Ad Top Header

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ โดยสำนักส่งเสริมการค้าสินค้าไลฟ์สไตล์ จัดโครงการส่งเสริมพัฒนาสินค้าและเทคนิคการผลิตของผู้ประกอบการMaterial ของไทยสู่ตลาดญี่ปุ่น เพื่อเตรียมความพร้อมผู้ประกอบการไทย พัฒนาสินค้าวัตถุดิบ / วัสดุท้องถิ่นหรือ Material ของไทย รุกตลาดต่างประเทศ โดยได้ Mr. Junya Kitagawara ผู้เชี่ยวชาญจากประเทศญี่ปุ่นร่วมติวเข้ม แนะแนวทางการเจาะตลาดพร้อมพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการไทยในเวทีโลกโดยเฉพาะตลาดญี่ปุ่น

ประเทศญี่ปุ่นนำเข้าสินค้าไลฟ์สไตล์จากไทยมากเป็นอันดับ 2 รองจากสหรัฐอเมริกา โดยปี 2561 ไทยส่งออกสินค้าไลฟ์สไตล์ไปยังประเทศญี่ปุ่น คิดเป็นมูลค่ากว่า 413 ล้านเหรียญสหรัฐฯ สินค้าที่ใช้วัสดุและเทคนิคการผลิตของไทยเป็นสินค้าที่มีความเป็นเอกลักษณ์ แตกต่าง และหายากมากขึ้นในตลาดญี่ปุ่น เนื่องจากสามารถนำมาพัฒนาเป็นสินค้าของใช้ของตกแต่งบ้าน หรือเฟอร์นิเจอร์ที่มีเอกลักษณ์ การเจาะตลาดญี่ปุ่นจะสามารถขยายมูลค่าส่งออกได้เป็นอย่างดี

เพื่อเตรียมความพร้อมผู้ประกอบการ กรมฯ จะมีการจัดประชุมหัวข้อ “แนะนำแนวโน้มสินค้าที่ทำจากวัตถุดิบของไทย : เทรนด์การส่งออกที่มีศักยภาพของอุตสาหกรรมตกแต่งภายในประเทศญี่ปุ่น” (Material Trend : Potential Products for Japanese Interior design Industry) โดยได้ผู้เชี่ยวชาญชาวญี่ปุ่น Mr. Junya Kitagawara ติวเข้มให้ผู้ประกอบการไทยกลุ่มสินค้าที่ใช้วัสดุ / วัตถุดิบท้องถิ่น อาทิ ของขวัญ ของใช้ ของตกแต่งบ้าน เฟอร์นิเจอร์ เคหะสิ่งทอ และผู้สนใจ ไม่ต่ำกว่า 80 ราย ได้เข้าใจถึงสินค้า "Material" และช่องทางในการส่งออกสู่ประเทศญี่ปุ่น

กิจกรรมจะจัดขึ้นในวันที่ 19 เมษายน 2562 ภายในงานแสดงสินค้า STYLE Bangkok เดือนเมษายน 2562 และวันเสาร์ที่ 20 เมษายน 2562 จะเป็นการคัดเลือกผู้เข้าร่วมโครงการ โดย Mr. Kitagawara เพื่อรับคำแนะนำเชิงลึกต่อไป ทั้งนี้ สินค้าที่ผ่านการพัฒนาแล้ว จะได้ร่วมจัดแสดงภายในงานแสดงสินค้า Tokyo International Gift Show 2019 ซึ่งเป็นงานแสดงสินค้าไลฟ์สไตล์ที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น

ผู้ประกอบการที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมสามารถโทรสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร 02 507 8330 หรืออีเมล This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it. หรือ โทรสายตรงกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ 1169

กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ แถลงความพร้อมการจัดงานแสดงสินค้าไลฟ์สไตล์ระดับแถวหน้าของเอเชีย หรือ STYLE Bangkok เดือนเมษายน พร้อมดันผู้ผลิต ผู้ส่งออกและดีไซเนอร์กลุ่มไลฟ์สไตล์ จัดแสดงสินค้ากว่า 1,600 คูหา ครอบคลุมพื้นที่ 41,000 ตารางเมตร ของไบเทค บางนา ระหว่างวันที่ 17-21 เมษายน 2562

งานแถลงข่าวฯ ซึ่งจัดขึ้นเมื่อเร็วๆนี้ ที่ผ่านมา ณ โรงแรม ดิ แอทธินี โฮเทล กรุงเทพฯถนนวิทยุ ได้รับเกียรติจากรองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) นางวรรณภรณ์ เกตุทัต เป็นประธาน พร้อมด้วยผู้บริหารสมาคม สมาพันธ์และองค์กรที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชนร่วมงานอย่างคับคั่ง ภายในงานยังมีการนำเสนอผลิตภัณฑ์ไฮไลต์ในรูปแบบนิทรรศการและแฟชั่นโชว์แสนประทับใจจากความร่วมมือของนิตยสารชื่อดังระดับนานาชาติโว้กประเทศไทย

รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า "STYLE Bangkok เดือนเมษายน 2562 เป็นการรวมงานแสดงสินค้าไลฟ์สไตล์ที่สำคัญ 3 งาน ได้แก่ งานแสดงสินค้าแฟชั่นและงานแสดงสินค้าเครื่องหนัง หรือ BIFF & BIL งานแสดงสินค้าของขวัญและงานแสดงสินค้าของใช้ในบ้าน หรือ BIG+BIH และงานแสดงสินค้าเฟอร์นิเจอร์ หรือ TIFF สามงานแสดงสินค้านานาชาติที่จัดต่อเนื่องยาวนาน เพื่อตอบสนองต่อแนวโน้มไลฟ์สไตล์ของโลกและตอบรับกับความต้องการของผู้ซื้อที่เปลี่ยนแปลงไป รวมถึงเพื่อตอบสนองแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงในกลุ่มผู้ซื้อ/ผู้นำเข้าที่ลดระยะเวลาและภาระต่างๆ ในการเดินทางเพื่อสั่งซื้อสินค้า"

“การรวมงานแสดงสินค้าทั้ง 3 งานเข้าด้วยกัน จึงเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ผู้ซื้อให้สามารถพบสินค้าที่หลากหลายและครบครันภายในงานเดียว สามารถตอบโจทย์ความต้องการของทั้งผู้ซื้อและผู้ขายทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นผู้ค้าปลีก, Concept Store, ตัวแทนจัดซื้อ นักออกแบบ, มัณฑนากร, ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์, ห้างสรรพสินค้าทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งในขณะเดียวกัน ก็จะเป็นการขยายโอกาสทางการค้าของผู้ร่วมแสดงสินค้าที่จะได้พบผู้ซื้อ-คู่ค้าที่หลากหลายยิ่งขึ้น”

นางวรรณภรณ์ อธิบายเพิ่มเติมว่า “STYLE Bangkok เดือนเมษายนจัดขึ้นภายใต้คอนเซ็ปต์ Crenovative Origin เพื่อสะท้อนแนวคิดในการผสานความคิดสร้างสรรค์ (Creative) นวัตกรรม (Innovation) และอัตลักษณ์ไทย (Original) เข้าไว้ด้วยกัน โดยชูจุดเด่นของสินค้าไลฟ์สไตล์ของผู้ประกอบการไทยที่มีการต่อยอด พัฒนาผลงานอย่างสร้างสรรค์ผสานนวัตกรรมนำสมัย เพื่อยกระดับพื้นฐานวิถีไทยสู่เวทีการค้าโลก งานในครั้งนี้ มีผู้ประกอบการเข้าร่วมงานทั้งไทยและต่างประเทศ อาทิ ไต้หวัน เกาหลี ญี่ปุ่น และCLMV ทั้งสิ้น 876 บริษัท 1,687 คูหา คาดการณ์จะมีผู้เข้าชมงานกว่า 45,000 ราย จาก 70 ประเทศทั่วโลกคาดการสั่งซื้อภายในงานทันทีไม่ต่ำกว่า 2,000 ล้านบาท”

