Cool Lifestyle

The Internship@Shizuoka

The Internship ใน MBA บทความนี้เป็นคนละเรื่องกับ The Internship (2013) ภาพยนตร์ดังของฮอลลีวูดที่นำแสดงโดย วินซ์ วอห์น (Vince Vaughn) และ จาเร็ด สเติร์น (Jared Stern) ที่มีพล็อตเรื่องเกี่ยวกับวัฒนธรรมองค์กร (Corporate Culture) ของบริษัทยักษ์ใหญ่ไอทีโลก คือ บริษัท Google

 

ที่เดินเรื่องผ่านประสบการณ์ของเด็กฝึกงานซึ่งฉายให้เห็นถึง ความสำคัญของการสร้าง Innovation อันเป็นหัวใจสำคัญที่สุดของกิจการอย่าง Google นอกจากนั้นยังสะท้อนถึงวิธีการหล่อหลอมวัฒนธรรมและสไตล์การทำงาน ที่จะนำไปสู่การก่อเกิดนวัตกรรมและความสร้างสรรค์อันเป็นหัวใจสำคัญของกิจการ ซึ่งนั่นคือคีย์สำคัญของความสำเร็จในการสร้างธุรกิจและองค์กรของ Google แต่สำหรับ The Internship (2015) ใน MBA ฉบับนี้ มีทั้งความเหมือนและต่าง โดยที่เหมือนคือเป็นเรื่องจากประสบการณ์ฝึกงานของสาวน้อยคนไทย จิรปรียา ฮวดกุล หรือ บิว แต่ต่างกันที่ว่า จิรปรียาไปฝึกงานกับกิจการ SME ที่ประเทศญี่ปุ่น คือ บริษัท อิวามะ จำกัด (IWAMA Co.,Ltd.) โดยประสบการณ์ที่จิรปรียาได้รับ มิใช่เพียงความรู้และทักษะเพื่อนำกลับมาทำงานให้กิจการในเมืองไทยเท่านั้น แต่ยังได้รับการปลูกฝังและซึมซับในสิ่งที่เป็นคีย์สำคัญของการสร้างความสำเร็จของบริษัท อิวามะ ในระยะเวลาเพียง 10 เดือน

 

@Starting point

 

หลังสอบเสร็จภาคเรียนสุดท้ายจากสถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น จิรปรียา ฮวดกุล ก็ยื่นใบสมัครงานพร้อมแนบประวัติในงานจ็อบแฟร์ที่สถาบันจัดขึ้นก่อนที่นักศึกษาจะแยกย้ายกันไปหลังเรียนจบ บริษัทส่วนใหญ่ที่มารับสมัครก็มักเป็นกิจการสัญชาติญี่ปุ่น และภายในเย็นวันเดียวกันนั้น จิรปรียาก็ได้รับการติดต่อนัดหมายเพื่อไปสัมภาษณ์งานแบบทันทีทันใด โดยผู้บริหารหนุ่มชาวญี่ปุ่นวัย 30 ปี จากบริษัทชื่อ YN II-TEC ซึ่งเป็นบริษัทเทรดดิงที่มีบริษัทแม่อยู่ที่จังหวัดชิซุโอะกะ ประเทศญี่ปุ่น และกำลังมองหาทีมงานสำหรับกิจการในไทย

 

ทันทีที่จบการสัมภาษณ์ เรียวตะ นาคามูระ (Ryota Nakamura) ชะโจของ YN II-TEC ตอบรับให้จิรปรียาเริ่มงาน ทันที ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจอยู่ไม่น้อย เพราะโดยทั่วไปในวัฒนธรรมการทำงานของญี่ปุ่นที่เราศึกษากันมา มักไม่ค่อยปรากฏสิ่งที่เรียกว่า ทันที แต่มักจะเต็มไปการใช้เวลาและให้น้ำหนักไปกับเรื่องการประชุมเพื่อปรึกษาหารือ ขอความเห็นจากหลายส่วน แล้วยังต้องกลับมาขบคิด ใคร่ครวญสะระตะเพื่อค้นหาช่องว่าง รอยโหว่ หรือจุดอ่อนที่อาจปรากฏและเกิดความเสียหายได้ในอนาคต ด้วยความรอบคอบรัดกุมที่สุดเท่าที่จะทำได้ ดังนั้นกระบวนการตัดสินใจแบบ ทันที จึงมักไม่ค่อยเกิดขึ้น ซึ่งเราก็ได้คำตอบในภายหลังว่า “คนญี่ปุ่นคิดนานจริง เพราะสิ่งที่ต้องคำนึงมากที่สุดคือ เรื่องความเสี่ยง แต่เมื่อตัดสินใจแล้ว หลังจากนั้นการทำงานจะเร็วมาก”

 

 

วิธีคิดและการคัดเลือกคนของ YN II-TEC ในไทย

 

เรียวตะ นาคามูระ เป็นทั้งชะโจ เป็นผู้ที่คัดเลือกและ recruit คน และคัดเลือก จิรปรียา ด้วยตนเอง ได้พูดถึงวิธีคิดและตัดสินใจเลือกทีมงานว่า “เมืองไทยไม่เหมือนญี่ปุ่น คนก็ไม่เหมือนกัน วิธีทำงานก็แตกต่าง จะทำเหมือนที่ญี่ปุ่นทั้งหมดก็คงไม่ได้ บริษัทเองก็เคยมีประสบการณ์ขยายงานไปที่เมืองจีนแล้วพบว่า การที่กิจการเติบโตและยังดำเนินอยู่จนทุกวันนี้ได้ ส่วนหนึ่งเกิดจากการมีทีมงานที่ดีที่เป็นคนในท้องถิ่น เมื่อมาที่เมืองไทยเราก็คิดว่า การมีทีมงานคนไทยที่ดี ก็จะเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้ แต่ด้วยความต่างด้านวัฒนธรรมของไทยกับญี่ปุ่น เราจึงต้องปรับแนวทางทั้งวิธีบริหารและวิธีทำงานเพื่อให้สอดคล้องกับเมืองไทยด้วย” 

