กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร นำโดยนายฟิลิป เชียง ชอง แทน กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารเกียรตินาคิน จำกัด (มหาชน) มอบเงินบริจาคจากโครงการ KKP Healthy Together ให้แก่สภากาชาดไทยเพื่อสนับสนุนซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ โดยมี ผศ.ดร.พญ.จารุพร พรหมวงศ์ รองผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เป็นผู้แทนรับมอบ ทั้งนี้ ภายใต้โครงการดังกล่าว พนักงานกลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร กว่า 4,000 คน ทั่วประเทศร่วมกันออกกำลังกาย 19 วัน เพื่อพิชิตเป้าหมาย 190,000 นาที โดยทุกๆ การออกกำลังกาย  1 นาที ธนาคารจะบริจาค 1 บาท โดยหลังจบโครงการพนักงานร่วมออกกำลังกายทะลุเป้า รวมเวลาได้ทั้งหมด 222,289 นาที ถือเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญขององค์กรในการส่งเสริมให้พนักงานสร้างสุขภาพที่ดีก่อนส่งต่อการดูแลสุขภาพกายควบคู่สุขภาพทางการเงินสู่ลูกค้าตามแนวคิด Healthy and Wealthy ต่อไป

บริษัทหลักทรัพย์ ภัทร จำกัด (มหาชน) (บล.ภัทร) บริษัทในกลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทรสนับสนุนพลังทางความคิดและความเป็นผู้นำของเยาวชน ด้วยการสนับสนุนผู้แทนเยาวชนไทยเข้าร่วมงาน APEC Voices of the Future การประชุมผู้นำเยาวชนเอเปค ที่เมืองพอร์ตมอร์สบี ที่เมืองปาปัวนิกินี ซึ่งจัดในช่วงวันที่12-18 พฤศจิกายน 2561 ที่ผ่านมา คู่ขนานไปกับการประชุม APEC 2018 โดยเชิญผู้แทนเยาวชนและนักการศึกษาจาก 21 เขตเศรษฐกิจสมาชิกเอเปคเข้าร่วม ในปีนี้มีผู้เข้าร่วมมากกว่า 80 คน จาก 14 เขตเศรษฐกิจ ผู้แทนเยาวชนไทย 5 คน  หัวข้อหลักสำหรับงานในปีนี้คือ การสร้างโอกาสในการลดความเหลื่อมล้ำในยุคดิจิตอล (Harnessing Inclusive Opportunities, Embracing the Digital Future)

ตัวแทนเยาวชนจากแต่ละเขตเศรษฐกิจได้ออกมานำเสนอในประเด็นบทบาทของเยาวชนในเขตเศรษฐกิจของตัวเองตามหลักหัวข้องาน สำหรับเยาวชนไทยได้ยกประเด็นความเหลื่อมล้ำที่เกิดขึ้นกับเกษตรกรไทยซึ่งตัวแทนเยาวชนไทยระบุว่าเป็นกลุ่มคนที่ได้รับผลกระทบจากความเหลื่อมล้ำมากที่สุดในกลุ่มประเทศไทย นอกจากเข้าร่วมอภิปรายในระดับผู้นำเยาวชนแล้ว ผู้แทนเยาวชนไทยยังได้เข้าร่วมการประชุม APEC CEO Summit 2018 ในปีนี้กี่กล่าวสุนทรพจน์ของผู้นำระดับประเทศทั้งประธานาธิบดีสี จิ้น ผิง สาธารณรัฐประชาชนจีน รองประธานาธิบดี ไมค์ เพนซ์ ประเทศสหรัฐอเมริกา และ นายกรัฐมนตรีมาหาเธร์ โมฮัมหมัด ประเทศมาเลเซีย เป็นต้น ซึ่งการกล่าวสุนทรพจน์โดยผู้นำจีนและสหรัฐ ต่างก็ได้รับความสนใจจากเข้าผู้ร่วมประชุมเป็นอย่างมาก เนื่องจากความตึงเครียดทางด้านการค้าระหว่างสองประเทศเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญต่อเศรษฐกิจโลก

