B SCHOOL

Hands-on Education By มทร.ล้านนา

จากวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษา ที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 โปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อให้ใหม่ว่า สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล

 อันมีหมายความว่า สถาบันเทคโนโลยีอันเป็นมงคลแห่งพระราชา สู่การยกระดับเป็นมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกระจายตัวอยู่ทั่วประเทศ เป็นแหล่งผลิตบุคลากรสู่ตลาดแรงงานที่สำคัญของชาติ

 

ในภาคเหนือภารกิจการผลิตบุคลากรที่มีทักษะความสามารถสู่ตลาดแรงงานเป็นหน้าที่ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา ศูนย์กลางการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในภูมิภาคภาคเหนือของประเทศ โดยมีการเรียนการสอน 4 ระดับ คือ ประกาศนีย-บัตรวิชาชีพ (ปวช.) ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ระดับปริญญาตรี และระดับปริญญาโท

 

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา (มทร.ล้านนา) ประกอบด้วย วิทยาเขตภาคพายัพ จัดการศึกษาใน 6 จังหวัด ประกอบด้วย เชียงราย เชียงใหม่ ลำปาง พิษณุโลก น่าน และตาก โดย มีเป้าหมายเป็นมหาวิทยาลัยนวัตกรรมเพื่อชุมชน ผลิตบัณฑิตนักปฏิบัติมืออาชีพ โดยใช้เทคโนโลยีเป็นพื้นฐาน

 

วิธีการผลิตบัณฑิตนักปฏิบัติมืออาชีพที่มีทักษะความสามารถตามที่ตลาดแรงงานต้องการ การพัฒนาบุคลากรของประเทศด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อรองรับการเติบโตของประเทศไทยสู่ Thailand 4.0 ที่ต้องการคนมีฝีมือมีความคิดสร้างสรรค์สามารถใช้ทักษะความรู้สร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ตนเองและระบบเศรษฐกิจ คือสิ่งที่ รศ.ดร.นำยุทธ สงค์ธนาพิทักษ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา ตั้งใจจะให้เกิดขึ้น

 

อธิการบดี มทร.ล้านนา เล่าย้อนกระบวนการเรียนการสอนในอดีตว่าแม้จะมีภาคปฏิบัติสอดแทรกอยู่บ้างแต่ยังไม่สามารถเข้าถึงแก่นแท้ที่เข้าไปเชื่อมโยงกับภาคประกอบการได้ ทาง มทร.ล้านนาจึงเพิ่มความเข้มข้นโดยร่วมมือกับภาคประกอบการ เพื่อสร้างพื้นฐานที่ดีให้แก่นักศึกษาของสถาบัน หรืออาจจะเรียกได้ว่าให้ผู้เรียนมือเปื้อนมากขึ้นเพื่อพัฒนาทักษะและความเข้าใจในงานที่ต้องทำในอนาคตให้สอดคล้องกับความรู้ทางวิชาการที่ได้รับจากสถาบันแห่งนี้

 

 

“พื้นฐานที่ดีก็หมายถึงว่านักศึกษาได้ลงมือทำของจริง ไม่ใช่ทำเฉพาะในห้องปฏิบัติการห้องทดสอบ ได้มีบรรยากาศการสร้างความคุ้นเคยเพื่อใช้เป็นฐานการเข้าทำงานตั้งแต่เด็ก” รศ.ดร.นำยุทธกล่าวและบอกต่อว่า การร่วมมือกับภาคประกอบการจะช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับผู้สำเร็จการศึกษาในเรื่องการได้งานทำ และยังเป็นการสร้างเครือข่ายเพื่อขยายผลความร่วมมือในด้านอื่นๆ ต่อไปในอนาคต 

 

ความร่วมมือนี้ยังช่วยให้อาจารย์ในมหาวิทยาลัยได้รับประสบการณ์จริงจากการเข้าไปดูและสัมผัสงานในภาคประกอบการ สามารถนำสิ่งที่ได้มาถ่ายทอดในรายวิชาต่างๆ ซึ่งส่งผลต่อการเรียนรู้ของนักศึกษาที่จะมีความเชื่อมั่นมากยิ่งขึ้น 

 

“เมื่ออาจารย์ได้เจอกับตัวเองได้ทำได้เห็นแล้วก็จะมีความเชื่อมั่นและไปได้ถูกทิศทางมากขึ้นกว่าเดิม ท้ายที่สุดเราผลิตคนที่ไปได้งานจริง ก็หวังว่าผลผลิตของที่นี่เมื่อเราได้ดำเนินการตามแนวทางนี้ก็จะทำให้ เด็กได้มีงานทำ สอง เด็กมีคุณสมบัติตามที่สถานประกอบการต้องการอย่างแท้จริง” รศ.ดร.นำยุทธกล่าว

 

