B SCHOOL

เปิดเส้นทางอนาคต เปิดมิติใหม่ห้องเรียน MBA ที่ PIM 2 หลักสูตรที่เรียนรู้ผ่านกรณีศึกษาจริง : มืออาชีพตัวจริง : ประยุกต์ใช้และสร้างธุรกิจได้จริง

อุณหภูมิการแข่งขันที่ร้อนแรงขึ้นทุกวัน ทำให้องค์กรธุรกิจต้องปรับตัว เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในยุค 4.0 ทำให้สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ หรือ PIM ต้องพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับความต้องการของธุรกิจ ซึ่งสถาบันมีความมั่นใจว่า องค์กรธุรกิจจะเติบโตได้อย่างยั่งยืน จะต้องมีบุคลากรที่มีศักยภาพสูง มีความคิดที่แตกต่าง รอบรู้ทุกเรื่องในด้านธุรกิจ

เพื่อนำองค์กรไปสู่เป้าหมายในทุกด้านทั้งด้านการสร้างยอดขาย และผลกำไรให้เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น หลักสูตรของสถาบันจะเน้นผลิตนักบริหารมืออาชีพที่นอกจากจะมีความรู้อย่างเต็มประสิทธิภาพจากในห้องเรียนแล้ว จะต้องมีความเชี่ยวชาญจากการฝึกงานจริงในองค์กรธุรกิจด้วย

        

รศ.ดร.สมภพ มานะรังสรรค์ อธิการบดี สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ (PIM) เปิดเผยว่า เมื่อโลกธุรกิจปัจจุบันมีความเจริญเติบโตขยายตัวมากขึ้น กรอบแนวคิดด้านงานบุคคลจึงจำเป็นต้องมีการขยายและพัฒนาให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลง ทำให้ PIM ผลักดัน HR แนวใหม่ให้เก่งการบริหารคน เข้าใจกลยุทธ์ธุรกิจ และเข้าถึงการบริหารองค์กร ออกมาเป็นหลักสูตรใหม่ที่ครอบคลุมทุกมิติความต้องการของตลาดธุรกิจ พร้อมทั้งสร้างบุคลากรในระดับสายงานกลยุทธ์ที่มีคุณภาพด้าน Modern Trade หรือสร้าง Modern Trader ออกสู่สังคม ด้วยการกรองเนื้อหาในหลักสูตร จากผู้เชี่ยวชาญในแวดวงธุรกิจ การศึกษา ในการเชื่อมโยงกระแสโลก เศรษฐกิจของประเทศ ด้วยการผันหลักสูตรให้มีความเท่าทันเหตุการณ์ ผนวกกับการระดมองค์ความรู้ในเครือซีพี, กลุ่ม บมจ. ซีพี ออลล์ และเครือข่ายพันธมิตรนับกว่าพันแห่ง กลุ่มธุรกิจ Modern Trade รายใหญ่ของประเทศเข้าสู่ห้องเรียน MBA กลายเป็นกรณีศึกษา การบรรยายพิเศษจากนักธุรกิจ หรือการทำวิจัยต่างๆ สร้างจุดแข็งให้คุณเป็นมืออาชีพ นำไปสู่การพัฒนาหลักสูตร MBA ใหม่ ประกอบด้วย หลักสูตร MBA สาขาวิชาการจัดการธุรกิจการค้าสมัยใหม่ หรือ Modern Trade Business Management และ MBA สาขาวิชาการบริหารคนและกลยุทธ์องค์การ หรือ People Management & Organization Strategy


นักศึกษาที่เรียนที่สถาบันนี้ จะมีข้อได้เปรียบหลายด้าน เพราะเป็นสถาบันที่อยู่ภายใต้ CP All ซึ่งเป็นธุรกิจที่มี เครือข่ายจำนวนมากกว่า 2,000 บริษัทชั้นนำ ทั้งองค์กรธุรกิจไทย และต่างประเทศ ที่มีองค์กร ทั้งขนาดเล็ก ขนาดกลาง และขนาดใหญ่ ซึ่งการเรียนการสอนจะเน้นให้นักศึกษาฝึกงานในองค์กรชั้นนำ ทั้งบริษัทในเครือ CP All และนอกเครือ โดยจะเรียนรู้ผ่าน Current Business Issues เชื่อมโยงทฤษฎีสู่การแก้ปัญหาธุรกิจในภาคปฏิบัติ

