลาดประเทศกลุ่มลาตินอเมริกา 

 

ถึงตอนนี้ ดร.สมคิด กล่าวว่า หลายท่านอาจมองว่าหน้าที่ในการขยายตลาด บุกเบิกธุรกิจในต่างแดนนี้ น่าจะเป็นหน้าที่ของภาคเอกชน แต่เขากลับมองว่า ภาครัฐควรทำหน้าที่เปิดทางหรือกรุยทางนำธุรกิจไทยไปขยายตลาดให้ได้ ด้วยการจัดโครงการพาไปดู พาไปรู้จัก สร้าง connection เพื่อบุกเบิกตลาดต่างแดน

 

“ยกตัวอย่าง ถ้ามองไปยังตลาดญี่ปุ่น ต้องเข้าใจว่าผู้บริโภคของเขาให้ความสำคัญมากในเรื่องคุณภาพของสินค้า และเทรนด์ความสนใจของคนญี่ปุ่นยังอยู่ที่งาน Handicraft กระเป๋าที่ทำจากวัสดุธรรมชาติ ดีไซน์แปลกใหม่ เสื้อคลุม ผ้าพันคอ หมวกที่ทำจากผ้าทอ ซึ่งสินค้าพวกนี้ก็คือสินค้า OTOP ของไทยเรา รวมไปถึงสินค้าจำพวกอาหาร ของแห้ง ทำไมเราถึงไม่ไปเจาะตลาดพวกนี้ มีหลายเมืองที่ญี่ปุ่นมีกำลังซื้อเยอะมาก หน่วยงานที่รับผิดชอบส่งเสริมสินค้าไทยประจำประเทศญี่ปุ่นต้องไปเจาะตลาดในเมืองเหล่านี้”

 

 

นอกจากนั้น ในมุมของการส่งเสริมเชิงพาณิชย์ ดร.สมคิดแนะนำเพิ่มเติมว่า อยากให้หันมาช่วยส่งเสริม สนับสนุน ผู้ประกอบการรายย่อยของไทยให้มากขึ้น พยายามเสริมศักยภาพให้พวกเขาสามารถรุกไปยังตลาดอาเซียนและเอเชียให้ได้ ถ้าทำได้เช่นนี้ เชื่อว่าอัตราการส่งออกของประเทศจะค่อยๆ เพิ่มขึ้น เพราะผู้ประกอบการเหล่านี้จะเติบโตเป็น new exporter ได้ เท่ากับว่าเป็นการสร้างนักรบทางเศรษฐกิจใหม่ สร้างมิติใหม่ให้สินค้าไทยมีภาพลักษณ์เป็น International Branding ขึ้นมา ตอนนี้สิ่งที่สามารถดำเนินการได้เลย คือการจัดโครงการพา SME ไทยไปดูลู่ทางขยายธุรกิจที่กลุ่มประเทศ CLMV ก่อนเพราะเป็นตลาดใกล้บ้านเรา การขยายธุรกิจไปยังประเทศเหล่านี้จึงไม่น่าจะใช่เรื่องยาก โดยภารกิจนี้ต้องอาศัยความร่วมมือจาก EXIM Bank (ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย) มาระดมสมองกันว่าทำอย่างไรจะช่วยเพิ่มศักยภาพทางการเงินให้ exporter ของไทยให้ได้

 

ในส่วนของ E-commerce และการสร้างแบรนด์ Thailand Best ดร.สมคิดมองว่า ต้องผลักดันให้เกิดขึ้นให้ได้เช่นกัน ด้วยการสร้าง Platform ให้สินค้าแบรนด์ไทยที่ยังไม่เข้มแข็งมาเกาะเกี่ยวไว้ และต้องโปรโมตแบรนด์ Thailand Best ในต่างประเทศอย่างจริงจัง ด้วยการนำสินค้าแบรนด์ไทยไปเปิดตัวในต่างประเทศ ภารกิจนี้ต้องอาศัยกระทรวง ICT มาเป็นเจ้าภาพร่วมด้วย เรียกว่ามาเป็นพลังให้กระทรวงพาณิชย์ เพื่อรุกเข้าไปในตลาดที่อยู่ตามต่างจังหวัด นำสินค้าของเขาขึ้นมาสร้างแบรนด์ในช่องทางออนไลน์ ซึ่งสอดคล้องกันพอดีกับแผนกลยุทธ์ของกระทรวง ICT ที่จะไปวางโครงข่าย ICT ตามชุมชน สหกรณ์ วิสาหกิจชุมชน ตามต่างจังหวัดอยู่แล้ว กระบวนการนี้เชื่อว่าจะสามารถนำพาสินค้าไทย คุณภาพดี สู่ตลาดต่างประเทศได้ โดยต้องเริ่มกันวันนี้ ถึงตอนนี้ ดร.สมคิดกล่าวอย่างมีความหวังว่า