นอกจากประเด็นความร่วมมือทางเศรษฐกิจเยาวชนขตเศรษฐกิจต่างๆ ยังได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนในเชิงวัฒธรรม ในส่วนของประเทศเจ้าภาพปาปัวนิวกินี ซึ่งมีชนเผ่าต่างๆ ถึงกว่า 1,000 เผ่า และมีภาษาที่ใช้กว่า 800 ภาษา ได้มีการจัดการแสดงวัฒธรรมจากบางชนเผ่าและการออกร้านค้าพื้นเมืองและสินค้าอื่นๆจากผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม เยาวชนไทยยังได้แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกับเยาวชนในประเทศอื่นด้วยการแต่งชุดไทยโบราณ นำเสนอเพลงไทยร่วมสมัย และแลกเปลี่ยนของที่ระลึกที่สะท้อนศิลปะและวัฒนธรรมไทย

นอกจากนั้นงาน APEC CEO Summit 2018 ยังเปิดโอกาสให้เยาวชนได้พบปะกับผู้บริหารของบิษัทเอกชนแบะองค์กรภาคธุรกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟฟิก ซึ่งเปิดโอกาสให้เยาวชนได้รับฟังมุมมองและวิสัยทัศน์ของผู้บริหารชั้นสูงจากบริษัทชั้นนำในภูมิภาคเอเชียแปซิฟฟิก เยาวชนไทยได้พปะกับประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยและเลชาธิการสมาคมธนาคารไทยซึ่งได้ให้เกียรติอธิบายแนวคิดเป้าหมาย และกระบวนการการทำงานขององค์กรการภาคธุรกิจที่เป็นสมาชิกของ APEC Business Advisory Council (ABAC) ในการส่งเสริมการร่วมมือทางการค้าและการลงทุน

สำหรับโครงการนี้ประเทศไทยได้ส่งตัวแทนเยาวชนเข้าร่วมมา 6ปีแล้ว บล.ภัทรได้ให้การสนับสนุนเป็นปีแรกและเล็งเห็นประโยชน์ที่เยาวชนจะได้จากการเก็บเกี่ยวประสบการณ์ในเวทีระกับโลกเพื่อนำกลับมาต่อยอดในการทำงานและเป็นกำลังสำคัญร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในอนาคต แนวคิดการทำงานที่ทางภัทรได้ให้กับน้องเยาวชน สอดคล้องกับแนวคิด Philosophy of Wealth ซึ่งเป็นหลักการทำงานที่ภัทรใช้ในธุรกิจความมั่งคั่ง หรือ Wealth Management การบริหารความมั่งคั่งไม่ได้เป็นแค่เพียงการเพิ่มพูนมูลค่าของเงินลงทุน แต่ต้องเสริมสร้างด้วยมิติของปรัชญาที่ผูกโยงอยู่กับ วิธีการทำงานที่ต้องใช้ทั้งเวลา ความรู้ และความเข้าใจ เพื่อสร้างสรรค์งานที่มีคุณค่า ปัจจุบันภัทรเองก็มีโปรแกรม internship ซึ่งเป็นโปรแกรมการฝึกงานที่เน้นให้ผู้ฝึกงาน ได้เอาความรู้ในห้องเรียนมาทดลองงานในสนามจริง ไปพร้อมๆ กับเรียนรู้แนวทางการทำงานบนปรัชญาแห่งการเรียนรู้และเพาะบ่มประสบการณ์

นายสำมิตร  สกุลวิระ (ที่สองจากซ้าย) ประธานสายสินเชื่อธุรกิจ ธนาคารเกียรตินาคิน จำกัด (มหาชน) บริษัทในกลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร ต้อนรับนายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ประธานในพิธีเปิดงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 39 ในโอกาสเข้าเยี่ยมชมบูทธนาคารเกียรตินาคิน ทั้งนี้ ธนาคารได้เชิญลูกค้าผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์เพื่อนำโครงการที่อยู่อาศัยคุณภาพมาร่วมออกบูธกว่า 15 โครงการ พร้อมแคมเปญพิเศษสินเชื่อที่อยู่อาศัย ด้วยอัตราดอกเบี้ย 0.99% นาน 6 เดือน เฉพาะลูกค้าที่ขอสินเชื่อภายในงาน นอกจากนี้ ธนาคารยังได้ร่วมกับ Homeprise แพลตฟอร์มเพื่อการออกแบบและตกแต่งบ้าน ด้วยเทคโนโลยีแอพพลิเคชั่น 3D Interactive สำหรับให้ลูกค้าออกแบบเฟอร์นิเจอร์ด้วยตัวเอง พร้อมส่วนลดในการซื้อเฟอร์นิเจอร์และออกแบบภายใน มูลค่าสูงสุด 5,000 บาท โดยงานดังกล่าวมีขึ้นระหว่างวันที่ 4 - 7 ตุลาคม 2561 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ KK Contact Center 02 165 5555 หรือ www.kiatnakin.co.th