 

เมื่อถามถึงหลักเกณฑ์และเหตุผลในการคัดเลือกทีมงาน หรือกรณีของ จิรปรียา ว่าเป็นอย่างไร เรียวตะบอกว่า “เพราะรู้สึกว่าถูกชะตาและเชื่อมั่นในใจว่าคุณบิวจะทำงานได้ สำหรับความรู้เรื่องโพรดักส์และทักษะงาน บริษัทจะจัดอบรมให้อยู่แล้วไม่ว่าจะรับใคร ส่วนเรื่องการสื่อสาร แม้ยังไม่เก่งมากแต่มีพื้นฐานบ้างก็พอ เพราะคิดว่าเป็นเรื่องที่พัฒนาได้ เพราะแม้แต่ตัวผมเอง แรกๆ ก็พูดภาษาไทยไม่ได้ แต่เมื่อมาเมืองไทย ก็ยังต้องเรียนรู้ภาษาไทยเพิ่มเติมเช่นกัน ซึ่งการเรียนรู้ไม่ใช่ปัญหา”

 

 

หัวใจสำคัญคือการฝึกอบรม : Training is Keyword

 

การทำงานที่ YN II-TEC ซึ่งเป็นบริษัทผู้ค้าและเป็น Tooling supply ให้แก่กิจการด้านอุตสาหกรรม ด้วยบริการที่ครอบคลุมทั้ง ขายเครื่องจักร ไปถึง งานบริการช่วยจัดหา ตรวจสอบและคัดกรองอุปกรณ์เครื่องจักรตามความต้องการ (As Specs.) ของโรงงาน อาทิ ตัวกรองน้ำเสียของเครื่องจักร ขี้ผึ้งอุตสาหกรรม ชิ้นส่วนเครื่องจักร และที่เรียกได้ว่าเป็น “ซูเปอร์ฮีโร่โพรดักส์” ของบริษัทเลย คือ เครื่องกัดแบบจำลองชิ้นส่วน (Modeling Machine : CNC /Computer Numerical Control) ซึ่งเป็นเครื่องที่ต้องอาศัยความเข้าใจทั้งเรื่องฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ จิรปรียา ผู้ได้รับมอบหมายให้ดูแลและบริการข้อมูลให้แก่ลูกค้าในเมืองไทย รวมทั้งช่วยแก้ปัญหาทั้งก่อนและหลัง

การขาย นั่นหมายถึงจะต้องรู้และต้องเข้าใจในตัวโพรดักส์อย่างถ่องแท้ 

 

หลังจากทำงานที่ YN II- TEC ประมาณปีเศษๆ ทางผู้บริหารญี่ปุ่นทั้งในไทยและหุ้นส่วนทางญี่ปุ่น คือ บริษัท อิวามะ ซึ่งเป็นผู้ผลิตเครื่องจักร CNC ที่ทาง YN II –TEC เป็นผู้จำหน่าย ก็เห็นชอบร่วมกันว่า จะต้องมีการจัดอบรมและพัฒนาความรู้และทักษะของพนักงานคนไทยให้มีความสามารถที่จะบริการและแก้ปัญหาให้แก่ลูกค้าได้ จึงจัดโปรแกรมส่งพนักงานในเมืองไทยไปฝึกงานที่ประเทศญี่ปุ่น โดยเริ่มที่ จิรปรียา เป็นคนแรก

 

 

ตรรกะและทักษะจากประสบการณ์ฝึกทำงาน (Logical Thinking & Life skills from Intern-ship)

 

เวลา 10 เดือนที่จิรปรียาฝึกงานที่บริษัท อิวามะ ซึ่งเป็น SME ในจังหวัดชิซุโอะกะ เมืองที่ห่างไปจากโตเกียวประมาณ 1 ชั่วโมง หากเดินทางด้วยรถไฟชิงกันเซ็ง โดยมีที่พักและที่ทำงานตั้งอยู่ในเขตชิมิซุ (清水) ชื่อที่มีความหมายว่า “น้ำบริสุทธิ์” ซึ่งเป็นย่านสำคัญเพราะเป็นฐานการผลิตอุตสาหกรรมหนักของทางจังหวัด และเป็นที่ตั้งของโรงงานอุตสาหกรรมใหญ่จำนวนมาก แต่ในขณะเดียวกันเขตชิมิซุแห่งนี้ ยังประกอบไปด้วยผู้ประกอบการ SME อีกจำนวนมากที่เป็นหน่วยสำคัญในการเป็นผู้ผลิตชิ้นส่วน (Parts) สำหรับเครื่องจักรของโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่เหล่านั้น

 

