Ad Top Header

เมื่อเร็ว ๆ นี้ คุณริชาร์ด หยู กรรมการบริหารและซีอีโอ  หัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป ประกาศกลยุทธ์ใหม่ของบริษัทผ่านช่องทาง Sina Weibo โดยกำหนดเป้าหมายในการบริหารดังต่อไปนี้

  1. หัวเว่ยจะขึ้นแท่นครองตำแหน่งผู้ผลิตสมาร์ทโฟนรายใหญ่ที่สุดในโลก
  2. ออเนอร์จะก้าวขึ้นเป็นผู้ผลิตสมาร์ทโฟนรายใหญ่อันดับ 2 ของประเทศจีน และอันดับ 4 ของโลก
  3. บริษัทจะให้การสนับสนุน ออเนอร์ ในการพัฒนาคิดค้นผลิตภัณฑ์อันล้ำสมัยและเดินหน้าลงทุนอย่างต่อเนื่องทั้งในด้านนวัตกรรมเทคโนโลยี ช่องทางการจัดจำหน่าย และกลยุทธ์ค้าปลีก ในขณะที่ยังคงยึดหลักการบริการแบบกลยุทธ์แบรนด์คู่ หรือ Dual-Brand Strategy ระหว่างออเนอร์และหัวเว่ย โดยทั้งสองแบรนด์จะรักษาไว้ซึ่งวิสัยทัศน์ในการคิดแบบมองไปข้างหน้า หรือ Forward Thinking และมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์อุปกรณ์อันชาญฉลาด อีกทั้งสร้างโลกแห่งการเชื่อมต่ออย่างแท้จริง

คุณริชาร์ด หยู เชื่อว่า "หัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป ได้เดินทางมาถึงบทใหม่" และ "หัวเว่ยและออเนอร์จะก้าวขึ้นเป็นผู้ผลิตสมาร์ทโฟนรายใหญ่ที่สุดของโลกในปีนี้" เป้าหมายใหม่เหล่านี้ถูกกำหนดขึ้นหลังจากที่บริษัทได้บรรลุเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ทั้ง 7 ประการ ที่คุณริชาร์ด หยู ตั้งไว้เมื่อปี 2555 ซึ่งได้แก่:

  1. เปลี่ยนจากการเป็นผู้รับจ้างผลิตสินค้าไม่ตราแบรนด์สินค้า (ODM non-branded operator) สู่ผู้รับจ้างผลิตสินค้าแบรนด์อิสระหรือ OEM (Original Equipment Manufacturer)
  2. ยกระดับมาตราฐานเครื่องเทอร์มินัลจากระดับล่างถึงระดับกลาง สู่ระดับสมาร์ทอัจฉริยะ
  3. ยุติการจำหน่ายโทรศัพท์ฟีเจอร์โฟนระดับล่างที่มียอดขายสูงแต่ให้ผลกำไรต่ำ
  4. รวมการทำงานของหน่วยประมวลผล HiSilicon เข้ากับชิป Balong
  5. พัฒนาธุรกิจอีคอมเมิร์ซ
  6. ออกแบบการใช้งานระบบปฏิบัติการ Emotion UI
  7. ก้าวขึ้นเป็นผู้ผลิตอันดับต้นในอุตสาหกรรมฮาร์ดแวร์โลก

ธุรกิจผู้บริโภคของหัวเว่ยนำรายได้ของบริษัทเพิ่มสูงขึ้นมากถึง 48.4% ซึ่งถือเป็นอัตราการเติบโตที่สูงกว่าธุรกิจเครือข่ายโทรคมนาคมของหัวเว่ย โดยในปีที่ผ่านมาธุรกิจผู้บริโภคของหัวเว่ยสามารถทำยอดขายได้ถึง 348.9 พันล้านหยวน คิดเป็นอัตราที่สูงขึ้นถึง 45.1% เมื่อเทียบเป็นรายปี ทั้งนี้ด้วยเหตุดังกล่าวจึงส่งผลให้ธุรกิจผู้บริโภคพุ่งทยานเป็นธุรกิจที่ทำรายได้ให้แก่บริษัทมากที่สุด

ในขณะที่อุตสาหกรรมทั่วโลกชะลอตัว ออเนอร์ได้ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้วยการเติบโตที่แข็งแกร่งอย่างถึงขีดสุด แหล่งข้อมูลของ IDC ระบุว่าในช่วง 3 ไตรมาสแรกของปี 2561 ตลาดสมาร์ทโฟนทั่วโลกมียอดส่งออกลดลงมากถึง 3.1% เมื่อเทียบเป็นรายปี แต่ในทางกลับกันออเนอร์กลับมียอดขายที่พุ่งสูงขึ้นคิดเป็น 27.1% นอกจากนี้ออเนอร์ยังสามารถเพิ่มยอดขายในต่างประเทศได้มากกว่า 170% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า อีกทั้งยังสามารถทำยอดขายผ่านช่องทางออนไลน์ได้สูงสุดเป็นอันดับ 2 ของโลก ในปี 2561 ซึ่งมีอัตราการจำหน่ายที่เพิ่มขึ้นถึง 29.4% เมื่อเทียบเป็นรายปี

