B SCHOOL

Hands-on Education By มทร.ล้านนา

จากวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษา ที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 โปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อให้ใหม่ว่า สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล อันมีหมายความว่า สถาบันเทคโนโลยีอันเป็นมงคลแห่งพระราชา สู่การยกระดับเป็นมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกระจายตัวอยู่ทั่วประเทศ เป็นแหล่งผลิตบุคลากรสู่ตลาดแรงงานที่สำคัญของชาติ

 

ในภาคเหนือภารกิจการผลิตบุคลากรที่มีทักษะความสามารถสู่ตลาดแรงงานเป็นหน้าที่ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา ศูนย์กลางการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในภูมิภาคภาคเหนือของประเทศ โดยมีการเรียนการสอน 4 ระดับ คือ ประกาศนีย-บัตรวิชาชีพ (ปวช.) ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ระดับปริญญาตรี และระดับปริญญาโท

 

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา (มทร.ล้านนา) ประกอบด้วย วิทยาเขตภาคพายัพ จัดการศึกษาใน 6 จังหวัด ประกอบด้วย เชียงราย เชียงใหม่ ลำปาง พิษณุโลก น่าน และตาก โดย มีเป้าหมายเป็นมหาวิทยาลัยนวัตกรรมเพื่อชุมชน ผลิตบัณฑิตนักปฏิบัติมืออาชีพ โดยใช้เทคโนโลยีเป็นพื้นฐาน

 

วิธีการผลิตบัณฑิตนักปฏิบัติมืออาชีพที่มีทักษะความสามารถตามที่ตลาดแรงงานต้องการ การพัฒนาบุคลากรของประเทศด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อรองรับการเติบโตของประเทศไทยสู่ Thailand 4.0 ที่ต้องการคนมีฝีมือมีความคิดสร้างสรรค์สามารถใช้ทักษะความรู้สร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ตนเองและระบบเศรษฐกิจ คือสิ่งที่ รศ.ดร.นำยุทธ สงค์ธนาพิทักษ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา ตั้งใจจะให้เกิดขึ้น

 

อธิการบดี มทร.ล้านนา เล่าย้อนกระบวนการเรียนการสอนในอดีตว่าแม้จะมีภาคปฏิบัติสอดแทรกอยู่บ้างแต่ยังไม่สามารถเข้าถึงแก่นแท้ที่เข้าไปเชื่อมโยงกับภาคประกอบการได้ ทาง มทร.ล้านนาจึงเพิ่มความเข้มข้นโดยร่วมมือกับภาคประกอบการ เพื่อสร้างพื้นฐานที่ดีให้แก่นักศึกษาของสถาบัน หรืออาจจะเรียกได้ว่าให้ผู้เรียนมือเปื้อนมากขึ้นเพื่อพัฒนาทักษะและความเข้าใจในงานที่ต้องทำในอนาคตให้สอดคล้องกับความรู้ทางวิชาการที่ได้รับจากสถาบันแห่งนี้

 

 

“พื้นฐานที่ดีก็หมายถึงว่านักศึกษาได้ลงมือทำของจริง ไม่ใช่ทำเฉพาะในห้องปฏิบัติการห้องทดสอบ ได้มีบรรยากาศการสร้างความคุ้นเคยเพื่อใช้เป็นฐานการเข้าทำงานตั้งแต่เด็ก” รศ.ดร.นำยุทธกล่าวและบอกต่อว่า การร่วมมือกับภาคประกอบการจะช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับผู้สำเร็จการศึกษาในเรื่องการได้งานทำ และยังเป็นการสร้างเครือข่ายเพื่อขยายผลความร่วมมือในด้านอื่นๆ ต่อไปในอนาคต 

 

ความร่วมมือนี้ยังช่วยให้อาจารย์ในมหาวิทยาลัยได้รับประสบการณ์จริงจากการเข้าไปดูและสัมผัสงานในภาคประกอบการ สามารถนำสิ่งที่ได้มาถ่ายทอดในรายวิชาต่างๆ ซึ่งส่งผลต่อการเรียนรู้ของนักศึกษาที่จะมีความเชื่อมั่นมากยิ่งขึ้น 

 

“เมื่ออาจารย์ได้เจอกับตัวเองได้ทำได้เห็นแล้วก็จะมีความเชื่อมั่นและไปได้ถูกทิศทางมากขึ้นกว่าเดิม ท้ายที่สุดเราผลิตคนที่ไปได้งานจริง ก็หวังว่าผลผลิตของที่นี่เมื่อเราได้ดำเนินการตามแนวทางนี้ก็จะทำให้ เด็กได้มีงานทำ สอง เด็กมีคุณสมบัติตามที่สถานประกอบการต้องการอย่างแท้จริง” รศ.ดร.นำยุทธกล่าว

 

กระบวนการสร้างบุคลากรที่มีขีดความสามารถรองรับกับความเปลี่ยนแปลงในอนาคต รศ.ดร.นำยุทธอธิบายว่า “แทนที่เราจะเรียนแบบเดิมที่เป็นสาขาวิชาเดี่ยวๆ ก็จะต้องรู้วิธีการประกอบการและการประกอบธุรกิจที่เราเรียกว่าเป็นเอสเอ็มอีนั่นก็เป็นอีกส่วนหนึ่ง การบูรณาการสาขาที่ตัวเองเรียนอยู่เชื่อมต่อกับสาขาอื่นๆ เพื่อเปิดช่องทางให้เขามีมุมมองในการใช้วิชาชีพเหล่านี้ดำเนินการด้วยตนเองและสร้างความเชื่อมั่นว่าวิธีการดำเนินการเหล่านี้ไม่ใช่เป็นเรื่องการผลิตอย่างเดียว แล้วให้คนอื่นจำหน่าย เป็นตัวเองที่ต้องทำเรื่องการตลาดผนวกเข้าไปด้วย เรื่องเหล่านี้ที่จะเปลี่ยนรูปแบบวิธีการ และยังต้องสร้างเครือข่ายเพิ่มเติมอีก ที่สำคัญคือโลกของเราแคบลง เพราะฉะนั้นไม่ว่าเรื่องภาษา ไอซีที การรู้จักประยุกต์ใช้ในวิชาชีพของเขาต้องครบถ้วน ก็คาดหวังว่าบัณฑิตไม่ว่าจะเป็นสาขาใดก็ตามจะต้องมีส่วนแทรกในวิชาในสาขาในบางเรื่องที่เปิดโอกาสให้เขาได้เห็นอาชีพที่กว้างขึ้นกว่าเดิมได้ เป็นเรื่องที่เราต้องสร้างโอกาสให้เขาได้คิดได้แสวงหาสิ่งใหม่ๆ โจทย์เหล่านี้เรากำลังทำกันอยู่ เริ่มต้นจากกลุ่มเล็กๆ ค่อยๆ ขยายผลต่อไป และต้องทำร่วมกับภาคประกอบการเป็นเรื่องที่จำเป็น”

 

เปิดประตูอาชีพให้กว้างขึ้น

 