ทั้งนี้ การศึกษาดูงานจะช่วยให้นักศึกษาได้เปิดประสบการณ์เรียนรู้จริงจากห้องเรียนสู่โลกธุรกิจจริง ด้วยการดูกระบวนการทำงาน กระบวนการผลิตอย่างใกล้ชิด กระบวนการจัดการสินค้าอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่กระบวนการจัดวางสินค้า กระบวนการจัดจำหน่าย กระบวนการจัดส่ง กระบวนการบริการหลังการขาย และการสร้างคุณค่าให้กับสินค้านั้นๆ ซึ่งจะช่วยให้นักศึกษาได้เรียนรู้จากการปฏิบัติงาน ทำให้มีประสบการณ์จริงในช่วงศึกษา และเมื่อเรียนจบออกไปทำงานจะช่วยให้การทำงานและการแก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ทุกหลักสูตรของ MBA จะกำหนดสัดส่วนการเรียนกรณีศึกษาผ่านวิทยากรมืออาชีพถึง 30% โดยสถาบันจะให้ความสำคัญกับการสร้างเครือข่ายพันธมิตร(Network) มาก ซึ่งนับว่าเป็น Network ระดับนานาชาติ ซึ่ง CP All เริ่มทำเรื่องนี้อย่างจริงจังมากว่า 10 ปี ทำให้ทางสถาบันสามารถเชิญวิทยากรที่มีชื่อเสียง ซึ่งเป็นระดับผู้นำองค์กรทั้งในและต่าง-ประเทศจากหลากหลายสายอาชีพมาบรรยายในห้องเรียนได้อย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ การมีเครือข่ายทางธุรกิจที่แข็งแกร่งทำให้นักศึกษาได้พบกับนักธุรกิจชั้นนำที่ไม่ได้จำกัดเพียงแต่ในประเทศเท่านั้น และเมื่อได้เดินทางไปศึกษาดูงานในต่างประเทศนักศึกษาจะได้พบผู้บริหารของบริษัทชั้นนำของโลกที่จะมาให้ความรู้กับนักศึกษาด้วยตนเอง ซึ่งพร้อมที่จะให้ความรู้และแลกเปลี่ยนความคิดกัน สิ่งเหล่านี้ถ้าไม่ได้เป็นเครือข่ายทางธุรกิจกันคงทำไม่ได้

ที่สำคัญ การเติมเต็มประสบการณ์ของผู้เรียนสู่ระดับสากล จากวิทยากรพิเศษและกูรูผู้มีประสบการณ์จากบริษัทชั้นนำระดับนานาชาติที่มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์การแก้ปัญหาจริงในโลกธุรกิจ ตลอดจนการสร้างสรรค์กิจกรรมศึกษาดูงานในบริษัทชั้นนำระดับโลกทุกภาคการศึกษาแบบเข้มข้น จะช่วยเพิ่มความครบเครื่องตามแนวคิดที่ว่า Practice for REAL at Panyapiwat MBA (REAL Cases : REAL Professionals : REAL Business Application)

ทั้งนี้ จากการสร้างความแตกต่างในการจัดการเรียนการสอนหลักสูตร MBA ของสถาบัน ภายใต้แนวคิดดังกล่าวที่เน้นตอบโจทย์ผู้ประกอบการ คนทำงานในสายธุรกิจให้สามารถเชื่อมโยงทฤษฎีสู่การแก้ปัญหาธุรกิจในภาคปฏิบัติ หลักสูตรจึงสนับสนุนให้นักศึกษาทดลองทำการศึกษาตลาดและสร้างโมเดลธุรกิจจริงในห้องเรียน และมีโอกาสในการสร้างเครือข่ายทางธุรกิจ เพื่อให้สามารถต่อยอดธุรกิจกับ CP All หรือบริษัทพันธมิตรอื่นๆ ได้จริง

จากโครงงานในครั้งนี้ทำให้นักศึกษาจากห้องเรียนคิดค้นผลิตภัณฑ์นวัตกรรมเครื่องดื่มกับผลิตภัณฑ์น้ำอ้อยเลมอนโซดา ยี่ห้อ “ยูซ่า” (UZa) ได้มีโอกาสนำเสนอผลงานต่อผู้บริหารสายธุรกิจ ตลอดจนรับคำชี้แนะจาก กูรูมืออาชีพ ในสายธุรกิจเครื่องดื่ม และเห็นโอกาสในการผลักดันให้เป็นผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มแนวใหม่ออกสู่ตลาดจริงได้


อีกหนึ่งตัวอย่างความสำเร็จของนักศึกษาจากห้องเรียน MBA จากหลายๆความสำเร็จ นั่นคือ ได้ความรู้ด้านการบริหารและทำให้เกิดแรงบันดาลใจให้นักศึกษาได้ผันตัวเองจากพนักงานบริษัทสู่การเป็นนักธุรกิจมืออาชีพตัวจริง ซึ่ง คุณสิทธิณี ทองใบ เจ้าของธุรกิจสินค้าตกแต่งสวน ยี่ห้อ I-POT ที่นำธุรกิจของครอบครัวมารีแบรนด์ใหม่ พัฒนาสร้างสรรค์ผลงานออกแบบทันสมัยผ่านเครื่องปั้นดินเผา สินค้าเซรามิก กระถางต้นไม้ ออกสู่พื้นที่ตกแต่งบ้านและสวนของสถานที่ชั้นนำต่างๆ ในประเทศ ซึ่งความสำเร็จดังกล่าวสะท้อนจากในการสร้างห้องเรียน 3 มิติ : “สร้างธุรกิจจริง - ร่วมธุรกิจจริง – พัฒนาธุรกิจจริง” ภายใต้แนวคิด Practice for REAL ของหลักสูตรปริญญาโท PIM


นอกจากนี้ ยังมีธุรกิจผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้า ยี่ห้อ 4B (Build Beauty Bright Best) By Madam Aoi ของคุณธณัฎฐา จริยพาณิชย์ และคุณบวรวัสส์ นาคปาน นักศึกษาจากห้องเรียน MBA ที่ได้รับประโยชน์จากห้องเรียน MBA ในการเชื่อมต่อเครือข่ายของทางของ CP All ที่มีโอกาสนำสินค้าเข้ามาขายใน 7-Catalog และ 7-Catalog Online และยังได้นำความรู้ที่ได้เรียนจากหลักสูตรมาเตรียมนำผลิตภัณฑ์เข้าสู่ช่องทางการจัดจำหน่ายของโมเดิร์นเทรดอื่นๆ ในอนาคตด้วย