ในปีนี้ออเนอร์ยังได้เปิดตัวเทคโนโลยีใหม่ ๆ อีกมากมาย ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเป็นผู้นำของอุตสาหกรรมสมาร์โฟน ได้แก่:

  • 3D TOF: สมาร์ทโฟนเรือธงอย่าง HONOR View 20  มาพร้อมกล้องหลังที่มีเทคโนโลยีแบบ TOF 3 มิติ ช่วยเพิ่มมิติให้รูปภาพและวีดีโอ จับการเคลื่อนไหว และถ่าย Motion Capture ได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น นับเป็นจุดเด่นของเซ็นเซอร์ตัวใหม่นี้ ซึ่งผู้ใช้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้อย่างหลากหลายและเพิ่มลูกเล่นความสนุกในการถ่ายภาพได้อย่างสร้างสรรค์ยิ่งขึ้น นอกจากนี้ระบบกล้องแบบ TOF 3 มิติ ยังเปลี่ยนสมาร์ทโฟนของคุณให้กลายเป็นจอยเกมรองรับการเล่นเกมแบบ 3D Motion การสร้างสรรค์ภาพ 3D และ Magic AR ได้อีกด้วย
  • หน้าจอแบบ All-View Display: HONOR View 20 มาพร้อมกับหน้าจอแบบ All-View display ขนาด 6.4 นิ้ว รองรับความละเอียดสูงสุดได้ถึง 2310p x 1080p 398PPI ภายใต้หน้าจอแบบ All-View display มีกล้องหน้าอันเป็นนวัตกรรมใหม่ฝังในหน้าจอ ซึ่งรูกล้องมีขนาดเล็กพิเศษเส้นผ่านศูนย์กลางเพียง 4.5 มม. ปราศจากส่วนเว้าบนหน้าจอให้รำคาญใจ จึงนับว่า HONOR View 20 เป็นสมาร์ทโฟนที่ให้ประสบการณ์การใช้งานหน้าจอได้กว้างที่สุด โดยมีอัตราส่วนจอแสดงผลกับตัวเครื่องที่มีอัตราสูงถึง 91.8% และยังมีอัตราส่วนความกว้างของหน้าจอแสดงผลที่ 19.5:9 ใกล้เคียงกับอัตราส่วนหน้าจอในโรงภาพยนตร์ ยกระดับประสบการณ์การเข้าถึงโลกภาพยนตร์ให้น่าตื่นตาตื่นใจมากกว่าที่เคย
  • 5G: หัวเว่ย และ ออเนอร์ มีส่วนสำคัญในความก้าวหน้าของเครือข่ายทั้ง 3 ระดับ ตั้งแต่ 3G ไปถึง 4G และ 5G ในปัจจุบัน โดยบทบาทแรกคือการเป็นผู้ตั้งมาตรฐานและจดสิทธิบัตรสำหรับเทคโนโลยีหลัก บทบาทที่สองคือการเป็นผู้ให้บริการและตรวจสอบโซลูชั่นที่ยกระดับการพัฒนาเครือข่าย และบทบาทที่สามซึ่งคือการเป็นแบรนด์สมาร์ทโฟนที่มาจากผู้ให้บริการโซลูชั่น 5G รวมถึงการเป็นผู้ผลิตบริการแอพพลิเคชัน 5G ที่สร้างแอพทุกประเภท ออเนอร์มีความได้เปรียบในการวางแผนยุทธวิธีสำหรับอุปกรณ์ 5G และวางแผนที่จะเปิดตัวโทรศัพท์มือถือ 5G เครื่องแรกในปีนี้ ตามที่คุณจอร์จ เจ้า ประธานบริษัทออเนอร์ กล่าวในงาน Mobile World Congress 2019 ที่ผ่านมา

นายจอร์จ เจ้า ประธานบริษัทออเนอร์ กล่าวว่า “ออเนอร์กำลังเคลื่อนตัวเข้าใกล้ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่อีกครั้งหนึ่ง และจะไม่มีอะไรหยุดยั้งเราได้ เพราะถึงแม้ก้าวข้างหน้านั้นจะยากลำบากแค่ไหน แต่ผู้ที่แข็งแกร่งนั้นก็จะยังคงพยายามก้าวต่อไป เราจะทำทุกวันให้เป็นโอกาสในการมอบสิ่งที่มีคุณค่าอันยิ่งใหญ่ให้กับแฟน ๆ สำหรับออเนอร์แล้ว สิ่งที่ดีที่สุดนั้นยังอยู่ที่ปลายทางข้างหน้า”

หัวเว่ยจัดงาน Huawei Connect 2018 งานมหกรรมระดับโลกด้านไอซีที ปีนี้จัดขึ้นในธีม “Activate Intelligence” ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุม เซี่ยงไฮ้ เวิลด์ เอ็กซโป โดยมีไฮไลท์สำคัญคือ เทคโนโลยี AI รวมถึงความท้าทาย โอกาส นวัตกรรม และการใช้งานในรูปแบบต่างๆ