ภายในงาน นอกจากจะมีสินค้าไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายและครบครันแล้ว ยังมีการจัดนิทรรศการที่น่าสนใจกว่า 20 นิทรรศการซึ่งถือเป็นอีกไฮไลต์ที่แตกต่างจากงานอื่นๆ โดยแบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มผู้ประกอบการหน้าใหม่ SMEs ผู้ประกอบการจากภูมิภาค ประกอบด้วย นิทรรศการ The New Faces, คูหาพาณิชย์จังหวัด, นิทรรศการ OTOP เพื่อการส่งออก ฯลฯ  กลุ่มนักออกแบบและแบรนด์น่าสนใจ อาทิ นิทรรศการ Designers' Room & Talent Thai, Innovation and Design Showcase, Niche Product สินค้าสัตว์เลี้ยง ผู้สูงอายุ แม่และเด็ก และกลุ่มเฟอร์นิเจอร์ ของตกแต่งโรงแรม รีสอฺร์ท และที่พักอาศัย (Hospitality & Home) Art Zone ตลอดจนนิทรรศการส่งเสริมความรู้และสร้างแรงบันดาลใจ อาทิ นิทรรศการสิ่งทอที่มีคุณสมบัติพิเศษ Functional Textile, The Pattern Creator พัฒนาและส่งเสริมนักสร้างต้นแบบตัดเย็บสู่ระดับสากล, Material Solution นิทรรศการนำเสนอแนวโน้มการใช้วัสดุต่างๆ ในการสรรค์สร้างสินค้าไลฟ์สไตล์ เป็นต้น

รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ย้ำว่า “กรมฯ มุ่งหวังที่จะผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตและการส่งออกสินค้าไลฟ์สไตล์ที่มีคุณภาพของภูมิภาคอาเซียน และผลักดันให้งานแสดงสินค้า STYLE Bangkok เป็นงานแสดงสินค้าไลฟ์สไตล์ระดับนานาชาติที่ตอบสนองทุกความต้องการของผู้ซื้อและผู้ขายในอุตสาหกรรมฯ รวมทั้ง เป็นเวทีที่ผู้ซื้อและผู้ขายได้พบปะ เจรจาธุรกิจ แลกเปลี่ยนความรู้ อัพเดทเทรนด์สินค้าไลฟ์สไตล์ จึงถือเป็นงานแสดงสินค้าไลฟ์สไตล์ที่ครบวงจรอย่างแท้จริง และเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ จึงอยากขอเชิญชวนผู้ซื้อ นักธุรกิจ นักออกแบบ และประชาชนทั่วไปร่วมเลือกซื้อสินค้าภายในงานและที่สำคัญคือร่วมชื่นชมและภาคภูมิใจกับศักยภาพอุตสาหกรรมไลฟ์สไตล์ของไทย”

STYLE Bangkok จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 17-21 เมษายน 2562 ณ ไบเทค บางนา โดยเปิดเจรจาธุรกิจ ระหว่างวันที่ 17-19 เมษายน เวลา 10.00-18.00 น. และเปิดจำหน่ายปลีกสำหรับประชาชนทั่วไป ระหว่างวันที่ 20-21 เมษายน เวลา 10.00-21.00 น. ชมรายละเอียดเพิ่มเติมและลงทะเบียนเข้าชมงานล่วงหน้าได้ที่ www.stylebangkokfair.com หรือโทรสายตรงการค้าระหว่างประเทศ 1169