นอกจากนี้ สถาบันได้สร้างมิติใหม่ของการเรียนนำศาสตร์ด้านลายผิววิทยา (Dermataglyphics) มาใช้ร่วมกับหลักสูตร MBA เพื่อให้เข้าใจถึงลักษณะการเรียนรู้รายบุคคลของนักศึกษาที่แตกต่างกัน สามารถวิเคราะห์ถึงบุคลิกภาพ ความเป็นตัวตน ตลอดจนสไตล์การเป็นผู้นำของนักศึกษา นอกจากนี้ยังสามารถวิเคราะห์ถึงพรสวรรค์รายบุคคล เพื่อนำไปพัฒนาศักยภาพนักศึกษาได้อย่างแท้จริงตลอดการเรียนหลักสูตรดังกล่าว คณาจารย์ของสถาบันช่วยสร้างความแตกต่างในการจัดการเรียนการสอนหลักสูตร MBA ให้เน้นตอบโจทย์ผู้ประกอบการและคนทำงานที่จะก้าวขึ้นสู่การเป็นนักบริหารมืออาชีพในอนาคต ให้สามารถเชื่อมโยงทฤษฎีสู่การแก้ปัญหาธุรกิจในภาคปฏิบัติได้จริง โดยแบ่งการสอนนักศึกษาเป็น 3 ขั้น เริ่มที่ขั้นที่ 1 ให้นักศึกษาได้ค้นหา ตัวตนนักบริหาร (Executive Self-Discovery) ขั้นที่ 2 ให้นักศึกษาได้เรียนรู้และปฏิบัติสู่การเป็นมืออาชีพ (Professional-based Learning and Practice) และขั้นที่ 3 ให้นักศึกษาได้เรียนรู้จากเครือข่ายและแบบจำลองทางธุรกิจที่เปรียบเสมือนอยู่ในสนามจริง (Business Simulation and Networking) พร้อมด้วยการนำ Life Coaching มาใช้ โดยโค้ชที่ได้รับรองคุณวุฒิจาก International Coach Federation (ICF) เพื่อนักศึกษาสามารถนำเอาไปใช้ประโยชน์ในเรื่องการเรียน การงาน และชีวิตส่วนตัว ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในเมืองไทย

สำหรับผู้ที่กำลังมองหาโอกาสในการพัฒนาศักยภาพด้านการบริหารของตนเอง หลักสูตรปริญญาโท MBA สถาบันการ
จัดการปัญญาภิวัฒน์กำลังเปิดรับสมัครนักศึกษา และสอบชิงทุนการศึกษาในหลักสูตร MBA ทั้ง 2 สาขาวิชา สมัครได้แล้วตั้งแต่บัดนี้ จนถึง 29 มีนาคมนี้

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
หลักสูตรปริญญาโท
สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์
โทร 0-2837-1117, 0-2832-0416
อีเมล์ : This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.
เว็บไซต์ : http://mba.pim.ac.th

 

เรื่อง : อัญชลี จิตติวิชกุล 
ภาพ : ฐิติวุฒิ บางขาม

MAGAZINE

 

 

 



New News

  • May 22 , 2017

    กล้องถ่ายภาพด่วน Instax ที่ใช้เทคโนโลยีดิจิตอลและ อินสแตกซ์ในตัวเดียวกัน ในรูปแบบใหม่สี่เหลี่ยมจัตุรัส (Square) เจาะกลุ่มผู้รักแก็ดเจ็ตและรักการถ่ายภาพ ตั้งเป้ายอดขายภายในสิ้นปี มากกว่า 5,000 ตัว

  • May 19 , 2017

    บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ "ดีแทค” มุ่งสู่การเป็นแบรนด์ดิจิทัลอันดับ 1 ในประเทศไทย ด้วยการสร้างปรากฏการณ์ดิจิทัลอย่างครบวงจร

  • May 16 , 2017

    เอปสัน ในฐานะผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จัดงาน Epson Meet and Greet with Manchester United Legend เชิญแฟนคลับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดผู้โชคดีจากกิจกรรมทางเฟสบุคเอปสัน กระทบไหล่ตำนานกองหลังเสื้อหมายเลข 27 มิคาเอล ซิลแวสตร์ โดยมีนายอนันต์พล นนทพันธุ์ ผู้จัดการทั่วไป เอปสัน ประเทศไทย ให้การต้อนรับพร้อมแลกเสื้อฉลองการก้าวเข้าสู่ปีที่ 27 ของเอปสัน ประเทศไทย ที่โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯ เมื่อเร็วนี้

 

Editor Observation

  • Apr 26 , 2017

    สิ่งมีชีวิตเกือบทั้งหมดบนโลกใบนี้ ดำเนินไปได้ด้วยพลังงานจากดวงอาทิตย์ พลังงานของดวงอาทิตย์เป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับชีวิต ให้ชีวิตได้มีพละกำลังที่จะขับเคลื่อนดำเนินต่อไปและสืบสายพันธุ์ลูกหลานต่อไปได้เรื่อยๆ บนโลกใบนี้ (หรืออาจจะบนโลกใบอื่นด้วยหรือเปล่าก็ไม่รู้?) ตราบเท่าที่ “ดวงตะวันยังคงส่องแสง”