กระบวนการสร้างบุคลากรที่มีขีดความสามารถรองรับกับความเปลี่ยนแปลงในอนาคต รศ.ดร.นำยุทธอธิบายว่า “แทนที่เราจะเรียนแบบเดิมที่เป็นสาขาวิชาเดี่ยวๆ ก็จะต้องรู้วิธีการประกอบการและการประกอบธุรกิจที่เราเรียกว่าเป็นเอสเอ็มอีนั่นก็เป็นอีกส่วนหนึ่ง การบูรณาการสาขาที่ตัวเองเรียนอยู่เชื่อมต่อกับสาขาอื่นๆ เพื่อเปิดช่องทางให้เขามีมุมมองในการใช้วิชาชีพเหล่านี้ดำเนินการด้วยตนเองและสร้างความเชื่อมั่นว่าวิธีการดำเนินการเหล่านี้ไม่ใช่เป็นเรื่องการผลิตอย่างเดียว แล้วให้คนอื่นจำหน่าย เป็นตัวเองที่ต้องทำเรื่องการตลาดผนวกเข้าไปด้วย เรื่องเหล่านี้ที่จะเปลี่ยนรูปแบบวิธีการ และยังต้องสร้างเครือข่ายเพิ่มเติมอีก ที่สำคัญคือโลกของเราแคบลง เพราะฉะนั้นไม่ว่าเรื่องภาษา ไอซีที การรู้จักประยุกต์ใช้ในวิชาชีพของเขาต้องครบถ้วน ก็คาดหวังว่าบัณฑิตไม่ว่าจะเป็นสาขาใดก็ตามจะต้องมีส่วนแทรกในวิชาในสาขาในบางเรื่องที่เปิดโอกาสให้เขาได้เห็นอาชีพที่กว้างขึ้นกว่าเดิมได้ เป็นเรื่องที่เราต้องสร้างโอกาสให้เขาได้คิดได้แสวงหาสิ่งใหม่ๆ โจทย์เหล่านี้เรากำลังทำกันอยู่ เริ่มต้นจากกลุ่มเล็กๆ ค่อยๆ ขยายผลต่อไป และต้องทำร่วมกับภาคประกอบการเป็นเรื่องที่จำเป็น”

 

เปิดประตูอาชีพให้กว้างขึ้น

 

รศ.ดร.นำยุทธ ระบุว่าสิ่งที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลแตกต่างจากการศึกษาในระดับอุดมศึกษาอื่นๆ คือการเน้นภาคปฏิบัติให้กับนักศึกษา ตามปรัชญาการผลิตบัณฑิตของสถาบัน แต่อีกส่วนหนึ่งที่สถาบันต้องมุ่งเน้นคือการสร้างเส้นทางอาชีพให้แก่บัณฑิตที่จบไป “ฐานส่วนหนึ่งมาจากการสร้างความเชื่อมั่นว่าต้องมีงานทำ เขาก็ต้องแสวงหางานของตัวเองส่วนหนึ่ง ที่มองเลยจากการมีงานทำก็คือ การเติบโตในอาชีพของเขา เราต้องคล้ายๆ ว่าเปิดประตูให้กว้างกว่าเดิม เมื่อก่อนแค่ทำงานได้ก็พอแล้ว อาจจะคิดขอให้มีงานทำ แต่เราจะต้องคิดไกลกว่านั้น ในแง่ของผม เราต้องเปิดช่องทางให้มีการทำงานที่ดีขึ้นและก้าวหน้าขึ้นด้วยศักยภาพที่เขาได้เรียนรู้มา ด้วยศักยภาพที่เขามองไกลออกไป เขาสามารถเป็นหัวหน้างานได้ เป็นผู้บริหารจัดการได้ 

 

พูดง่ายมากแต่ทำได้หรือไม่อยู่ที่ความตั้งใจที่จะทำ และให้เขาได้เข้าใจแต่ต้นว่าถ้าลักษณะงานเช่นนี้จะมีบันไดในการเติบโตอย่างไร ทำให้ผู้ที่ลงทุนประกอบการต่างๆ ไม่ว่าจะผลิตหรือสร้างนวัตกรรม มีความเชื่อมั่นว่าถ้าได้คนอย่างนี้มาเขาไม่ย้ายงานบ่อยๆ ต้องมีรูปแบบในการทำเรื่องเหล่านี้ และเดี๋ยวนี้เราก็จะเห็นว่าคนไทยเราออกไปทำงานในต่างประเทศ ก็จะเป็นการเตรียมการรองรับไว้ด้วย” 

 

RCDL

 

การผลิตบุคลากรเพื่อรองรับไทยแลนด์ 4.0 สิ่งสำคัญที่บัณฑิตจาก มทร.ล้านนา ต้องมีคือทักษะภาษาอังกฤษ และเรื่องสารสนเทศ 

 

เรื่องภาษาอังกฤษ มทร.ล้านนามีศูนย์ภาษาอยู่ทุกพื้นที่ทำหน้าที่พัฒนาทักษะภาษาอังกฤษของนักศึกษาตลอดเวลาที่เรียนอยู่ในมหาวิทยาลัย ขณะที่การพัฒนาสารสนเทศ หรือไอซีที ก็มีการนำมาตรฐาน ICDL (International Computer Driving Licence) ซึ่งเป็นมาตรฐานของยุโรปมาปรับให้เหมาะกับบริบทการเรียนการสอนของ มทร.ล้านนา กลายเป็น RCDL เพื่อพัฒนาสมรรถภาพด้านไอซีทีของนักศึกษา มทร.ล้านนา เป็น Rajamangala Universtiy of Technology Lanna Computer Driving Licence หรือ การฝึกอบรมและทดสอบมาตรฐานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (RCDL) เพื่อสร้างมาตรฐานไอซีทีให้แก่บุคลากรและนักศึกษาในระดับสากล โดยสามารถนำความรู้ที่ได้จาก RCDL ไปสอบเทียบมาตรฐาน ICDL ได้ต่อไป