 “DITP” ไทย ร่วมกับ “กรมส่งเสริมการค้าลาว” เตรียมจัดงานครั้งใหญ่ “Top Thai Brands 2018” งานแสดงสุดยอดแบรนด์ไทย สุดยอดเครือข่ายไทย-ลาว เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในด้านการค้าระหว่างกัน  โดยมีผู้ประกอบการไทย- ลาว กว่า 200 บูทชั้นนำ ร่วมกันสร้างความยิ่งใหญ่ให้กับเศรษฐกิจภูมิภาค AEC ระหว่างวันที่ 7-11 มีนาคม 2561 ณ LAO ITECC นครหลวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว

ยานี  ศรีมีชัย อัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายพาณิชย์) สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เวียงจันทน์ สถานเอกอัครราชทูตแห่งราชอาณาจักรไทย เปิดเผยว่า กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ แห่งราชอาณาจักรไทย ซึ่งมีหน้าที่ในการแสดงศักยภาพสินค้าส่งออกชั้นนำของไทยให้แก่ผู้ประกอบการในภูมิภาคได้รู้จัก  ได้ร่วมมือกับกรมส่งเสริมการค้า กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า สปป.ลาว กำหนดจัดงานแสดงสินค้า Top Thai Brands 2018 สุดยอด แบรนด์ไทย สุดยอดเครือข่าย ไทย-ลาว ภายใต้ธีมงาน Modern SMEs Networking ระหว่างวันที่ 7-11 มีนาคม 2561 ณ Lao ITECC (ตึกเก่า) นครหลวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว

ซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการจัดงานครั้งนี้เพื่อประชาสัมพันธ์สินค้า บริการแบรนด์ไทยให้เป็นที่รู้จัก และเชื่อมั่น ตลอดจนสร้างความต้องการในตลาด สปป.ลาว และสนับสนุนและส่งเสริมให้เกิดพลังความร่วมมือกันสูงสุดของผู้ประกอบการไทย และสปป.ลาว

ภายในงานเป็นการนำเสนอสินค้าไทย และการบริการที่มีคุณภาพและมาตรฐาน ส่งต่อสู่ ประเทศเพื่อนบ้าน รวมถึงนวัตกรรมสินค้า และการบริการรูปแบบใหม่ๆ ที่เป็นการสร้างความเชื่อมั่นในสินค้าไทยให้กับกลุ่มเพื่อนบ้าน และ กระตุ้นและเสริมสร้างโอกาสให้นักธุรกิจทั้งสองประเทศ เกิดความร่วมมือเพื่อก้าวสู่ตลาดสากลไปพร้อมๆ กัน ผู้เข้าชมจะได้พบกับการจัดแสดงและจำหน่ายสินค้า การเจรจาธุรกิจ และสัมมนา จำนวนคูหากว่า 200 คูหา (ผู้ผลิตจากไทยประมาณ 180 คูหา จากสปป.ลาว 20 คูหา) รวมทั้งสินค้าประเภท วัสดุก่อสร้าง ของใช้ภายในบ้าน ธุรกิจบริการ แฟชั่น เครื่องใช้ไฟฟ้า อาหารและเครื่องดื่ม สุขภาพและความงาม และพบกับกิจกรรมพิเศษร่วมสนทนากับผู้ประกอบการรุ่นใหม่ รวมถึงเหล่าเซเล็บริตี้ชื่อดังมากมายมาร่วมในงานด้วย

 

ยานี  ศรีมีชัย อัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายพาณิชย์) สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เวียงจันทน์ สถานเอกอัครราชทูตแห่งราชอาณาจักรไทย 

 

คาดการณ์ว่าการจัดงานในครั้งนี้จะมี นักธุรกิจที่เข้าร่วมงาน ผู้เข้าชมงานทั่วไปประกอบด้วย หน่วยงานภาครัฐ และเอกชน ที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนประชาชนทั่วไป กว่า 50,000 คน และจะมีเงินสะพัดภายในกว่า 200 ล้านบาท

