Ad Top Header

นางประณยา นิถานานนท์ ผู้อำนวยการ - ธุรกิจบัตรเครดิต “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ร่วมกับนายวิสุทธิศักดิ์ มัจฉาชีพ ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายขายและลูกค้าสัมพันธ์ สายการบินนกสกู๊ต เปิดแคมเปญใหญ่อีกครั้งตามคำเรียกร้อง  “กินญี่ปุ่น ลุ้นบินญี่ปุ่นกับบัตรเครดิต เคทีซี และนกสกู๊ต” ให้สมาชิกอิ่มอร่อยสุดคุ้มกับส่วนลดสูงสุดถึง 30% ณ ร้านอาหารญี่ปุ่นชั้นนำที่ร่วมรายการกว่า 100 แห่งรวมกว่า 300 สาขา พร้อมรับสิทธิ์ลุ้นฟรีแพ็คเกจท่องเที่ยวญี่ปุ่นกับนกสกู๊ต เมื่อใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตเคทีซี ทุกๆ 1,000 บาท  ระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม – 30 กันยายน 2562 บินสบายๆ กับนกสกู๊ตด้วยเครื่องโบอิ้ง 777 กรุงเทพฯ – โอซาก้า 50 รางวัล รวม 100 ที่นั่ง มูลค่ารวมกว่า 2 ล้านบาท

พิเศษสุดกับโปรโมชั่น Wow Week!! 10 ร้าน 10 สัปดาห์ แลกรับส่วนลดสูงสุด 40% เพียงสมาชิกเคทีซีใช้คะแนน KTC FOREVER เท่ายอดใช้จ่ายต่อเซลส์สลิป ณ ร้านอาหารที่ร่วมรายการ  ได้แก่ ซูชิ เด็น / ชาบูตง ราเมน / เปปเปอร์ ลันซ์ / โยชิโนยะ / ชินเซน ฟิช มาร์เก็ต / อากิโยชิ / ซูชิ ฮานะ /  ยูแอนด์ไอ สุกี้ / เทนยะ / และคัตสึยะ ตั้งแต่วันที่ 13 กรกฎาคม 2562 – 20 กันยายน 2562

ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ KTC PHONE 02 123 5000 เว็บไซต์ www.ktc.co.th หรือสมัครบัตรเครดิตได้ที่ศูนย์บริการสมาชิก “เคทีซี ทัช” ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือคลิกลิงค์เพื่อสมัครบัตรเครดิตได้ที่นี่: http://bit.ly/2uPcS19 #สุขไม่จำกัด กับบัตรเคทีซี #กินเที่ยวเรื่องเดียวกัน

งาน Thailand Industry Expo 2019 ที่จัดขึ้นโดยกระทรวงอุตสาหกรรม ได้เปิดเวทีสัมนาภายใต้หัวข้อ “AI ขุดพลังการตลาดยุค 5.0” เพื่อพัฒนาผู้ประกอบการไทยในสังคมดิจิทัล ซึ่งงานนี้เราได้กูรูด้านเทคโนโลยีอย่าง ยุทธนา เทียนธรรมชาติ กรรมการผู้จัดการบริษัท A Day Fresh จำกัด ทั้งยังเป็นนักพัฒนาธุรกิจ ซอฟท์แวร์ และเป็นผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของ Social Media ที่ได้รับความนิยมหลาย ๆตัว ได้ให้ข้อมูลว่า ปัจจุบันพฤติกรรมของผู้บริโภคได้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม

 

ประกอบกับ ตลาดในปัจจุบันมีการแข่งขันสู้ขึ้นมากกว่าแต่ก่อน ดังนั้นผู้ประกอบการที่จะประสบความสำเร็จในสังคมดิจิทัลได้จึงจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนการทำการตลาดให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้บริโภค จึงได้แนะนำทริกสู่ความสำเร็จของการตลาด 5.0 ว่ามีหัวใจหลัก 3 ข้อ คือ