จิรปรียาเล่าว่า “การฝึกงานที่บริษัท อิวามะ ทำให้ได้ความรู้มากจากการทำงานจริง ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่เคยจับเครื่องมาก่อนเลย แต่ที่นี่ได้เรียนรู้การทำงานจากเครื่องจริง ได้เรียนรู้การใช้ซอฟต์แวร์สร้างจีโคด เทคนิคการกัดงาน การทำงานในไลน์ประกอบ การวางแผนในไลน์ และสิ่งที่เหนือยิ่งไปกว่านั้นคือ การได้พัฒนาทักษะการทำงานร่วมกันผู้อื่น โดยชะโจ อิวามะและผู้จัดการฝ่ายขาย จะช่วยกันฝึกสอนพนักงานทุกคนในบริษัทเหมือนๆ กัน รวมทั้งบิว ซึ่งเป็นพนักงานฝึกหัดจากไทยก็ไม่ต่างกัน เราถูกสอนให้รู้แม้แต่ ‘วิธีการสร้างเพื่อน’ สอนให้เรียนรู้อุปนิสัยใจคอของคนที่ไม่เหมือนกัน โดยเฉพาะที่เป็นคนละชนชาติ ทำอย่างไรจะร่วมงานและสร้างความร่วมมือกันได้ บิวยังได้รับคำแนะนำด้านวิธีคิด วิธีสื่อสาร ตลอดจนการวางตัวในสังคม ซึ่งทำให้ได้รับประโยชน์ทั้งในแง่มุมของการค้าขายและการดำเนินชีวิตจนทุกวันนี้” 

 

 

เพราะต้องใช้ชีวิตในญี่ปุ่น เด็กฝึกงานอย่างจิรปรียาจึงต้องเรียนรู้ที่จะปรับตัวเพื่อให้อยู่ได้ในสังคมและวัฒนธรรมญี่ปุ่นที่รู้กันดีว่าเต็มไปด้วยระเบียบวินัย ซึ่งปรากฏว่า จิรปรียาก็ซึมซับและเปลี่ยนนิสัยใจคอบางอย่าง เช่น “แต่ก่อนที่เคยเป็นคนคิดน้อย ขาดความรัดกุม พอมาทำงานที่อิวามะ บิวได้รับการตอกย้ำเรื่องความละเอียดและรอบคอบ ถูกบอกว่าต้องคิดให้มากในเรื่องผลกระทบที่อาจตามมา เช่น เรื่องความปลอดภัยของเพื่อนร่วมงาน หรือสิ่งที่เราทำจะกระทบอะไรถึงคนอื่นหรือไม่ สิ่งที่เราทำจะสร้างความเดือดร้อนให้ใครหรือเปล่า สิ่งที่เราทำรบกวนผู้อื่นอย่างไร หลังกลับจากฝึกทำงานที่ญี่ปุ่น เราพบว่านิสัยเราเปลี่ยนไปทั้งเรื่องส่วนตัวและเรื่องงาน เริ่มคิดถึงคนอื่นมากขึ้น มีความเกรงใจคนอื่นมากขึ้น และที่สำคัญคือเรายอมรับความจริงได้มากขึ้นด้วย”

 

วีธีการฝึกและสอนงานที่ อิวามะ ชะโจ มักเน้นย้ำเป็นการตั้งคำถาม เช่น ทดลองทำหรือยัง? พยายามมากพอแล้วหรือ? โดยบิวจะได้รับงานแล้วต้อง “คิดเอง” ว่าจะใช้เทคนิคการทำงานหรือกัดงานอย่างไรให้ดีที่สุด ในตอนแรก บิวยังไม่รู้แนวทางจึงรีบทำให้เสร็จแล้วรีบส่ง ชะโจก็จะถามกลับมาว่า “รู้ได้ยังไงว่าดีแล้ว”

 

“เทคนิคการสอนของเขาคือ เขาจะไม่บอกว่า ต้องทำยังไงก่อน แต่จะให้เราเรียนรู้ และเมื่อเกิดข้อผิดพลาดก็จะอธิบายในข้อผิดพลาดนั้น โดยให้เราเรียนรู้ที่จะเปลี่ยนจากสิ่งที่ผิดเป็นถูก ให้เราได้มีส่วนคิด หรือให้เราทดลองจนรู้สาเหตุ สิ่งเหล่านี้มีส่วนอยู่มากในการทำให้เรามีความอดทนมากขึ้น แล้วก็เริ่มสนุกกับการได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ โดยที่เราได้ค้นหาและค้นพบเอง”

 

 

จิรปรียายังบอกอีกว่า อิวามะ ชะโจ สอนบางสิ่งที่ติดอยู่ในจิตสำนึกจนทุกวันนี้ว่า “คนเราทำอะไรต้องรู้จักขอบเขตของตัวเอง ถ้าสิ่งที่เราทำเกินขอบเขต แล้วไปกระทบให้คนอื่นเดือดร้อน ก็แปลว่าเราไม่ใช่ผู้ใหญ่ เวลาเป็นเด็กทำผิด ก็ไม่มีใครถือสาและให้อภัยเพราะเป็นเด็ก แต่ถ้าเป็นผู้ใหญ่แล้วควบคุมหรือหักห้ามตัวเองไม่ได้ ทำในสิ่งที่เกินกว่าลิมิตหรือขอบเขต ก็ถือว่ายังไม่เป็นผู้ใหญ่”

 

ประสบการณ์ Intern ของจิรปรียาที่บริษัท อิวามะ สะท้อนไปสู่แนวคิดในเรื่องการถ่ายทอดนวัตกรรมและความรู้ (Technology/knowhow Transfer) ของคนญี่ปุ่นซึ่งเคยได้รับรู้จากหมู่มิตรชาวญี่ปุ่นว่า เป็นสิ่งที่ส่งต่อและส่งมอบให้กันในสถานที่ทำงาน มิใช่เพียงการเรียน know how และทักษะภายในโรงเรียนหรือสถาบันการศึกษาเท่านั้น สิ่งเหล่านี้ไม่เว้นแม้แต่คนญี่ปุ่นด้วยกันเอง สิ่งที่ปรากฏต่อสายตาของทีมงาน MBA จากที่ได้ไปสัมผัสเมื่อได้ไปเยือนบริษัท อิวามะ คือ ภาพของหญิงสาวคนไทยอายุเพียง 26 ปีที่เป็นส่วนหนึ่งของทีมงานชาวญี่ปุ่น ร่วมทำงานแบบเคียงบ่าเคียงไหล่ และมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น ซึ่งได้รับการยอมรับและผู้บริหารญี่ปุ่นที่เป็นทั้งเจ้านายและครูผู้อบรมสั่งสอนก็รับฟังความเห็น ทำให้รู้สึกได้ว่า Internship ที่ชิซุโอะกะได้ฝึกและพัฒนาเธออย่างรอบด้าน และทำให้เธอเข้าถึงหัวใจของการเรียนรู้ ทั้งทักษะงานและทักษะชีวิตอย่างครบเครื่อง และที่สำคัญคือการสะท้อนให้เห็นภาพของวัฒนธรรมการทำงานของ SME ญี่ปุ่นที่ให้ความสำคัญในเรื่อง การทำงานเป็นทีม และความสำคัญของการถ่ายทอดและส่งต่อ องค์-ความรู้ ในระบบการทำงานแบบของจริง