 

“ภายใน 3 เดือน อยากเห็นเหลือเกินว่ามีความคืบหน้าในภารกิจนี้ อย่างน้อยชุมชน สหกรณ์ วิสาหกิจชุมชน ซึ่งเป็นผู้ผลิตสินค้าในต่างจังหวัดต้องรู้ว่ามีกลไกส่งเสริมตรงนี้ โดยเฉพาะในภารกิจเรื่อง E-commerce และสร้างแบรนด์ Thailand Best ถ้าเกิดผลลัพธ์ที่ดีเป็นที่น่าพึงพอใจ ผมเชื่อว่าจะช่วยลดต้นทุนในการทำตลาดออนไลน์ให้ผู้ประกอบการไทยได้อย่างมีนัยสำคัญ”

 

เรื่องต่อมา ที่ดร.สมคิดฝากไว้เป็นการบ้านให้กระทรวงพาณิชย์ด้วย คือ การพัฒนาศักยภาพของเกษตรกรไทย เพราะตอนนี้เกษตรกรไทยน่าเห็นใจไม่น้อย ทั้งๆ ที่สินค้าของพวกเขามีศักยภาพและคุณภาพสูงไม่แพ้สินค้าของประเทศอื่นๆ แต่สินค้าเกษตรของไทยกลับไม่สามารถส่งออกไปจำหน่ายยังตลาดต่างประเทศได้ ตรงนี้เป็น Mission ที่กระทรวงพาณิชย์ต้องคิดว่าจะทำอย่างไรจึงจะนำสินค้าไทยไปอยู่ในตลาดต่างประเทศให้ได้ โดยไม่ต้องผ่านนักธุรกิจคนกลาง ส่งตรงไปยังตลาดประเทศนั้นโดยตรงเลย ขณะเดียวกันตอนนี้มีแนวคิดที่จะจัดแคมเปญ 1 ตำบล 1 SME เกษตร ขึ้น ซึ่งถ้าแคมเปญนี้ประสบผลสำเร็จ ภาครัฐก็ต้องมองหาตลาดให้ผู้ประกอบการในแคมเปญนี้ด้วย พร้อมทั้งต้องร่วมกับผู้ประกอบการพัฒนาระบบการผลิตให้สอดคล้องกับตลาดโลกส่วนใหญ่ ที่ให้ความสำคัญกับการได้รับสินค้าอย่างเพียงพอ ต่อเนื่อง และได้มาตรฐานด้วย

 

“สรุปสั้นๆ อีกครั้ง ผมอยากเห็นการรุกตลาด CLMV ตลาดอาเซียน ตลาดเอเชีย จนกระทั่งขยายไปยังตลาดประเทศที่มีแนวโน้มเติบโตสูงในภูมิภาคอื่นทั่วโลก แบบจริงจังและเชิงลึก เช่นกันกับตลาดชายแดน ที่เดินหน้าพัฒนา Capacity ของตลาดชายแดนอย่างเต็มกำลัง ขณะที่ การค้าขายออนไลน์หรือ E-commerce ต้องเป็นระบบ เป็นรูปเป็นร่างและขยายลงสู่ธุรกิจชุมชน รวมถึงการพัฒนาและส่งเสริม Startup ไทยที่มีไอเดียในการสร้างสินค้าและบริการซึ่งสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจให้มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นและเข้มแข็งขึ้น กระทั่งพัฒนาตนเองไปเป็นผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จ ในอีกด้านต้องไม่ละทิ้งการพัฒนาสินค้าเกษตรไทยให้คุณภาพสามารถส่งออกไปทำตลาดในต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดในแถบยุโรปให้ได้มากขึ้น ผมเชื่อว่า ถ้าทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องร่วมมือกันทั้งภาครัฐและเอกชน เศรษฐกิจของบ้านเราจะพัฒนาต่อไปได้อย่างสดใส”

 

MAGAZINE

 

 

 



New News

 

Editor Observation

  • Apr 26 , 2017

    สิ่งมีชีวิตเกือบทั้งหมดบนโลกใบนี้ ดำเนินไปได้ด้วยพลังงานจากดวงอาทิตย์ พลังงานของดวงอาทิตย์เป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับชีวิต ให้ชีวิตได้มีพละกำลังที่จะขับเคลื่อนดำเนินต่อไปและสืบสายพันธุ์ลูกหลานต่อไปได้เรื่อยๆ บนโลกใบนี้ (หรืออาจจะบนโลกใบอื่นด้วยหรือเปล่าก็ไม่รู้?) ตราบเท่าที่ “ดวงตะวันยังคงส่องแสง”