  1. Conversion คือ การปรับเปลี่ยนวิธีการโฟกัส หรือ กระจายเนื้อหาต่างๆ ที่จะสื่อสารไปยังกลุ่มผู้บริโภคของผู้ดำเนินธุรกิจโดยตรง ไม่จำเป็นต้องส่งกระจายไปยังผู้บริโภคทุกคน
  2. Experience คือ การสร้างประสบการณ์ของแบรนด์ เป็นสิ่งสำคัญกับการตลาด 5.0 มาก เพราะปัจจุบันผู้บริโภคเสมือนถือครองสื่อ ดังนั้น ผู้ประกอบการ ธุรกิจต่าง ๆ ควรที่จะสร้างประสบการณ์ที่ดีให้ผู้บริโภคเกิดความประทับใจ และจดจำ เพื่อเป็นแนวทางตัดสินใจในการเลือกใช้แบรนด์ครั้งต่อไป
  3. Data ถือเป็นหัวใจหลักของการตลาด 5.0 โดยการเก็บข้อมูลควรที่จะเจาะลึก เน้นไลฟ์สไตล์ และความพึงพอใจของผู้บริโภค เพื่อต่อยอดไปสู่อนาคต

ทั้งนี้ยุทธนา ยังได้ให้ข้อมูลว่า ปัจจุบันการตลาด 5.0 ได้เกิดขึ้นแล้วในองค์กรใหญ่ ที่นำระบบ AI มาใช้ เพื่อลดต้นทุนด้านแรงงาน และขณะที่ผู้ประกอบการรายย่อย แม้ต้นทุนจะไม่มากพอก็มีการนำระบบดิจิทัลมาใช้เช่นกัน เช่น แชทบอท เป็นต้น ดังนั้น เพื่อเป็นการพัฒนาธุรกิจสู่ความยั่งยืน และสามารถแข่งขันกับคนอื่นได้ การตลาด 5.0 จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้ประกอบการควรปรับตัวให้ทันกับการแข่งขันในตลาดโลก

บมจ.ทิพยประกันภัย และ บมจ. สยามราชธานี ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ในโครงการ “ขับขี่ปลอดภัย สังคมอุ่นใจ ไร้อุบัติเหตุ” สร้างทักษะที่ดีในการขับรถยนต์ที่ถูกต้องและปลอดภัยให้กับผู้ขับขี่ ช่วยลดไร้อุบัติเหตุและความสูญเสียบนท้องถนน เพื่อสังคมอุ่นใจ ไร้อุบัติเหตุ พร้อมมอบสิทธิประโยชน์พิเศษสำหรับผู้ผ่านการอบรมในโครงการ โดยมีนายสุรพล พลอยสุข รองอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ให้เกียรติมาเป็นสักขีพยาน ในพิธี

บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ TIP ได้ร่วมกับพันธมิตรบริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน) จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) จัดทำโครงการ "ขับขี่ปลอดภัย สังคมอุ่นใจ ไร้อุบัติเหตุ" ด้วยการจัดทำหลักสูตรการอบรมพิเศษ Professional Training และ Defensive Driving ขึ้นมาเป็นครั้งแรกของประเทศไทย โดยเบื้องต้นจะจัดอบรมให้กับ กลุ่มลูกค้าที่เป็นหน่วยงานหรือองค์กร

 

ดร.สมพร สืบถวิลกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปัจจุบันสถิติการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนในประเทศไทยมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และส่วนใหญ่กว่า 90% มาจาก “ผู้ขับขี่” และอุบัติเหตุได้นำมาซึ่งความสูญเสีย ตลอดจนสร้างผลกระทบแก่ผู้ที่ประสบอุบัติเหตุเองและคนรอบข้าง ทิพยประกันภัยได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของปัญหาดังกล่าวจึงได้มีแนวคิดร่วมกับพันธมิตร”สยามราชธานี” จัดทำโครงการ “ขับขี่ปลอดภัย สังคมอุ่นใจ ไร้อุบัติเหตุ” เป็นครั้งแรกของประเทศไทย