 

Work Integrated Learning

 

เราไปพูดคุยกับตัวอย่างการผลิตบัณฑิตนักปฏิบัติด้วยกระบวนการ Work Integrated Learning ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา ที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ โดย ดร.กิจจา ไชยทนุ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหา-วิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา เป็นผู้ให้ข้อมูล เรื่องการสร้างบุคลากรที่มีสมรรถภาพตรงกับงานที่จะเข้าไปปฏิบัติ โดย มทร.ล้านนา ปรับปรุงกระบวนการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับความต้องการของภาคประกอบการ 

 

 

เริ่มจาก การจัดทำหลักสูตร ร่วมกับภาคประกอบการมาร่วมกันร่างหลักสูตรเพื่อให้การเรียนการสอนตรงกับที่ภาคประกอบการต้องการ “เราร่วมกัน 3 ฝ่าย ประกอบด้วยมหาวิทยาลัย องค์กรวิชาชีพของรัฐ และสถานประกอบการ เพื่อพัฒนาผู้เรียนไปสู่เป้าหมาย”

 

ต่อมาคือการเรียนการสอน ที่เน้นให้นักศึกษาไปเรียนรู้ในภาคประกอบการมากขึ้น มีการเชิญผู้เชี่ยวชาญจากภาคประกอบการมาร่วมให้ความรู้ในบางหัวข้อ เช่น เทคโนโลยีใหม่ๆ ในภาคประกอบการ 

 

อีกส่วนที่สำคัญคือการพัฒนาครู โดยการส่งอาจารย์ใหม่ไปอยู่กับภาคประกอบการอย่างน้อย 4 เดือนเพื่อเรียนรู้ความต้องการของภาคประกอบการ และเรียนรู้ทักษะต่างๆ จากภาคประกอบการ เพื่อกลับมาสอนนักศึกษาต่อไป

 

ดร.กิจจา อธิบายเรื่องหลักสูตรใหม่ที่จะเริ่มใช้เรียนในปีการศึกษา 2560 นี้เพิ่มเติมว่า “เราเริ่มต้นจากอาชีพ จากอาชีพเราค่อยมาเขียนเนื้อหาหลักสูตร เช่นว่าถ้าเขาเขียนโปรแกรมได้เขาต้องเรียนรู้อะไร ค่อยมาเป็นองค์ความรู้ จากองค์ความรู้ค่อยมาแตกเป็นรายวิชา แล้วถ้าเรียนครบตามนี้เขาจะมีองค์ความรู้เพียงพอไปประกอบอาชีพนี้ได้ นี่คือแนวทางที่เราทำ” 

 

เนื้อหาหลักสูตรที่เปลี่ยนไปคือการเน้นชั่วโมงปฏิบัติเพิ่มมากขึ้น จากสัดส่วนทฤษฎีต่อภาคปฏิบัติที่ 50 : 50 เป็น 35 - 40 : 60 - 65 และลดหน่วยกิตที่ต้องเรียนลงไปให้เกิดความเหมาะสม โดยการเรียนการสอนจะมีความยืดหยุ่นเพิ่มขึ้น อาจารย์จะเปลี่ยนรูปแบบการสอนเป็นการให้คำแนะนำเพิ่มขึ้น ขณะที่นักศึกษาก็จะต้องไปศึกษาเพิ่มเติมเองบางส่วน 

 

โรงเรียนโรงงาน 

 

ดร.กิจจา กล่าวถึงอีกโครงการหนึ่งที่ช่วยสร้างบัณฑิตนักปฏิบัติว่า “โจทย์หนึ่งจากภาคประกอบการคือ วันนี้แม้เด็กไปฝึกประสบการณ์จริง บางทีความรู้บางอย่างในโรงงานเขาก็ไม่สามารถเรียนรู้ได้ เราก็ทดลองอยู่ 2 ระดับ ระดับที่ 1 คือ ปวส. ซึ่งเป็นระดับที่มีความต้องการแรงงานอย่างมากในประเทศไทย ระดับที่ 2 คือปริญญาตรี”

 

ในระดับ ปวส. เนื่องจากภาคประกอบการ ขาดแคลนแรงงานในระดับนี้จำนวนมาก เพราะค่านิยมการเรียนปริญญาตรี จึงเกิดโครงการที่จะสนับสนุนผู้เรียน ปวส. ให้เข้าไปทำงานในโรงงานของบริษัทสตาร์ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ไปพร้อมกับการเรียน ปวส. โดยภาคเอกชนพร้อมจะสนับสนุนในทุกด้าน เป็นการสนับสนุนการศึกษาให้กับผู้เรียนที่ด้อยโอกาสขาดทุนทรัพย์ 

 

 

รูปแบบการเรียนและทำงานคือ ในช่วงเช้าผู้เรียนก็จะเป็นพนักงานอยู่ในไลน์การผลิต ในช่วงเย็นก็มาเรียนหนังสือ จากอาจารย์ของ มทร.ล้านนา ที่เดินทางไปสอนถึงโรงงานในวิชาทฤษฎี ส่วนวิชาปฏิบัติก็ใช้การเทียบโอนประสบการณ์การทำงานที่ทำอยู่เข้ามา 