รศ.ดร.นำยุทธ ระบุว่าสิ่งที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลแตกต่างจากการศึกษาในระดับอุดมศึกษาอื่นๆ คือการเน้นภาคปฏิบัติให้กับนักศึกษา ตามปรัชญาการผลิตบัณฑิตของสถาบัน แต่อีกส่วนหนึ่งที่สถาบันต้องมุ่งเน้นคือการสร้างเส้นทางอาชีพให้แก่บัณฑิตที่จบไป “ฐานส่วนหนึ่งมาจากการสร้างความเชื่อมั่นว่าต้องมีงานทำ เขาก็ต้องแสวงหางานของตัวเองส่วนหนึ่ง ที่มองเลยจากการมีงานทำก็คือ การเติบโตในอาชีพของเขา เราต้องคล้ายๆ ว่าเปิดประตูให้กว้างกว่าเดิม เมื่อก่อนแค่ทำงานได้ก็พอแล้ว อาจจะคิดขอให้มีงานทำ แต่เราจะต้องคิดไกลกว่านั้น ในแง่ของผม เราต้องเปิดช่องทางให้มีการทำงานที่ดีขึ้นและก้าวหน้าขึ้นด้วยศักยภาพที่เขาได้เรียนรู้มา ด้วยศักยภาพที่เขามองไกลออกไป เขาสามารถเป็นหัวหน้างานได้ เป็นผู้บริหารจัดการได้ 

 

พูดง่ายมากแต่ทำได้หรือไม่อยู่ที่ความตั้งใจที่จะทำ และให้เขาได้เข้าใจแต่ต้นว่าถ้าลักษณะงานเช่นนี้จะมีบันไดในการเติบโตอย่างไร ทำให้ผู้ที่ลงทุนประกอบการต่างๆ ไม่ว่าจะผลิตหรือสร้างนวัตกรรม มีความเชื่อมั่นว่าถ้าได้คนอย่างนี้มาเขาไม่ย้ายงานบ่อยๆ ต้องมีรูปแบบในการทำเรื่องเหล่านี้ และเดี๋ยวนี้เราก็จะเห็นว่าคนไทยเราออกไปทำงานในต่างประเทศ ก็จะเป็นการเตรียมการรองรับไว้ด้วย” 

 

RCDL

 

การผลิตบุคลากรเพื่อรองรับไทยแลนด์ 4.0 สิ่งสำคัญที่บัณฑิตจาก มทร.ล้านนา ต้องมีคือทักษะภาษาอังกฤษ และเรื่องสารสนเทศ 

 

เรื่องภาษาอังกฤษ มทร.ล้านนามีศูนย์ภาษาอยู่ทุกพื้นที่ทำหน้าที่พัฒนาทักษะภาษาอังกฤษของนักศึกษาตลอดเวลาที่เรียนอยู่ในมหาวิทยาลัย ขณะที่การพัฒนาสารสนเทศ หรือไอซีที ก็มีการนำมาตรฐาน ICDL (International Computer Driving Licence) ซึ่งเป็นมาตรฐานของยุโรปมาปรับให้เหมาะกับบริบทการเรียนการสอนของ มทร.ล้านนา กลายเป็น RCDL เพื่อพัฒนาสมรรถภาพด้านไอซีทีของนักศึกษา มทร.ล้านนา เป็น Rajamangala Universtiy of Technology Lanna Computer Driving Licence หรือ การฝึกอบรมและทดสอบมาตรฐานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (RCDL) เพื่อสร้างมาตรฐานไอซีทีให้แก่บุคลากรและนักศึกษาในระดับสากล โดยสามารถนำความรู้ที่ได้จาก RCDL ไปสอบเทียบมาตรฐาน ICDL ได้ต่อไป

 

Work Integrated Learning

 

เราไปพูดคุยกับตัวอย่างการผลิตบัณฑิตนักปฏิบัติด้วยกระบวนการ Work Integrated Learning ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา ที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ โดย ดร.กิจจา ไชยทนุ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหา-วิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา เป็นผู้ให้ข้อมูล เรื่องการสร้างบุคลากรที่มีสมรรถภาพตรงกับงานที่จะเข้าไปปฏิบัติ โดย มทร.ล้านนา ปรับปรุงกระบวนการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับความต้องการของภาคประกอบการ 

 

 

เริ่มจาก การจัดทำหลักสูตร ร่วมกับภาคประกอบการมาร่วมกันร่างหลักสูตรเพื่อให้การเรียนการสอนตรงกับที่ภาคประกอบการต้องการ “เราร่วมกัน 3 ฝ่าย ประกอบด้วยมหาวิทยาลัย องค์กรวิชาชีพของรัฐ และสถานประกอบการ เพื่อพัฒนาผู้เรียนไปสู่เป้าหมาย”

 

ต่อมาคือการเรียนการสอน ที่เน้นให้นักศึกษาไปเรียนรู้ในภาคประกอบการมากขึ้น มีการเชิญผู้เชี่ยวชาญจากภาคประกอบการมาร่วมให้ความรู้ในบางหัวข้อ เช่น เทคโนโลยีใหม่ๆ ในภาคประกอบการ 

 

อีกส่วนที่สำคัญคือการพัฒนาครู โดยการส่งอาจารย์ใหม่ไปอยู่กับภาคประกอบการอย่างน้อย 4 เดือนเพื่อเรียนรู้ความต้องการของภาคประกอบการ และเรียนรู้ทักษะต่างๆ จากภาคประกอบการ เพื่อกลับมาสอนนักศึกษาต่อไป

 

ดร.กิจจา อธิบายเรื่องหลักสูตรใหม่ที่จะเริ่มใช้เรียนในปีการศึกษา 2560 นี้เพิ่มเติมว่า “เราเริ่มต้นจากอาชีพ จากอาชีพเราค่อยมาเขียนเนื้อหาหลักสูตร เช่นว่าถ้าเขาเขียนโปรแกรมได้เขาต้องเรียนรู้อะไร ค่อยมาเป็นองค์ความรู้ จากองค์ความรู้ค่อยมาแตกเป็นรายวิชา แล้วถ้าเรียนครบตามนี้เขาจะมีองค์ความรู้เพียงพอไปประกอบอาชีพนี้ได้ นี่คือแนวทางที่เราทำ” 

 

เนื้อหาหลักสูตรที่เปลี่ยนไปคือการเน้นชั่วโมงปฏิบัติเพิ่มมากขึ้น จากสัดส่วนทฤษฎีต่อภาคปฏิบัติที่ 50 : 50 เป็น 35 - 40 : 60 - 65 และลดหน่วยกิตที่ต้องเรียนลงไปให้เกิดความเหมาะสม โดยการเรียนการสอนจะมีความยืดหยุ่นเพิ่มขึ้น อาจารย์จะเปลี่ยนรูปแบบการสอนเป็นการให้คำแนะนำเพิ่มขึ้น ขณะที่นักศึกษาก็จะต้องไปศึกษาเพิ่มเติมเองบางส่วน 

 

โรงเรียนโรงงาน 

 