การอบรมหลักสูตรดังกล่าวเป็นการเพิ่มความรู้ให้กับผู้ที่เข้าอบรม ซึ่งทิพยประกันภัยจะให้ความรู้เพิ่มเติมแก่ลูกค้าในเรื่องการประกันภัยรถยนต์ ที่ถือว่ามีความสำคัญเป็นอย่างมากเพื่อให้ผู้ขับขี่ได้รู้ถึงเงื่อนไขความคุ้มครอง ควบคู่ไปกับการให้ความรู้พัฒนาและสร้างทักษะในการขับรถยนต์อย่างปลอดภัย เสริมสร้างให้ผู้ขับขี่บนท้องถนน มีความตระหนักถึงการขับรถยนต์อย่างถูกวิธีและปลอดภัย มีเป้าหมายหลัก เพื่อส่งเสริมให้สังคมมองเห็นประโยชน์ของการขับขี่ปลอดภัย และลดอุบัติเหตุบนท้องถนน

พร้อมกันนี้ บริษัทยังได้มอบสิทธิประโยชน์พิเศษสำหรับผู้ที่ผ่านอบรมจากบริษัทสยามราชธานี ตั้งแต่ 6 ชั่วโมงขึ้นไป โดยมอบส่วนลดประกันภัยรถยนต์สุดพิเศษ, บริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนน 24 ชม, ผ่อนชำระ 0% 10 เดือน สำหรับเบี้ยประกันภัยรถยนต์ทุกประเภทตั้งแต่ 10,000 บาทขึ้นไป (บัตรเครดิตที่ร่วมรายการกับบริษัท) เนื่องจากเราเห็นว่าคนกลุ่มนี้ได้ให้ความสำคัญด้านความปลอดภัยในการขับขี่และมีทักษะความรู้เรื่องการขับขี่รถยนต์ที่ดี

 

นายเวทย์ นุชเจริญ ประธานกรรมการ บริษัทสยามราชธานี จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทมีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้มีความร่วมมือกับ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) บริษัทประกันภัยชั้นนำของคนไทย ที่มีภาครัฐเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ในฐานะที่สยามราชธานี ดำเนินธุรกิจในการจ้างเหมาแรงงาน โดยจัดหาพนักงานขับรถยนต์ไปให้บริการกับพนักงานและผู้บริหารของบริษัทชั้นนำทั่วประเทศมานานกว่า 40 ปี โดยแต่ละปีเราได้จัดส่งพนักงานขับรถไปดูแลลูกค้ามากกว่า 3,000 คน หรือ 400-500 บริษัทดังนั้นการขับขี่ปลอดภัย จึงถือเป็นหัวใจหลักในการบริการที่บริษัทให้ความสำคัญสูงสุด

ความร่วมมือในครั้งนี้ เกิดขึ้นจากการที่บริษัททิพยประกันภัย ได้เห็นความสำคัญของการสร้างผู้ขับขี่ปลอดภัยที่มีคุณภาพและมีความเป็นมืออาชีพออกสู่ท้องถนน ให้สังคมอุ่นใจ เพื่อสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีและความปลอดภัยบนท้องถนน ซึ่งสอดคล้องกับภารกิจและความมุ่งมั่นของสยามราชธานี

โดยบริษัทสยามราชธานี ในฐานะผู้นำในธุรกิจ ที่มีประสบการณ์ยาวนาน และมีทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญ จึงได้มีการพัฒนาและสร้างหลักสูตร "การฝึกอบรม ผู้ขับขี่รถยนต์ปลอดภัยมืออาชีพ" เพื่อสร้างมาตรฐาน เพื่อยกระดับการขับขี่เชิงป้องกัน และสร้างมาตรฐานอาชีพผู้ขับขี่รถยนต์ในระดับสากล โดยการนำเทคโนโลยี VR Training มาเพิ่มทักษะและเพิ่มประสิทธิภาพการประเมินผลผู้อบรมด้วย

 

จากการพัฒนาหลักสูตรอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน เห็นถึงศักยภาพของบริษัทขณะเดียวกันก็ต้องการพัฒนาทักษะและเพิ่มศักยภาพของผู้ที่มีอาชีพขับขี่รถยนต์ ให้มีมาตรฐานและมีความเป็นมืออาชีพจึงได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการจัดทำหลักสูตร "การฝึกอบรมเพื่อยกระดับฝีมือและมาตรฐานผู้ขับขี่รถยนต์ปลอดภัยมืออาชีพระดับ 1" เมื่อวันที่ 10 พ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งหลักสูตรนี้ ได้รับการรับรองจากกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เพื่อให้ใช้เป็นหลักสูตรกลางในการฝึกอบรมให้แก่แรงงานที่เป็นผู้ขับขี่รถยนต์อาชีพได้ทั่วประเทศ

ความร่วมมือกับ ทิพยประกันภัย จัดทำโครงการ "ขับขี่ปลอดภัย สังคมอุ่นใจ ไร้อุบัติเหตุ" ในครั้งนี้ ถือเป็นความสำเร็จขึ้นอีกขั้น ในการต่อยอดและร่วมรณรงค์สร้างสังคมไร้อุบัติเหตุ ที่นอกจากจะร่วมกันส่งเสริมและสนับสนุนหลักสูตรในการสร้างผู้ขับขี่ปลอดภัยที่มีคุณภาพและมีความเป็นมืออาชีพของสยามราชธานีแล้ว ยังจะมีการต่อยอดหลักสูตรโดยเพิ่มทักษะ และให้ความรู้ด้านประกันภัยให้กับผู้ขับขี่รถยนต์ด้วย รวมทั้งจะช่วยสร้างให้สังคมอุ่นใจและสิ่งแวดล้อมบนท้องถนนที่ดีขึ้น เพื่อช่วยลดอุบัติเหตุที่สร้างความสูญเสียให้กับชีวิตและทรัพย์สินของคนไทยได้อย่างมหาศาล  นายเวทย์ กล่าว

บมจ.กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต คว้า 3 รางวัลระดับเอเชียจาก Insurance Asia Awards 2019 โดย คุณสุกัญญา อิสรานุวัฒน์ชัย (กลาง) รองประธานอาวุโส ฝ่ายสื่อสารการตลาด และภาพลักษณ์องค์กร รับมอบรางวัล 1. CSR Initiative of the Year จากโครงการ Green4Good ซึ่งเป็นโครงการสอนการวางแผนทางการเงินให้กับเยาวชนทั่วประเทศ 2. Marketing Initiative of the year จากโครงการ คาราวานตรวจสุขภาพ ซึ่งเป็นโครงการที่จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 11 และ 3. Insurance Initiative of the year จากโครงการกรุงไทย-แอกซ่า แคร์คุณกว่าใคร ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งความภูมิใจ และตอกย้ำความมุ่งมั่นที่จะให้บริการลูกค้า เพื่อให้ทุกคนได้มีชีวิตที่ขึ้นตามใจปรารถนา โดยเข้ารับรางวัลดังกล่าว ณ โรงแรมแชงกรีล่า ประเทศสิงคโปร์

วิทยาลัยนวัตกรรมวิชาชีพ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน นครราชสีมา มุ่งผลิตนักศึกษาตอบโจทย์ 10 อุตสาหกรรมหลัก พร้อมนำเสนอตัวอย่างนักศึกษาที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ ในการแข่งขันฝีมือแรงงานแห่งชาติ ครั้งที่ 28 ระดับภาค รับรางวัลเหรียญทองชนะเลิศ พร้อมทุนการศึกษา ซึ่ง นายกัมปนาท ถ่ายสูงเนิน หัวหน้าวิทยาลัยนวัตกรรมวิชาชีพ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน กล่าวว่า วิทยาลัยนวัตกรรมวิชาชีพ เป็นหน่วยงานที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2557 ตามนโยบายของ ศาสตราจารย์ (พิเศษ) ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย นายกสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน โดยมีการจัดการเรียนการสอนระดับเทียบเท่าคณะของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ศูนย์กลางนครราชสีมา มีความโดดเด่นในการจัดการศึกษาซึ่งมุ่งเน้นด้านทฤษฎีและภาคปฏิบัติ เพื่อให้เกิดความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง ตามปณิธานที่ตั้งไว้คือ สร้างคนสู่งาน เชี่ยวชาญเทคโนโลยี วิทยาลัยนวัตกรรมวิชาชีพจึงเป็นวิทยาลัยที่ผลิตนักปฏิบัติด้านวิชาชีพและเทคโนโลยี เพื่อพัฒนาชุมชนและสังคมอย่างยั่งยืนตอบสนองประชาคมอาเซียน

