ทีม THE THREE MUSKETEERS จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คว้ารางวัลชนะเลิศการแข่งขัน “ลอรีอัล แบรนด์สตอร์ม 2019” ครั้งที่ 16 ในประเทศไทย นำเสนอกลยุทธ์และพัฒนาแผนการตลาดดิจิทัล ภายใต้โจทย์ “INVENT THE FUTURE SKINCARE EXPERIENCE FOR HEALTH-CONSCIOUS CONSUMERS” หรือ “การสร้างสรรค์ประสบการณ์ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวแห่งอนาคต เพื่อผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญเรื่องสุขภาพ” ให้กับแผนกผลิตภัณฑ์เวชสำอาง เน้นการเข้าถึงและสื่อสารโดยตรงกับผู้บริโภคที่รักสุขภาพ ผ่านการใช้นวัตกรรมด้านเทคโนโลยีและดิจิทัล เป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมการแข่งขัน “ลอรีอัล แบรนด์สตอร์ม 2019” ระดับโลก ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ในเดือน พฤษภาคม 2562 ลุ้นชิงรางวัลประสบการณ์การทำงานที่ฝรั่งเศส ณ Station F ฮับสตาร์ทอัพที่ใหญ่ที่สุดในโลก เป็นระยะเวลา 3 เดือน โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

ทีม THE THREE MUSKETEERS จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ชนะเลิศ “ลอรีอัล แบรนด์สตอร์ม 2019” ของประเทศไทย ประกอบด้วย นายนพรุจ กรุงไกรเพชร นางสาววราลี ธนะนิวิฐ และ นางสาวพิมพ์พัชร จันเทรมะ นักศึกษาคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี ชั้นปีที่ 4  เปิดเผยว่า “สำหรับผลงานอุปกรณ์ดูแลรักษาผิว SkinActiv นั้น มาจากการค้นคว้าของเรา และพบว่า 87% ของผู้หญิงไทยยังเลือกผลิตภัณฑ์บำรุงผิวได้ไม่ถูกต้อง ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์เหล่านั้นไม่ตอบโจทย์กับสภาพผิวของพวกเขา ซึ่งอุปกรณ์ดูแลรักษาผิว SkinActiv นี้ มาพร้อมกับวิธีการใช้ 2 โหมด คือโหมด Diagnosis ซึ่งมีเซนเซอร์วินิจฉัยสภาพผิวของผู้ใช้ และโหมด Treatment ที่จะช่วยผ่อนคลาย ฟื้นฟูผิวหน้า และสามารถรักษาสิว ลดริ้วรอย และเปิดรูขุมขนเพื่อการเปิดรับผลิตภัณฑ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยจะเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชันบนมือถือ เราคาดหวังว่าอุปกรณ์ SkinActiv จะทำหน้าที่เป็นตัวช่วยในการดูแลผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสะดวกสบายยิ่งขึ้น ด้วยการวิเคราะห์สภาพผิว ให้คำแนะนำผลิตภัณฑ์บำรุงผิวและวิธีการรักษาที่เหมาะกับสภาพผิวของผู้ใช้มากที่สุด”

“พวกเรารู้สึกดีใจมากที่ชนะการแข่งขัน “ลอรีอัล แบรนด์สตอร์ม 2019” ขอขอบคุณบริษัทลอรีอัล ที่เปิดโอกาสให้พวกเราได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์อย่างอิสระ และใช้ทักษะรอบด้านในการออกแบบแผนการตลาดและนำเทคโนโลยีใหม่ๆมาประยุกต์ใช้ และขอขอบคุณสำหรับการผลักดันให้พวกเราก้าวข้ามขีดจำกัด และกรอบการนำเสนอเดิมๆ เพื่อที่จะเอาชนะใจกรรมการให้ได้ภายในเวลาเพียงแค่ 5 นาทีอีกด้วย นี่คือความท้าทายที่คนเจนเนอเรชั่นเรามองหา” ทีม THE THREE MUSKETEERS กล่าว

 