 

โดยอาจารย์จะต้องเข้าไปดูในโรงงานว่าวิชาที่สอนนั้นจะสามารถประยุกต์สิ่งที่มีในโรงงานในเรื่องใดบ้าง เป็นการให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้จากของจริงในโรงงาน 

 

ดร.กิจจา ให้ข้อมูลว่า “ถ้าเทียบความรับผิดชอบคนที่เรียนในโรงเรียนกับในโรงงาน คนในโรงงานมีความรับผิดชอบมากกว่า ผลการเรียนก็ดีกว่า เข้าใจเนื้อหาวิชาได้ดีกว่า เพราะเห็นของจริง”

 

ในระดับปริญญาตรี คณะวิศวกรรม-ศาสตร์ มทร.ล้านนา มีหลักสูตรครุศาสตร์อุตสาหกรรมบัณฑิตที่ไปร่วมกับบริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ BDI Group ที่เป็นเจ้าของวิทยาลัยเทคโนโลยีไทย-ไต้หวัน ผลิตบัณฑิต โดย ดร.กิจจาเล่าว่า

 

“ปี 1 จะไปเรียนรู้ระบบในโรงงานทั้งหมด เช่น โรงงาน 6 กระบวนการก็จะเวียนไปอยู่ทุกขั้นตอน แต่ละขั้นตอนก็จะมีหัวหน้างานของเขาเป็นพี่เลี้ยง สอดแทรกกับวิชาทฤษฎีที่เราเอาครูไปสอน พอขึ้นปี 2 เขาก็เป็นผู้ช่วยหัวหน้างาน ขณะเดียวกันเขาก็จะเรียนรู้เรื่องการถ่ายทอด เรียนรู้วิชาครู ควบคู่กับการเป็นผู้ช่วยหัวหน้างาน พอขึ้นปี 3 เขาไปฝึกสอน ครึ่งหนึ่ง อีกครึ่งหนึ่งทำโพรเจ็กต์ในโรงงาน สลับกันอย่างนี้ เมื่อเขาจบ ก็จะไปเป็นครูสอนอาชีวศึกษา จะไปเป็นเทรนนิงในสถานประกอบการ” 

 

นอกจากนี้ มทร.ล้านนายังมีการไปพูดคุยกับภาคประกอบการอื่นๆ เพื่อจัดทำหลักสูตรที่ประเทศไทยยังขาดแคลนบุคลากร เช่น หลักสูตรเหมืองแร่ หลักสูตรจักรกลหนัก เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของภาคประกอบการ และหากสามารถเชื่อมโยงหลักสูตรจนจบระดับปริญญาตรีได้ก็จะเป็นประโยชน์มากยิ่งขึ้น 

 

โครงการสถานศึกษาในสถานประกอบการ (Work Integrated Learing) ของ มทร.ล้านนา ยังมีความร่วมมือกับสถานประกอบการอื่นอีก เช่น ซีพีออลล์ เซ็นทรัลรีเทล สยามมิชลิน ไทยนิชิ และสยามคูโบต้า เป็นต้น ที่ทำโครงการในลักษณะเดียวกันนี้

 

TVET Hub Lanna

 

ภารกิจอีกด้านในการสร้างบุคลากรนักปฏิบัติให้แก่อุตสาหกรรมต่างๆ ของประเทศไทย คือการผลิตครูผู้พร้อมสร้างบุคลากรนักปฏิบัติ โดยเริ่มตั้งแต่ระดับโรงเรียนมัธยม อาชีวะศึกษา วิทยาลัยเทคนิคต่างๆ ด้วยเทคนิคการเรียนการสอนที่ทำให้ผู้เรียนเข้าใจวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับอาชีพในอนาคตได้ เป็นจุดเริ่มต้นของ TVET HUB Lanna 

 

 

ผศ.ดร.นิวัตร มูลปา ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคโนโลยีและสหวิทยาการ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา อธิบายเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า TVET ย่อมาจาก Technical Vocational Education and Training โดยจะเป็นฮับที่ประสานงานสร้างพื้นที่ให้ทุกฝ่ายมาพูดคุยกันเพื่อสร้างคนสู่อุตสาหกรรม 

 

ภารกิจของที่นี่คือการเชื่อมโยงอุดมศึกษาโดยการวางรูปแบบการศึกษาใหม่ให้แก่การศึกษาระดับอาชีวศึกษา ยกระดับอาชีวศึกษาสู่อุตสาหกรรม เชื่อมโยงอาชีวศึกษาและมัธยม ยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษา โดยนำเนื้อหาจากผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมเข้ามาพัฒนาคุณภาพการศึกษา 

 