 

ปัจจุบันวิทยาลัยนวัตกรรมวิชาชีพจัดการเรียนการสอนในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพและประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง 2 กลุ่มวิชา ดังนี้ กลุ่มวิชาพาณิชยกรรม ประกอบไปด้วย 5 โปรแกรมวิชา คือ การบัญชี การเงิน  การตลาด คอมพิวเตอร์ธุรกิจ และการจัดการธุรกิจค้าปลีก และกลุ่มวิชาช่างอุตสาหกรรม ประกอบไปด้วย 10 โปรแกรมวิชา ได้แก่ ช่างโยธา ช่างกลโรงงาน ช่างผลิตเครื่องมือและแม่พิมพ์  ช่างอิเลคทรอนิกส์ ช่างไฟฟ้า ช่างยนต์  ช่างจักรกลหนัก  ช่างเทคนิคระบบขนส่งทางราง  ช่างโลหะ และช่างไฟฟ้าซ่อมบำรุงระบบราง เราต้องการสร้างนักศึกษาที่ตอบโจทย์ 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ ได้แก่ 1.อุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ 2.อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ 3.อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวกลุ่มรายได้ดีและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ 4.การเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ 5.อุตสาหกรรมการแปรรูปอาหาร 6.อุตสาหกรรมหุ่นยนต์เพื่อการอุตสาหกรรม 7.อุตสาหกรรมการบินและโลจิสติกส์ เพราะปัจจุบันไปถึงอนาคตจะมีจำนวนเครื่องบินเพื่อการเดินทาง การท่องเที่ยวต่างๆ และการขนส่งทางอากาศที่มากขึ้น และมีความต้องการการบำรุงและการซ่อมแซมมากขึ้นไปด้วย เรามีสนามบินนครราชสีมาที่จะเป็นสถานที่รองรับการฝึกฝีมือและการทำงานด้านอุตสาหกรรมการบินได้ 8.อุตสาหกรรมเชื้อเพลิงชีวภาพและเคมีชีวภาพ เพราะประเทศไทยต้องการความยั่งยืนด้านชีวภาพ และการกำหนดมาตรฐานด้านชีวภาพกับการค้าระหว่างประเทศ ระหว่างโลกตะวันออกและตะวันตก ทำให้เรามามุ่งเน้นเรื่องของไบโอพลาสติกที่ใช้ในการทำหีบห่อบรรจุภัณฑ์ เพื่อการจำหน่ายและการส่งออกที่กำลังเป็นที่จับตาของนักลงทุนทุกชาติ 9.อุตสาหกรรมดิจิทัล ซึ่งถือว่าเป็นอุตสาหกรรมที่มีความต้องการสูงมากในการดำรงชีพ โดยเฉพาะ ระบบอีคอมเมิร์ซซึ่งเป็นการต่อยอดเทคโนโลยีที่ได้รับความสนใจอย่างมาก 10.อุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร เป็นอุตสาหกรรมด้านการรักษาพยาบาล ที่วิทยาลัยนวัตกรรมวิชาชีพตระหนักในเรื่องการลงทุนด้านการแพทย์และการรักษาพยาบาล