  • Apr 03 , 2017

    ยุทธจักร มีเดีย/เอ็นเตอร์เทนเมนต์มีจอมยุทธยอดฝีมืออยู่ไม่น้อย ที่ยังโลดแล่นอยู่ในวงการ และร่วมฝ่าคลื่นฝืนลมแห่งการเปลี่ยนแปลงอันรุนแรงอย่างกระแทกกระทั้น เพราะเนื่องมาแต่ Paradigm Shift ของเทคโนโลยีระดับโลกและพฤติกรรมการบริโภคสื่อของผู้คนอยู่ในขณะนี้

  • Dec 28 , 2016

    แม้ขณะนี้ นโยบาย "อัตราดอกเบี้ยติดลบ" ยังมาไม่ถึงเมืองไทย ก็ใช่ว่าผู้ฝากเงินอย่างพวกเราจะนิ่งนอนใจได้

 

School Move

  • Mar 17 , 2017

    สถาบันแนะแนวการศึกษาคริมสัน ผู้นำที่ปรึกษาด้านการศึกษาระดับโลก เปิดสาขาใหม่ในกรุงเทพมหานครเพื่อผลักดันนักเรียนไทยและนักเรียนทุกคนทั่วโลก สามารถเข้าถึงเครือข่ายติวเตอร์ ที่ปรึกษา และผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ ที่คอยให้คำปรึกษากว่า 2,000 คนทั่วโลก

  • Feb 14 , 2017

    สมาคมแลกเปลี่ยนบุคคลากรไทย-จีน ร่วมกับเครือข่ายมหาวิทยาลัยจีน หรือ China Campus Network (CCN), สมาคมผู้สื่อข่าวไทย-จีน, สมาคมการค้าวิสาหกิจจีน-ไทย, ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศจีน กรุงเทพฯ, สำนักข่าวซินหัวประจำกรุงเทพฯ, สถานีวิทยุซีอาร์ไอประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และโรงเรียนภาษาสายสัมพันธ์ ร่วมจัดการแข่งขันภาษาจีน Friendship Cup ครั้งที่ 9 พร้อมผนึกกำลังในพิธีเปิดโครงการความร่วมมือระหว่างเครือข่ายมหาวิทยาลัยจีน องค์กรธุรกิจไทย-จีน สมาคมผู้สื่อข่าวไทย-จีน  และสถาบันการศึกษาไทย เพื่อพัฒนาบุคลากรไทยตอบสนองตลาดแรงงานและองค์กรไทย-จีนในปัจจุบัน

  • Feb 02 , 2017

                  วิสดอม เอ็นเตอร์ไพร์ส จับมือ Rugby School  แห่งสหราชอาณาจักรหนึ่งในโรงเรียนเอกชนชั้นนำที่มีชื่อเสียงและได้รับความเชื่อถือมากว่า 450 ปี เตรียมเปิดโรงเรียนนานาชาติ Rugby School Thailand   ชูจุดแข็งด้วยหลักสูตรพัฒนาการศึกษาแบบองค์รวม ด้วยงบลงทุนกว่า 1,500 ล้านบาท ตอบโจทย์การศึกษาทั้งในประเทศและกลุ่มประเทศ CLMV

Management

  • May 02 , 2017

    การใช้ความเชี่ยวชาญของคนหมู่มากย่อมได้ไอเดียและแนวทางการแก้ปัญหาที่หลากหลายกว่ากลุ่มคนใดกลุ่มคนหนึ่ง การใช้สาธารณชนหรือบุคคลทั่วไปในการแก้ไขปัญหาหรือร่วมกันพัฒนาสินค้าร่วมกับองค์กรเรียกว่า Crowdsourcing การใช้ Crowdsourcing จะแตกต่างจาก Outsourcing เนื่องจากการ Outsource คือ การที่องค์กรจ้างผู้เชี่ยวชาญหรือบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญในการพัฒนาสินค้ามาพัฒนาระบบไอทีหรือแก้ปัญหาให้องค์กร แต่ Crowdsourcing คือ การเปิดให้บุคคลอื่นๆ ภายนอกองค์กร (ไม่ว่าจะเป็นผู้เชี่ยวชาญหรือไม่ใช่)

  • Apr 24 , 2017

    เทคโนโลยีโทรทัศน์และวิทยุกระจายเสียงมีมามากว่า 100 ปี มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ยุคโทรทัศน์ขาวดำ การใช้สัญญาณอนาล็อก และมีการพัฒนามาสู่ Digital TV และ Digital Radio ในปัจจุบัน นอกจากนี้สื่อที่มีคนบริโภคมากที่สุดยังคงเป็นโทรทัศน์และวิทยุ “ดังนั้นสามารถพูดได้ว่าอุตสาหกรรมวิทยุกระจายเสียงและโทรทัศน์ มีความสำคัญต่อชีวิตของคนทั่วไปเป็นอย่างมาก”  แนวโน้มของการพัฒนาอุตสาหกรรมวิทยุกระจายเสียงและโทรทัศน์ มีดังต่อไปนี้

  • Apr 16 , 2017
    การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย มีบริการที่สร้างความมั่นใจให้กับคุณ คือMEA Better Care Serviceที่ช่วยเติมเต็มบริการหลังเครื่องดื่มให้กับลูกค้าของเรา ได้ดีเยี่ยม 
 

