Management

ความสามารถการแข่งขันของไทย เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ ตาม Global Competitiveness Index ปี 2016-2017

จากรายงานเรื่อง Global Competitiveness Index ของ World Economics Forum ในปี 2016-2017 มีการจัดอันดับทั้งสิ้น 138 ประเทศ พบว่า ความสามารถในการแข่งขันไทยอยู่ในอันดับที่ 34 ซึ่งตกลงมาจากการจัดอันดับในปี 2015-2016 ซี่งอยู่ในอันดับที่ 13 

 

อีกอันดับที่ดีขึ้นคือประสิทธิภาพของตลาดในประเทศ โดยอยู่ในอันดับที่ 37 นอกจากนี้การพัฒนาของสถาบันการเงินในประเทศก็จัดว่าอยู่ในอันดับที่ดีคือ 39 สำหรับปัจจัยที่เคยแย่แต่มีการพัฒนาขึ้น เช่น การศึกษาและการฝึกอบรม (อันดับ 62) และความพร้อมของเทคโนโลยีสมัยใหม่ (63) สำหรับปัจจัยที่เป็นจุดอ่อนคือ สถาบันทางกฎหมายและการเมือง (อันดับ 84 ) สาธารณสุขและการศึกษาขั้นพื้นฐาน (อันดับ 86) นวัตกรรม (อันดับ 54) ผู้เชี่ยวชาญของ World Economic Forum ลงความเห็นว่าปัญหาและจุดอ่อนหลักของประเทศไทยคือ ความไม่มีเสถียรภาพและความไม่แน่นอนทางการเมือง การคอรัปชัน ความไม่แน่นอนของนโยบายรัฐบาล ไม่มีความสามารถในการพัฒนานวัตกรรม และความชำนาญของแรงงานยังอยู่ในเกณฑ์ต่ำ โดยดัชนีชี้วัดนี้แบ่งออกได้เป็น 12 ด้าน (Schwab & Sala-i-Martin, 2017) ดังนี้

 

เสาหลักที่หนึ่ง : ด้านสถาบัน (Institutions)

 

ด้านสภาพแวดล้อมด้านสถาบัน (Institutional Environment) หมายถึงสถาบันการเมือง สถาบันกฎหมาย รวมถึงประสิทธิภาพและพฤติกรรมของผู้มีส่วนได้เสียทั้งภาครัฐและเอกชน กรอบทางกฎหมายและการบริหารบุคคลภายใน การมีปฏิสัมพันธ์กันระหว่างบริษัทเอกชนและรัฐบาล ซึ่งมีผลต่อการตัดสินใจในการลงทุนและการผลิตของธุรกิจในประเทศ สำหรับปัจจัยนี้เป็นจุดอ่อนของประเทศไทยอยู่อันดับที่ 84 เป็นอันดับหกของอาเซียน ตามหลัง สิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย บรูไน และเวียดนาม นอกจากนี้ยังตามหลังประเทศอื่นๆ ในเอเชีย ไม่ว่าจะเป็น ญี่ปุ่น เกาหลี จีน และอินเดีย โดยสาเหตุมาจากความไม่แน่นอนทางการเมือง ปัญหาคอรัปชัน การบังคับใช้กฎหมาย ประสิทธิภาพของรัฐบาลธรรมาภิบาลของบริษัท และความเสี่ยงของธุรกิจต่อการก่อการร้าย 

 

เสาหลักที่สอง : โครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure)

 