 

สำมิตร สกุลวิระ ประธานสายสินเชื่อธุรกิจธนาคารเกียรตินาคิน จำกัด (มหาชน) บริษัทในกลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร เปิดเผยผลงานของสายสินเชื่อธุรกิจเมื่อปีที่ผ่านมาว่า  สามารถทำวงเงินสินเชื่ออนุมัติใหม่ได้สูงที่สุดเท่าที่เคยทำมา จากการที่ธนาคารเริ่มขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มลูกค้าขนาดใหญ่เพิ่มเติมจากอุตสาหกรรมที่ธนาคารมีความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษได้แก่ สินเชื่อกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์รายกลางรายเล็ก และสินเชื่อธุรกิจเอสเอ็มอี (สินเชื่อธุรกิจอพาร์ตเม้นต์และโรงแรม สินเชื่อธุรกิจขนส่ง สินเชื่อพาณิชยกรรมและอุตสาหกรรม และสินเชื่อเพื่อเครื่องจักรและวัสดุก่อสร้าง) 

 สำหรับปี 2561 จากทิศทางเศรษฐกิจและความต้องการของลูกค้า ธนาคารจะเดินหน้าด้วยแนวทางการดำเนินงาน 4 ด้าน ประกอบด้วย 1.  เจาะกลุ่มผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ในทุกเซกเมนต์ ส่วนกลุ่มธุรกิจเอสเอ็มอีมุ่งขยายธุรกิจไปยังลูกค้ากลุ่มเดิม 2. เป็นธนาคารที่มีความเชี่ยวชาญพิเศษในกลุ่มอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ด้วยประสบการณ์ยาวนานของทีมงาน 3. ขยายฐานลูกค้าไปสู่กลุ่มที่มีความมั่งคั่งสูง (high net worth) ในกลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร โดยมุ่งให้บริการทางการเงินแก่กลุ่มคนดังกล่าวที่ส่วนใหญ่เป็นนักธุรกิจและเจ้าของกิจการให้ประสบความสำเร็จทางธุรกิจอย่างยั่งยืน และ 4.  ชูแพลตฟอร์มการเป็น Financial Solution Expert โดยพัฒนาบุคลากร ผลิตภัณฑ์ และบริการที่ครอบคลุมความต้องการทางธุรกิจของลูกค้า ตลอดจนนำเสนอเครื่องมือทางการเงินที่เหมาะสมกับผู้ประกอบการและสามารถเพิ่มมูลค่าให้กับกิจการ โดยปี 2561 สายสินเชื่อธุรกิจวางเป้าหมายสินเชื่ออนุมัติใหม่ที่ประมาณ 33,500 ล้านบาท ซึ่งจะทำให้ยอดสินเชื่อของสายสินเชื่อธุรกิจขยายตัวราว 5% คิดว่าการให้บริการลูกค้าด้วยความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน และมุ่งเน้นความสำเร็จของลูกค้าเป็นสำคัญ จะส่งผลให้การทำงานบรรลุเป้าหมายตามที่ได้วางไว้

 ทั้งนี้ในปี 2560  สินเชื่อธุรกิจ มียอดสินเชื่อรวม 44,283 ล้านบาท ขยายตัวที่ 7% จากสิ้นปี 2559 แบ่งเป็น สินเชื่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ 21,276 ล้านบาท สินเชื่อธุรกิจเอสเอ็มอี (สินเชื่อธุรกิจอพาร์ตเม้นต์และโรงแรม สินเชื่อธุรกิจขนส่ง สินเชื่อพาณิชยกรรมและอุตสาหกรรม และสินเชื่อเพื่อเครื่องจักรและวัสดุก่อสร้าง) 23,007 ล้านบาท

            อภินันท์ เกลียวปฏินนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร เปิดเผยว่า จากผลการดำเนินงานของกลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร ประกอบไปด้วย ธนาคารเกียรตินาคิน จำกัด (มหาชน) บริษัทหลักทรัพย์ ภัทร จำกัด (มหาชน) (บล.ภัทร) และบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ภัทร จำกัด (บลจ.ภัทร) ในครึ่งปีแรกที่ผ่านมา สามารถดำเนินงานได้ตามแผนธุรกิจที่วางไว้