Cool Case

  • Feb 14 , 2017

    อุทยานการเรียนรู้ TK park จัดเวทีบรรยายพิเศษว่าด้วยแนวโน้มนวัตกรรมห้องสมุดและแนวคิดการพัฒนาพื้นที่การเรียนรู้ การสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้สร้างสรรค์ และตัวอย่างโครงการส่งเสริมการเรียนรู้ที่ได้รับรางวัลระดับโลก ในงานประชุม สหปาฐกถาประจำปี TK Forum 2017 “Better Library and Learning Space: Trends and Ideas” ได้รับเกียรติจาก 3 วิทยากร จาก 3 ประเทศชั้นนำด้านการพัฒนาห้องสมุด เพื่อให้เกิดแนวคิดใหม่และเป็นแรงบันดาลใจในการปรับใช้พัฒนาต่อไปตามแนวคิด Learning in Digital Age ที่ประกาศเป็นแนวทางในปีนี้

  • Jan 09 , 2017

    The Internship ใน MBA บทความนี้เป็นคนละเรื่องกับ The Internship (2013) ภาพยนตร์ดังของฮอลลีวูดที่นำแสดงโดย วินซ์ วอห์น (Vince Vaughn) และ จาเร็ด สเติร์น (Jared Stern) ที่มีพล็อตเรื่องเกี่ยวกับวัฒนธรรมองค์กร (Corporate Culture) ของบริษัทยักษ์ใหญ่ไอทีโลก คือ บริษัท Google

  • Dec 22 , 2016

     

    โรคมะเร็งเป็นสาเหตุการตายของคนไทยเป็นอันดับหนึ่งติดต่อกันมากกว่า 10 ปี โดยมีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตัวเลขปี 2550 มีคนไทยเสียชีวิตด้วยมะเร็งทุกชนิดอยู่ที่ 53,434 ราย ในปี 2557 มีผู้เสียชีวิตจากมะเร็งทุกชนิดอยู่ที่ 70,075 ราย (ตามข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติ)

    องค์การอนามัยโลกรายงานพบผู้ป่วยโรคมะเร็งรายใหม่ทั่วโลกปีละประมาณ 14 ล้านคน เสียชีวิตด้วยสาเหตุที่เกี่ยวเนื่องจากมะเร็ง โดยคาดว่าจำนวนผู้ป่วยจะเพิ่มขึ้นถึง 70 เปอร์เซ็นต์ในช่วง 2 ทศวรรษต่อไป หรือจะมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 22 ล้านราย


    วิธีรักษาโรคมะเร็งในปัจจุบันที่นิยมกันประกอบด้วย การผ่าตัดก้อนมะเร็งออก การฉายรังสี โดยโฟกัสตรงจุดที่เป็นก้อนมะเร็งและเนื้อเยื่อรอบๆ เพื่อฆ่าเซลล์มะเร็ง หรืออาจจะเพื่อการรักษาหรือบรรเทาอาการ เคมีบำบัด หรือที่คุ้นเคยกันในชื่อว่าการทำคีโม เป็นวิธีการรักษาหรือบรรเทาอาการโดยการใช้ยาต้านมะเร็ง ซึ่งแพทย์จะเลือกใช้วิธีใดขึ้นอยู่กับประเภทและระยะของมะเร็ง รวมถึงความแข็งแรงและวิธีการรักษาที่ผู้ป่วยเคยได้รับมาก่อนหน้า

    จากจำนวนผู้ป่วยมะเร็งที่เพิ่มอย่างต่อเนื่องทำให้โรงพยาบาลทั้งภาครัฐและเอกชนให้ความสำคัญกับการดูแลผู้ป่วยโรคนี้ ขณะเดียวกันก็มีธุรกิจที่ทำหน้าที่สนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์ให้สามารถทำการรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น ด้วยการจำหน่ายเครื่องไม้เครื่องมือและดูแลบำรุงรักษาอุปกรณ์ต่างๆ ให้พร้อมใช้งานอย่างต่อเนื่อง

    หนึ่งในผู้ให้บริการรายใหญ่ในประเทศไทยคือ บริษัท บิสซิเนสอะไลเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ BIZ ผู้ดำเนินธุรกิจเป็นผู้จำหน่ายและติดตั้งชุดเครื่องมือทางการแพทย์สำหรับรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งด้วยวิธีรังสีรักษา (Radio-therapy) และให้บริการซ่อมบำรุงรักษาชุดเครื่องมือทางการแพทย์ดังกล่าว (Maintenance Service)

    สมพงษ์ ชื่นกิติญานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร BIZ ย้อนถึงจุดเริ่มต้นธุรกิจนี้ว่า ตนเรียนจบทางด้านรังสีเทคนิค และเข้าทำงานในโรงพยาบาลไประยะหนึ่ง จากนั้นก็ลาออกมาทำงานด้านการขายให้บริษัทอุปกรณ์การแพทย์ และมีโอกาสดูแลสินค้าตัวหนึ่งคือ การใช้รังสีรักษาโรคมะเร็ง ซึ่งเพิ่งเริ่มเข้ามาแนะนำในประเทศไทย

    “เราก็เห็นแนวโน้มว่า โรคมะเร็งมีแต่พัฒนาการมากขึ้น และเทคโนโลยีก็มีการเปลี่ยนแปลง เมื่อถึงจุดหนึ่งที่บริษัทเดิมมองแนวทางไม่เหมือนกับเรา เราก็เลยออกมาทำธุรกิจเอง ประกอบกับหุ้นส่วนของผมที่เคยอยู่บริษัทเดียวกันเขาดูแลด้านวิศวกรรม เราก็เลยออกมาตั้ง Business Alignment เมื่อปี 2543”