โครงสร้างพื้นฐานที่ครอบคลุมและมีประสิทธิภาพเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการสร้างประสิทธิภาพของเศรษฐกิจและความสามารถการแข่งขันของประเทศ ทั้งนี้ประกอบไปด้วย การขนส่งทั้งทางถนน ระบบราง ท่าเรือ และทางอากาศที่มีคุณภาพสูง ซึ่งทำให้ผู้ประกอบการทั้งในและต่างประเทศได้รับความสะดวกสบายและถูกต้องแม่นยำในภาคการขนส่ง ระบบไฟฟ้าที่มีความเสถียร เครือข่ายโทรคมนาคมที่มีคุณภาพและครอบคลุม โดยตัวแปรเหล่านี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตการทำธุรกิจและเพิ่มความมั่นใจในการลงทุน ปัจจัยในด้านโครงสร้างพื้นฐาน ประเทศไทยอยู่ที่อันดับ 49 เป็นอันดับสามของอาเซียน รองจากสิงคโปร์ และมาเลเซีย ถ้าเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ ในเอเชีย ประเทศไทยตามหลัง ญี่ปุ่น เกาหลี และจีน แต่นำหน้าอินเดีย จุดเด่นของประเทศไทยคือ มีระบบโครงสร้างพื้นฐานทางอากาศที่ครอบคลุม ระบบคมนาคมทางถนนที่ครอบคลุม แต่ปัญหาอยู่ที่คุณภาพของระบบไฟฟ้า และการคลอบคลุมของโทรศัพท์พื้นฐานที่ไม่ทั่วถึง 

 

เสาหลักที่สาม : ด้านสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจมหภาค (Macroeconomic Environment)

 

เสถียรภาพทางเศรษฐกิจมหภาคมีความสำคัญสำหรับธุรกิจและเป็นสิ่งสำคัญสำหรับบรรยากาศการแข่งขันโดยรวมของประเทศ อย่างไรก็ตาม ตัวแปรนี้เพียงตัวแปรเดียวก็ไม่สามารถจะทำให้ยั่งยืนได้ เนื่องจากมีปัจจัยภายนอกเข้ามาเกี่ยวข้องมาก ดังตัวอย่างการชำระดอกเบี้ยจากภาระหนี้ในอดีตที่สูง ส่งผลถึงการขาดดุลในประเทศแถบยุโรป ดังนั้นเศรษฐกิจจะไม่สามารถเจริญเติบโตในลักษณะที่ยั่งยืนได้เว้นแต่ว่าสภาพแวดล้อมทางมหภาคมีเสถียรภาพ ปัจจัยนี้ประเทศไทยมีอันดับที่ 13 โดยจัดเป็นอันดับสองของอาเซียน รองเพียงแค่ สิงคโปร์ เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ ในเอเชีย ไทยเป็นรองเกาหลีและจีน ไทยมีอันดับที่ดีกว่าอินเดียและญี่ปุ่น 

 

เสาหลักที่สี่ : ด้านสุขภาพและการศึกษาขั้นพื้นฐาน (Health and Primary Education)

 

แรงงานที่มีสุขภาพดีมีความสำคัญต่อความสามารถในการแข่งขันของประเทศและการผลิต การป่วยของแรงงานส่งผลให้ไม่สามารถทำงานได้ตามศักยภาพและมีการผลิตที่น้อยลง และนำไปสู่ค่าใช้จ่ายของทั้งภาคแรงงานที่มากขึ้น การลงทุนในการให้บริการด้านสุขภาพเป็นสิ่งสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ นอกจากนั้น เสาหลักนี้คำนึงถึงปริมาณและคุณภาพของการศึกษาขั้นพื้นฐานที่ประชากรควรจะได้รับซึ่งมีความสำคัญต่อแรงงานในระบบเศรษฐกิจ ปัจจัยนี้ประเทศไทยอยู่ในอันดับ 86 จัดว่าเป็นอันดับหกในอาเซียน รองจากสิงคโปร์ มาเลเซีย เวียดนาม และบรูไน ซึ่งถ้าเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ ในเอเชีย ประเทศไทยด้อยกว่าญี่ปุ่น เกาหลีใต้ จีน และอินเดีย อันดับที่ไม่ดีมาจากปัจจัยด้านสาธารณสุขที่ด้อยคุณภาพ การแพร่ระบาดของโรคเอดส์ นอกจากนี้การศึกษาขั้นพื้นฐานอยู่ในเกณฑ์ที่มีคุณภาพต่ำ 

 

 

เสาหลักที่ห้า : การศึกษาและการอบรมขั้นสูง (Higher Education and Training)

 