ผศ.ดร.นิวัตร ยกตัวอย่างการสร้างบุคลากรวิชาชีพเช่นแพทย์ที่มีโรงพยาบาลเป็นที่ทำงานของแพทย์ โดยมีคณะแพทย์เปิดการเรียนการสอนอยู่ใกล้ๆ นักศึกษาแพทย์สามารถเรียนรู้จากเคสจริงในโรงพยาบาลก่อนจะจบเป็นแพทย์ที่มีทักษะในด้านต่างๆ ซึ่งกลุ่มช่างกลุ่มวิศวกรรมก็ควรจะไปในทิศทางเดียวกัน คือการยกระดับอาชีวศึกษา ด้วยการมีภาคประกอบการมาสนับสนุนการสร้างบุคลากร การพัฒนาโครงสร้างการเรียนการสอน หลักสูตรและเนื้อหาโดยใช้เนื้อหาจากภาคอุตสาหกรรมมาเรียนรู้ 

 

ผศ.ดร.นิวัตร อธิบายวิธีการทำงานของ TVET ว่า มีเป้าหมายอยู่ที่ 2 กลุ่มคือกลุ่มอาชีวะ ที่ร่วมกับ วิทยาลัยเทคนิค พะเยา เชียงราย แพร่ น่าน และ มัธยมศึกษา ที่มีโรงเรียนเครือข่าย เช่น ดอยสะเก็ดวิทยาคม ลองวิทยาจังหวัดแพร่ เวียงป่าเป้าวิทยาคม ที่มีการร่วมเปิดห้องเรียนวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีอุตสาหกรรมในโรงเรียน และเตรียมคนเข้าเรียนระดับอาชีวศึกษา รวมถึงที่โรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย ทำห้องเรียนวิศวกรรมและเทคโนโลยีตั้งแต่ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 เพื่อสร้างนักเรียนที่สนใจด้านหุ่นยนต์ 

 

มัธยมอื่น คือการเตรียมคนเข้าสู่อุตสาหกรรม เตรียมคนเข้าเรียนปวส. เรียนวิศวะแนวปฏิบัติ จบ ม.6 เข้า ปวส. โรงเรียนโรงงาน หรือเก่งในกลุ่มก็เข้า มทร.ล้านนา ชอบทำงานเรียนต่อได้ไปเข้า ปวส. อาชีวะที่เป็นพาร์ตเนอร์เรา 1 ปีในวิทยาลัย 1 ปีในโรงงานทวิภาคี หรือเข้าโรงเรียนโรงงานของล้านนาเลย 2 ปีเต็ม”

 

 

STEM For TVET 

 

ผศ.ดร.นิวัตร เล่าว่า STEM for TVET เป็นวิธีการจากสหรัฐอเมริกา ที่มทร.ล้านนาเลือกแพ็กเกจเฉพาะวิชาฟิสิกส์มาเพื่อให้เกิดการประยุกต์ ให้เห็นภาพการเรียนรู้วิทยาศาสตร์กับงานของจริง ผ่านวิธีการถ่ายทอด ศาสตร์การสอน 7 E เพื่อเป็นต้นแบบให้แก่วิทยาลัยเทคนิค โดยเน้นสร้างครู ระบบ และเนื้อหา ตั้งแต่ระดับมัธยมศึกษาจนถึงอุดมศึกษา

 

วิธีการคือไปเชิญครูโรงเรียนมัธยมและอาชีวศึกษามาเวิร์กช็อปเนื้อหา STEM For TVET เพื่อสร้างคู่มือนำไปสอนนักเรียนในโรงเรียน เป็นวิธีการใช้อุตสาหกรรมนำแล้วเขียนเนื้อหาการเรียนการสอนขึ้นมาใหม่ 

 

 

ผศ.ดร.นิวัตรอธิบายว่า เป็นการผสมระหว่างวิชาการกับทักษะการทำงานอุตสาหกรรมผสมให้เป็นเนื้อหาวิชาที่สนับสนุนกัน “ปฏิบัติเสร็จต้องมีทฤษฎีอธิบาย มีวิทยาศาสตร์อธิบาย ในงานที่กำลังทำ ตัวอย่างเช่น งานกลึงเหล็ก ทักษะที่ครูช่างทำเป็นอย่างไร กำหนดแบบตามมาตรฐานอุตสาหกรรม แบบต้องได้ก่อน ครูช่างก็จะเขียนใบงานว่าขั้นตอนการทำงานแต่ละขั้นตอนมีมาตรฐานอะไรอย่างไร เป็นความรู้ช่าง ใช้สูตรไหนคำนวณ อีกด้านหนึ่งความรู้เชิงวิทยาศาสตร์ที่มาเสริมคือ STEM วิทยาศาสตร์เทคโนโลยีวิศวกรรมทั้งหลาย กลึงอยู่มีดตัดเหล็กมีแรงไหม และคำนวณอย่างไร อธิบายเป็นวิทยาศาสตร์ คำนวณกำลัง คำนวณแรงเสียดทาน คำนวณแรงตัดเฉือน นี่คือวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมคือตั้งแต่ออกแบบงาน สร้างจนได้ชิ้นงาน การจะเริ่มกระบวนการสร้างออกแบบ ดีไซน์ รับโจทย์ออกแบบลงไปทำงาน คือวิศวกรรมต้องทำตั้งแต่สร้างดีไซน์ทำเป็นชิ้นงานออกมา เวิร์กช็อปครูทำแล้วเราคอมเมนต์ ไปดูนักเรียนทำงาน ครูก็ไปอยู่กับนักเรียน ครูมัธยมก็ไม่ต้องเก่งเหมือนครูช่าง ไปช็อปแล้ว ครูช่างก็อธิบายงานให้ครูมัธยม ครูมัธยมก็เล่าวิทยาศาสตร์ให้ครูช่างเป็นกลุ่มทำงานร่วมกัน”