    สมพงษ์เล่าต่อว่าเหตุที่ตั้งชื่อบริษัทโดยไม่มีคำที่เกี่ยวข้องกับการแพทย์เลยนั้นเพราะมองว่าการทำธุรกิจไม่จำเป็นต้องอยู่เพียงแค่อุปกรณ์ทางการแพทย์ หากยังสามารถทำอย่างอื่นได้พร้อมกัน จึงตั้งเป็นชื่อกลางๆ รวมกับในช่วงที่เรียน MBA ก็ชอบคำว่า Business Alignment เพราะเป็นการวางแนวทางให้ธุรกิจต่างๆ กลมกลืนเข้าด้วยกัน ตามเป้าหมายขององค์กร ดังนั้นชื่อของบริษัทจึงหมายความว่าในอนาคตบริษัท BIZ ก็สามารถขยายไลน์ธุรกิจและผันตัวเองเป็น Holding Company ได้

    แม้ว่าช่วงที่ก่อตั้งบริษัทเป็นช่วงหลังวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 ที่ภาวะเศรษฐกิจในประเทศยังตึงตัว มีหลายคนเตือนว่าการออกจากงานในช่วงเวลานั้นเพื่อมาสร้างธุรกิจอาจจะลำบาก แต่ด้วยการมองเห็นโอกาสเช่นเดียวกับซัพพลายเออร์ในต่างประเทศที่มองแนวโน้มการรักษามะเร็งด้วยเครื่องมือชนิดนี้จะเติบโต เพราะเทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมากในช่วงปี 2537 ส่งผลให้ประสิทธิภาพการรักษาดีขึ้น ช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตให้แก่ผู้ป่วยโรคมะเร็ง

     

    ธุรกิจเงินทุนสูง
    การจำหน่ายเครื่องไม้เครื่องมือทางการแพทย์มีราคาสูง การลงทุนจึงต้องสูงตามไปด้วย เพราะต้องซื้อเครื่องมาก่อน เพื่อมาติดตั้งให้ลูกค้าแล้วจึงเก็บเงินได้ เงินทุนจึงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก

    เมื่อเริ่มตั้งบริษัทด้วยทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท สมพงษ์ และ วรวิทย์ สีลภูสิทธิ์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงินและทรัพยากรมนุษย์ บริษัท บิสซิเนสอะไลเม้นท์ จำกัด (มหาชน) (BIZ) 2 หุ้นส่วนใหญ่ ลงเงินคนละครึ่ง ดังนั้นการจะขายเครื่องมือราคา 40-50 ล้านบาท จึงต้องไปเจรจากับธนาคาร เพื่อขอกู้เงินมาใช้ทำธุรกิจ

    “เราก็ไปคุยกับแบงก์เอาสัญญาไปให้เขาดู เพราะสัญญานี้เป็นสัญญากับภาครัฐ เราก็ให้เขามั่นใจว่าเขาจะได้รับเงินก็เอาสิทธิในการรับเงินไปให้เขา แล้วไปกู้ เอาบ้านไปจำนอง เอาตัวเราไปค้ำประกัน แต่เราเพิ่งก่อตั้งเขาก็ยังไม่ค่อยมีความมั่นใจ เขาคงดูเราส่งมอบงานได้ไหม เก็บเงินได้หรือไม่ เรามีสัญญาไม่พอต้องเอาบ้านที่อยู่มาจำนอง ไปหาเงินกู้จากพวกญาติบางส่วน

    “ผมอาจจะโชคดี ปีแรกอาจจะเหนื่อยหน่อยต้องไปขอกู้เงินญาติบ้าง ธนาคารบ้าง และลูกค้าบางรายก็ช่วยผ่อนคลายเรื่องการชำระเงินให้เงินเราเร็วขึ้น อาจจะเป็นโชคดีที่เจอลูกค้าดีๆ ด้วย และโชคดีอีกอย่างที่ตั้งแต่ตั้งมาหนี้สูญเราไม่มี เพราะคู่ค้าเรามีแต่โรงพยาบาลใหญ่ๆ” สมพงษ์ กล่าว


    การนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai จึงเป็นการลดปัญหาด้านเงินลงทุน เนื่องจาก BIZ เป็นธุรกิจที่ต้องใช้เงินลงทุนเป็นช่วงเวลาสูง

    “สมมติมีโครงการสัก 400 ล้านต้องใช้เงินทุนเท่าไร และพวกนี้ไม่ใช่ว่าขายวันนี้อีก 30 วันเก็บเงินได้ เราขายวันนี้แล้วก็ยังต้องมีช่วงเวลาติดตั้ง ทำโน่นทำนี่ เร็วสุดเก็บเงินได้ประมาณ 6 เดือน นั่นหมายถึงว่าเงินจะต้องจมไปประมาณ 7 เดือน มีบางปีเราไปดูบันทึก จ่ายเฉพาะดอกเบี้ยเกือบ 20 ล้านเพราะกว่าจะเก็บเงินได้ และดอกเบี้ยก็ค่อนข้างสูง ถ้าเราลดภาระนี้ได้ การระดมทุนทำให้เรามีเงินก้อนหนึ่งมาเป็นเงินทุนหมุนเวียน นั่นทำให้ลดต้นทุนทางการเงินได้ ทำให้เพิ่มกำไรได้มากขึ้น และเมื่อเข้าสู่ตลาด การเจรจากับแบงก์เรื่องดอกเบี้ยก็พูดคุยได้ง่ายกว่า เมื่อเทียบกับตอนยังไม่ได้จดทะเบียน และอาจทำให้ความฝันของบริษัทเป็นจริงเร็วขึ้น”