คุณภาพการศึกษาที่สูงขึ้นและการฝึกอบรมที่มีคุณภาพเป็นสิ่งสำคัญสำหรับเศรษฐกิจ และห่วงโซ่อุปทาน (Value Chain) โดยเฉพาะอย่างยิ่งเศรษฐกิจยุคโลกาภิวัตน์ในปัจจุบันต้องการคนที่มีความสามารถในการดำเนินงานที่ซับซ้อนและปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมได้อย่างรวดเร็วเพื่อการพัฒนาของระบบการผลิต เสาหลักนี้วัดผลคุณภาพของการศึกษาซึ่งประเมินโดยผู้นำทางธุรกิจ 

 

ปัจจัยนี้ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 62 เมื่อเปรียบเทียบประเทศไทยอยู่ในอันดับที่สามในอาเซียนรองจาก  สิงคโปร์ และมาเลเซีย เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ ในเอเชีย ไทยเป็นรองญี่ปุ่น เกาหลี และจีน แต่ดีกว่าอินเดีย ประเทศไทยไม่มีปัญหาในแง่ของจำนวนของสถาบันการศึกษา แต่มีปัญหาในด้านคุณภาพของการศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการศึกษาในสาขาเทคนิค เช่น วิทยาศาสตร์ และคณิตศาสตร์ นอกจากนี้ยังมีอันดับที่ต่ำมาก (อันดับ 93) ในด้านของคุณภาพของงานวิจัย 

 

เสาหลักที่หก : ประสิทธิภาพของตลาดสินค้า (Goods Market Efficiency)

 

ประเทศที่มีตลาดสินค้าที่มีประสิทธิภาพและแข่งขันในตำแหน่งที่เหมาะสมทั้งในด้านผลิตภัณฑ์และบริการโดยมีความสัมพันธ์กันทั้งในด้านอุปสงค์และอุปทาน ซึ่งตัวแปรที่ทำให้แน่ใจว่าสินค้าเหล่านี้จะสามารถซื้อขายได้อย่างมีประสิทธิภาพในระบบเศรษฐกิจก็คือ มีการแข่งขันทั้งในและต่างประเทศและสินค้าเป็นที่ต้องการของตลาด ส่งผลให้มีการขับเคลื่อนการเจริญเติบโตได้ ทั้งนี้ประสิทธิภาพของตลาดยังขึ้นอยู่กับการให้ความสำคัญกับลูกค้า (Customer Oriented) และความพิถีพิถันของผู้ซื้อ (Buyer Sophistication) ซึ่งต่างกันไปตามสภาพของวัฒนธรรม ทั้งนี้การแข่งขันที่สำคัญจะบีบบังคับให้บริษัทมุ่งเน้นการผลิตโดยใช้นวัตกรรม เพื่อสามารถนำเสนอสินค้าและบริการได้ตรงกับความต้องการของลูกค้า ปัจจัยนี้ ประเทศไทยอยู่ในอันดับ 37 เป็นอันดับที่สามในอาเซียน เป็นรองสิงคโปร์และมาเลเซีย ถ้าเปรียบเทียบในเอเชีย ไทยเป็นรองญี่ปุ่นกับเกาหลีใต้ แต่มีอันดับที่ดีกว่าจีนและอินเดีย จุดอ่อนของปัจจัยนี้มาจากปัญหาการผูกขาด (Monopoly) ของบริษัทขนาดใหญ่ และจำนวนวันที่เริ่มธุรกิจ (อันดับ 113) จุดแข็งของปัจจัยนี้คือ ความพิถีพิถันของผู้บริโภคในประเทศ (อันดับ 24)

 

เสาหลักที่เจ็ด : ด้านประสิทธิภาพของตลาดแรงงาน (Labor Market Efficiency)

 