ดร.กิจจา กล่าวถึงอีกโครงการหนึ่งที่ช่วยสร้างบัณฑิตนักปฏิบัติว่า “โจทย์หนึ่งจากภาคประกอบการคือ วันนี้แม้เด็กไปฝึกประสบการณ์จริง บางทีความรู้บางอย่างในโรงงานเขาก็ไม่สามารถเรียนรู้ได้ เราก็ทดลองอยู่ 2 ระดับ ระดับที่ 1 คือ ปวส. ซึ่งเป็นระดับที่มีความต้องการแรงงานอย่างมากในประเทศไทย ระดับที่ 2 คือปริญญาตรี”

 

ในระดับ ปวส. เนื่องจากภาคประกอบการ ขาดแคลนแรงงานในระดับนี้จำนวนมาก เพราะค่านิยมการเรียนปริญญาตรี จึงเกิดโครงการที่จะสนับสนุนผู้เรียน ปวส. ให้เข้าไปทำงานในโรงงานของบริษัทสตาร์ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ไปพร้อมกับการเรียน ปวส. โดยภาคเอกชนพร้อมจะสนับสนุนในทุกด้าน เป็นการสนับสนุนการศึกษาให้กับผู้เรียนที่ด้อยโอกาสขาดทุนทรัพย์ 

 

 

รูปแบบการเรียนและทำงานคือ ในช่วงเช้าผู้เรียนก็จะเป็นพนักงานอยู่ในไลน์การผลิต ในช่วงเย็นก็มาเรียนหนังสือ จากอาจารย์ของ มทร.ล้านนา ที่เดินทางไปสอนถึงโรงงานในวิชาทฤษฎี ส่วนวิชาปฏิบัติก็ใช้การเทียบโอนประสบการณ์การทำงานที่ทำอยู่เข้ามา 

 

โดยอาจารย์จะต้องเข้าไปดูในโรงงานว่าวิชาที่สอนนั้นจะสามารถประยุกต์สิ่งที่มีในโรงงานในเรื่องใดบ้าง เป็นการให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้จากของจริงในโรงงาน 

 

ดร.กิจจา ให้ข้อมูลว่า “ถ้าเทียบความรับผิดชอบคนที่เรียนในโรงเรียนกับในโรงงาน คนในโรงงานมีความรับผิดชอบมากกว่า ผลการเรียนก็ดีกว่า เข้าใจเนื้อหาวิชาได้ดีกว่า เพราะเห็นของจริง”

 

ในระดับปริญญาตรี คณะวิศวกรรม-ศาสตร์ มทร.ล้านนา มีหลักสูตรครุศาสตร์อุตสาหกรรมบัณฑิตที่ไปร่วมกับบริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ BDI Group ที่เป็นเจ้าของวิทยาลัยเทคโนโลยีไทย-ไต้หวัน ผลิตบัณฑิต โดย ดร.กิจจาเล่าว่า

 

“ปี 1 จะไปเรียนรู้ระบบในโรงงานทั้งหมด เช่น โรงงาน 6 กระบวนการก็จะเวียนไปอยู่ทุกขั้นตอน แต่ละขั้นตอนก็จะมีหัวหน้างานของเขาเป็นพี่เลี้ยง สอดแทรกกับวิชาทฤษฎีที่เราเอาครูไปสอน พอขึ้นปี 2 เขาก็เป็นผู้ช่วยหัวหน้างาน ขณะเดียวกันเขาก็จะเรียนรู้เรื่องการถ่ายทอด เรียนรู้วิชาครู ควบคู่กับการเป็นผู้ช่วยหัวหน้างาน พอขึ้นปี 3 เขาไปฝึกสอน ครึ่งหนึ่ง อีกครึ่งหนึ่งทำโพรเจ็กต์ในโรงงาน สลับกันอย่างนี้ เมื่อเขาจบ ก็จะไปเป็นครูสอนอาชีวศึกษา จะไปเป็นเทรนนิงในสถานประกอบการ” 

 

นอกจากนี้ มทร.ล้านนายังมีการไปพูดคุยกับภาคประกอบการอื่นๆ เพื่อจัดทำหลักสูตรที่ประเทศไทยยังขาดแคลนบุคลากร เช่น หลักสูตรเหมืองแร่ หลักสูตรจักรกลหนัก เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของภาคประกอบการ และหากสามารถเชื่อมโยงหลักสูตรจนจบระดับปริญญาตรีได้ก็จะเป็นประโยชน์มากยิ่งขึ้น 

 

โครงการสถานศึกษาในสถานประกอบการ (Work Integrated Learing) ของ มทร.ล้านนา ยังมีความร่วมมือกับสถานประกอบการอื่นอีก เช่น ซีพีออลล์ เซ็นทรัลรีเทล สยามมิชลิน ไทยนิชิ และสยามคูโบต้า เป็นต้น ที่ทำโครงการในลักษณะเดียวกันนี้

 

TVET Hub Lanna

 

ภารกิจอีกด้านในการสร้างบุคลากรนักปฏิบัติให้แก่อุตสาหกรรมต่างๆ ของประเทศไทย คือการผลิตครูผู้พร้อมสร้างบุคลากรนักปฏิบัติ โดยเริ่มตั้งแต่ระดับโรงเรียนมัธยม อาชีวะศึกษา วิทยาลัยเทคนิคต่างๆ ด้วยเทคนิคการเรียนการสอนที่ทำให้ผู้เรียนเข้าใจวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับอาชีพในอนาคตได้ เป็นจุดเริ่มต้นของ TVET HUB Lanna 

 

 

ผศ.ดร.นิวัตร มูลปา ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคโนโลยีและสหวิทยาการ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา อธิบายเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า TVET ย่อมาจาก Technical Vocational Education and Training โดยจะเป็นฮับที่ประสานงานสร้างพื้นที่ให้ทุกฝ่ายมาพูดคุยกันเพื่อสร้างคนสู่อุตสาหกรรม 

 

ภารกิจของที่นี่คือการเชื่อมโยงอุดมศึกษาโดยการวางรูปแบบการศึกษาใหม่ให้แก่การศึกษาระดับอาชีวศึกษา ยกระดับอาชีวศึกษาสู่อุตสาหกรรม เชื่อมโยงอาชีวศึกษาและมัธยม ยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษา โดยนำเนื้อหาจากผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมเข้ามาพัฒนาคุณภาพการศึกษา 

 

ผศ.ดร.นิวัตร ยกตัวอย่างการสร้างบุคลากรวิชาชีพเช่นแพทย์ที่มีโรงพยาบาลเป็นที่ทำงานของแพทย์ โดยมีคณะแพทย์เปิดการเรียนการสอนอยู่ใกล้ๆ นักศึกษาแพทย์สามารถเรียนรู้จากเคสจริงในโรงพยาบาลก่อนจะจบเป็นแพทย์ที่มีทักษะในด้านต่างๆ ซึ่งกลุ่มช่างกลุ่มวิศวกรรมก็ควรจะไปในทิศทางเดียวกัน คือการยกระดับอาชีวศึกษา ด้วยการมีภาคประกอบการมาสนับสนุนการสร้างบุคลากร การพัฒนาโครงสร้างการเรียนการสอน หลักสูตรและเนื้อหาโดยใช้เนื้อหาจากภาคอุตสาหกรรมมาเรียนรู้ 

