Ad Top Header

เอสซีจี ผสานความร่วมมือ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เพื่อวิจัยและพัฒนานวัตกรรมสินค้า สำหรับการบริการสาธารณสุขและการดูแลสุขภาพผู้ป่วยของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ตลอดจนแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการ การพัฒนาบุคลากร การให้บริการ และการทำกิจกรรมสาธารณประโยชน์ ซึ่งจะนำไปสู่ความเป็นเลิศด้านวิชาการ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนและสาธารณสุขโดยรวมของประเทศ โดยมี นายยุทธนา เจียมตระการ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่-การบริหารกลาง เอสซีจี ลงนามความร่วมมือ (MOU) กับ นพ.นิธิ มหานนท์ เลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เมื่อเร็วๆ นี้

 

ทั้งนี้ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เป็นศูนย์กลางการเรียนการสอนและการวิจัย ที่สร้างและพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์ วิทยาศาสตร์ สาธารณสุข และสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังให้บริการทางการแพทย์ด้วยมาตรฐานสากลแก่ประชาชนอย่างไม่หวังผลกำไร โดยเฉพาะผู้ยากไร้และด้อยโอกาส สอดคล้องกับแนวทางการดำเนินงานของเอสซีจี ที่มุ่งสร้างสรรค์นวัตกรรมสินค้าและบริการ ด้วยการร่วมมือกับภาคส่วนต่างๆ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน สังคม และสิ่งแวดล้อมทั่วทั้งภูมิภาคอย่างยั่งยืน

ธุรกิจแพคเกจจิ้ง เอสซีจี โดย นายวิชาญ เจริญกิจสุพัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทผลิตภัณฑ์กระดาษไทย จำกัด ผนึกกำลัง เทสโก้ โลตัส โดย นางสาวสลิลลา สีหพันธุ์ ประธานกรรมการฝ่ายกิจการบรรษัท เทสโก้ โลตัส ในงาน Rethink Packaging คิดใหม่ ทำใหม่ ใส่ใจสิ่งแวดล้อม”

เพื่อประกาศยกเลิกใช้บรรจุภัณฑ์ที่ทำจากโฟมทั้งหมดของเทสโก้ โลตัส ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2562 เป็นต้นไป พร้อมเพิ่มความเข้มข้นของการดำเนินนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม ด้วยโครงการแบบครบวงจรและมุ่งสู่การสร้างระบบปิดของบรรจุภัณฑ์ (closed loop system) ภายใต้กลยุทธ์ 3R (Redesign, Reduce, Recover & Recycle) โดยมี นายรัชฎา สุริยกุล ณ อยุธยา อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้เกียรติร่วมงาน

สำหรับความร่วมมือระหว่างเอสซีจี และเทสโก้ โลตัส ครั้งนี้ มีตั้งแต่การจำหน่ายบรรจุภัณฑ์อาหารปลอดภัยที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมแบรนด์เฟสท์ (Fest) จากเอสซีจี ให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงบรรจุภัณฑ์ที่เป็นทางเลือกได้อย่างสะดวกสบาย เพื่อเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้งานจากกล่องโฟมหรือบรรจุภัณฑ์ที่ไม่สามารถรีไซเคิลได้มากขึ้น

นอกจากนี้ เอสซีจียังให้บริการนำบรรจุภัณฑ์กระดาษใช้แล้วที่เก็บรวบรวมจากสาขาเข้าสู่ศูนย์กระจายสินค้าเทสโก้ โลตัส ไปรีไซเคิลและผลิตเป็นถุงกระดาษสำหรับใช้แทนถุงพลาสติกอีกด้วย จึงนับเป็นความร่วมมือที่เอสซีจี และเทสโก้ โลตัส ประสานพลังในการส่งเสริมการใช้บรรจุภัณฑ์ที่ตอบสนองทั้งฟังก์ชั่นการใช้งานของผู้บริโภค และตอบโจทย์ด้านสิ่งแวดล้อมไปพร้อมๆ กัน ตามแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียนของเอสซีจี หรือ SCG Circular Way

เอสซีจี เดินหน้าตามกลยุทธ์สร้างการเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนในภูมิภาคอาเซียน ลงทุนกว่า 2.1 หมื่นล้านบาท เข้าเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ใน PT. Fajar Surya Wisesa Tbk. หนึ่งในผู้นำธุรกิจกระดาษบรรจุภัณฑ์ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศอินโดนีเซีย พร้อมรองรับตลาดที่มีประชากรสูงถึง 270 ล้านคน และมีอัตราการเติบโตของตลาดบรรจุภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นับเป็นการลงทุนครั้งสำคัญที่จะช่วยสร้างโอกาส การเติบโตของธุรกิจแพคเกจจิ้ง เอสซีจี ในอนาคต 

นายรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี เปิดเผยว่า “เอสซีจี ยังคงเดินหน้าตามกลยุทธ์เพื่อสร้างการเติบโตอย่างแข็งแกร่งมั่นคงในระยะยาว (Long-term Growth) ด้วยการขยายฐานการลงทุนในภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด ธุรกิจแพคเกจจิ้ง เอสซีจี ได้เข้าลงทุนเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ที่สัดส่วนร้อยละ 55 ใน PT. Fajar Surya Wisesa Tbk. (หรือ “Fajar”) ซึ่งเป็นผู้นำธุรกิจกระดาษบรรจุภัณฑ์ และเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์อินโดนีเซีย จากผู้ถือหุ้นปัจจุบัน คิดเป็นมูลค่าประมาณ 9.6 ล้านล้านรูเปีย (ประมาณ 21,150 ล้านบาท หรือเทียบเท่า 665 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คาดว่า จะดำเนินธุรกรรมแล้วเสร็จในไตรมาสที่ 3 ของปี 2562 โดยใช้แหล่งเงินทุนจากภายใน นอกจากนี้ เพื่อรองรับโอกาสในการขยายธุรกิจแพคเกจจิ้งในอนาคต เอสซีจีอยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ในการเพิ่มทุนของธุรกิจแพคเกจจิ้ง ซึ่งคาดว่าการศึกษาจะแล้วเสร็จภายในสิ้นปี 2562 นี้ 

นายรุ่งโรจน์ กล่าวต่อไปว่า “การเข้าถือหุ้นข้างมากใน Fajar จะช่วยขยายการเติบโตของเอสซีจีในภูมิภาคอาเซียน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดอินโดนีเซีย ซึ่งธุรกิจแพคเกจจิ้งมีโอกาสเติบโตอย่างมากในอนาคต โดยหากพิจารณาจากจำนวนประชากร 270 ล้านคน และอัตราการใช้กระดาษบรรจุภัณฑ์ต่อคนของอินโดนีเซียแล้ว ศักยภาพการเติบโตของตลาดกระดาษบรรจุภัณฑ์ในอินโดนีเซียสูงกว่าไทยเกือบ 3 เท่าตัว”

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ธุรกิจแพคเกจจิ้ง เอสซีจี มีผลการดำเนินงานที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง สามารถปรับตัวรับการเปลี่ยนแปลง และการแข่งขันที่รุนแรงได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงมีขีดความสามารถสูง และมีศักยภาพในการขยายธุรกิจครอบคลุมอาเซียน โดยมีโรงงานตั้งอยู่ที่ เวียดนาม มาเลเซีย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ ซึ่งเป็นตลาดที่เติบโตอย่างมาก โดยมุ่งขับเคลื่อนธุรกิจด้วยการเป็นผู้ให้บริการบรรจุภัณฑ์แบบครบวงจร (Total Packaging Solutions Provider) รวมทั้งการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มมูลค่าให้สินค้า บริการ และกระบวนการผลิต เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า และการใช้งานของผู้บริโภค ตลอดจนการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด ด้วยแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ตามแนวทางของเอสซีจี หรือ SCG Circular Way 

ธุรกิจแพคเกจจิ้ง เอสซีจี ในปี 2561 มีรายได้จากการขาย 87,255 ล้านบาท โดยมีกำไรสำหรับปี 6,319 ล้านบาท ขณะที่ Fajar ในปี 2561 มียอดขายกระดาษบรรจุภัณฑ์รวม 1.38 ล้านตัน คิดเป็นมูลค่า 9.94 ล้านล้านรูเปีย (ประมาณ 21,900 ล้านบาท) และมีกำไรสำหรับปีประมาณ 1.41 ล้านล้านรูเปีย (ประมาณ 3,100 ล้านบาท) 