     

    ผู้เชี่ยวชาญ
    หลายคนอาจจะมอง BIZ เป็นบริษัทเทรดดิงบริษัทหนึ่ง แต่สิ่งที่ BIZ ขายเป็นเครื่องมือทางการแพทย์ซึ่งมีความซับซ้อน ต้องใช้ห้องที่ออกแบบพิเศษและติดตั้งเครื่องเพื่อป้องกันรังสีไม่ให้เกิดอันตรายกับผู้อื่นในขณะที่ทำประโยชน์ให้ผู้ป่วย

    สมพงษ์เล่าว่า “สิ่งที่เราทำก็คือทำเป็น Service Provider ทางด้านนี้ สิ่งที่เราให้ลูกค้าคือ ให้คำแนะนำช่วยเหลือในการออกแบบห้องให้เกิดความปลอดภัยมากที่สุด และเราก็ให้ความช่วยเหลือจัดหาอุปกรณ์ทุกสิ่งทุกอย่าง เป็น one stop service เพราะเรามองเห็นว่าลูกค้าบางรายเขามีปัญหาตั้งแต่ห้อง เขาต้องทำห้องก่อสร้างก็บริษัทหนึ่ง เครื่องก็บริษัทหนึ่ง ก็อาจจะเกิดปัญหาว่าไม่เข้ากัน คือเดี๋ยวจะโทษกันไปกันมา เราก็มองดูแม้แต่การก่อสร้างปรับปรุงห้องเราก็รับผิดชอบ นั่นคือสิ่งที่เราเริ่มปรับกลยุทธ์เป็น Solution Provider ทางด้านรังสีรักษา เราปรับกลยุทธ์ให้แตกต่าง ใครจะทำด้านนี้ต้องคิดถึงเรา เข้ามาปรึกษา เครื่องต้องสามารถใช้งานได้จริง นั่นคือสิ่งที่เราวางกลยุทธ์ในการทำธุรกิจ ปัจจุบันเราก็วางตัวเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านนี้ ดังนั้นไม่ว่าเขาจะมีห้องอยู่เดิมหรือไม่มี เราก็สามารถให้คำปรึกษารวมถึงเรื่องการก่อสร้าง เราไม่มีบริษัทก่อสร้างเองแต่เรามีผู้รับเหมาที่สามารถไว้ใจได้และสามารถร่วมมือ เราทำหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของเขาเพื่อให้มั่นใจได้ว่าสิ่งที่ส่งมอบถูกต้องเป็นไปตามมาตรฐาน”

    เขาให้ข้อมูลต่อว่า ในประเทศไทยลักษณะการซื้อแบบ Solution Provider เป็นที่นิยม เนื่องจากบริษัทสามารถสรรหาอุปกรณ์ที่สามารถทำงานได้ทันที กลายเป็นจุดเด่นที่ BIZ นำเสนอให้แก่ลูกค้า

    สินค้าไฮเทค
    สมพงษ์เพิ่มเติมข้อมูลเรื่องเครื่องมือที่ BIZ จำหน่ายโดยย้อนอดีตวิธีการรักษาโรคมะเร็งด้วยรังสีที่มีมานานแล้ว คือการใช้แร่ธรรมชาติในการรักษา หรือที่รู้จักกันคือแร่โคบอลต์ แต่โคบอลต์มีปัญหาคือเมื่อพลังงานในก้อนแร่ลดลงจนถึงจุดหนึ่งจะใช้ไม่ได้ ต้องนำก้อนแร่ไปเก็บฝังเป็นกากกัมมันตรังสี ซึ่งเป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายให้ความใส่ใจค่อนข้างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากมีเหตุการณ์คนไปขโมยแร่และเกิดการรั่วไหลส่งผลให้เสียชีวิต

    จุดเด่นของเครื่องรุ่นใหม่คือ หากไม่มีกระแสไฟฟ้าเข้าไปในเครื่องก็จะไม่มีรังสีออกมา เป็นการทำงานคล้ายกันกับหลอดเอกซ์เรย์ที่ยิงด้วยพลังงานรังสีสูง และไม่มีกากกัมมันตรังสีให้ต้องกำจัด เมื่อเลิกใช้งานสามารถทิ้งได้เช่นเดียวกับเครื่องจักรอื่นๆ

    และการพัฒนาของเครื่องรุ่นใหม่ๆ ทำให้รังสีที่ได้มีอำนาจทะลุทะลวงได้ดีกว่า เมื่อรวมกับเครื่องมือที่ใช้ประกอบทำให้การรักษามีความแม่นยำมากขึ้น ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาให้ดียิ่งขึ้น

    “เราใช้คอมพิวเตอร์ควบคุมวางแผน ต่างๆ ทำให้การรักษามีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะเครื่องคอมพิวเตอร์วางแผนการรักษา เพราะการรักษามีองค์ประกอบมากมาย คอมพิวเตอร์วางแผนการรักษา คือเอาภาพที่เราซีทีสแกนมาวาง ว่าเราควรจะให้รังสีตรงไหนอย่างไรเพื่อที่จะได้ผลดีที่สุด และไม่ทำลายเนื้อเยื่อข้างเคียง ทุกอย่างที่เกี่ยวข้องเรามีหมด ไม่ใช่แค่มีเครื่องแล้วรักษาได้ การรักษาที่จะมีประสิทธิภาพที่ดีที่สุดคุณจะต้องมีอุปกรณ์ประกอบ” สมพงษ์อธิบาย