ในงาน มร. อีริค ซวี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หมุนเวียนตามวาระของหัวเว่ย ได้ประกาศกลยุทธ์ AI ของหัวเว่ย รวมถึงแนะนำกลุ่มผลิตภัณฑ์และโซลูชั่น AI แบบ Full Stack ซึ่งประกอบด้วยชิพAI รุ่นใหม่ Ascend ซึ่งเป็นชิพ AI IP รุ่นแรกของโลกที่ออกแบบมาเพื่อการใช้งานที่ครอบคลุมฟังก์ชั่นการทำงานหลากหลายรูปแบบ รวมถึงผลิตภัณฑ์และบริการคลาวด์ใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นจากคุณสมบัติของชิพ Ascend และด้วยกลุ่มผลิตภัณฑ์และโซลูชั่น AI แบบ Full Stack นี้ หัวเว่ยมุ่งหวังที่จะสร้างความเป็นอัจฉริยะ เพื่อช่วยขับเคลื่อนการพัฒนาอุตสาหกรรม และสร้างโลกอัจฉริยะที่เชื่อมต่อถึงกันเต็มรูปแบบ

ขับเคลื่อนกลยุทธ์ AI สู่อนาคตด้วยการเปลี่ยนแปลง 10 ประการ
หัวเว่ยคาดการณ์ว่าในปี 2568 ทั่วโลกจะมีจำนวนสมาร์ทดีไวซ์เพิ่มขึ้นเป็น 4 หมื่นล้านเครื่อง และร้อยละ 90 ของผู้ใช้อุปกรณ์เหล่านี้จะมีผู้ช่วยสมาร์ทดิจิทัล มีการใช้งานดาต้าอยู่ที่ร้อยละ 86และบริการ AI ก็จะมีพร้อมให้ใช้งาน จากข้อมูลของหัวเว่ย AI ได้กลายมาเป็นเทคโนโลยีตัวใหม่สำหรับการใช้งานทั่วไป (General Purpose Technology – GPT) ซึ่งจะเปลี่ยนโฉมอุตสาหกรรมและองค์กรต่างๆ บนโลกใบนี้

การเปลี่ยนแปลงเชิงรุกนับเป็นก้าวแรกของการก้าวไปสู่อนาคตที่ดีขึ้นของ AI โดยหัวเว่ยได้กำหนดการเปลี่ยนแปลง 10 ประการขึ้นมา เพื่อบรรลุสู่เป้าหมายดังกล่าว ประกอบด้วย

1.รูปแบบการฝึกอบรมที่เร็วขึ้น
2.นวัตกรรมด้านคอมพิวติ้งที่ทรงประสิทธิภาพในราคาที่ไม่สูง
3.การใช้งาน AI และความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้
4.อัลกอริธึ่มใหม่ๆ
5.ระบบอัตโนมัติที่สั่งการด้วย AI
6.แอพพลิเคชั่นที่ใช้งานได้จริง
7.ระบบวงจรปิดที่เป็นเรียลไทม์
8.การผสานเทคโนโลยีต่างๆ เข้าด้วยกัน
9.การสนับสนุนแพลตฟอร์ม
10.การเตรียมความพร้อมด้านบุคลากรที่มีความสามารถ

 

การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวไม่ได้เป็นเพียงแค่ความหวังของหัวเว่ยที่มีต่ออุตสาหกรรม AI เท่านั้น แต่ยังเป็นแรงผลักดันเบื้องหลังที่คอยขับเคลื่อนกลยุทธ์ AI ด้วยเช่นกัน

กลยุทธ์ AI ของหัวเว่ยคือ การลงทุนในด้านการวิจัยขั้นพื้นฐานและการพัฒนาบุคลากรผู้มีความสามารถ สร้างโซลูชั่น AI แบบ Full Stack สำหรับทุกอุตสาหกรรม และสร้างระบบนิเวศแบบเปิดให้เกิดขึ้นทั่วโลก” มร. อีริค ซวี กล่าวในระหว่างปาฐกถา

มร. อีริค ซวี อธิบายว่า หัวเว่ยจะเดินหน้าแสวงหาแนวทาง เพื่อยกระดับการบริหารจัดการและเพิ่มประสิทธิภาพด้วยเทคโนโลยี AI ทางด้านโทรคมนาคม เราจะนำเทคโนโลยี SoftCOM AI มาช่วยเสริมประสิทธิภาพ O&M ของเครือข่ายให้ดียิ่งขึ้น สำหรับตลาดคอนซูเมอร์ โซลูชั่น HiAI จะสร้างความเป็นอัจฉริยะอย่างแท้จริงให้อุปกรณ์ดีไวซ์ต่างๆ มีความชาญฉลาดยิ่งกว่าที่เคย บริการพับลิคคลาวด์ Huawei EI และโซลูชั่นไพรเวทคลาวด์ FusionMind จะช่วยเสริมพลังการคอมพิวติ้งที่ทรงประสิทธิภาพในราคาที่จับต้องได้ให้กับทุกองค์กร โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคธุรกิจและรัฐบาล พร้อมช่วยให้องค์กรเหล่านี้สามารถใช้ AI ได้ง่ายขึ้น โซลูชั่นของหัวเว่ยยังมี AI Acceleration Card, เซิร์ฟเวอร์ AI, อุปกรณ์เครื่องใช้ AI รวมถึงผลิตภัณฑ์อื่นๆ อีกมากมาย