  • Apr 03 , 2017

    ยุทธจักร มีเดีย/เอ็นเตอร์เทนเมนต์มีจอมยุทธยอดฝีมืออยู่ไม่น้อย ที่ยังโลดแล่นอยู่ในวงการ และร่วมฝ่าคลื่นฝืนลมแห่งการเปลี่ยนแปลงอันรุนแรงอย่างกระแทกกระทั้น เพราะเนื่องมาแต่ Paradigm Shift ของเทคโนโลยีระดับโลกและพฤติกรรมการบริโภคสื่อของผู้คนอยู่ในขณะนี้

  • Dec 28 , 2016

    แม้ขณะนี้ นโยบาย "อัตราดอกเบี้ยติดลบ" ยังมาไม่ถึงเมืองไทย ก็ใช่ว่าผู้ฝากเงินอย่างพวกเราจะนิ่งนอนใจได้

 

School Move

  • Mar 17 , 2017

    สถาบันแนะแนวการศึกษาคริมสัน ผู้นำที่ปรึกษาด้านการศึกษาระดับโลก เปิดสาขาใหม่ในกรุงเทพมหานครเพื่อผลักดันนักเรียนไทยและนักเรียนทุกคนทั่วโลก สามารถเข้าถึงเครือข่ายติวเตอร์ ที่ปรึกษา และผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ ที่คอยให้คำปรึกษากว่า 2,000 คนทั่วโลก

  • Feb 14 , 2017

    สมาคมแลกเปลี่ยนบุคคลากรไทย-จีน ร่วมกับเครือข่ายมหาวิทยาลัยจีน หรือ China Campus Network (CCN), สมาคมผู้สื่อข่าวไทย-จีน, สมาคมการค้าวิสาหกิจจีน-ไทย, ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศจีน กรุงเทพฯ, สำนักข่าวซินหัวประจำกรุงเทพฯ, สถานีวิทยุซีอาร์ไอประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และโรงเรียนภาษาสายสัมพันธ์ ร่วมจัดการแข่งขันภาษาจีน Friendship Cup ครั้งที่ 9 พร้อมผนึกกำลังในพิธีเปิดโครงการความร่วมมือระหว่างเครือข่ายมหาวิทยาลัยจีน องค์กรธุรกิจไทย-จีน สมาคมผู้สื่อข่าวไทย-จีน  และสถาบันการศึกษาไทย เพื่อพัฒนาบุคลากรไทยตอบสนองตลาดแรงงานและองค์กรไทย-จีนในปัจจุบัน

  • Feb 02 , 2017

                  วิสดอม เอ็นเตอร์ไพร์ส จับมือ Rugby School  แห่งสหราชอาณาจักรหนึ่งในโรงเรียนเอกชนชั้นนำที่มีชื่อเสียงและได้รับความเชื่อถือมากว่า 450 ปี เตรียมเปิดโรงเรียนนานาชาติ Rugby School Thailand   ชูจุดแข็งด้วยหลักสูตรพัฒนาการศึกษาแบบองค์รวม ด้วยงบลงทุนกว่า 1,500 ล้านบาท ตอบโจทย์การศึกษาทั้งในประเทศและกลุ่มประเทศ CLMV

Management

  • Apr 24 , 2017

    เทคโนโลยีโทรทัศน์และวิทยุกระจายเสียงมีมามากว่า 100 ปี มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ยุคโทรทัศน์ขาวดำ การใช้สัญญาณอนาล็อก และมีการพัฒนามาสู่ Digital TV และ Digital Radio ในปัจจุบัน นอกจากนี้สื่อที่มีคนบริโภคมากที่สุดยังคงเป็นโทรทัศน์และวิทยุ “ดังนั้นสามารถพูดได้ว่าอุตสาหกรรมวิทยุกระจายเสียงและโทรทัศน์ มีความสำคัญต่อชีวิตของคนทั่วไปเป็นอย่างมาก”  แนวโน้มของการพัฒนาอุตสาหกรรมวิทยุกระจายเสียงและโทรทัศน์ มีดังต่อไปนี้