 

ผศ.ดร.นิวัตร อธิบายวิธีการทำงานของ TVET ว่า มีเป้าหมายอยู่ที่ 2 กลุ่มคือกลุ่มอาชีวะ ที่ร่วมกับ วิทยาลัยเทคนิค พะเยา เชียงราย แพร่ น่าน และ มัธยมศึกษา ที่มีโรงเรียนเครือข่าย เช่น ดอยสะเก็ดวิทยาคม ลองวิทยาจังหวัดแพร่ เวียงป่าเป้าวิทยาคม ที่มีการร่วมเปิดห้องเรียนวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีอุตสาหกรรมในโรงเรียน และเตรียมคนเข้าเรียนระดับอาชีวศึกษา รวมถึงที่โรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย ทำห้องเรียนวิศวกรรมและเทคโนโลยีตั้งแต่ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 เพื่อสร้างนักเรียนที่สนใจด้านหุ่นยนต์ 

 

มัธยมอื่น คือการเตรียมคนเข้าสู่อุตสาหกรรม เตรียมคนเข้าเรียนปวส. เรียนวิศวะแนวปฏิบัติ จบ ม.6 เข้า ปวส. โรงเรียนโรงงาน หรือเก่งในกลุ่มก็เข้า มทร.ล้านนา ชอบทำงานเรียนต่อได้ไปเข้า ปวส. อาชีวะที่เป็นพาร์ตเนอร์เรา 1 ปีในวิทยาลัย 1 ปีในโรงงานทวิภาคี หรือเข้าโรงเรียนโรงงานของล้านนาเลย 2 ปีเต็ม”

 

 

STEM For TVET 

 

ผศ.ดร.นิวัตร เล่าว่า STEM for TVET เป็นวิธีการจากสหรัฐอเมริกา ที่มทร.ล้านนาเลือกแพ็กเกจเฉพาะวิชาฟิสิกส์มาเพื่อให้เกิดการประยุกต์ ให้เห็นภาพการเรียนรู้วิทยาศาสตร์กับงานของจริง ผ่านวิธีการถ่ายทอด ศาสตร์การสอน 7 E เพื่อเป็นต้นแบบให้แก่วิทยาลัยเทคนิค โดยเน้นสร้างครู ระบบ และเนื้อหา ตั้งแต่ระดับมัธยมศึกษาจนถึงอุดมศึกษา

 

วิธีการคือไปเชิญครูโรงเรียนมัธยมและอาชีวศึกษามาเวิร์กช็อปเนื้อหา STEM For TVET เพื่อสร้างคู่มือนำไปสอนนักเรียนในโรงเรียน เป็นวิธีการใช้อุตสาหกรรมนำแล้วเขียนเนื้อหาการเรียนการสอนขึ้นมาใหม่ 

 

 

ผศ.ดร.นิวัตรอธิบายว่า เป็นการผสมระหว่างวิชาการกับทักษะการทำงานอุตสาหกรรมผสมให้เป็นเนื้อหาวิชาที่สนับสนุนกัน “ปฏิบัติเสร็จต้องมีทฤษฎีอธิบาย มีวิทยาศาสตร์อธิบาย ในงานที่กำลังทำ ตัวอย่างเช่น งานกลึงเหล็ก ทักษะที่ครูช่างทำเป็นอย่างไร กำหนดแบบตามมาตรฐานอุตสาหกรรม แบบต้องได้ก่อน ครูช่างก็จะเขียนใบงานว่าขั้นตอนการทำงานแต่ละขั้นตอนมีมาตรฐานอะไรอย่างไร เป็นความรู้ช่าง ใช้สูตรไหนคำนวณ อีกด้านหนึ่งความรู้เชิงวิทยาศาสตร์ที่มาเสริมคือ STEM วิทยาศาสตร์เทคโนโลยีวิศวกรรมทั้งหลาย กลึงอยู่มีดตัดเหล็กมีแรงไหม และคำนวณอย่างไร อธิบายเป็นวิทยาศาสตร์ คำนวณกำลัง คำนวณแรงเสียดทาน คำนวณแรงตัดเฉือน นี่คือวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมคือตั้งแต่ออกแบบงาน สร้างจนได้ชิ้นงาน การจะเริ่มกระบวนการสร้างออกแบบ ดีไซน์ รับโจทย์ออกแบบลงไปทำงาน คือวิศวกรรมต้องทำตั้งแต่สร้างดีไซน์ทำเป็นชิ้นงานออกมา เวิร์กช็อปครูทำแล้วเราคอมเมนต์ ไปดูนักเรียนทำงาน ครูก็ไปอยู่กับนักเรียน ครูมัธยมก็ไม่ต้องเก่งเหมือนครูช่าง ไปช็อปแล้ว ครูช่างก็อธิบายงานให้ครูมัธยม ครูมัธยมก็เล่าวิทยาศาสตร์ให้ครูช่างเป็นกลุ่มทำงานร่วมกัน”

 

ผศ.ดร.นิวัตร วางเป้าหมายว่า จะสามารถสร้างครูต้นแบบได้ปีละประมาณ 30 คน และจะขยายตัวไปเรื่อยๆ ทั้งโรงเรียนมัธยมและวิทยาลัยเทคนิคในภาคเหนือ โดยคาดว่า เมื่อจบโครงการ จะมีวิทยาลัยเทคนิคในภาคเหนือ 30 แห่ง และมีโรงเรียนมัธยมที่เปิดการเรียนร่วมกัน 15 แห่ง และแบบที่นำนักเรียนมาเรียนระยะสั้น 80-100 แห่ง 

 

เหล่านี้คือตัวอย่างกระบวนการผลิตแรงงานนักปฏิบัติสู่ภาคอุตสาหกรรมโดย มทร.ล้านนา ที่เตรียมระบบการสร้างบุคลากรตั้งแต่เริ่มในชั้นมัธยม เตรียมครูผู้สอนให้สามารถช่วยเหลือผู้เรียน ต่อเนื่องมายังหลักสูตรในระดับปวช. ปวส. ปริญญาตรีและโท เพื่อสร้างคนที่มีความรู้และทักษะในการทำงาน มีความมุ่งมั่น ตรงตามที่อุตสาหกรรมและประเทศชาติต้องการ

MAGAZINE

 

 

 



New News

  • May 22 , 2017

    กล้องถ่ายภาพด่วน Instax ที่ใช้เทคโนโลยีดิจิตอลและ อินสแตกซ์ในตัวเดียวกัน ในรูปแบบใหม่สี่เหลี่ยมจัตุรัส (Square) เจาะกลุ่มผู้รักแก็ดเจ็ตและรักการถ่ายภาพ ตั้งเป้ายอดขายภายในสิ้นปี มากกว่า 5,000 ตัว

  • May 19 , 2017

    บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ "ดีแทค” มุ่งสู่การเป็นแบรนด์ดิจิทัลอันดับ 1 ในประเทศไทย ด้วยการสร้างปรากฏการณ์ดิจิทัลอย่างครบวงจร