MAGAZINE

 

 

 



New News

 

Editor Observation

  • Apr 26 , 2017

    สิ่งมีชีวิตเกือบทั้งหมดบนโลกใบนี้ ดำเนินไปได้ด้วยพลังงานจากดวงอาทิตย์ พลังงานของดวงอาทิตย์เป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับชีวิต ให้ชีวิตได้มีพละกำลังที่จะขับเคลื่อนดำเนินต่อไปและสืบสายพันธุ์ลูกหลานต่อไปได้เรื่อยๆ บนโลกใบนี้ (หรืออาจจะบนโลกใบอื่นด้วยหรือเปล่าก็ไม่รู้?) ตราบเท่าที่ “ดวงตะวันยังคงส่องแสง”

  • Apr 03 , 2017

    ยุทธจักร มีเดีย/เอ็นเตอร์เทนเมนต์มีจอมยุทธยอดฝีมืออยู่ไม่น้อย ที่ยังโลดแล่นอยู่ในวงการ และร่วมฝ่าคลื่นฝืนลมแห่งการเปลี่ยนแปลงอันรุนแรงอย่างกระแทกกระทั้น เพราะเนื่องมาแต่ Paradigm Shift ของเทคโนโลยีระดับโลกและพฤติกรรมการบริโภคสื่อของผู้คนอยู่ในขณะนี้

  • Dec 28 , 2016

    แม้ขณะนี้ นโยบาย "อัตราดอกเบี้ยติดลบ" ยังมาไม่ถึงเมืองไทย ก็ใช่ว่าผู้ฝากเงินอย่างพวกเราจะนิ่งนอนใจได้

 

School Move

  • Mar 17 , 2017

    สถาบันแนะแนวการศึกษาคริมสัน ผู้นำที่ปรึกษาด้านการศึกษาระดับโลก เปิดสาขาใหม่ในกรุงเทพมหานครเพื่อผลักดันนักเรียนไทยและนักเรียนทุกคนทั่วโลก สามารถเข้าถึงเครือข่ายติวเตอร์ ที่ปรึกษา และผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ ที่คอยให้คำปรึกษากว่า 2,000 คนทั่วโลก

  • Feb 14 , 2017

    สมาคมแลกเปลี่ยนบุคคลากรไทย-จีน ร่วมกับเครือข่ายมหาวิทยาลัยจีน หรือ China Campus Network (CCN), สมาคมผู้สื่อข่าวไทย-จีน, สมาคมการค้าวิสาหกิจจีน-ไทย, ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศจีน กรุงเทพฯ, สำนักข่าวซินหัวประจำกรุงเทพฯ, สถานีวิทยุซีอาร์ไอประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และโรงเรียนภาษาสายสัมพันธ์ ร่วมจัดการแข่งขันภาษาจีน Friendship Cup ครั้งที่ 9 พร้อมผนึกกำลังในพิธีเปิดโครงการความร่วมมือระหว่างเครือข่ายมหาวิทยาลัยจีน องค์กรธุรกิจไทย-จีน สมาคมผู้สื่อข่าวไทย-จีน  และสถาบันการศึกษาไทย เพื่อพัฒนาบุคลากรไทยตอบสนองตลาดแรงงานและองค์กรไทย-จีนในปัจจุบัน

  • Feb 02 , 2017

                  วิสดอม เอ็นเตอร์ไพร์ส จับมือ Rugby School  แห่งสหราชอาณาจักรหนึ่งในโรงเรียนเอกชนชั้นนำที่มีชื่อเสียงและได้รับความเชื่อถือมากว่า 450 ปี เตรียมเปิดโรงเรียนนานาชาติ Rugby School Thailand   ชูจุดแข็งด้วยหลักสูตรพัฒนาการศึกษาแบบองค์รวม ด้วยงบลงทุนกว่า 1,500 ล้านบาท ตอบโจทย์การศึกษาทั้งในประเทศและกลุ่มประเทศ CLMV

Management

  • Apr 24 , 2017

    เทคโนโลยีโทรทัศน์และวิทยุกระจายเสียงมีมามากว่า 100 ปี มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ยุคโทรทัศน์ขาวดำ การใช้สัญญาณอนาล็อก และมีการพัฒนามาสู่ Digital TV และ Digital Radio ในปัจจุบัน นอกจากนี้สื่อที่มีคนบริโภคมากที่สุดยังคงเป็นโทรทัศน์และวิทยุ “ดังนั้นสามารถพูดได้ว่าอุตสาหกรรมวิทยุกระจายเสียงและโทรทัศน์ มีความสำคัญต่อชีวิตของคนทั่วไปเป็นอย่างมาก”  แนวโน้มของการพัฒนาอุตสาหกรรมวิทยุกระจายเสียงและโทรทัศน์ มีดังต่อไปนี้