กลยุทธ์ AI ของหัวเว่ย จะเน้นการพัฒนาใน ด้าน ดังนี้

1.การลงทุนวิจัยด้าน AIเน้นพัฒนาขีดความสามารถขั้นพื้นฐานของแมชชีนเลิร์นนิ่งในด้านต่าง ๆ เช่น การประมวลภาพด้วยคอมพิวเตอร์การประมวลภาษาธรรมชาติ รวมถึงการตัดสินใจ/การอนุมาน ฯลฯ หัวเว่ยยังได้เน้นย้ำเกี่ยวกับแมชชีนเลิร์นนิ่งในด้านต่างๆ ได้แก่
-ประสิทธิภาพด้านดาต้าและพลังงาน (เช่น การใช้ดาต้าคอมพิวติ้ง และพลังงานน้อยลง)
-ความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือ
-ระบบอัตโนมัติ/การทำงานโดยอัตโนมัติ

2.การสร้างผลิตภัณฑ์และโซลูชั่น AI แบบ Full Stack
-มอบพลังการคอมพิวติ้งที่ทรงประสิทธิภาพ ในราคาที่ไม่สูง
-จัดหาแพลตฟอร์ม AI ที่มีประสิทธิภาพ ใช้งานง่าย พร้อมบริการครบวงจร
-ปรับใช้โซลูชั่นได้ทุกการใช้งาน ทั้งแบบสแตนด์อโลนและการใช้งานร่วมกัน ระหว่างคลาวด์ เอดจ์ และดีไวซ์

3.การพัฒนาระบบนิเวศแบบเปิดและบ่มเพาะผู้มีความสามารถ เน้นผสานความร่วมมือในวงกว้างระหว่างสถาบันวิชาการชั้นนำ ภาคอุตสาหกรรมและพันธมิตรจากทั่วโลก

4.การเสริมความแข็งแกร่งให้กับโซลูชั่นที่มีอยู่ ผสานแนวคิดและเทคนิค AI ไว้ในผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นที่มีอยู่ เพื่อสร้างมูลค่าให้สูงยิ่งขึ้นและเสริมสมรรถนะด้านการแข่งขัน

5.การขับเคลื่อนประสิทธิภาพด้านปฏิบัติการของหัวเว่ย นำ AI มาใช้กับกิจกรรมทางธุรกิจจำนวนมากที่มีขั้นตอนซ้ำๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและคุณภาพของงานให้ดียิ่งขึ้น

 

มร. อีริค ซวี ได้กล่าวว่า กลุ่มผลิตภัณฑ์และโซลูชั่น AI แบบ Full Stack ของหัวเว่ยจะช่วยเร่งให้เกิดการใช้งานเทคโนโลยี AI ในอุตสาหกรรมต่างๆ ได้เร็วขึ้น เพื่อสร้างความเป็นอัจฉริยะให้เกิดขึ้นในวงกว้าง และนำไปสู่ความเป็นโลกอัจฉริยะที่เชื่อมโยงถึงกันอย่างเต็มรูปแบบ

ผลิตภัณฑ์และโซลูชั่น AI แบบ Full Stack รองรับทุกการใช้งานของหัวเว่ย: เปี่ยมประสิทธิภาพการคอมพิวติ้ง ในราคาที่จับต้องได้ ดึงคุณสมบัติ AI ออกมาใช้งานได้โดยตรง

ในงานวันนี้ หัวเว่ยยังได้เปิดตัวซีรี่ส์ Ascend AI IP และชิพ ซึ่งถือเป็นชุด AI IP และชิพรุ่นแรกของโลกที่สามารถรองรับทุกการใช้งานภายในตัวเอง พร้อมเทคโนโลยี TeraOPS ต่อวัตต์ มอบประสิทธิภาพที่เยี่ยมยอดต่อพลังงานหนึ่งวัตต์ในทุกการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานที่กินพลังงานน้อยที่สุดหรืองานด้านคอมพิวติ้งที่ใช้พลังงานมากที่สุดในดาต้าเซ็นเตอร์ก็ตาม สถาปัตยกรรมแบบเบ็ดเสร็จยังช่วยให้สามารถใช้งาน โยกย้ายข้อมูล และเชื่อมโยงกับแอพพลิเคชั่น AI ได้สะดวกยิ่งขึ้นในลักษณะการใช้งานรูปแบบต่างๆ

ชิพ Ascend 910 และ Ascend 310 ซึ่งเปิดตัวในวันนี้ ได้ตอกย้ำศักยภาพด้าน AI ระดับชั้นนำของหัวเว่ยในอุตสาหกรรมชิพ ซึ่งเป็นเลเยอร์ชั้นล่างสุด ชิพทั้งสองรุ่นนี้จะช่วยเร่งให้สามารถนำ AIมาใช้ในทุกอุตสาหกรรมได้เร็วขึ้นมาก