ประสิทธิภาพและความยืดหยุ่นของตลาดแรงงานมีความสำคัญสำหรับการสร้างความมั่นใจว่าคนงานได้รับการจัดสรรไปตามความถนัดที่มี ซึ่งส่งผลถึงแรงจูงใจและความพยายามในการทำงาน ตลาดแรงงานจึงต้องมีความยืดหยุ่นในการเปลี่ยนคนงานจากกิจกรรมหนึ่งทางเศรษฐกิจไปอีกที่หนึ่งได้อย่างรวดเร็วและมีต้นทุนที่ต่ำ เพื่อลดความผันผวนของค่าจ้างและไม่เป็นภาระของสังคม นอกจากนี้ยังต้องมีความเท่าเทียมกันทุกด้าน ที่กล่าวมาทั้งหมดส่งผลเชิงบวกให้กับการพัฒนาและสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ประเทศไทยมีอันดับ 71 อยู่ในอันดับเจ็ดของอาเซียน เป็นรอง  สิงคโปร์ มาเลเซีย เวียดนาม ลาว กัมพูชา และ บรูไน เม่ือเปรียบเทียบกับประเทศในเอเชีย เป็นรองญี่ปุ่นและจีน แต่ดีกว่า อินเดียและเกาหลี จุดอ่อนคือความยืดหยุ่นในการทำงาน และความไม่เท่าเทียมกันของผู้หญิงและผู้ชายในที่ทำงาน 

 

เสาหลักที่แปด : ด้านพัฒนาการของตลาดการเงิน (Financial Market Development)

 

ภาคการเงินที่มีประสิทธิภาพนั้นประกอบไปด้วยการลงทุนทั้งในประเทศและนักลงทุนต่างชาติ ซึ่งผลตอบแทนที่คาดหวังจากนักลงทุนรวมถึงนโยบายเป็นสิ่งที่สำคัญที่กำหนดดัชนีชี้วัดนี้ ปัจจัยนี้ยังรวมถึงแหล่งเงินทุน ความง่ายในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน ปัจจัยนี้ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 39 เป็นอันดับสามของอาเซียน รองจาก สิงคโปร์และมาเลเซีย เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ ในเอเชีย ประเทศไทยเป็นรองญี่ปุ่นกับอินเดีย แต่มีอันดับที่ดีกว่าจีนและเกาหลีใต้ จุดอ่อนของปัจจัยนี้คือ ความเชื่อมั่นของนักลงทุนและสิทธิทางกฎหมาย 

 

 

เสาหลักที่เก้า : ด้านความพร้อมทางเทคโนโลยี (Technological Readiness)

 

ความพร้อมทางเทคโนโลยีจะกำหนดสภาพความพร้อมของเทคโนโลยีสมัยใหม่ เพื่อนำมาเพิ่มผลผลิตของภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม โดยมีความสามารถในการใช้ประโยชน์จากข้อมูลข่าวสาร สารสนเทศ และเทคโนโลยีการสื่อสารในการสร้างความสามารถการแข่งขันและนวัตกรรม ทั้งนี้ภาครัฐและเอกชนควรมีการเข้าถึงเทคโนโลยีที่ทันสมัยทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงมีความสามารถในการใช้งานเทคโนโลยีได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปัจจัยนี้ประเทศไทยอยู่ในอันดับ 63 เป็นอันดับสามของอาเซียน เป็นรองสิงคโปร์และมาเลเซีย เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ ในเอเชีย ไทยมีอันดับที่ดีกว่าจีนและอินเดีย แต่เป็นรองญี่ปุ่นและเกาหลี โดยจุดอ่อนในปัจจัยนี้คือสภาพความพร้อมของเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่ยังต่ำ (อันดับ 70) จำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงที่น้อย (อันดับ 71) จำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตที่น้อย (อันดับ 94) จุดแข็งของปัจจัยนี้คือขนาดของตลาดที่ใหญ่ การดึงดูดการลงทุน และสัดส่วนของการส่งออกเมื่อเทียบกับ GDP 

 

เสาหลักที่สิบ : ขนาดของตลาด (Market Size)

 

ขนาดของตลาดมีผลกระทบต่อการผลิตตั้งแต่ตลาดที่มีขนาดใหญ่ปล่อยให้บริษัทใช้ประโยชน์จากการประหยัดจากขนาด (Economies of Scale) ในยุคของโลกาภิวัตน์นี้ ตลาดต่างประเทศได้กลายเป็นตัวแทนสำหรับตลาดในประเทศโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับประเทศที่มีขนาดเล็ก ส่งผลให้การส่งออกเป็นตัวแทนสำหรับความต้องการภายในประเทศในการกำหนดรูปแบบและลักษณะของสินค้า ซึ่งการวัดขนาดของตลาดจะวัดโดยใช้ตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศซึ่งให้ความสำคัญกับการส่งออกและพื้นที่ทางภูมิศาสตร์เป็นหลัก ปัจจัยนี้ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 18 เป็นอันดับสองของอาเซียน รองจากอินโดนีเซีย เมื่อเปรียบเทียบกับเอเชียเป็นรอง จีน อินเดีย ญี่ปุ่น และเกาหลี 