  • Apr 16 , 2017
    การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย มีบริการที่สร้างความมั่นใจให้กับคุณ คือMEA Better Care Serviceที่ช่วยเติมเต็มบริการหลังเครื่องดื่มให้กับลูกค้าของเรา ได้ดีเยี่ยม 
  • Apr 12 , 2017

    บทความนี้เกิดขึ้นจากศึกษาวิจัยโครงการแผนการขับเคลื่อนการท่องเที่ยววิถีไทยและพัฒนาศักยภาพการท่องเที่ยวโดยชุมชน เพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ซึ่งสนับสนุนโดยสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ที่ผู้เขียนได้เข้าไปร่วมศึกษา รวมถึงจากประสบการณ์ที่ได้ไปอยู่ใน Academy for Systems Change 

 

Cool Case

  • Feb 14 , 2017

    อุทยานการเรียนรู้ TK park จัดเวทีบรรยายพิเศษว่าด้วยแนวโน้มนวัตกรรมห้องสมุดและแนวคิดการพัฒนาพื้นที่การเรียนรู้ การสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้สร้างสรรค์ และตัวอย่างโครงการส่งเสริมการเรียนรู้ที่ได้รับรางวัลระดับโลก ในงานประชุม สหปาฐกถาประจำปี TK Forum 2017 “Better Library and Learning Space: Trends and Ideas” ได้รับเกียรติจาก 3 วิทยากร จาก 3 ประเทศชั้นนำด้านการพัฒนาห้องสมุด เพื่อให้เกิดแนวคิดใหม่และเป็นแรงบันดาลใจในการปรับใช้พัฒนาต่อไปตามแนวคิด Learning in Digital Age ที่ประกาศเป็นแนวทางในปีนี้

  • Jan 09 , 2017

    The Internship ใน MBA บทความนี้เป็นคนละเรื่องกับ The Internship (2013) ภาพยนตร์ดังของฮอลลีวูดที่นำแสดงโดย วินซ์ วอห์น (Vince Vaughn) และ จาเร็ด สเติร์น (Jared Stern) ที่มีพล็อตเรื่องเกี่ยวกับวัฒนธรรมองค์กร (Corporate Culture) ของบริษัทยักษ์ใหญ่ไอทีโลก คือ บริษัท Google

  • Dec 22 , 2016

     

    โรคมะเร็งเป็นสาเหตุการตายของคนไทยเป็นอันดับหนึ่งติดต่อกันมากกว่า 10 ปี โดยมีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตัวเลขปี 2550 มีคนไทยเสียชีวิตด้วยมะเร็งทุกชนิดอยู่ที่ 53,434 ราย ในปี 2557 มีผู้เสียชีวิตจากมะเร็งทุกชนิดอยู่ที่ 70,075 ราย (ตามข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติ)

    องค์การอนามัยโลกรายงานพบผู้ป่วยโรคมะเร็งรายใหม่ทั่วโลกปีละประมาณ 14 ล้านคน เสียชีวิตด้วยสาเหตุที่เกี่ยวเนื่องจากมะเร็ง โดยคาดว่าจำนวนผู้ป่วยจะเพิ่มขึ้นถึง 70 เปอร์เซ็นต์ในช่วง 2 ทศวรรษต่อไป หรือจะมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 22 ล้านราย


    วิธีรักษาโรคมะเร็งในปัจจุบันที่นิยมกันประกอบด้วย การผ่าตัดก้อนมะเร็งออก การฉายรังสี โดยโฟกัสตรงจุดที่เป็นก้อนมะเร็งและเนื้อเยื่อรอบๆ เพื่อฆ่าเซลล์มะเร็ง หรืออาจจะเพื่อการรักษาหรือบรรเทาอาการ เคมีบำบัด หรือที่คุ้นเคยกันในชื่อว่าการทำคีโม เป็นวิธีการรักษาหรือบรรเทาอาการโดยการใช้ยาต้านมะเร็ง ซึ่งแพทย์จะเลือกใช้วิธีใดขึ้นอยู่กับประเภทและระยะของมะเร็ง รวมถึงความแข็งแรงและวิธีการรักษาที่ผู้ป่วยเคยได้รับมาก่อนหน้า

    จากจำนวนผู้ป่วยมะเร็งที่เพิ่มอย่างต่อเนื่องทำให้โรงพยาบาลทั้งภาครัฐและเอกชนให้ความสำคัญกับการดูแลผู้ป่วยโรคนี้ ขณะเดียวกันก็มีธุรกิจที่ทำหน้าที่สนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์ให้สามารถทำการรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น ด้วยการจำหน่ายเครื่องไม้เครื่องมือและดูแลบำรุงรักษาอุปกรณ์ต่างๆ ให้พร้อมใช้งานอย่างต่อเนื่อง