  • Apr 16 , 2017
    การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย มีบริการที่สร้างความมั่นใจให้กับคุณ คือMEA Better Care Serviceที่ช่วยเติมเต็มบริการหลังเครื่องดื่มให้กับลูกค้าของเรา ได้ดีเยี่ยม 
  • Apr 12 , 2017

    บทความนี้เกิดขึ้นจากศึกษาวิจัยโครงการแผนการขับเคลื่อนการท่องเที่ยววิถีไทยและพัฒนาศักยภาพการท่องเที่ยวโดยชุมชน เพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ซึ่งสนับสนุนโดยสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ที่ผู้เขียนได้เข้าไปร่วมศึกษา รวมถึงจากประสบการณ์ที่ได้ไปอยู่ใน Academy for Systems Change 

 

Cool Case

  • Feb 14 , 2017

    อุทยานการเรียนรู้ TK park จัดเวทีบรรยายพิเศษว่าด้วยแนวโน้มนวัตกรรมห้องสมุดและแนวคิดการพัฒนาพื้นที่การเรียนรู้ การสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้สร้างสรรค์ และตัวอย่างโครงการส่งเสริมการเรียนรู้ที่ได้รับรางวัลระดับโลก ในงานประชุม สหปาฐกถาประจำปี TK Forum 2017 “Better Library and Learning Space: Trends and Ideas” ได้รับเกียรติจาก 3 วิทยากร จาก 3 ประเทศชั้นนำด้านการพัฒนาห้องสมุด เพื่อให้เกิดแนวคิดใหม่และเป็นแรงบันดาลใจในการปรับใช้พัฒนาต่อไปตามแนวคิด Learning in Digital Age ที่ประกาศเป็นแนวทางในปีนี้

  • Jan 09 , 2017

    The Internship ใน MBA บทความนี้เป็นคนละเรื่องกับ The Internship (2013) ภาพยนตร์ดังของฮอลลีวูดที่นำแสดงโดย วินซ์ วอห์น (Vince Vaughn) และ จาเร็ด สเติร์น (Jared Stern) ที่มีพล็อตเรื่องเกี่ยวกับวัฒนธรรมองค์กร (Corporate Culture) ของบริษัทยักษ์ใหญ่ไอทีโลก คือ บริษัท Google

  • Dec 22 , 2016

     

    โรคมะเร็งเป็นสาเหตุการตายของคนไทยเป็นอันดับหนึ่งติดต่อกันมากกว่า 10 ปี โดยมีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตัวเลขปี 2550 มีคนไทยเสียชีวิตด้วยมะเร็งทุกชนิดอยู่ที่ 53,434 ราย ในปี 2557 มีผู้เสียชีวิตจากมะเร็งทุกชนิดอยู่ที่ 70,075 ราย (ตามข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติ)

    องค์การอนามัยโลกรายงานพบผู้ป่วยโรคมะเร็งรายใหม่ทั่วโลกปีละประมาณ 14 ล้านคน เสียชีวิตด้วยสาเหตุที่เกี่ยวเนื่องจากมะเร็ง โดยคาดว่าจำนวนผู้ป่วยจะเพิ่มขึ้นถึง 70 เปอร์เซ็นต์ในช่วง 2 ทศวรรษต่อไป หรือจะมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 22 ล้านราย


    วิธีรักษาโรคมะเร็งในปัจจุบันที่นิยมกันประกอบด้วย การผ่าตัดก้อนมะเร็งออก การฉายรังสี โดยโฟกัสตรงจุดที่เป็นก้อนมะเร็งและเนื้อเยื่อรอบๆ เพื่อฆ่าเซลล์มะเร็ง หรืออาจจะเพื่อการรักษาหรือบรรเทาอาการ เคมีบำบัด หรือที่คุ้นเคยกันในชื่อว่าการทำคีโม เป็นวิธีการรักษาหรือบรรเทาอาการโดยการใช้ยาต้านมะเร็ง ซึ่งแพทย์จะเลือกใช้วิธีใดขึ้นอยู่กับประเภทและระยะของมะเร็ง รวมถึงความแข็งแรงและวิธีการรักษาที่ผู้ป่วยเคยได้รับมาก่อนหน้า

    จากจำนวนผู้ป่วยมะเร็งที่เพิ่มอย่างต่อเนื่องทำให้โรงพยาบาลทั้งภาครัฐและเอกชนให้ความสำคัญกับการดูแลผู้ป่วยโรคนี้ ขณะเดียวกันก็มีธุรกิจที่ทำหน้าที่สนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์ให้สามารถทำการรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น ด้วยการจำหน่ายเครื่องไม้เครื่องมือและดูแลบำรุงรักษาอุปกรณ์ต่างๆ ให้พร้อมใช้งานอย่างต่อเนื่อง

    หนึ่งในผู้ให้บริการรายใหญ่ในประเทศไทยคือ บริษัท บิสซิเนสอะไลเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ BIZ ผู้ดำเนินธุรกิจเป็นผู้จำหน่ายและติดตั้งชุดเครื่องมือทางการแพทย์สำหรับรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งด้วยวิธีรังสีรักษา (Radio-therapy) และให้บริการซ่อมบำรุงรักษาชุดเครื่องมือทางการแพทย์ดังกล่าว (Maintenance Service)

    สมพงษ์ ชื่นกิติญานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร BIZ ย้อนถึงจุดเริ่มต้นธุรกิจนี้ว่า ตนเรียนจบทางด้านรังสีเทคนิค และเข้าทำงานในโรงพยาบาลไประยะหนึ่ง จากนั้นก็ลาออกมาทำงานด้านการขายให้บริษัทอุปกรณ์การแพทย์ และมีโอกาสดูแลสินค้าตัวหนึ่งคือ การใช้รังสีรักษาโรคมะเร็ง ซึ่งเพิ่งเริ่มเข้ามาแนะนำในประเทศไทย