ในงานวันนี้ หัวเว่ยยังได้เปิดตัวซีรี่ส์ Ascend AI IP และชิพ ซึ่งถือเป็นชุด AI IP และชิพรุ่นแรกของโลกที่สามารถรองรับทุกการใช้งานภายในตัวเอง พร้อมเทคโนโลยี TeraOPS ต่อวัตต์ มอบประสิทธิภาพที่เยี่ยมยอดต่อพลังงานหนึ่งวัตต์ในทุกการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานที่กินพลังงานน้อยที่สุดหรืองานด้านคอมพิวติ้งที่ใช้พลังงานมากที่สุดในดาต้าเซ็นเตอร์ก็ตาม สถาปัตยกรรมแบบเบ็ดเสร็จยังช่วยให้สามารถใช้งาน โยกย้ายข้อมูล และเชื่อมโยงกับแอพพลิเคชั่น AI ได้สะดวกยิ่งขึ้นในลักษณะการใช้งานรูปแบบต่างๆ

ชิพ Ascend 910 และ Ascend 310 ซึ่งเปิดตัวในวันนี้ ได้ตอกย้ำศักยภาพด้าน AI ระดับชั้นนำของหัวเว่ยในอุตสาหกรรมชิพ ซึ่งเป็นเลเยอร์ชั้นล่างสุด ชิพทั้งสองรุ่นนี้จะช่วยเร่งให้สามารถนำ AIมาใช้ในทุกอุตสาหกรรมได้เร็วขึ้นมาก

นอกจากชิพรุ่น Ascend แล้ว กลุ่มผลิตภัณฑ์และโซลูชั่น AI แบบ Full Stack ของหัวเว่ย ยังมี
-สถาปัตยกรรมด้านการคำนวณสำหรับเครือข่ายกลาง (Compute Architecture for Neural Networks - CANN):เป็นคลังข้อมูลสำหรับผู้พัฒนาชิพและชุดเครื่องมือการพัฒนาสำหรับผู้ดำเนินการระบบอัตโนมัติขั้นสูง
-MindSpore: การฝึกอบรมแบบเบ็ดเสร็จและการกำหนดขอบข่ายเพื่อการอนุมาน สำหรับดีไวซ์ เอดจ์ และคลาวด์ (ทั้งแบบสแตนด์อโลนและแบบใช้งานร่วมกัน)
-การเสริมประสิทธิภาพแอพพลิเคชั่น: บริการ (ModelArts), API แบบลำดับขั้น และโซลูชั่นพรี-อินทิเกรต

 

ทำไมจึงต้องเป็น “Full Stack” และ “All scenarios”

“Full Stack” หมายถึง ความพรั่งพร้อมด้านฟังก์ชั่นการใช้งานเทคโนโลยีของหัวเว่ย ซึ่งในกลุ่มโซลูชั่น ของหัวเว่ยนั้นประกอบไปด้วยชิพ การเสริมประสิทธิภาพชิพ การฝึกอบรมและการกำหนดขอบข่ายเพื่อการอนุมาน และการเสริมประสิทธิภาพแอพพลิเคชั่น
ส่วนคำว่า “all scenarios” หัวเว่ยหมายถึง ลักษณะการใช้งาน AI ที่แตกต่างกัน รวมถึงพับลิคคลาวด์และไพรเวทคลาวด์ เอ็ดจ์คอมพิวติ้งในทุกรูปแบบ อุปกรณ์ IoT เชิงอุตสาหกรรม และอุปกรณ์เพื่อการใช้งานส่วนบุคคล
การรวมเทคโนโลยี AI เป็นหนึ่งในเป้าหมายหลักของหัวเว่ยในการพัฒนากลยุทธ์ด้าน AI และกลุ่มผลิตภัณฑ์และโซลูชั่น AI แบบ Full Stack สำหรับทุกการใช้งาน หัวเว่ยพร้อมที่จะทำงานร่วมกับทุก ๆ ฝ่ายเพื่อผลักดันให้เทคโนโลยี AI สามารใช้งานได้จริง ผนวกรวมเทคโนโลยี AI เข้าไปเพื่อให้ทุกคน ทุกบ้านและทุกองค์กร ได้ใช้งาน
ในเดือนกันยายน 2560 หัวเว่ยได้เปิดตัวแพลตฟอร์มบริการ Huawei Cloud EI ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มบริการ AI สำหรับองค์กรธุรกิจและภาครัฐ ต่อมาในเดือนเมษายน 2561 หัวเว่ยได้ประกาศเปิดตัว HiAI ซึ่งเป็นโปรแกรม AI สำหรับสมาร์ทดีไวซ์ และล่าสุดกับกลุ่มผลิตภัณฑ์และโซลูชั่น AI แบบ Full stack สำหรับทุกลักษณะการใช้งานของหัวเว่ย ที่ออกแบบมาเพื่อเสริมประสิทธิภาพของ Huawei Cloud EI และ HiAI ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น
ด้วยกลุ่มผลิตภัณฑ์และโซลูชั่น AI ทำให้ Huawei Cloud EI สามารถส่งมอบโซลูชั่นที่พรั่งพร้อมให้กับลูกค้าองค์กรธุรกิจและหน่วยงานรัฐ และ HiAI จะมอบคุณสมบัติดังกล่าวให้กับสมาร์ทดีไวซ์ต่างๆ โดยบริการ HiAI นั้นเองก็ติดตั้งใช้งานอยู่บน Huawei Cloud EI