    หนึ่งในผู้ให้บริการรายใหญ่ในประเทศไทยคือ บริษัท บิสซิเนสอะไลเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ BIZ ผู้ดำเนินธุรกิจเป็นผู้จำหน่ายและติดตั้งชุดเครื่องมือทางการแพทย์สำหรับรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งด้วยวิธีรังสีรักษา (Radio-therapy) และให้บริการซ่อมบำรุงรักษาชุดเครื่องมือทางการแพทย์ดังกล่าว (Maintenance Service)

    สมพงษ์ ชื่นกิติญานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร BIZ ย้อนถึงจุดเริ่มต้นธุรกิจนี้ว่า ตนเรียนจบทางด้านรังสีเทคนิค และเข้าทำงานในโรงพยาบาลไประยะหนึ่ง จากนั้นก็ลาออกมาทำงานด้านการขายให้บริษัทอุปกรณ์การแพทย์ และมีโอกาสดูแลสินค้าตัวหนึ่งคือ การใช้รังสีรักษาโรคมะเร็ง ซึ่งเพิ่งเริ่มเข้ามาแนะนำในประเทศไทย

    “เราก็เห็นแนวโน้มว่า โรคมะเร็งมีแต่พัฒนาการมากขึ้น และเทคโนโลยีก็มีการเปลี่ยนแปลง เมื่อถึงจุดหนึ่งที่บริษัทเดิมมองแนวทางไม่เหมือนกับเรา เราก็เลยออกมาทำธุรกิจเอง ประกอบกับหุ้นส่วนของผมที่เคยอยู่บริษัทเดียวกันเขาดูแลด้านวิศวกรรม เราก็เลยออกมาตั้ง Business Alignment เมื่อปี 2543”

    สมพงษ์เล่าต่อว่าเหตุที่ตั้งชื่อบริษัทโดยไม่มีคำที่เกี่ยวข้องกับการแพทย์เลยนั้นเพราะมองว่าการทำธุรกิจไม่จำเป็นต้องอยู่เพียงแค่อุปกรณ์ทางการแพทย์ หากยังสามารถทำอย่างอื่นได้พร้อมกัน จึงตั้งเป็นชื่อกลางๆ รวมกับในช่วงที่เรียน MBA ก็ชอบคำว่า Business Alignment เพราะเป็นการวางแนวทางให้ธุรกิจต่างๆ กลมกลืนเข้าด้วยกัน ตามเป้าหมายขององค์กร ดังนั้นชื่อของบริษัทจึงหมายความว่าในอนาคตบริษัท BIZ ก็สามารถขยายไลน์ธุรกิจและผันตัวเองเป็น Holding Company ได้

    แม้ว่าช่วงที่ก่อตั้งบริษัทเป็นช่วงหลังวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 ที่ภาวะเศรษฐกิจในประเทศยังตึงตัว มีหลายคนเตือนว่าการออกจากงานในช่วงเวลานั้นเพื่อมาสร้างธุรกิจอาจจะลำบาก แต่ด้วยการมองเห็นโอกาสเช่นเดียวกับซัพพลายเออร์ในต่างประเทศที่มองแนวโน้มการรักษามะเร็งด้วยเครื่องมือชนิดนี้จะเติบโต เพราะเทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมากในช่วงปี 2537 ส่งผลให้ประสิทธิภาพการรักษาดีขึ้น ช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตให้แก่ผู้ป่วยโรคมะเร็ง

     

    ธุรกิจเงินทุนสูง
    การจำหน่ายเครื่องไม้เครื่องมือทางการแพทย์มีราคาสูง การลงทุนจึงต้องสูงตามไปด้วย เพราะต้องซื้อเครื่องมาก่อน เพื่อมาติดตั้งให้ลูกค้าแล้วจึงเก็บเงินได้ เงินทุนจึงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก

    เมื่อเริ่มตั้งบริษัทด้วยทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท สมพงษ์ และ วรวิทย์ สีลภูสิทธิ์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงินและทรัพยากรมนุษย์ บริษัท บิสซิเนสอะไลเม้นท์ จำกัด (มหาชน) (BIZ) 2 หุ้นส่วนใหญ่ ลงเงินคนละครึ่ง ดังนั้นการจะขายเครื่องมือราคา 40-50 ล้านบาท จึงต้องไปเจรจากับธนาคาร เพื่อขอกู้เงินมาใช้ทำธุรกิจ