 

เสาหลักที่สิบเอ็ด : ความซับ-ซ้อนทางธุรกิจ (Business Sophistication)

 

ความซับซ้อนของธุรกิจเกี่ยวข้องกับสององค์ประกอบหลัก ได้แก่ คุณภาพของเครือข่ายทางธุรกิจโดยรวมของประเทศและคุณภาพของการดำเนินงานและกลยุทธ์ของบริษัทในประเทศ ปัจจัยเหล่านี้มีความสำคัญโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับประเทศที่พัฒนาแล้ว เนื่องมาจากการเพิ่มประสิทธิภาพทางการผลิตนั้นขึ้นอยู่กับคุณภาพของเครือข่ายธุรกิจของประ-เทศนั้นๆ และอุตสาหกรรมสนับสนุนวัดจากปริมาณและคุณภาพของผู้ผลิตในเขตท้องถิ่นและการทำงานร่วมกันของบริษัทเหล่านี้เป็นสิ่งที่สำคัญ โดยการเชื่อมโยงและร่วมมือกันระหว่างธุรกิจที่เกี่ยวข้องและสถาบันต่างๆ (Clusters) จะเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต สร้างโอกาสในด้านต่างๆ รวมถึงอุปสรรคในการเข้าสู่อุตสาหกรรมนั้นมีน้อยลง หรืออีกนัยหนึ่งนั่นคือสภาพแวดล้อมของธุรกิจที่เกี่ยวข้องส่งผลต่อธุรกิจที่มาลงทุน ปัจจัยนี้ประเทศไทยมีอันดับ 43 จัดว่าเป็นอันดับสี่ในอาเซียน รองจากสิงคโปร์ มาเลเซีย และอินโดนีเซีย เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ ในเอเชีย ไทยตามหลังญี่ปุ่น เกาหลีใต้ จีน และอินเดีย จุดอ่อนของปัจจัยนี้คือ การพัฒนา Cluster ที่ยังไม่มีประสิทธิภาพ และคุณภาพของ Local Suppliers ที่ต่ำ 

 

เสาหลักที่สิบสอง : ด้านนวัตกรรม (Innovation)

 

นวัตกรรมเป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับการพัฒนาความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาเศรษฐกิจ ด้วยการสร้างมูลค่าเพิ่มจากการนำเทคโนโลยีมาใช้งาน บริษัทจะต้องออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ทันสมัยและมีกระบวนการในการเพิ่มมูลค่าเพิ่มเพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขัน นอกจากนี้ ต้องมีสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการพัฒนา ภาครัฐและเอกชนต้องมีการลงทุนในด้านการวิจัยและพัฒนา (Research & Development) ร่วมกันระหว่างภาครัฐ เอกชน สถาบันและมหาวิทยาลัย ซึ่งสามารถสร้างความสามารถการแข่งขันด้วยงานวิจัย งานสร้างสรรค์ และนวัตกรรม ปัจจัยนี้ประเทศไทยอยู่ในอันดับ 54 อยู่ในอันดับที่สี่ของอาเซียน รองจากสิงคโปร์ มาเลเซีย และอินโดนีเซีย เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ ในเอเชีย ประเทศไทยยังตามหลังประเทศขนาดใหญ่ในเอเชีย รวมถึง ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ จีน และอินเดียจุดอ่อนของปัจจัยนี้คือ ความสามารถในการสร้างนวัตกรรมที่ต่ำ (อันดับ 70) จำนวนสิทธิบัตรต่อประชากรที่ต่ำ (อันดับ 70) การจัดซื้อเทคโนโลยีที่ทันสมัยของหน่วยงานของรัฐ (อันดับ 65)

 