HUAWEI CONNECT 2018 กับแนวคิด “Activate Intelligence” จัดขึ้นที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุม เซี่ยงไฮ้ เวิลด์ เอ็กซโป ตั้งแต่วันที่ 10-12 ตุลาคมนี้ งาน Huawei Connect ครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อผลักดันธุรกิจและองค์กรต่างๆ ให้ก้าวรุดหน้าและร่วมขับเคลื่อนโลกอัจฉริยะไปด้วยกัน โดยภายในงานมีทั้งผู้เชี่ยวชาญระดับหัวกะทิของวงการ ผู้นำด้านไอซีทีระดับโลก ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมและพันธมิตรในแวดวง ที่จะมาร่วมกันกำหนดแนวทางและแสวงหาโอกาสใหม่ๆ ไปด้วยกัน

หัวเว่ย ผู้จัดหาโซลูชั่นเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารชั้นนำระดับโลก ลงนามในบันทึกความเข้าใจกับพันธมิตรที่แข็งแกร่ง บริษัท ออดี้ ผู้ผลิตยนตรกรรมสัญชาติเยอรมัน ตอกย้ำความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ เพื่อพัฒนายานยนต์อัจฉริยะ โดยข้อตกลงดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือในวงกว้างระหว่างสองบริษัทที่ริเริ่มโดยนายหลี่ เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีของจีน และนางอังเกลา แมร์เคิลนายกรัฐมนตรีเยอรมัน

"เรากำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของยานยนต์อัจฉริยะที่จะได้เห็นการผสมผสานเทคโนโลยีใหม่ ๆ ระหว่างเทคโนโลยีไอซีทีและเทคโนโลยียานยนต์เข้าด้วยกัน " มร. เวนี่ โชน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ด้านโซลูชั่น LTE ของหัวเว่ย กล่าว พร้อมเสริมว่า "ด้วยนวัตกรรมใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นทางด้านการเชื่อมต่อผ่านระบบเคลื่อนที่ หัวเว่ยมีความมุ่งมั่นที่จะพลิกโฉมประสบการณ์ในการขับขี่"

ความร่วมมือระหว่างหัวเว่ยกับออดี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้การพัฒนาการขับขี่อัจฉริยะและการสร้างความเป็นดิจิทัลให้กับบริการต่าง ๆ ในสภาพแวดล้อมของการขับขี่เกิดขึ้นได้ง่าย ด้วยเหตุนี้ พันธมิตรทั้งสองฝ่ายจึงตกลงที่จะร่วมกันพัฒนาโปรแกรมการฝึกอบรม เพื่อเสริมสร้างทักษะของผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีทั้งสองด้าน ยานพาหนะที่เชื่อมต่ออัจฉริยะจะทำให้สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลที่เกี่ยวข้องระหว่างยานยนต์และสภาพแวดล้อมโดยรอบได้ และเพื่อให้บรรลุเป้าหมายนี้ รถยนต์ต้องจึงมีการเชื่อมต่อข้อมูลคุณภาพสูงและมีเสถียรภาพ ซึ่งการต่อยอดด้านการสื่อสารครั้งนี้ต้องอาศัยการวิจัยและพัฒนาอย่างจริงจัง

มร. ซาอัด เมทซ์ รองประธานบริหารของออดี้จีน กล่าวว่า "เรากำลังดำเนินการวิจัยร่วมกับหัวเว่ยทางด้านรถยนต์เชื่อมต่ออัจฉริยะอย่างแข็งขัน เป้าหมายของเราคือการปรับปรุงความปลอดภัยและเพิ่มประสิทธิภาพการจราจรเพื่อสร้างเมืองอัจฉริยะ โดยแนวคิดนี้ในช่วงแรกจะเริ่มในตลาดจีน"
ด้วยความร่วมมือกับหัวเว่ยและทางการจีน ออดี้ได้กลายเป็นผู้ผลิตรถยนต์ต่างชาติรายแรกที่ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการนำ "LTE-V" มาใช้งานเป็นครั้งแรกบนถนนสาธารณะในเมืองอู๋ซี ทางตะวันออกของประเทศจีนในปี พ.ศ. 2560 "LTE-V" เป็นมาตรฐานการสื่อสารเคลื่อนที่ซึ่งออกแบบมาเป็นพิเศษสำหรับรถยนต์ที่เชื่อมต่ออัจฉริยะ โดยผู้ขับขี่จะได้รับข้อมูลสภาพการจราจรแบบเรียลไทม์ผ่านการเชื่อมต่อกับระบบไฟจราจรและกล้องวิดีโอตามแยกต่าง ๆ