เอสซีจี โดยนายชนะ ภูมี Vice President-Cement and Construction Solution Business เอสซีจี ซิเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง และนายศาณิต เกษสุวรรณ ผู้อำนวยการ-ธุรกิจสัมพันธ์และพัฒนาอย่างยั่งยืน ธุรกิจซิเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง ร่วมกับกองทัพบก และเครือข่ายจิตอาสา ส่งมอบถังเก็บน้ำผลิตด้วยวัสดุพอลิเมอร์ “เอลิเซอร์” ของเอสซีจี จำนวน 115 ถัง ให้แก่ นายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 50 ถัง และนายทรงพล สวาสดิ์ธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง จำนวน 65 ถัง เพื่อช่วยเหลือเเละบรรเทาภัยแล้งระยะเร่งด่วนแก่ผู้ประสบภัยในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ และลำปาง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในกิจกรรม “เฉลิมราชย์ราชา จิตอาสาบรรเทาภัยแล้ง” ที่ร่วมเฉลิมพระเกียรติเเละถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในมหามงคลสมัยที่พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 เสด็จขึ้นครองราชย์ พร้อมเชิญชวนจิตอาสาระดมพลังสร้างฐานติดตั้งถังเก็บน้ำจากวัสดุรีไซเคิลที่เหลือจากการก่อสร้าง ซึ่งออกแบบโดยทีมงานเอสซีจีให้สอดคล้องกับแนวทาง SCG Circular Way หรือการใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่าที่สุด และนำกลับมาใช้ใหม่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด สำหรับประชาชนที่สนใจเข้าร่วมเป็นจิตอาสาในโครงการ “เฉลิมราชย์ราชา” สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง www.scg.com/volunteerproject

 

เอสซีจี ยังคงมุ่งมั่นสร้างเครือข่ายจิตอาสาทั่วประเทศ โดยอาศัยการมีส่วนร่วมของชุมชนและภาคีเครือข่ายเป็นหัวใจสำคัญ พร้อมเชิญชวนทุกภาคส่วนให้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “เฉลิมราชย์ราชา” ผ่านการดำเนิน 3 กิจกรรมหลัก ได้แก่ กิจกรรม “เฉลิมราชย์ราชา จิตอาสาบรรเทาภัยแล้ง” กิจกรรม “เฉลิมราชย์ราชา จิตอาสารักษ์น้ำ” และกิจกรรม “เฉลิมราชย์ราชา จิตอาสาพัฒนาโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชทั่วไทย” เพื่อสร้างพลังที่เข้มแข็ง อันจะนำไปสู่การผลักดันสังคม และชุมชนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และสามารถพึ่งพาตนเองได้ ซึ่งช่วยขับเคลื่อนประเทศให้เกิดความยั่งยืน และสร้างโลกที่น่าอยู่สำหรับคนรุ่นต่อไป

ประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมกำลังเป็นสิ่งที่ทั่วโลกให้ความสนใจ ซึ่งทุกคนไม่ว่าจะอยู่ในฐานะผู้บริโภคหรือผู้ผลิตต่างก็เป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม ด้วยการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดให้คุ้มค่าที่สุด โดยการใช้ให้น้อยและนานที่สุด หรือนำกลับมาใช้ซ้ำ อีกทั้งยังเป็นสิ่งที่เราสามารถร่วมกันทำในสถานที่ใดก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นบ้าน วัด โรงเรียน ชุมชน ห้างสรรพสินค้า ไม่เว้นแม้แต่สนามกีฬา

เช่นเดียวกับสนามเอสซีจี สเตเดี้ยม ที่แต่ละนัดของการแข่งขันจะมีแฟนบอลเข้ามาชมในสนามเฉลี่ยเกือบ 1 หมื่นคน ทำให้สร้างขยะแต่ละครั้งมากถึง 1,000 กิโลกรัม เอสซีจี จึงร่วมกับ สโมสรเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ในการผลักดันสนามเอสซีจี สเตเดี้ยม สู่การเป็น Circular Economy Stadium ที่เชิญชวนแฟนบอลร่วมเป็น แชมป์รักษ์โลก ด้วยการแยกขยะตามแนวทาง SCG Circular Way โดยเริ่มต้นจากการจัดเตรียมถังขยะ 4 ประเภท ได้แก่ ขยะพลาสติก กระดาษ เศษอาหาร และขยะปนเปื้อน วางไว้ตามจุดต่างๆ พร้อมจัดเจ้าหน้าที่ให้ความรู้เรื่องการแยกขยะที่ถูกต้องแก่แฟนบอลก่อนจะทิ้งให้ถูกถัง เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการจัดการขยะ (Waste Management) ให้สามารถหมุนเวียนกลับมาใช้ประโยชน์ได้ใหม่ ซึ่งเป็นการใช้ทรัพยากรธรรมชาติให้เกิดประโยชน์สูงสุด

 “Football’s Coming Home คือแนวคิดการทำทีมของเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ในฤดูกาลนี้ โดยต้องการให้นักฟุตบอลและแฟนบอลของเอสซีจี เมืองทองฯ ร่วมทำสิ่งดีๆ เพื่อทีมที่รักของเรา แนวคิดเรื่องการทำ Circular Economy Stadium จึงเป็นอีกหนึ่งแนวทางที่จะช่วยสะท้อนให้เห็นว่า เอสซีจี เมืองทองฯ ไม่เพียงแต่มีศักยภาพที่สามารถเป็นแชมป์ในการแข่งขันเท่านั้น แต่ยังสามารถเชิญชวนให้แฟนบอลทุกคนมาช่วยกันสร้างสรรค์สิ่งดีๆ สู่สังคมได้ จึงได้ร่วมกับเอสซีจี จัดแคมเปญ “แชมป์รักษ์โลก” ซึ่งเป็นการปรับใช้แนวปฏิบัติ SCG Circular way กับกิจกรรมการเชียร์ฟุตบอลของแฟนคลับเอสซีจี เมืองทองฯ และแฟนๆ ของทีมอื่นๆ ที่เข้ามาใช้บริการภายในเอสซีจี สเตเดี้ยม