    “เราก็เห็นแนวโน้มว่า โรคมะเร็งมีแต่พัฒนาการมากขึ้น และเทคโนโลยีก็มีการเปลี่ยนแปลง เมื่อถึงจุดหนึ่งที่บริษัทเดิมมองแนวทางไม่เหมือนกับเรา เราก็เลยออกมาทำธุรกิจเอง ประกอบกับหุ้นส่วนของผมที่เคยอยู่บริษัทเดียวกันเขาดูแลด้านวิศวกรรม เราก็เลยออกมาตั้ง Business Alignment เมื่อปี 2543”

    สมพงษ์เล่าต่อว่าเหตุที่ตั้งชื่อบริษัทโดยไม่มีคำที่เกี่ยวข้องกับการแพทย์เลยนั้นเพราะมองว่าการทำธุรกิจไม่จำเป็นต้องอยู่เพียงแค่อุปกรณ์ทางการแพทย์ หากยังสามารถทำอย่างอื่นได้พร้อมกัน จึงตั้งเป็นชื่อกลางๆ รวมกับในช่วงที่เรียน MBA ก็ชอบคำว่า Business Alignment เพราะเป็นการวางแนวทางให้ธุรกิจต่างๆ กลมกลืนเข้าด้วยกัน ตามเป้าหมายขององค์กร ดังนั้นชื่อของบริษัทจึงหมายความว่าในอนาคตบริษัท BIZ ก็สามารถขยายไลน์ธุรกิจและผันตัวเองเป็น Holding Company ได้

    แม้ว่าช่วงที่ก่อตั้งบริษัทเป็นช่วงหลังวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 ที่ภาวะเศรษฐกิจในประเทศยังตึงตัว มีหลายคนเตือนว่าการออกจากงานในช่วงเวลานั้นเพื่อมาสร้างธุรกิจอาจจะลำบาก แต่ด้วยการมองเห็นโอกาสเช่นเดียวกับซัพพลายเออร์ในต่างประเทศที่มองแนวโน้มการรักษามะเร็งด้วยเครื่องมือชนิดนี้จะเติบโต เพราะเทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมากในช่วงปี 2537 ส่งผลให้ประสิทธิภาพการรักษาดีขึ้น ช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตให้แก่ผู้ป่วยโรคมะเร็ง

     

    ธุรกิจเงินทุนสูง
    การจำหน่ายเครื่องไม้เครื่องมือทางการแพทย์มีราคาสูง การลงทุนจึงต้องสูงตามไปด้วย เพราะต้องซื้อเครื่องมาก่อน เพื่อมาติดตั้งให้ลูกค้าแล้วจึงเก็บเงินได้ เงินทุนจึงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก

    เมื่อเริ่มตั้งบริษัทด้วยทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท สมพงษ์ และ วรวิทย์ สีลภูสิทธิ์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงินและทรัพยากรมนุษย์ บริษัท บิสซิเนสอะไลเม้นท์ จำกัด (มหาชน) (BIZ) 2 หุ้นส่วนใหญ่ ลงเงินคนละครึ่ง ดังนั้นการจะขายเครื่องมือราคา 40-50 ล้านบาท จึงต้องไปเจรจากับธนาคาร เพื่อขอกู้เงินมาใช้ทำธุรกิจ

    “เราก็ไปคุยกับแบงก์เอาสัญญาไปให้เขาดู เพราะสัญญานี้เป็นสัญญากับภาครัฐ เราก็ให้เขามั่นใจว่าเขาจะได้รับเงินก็เอาสิทธิในการรับเงินไปให้เขา แล้วไปกู้ เอาบ้านไปจำนอง เอาตัวเราไปค้ำประกัน แต่เราเพิ่งก่อตั้งเขาก็ยังไม่ค่อยมีความมั่นใจ เขาคงดูเราส่งมอบงานได้ไหม เก็บเงินได้หรือไม่ เรามีสัญญาไม่พอต้องเอาบ้านที่อยู่มาจำนอง ไปหาเงินกู้จากพวกญาติบางส่วน

    “ผมอาจจะโชคดี ปีแรกอาจจะเหนื่อยหน่อยต้องไปขอกู้เงินญาติบ้าง ธนาคารบ้าง และลูกค้าบางรายก็ช่วยผ่อนคลายเรื่องการชำระเงินให้เงินเราเร็วขึ้น อาจจะเป็นโชคดีที่เจอลูกค้าดีๆ ด้วย และโชคดีอีกอย่างที่ตั้งแต่ตั้งมาหนี้สูญเราไม่มี เพราะคู่ค้าเรามีแต่โรงพยาบาลใหญ่ๆ” สมพงษ์ กล่าว


    การนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai จึงเป็นการลดปัญหาด้านเงินลงทุน เนื่องจาก BIZ เป็นธุรกิจที่ต้องใช้เงินลงทุนเป็นช่วงเวลาสูง