 

ผศ.ดร.นิวัตร วางเป้าหมายว่า จะสามารถสร้างครูต้นแบบได้ปีละประมาณ 30 คน และจะขยายตัวไปเรื่อยๆ ทั้งโรงเรียนมัธยมและวิทยาลัยเทคนิคในภาคเหนือ โดยคาดว่า เมื่อจบโครงการ จะมีวิทยาลัยเทคนิคในภาคเหนือ 30 แห่ง และมีโรงเรียนมัธยมที่เปิดการเรียนร่วมกัน 15 แห่ง และแบบที่นำนักเรียนมาเรียนระยะสั้น 80-100 แห่ง 

 

เหล่านี้คือตัวอย่างกระบวนการผลิตแรงงานนักปฏิบัติสู่ภาคอุตสาหกรรมโดย มทร.ล้านนา ที่เตรียมระบบการสร้างบุคลากรตั้งแต่เริ่มในชั้นมัธยม เตรียมครูผู้สอนให้สามารถช่วยเหลือผู้เรียน ต่อเนื่องมายังหลักสูตรในระดับปวช. ปวส. ปริญญาตรีและโท เพื่อสร้างคนที่มีความรู้และทักษะในการทำงาน มีความมุ่งมั่น ตรงตามที่อุตสาหกรรมและประเทศชาติต้องการ

MAGAZINE

 

 

 



New News

  • Jul 12 , 2017

    บีโอไอเผยภาคเอกชนเดินหน้าลงทุนอุตสาหกรรมเป้าหมายรองรับประเทศไทย 4.0  ด้าน “นาชิ เทคโนโลยี” ขยายการลงทุนสู่การผลิตและซ่อมแซมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติสำหรับภาคอุตสาหกรรม ตั้งเป้าลดการนำเข้าจากต่างประเทศมูลค่ากว่า 700 ล้านบาทต่อปี

     

  • Jul 10 , 2017

    สายงานการเงินและบัญชี นับว่าเป็นสายงานที่สำคัญ ไม่ว่าจะเป็นองค์กรขนาดเล็กหรือองค์กรขนาดใหญ่ และต้องบอกได้ว่าสายงานด้านนี้ถือว่าเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานอย่างต่อเนื่องไม่ว่าจะเป็นยุคสมัยไหน รวมทั้งมีฐานเงินเดือนที่สูง และสามารถเติบโตในสายงานได้เป็นอย่างดี

    แต่ถึงแม้จะมีบุคลากรด้านบัญชีและการเงินอยู่มาก ทว่าคุณสมบัติที่บริษัทต่างๆ ต้องการกลับมีไม่มากอย่างที่คิด  จากประสบการณ์ในการคัดสรรบุคลากรให้กับบริษัทชั้นนำต่างๆ แมนพาวเวอร์กรุ๊ป ขอแนะนำคุณสมบัติของ Talent  ด้านบัญชีการเงิน ควรจะมีคุณสมบัติ ดังนี้

    1. การศึกษา  ส่วนใหญ่จะเป็นสายงานตรง ด้านบัญชี, การเงิน, เศรษฐศาสตร์ และสำหรับบางส่วนงานที่เป็นระดับมันสมองขององค์กร จะเลือกคนที่จบปริญญาตรี ด้านวิศวกรรม และปริญญาโทด้านการเงิน    ในหลายปีก่อน การศึกษาระดับปริญญาตรี ก็ถือว่าเพียงพอที่จะเป็นผู้บริหารระดับสูงในสายงานนี้ได้ถ้ามีคุณสมบัติครบถ้วน  แต่สำหรับปัจจุบัน การจบการศึกษาในระดับปริญญาโท มีความจำเป็นในการเป็นผู้บริหารระดับสูง โดยเฉพาะบริษัทขนาดใหญ่ที่มีพนักงานมากๆ ต้องการการบริหารจัดการที่มีความซับซ้อนขึ้น แต่สำหรับบริษัทข้ามชาติ จะยังพิจารณาจากความสามารถและประวัติการทำงานมากกว่าการศึกษา

    2. ประวัติการทำงานและผลงาน  Talent  ที่ดีในสายงานบัญชีการเงิน ไม่ควรเปลี่ยนงานบ่อยเกินไป หรือไม่เปลี่ยนงานเลย  ควรอยู่ในแต่ละที่เฉลี่ย 3-5 ปี และมีผลงานที่ชัดเจน หรือได้รับการประเมินผลที่ดีเยี่ยมในการทำงานที่ผ่านมา หากมีประสบการณ์ในการจัดทำระบบขนาดใหญ่ เช่น SAP จะยิ่งได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ

    3. บุคลิกภาพและทัศนคติ  การเป็นผู้บริหารสายงานบัญชีและการเงินในปัจจุบัน โดยเฉพาะบริษัทข้ามชาติจะต้องการคนที่ ความหนักแน่นในการทำงาน, มีเป้าหมายในการทำงานเน้นผลลัพธ์, มีความท้าทาย, สามารถทำงานภายใต้สภาวะกดดันได้  แต่ถ้าเป็นบริษัทชั้นนำที่มีขนาดใหญ่ในประเทศไทย มักต้องการคนที่มีวิสัยทัศน์, ความเป็นผู้ใหญ่,  มีความฉลาด และโดยรวมเกือบทุกบริษัทต้องการคนที่มีบุคลิกดี และมีทัศนคติในแง่บวก (Can Do Attitude)