  • May 16 , 2017

    เอปสัน ในฐานะผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จัดงาน Epson Meet and Greet with Manchester United Legend เชิญแฟนคลับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดผู้โชคดีจากกิจกรรมทางเฟสบุคเอปสัน กระทบไหล่ตำนานกองหลังเสื้อหมายเลข 27 มิคาเอล ซิลแวสตร์ โดยมีนายอนันต์พล นนทพันธุ์ ผู้จัดการทั่วไป เอปสัน ประเทศไทย ให้การต้อนรับพร้อมแลกเสื้อฉลองการก้าวเข้าสู่ปีที่ 27 ของเอปสัน ประเทศไทย ที่โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯ เมื่อเร็วนี้

 

Editor Observation

  • Apr 26 , 2017

    สิ่งมีชีวิตเกือบทั้งหมดบนโลกใบนี้ ดำเนินไปได้ด้วยพลังงานจากดวงอาทิตย์ พลังงานของดวงอาทิตย์เป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับชีวิต ให้ชีวิตได้มีพละกำลังที่จะขับเคลื่อนดำเนินต่อไปและสืบสายพันธุ์ลูกหลานต่อไปได้เรื่อยๆ บนโลกใบนี้ (หรืออาจจะบนโลกใบอื่นด้วยหรือเปล่าก็ไม่รู้?) ตราบเท่าที่ “ดวงตะวันยังคงส่องแสง”

  • Apr 03 , 2017

    ยุทธจักร มีเดีย/เอ็นเตอร์เทนเมนต์มีจอมยุทธยอดฝีมืออยู่ไม่น้อย ที่ยังโลดแล่นอยู่ในวงการ และร่วมฝ่าคลื่นฝืนลมแห่งการเปลี่ยนแปลงอันรุนแรงอย่างกระแทกกระทั้น เพราะเนื่องมาแต่ Paradigm Shift ของเทคโนโลยีระดับโลกและพฤติกรรมการบริโภคสื่อของผู้คนอยู่ในขณะนี้

  • Dec 28 , 2016

    แม้ขณะนี้ นโยบาย "อัตราดอกเบี้ยติดลบ" ยังมาไม่ถึงเมืองไทย ก็ใช่ว่าผู้ฝากเงินอย่างพวกเราจะนิ่งนอนใจได้

 

School Move

  • Mar 17 , 2017

    สถาบันแนะแนวการศึกษาคริมสัน ผู้นำที่ปรึกษาด้านการศึกษาระดับโลก เปิดสาขาใหม่ในกรุงเทพมหานครเพื่อผลักดันนักเรียนไทยและนักเรียนทุกคนทั่วโลก สามารถเข้าถึงเครือข่ายติวเตอร์ ที่ปรึกษา และผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ ที่คอยให้คำปรึกษากว่า 2,000 คนทั่วโลก

  • Feb 14 , 2017

    สมาคมแลกเปลี่ยนบุคคลากรไทย-จีน ร่วมกับเครือข่ายมหาวิทยาลัยจีน หรือ China Campus Network (CCN), สมาคมผู้สื่อข่าวไทย-จีน, สมาคมการค้าวิสาหกิจจีน-ไทย, ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศจีน กรุงเทพฯ, สำนักข่าวซินหัวประจำกรุงเทพฯ, สถานีวิทยุซีอาร์ไอประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และโรงเรียนภาษาสายสัมพันธ์ ร่วมจัดการแข่งขันภาษาจีน Friendship Cup ครั้งที่ 9 พร้อมผนึกกำลังในพิธีเปิดโครงการความร่วมมือระหว่างเครือข่ายมหาวิทยาลัยจีน องค์กรธุรกิจไทย-จีน สมาคมผู้สื่อข่าวไทย-จีน  และสถาบันการศึกษาไทย เพื่อพัฒนาบุคลากรไทยตอบสนองตลาดแรงงานและองค์กรไทย-จีนในปัจจุบัน

  • Feb 02 , 2017

                  วิสดอม เอ็นเตอร์ไพร์ส จับมือ Rugby School  แห่งสหราชอาณาจักรหนึ่งในโรงเรียนเอกชนชั้นนำที่มีชื่อเสียงและได้รับความเชื่อถือมากว่า 450 ปี เตรียมเปิดโรงเรียนนานาชาติ Rugby School Thailand   ชูจุดแข็งด้วยหลักสูตรพัฒนาการศึกษาแบบองค์รวม ด้วยงบลงทุนกว่า 1,500 ล้านบาท ตอบโจทย์การศึกษาทั้งในประเทศและกลุ่มประเทศ CLMV

Management

  • May 02 , 2017

    การใช้ความเชี่ยวชาญของคนหมู่มากย่อมได้ไอเดียและแนวทางการแก้ปัญหาที่หลากหลายกว่ากลุ่มคนใดกลุ่มคนหนึ่ง การใช้สาธารณชนหรือบุคคลทั่วไปในการแก้ไขปัญหาหรือร่วมกันพัฒนาสินค้าร่วมกับองค์กรเรียกว่า Crowdsourcing การใช้ Crowdsourcing จะแตกต่างจาก Outsourcing เนื่องจากการ Outsource คือ การที่องค์กรจ้างผู้เชี่ยวชาญหรือบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญในการพัฒนาสินค้ามาพัฒนาระบบไอทีหรือแก้ปัญหาให้องค์กร แต่ Crowdsourcing คือ การเปิดให้บุคคลอื่นๆ ภายนอกองค์กร (ไม่ว่าจะเป็นผู้เชี่ยวชาญหรือไม่ใช่)

  • Apr 24 , 2017

    เทคโนโลยีโทรทัศน์และวิทยุกระจายเสียงมีมามากว่า 100 ปี มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ยุคโทรทัศน์ขาวดำ การใช้สัญญาณอนาล็อก และมีการพัฒนามาสู่ Digital TV และ Digital Radio ในปัจจุบัน นอกจากนี้สื่อที่มีคนบริโภคมากที่สุดยังคงเป็นโทรทัศน์และวิทยุ “ดังนั้นสามารถพูดได้ว่าอุตสาหกรรมวิทยุกระจายเสียงและโทรทัศน์ มีความสำคัญต่อชีวิตของคนทั่วไปเป็นอย่างมาก”  แนวโน้มของการพัฒนาอุตสาหกรรมวิทยุกระจายเสียงและโทรทัศน์ มีดังต่อไปนี้

  • Apr 16 , 2017
    การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย มีบริการที่สร้างความมั่นใจให้กับคุณ คือMEA Better Care Serviceที่ช่วยเติมเต็มบริการหลังเครื่องดื่มให้กับลูกค้าของเรา ได้ดีเยี่ยม 
 

Cool Case

  • Feb 14 , 2017

    อุทยานการเรียนรู้ TK park จัดเวทีบรรยายพิเศษว่าด้วยแนวโน้มนวัตกรรมห้องสมุดและแนวคิดการพัฒนาพื้นที่การเรียนรู้ การสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้สร้างสรรค์ และตัวอย่างโครงการส่งเสริมการเรียนรู้ที่ได้รับรางวัลระดับโลก ในงานประชุม สหปาฐกถาประจำปี TK Forum 2017 “Better Library and Learning Space: Trends and Ideas” ได้รับเกียรติจาก 3 วิทยากร จาก 3 ประเทศชั้นนำด้านการพัฒนาห้องสมุด เพื่อให้เกิดแนวคิดใหม่และเป็นแรงบันดาลใจในการปรับใช้พัฒนาต่อไปตามแนวคิด Learning in Digital Age ที่ประกาศเป็นแนวทางในปีนี้