    “สมมติมีโครงการสัก 400 ล้านต้องใช้เงินทุนเท่าไร และพวกนี้ไม่ใช่ว่าขายวันนี้อีก 30 วันเก็บเงินได้ เราขายวันนี้แล้วก็ยังต้องมีช่วงเวลาติดตั้ง ทำโน่นทำนี่ เร็วสุดเก็บเงินได้ประมาณ 6 เดือน นั่นหมายถึงว่าเงินจะต้องจมไปประมาณ 7 เดือน มีบางปีเราไปดูบันทึก จ่ายเฉพาะดอกเบี้ยเกือบ 20 ล้านเพราะกว่าจะเก็บเงินได้ และดอกเบี้ยก็ค่อนข้างสูง ถ้าเราลดภาระนี้ได้ การระดมทุนทำให้เรามีเงินก้อนหนึ่งมาเป็นเงินทุนหมุนเวียน นั่นทำให้ลดต้นทุนทางการเงินได้ ทำให้เพิ่มกำไรได้มากขึ้น และเมื่อเข้าสู่ตลาด การเจรจากับแบงก์เรื่องดอกเบี้ยก็พูดคุยได้ง่ายกว่า เมื่อเทียบกับตอนยังไม่ได้จดทะเบียน และอาจทำให้ความฝันของบริษัทเป็นจริงเร็วขึ้น”

     

    ผู้เชี่ยวชาญ
    หลายคนอาจจะมอง BIZ เป็นบริษัทเทรดดิงบริษัทหนึ่ง แต่สิ่งที่ BIZ ขายเป็นเครื่องมือทางการแพทย์ซึ่งมีความซับซ้อน ต้องใช้ห้องที่ออกแบบพิเศษและติดตั้งเครื่องเพื่อป้องกันรังสีไม่ให้เกิดอันตรายกับผู้อื่นในขณะที่ทำประโยชน์ให้ผู้ป่วย

    สมพงษ์เล่าว่า “สิ่งที่เราทำก็คือทำเป็น Service Provider ทางด้านนี้ สิ่งที่เราให้ลูกค้าคือ ให้คำแนะนำช่วยเหลือในการออกแบบห้องให้เกิดความปลอดภัยมากที่สุด และเราก็ให้ความช่วยเหลือจัดหาอุปกรณ์ทุกสิ่งทุกอย่าง เป็น one stop service เพราะเรามองเห็นว่าลูกค้าบางรายเขามีปัญหาตั้งแต่ห้อง เขาต้องทำห้องก่อสร้างก็บริษัทหนึ่ง เครื่องก็บริษัทหนึ่ง ก็อาจจะเกิดปัญหาว่าไม่เข้ากัน คือเดี๋ยวจะโทษกันไปกันมา เราก็มองดูแม้แต่การก่อสร้างปรับปรุงห้องเราก็รับผิดชอบ นั่นคือสิ่งที่เราเริ่มปรับกลยุทธ์เป็น Solution Provider ทางด้านรังสีรักษา เราปรับกลยุทธ์ให้แตกต่าง ใครจะทำด้านนี้ต้องคิดถึงเรา เข้ามาปรึกษา เครื่องต้องสามารถใช้งานได้จริง นั่นคือสิ่งที่เราวางกลยุทธ์ในการทำธุรกิจ ปัจจุบันเราก็วางตัวเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านนี้ ดังนั้นไม่ว่าเขาจะมีห้องอยู่เดิมหรือไม่มี เราก็สามารถให้คำปรึกษารวมถึงเรื่องการก่อสร้าง เราไม่มีบริษัทก่อสร้างเองแต่เรามีผู้รับเหมาที่สามารถไว้ใจได้และสามารถร่วมมือ เราทำหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของเขาเพื่อให้มั่นใจได้ว่าสิ่งที่ส่งมอบถูกต้องเป็นไปตามมาตรฐาน”

    เขาให้ข้อมูลต่อว่า ในประเทศไทยลักษณะการซื้อแบบ Solution Provider เป็นที่นิยม เนื่องจากบริษัทสามารถสรรหาอุปกรณ์ที่สามารถทำงานได้ทันที กลายเป็นจุดเด่นที่ BIZ นำเสนอให้แก่ลูกค้า

    สินค้าไฮเทค
    สมพงษ์เพิ่มเติมข้อมูลเรื่องเครื่องมือที่ BIZ จำหน่ายโดยย้อนอดีตวิธีการรักษาโรคมะเร็งด้วยรังสีที่มีมานานแล้ว คือการใช้แร่ธรรมชาติในการรักษา หรือที่รู้จักกันคือแร่โคบอลต์ แต่โคบอลต์มีปัญหาคือเมื่อพลังงานในก้อนแร่ลดลงจนถึงจุดหนึ่งจะใช้ไม่ได้ ต้องนำก้อนแร่ไปเก็บฝังเป็นกากกัมมันตรังสี ซึ่งเป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายให้ความใส่ใจค่อนข้างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากมีเหตุการณ์คนไปขโมยแร่และเกิดการรั่วไหลส่งผลให้เสียชีวิต

    จุดเด่นของเครื่องรุ่นใหม่คือ หากไม่มีกระแสไฟฟ้าเข้าไปในเครื่องก็จะไม่มีรังสีออกมา เป็นการทำงานคล้ายกันกับหลอดเอกซ์เรย์ที่ยิงด้วยพลังงานรังสีสูง และไม่มีกากกัมมันตรังสีให้ต้องกำจัด เมื่อเลิกใช้งานสามารถทิ้งได้เช่นเดียวกับเครื่องจักรอื่นๆ

    และการพัฒนาของเครื่องรุ่นใหม่ๆ ทำให้รังสีที่ได้มีอำนาจทะลุทะลวงได้ดีกว่า เมื่อรวมกับเครื่องมือที่ใช้ประกอบทำให้การรักษามีความแม่นยำมากขึ้น ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาให้ดียิ่งขึ้น