    4. ภาษาอังกฤษ เป็นเงื่อนไขสำคัญประการหนึ่งที่ทำให้รายได้ของผู้ที่ทำงานในสายบัญชีและการเงิน มีความแตกต่างกันมาก ทั้งที่มีลักษณะเนื้องานเหมือนกัน เพราะปัจจุบันการติดต่อสื่อสาร กับบริษัทข้ามชาติมีจำนวนมากขึ้น จึงทำให้ทักษะทางด้านภาษา ที่ 2 หรือ 3 นั้นเป็นสิ่งสำคัญ และยิ่งสามารถ พูด อ่าน เขียน ได้เป็นอย่างดี รับรองมีโอกาสเติบโตในสายงานนี้อย่างแน่นอน

    5. อายุ ปัจจุบันการพิจารณาอายุของผู้สมัครเป็นสิ่งที่องค์กรต่างๆ ให้ความสำคัญโดยการพิจารณาคัดเลือกคน เกณฑ์อายุที่เป็นที่ต้องการในตลาด ได้แก่

    อายุ  28 – 32  ปี -           ระดับ Manager

    อายุ  32 – 37 ปี -           ระดับ Senior Manager

    อายุ 38 – 42 ปี  -           ระดับ Director

    อายุ 42 – 45 ปี  -           ระดับ C level , Top Management

    นับว่าสายงานบัญชีและการเงิน เป็นสายงานที่มีความน่าสนใจเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะหากคุณกำลังศึกษาอยู่หรือจบการศึกษา การเตรียมความพร้อมถือเป็นสิ่งที่สำคัญ และยิ่งคุณมีการพัฒนาตัวเอง เสริมทักษะทางด้านสายงาน ทั้ง Soft skill และ Hard skill ก็จะยิ่งทำให้คุณโดดเด่นในสายงานนี้แน่นอน และด้วยตลาดแรงงานยังคงมีความต้องการแรงงานในสายอาชีพนี้อยู่รับรองไม่มีตกงานแน่นอน

  • Jul 09 , 2017

    พลิกโฉมสำนักงานบัญชีไทยสู่ Digital Accounting Firm สร้างความเชื่อมั่นข้อมูลทางบัญชีและการเงินด้วยนวัตกรรม ในยุค Thailand 4.0

 

 

Editor Observation

  • Jun 02 , 2017

    “โลกสันนิวาสย่อมเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ” วลีนี้เป็นสัจธรรมที่ไม่มีใครเถียงได้ เพราะทุกอย่างย่อมมีเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป ทว่า “โลกสันนิวาส” สมัยนี้ ดูเหมือนจะเปลี่ยนเร็วกว่าสมัยพุทธกาลเป็นไหนๆ ด้วยพลังในการคำนวณและการจัดการกับข้อมูลจำนวนมากด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ของไมโครโปรเสดเซอร์ชิพและเครื่องไม้เครื่องมือทางด้านสื่อสารคมนาคมตลอดจนเทคโนโลยีการแปลงข่าวสารข้อมูลทั้งมวลให้อยู่ในรูปแบบดิจิทัล มันช่วยทำให้ “ความรู้” ที่เคยอยู่ในมือของคนจำนวนน้อยแพร่สะพัดเร็วขึ้นและแพร่ไปในอาณาเขตที่กว้างขวางขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ

  • Apr 26 , 2017

    สิ่งมีชีวิตเกือบทั้งหมดบนโลกใบนี้ ดำเนินไปได้ด้วยพลังงานจากดวงอาทิตย์ พลังงานของดวงอาทิตย์เป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับชีวิต ให้ชีวิตได้มีพละกำลังที่จะขับเคลื่อนดำเนินต่อไปและสืบสายพันธุ์ลูกหลานต่อไปได้เรื่อยๆ บนโลกใบนี้ (หรืออาจจะบนโลกใบอื่นด้วยหรือเปล่าก็ไม่รู้?) ตราบเท่าที่ “ดวงตะวันยังคงส่องแสง”

  • Apr 03 , 2017

    ยุทธจักร มีเดีย/เอ็นเตอร์เทนเมนต์มีจอมยุทธยอดฝีมืออยู่ไม่น้อย ที่ยังโลดแล่นอยู่ในวงการ และร่วมฝ่าคลื่นฝืนลมแห่งการเปลี่ยนแปลงอันรุนแรงอย่างกระแทกกระทั้น เพราะเนื่องมาแต่ Paradigm Shift ของเทคโนโลยีระดับโลกและพฤติกรรมการบริโภคสื่อของผู้คนอยู่ในขณะนี้

 

School Move

  • Mar 17 , 2017

    สถาบันแนะแนวการศึกษาคริมสัน ผู้นำที่ปรึกษาด้านการศึกษาระดับโลก เปิดสาขาใหม่ในกรุงเทพมหานครเพื่อผลักดันนักเรียนไทยและนักเรียนทุกคนทั่วโลก สามารถเข้าถึงเครือข่ายติวเตอร์ ที่ปรึกษา และผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ ที่คอยให้คำปรึกษากว่า 2,000 คนทั่วโลก