ข้อมูลอันดับความสามารถการแข่งขันของประเทศไทยสามารถใช้ในการระบุจุดอ่อนจุดแข็งของประเทศ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถใช้ข้อมูลเหล่านี้เป็นแนวทางในการพัฒนาประเทศต่อไปได้ครับ

 

MAGAZINE

 

 

 



New News

 

 

Editor Observation

  • Jun 02 , 2017

    “โลกสันนิวาสย่อมเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ” วลีนี้เป็นสัจธรรมที่ไม่มีใครเถียงได้ เพราะทุกอย่างย่อมมีเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป ทว่า “โลกสันนิวาส” สมัยนี้ ดูเหมือนจะเปลี่ยนเร็วกว่าสมัยพุทธกาลเป็นไหนๆ ด้วยพลังในการคำนวณและการจัดการกับข้อมูลจำนวนมากด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ของไมโครโปรเสดเซอร์ชิพและเครื่องไม้เครื่องมือทางด้านสื่อสารคมนาคมตลอดจนเทคโนโลยีการแปลงข่าวสารข้อมูลทั้งมวลให้อยู่ในรูปแบบดิจิทัล มันช่วยทำให้ “ความรู้” ที่เคยอยู่ในมือของคนจำนวนน้อยแพร่สะพัดเร็วขึ้นและแพร่ไปในอาณาเขตที่กว้างขวางขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ

  • Apr 26 , 2017

    สิ่งมีชีวิตเกือบทั้งหมดบนโลกใบนี้ ดำเนินไปได้ด้วยพลังงานจากดวงอาทิตย์ พลังงานของดวงอาทิตย์เป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับชีวิต ให้ชีวิตได้มีพละกำลังที่จะขับเคลื่อนดำเนินต่อไปและสืบสายพันธุ์ลูกหลานต่อไปได้เรื่อยๆ บนโลกใบนี้ (หรืออาจจะบนโลกใบอื่นด้วยหรือเปล่าก็ไม่รู้?) ตราบเท่าที่ “ดวงตะวันยังคงส่องแสง”

  • Apr 03 , 2017

    ยุทธจักร มีเดีย/เอ็นเตอร์เทนเมนต์มีจอมยุทธยอดฝีมืออยู่ไม่น้อย ที่ยังโลดแล่นอยู่ในวงการ และร่วมฝ่าคลื่นฝืนลมแห่งการเปลี่ยนแปลงอันรุนแรงอย่างกระแทกกระทั้น เพราะเนื่องมาแต่ Paradigm Shift ของเทคโนโลยีระดับโลกและพฤติกรรมการบริโภคสื่อของผู้คนอยู่ในขณะนี้

 

School Move

  • Mar 17 , 2017

    สถาบันแนะแนวการศึกษาคริมสัน ผู้นำที่ปรึกษาด้านการศึกษาระดับโลก เปิดสาขาใหม่ในกรุงเทพมหานครเพื่อผลักดันนักเรียนไทยและนักเรียนทุกคนทั่วโลก สามารถเข้าถึงเครือข่ายติวเตอร์ ที่ปรึกษา และผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ ที่คอยให้คำปรึกษากว่า 2,000 คนทั่วโลก

  • Feb 14 , 2017

    สมาคมแลกเปลี่ยนบุคคลากรไทย-จีน ร่วมกับเครือข่ายมหาวิทยาลัยจีน หรือ China Campus Network (CCN), สมาคมผู้สื่อข่าวไทย-จีน, สมาคมการค้าวิสาหกิจจีน-ไทย, ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศจีน กรุงเทพฯ, สำนักข่าวซินหัวประจำกรุงเทพฯ, สถานีวิทยุซีอาร์ไอประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และโรงเรียนภาษาสายสัมพันธ์ ร่วมจัดการแข่งขันภาษาจีน Friendship Cup ครั้งที่ 9 พร้อมผนึกกำลังในพิธีเปิดโครงการความร่วมมือระหว่างเครือข่ายมหาวิทยาลัยจีน องค์กรธุรกิจไทย-จีน สมาคมผู้สื่อข่าวไทย-จีน  และสถาบันการศึกษาไทย เพื่อพัฒนาบุคลากรไทยตอบสนองตลาดแรงงานและองค์กรไทย-จีนในปัจจุบัน