           ธุรกิจสินเชื่อ Credit House) ที่สินเชื่อรวมของธนาคารขยายตัวได้ดี (ครึ่งปีแรกโต 4.1% จากเป้าทั้งปีที่ตั้งไว้ 5%) เป็นผลจากการเติบโตของสินเชื่อบรรษัทที่เกิดจากการผสานความร่วมมือของสายสินเชื่อบรรษัทกับสายงานวานิชธนกิจของ บล.ภัทร ตลอดจนการทำงานอย่างเข้มข้นของเครือข่ายสาขาและสายงานช่องทางการตลาดและพัฒนาฐานลูกค้า เพื่อรุกตลาดสินเชื่อรายย่อย ผ่านผลิตภัณฑ์สินเชื่อบุคคล สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย และสินเชื่อ KK SME รถคูณ 3

           ทางด้านธุรกิจตลาดทุน โดยเฉพาะในส่วนของ Private Bank ภายใต้ธุรกิจไพรเวทเวลธ์สำหรับผู้ลงทุนไทยมีพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีสินทรัพย์ภายใต้การให้คำแนะนำ (Asset under Advice: AuA) อยู่ที่ 403,000 ล้านบาท (ไม่รวมเงินฝาก) โดยมียอดเงินลงทุนใหม่กว่า 22,000 ล้านบาท และล่าสุด บล.ภัทร ได้เปิดบริการใหม่ คือ Global Investment Service (GIS) ซึ่งเป็นการให้บริการลงทุนต่างประเทศสำหรับกลุ่มลูกค้าที่มีความมั่งคั่งสูง เพื่อเพิ่มโอกาสการลงทุนด้วยผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ไร้ข้อจำกัดด้านพรมแดน

           โดยแผนครึ่งปีหลัง 2560 ของ KKP อภินันท์แบ่งเป็น 3 ส่วนใหญ่ประกอบด้วย

           ด้านสินเชื่อ จะพยายามกระจายสินเชื่อเพิ่มขึ้น ทั้งสินเชื่อองค์กร สินเชื่อเช่าซื้อ โดยจะมีช่องทางที่หลากหลายในการให้บริการ เช่นเทเลเซลล์ ออนไลน์ ไดเร็กมาร์เก็ต โดยในช่องทางออนไลน์ยังรอเรื่องกฎหมายเพื่อทำให้ครอบคลุมครบวงจรต่อไป

           ด้าน Private Banking บริหารการเงินให้กับลูกค้า เป็นรายได้ที่สม่ำเสมอ ซึ่งยังมีช่องทางเติบโตได้อีก จากอัตราดอกเบี้ยที่ยังต่ำ ลูกค้าเงินฝากในประเทศมีความรู้ความเข้าใจในการลงทุนเพิ่มมากขึ้น โดย KKP จะพยายามทำบริการให้ได้มาตรฐานเทียบเท่ากับสากล พัฒนาผลิตภัฑณ์ใหม่ๆ เพิ่มมากขึ้น

           ด้าน Wholesale Investment Banking  ในส่วนของวานิชะนกิจจะสามารถเริ่มให้บริการอย่างครบวงจร สามารถรองรับการทำธุรกรรมสำคัญๆ ได้ครบทุกมิติมากขึ้น โดยจะต้องต่อยอดด้วยการเพิ่มการรับรู้ของลูกค้า ในส่วนธุรกิจนายหน้า มองไปที่กลุ่มลูกค้าสถาบันซึ่งเป็นอีกกลุ่มที่สามารถสร้างรายได้ได้ดี โดยจะต้องรักษามาตรฐานของงานวิจัย และผู้ปฏิบัติงาน เพื่อให้เกิดการลงทุนอย่างต่อเนื่อง

           อภินันท์สรุปว่า แผนงานครึ่งปีหลังของKKP เป็นการทำงานต่อเนื่องจากครึ่งปีแรก แต่มีการปรับเปลี่ยนตามความเปลี่ยนแปลงของโลก ด้วยการทำระบบและกระบวนการให้ทันสมัย โดย KKP อยู่ระหว่างการปรับปรุงระบบคอร์แบงก์กิ้งซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2561

Joomla! Debug Console

Session

Profile Information

Memory Usage

Database Queries