  • Feb 14 , 2017

    สมาคมแลกเปลี่ยนบุคคลากรไทย-จีน ร่วมกับเครือข่ายมหาวิทยาลัยจีน หรือ China Campus Network (CCN), สมาคมผู้สื่อข่าวไทย-จีน, สมาคมการค้าวิสาหกิจจีน-ไทย, ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศจีน กรุงเทพฯ, สำนักข่าวซินหัวประจำกรุงเทพฯ, สถานีวิทยุซีอาร์ไอประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และโรงเรียนภาษาสายสัมพันธ์ ร่วมจัดการแข่งขันภาษาจีน Friendship Cup ครั้งที่ 9 พร้อมผนึกกำลังในพิธีเปิดโครงการความร่วมมือระหว่างเครือข่ายมหาวิทยาลัยจีน องค์กรธุรกิจไทย-จีน สมาคมผู้สื่อข่าวไทย-จีน  และสถาบันการศึกษาไทย เพื่อพัฒนาบุคลากรไทยตอบสนองตลาดแรงงานและองค์กรไทย-จีนในปัจจุบัน

  • Feb 02 , 2017

                  วิสดอม เอ็นเตอร์ไพร์ส จับมือ Rugby School  แห่งสหราชอาณาจักรหนึ่งในโรงเรียนเอกชนชั้นนำที่มีชื่อเสียงและได้รับความเชื่อถือมากว่า 450 ปี เตรียมเปิดโรงเรียนนานาชาติ Rugby School Thailand   ชูจุดแข็งด้วยหลักสูตรพัฒนาการศึกษาแบบองค์รวม ด้วยงบลงทุนกว่า 1,500 ล้านบาท ตอบโจทย์การศึกษาทั้งในประเทศและกลุ่มประเทศ CLMV

Management

  • Jul 06 , 2017

    ครึ่งปีแรก ( 2560 ) ต่างชาติลงทุนไทยแล้ว 136 ราย มีเงินลงทุนที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ 3,743 ล้านบาท จ้างงานคนไทยเกือบ 3,078 คน

  • Jun 16 , 2017

    ภาควิชาการเงินและการธนาคาร คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จัดการสัมมนา “Fin Tech : Cashless World Payment” เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการเห็นช่องทางการรับเงินโฉมใหม่ ขยายโอกาสทางธุรกิจและกลุ่มลูกค้าใหม่ด้วยระบบชำระเงินรูปแบบใหม่ และเพื่อสร้างรายได้เพิ่มด้วยเทคโนโลยีการชำระเงิน ณ ห้องประชุมชั้น 6 เมื่อวันพุธที่ 29 มีนาคม 2560 ที่ผ่านมา

  • Jun 08 , 2017

    ผมเกิดมาในยุคสงครามเย็นที่สหรัฐอเมริกากำลังแผ่ขยายแสนยานุภาพอย่างถึงขีดสุด สมัยนั้น ทหารอเมริกัน ที่เราเรียกกันทั่วไปว่า “ทหาร จีไอ” พบได้ทั่วไปในบ้านเรา ตาคลี สัตหีบ อุบลราชธานี อุดรธานี โคราช นครพนม พัทยา... เพชรบุรีตัดใหม่ และพัฒน์พงศ์

 

Cool Case

  • Jun 21 , 2017

    ดร.มัทนา สานติวัตร กรรมการสภามหาวิทยาลัย เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการการตลาดสร้างสรรค์ธุรกิจ รุ่นที่ 8 Creative Entrepreneurial Marketing Project (CEMP) ของภาควิชาการตลาด คณะบริหารธุรกิจ

  • May 24 , 2017

    ในโลกที่เทคโนโลยีกำลังพลิกโฉมความคิดคนเกี่ยวกับสิ่งต่างๆ นาทีต่อนาที ทำให้เกิดนวัตกรรมใหม่ๆ ที่เกิดจากการต่อยอดการใช้งานของสิ่งที่เรารู้จักดีอยู่แล้ว เช่น ไฟส่องสว่าง อย่างนวัตกรรม “ไฟพื้นถนน เตือนคนเล่นมือถือ” 

  • Feb 14 , 2017

    อุทยานการเรียนรู้ TK park จัดเวทีบรรยายพิเศษว่าด้วยแนวโน้มนวัตกรรมห้องสมุดและแนวคิดการพัฒนาพื้นที่การเรียนรู้ การสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้สร้างสรรค์ และตัวอย่างโครงการส่งเสริมการเรียนรู้ที่ได้รับรางวัลระดับโลก ในงานประชุม สหปาฐกถาประจำปี TK Forum 2017 “Better Library and Learning Space: Trends and Ideas” ได้รับเกียรติจาก 3 วิทยากร จาก 3 ประเทศชั้นนำด้านการพัฒนาห้องสมุด เพื่อให้เกิดแนวคิดใหม่และเป็นแรงบันดาลใจในการปรับใช้พัฒนาต่อไปตามแนวคิด Learning in Digital Age ที่ประกาศเป็นแนวทางในปีนี้