     

    ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับรังสี
    สมพงษ์ เล่าให้ฟังว่า ในอดีตหลายคนอาจจะเคยได้ยินกันมาว่าผู้ป่วยมะเร็งไปฉายรังสีหมายความว่าคนป่วยกำลังจะเสียชีวิต ซึ่งเป็นความเชื่อที่ผิด “ในอดีตที่เป็นอย่างนั้นเพราะคนที่มาพบก้อนมะเร็งมักจะเป็นมะเร็งระยะที่ 4 คือเป็นระยะสุดท้ายแล้ว ในอดีตทางการแพทย์การวินิจฉัยโรคมะเร็งยังไม่พัฒนา รู้อีกทีคือมีอาการแล้ว เป็นระดับ 4 แล้ว เกินเยียวยาเกือบทั้งหมด พอมาฉายแสงก็ช่วยทำให้ก้อนยุบ เพราะก้อนถูกทำลาย เราเคยทำงานด้านนี้ ผู้ป่วยก็ดีใจแต่เราก็รู้อยู่แล้วว่าอีกไม่นานเพราะโรคอยู่ในระยะที่เกินไปแล้ว คนก็บอกว่ามาฉายแสงแล้วตาย จะไม่ตายได้อย่างไร เพราะระยะโรคไปถึงขั้นนั้นแล้ว เราฉายแสงให้เขาเพื่อให้เขามีคุณภาพชีวิตที่เหลืออยู่ดีขึ้น ดังนั้นการรักษาโรคทุกโรคมีสองอย่าง คือหนึ่งทำให้หาย สองทำแค่บรรเทาอาการ”

    “ปัจจุบันเนื่องจากการแพทย์ในการวินิจฉัยพบได้เร็วขึ้น อยู่ขั้น 1-2 หรือ 3 ก็ตาม การรักษามีโอกาสหายเพิ่มมากขึ้น ทุกโรคเหมือนกันหมด ไม่จำกัดแค่โรคมะเร็ง เพียงแต่โรคมะเร็งพัฒนาการของโรค การเป็นโรคเร็วกว่าโรคอื่น อย่างวินิจฉัยวันนี้เป็นระดับ 1 ภายในเดือนเดียวอาจจะเป็น 2 หรือ 3 เลยก็ได้ ดังนั้นเมื่อวินิจฉัยว่าเป็นแล้วการรักษาจึงต้องเป็นไปอย่างเร่งด่วน ไม่ใช่ปล่อยไว้ได้ ยิ่งปล่อยไว้นานมากขึ้นโอกาสที่จะเป็นสเตจหลังๆ ก็มีมากขึ้น” สมพงษ์อธิบาย

    ปัจจุบันในประเทศไทยมีการใช้รังสีรักษาประมาณ 50-60 เปอร์เซ็นต์ของผู้ป่วยมะเร็ง เนื่องจากเครื่องมือมีประ-สิทธิภาพดีขึ้น รองลงมาคือการใช้คีโมและผ่าตัด ขึ้นกับอวัยวะที่เป็น เพราะมะเร็งบางอย่างไม่ไวต่อแสงทำให้การฉายรังสีไม่เกิดประโยชน์

     

    ความท้าทายของ BIZ
    สำหรับความท้าทายในการดำเนินงานของ BIZ ต่อไป สมพงษ์ บอกว่า สิ่งที่ยังคงต้องทำต่อเนื่องคือการเพิ่มยอดขายและสร้างความยั่งยืนทางรายได้ให้แก่บริษัท ซึ่งหมายถึงการมองหาธุรกิจเพิ่มเติมที่กำลังศึกษาแนวทางอยู่ ว่าจะมีอะไรที่เหมาะสมกับอนาคต โดยยังคงให้ความสนใจกับธุรกิจด้านการแพทย์ และสิ่งที่มองคือแนวโน้มสังคมผู้สูงอายุที่กำลังจะเกิดขึ้นในประเทศไทย เพราะไม่ว่าเศรษฐกิจจะเป็นอย่างไรเรื่องสุขภาพก็เป็นเรื่องที่ทุกคนให้ความใส่ใจดูแล

    สมพงษ์ปิดท้ายด้วยการตอกย้ำเรื่องการสื่อสารว่าเป็นความท้าทายที่ยังต้องดำเนินการ “การให้คนรู้ ก็เป็นการสร้างตลาดทางอ้อม เมื่อเขารู้ก็ไปถามโรง-พยาบาล ทำให้เขารู้ว่ามีทางเลือก ว่าสามารถมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น การทำให้เป็นที่รู้จักของโรงพยาบาลใหม่ๆ ผมเชื่อว่าหมอทุกคนมีจรรยาบรรณ ถ้ารู้ว่าเป็นทางเลือกที่ดีและดีต่อชีวิตคนเขาก็อยากให้ ถ้าผู้ป่วยเรียกร้องหมอเรียกร้องก็จะทำให้ธุรกิจเติบโตได้ดี และเหนือสิ่งอื่นใด ผู้ป่วยควรได้สิ่งที่เขาควรได้ ก็เป็นความท้าทาย ในการสื่อสารที่ต้องวางแผนให้รัดกุม ไม่ให้ถูกโจมตี ว่ากำลังไปชี้นำหรือทำให้คนเข้าใจผิด”