  • Jan 09 , 2017

    The Internship ใน MBA บทความนี้เป็นคนละเรื่องกับ The Internship (2013) ภาพยนตร์ดังของฮอลลีวูดที่นำแสดงโดย วินซ์ วอห์น (Vince Vaughn) และ จาเร็ด สเติร์น (Jared Stern) ที่มีพล็อตเรื่องเกี่ยวกับวัฒนธรรมองค์กร (Corporate Culture) ของบริษัทยักษ์ใหญ่ไอทีโลก คือ บริษัท Google

  • Dec 22 , 2016

     

    โรคมะเร็งเป็นสาเหตุการตายของคนไทยเป็นอันดับหนึ่งติดต่อกันมากกว่า 10 ปี โดยมีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตัวเลขปี 2550 มีคนไทยเสียชีวิตด้วยมะเร็งทุกชนิดอยู่ที่ 53,434 ราย ในปี 2557 มีผู้เสียชีวิตจากมะเร็งทุกชนิดอยู่ที่ 70,075 ราย (ตามข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติ)

    องค์การอนามัยโลกรายงานพบผู้ป่วยโรคมะเร็งรายใหม่ทั่วโลกปีละประมาณ 14 ล้านคน เสียชีวิตด้วยสาเหตุที่เกี่ยวเนื่องจากมะเร็ง โดยคาดว่าจำนวนผู้ป่วยจะเพิ่มขึ้นถึง 70 เปอร์เซ็นต์ในช่วง 2 ทศวรรษต่อไป หรือจะมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 22 ล้านราย


    วิธีรักษาโรคมะเร็งในปัจจุบันที่นิยมกันประกอบด้วย การผ่าตัดก้อนมะเร็งออก การฉายรังสี โดยโฟกัสตรงจุดที่เป็นก้อนมะเร็งและเนื้อเยื่อรอบๆ เพื่อฆ่าเซลล์มะเร็ง หรืออาจจะเพื่อการรักษาหรือบรรเทาอาการ เคมีบำบัด หรือที่คุ้นเคยกันในชื่อว่าการทำคีโม เป็นวิธีการรักษาหรือบรรเทาอาการโดยการใช้ยาต้านมะเร็ง ซึ่งแพทย์จะเลือกใช้วิธีใดขึ้นอยู่กับประเภทและระยะของมะเร็ง รวมถึงความแข็งแรงและวิธีการรักษาที่ผู้ป่วยเคยได้รับมาก่อนหน้า

    จากจำนวนผู้ป่วยมะเร็งที่เพิ่มอย่างต่อเนื่องทำให้โรงพยาบาลทั้งภาครัฐและเอกชนให้ความสำคัญกับการดูแลผู้ป่วยโรคนี้ ขณะเดียวกันก็มีธุรกิจที่ทำหน้าที่สนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์ให้สามารถทำการรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น ด้วยการจำหน่ายเครื่องไม้เครื่องมือและดูแลบำรุงรักษาอุปกรณ์ต่างๆ ให้พร้อมใช้งานอย่างต่อเนื่อง

    หนึ่งในผู้ให้บริการรายใหญ่ในประเทศไทยคือ บริษัท บิสซิเนสอะไลเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ BIZ ผู้ดำเนินธุรกิจเป็นผู้จำหน่ายและติดตั้งชุดเครื่องมือทางการแพทย์สำหรับรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งด้วยวิธีรังสีรักษา (Radio-therapy) และให้บริการซ่อมบำรุงรักษาชุดเครื่องมือทางการแพทย์ดังกล่าว (Maintenance Service)

    สมพงษ์ ชื่นกิติญานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร BIZ ย้อนถึงจุดเริ่มต้นธุรกิจนี้ว่า ตนเรียนจบทางด้านรังสีเทคนิค และเข้าทำงานในโรงพยาบาลไประยะหนึ่ง จากนั้นก็ลาออกมาทำงานด้านการขายให้บริษัทอุปกรณ์การแพทย์ และมีโอกาสดูแลสินค้าตัวหนึ่งคือ การใช้รังสีรักษาโรคมะเร็ง ซึ่งเพิ่งเริ่มเข้ามาแนะนำในประเทศไทย

    “เราก็เห็นแนวโน้มว่า โรคมะเร็งมีแต่พัฒนาการมากขึ้น และเทคโนโลยีก็มีการเปลี่ยนแปลง เมื่อถึงจุดหนึ่งที่บริษัทเดิมมองแนวทางไม่เหมือนกับเรา เราก็เลยออกมาทำธุรกิจเอง ประกอบกับหุ้นส่วนของผมที่เคยอยู่บริษัทเดียวกันเขาดูแลด้านวิศวกรรม เราก็เลยออกมาตั้ง Business Alignment เมื่อปี 2543”

    สมพงษ์เล่าต่อว่าเหตุที่ตั้งชื่อบริษัทโดยไม่มีคำที่เกี่ยวข้องกับการแพทย์เลยนั้นเพราะมองว่าการทำธุรกิจไม่จำเป็นต้องอยู่เพียงแค่อุปกรณ์ทางการแพทย์ หากยังสามารถทำอย่างอื่นได้พร้อมกัน จึงตั้งเป็นชื่อกลางๆ รวมกับในช่วงที่เรียน MBA ก็ชอบคำว่า Business Alignment เพราะเป็นการวางแนวทางให้ธุรกิจต่างๆ กลมกลืนเข้าด้วยกัน ตามเป้าหมายขององค์กร ดังนั้นชื่อของบริษัทจึงหมายความว่าในอนาคตบริษัท BIZ ก็สามารถขยายไลน์ธุรกิจและผันตัวเองเป็น Holding Company ได้

    แม้ว่าช่วงที่ก่อตั้งบริษัทเป็นช่วงหลังวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 ที่ภาวะเศรษฐกิจในประเทศยังตึงตัว มีหลายคนเตือนว่าการออกจากงานในช่วงเวลานั้นเพื่อมาสร้างธุรกิจอาจจะลำบาก แต่ด้วยการมองเห็นโอกาสเช่นเดียวกับซัพพลายเออร์ในต่างประเทศที่มองแนวโน้มการรักษามะเร็งด้วยเครื่องมือชนิดนี้จะเติบโต เพราะเทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมากในช่วงปี 2537 ส่งผลให้ประสิทธิภาพการรักษาดีขึ้น ช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตให้แก่ผู้ป่วยโรคมะเร็ง

     

    ธุรกิจเงินทุนสูง
    การจำหน่ายเครื่องไม้เครื่องมือทางการแพทย์มีราคาสูง การลงทุนจึงต้องสูงตามไปด้วย เพราะต้องซื้อเครื่องมาก่อน เพื่อมาติดตั้งให้ลูกค้าแล้วจึงเก็บเงินได้ เงินทุนจึงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก

    เมื่อเริ่มตั้งบริษัทด้วยทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท สมพงษ์ และ วรวิทย์ สีลภูสิทธิ์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงินและทรัพยากรมนุษย์ บริษัท บิสซิเนสอะไลเม้นท์ จำกัด (มหาชน) (BIZ) 2 หุ้นส่วนใหญ่ ลงเงินคนละครึ่ง ดังนั้นการจะขายเครื่องมือราคา 40-50 ล้านบาท จึงต้องไปเจรจากับธนาคาร เพื่อขอกู้เงินมาใช้ทำธุรกิจ

    “เราก็ไปคุยกับแบงก์เอาสัญญาไปให้เขาดู เพราะสัญญานี้เป็นสัญญากับภาครัฐ เราก็ให้เขามั่นใจว่าเขาจะได้รับเงินก็เอาสิทธิในการรับเงินไปให้เขา แล้วไปกู้ เอาบ้านไปจำนอง เอาตัวเราไปค้ำประกัน แต่เราเพิ่งก่อตั้งเขาก็ยังไม่ค่อยมีความมั่นใจ เขาคงดูเราส่งมอบงานได้ไหม เก็บเงินได้หรือไม่ เรามีสัญญาไม่พอต้องเอาบ้านที่อยู่มาจำนอง ไปหาเงินกู้จากพวกญาติบางส่วน

    “ผมอาจจะโชคดี ปีแรกอาจจะเหนื่อยหน่อยต้องไปขอกู้เงินญาติบ้าง ธนาคารบ้าง และลูกค้าบางรายก็ช่วยผ่อนคลายเรื่องการชำระเงินให้เงินเราเร็วขึ้น อาจจะเป็นโชคดีที่เจอลูกค้าดีๆ ด้วย และโชคดีอีกอย่างที่ตั้งแต่ตั้งมาหนี้สูญเราไม่มี เพราะคู่ค้าเรามีแต่โรงพยาบาลใหญ่ๆ” สมพงษ์ กล่าว


    การนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai จึงเป็นการลดปัญหาด้านเงินลงทุน เนื่องจาก BIZ เป็นธุรกิจที่ต้องใช้เงินลงทุนเป็นช่วงเวลาสูง

    “สมมติมีโครงการสัก 400 ล้านต้องใช้เงินทุนเท่าไร และพวกนี้ไม่ใช่ว่าขายวันนี้อีก 30 วันเก็บเงินได้ เราขายวันนี้แล้วก็ยังต้องมีช่วงเวลาติดตั้ง ทำโน่นทำนี่ เร็วสุดเก็บเงินได้ประมาณ 6 เดือน นั่นหมายถึงว่าเงินจะต้องจมไปประมาณ 7 เดือน มีบางปีเราไปดูบันทึก จ่ายเฉพาะดอกเบี้ยเกือบ 20 ล้านเพราะกว่าจะเก็บเงินได้ และดอกเบี้ยก็ค่อนข้างสูง ถ้าเราลดภาระนี้ได้ การระดมทุนทำให้เรามีเงินก้อนหนึ่งมาเป็นเงินทุนหมุนเวียน นั่นทำให้ลดต้นทุนทางการเงินได้ ทำให้เพิ่มกำไรได้มากขึ้น และเมื่อเข้าสู่ตลาด การเจรจากับแบงก์เรื่องดอกเบี้ยก็พูดคุยได้ง่ายกว่า เมื่อเทียบกับตอนยังไม่ได้จดทะเบียน และอาจทำให้ความฝันของบริษัทเป็นจริงเร็วขึ้น”

     

    ผู้เชี่ยวชาญ
    หลายคนอาจจะมอง BIZ เป็นบริษัทเทรดดิงบริษัทหนึ่ง แต่สิ่งที่ BIZ ขายเป็นเครื่องมือทางการแพทย์ซึ่งมีความซับซ้อน ต้องใช้ห้องที่ออกแบบพิเศษและติดตั้งเครื่องเพื่อป้องกันรังสีไม่ให้เกิดอันตรายกับผู้อื่นในขณะที่ทำประโยชน์ให้ผู้ป่วย

    สมพงษ์เล่าว่า “สิ่งที่เราทำก็คือทำเป็น Service Provider ทางด้านนี้ สิ่งที่เราให้ลูกค้าคือ ให้คำแนะนำช่วยเหลือในการออกแบบห้องให้เกิดความปลอดภัยมากที่สุด และเราก็ให้ความช่วยเหลือจัดหาอุปกรณ์ทุกสิ่งทุกอย่าง เป็น one stop service เพราะเรามองเห็นว่าลูกค้าบางรายเขามีปัญหาตั้งแต่ห้อง เขาต้องทำห้องก่อสร้างก็บริษัทหนึ่ง เครื่องก็บริษัทหนึ่ง ก็อาจจะเกิดปัญหาว่าไม่เข้ากัน คือเดี๋ยวจะโทษกันไปกันมา เราก็มองดูแม้แต่การก่อสร้างปรับปรุงห้องเราก็รับผิดชอบ นั่นคือสิ่งที่เราเริ่มปรับกลยุทธ์เป็น Solution Provider ทางด้านรังสีรักษา เราปรับกลยุทธ์ให้แตกต่าง ใครจะทำด้านนี้ต้องคิดถึงเรา เข้ามาปรึกษา เครื่องต้องสามารถใช้งานได้จริง นั่นคือสิ่งที่เราวางกลยุทธ์ในการทำธุรกิจ ปัจจุบันเราก็วางตัวเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านนี้ ดังนั้นไม่ว่าเขาจะมีห้องอยู่เดิมหรือไม่มี เราก็สามารถให้คำปรึกษารวมถึงเรื่องการก่อสร้าง เราไม่มีบริษัทก่อสร้างเองแต่เรามีผู้รับเหมาที่สามารถไว้ใจได้และสามารถร่วมมือ เราทำหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของเขาเพื่อให้มั่นใจได้ว่าสิ่งที่ส่งมอบถูกต้องเป็นไปตามมาตรฐาน”

    เขาให้ข้อมูลต่อว่า ในประเทศไทยลักษณะการซื้อแบบ Solution Provider เป็นที่นิยม เนื่องจากบริษัทสามารถสรรหาอุปกรณ์ที่สามารถทำงานได้ทันที กลายเป็นจุดเด่นที่ BIZ นำเสนอให้แก่ลูกค้า

    สินค้าไฮเทค
    สมพงษ์เพิ่มเติมข้อมูลเรื่องเครื่องมือที่ BIZ จำหน่ายโดยย้อนอดีตวิธีการรักษาโรคมะเร็งด้วยรังสีที่มีมานานแล้ว คือการใช้แร่ธรรมชาติในการรักษา หรือที่รู้จักกันคือแร่โคบอลต์ แต่โคบอลต์มีปัญหาคือเมื่อพลังงานในก้อนแร่ลดลงจนถึงจุดหนึ่งจะใช้ไม่ได้ ต้องนำก้อนแร่ไปเก็บฝังเป็นกากกัมมันตรังสี ซึ่งเป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายให้ความใส่ใจค่อนข้างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากมีเหตุการณ์คนไปขโมยแร่และเกิดการรั่วไหลส่งผลให้เสียชีวิต