ทั้งนี้กิจกรรมภายในงานได้มีส่วนไฮไลท์ความน่าสนใจที่พิเศษสุดด้วยกิจกรรม Business Matching ในวันที่ 7-8 มีนาคม 61 เวลา 10.00 –17.00 น. ซึ่งกลุ่มเป้าหมายของการจัด Business Matching คือนักธุรกิจไทย-ลาว ที่ดำเนินธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ โรงแรม สถานบันเทิง ธุรกิจ Wholesale ธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง และธุรกิจอาหาร เข้าร่วมจับคู่เจรจาธุรกิจระหว่างกัน 

ที่น่าสนใจยังมีโซนก้าวล้ำของความคิด EXHIBITION SHOW CASE จัดแสดงนิทรรศการ ความก้าวล้ำของความคิด และแรงบัลดาลใจ ของผู้ประกอบการ TOP THAI BRANDS เพื่อเป็นการต่อยอดและเผยแพร่แก่ผู้ที่สนใจภายในงาน โดยในโซนนี้ จะจัดเป็น โซนแบบสบายๆ แบบ loft ที่วางแสดงทุกอย่าง เช่น โครงการในพระราชดาริ, โชว์ปลาสวยงาม และ แฟรน์ไชส์เป็นต้น พร้อมกับมีมุมสำหรับแขก VIP พร้อมโซนอาหารว่าง

ในส่วนของกิจกรรมสัมมนานั้น มีหัวข้อและวิทยากรที่น่าสนใจมากมายอาทิ หัวข้อ พฤติกรรมลูกค้ากับการตลาดยุคดิจิตอล โดย อาจารย์วีระยุทธ เชื้อไทย , หัวข้อ Nero Marketing กลยุทธ์การตลาด โดย สุภกฤษ กุลชาติวิจิตร, หัวข้อ เพิ่มลูกค้าใหม่ไร้พรมแดนด้วยตลาดออนไลน์ โดย กิตติกร อนุเธียร ผอ.ตลาดดิจิทัลเมืองไทยประกันภัย , หัวข้อ Branding & Packagingดึงดูดใจลูกค้า โดย ดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย และ หัวข้อ Facebook Marketing ตลาดไร้พรมแดน โดย อาจารย์วีระยุทธ เชื้อไทย ผู้เชี่ยวชาญการตลาด SMEs

ที่สำคัญในปีนี้นอกจากผู้เข้าร่วมงานจะได้ตื่นตาตื่นไปกับ สุดยอดสินค้าคุณภาพไทย-ลาว กิจกรรมสัมมนา กิจกรรมบันเทิงต่างๆ แล้ว ผู้จัดงานยังได้จัดกิจกรรมพิเศษ ด้วยการเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมงานได้ร่วมสนุกไปกับกิจกรรมส่งเสริมการขาย ด้วยกติกาง่ายๆ เพียงรับคูปองลงทะเบียนด้านหน้างาน กรอกชื่อ-ที่อยู่ รายละเอียดให้ครบถ้วน จากนั้นนำคูปองไปลุ้นรับของรางวัลมากมาย และลุ้นรางวัลใหญ่ตั๋วเครื่องบินจากการบินไทย ไป-กลับ นครเวียงจันทน์ สปป.ลาว-กรุงเทพฯ  จำนวน 2 ที่นั่ง ซึ่งจะมีการจับรางวัลในทุกๆวัน

นอกจากนี้ภายในงานยังมีกิจกรรมความบันเทิงมากมายมอบให้กับผู้เข้าชมงาน อาทิ Mini Concert จากศิลปินที่มีชื่อเสียงมากมาย และโปรโมชั่นรับฟรีคูปองเงินสด พร้อมลุ้นรับของรางวัลภายในงาน เพียงแค่ลงทะเบียนในงานอีกด้วย ทั้งนี้สามารถติดตามข้อมูลข่าวสาร และรับทราบรายละเอียดการจัดงานเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์ http://www.ditp.go.th หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Hotline 1169

 

 

Joomla! Debug Console

Session

Profile Information

Memory Usage

Database Queries