ด้วยการส่งเสริมและสนับสนุนให้แฟนบอลแยกขยะประเภทต่างๆ ที่นำเข้ามาในสนามฟุตบอลให้ถูกที่ถูกถัง เพื่อให้สามารถนำขยะเหล่านี้กลับไปหมุนเวียนใช้ให้เกิดคุณค่าได้ต่อไป โดยมีเป้าหมายว่าหางบัตรเข้าชมฟุตบอลและเศษกระดาษในสนามจะสามารถนำไปทำชั้นวางหนังสือและเฟอร์นิเจอร์ ฝาขวดน้ำพลาสติกสามารถนำไปทำบ้านปลารีไซเคิล ช่วยอนุบาลปลาและคืนสมดุลระบบนิเวศชายฝั่งทะเล ส่วนขยะอื่นๆ ก็สามารถนำไปรีไซเคิลได้ เพื่อก้าวสู่เป้าหมาย Circular Economy Stadium ได้อย่างแท้จริง นายรณฤทธิ์ ซื่อวาจา ผู้อำนวยการสโมสรเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด กล่าวถึงวัตถุประสงค์ในการร่วมรณรงค์ครั้งนี้

ด้านนางวีนัส อัศวสิทธิถาวร ผู้อำนวยการสำนักงาน Enterprise Brand Management เอสซีจี กล่าวเสริมว่า “ด้วย Passion ที่ต้องการใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุดตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) นอกจากการพัฒนาสินค้าและบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมแล้ว เอสซีจียังเริ่มผลักดันแนวคิดนี้ในกลุ่มพนักงาน ด้วยการส่งเสริมให้เกิดการแยกขยะตามแนวปฏิบัติ SCG Circular way และได้ขยายแนวปฏิบัตินี้ไปสู่หน่วยงานและกิจกรรมอื่นๆ รวมถึงการเข้าชมการแข่งขันฟุตบอลของทีมเอสซีจี เมืองทองฯ ที่มีทุกสัปดาห์ตลอดปี เพราะเอสซีจีเชื่อว่าด้วยพลังของแฟนบอล นอกจากจะช่วยเป็นกำลังใจให้นักฟุตบอลคว้าแชมป์ได้แล้ว ยังสามารถขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงด้านการจัดการขยะ (Waste Management) ให้เกิดผลจริง และสามารถนำขยะเหล่านี้กลับไปหมุนเวียนใช้ให้เกิดคุณค่าต่อไป โดยเริ่มต้นจากสิ่งง่ายๆ ด้วยการลดการนำขยะเข้ามาในสนาม และแยกขยะลงถังที่วางไว้ตามจุดต่างๆ ในสนามหลังเสร็จสิ้นกิจกรรม ซึ่งเอสซีจีอยากให้เกิดพฤติกรรมนี้ไม่ใช่แค่ในสนามเอสซีจี สเตเดี้ยมเท่านั้น แต่ทุกคนยังสามารถนำแนวทางนี้กลับไปใช้ในชีวิตประจำวัน และขยายสู่คนใกล้ตัว และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าแคมเปญ “แชมป์รักษ์โลก” นี้ จะเป็นต้นแบบหนึ่งที่สามารถขยายไปสู่ทีมอื่นๆ รวมถึงกีฬาชนิดอื่นๆ ได้ต่อไป”

แม้ว่าผลการแข่งขันในฤดูกาลนี้ยังต้อรอลุ้นต่อไป แต่เชื่อว่า เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด และแฟนบอล จะร่วมกัน “เป็น” และ “รักษา” “แชมป์รักษ์โลก” นี้ได้โดยไม่ต้องรอ และเอสซีจีก็พร้อมเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยเผยแพร่การปฏิบัติตามแนวทาง SCG Circular way นี้ต่อไป ด้วยเชื่อว่าจะมีส่วนช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต สังคม ตลอดจนวงการกีฬาของไทยและอาเซียนให้ก้าวสู่การเป็น “แชมป์รักโลก” ได้อย่างยั่งยืน

Page 1 of 5

Joomla! Debug Console

Session

Profile Information

Memory Usage

Database Queries