    จุดเด่นของเครื่องรุ่นใหม่คือ หากไม่มีกระแสไฟฟ้าเข้าไปในเครื่องก็จะไม่มีรังสีออกมา เป็นการทำงานคล้ายกันกับหลอดเอกซ์เรย์ที่ยิงด้วยพลังงานรังสีสูง และไม่มีกากกัมมันตรังสีให้ต้องกำจัด เมื่อเลิกใช้งานสามารถทิ้งได้เช่นเดียวกับเครื่องจักรอื่นๆ

    และการพัฒนาของเครื่องรุ่นใหม่ๆ ทำให้รังสีที่ได้มีอำนาจทะลุทะลวงได้ดีกว่า เมื่อรวมกับเครื่องมือที่ใช้ประกอบทำให้การรักษามีความแม่นยำมากขึ้น ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาให้ดียิ่งขึ้น

    “เราใช้คอมพิวเตอร์ควบคุมวางแผน ต่างๆ ทำให้การรักษามีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะเครื่องคอมพิวเตอร์วางแผนการรักษา เพราะการรักษามีองค์ประกอบมากมาย คอมพิวเตอร์วางแผนการรักษา คือเอาภาพที่เราซีทีสแกนมาวาง ว่าเราควรจะให้รังสีตรงไหนอย่างไรเพื่อที่จะได้ผลดีที่สุด และไม่ทำลายเนื้อเยื่อข้างเคียง ทุกอย่างที่เกี่ยวข้องเรามีหมด ไม่ใช่แค่มีเครื่องแล้วรักษาได้ การรักษาที่จะมีประสิทธิภาพที่ดีที่สุดคุณจะต้องมีอุปกรณ์ประกอบ” สมพงษ์อธิบาย

     

    ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับรังสี
    สมพงษ์ เล่าให้ฟังว่า ในอดีตหลายคนอาจจะเคยได้ยินกันมาว่าผู้ป่วยมะเร็งไปฉายรังสีหมายความว่าคนป่วยกำลังจะเสียชีวิต ซึ่งเป็นความเชื่อที่ผิด “ในอดีตที่เป็นอย่างนั้นเพราะคนที่มาพบก้อนมะเร็งมักจะเป็นมะเร็งระยะที่ 4 คือเป็นระยะสุดท้ายแล้ว ในอดีตทางการแพทย์การวินิจฉัยโรคมะเร็งยังไม่พัฒนา รู้อีกทีคือมีอาการแล้ว เป็นระดับ 4 แล้ว เกินเยียวยาเกือบทั้งหมด พอมาฉายแสงก็ช่วยทำให้ก้อนยุบ เพราะก้อนถูกทำลาย เราเคยทำงานด้านนี้ ผู้ป่วยก็ดีใจแต่เราก็รู้อยู่แล้วว่าอีกไม่นานเพราะโรคอยู่ในระยะที่เกินไปแล้ว คนก็บอกว่ามาฉายแสงแล้วตาย จะไม่ตายได้อย่างไร เพราะระยะโรคไปถึงขั้นนั้นแล้ว เราฉายแสงให้เขาเพื่อให้เขามีคุณภาพชีวิตที่เหลืออยู่ดีขึ้น ดังนั้นการรักษาโรคทุกโรคมีสองอย่าง คือหนึ่งทำให้หาย สองทำแค่บรรเทาอาการ”

    “ปัจจุบันเนื่องจากการแพทย์ในการวินิจฉัยพบได้เร็วขึ้น อยู่ขั้น 1-2 หรือ 3 ก็ตาม การรักษามีโอกาสหายเพิ่มมากขึ้น ทุกโรคเหมือนกันหมด ไม่จำกัดแค่โรคมะเร็ง เพียงแต่โรคมะเร็งพัฒนาการของโรค การเป็นโรคเร็วกว่าโรคอื่น อย่างวินิจฉัยวันนี้เป็นระดับ 1 ภายในเดือนเดียวอาจจะเป็น 2 หรือ 3 เลยก็ได้ ดังนั้นเมื่อวินิจฉัยว่าเป็นแล้วการรักษาจึงต้องเป็นไปอย่างเร่งด่วน ไม่ใช่ปล่อยไว้ได้ ยิ่งปล่อยไว้นานมากขึ้นโอกาสที่จะเป็นสเตจหลังๆ ก็มีมากขึ้น” สมพงษ์อธิบาย

    ปัจจุบันในประเทศไทยมีการใช้รังสีรักษาประมาณ 50-60 เปอร์เซ็นต์ของผู้ป่วยมะเร็ง เนื่องจากเครื่องมือมีประ-สิทธิภาพดีขึ้น รองลงมาคือการใช้คีโมและผ่าตัด ขึ้นกับอวัยวะที่เป็น เพราะมะเร็งบางอย่างไม่ไวต่อแสงทำให้การฉายรังสีไม่เกิดประโยชน์

     

    ความท้าทายของ BIZ
    สำหรับความท้าทายในการดำเนินงานของ BIZ ต่อไป สมพงษ์ บอกว่า สิ่งที่ยังคงต้องทำต่อเนื่องคือการเพิ่มยอดขายและสร้างความยั่งยืนทางรายได้ให้แก่บริษัท ซึ่งหมายถึงการมองหาธุรกิจเพิ่มเติมที่กำลังศึกษาแนวทางอยู่ ว่าจะมีอะไรที่เหมาะสมกับอนาคต โดยยังคงให้ความสนใจกับธุรกิจด้านการแพทย์ และสิ่งที่มองคือแนวโน้มสังคมผู้สูงอายุที่กำลังจะเกิดขึ้นในประเทศไทย เพราะไม่ว่าเศรษฐกิจจะเป็นอย่างไรเรื่องสุขภาพก็เป็นเรื่องที่ทุกคนให้ความใส่ใจดูแล

    สมพงษ์ปิดท้ายด้วยการตอกย้ำเรื่องการสื่อสารว่าเป็นความท้าทายที่ยังต้องดำเนินการ “การให้คนรู้ ก็เป็นการสร้างตลาดทางอ้อม เมื่อเขารู้ก็ไปถามโรง-พยาบาล ทำให้เขารู้ว่ามีทางเลือก ว่าสามารถมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น การทำให้เป็นที่รู้จักของโรงพยาบาลใหม่ๆ ผมเชื่อว่าหมอทุกคนมีจรรยาบรรณ ถ้ารู้ว่าเป็นทางเลือกที่ดีและดีต่อชีวิตคนเขาก็อยากให้ ถ้าผู้ป่วยเรียกร้องหมอเรียกร้องก็จะทำให้ธุรกิจเติบโตได้ดี และเหนือสิ่งอื่นใด ผู้ป่วยควรได้สิ่งที่เขาควรได้ ก็เป็นความท้าทาย ในการสื่อสารที่ต้องวางแผนให้รัดกุม ไม่ให้ถูกโจมตี ว่ากำลังไปชี้นำหรือทำให้คนเข้าใจผิด”