    “เราก็ไปคุยกับแบงก์เอาสัญญาไปให้เขาดู เพราะสัญญานี้เป็นสัญญากับภาครัฐ เราก็ให้เขามั่นใจว่าเขาจะได้รับเงินก็เอาสิทธิในการรับเงินไปให้เขา แล้วไปกู้ เอาบ้านไปจำนอง เอาตัวเราไปค้ำประกัน แต่เราเพิ่งก่อตั้งเขาก็ยังไม่ค่อยมีความมั่นใจ เขาคงดูเราส่งมอบงานได้ไหม เก็บเงินได้หรือไม่ เรามีสัญญาไม่พอต้องเอาบ้านที่อยู่มาจำนอง ไปหาเงินกู้จากพวกญาติบางส่วน

    “ผมอาจจะโชคดี ปีแรกอาจจะเหนื่อยหน่อยต้องไปขอกู้เงินญาติบ้าง ธนาคารบ้าง และลูกค้าบางรายก็ช่วยผ่อนคลายเรื่องการชำระเงินให้เงินเราเร็วขึ้น อาจจะเป็นโชคดีที่เจอลูกค้าดีๆ ด้วย และโชคดีอีกอย่างที่ตั้งแต่ตั้งมาหนี้สูญเราไม่มี เพราะคู่ค้าเรามีแต่โรงพยาบาลใหญ่ๆ” สมพงษ์ กล่าว


    การนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai จึงเป็นการลดปัญหาด้านเงินลงทุน เนื่องจาก BIZ เป็นธุรกิจที่ต้องใช้เงินลงทุนเป็นช่วงเวลาสูง

    “สมมติมีโครงการสัก 400 ล้านต้องใช้เงินทุนเท่าไร และพวกนี้ไม่ใช่ว่าขายวันนี้อีก 30 วันเก็บเงินได้ เราขายวันนี้แล้วก็ยังต้องมีช่วงเวลาติดตั้ง ทำโน่นทำนี่ เร็วสุดเก็บเงินได้ประมาณ 6 เดือน นั่นหมายถึงว่าเงินจะต้องจมไปประมาณ 7 เดือน มีบางปีเราไปดูบันทึก จ่ายเฉพาะดอกเบี้ยเกือบ 20 ล้านเพราะกว่าจะเก็บเงินได้ และดอกเบี้ยก็ค่อนข้างสูง ถ้าเราลดภาระนี้ได้ การระดมทุนทำให้เรามีเงินก้อนหนึ่งมาเป็นเงินทุนหมุนเวียน นั่นทำให้ลดต้นทุนทางการเงินได้ ทำให้เพิ่มกำไรได้มากขึ้น และเมื่อเข้าสู่ตลาด การเจรจากับแบงก์เรื่องดอกเบี้ยก็พูดคุยได้ง่ายกว่า เมื่อเทียบกับตอนยังไม่ได้จดทะเบียน และอาจทำให้ความฝันของบริษัทเป็นจริงเร็วขึ้น”

     

    ผู้เชี่ยวชาญ
    หลายคนอาจจะมอง BIZ เป็นบริษัทเทรดดิงบริษัทหนึ่ง แต่สิ่งที่ BIZ ขายเป็นเครื่องมือทางการแพทย์ซึ่งมีความซับซ้อน ต้องใช้ห้องที่ออกแบบพิเศษและติดตั้งเครื่องเพื่อป้องกันรังสีไม่ให้เกิดอันตรายกับผู้อื่นในขณะที่ทำประโยชน์ให้ผู้ป่วย

    สมพงษ์เล่าว่า “สิ่งที่เราทำก็คือทำเป็น Service Provider ทางด้านนี้ สิ่งที่เราให้ลูกค้าคือ ให้คำแนะนำช่วยเหลือในการออกแบบห้องให้เกิดความปลอดภัยมากที่สุด และเราก็ให้ความช่วยเหลือจัดหาอุปกรณ์ทุกสิ่งทุกอย่าง เป็น one stop service เพราะเรามองเห็นว่าลูกค้าบางรายเขามีปัญหาตั้งแต่ห้อง เขาต้องทำห้องก่อสร้างก็บริษัทหนึ่ง เครื่องก็บริษัทหนึ่ง ก็อาจจะเกิดปัญหาว่าไม่เข้ากัน คือเดี๋ยวจะโทษกันไปกันมา เราก็มองดูแม้แต่การก่อสร้างปรับปรุงห้องเราก็รับผิดชอบ นั่นคือสิ่งที่เราเริ่มปรับกลยุทธ์เป็น Solution Provider ทางด้านรังสีรักษา เราปรับกลยุทธ์ให้แตกต่าง ใครจะทำด้านนี้ต้องคิดถึงเรา เข้ามาปรึกษา เครื่องต้องสามารถใช้งานได้จริง นั่นคือสิ่งที่เราวางกลยุทธ์ในการทำธุรกิจ ปัจจุบันเราก็วางตัวเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านนี้ ดังนั้นไม่ว่าเขาจะมีห้องอยู่เดิมหรือไม่มี เราก็สามารถให้คำปรึกษารวมถึงเรื่องการก่อสร้าง เราไม่มีบริษัทก่อสร้างเองแต่เรามีผู้รับเหมาที่สามารถไว้ใจได้และสามารถร่วมมือ เราทำหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของเขาเพื่อให้มั่นใจได้ว่าสิ่งที่ส่งมอบถูกต้องเป็นไปตามมาตรฐาน”