วิทยาลัยนวัตกรรมวิชาชีพมุ่งเน้นเรื่องการลงมือปฏิบัติให้เกิดความเชี่ยวชาญ จึงได้เชิญภาคอุตสาหกรรมให้เข้ามามีส่วนในการบริหารจัดการวิทยาลัยนวัตกรรมร่วมด้วย โดยจะมี 3 ส่วนที่เกี่ยวข้องได้แก่ มทร.อีสาน สมาคมคุณวุฒิวิชาชีพ และสถานประกอบการ เพื่อให้เกิดภาพที่ชัดเจนในการดำเนินงานของวิทยาลัยนวัตกรรมวิชาชีพตามกรอบสภา มทร.อีสาน ในอนาคตเราจะเดินต่อในเรื่องการนำนวัตกรรมด้านไมสเตอร์ (Thai-Meister) ของประเทศเยอรมันเพื่อสร้างช่างเฉพาะทางอย่างจริงจัง นวัตกรรม B-Tech และ CDIO เข้ามาจัดการเรียนการสอน เพื่อให้วิทยาลัยนวัตกรรมฯ เป็นต้นแบบที่สามารถใช้กับสถานศึกษาอาชีวะได้ทุกแห่งทั่วประเทศ 

ในปี 2563 วิทยาลัยนวัตกรรมวิชาชีพ กำหนดให้มีหลักสูตรช่างเทคนิคระบบรางและช่างซ่อมบำรุงไฟฟ้าระบบราง เพื่อผลิตนักศึกษาให้ตอบโจทย์ เรื่องอุตสาหกรรมที่จะเกิดขึ้นในอนาคตประเทศไทย เช่น เส้นทางรถไฟความเร็วสูงระหว่าง กรุงเทพมหานคร – นครราชสีมา รวมถึงอุตสาหกรรมรถรางเบาในกรุงเทพมหานคร เช่น รถไฟฟ้าสายสีส้ม สีม่วง สีแดง เป็นต้น ซึ่งขณะนี้มีบริษัทต่างๆ จากประเทศญี่ปุ่น และแถบยุโรป ติดต่อเข้ามาแจ้งความประสงค์ในการรับนักศึกษาของวิทยาลัยนวัตกรรมวิชาชีพในการฝึกงานด้านการค้าปลีก สิ่งเหล่านี้จะเป็นการต่อยอดที่นักศึกษาสามารถสร้างมูลค่าและค่าแรงให้ตนเองได้

ในปี 2564 เราจะทำหลักสูตรรถยนต์พลังงานไฟฟ้าหรือ EV Car ที่จะตอบโจทย์ในเรื่องการพัฒนาเทคโนโลยีรถยนต์ที่จะเปลี่ยนแปลงในอนาคตและหลักสูตรช่างซ่อมอากาศยาน ที่วิทยาลัยนวัตกรรมวิชาชีพ ได้ร่วมกับองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) และ EASA ในการส่งบุคลากรไปดูงานที่บริษัท การบินไทย (จำกัด) มหาชน รวมถึงการลงนามความร่วมมือกับสนามบินนครราชสีมา เพื่อใช้สนามบินในการฝึกงาน และอบรมการทำงาน รวมทั้ง บริษัท บางกอกเอวิเอชั่น เซนเตอร์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทด้านการบินที่จังหวัดนครราชสีมา เราพยายามเติมเต็ม ต่อยอด เพื่อวิทยาลัยนวัตกรรมเราจะได้มีเอกลักษณ์อย่างจริงจังเพื่อตอบโจทย์ความต้องการในอนาคตข้างหน้า

 

อย่างไรก็ตามวิทยาลัยนวัตกรรมวิชาชีพพยายามสร้างมาตรฐานไมสเตอร์ (Thai-Meister) ของประเทศเยอรมันให้เกิดขึ้นในทุกมิติ รวมถึงการเรียนการสอน เพื่อการพัฒนาปรับปรุงเปลี่ยนแปลงให้ตอบโจทย์และรองรับการเป็นประเทศที่มีนวัตกรรมด้านอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น ซึ่งจะเป็นตัวขับเคลื่อนประเทศหรือต่อยอด 10 อุตสาหกรรมของประเทศไทย  โดยกระบวนการหนึ่งคือการส่งนักศึกษาไปแข่งขันในเวทีต่างๆ ทั้งระดับภาค และระดับประเทศ ตามศาสตร์และเชี่ยวชาญที่เรียนมา ผลคือ นักศึกษาของเราได้รับรางวัลต่างๆ มากมายและล่าสุดคือการไปคว้ารางวัลจากการแข่งขันฝีมือแรงงานแห่งชาติ ครั้งที่ 28 ระดับภาค จัดโดยสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานแห่งชาติครับ