ในเดือนกันยายน พ.ศ. 2561 โครงการนี้จะมีความคืบหน้าไปอีกขั้นด้วยการเปิดตัวในงาน World IoT Exposition ที่เมืองอู๋ซี โดยมีแอพพลิเคชั่นอีกมากมายที่นำมาจัดแสดง

  • ออดี้ผนึกกำลังกับหัวเว่ยเตรียมพัฒนาโครงการด้านรถยนต์อัจฉริยะ
  • ความก้าวหน้าทางด้านการขับขี่อัตโนมัติและการพัฒนาเพื่อสร้างความเป็นดิจิทัลให้กับบริการด้านยานยนต์
  • เปิดโครงการนำร่องในเมืองอู๋ซี ประเทศจีน เพื่อทดสอบมาตรฐานระบบสื่อสารโมบายล์แบบใหม่ “LTE-V”

ก่อนการลงนามบันทึกความเข้าใจนี้ หัวเว่ยและออดี้ได้ประสานความร่วมมือในด้านต่างๆ เกี่ยวกับรถยนต์ที่เชื่อมต่อกันอย่างชาญฉลาดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยทั้งสองบริษัทได้จัดตั้งองค์กรความร่วมมือระหว่างอุตสาหกรรมโทรคมนาคมและยานยนต์ “5GAA” ขึ้นและได้มีการสาธิตหรือทำการทดลองร่วมกันในหลายประเทศ รวมทั้งเยอรมนี สเปน และจีน เพื่อให้อุตสาหกรรมยานยนต์อัจฉริยะมีการพัฒนาเติบโตขึ้นอย่างจริงจัง

หัวเว่ยมอบมงเซลฟี่ควีนตัวแม่ “เบลล่า-ราณี แคมเปน” ขึ้นแท่นพรีเซ็นเตอร์คนล่าสุดของหัวเว่ยในรุ่น “HUAWEI nova 3 Series” สมาร์ทโฟนปฏิวัติการเซลฟี่ 4 กล้องด้วยสมองกล AI สเปคเฉียบในดีไซน์ระดับพรีเมี่ยม มอบความมีสไตล์ควบคู่ประสิทธิภาพเหนือชั้นในราคาที่  จับต้องได้ ตอกย้ำยุคใหม่แห่งสมาร์ทโฟนสายเซลฟี่ต้องมีดีมากกว่าแค่เรื่องกล้อง โดยในงานเปิดตัว “เบลล่า ราณี” ควงหวานใจ “เวียร์ ศุกลวัฒน์” เซอร์ไพรส์แขกในงาน ณ เอสเอฟเวิลด์ ซีเนม่า แอท เซ็นทรัลเวิลด์ เมื่อเร็วๆ นี้

มร.อิงมาร์ หวาง ผู้อำนวยการ หัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าวว่า “นอกเหนือจากสมาร์ทโฟนระดับแฟล็กชิปในตระกูล Mate Series และ P Series รวมไปถึงสมาร์ทโฟนระดับแมส อย่าง Y Series แล้ว หัวเว่ยยังมีสมาร์ทโฟนระดับกลางในตระกูล nova Series เพื่อให้ผู้บริโภคมีโอกาสเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับความต้องการ สำหรับ HUAWEI nova 3 Series นั้น ถือเป็นสมาร์ทโฟนที่จะมาปฏิวัติการเซลฟี่ด้วย 4 กล้องที่ทำงานร่วมกับสมองกล AI ตัวจริง ซึ่งเป็นการตอกย้ำถึงแนวคิดอันแข็งแรงของหัวเว่ย ถึงยุคใหม่แห่งสมาร์ทโฟนสายเซลฟี่ต้องมีดีมากกว่าแค่เรื่องกล้อง แต่จะต้องมีสเปคและประสิทธิภาพด้านอื่นๆในตัวเครื่องที่ยอดเยี่ยมไปพร้อมกันด้วยเพื่อประสบการณ์ใช้งานสมาร์ทโฟนที่คุ้มค่าในราคาที่จับต้องได้”

นายทศพร นิษฐานนท์ รองผู้อำนวยการ หัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า “มาตรฐานใหม่ที่จะมาปฏิวัติการเซลฟี่ด้วยสมาร์ทโฟนนั้นมีทั้งหมด 3 ข้อด้วยกัน คือ
1) 4 กล้อง ซึ่งก็คือกล้องหน้า 2 กล้อง และกล้องหลัง 2 กล้องที่ทำให้ถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอได้อย่างมีมิติสมจริง
2) สมองกล AI ตัวจริง ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ฝังอยู่ในชิปเซ็ตของหัวเว่ย ช่วยวิเคราะห์รายละเอียดบนใบหน้าได้มากถึง 200 จุด และปรับสีผิวให้สวยงาม เหมาะสมดูเป็นธรรมชาติที่สุด และช่วยวิเคราะห์ฉากหลังได้ถึง 8 ฉาก เพื่อปรับแต่งสมดุลของแสง เงา สี หรือความสว่างของภาพให้อัตโนมัติ ทำให้ได้ภาพถ่ายที่สวยที่สุดทั้งใบหน้าและฉากหลังโดยไม่ต้องพยายาม
3) ขุมพลังชิปเซ็ต Kirin เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของสมาร์ทโฟน เพราะสมาร์ทโฟนสายเซลฟี่ต้องมีดีมากกว่าแค่เรื่องกล้อง”