    เขาให้ข้อมูลต่อว่า ในประเทศไทยลักษณะการซื้อแบบ Solution Provider เป็นที่นิยม เนื่องจากบริษัทสามารถสรรหาอุปกรณ์ที่สามารถทำงานได้ทันที กลายเป็นจุดเด่นที่ BIZ นำเสนอให้แก่ลูกค้า

    สินค้าไฮเทค
    สมพงษ์เพิ่มเติมข้อมูลเรื่องเครื่องมือที่ BIZ จำหน่ายโดยย้อนอดีตวิธีการรักษาโรคมะเร็งด้วยรังสีที่มีมานานแล้ว คือการใช้แร่ธรรมชาติในการรักษา หรือที่รู้จักกันคือแร่โคบอลต์ แต่โคบอลต์มีปัญหาคือเมื่อพลังงานในก้อนแร่ลดลงจนถึงจุดหนึ่งจะใช้ไม่ได้ ต้องนำก้อนแร่ไปเก็บฝังเป็นกากกัมมันตรังสี ซึ่งเป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายให้ความใส่ใจค่อนข้างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากมีเหตุการณ์คนไปขโมยแร่และเกิดการรั่วไหลส่งผลให้เสียชีวิต

    จุดเด่นของเครื่องรุ่นใหม่คือ หากไม่มีกระแสไฟฟ้าเข้าไปในเครื่องก็จะไม่มีรังสีออกมา เป็นการทำงานคล้ายกันกับหลอดเอกซ์เรย์ที่ยิงด้วยพลังงานรังสีสูง และไม่มีกากกัมมันตรังสีให้ต้องกำจัด เมื่อเลิกใช้งานสามารถทิ้งได้เช่นเดียวกับเครื่องจักรอื่นๆ

    และการพัฒนาของเครื่องรุ่นใหม่ๆ ทำให้รังสีที่ได้มีอำนาจทะลุทะลวงได้ดีกว่า เมื่อรวมกับเครื่องมือที่ใช้ประกอบทำให้การรักษามีความแม่นยำมากขึ้น ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาให้ดียิ่งขึ้น

    “เราใช้คอมพิวเตอร์ควบคุมวางแผน ต่างๆ ทำให้การรักษามีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะเครื่องคอมพิวเตอร์วางแผนการรักษา เพราะการรักษามีองค์ประกอบมากมาย คอมพิวเตอร์วางแผนการรักษา คือเอาภาพที่เราซีทีสแกนมาวาง ว่าเราควรจะให้รังสีตรงไหนอย่างไรเพื่อที่จะได้ผลดีที่สุด และไม่ทำลายเนื้อเยื่อข้างเคียง ทุกอย่างที่เกี่ยวข้องเรามีหมด ไม่ใช่แค่มีเครื่องแล้วรักษาได้ การรักษาที่จะมีประสิทธิภาพที่ดีที่สุดคุณจะต้องมีอุปกรณ์ประกอบ” สมพงษ์อธิบาย

     

    ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับรังสี
    สมพงษ์ เล่าให้ฟังว่า ในอดีตหลายคนอาจจะเคยได้ยินกันมาว่าผู้ป่วยมะเร็งไปฉายรังสีหมายความว่าคนป่วยกำลังจะเสียชีวิต ซึ่งเป็นความเชื่อที่ผิด “ในอดีตที่เป็นอย่างนั้นเพราะคนที่มาพบก้อนมะเร็งมักจะเป็นมะเร็งระยะที่ 4 คือเป็นระยะสุดท้ายแล้ว ในอดีตทางการแพทย์การวินิจฉัยโรคมะเร็งยังไม่พัฒนา รู้อีกทีคือมีอาการแล้ว เป็นระดับ 4 แล้ว เกินเยียวยาเกือบทั้งหมด พอมาฉายแสงก็ช่วยทำให้ก้อนยุบ เพราะก้อนถูกทำลาย เราเคยทำงานด้านนี้ ผู้ป่วยก็ดีใจแต่เราก็รู้อยู่แล้วว่าอีกไม่นานเพราะโรคอยู่ในระยะที่เกินไปแล้ว คนก็บอกว่ามาฉายแสงแล้วตาย จะไม่ตายได้อย่างไร เพราะระยะโรคไปถึงขั้นนั้นแล้ว เราฉายแสงให้เขาเพื่อให้เขามีคุณภาพชีวิตที่เหลืออยู่ดีขึ้น ดังนั้นการรักษาโรคทุกโรคมีสองอย่าง คือหนึ่งทำให้หาย สองทำแค่บรรเทาอาการ”

    “ปัจจุบันเนื่องจากการแพทย์ในการวินิจฉัยพบได้เร็วขึ้น อยู่ขั้น 1-2 หรือ 3 ก็ตาม การรักษามีโอกาสหายเพิ่มมากขึ้น ทุกโรคเหมือนกันหมด ไม่จำกัดแค่โรคมะเร็ง เพียงแต่โรคมะเร็งพัฒนาการของโรค การเป็นโรคเร็วกว่าโรคอื่น อย่างวินิจฉัยวันนี้เป็นระดับ 1 ภายในเดือนเดียวอาจจะเป็น 2 หรือ 3 เลยก็ได้ ดังนั้นเมื่อวินิจฉัยว่าเป็นแล้วการรักษาจึงต้องเป็นไปอย่างเร่งด่วน ไม่ใช่ปล่อยไว้ได้ ยิ่งปล่อยไว้นานมากขึ้นโอกาสที่จะเป็นสเตจหลังๆ ก็มีมากขึ้น” สมพงษ์อธิบาย

    ปัจจุบันในประเทศไทยมีการใช้รังสีรักษาประมาณ 50-60 เปอร์เซ็นต์ของผู้ป่วยมะเร็ง เนื่องจากเครื่องมือมีประ-สิทธิภาพดีขึ้น รองลงมาคือการใช้คีโมและผ่าตัด ขึ้นกับอวัยวะที่เป็น เพราะมะเร็งบางอย่างไม่ไวต่อแสงทำให้การฉายรังสีไม่เกิดประโยชน์

     

    ความท้าทายของ BIZ
    สำหรับความท้าทายในการดำเนินงานของ BIZ ต่อไป สมพงษ์ บอกว่า สิ่งที่ยังคงต้องทำต่อเนื่องคือการเพิ่มยอดขายและสร้างความยั่งยืนทางรายได้ให้แก่บริษัท ซึ่งหมายถึงการมองหาธุรกิจเพิ่มเติมที่กำลังศึกษาแนวทางอยู่ ว่าจะมีอะไรที่เหมาะสมกับอนาคต โดยยังคงให้ความสนใจกับธุรกิจด้านการแพทย์ และสิ่งที่มองคือแนวโน้มสังคมผู้สูงอายุที่กำลังจะเกิดขึ้นในประเทศไทย เพราะไม่ว่าเศรษฐกิจจะเป็นอย่างไรเรื่องสุขภาพก็เป็นเรื่องที่ทุกคนให้ความใส่ใจดูแล

    สมพงษ์ปิดท้ายด้วยการตอกย้ำเรื่องการสื่อสารว่าเป็นความท้าทายที่ยังต้องดำเนินการ “การให้คนรู้ ก็เป็นการสร้างตลาดทางอ้อม เมื่อเขารู้ก็ไปถามโรง-พยาบาล ทำให้เขารู้ว่ามีทางเลือก ว่าสามารถมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น การทำให้เป็นที่รู้จักของโรงพยาบาลใหม่ๆ ผมเชื่อว่าหมอทุกคนมีจรรยาบรรณ ถ้ารู้ว่าเป็นทางเลือกที่ดีและดีต่อชีวิตคนเขาก็อยากให้ ถ้าผู้ป่วยเรียกร้องหมอเรียกร้องก็จะทำให้ธุรกิจเติบโตได้ดี และเหนือสิ่งอื่นใด ผู้ป่วยควรได้สิ่งที่เขาควรได้ ก็เป็นความท้าทาย ในการสื่อสารที่ต้องวางแผนให้รัดกุม ไม่ให้ถูกโจมตี ว่ากำลังไปชี้นำหรือทำให้คนเข้าใจผิด”