อาจารย์ภากร นาคศรี ผู้ควบคุมทีมและอาจารย์ประจำสาขาอิเล็กทรอนิกส์ วิทยาลัยนวัตกรรมวิชาชีพ กล่าวว่า ทราบข่าวจากสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน ภาค 5 นครราชสีมา ว่ามีการการจัดการแข่งขันฝีมือแรงงานแห่งชาติ ครั้งที่ 28 ระดับภาค วิทยาลัยนวัตกรรมวิชาชีพมีนักศึกษาสายช่างบริหารธุรกิจ ที่มีทักษะและความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษ จึงแนะนำให้นักศึกษาสายช่างและสายบริหารเข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้ เพื่อให้นักศึกษาได้มีเวทีในการแข่งขันและได้ฝึกประสบการณ์ในเวทีระดับประเทศ ซึ่งนักศึกษาวิทยาลัยนวัตกรรมวิชาชีพ สามารถทำผลงานได้ดี คือ ได้รับรางวัลชนะเลิศเหรียญทอง อันดับ 1 กลุ่มสาขาอาชีพเทคโนโลยีอุตสาหกรรมการผลิต  สาขาอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมรางวัลเหรียญทองแดง ด้านเครื่องจักรกล CNC (เครื่องกลึง) และ รางวัลเหรียญทองแดง กลุ่มสาขาอาชีพเทคโนโลยีการสื่อสาร ด้านเว็บดีไซน์  ซึ่งถือว่าเป็นผลงานที่ดีมากครับ

 

นายรุ่งเลิศ แซ่แต้ หรือ ต่าย นักศึกษาประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงปีที่ 2 โปรแกรมวิชาอิเล็กทรอนิกส์ กล่าวว่า ตนเองมีความสนใจงานด้านอิเล็กทรอนิกส์ตั้งแต่เด็กอยู่แล้ว จึงตั้งใจที่จะเข้ามาศึกษาต่อในสาขาอิเล็กทรอนิกส์ที่วิทยาลัยนวัตกรรมวิชาชีพ เพราะที่นี่มีนโยบายในการสร้างผู้เรียนให้มีความชำนาญในการออกแบบวงจรไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ซ่อมบำรุงเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ และการเขียนโปรแกรมใช้ควบคุมทางอิเล็กทรอนิกส์ที่เข้มข้น เมื่อได้เข้ามาศึกษาเล่าเรียนแล้ว จึงได้รับความรู้ เกิดความมั่นใจและสนใจที่จะเข้าร่วมการแข่งขันฝีมือแรงงานแห่งชาติครั้งที่ 28 ระดับภาค ด้วยผลงานการเขียนโปรแกรมด้วยโปรแกรมอาดุยโน่ (Arduino)ใช้บอร์ด STM 3.2 ในการควบคุมหลอดไฟ LED และฟังก์ชั่นการทำงานต่างๆ  รวมถึงการประกอบวงจรให้สมบูรณ์แบบที่สุด ก่อนที่จะไปแข่งขัน ผมพยายามฝึกฝนฝีมือตนเองอย่างหนัก  และใช้ความรู้ที่ได้จากวิทยาลัยนวัตกรรมวิชาชีพ มาสร้างชิ้นงานในครั้งนี้จนประสบความสำเร็จและมีจุดบกพร่องน้อยที่สุด กอปรกับทักษะในการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้เป็นอย่างดีซึ่ง เมื่อได้รับรางวัลชนะเลิศระดับภาค ก็รู้สึกดีใจและตื่นเต้นมาก สุดท้ายขอขอบคุณสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานแห่งชาติ ขอบคุณสาขาอิเล็กทรอนิกส์ วิทยาลัยนวัตกรรมวิชาชีพ และ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสานที่สนับสนุนและเปิดโอกาสให้ผมได้เข้าร่วมการแข่งขันระดับภาค สำหรับการแข่งขันระดับชาตินั้น ผมจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุดเช่นเคยครับ  

Page 1 of 75

Joomla! Debug Console

Session

Profile Information

Memory Usage

Database Queries