    “เราใช้คอมพิวเตอร์ควบคุมวางแผน ต่างๆ ทำให้การรักษามีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะเครื่องคอมพิวเตอร์วางแผนการรักษา เพราะการรักษามีองค์ประกอบมากมาย คอมพิวเตอร์วางแผนการรักษา คือเอาภาพที่เราซีทีสแกนมาวาง ว่าเราควรจะให้รังสีตรงไหนอย่างไรเพื่อที่จะได้ผลดีที่สุด และไม่ทำลายเนื้อเยื่อข้างเคียง ทุกอย่างที่เกี่ยวข้องเรามีหมด ไม่ใช่แค่มีเครื่องแล้วรักษาได้ การรักษาที่จะมีประสิทธิภาพที่ดีที่สุดคุณจะต้องมีอุปกรณ์ประกอบ” สมพงษ์อธิบาย

     

    ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับรังสี
    สมพงษ์ เล่าให้ฟังว่า ในอดีตหลายคนอาจจะเคยได้ยินกันมาว่าผู้ป่วยมะเร็งไปฉายรังสีหมายความว่าคนป่วยกำลังจะเสียชีวิต ซึ่งเป็นความเชื่อที่ผิด “ในอดีตที่เป็นอย่างนั้นเพราะคนที่มาพบก้อนมะเร็งมักจะเป็นมะเร็งระยะที่ 4 คือเป็นระยะสุดท้ายแล้ว ในอดีตทางการแพทย์การวินิจฉัยโรคมะเร็งยังไม่พัฒนา รู้อีกทีคือมีอาการแล้ว เป็นระดับ 4 แล้ว เกินเยียวยาเกือบทั้งหมด พอมาฉายแสงก็ช่วยทำให้ก้อนยุบ เพราะก้อนถูกทำลาย เราเคยทำงานด้านนี้ ผู้ป่วยก็ดีใจแต่เราก็รู้อยู่แล้วว่าอีกไม่นานเพราะโรคอยู่ในระยะที่เกินไปแล้ว คนก็บอกว่ามาฉายแสงแล้วตาย จะไม่ตายได้อย่างไร เพราะระยะโรคไปถึงขั้นนั้นแล้ว เราฉายแสงให้เขาเพื่อให้เขามีคุณภาพชีวิตที่เหลืออยู่ดีขึ้น ดังนั้นการรักษาโรคทุกโรคมีสองอย่าง คือหนึ่งทำให้หาย สองทำแค่บรรเทาอาการ”

    “ปัจจุบันเนื่องจากการแพทย์ในการวินิจฉัยพบได้เร็วขึ้น อยู่ขั้น 1-2 หรือ 3 ก็ตาม การรักษามีโอกาสหายเพิ่มมากขึ้น ทุกโรคเหมือนกันหมด ไม่จำกัดแค่โรคมะเร็ง เพียงแต่โรคมะเร็งพัฒนาการของโรค การเป็นโรคเร็วกว่าโรคอื่น อย่างวินิจฉัยวันนี้เป็นระดับ 1 ภายในเดือนเดียวอาจจะเป็น 2 หรือ 3 เลยก็ได้ ดังนั้นเมื่อวินิจฉัยว่าเป็นแล้วการรักษาจึงต้องเป็นไปอย่างเร่งด่วน ไม่ใช่ปล่อยไว้ได้ ยิ่งปล่อยไว้นานมากขึ้นโอกาสที่จะเป็นสเตจหลังๆ ก็มีมากขึ้น” สมพงษ์อธิบาย

    ปัจจุบันในประเทศไทยมีการใช้รังสีรักษาประมาณ 50-60 เปอร์เซ็นต์ของผู้ป่วยมะเร็ง เนื่องจากเครื่องมือมีประ-สิทธิภาพดีขึ้น รองลงมาคือการใช้คีโมและผ่าตัด ขึ้นกับอวัยวะที่เป็น เพราะมะเร็งบางอย่างไม่ไวต่อแสงทำให้การฉายรังสีไม่เกิดประโยชน์

     

    ความท้าทายของ BIZ
    สำหรับความท้าทายในการดำเนินงานของ BIZ ต่อไป สมพงษ์ บอกว่า สิ่งที่ยังคงต้องทำต่อเนื่องคือการเพิ่มยอดขายและสร้างความยั่งยืนทางรายได้ให้แก่บริษัท ซึ่งหมายถึงการมองหาธุรกิจเพิ่มเติมที่กำลังศึกษาแนวทางอยู่ ว่าจะมีอะไรที่เหมาะสมกับอนาคต โดยยังคงให้ความสนใจกับธุรกิจด้านการแพทย์ และสิ่งที่มองคือแนวโน้มสังคมผู้สูงอายุที่กำลังจะเกิดขึ้นในประเทศไทย เพราะไม่ว่าเศรษฐกิจจะเป็นอย่างไรเรื่องสุขภาพก็เป็นเรื่องที่ทุกคนให้ความใส่ใจดูแล

    สมพงษ์ปิดท้ายด้วยการตอกย้ำเรื่องการสื่อสารว่าเป็นความท้าทายที่ยังต้องดำเนินการ “การให้คนรู้ ก็เป็นการสร้างตลาดทางอ้อม เมื่อเขารู้ก็ไปถามโรง-พยาบาล ทำให้เขารู้ว่ามีทางเลือก ว่าสามารถมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น การทำให้เป็นที่รู้จักของโรงพยาบาลใหม่ๆ ผมเชื่อว่าหมอทุกคนมีจรรยาบรรณ ถ้ารู้ว่าเป็นทางเลือกที่ดีและดีต่อชีวิตคนเขาก็อยากให้ ถ้าผู้ป่วยเรียกร้องหมอเรียกร้องก็จะทำให้ธุรกิจเติบโตได้ดี และเหนือสิ่งอื่นใด ผู้ป่วยควรได้สิ่งที่เขาควรได้ ก็เป็นความท้าทาย ในการสื่อสารที่ต้องวางแผนให้รัดกุม ไม่ให้ถูกโจมตี ว่ากำลังไปชี้นำหรือทำให้คนเข้าใจผิด”