  • Feb 02 , 2017

                  วิสดอม เอ็นเตอร์ไพร์ส จับมือ Rugby School  แห่งสหราชอาณาจักรหนึ่งในโรงเรียนเอกชนชั้นนำที่มีชื่อเสียงและได้รับความเชื่อถือมากว่า 450 ปี เตรียมเปิดโรงเรียนนานาชาติ Rugby School Thailand   ชูจุดแข็งด้วยหลักสูตรพัฒนาการศึกษาแบบองค์รวม ด้วยงบลงทุนกว่า 1,500 ล้านบาท ตอบโจทย์การศึกษาทั้งในประเทศและกลุ่มประเทศ CLMV

Management

  • Jun 16 , 2017

    ภาควิชาการเงินและการธนาคาร คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จัดการสัมมนา “Fin Tech : Cashless World Payment” เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการเห็นช่องทางการรับเงินโฉมใหม่ ขยายโอกาสทางธุรกิจและกลุ่มลูกค้าใหม่ด้วยระบบชำระเงินรูปแบบใหม่ และเพื่อสร้างรายได้เพิ่มด้วยเทคโนโลยีการชำระเงิน ณ ห้องประชุมชั้น 6 เมื่อวันพุธที่ 29 มีนาคม 2560 ที่ผ่านมา

  • Jun 08 , 2017

    ผมเกิดมาในยุคสงครามเย็นที่สหรัฐอเมริกากำลังแผ่ขยายแสนยานุภาพอย่างถึงขีดสุด สมัยนั้น ทหารอเมริกัน ที่เราเรียกกันทั่วไปว่า “ทหาร จีไอ” พบได้ทั่วไปในบ้านเรา ตาคลี สัตหีบ อุบลราชธานี อุดรธานี โคราช นครพนม พัทยา... เพชรบุรีตัดใหม่ และพัฒน์พงศ์

  • Jun 02 , 2017

    จากรายงานเรื่อง Global Competitiveness Index ของ World Economics Forum ในปี 2016-2017 มีการจัดอันดับทั้งสิ้น 138 ประเทศ พบว่า ความสามารถในการแข่งขันไทยอยู่ในอันดับที่ 34 ซึ่งตกลงมาจากการจัดอันดับในปี 2015-2016 ซี่งอยู่ในอันดับที่ 13 

 

Cool Case

  • Jun 21 , 2017

    ดร.มัทนา สานติวัตร กรรมการสภามหาวิทยาลัย เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการการตลาดสร้างสรรค์ธุรกิจ รุ่นที่ 8 Creative Entrepreneurial Marketing Project (CEMP) ของภาควิชาการตลาด คณะบริหารธุรกิจ

  • May 24 , 2017

    ในโลกที่เทคโนโลยีกำลังพลิกโฉมความคิดคนเกี่ยวกับสิ่งต่างๆ นาทีต่อนาที ทำให้เกิดนวัตกรรมใหม่ๆ ที่เกิดจากการต่อยอดการใช้งานของสิ่งที่เรารู้จักดีอยู่แล้ว เช่น ไฟส่องสว่าง อย่างนวัตกรรม “ไฟพื้นถนน เตือนคนเล่นมือถือ” 

  • Feb 14 , 2017

    อุทยานการเรียนรู้ TK park จัดเวทีบรรยายพิเศษว่าด้วยแนวโน้มนวัตกรรมห้องสมุดและแนวคิดการพัฒนาพื้นที่การเรียนรู้ การสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้สร้างสรรค์ และตัวอย่างโครงการส่งเสริมการเรียนรู้ที่ได้รับรางวัลระดับโลก ในงานประชุม สหปาฐกถาประจำปี TK Forum 2017 “Better Library and Learning Space: Trends and Ideas” ได้รับเกียรติจาก 3 วิทยากร จาก 3 ประเทศชั้นนำด้านการพัฒนาห้องสมุด เพื่อให้เกิดแนวคิดใหม่และเป็นแรงบันดาลใจในการปรับใช้พัฒนาต่อไปตามแนวคิด Learning in Digital Age ที่ประกาศเป็นแนวทางในปีนี้