HUAWEI nova 3 Series เปิดตัวใน 2 รุ่น ได้แก่ “HUAWEI nova 3” และ “HUAWEI nova 3i” สมาร์ทโฟน 4 กล้องรุ่นล่าสุดที่มาพร้อมเทคโนโลยี AI ชูจุดเด่นการเป็นสมาร์ทโฟนเพื่อการถ่ายเซลฟี่ ด้วยกล้องหน้าคู่ความละเอียด 24MP+2MP กล้องหลังคู่ความละเอียด 16MP+2MP (ในรุ่น nova 3i) กล้องหน้าคู่ความละเอียด 24MP+2MP กล้องหลังคู่ความละเอียด 24MP+16MP (ในรุ่น nova 3) มาพร้อมชิปเซ็ต NPU รุ่นล่าสุดจากหัวเว่ย Kirin 710 (ในรุ่น nova 3i) และชิปเซ็ตระดับเรือธง Kirin 970 (ในรุ่น nova 3) มาพร้อม GPU Turbo สุดยอดเทคโนโลยีเพื่อการเล่นเกมบนสมาร์ทโฟนให้ลื่นไหล กราฟฟิกเต็มตา บนหน้าจอ Huawei FullView Display ขนาด 6.3 นิ้ว และหน่วยความจำ 128 GB ในดีไซน์กระจก 3D ไล่เฉดสีอย่างมีระดับ มอบความมีสไตล์ควบคู่ประสิทธิภาพอันเหนือชั้น โดย HUAWEI nova 3i เปิดตัวราคามาแรงเพียง 9,990 บาท และ HUAWEI nova 3 เปิดตัวในราคา 16,990 บาท

ด้าน เบลล่า-ราณี แคมเปน กล่าวว่า “รู้สึกเป็นเกียรติมากที่ได้รับหน้าที่เป็นพรีเซ็นเตอร์คนล่าสุดให้กับสมาร์ทโฟน HUAWEI nova 3 Series ที่มั่นใจได้ว่าจะกลายเป็นของคู่ใจคนยุคใหม่สายเซลฟี่ให้เซลฟี่ได้สวยเป๊ะอย่างเป็นธรรมชาติ ด้วย 4 กล้องที่ทำงานร่วมกับสมองกล AI ทำให้ได้ภาพเซลฟี่ที่มีทั้งใบหน้าและฉากหลังสวยได้แบบไม่ต้องพยายาม พร้อมทั้งยังมีลูกเล่นมากมายที่ทำให้ถ่ายรูปได้สนุกยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น 3D Portrait Lighting เลือกปรับแต่งแสงแบบสตูดิโอได้ถึง 5 รูปแบบ AR Fun, AR Effect, 3D Qmoji แสดงอารมณ์ผ่านตัวการ์ตูน และที่สำคัญคือ HUAWEI nova 3 Series มาในดีไซน์แบบพรีเมี่ยมด้วยการไล่เฉดสี เรียกได้ว่าถืออยู่ในมือแล้วจะเพิ่มความมีสไตล์ให้กับคนถือได้อย่างแน่นอน”

โดยภายในงานเปิดตัว เบลล่า ราณี ได้ควงหวานใจ “เวียร์-ศุกลวัฒน์ คณารศ” แจกความสดใสเซอร์ไพรส์กันทั้งฮอลล์ พร้อมอัพรูปเซลฟี่คู่ด้วย HUAWEI nova 3i ลงอินสตาแกรมแบบสดๆ ในงาน

HUAWEI nova 3i จะวางจำหน่ายในราคา 9,990 บาท มี 3 สี ได้แก่ Black, Iris Purple*, Pearl White** และจะเริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 3 สิงหาคมนี้
HUAWEI nova 3 จะวางจำหน่ายในราคา 16,990 บาท มี 3 สี ได้แก่ Black, Iris Purple, Red โดยลูกค้าที่สนใจสามารถสั่งจอง HUAWEI nova 3 ได้ในระหว่างวันที่ 3 – 13 สิงหาคมนี้ พิเศษ! สำหรับลูกค้าที่สั่งจอง HUAWEI nova 3 ในช่วงเวลาดังกล่าวจะได้รับของสมนาคุณพิเศษ HUAWEI Bluetooth Speaker และ Quick Charge Power Bank มูลค่ารวม 2,580 บาท ฟรี! และจะเริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 17 สิงหาคมนี้

สามารถสั่งจองหรือซื้อได้ที่ หัวเว่ย แบรนด์ช้อป และร้านตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ และร้านค้าออนไลน์ Lazada

Joomla! Debug Console

Session

Profile Information

Memory Usage

Database Queries