นายธนยศ ครุฑระเบียบ ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคล บริษัท ลอรีอัล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “โครงการ ลอรีอัล แบรนด์สตอร์ม เป็นโครงการสำหรับคนรุ่นใหม่ที่มองหาความท้าทาย ที่ต้องการพัฒนาทักษะความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ในการนำเทคโนโลยีและดิจิทัลโซลูชั่นส์ใหม่ๆ มาตอบโจทย์ทางธุรกิจ และตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคยุคดิจิทัลที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทีม THE THREE MUSTKETEERS เป็นผู้ตอบโจทย์ได้สมบูรณ์แบบที่สุด 
และจะเป็นตัวแทนประเทศไทย ไปแข่งต่อที่เวทีโลกเพื่อชิงรางวัลชนะเลิศที่ใหญ่ที่สุดที่เคยมี เป็นครั้งแรก คือ ประสบการณ์การทำงานที่ฝรั่งเศส ณ Station F ฮับสตาร์ทอัพที่ใหญ่ที่สุดในโลก พาร์ทเนอร์ของลอรีอัล เป็นระยะเวลา 3 เดือน โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ซึ่งเป็นการตอบโจทย์ความตั้งใจของโครงการในการสร้างสรรค์นวัตกรรม และส่งเสริมแนวคิดการทำงานแบบผู้ประกอบการอย่างแท้จริง”

รูปแบบการแข่งขันลอรีอัล แบรนด์สตอร์มจะกำหนดให้นักศึกษานำเสนอผลงานทุกรอบ ในสไตล์ “Pitching” หรือ การขายไอเดียแบบธุรกิจสตาร์ทอัพ โดย 5 ทีมที่มีผลงานโดดเด่น จะได้นำเสนอผลงานบนเวทีในรอบสุดท้าย เพื่อชิงรางวัลชนะเลิศต่อหน้าคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ อันประกอบไปด้วย คุณอินเนส คาลไดรา กรรมการผู้จัดการ และ คุณวิภาวี ทับสกุล ผู้จัดการทั่วไป แผนกผลิตภัณฑ์เวชสำอาง บริษัท ลอรีอัล (ประเทศไทย) จำกัด ดร.รัฐศาสตร์ กรสูต รองผู้อำนวยการสำนักงาน สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล และ พญ.ขวัญจิรา วงศ์เกียรติขจร แพทย์เฉพาะทางผิวหนัง

ผลการตัดสินการแข่งขันโครงการ “ลอรีอัล แบรนด์สตอร์ม 2019” ประเทศไทย คือ ทีม THE THREE MUSTKETEERS จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กับผลงานนำเสนอภายใต้คอนเซ็ปต์ “ผลงานอุปกรณ์ดูแลรักษาผิว SkinActiv” รับรางวัลเงินสดจำนวน 100,000 บาท และเป็นตัวแทนประเทศไทยแข่งขันกับตัวแทนจาก 65 ประเทศทั่วโลก ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ในเดือนพฤษภาคม 2562 ทีม BART HEART จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ชนะรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 รับรางวัลเงินสด 50,000 บาท และทีม S’OREAL จากวิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยศิลปากร ชนะรางวัล CSR Award รับเงินสด 30,000 บาท

นางอินเนส คาลไดรา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลอรีอัล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวสรุปว่า “วัตถุประสงค์ของโครงการฯ คือการเป็นมากกว่าการแข่งขันแผนการตลาด แต่เป็น “Project and Talent Incubator” ซึ่งตอกย้ำวิสัยทัศน์การเป็นผู้บุกเบิกด้าน Beauty Tech ของบริษัท ทุกๆ ปีความคิดสร้างสรรค์ และไอเดียในการรังสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ จากนักศึกษาผู้เข้าร่วมโครงการฯ จะแปลกใหม่ มีความน่าสนใจเสมอ เรามีความภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการมอบประสบการณ์ที่มีค่าให้แก่นักศึกษาไทย เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้พัฒนาศักยภาพที่เป็นพื้นฐานสำคัญในการทำงานจริง เพื่อการพัฒนาประเทศต่อไปในอนาคต”

“พฤกษา เรียลเอสเตท” บริษัทอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ของประเทศไทย ล้ำหน้าด้วยความสำเร็จด้านการพัฒนาสินค้าและบริการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านนวัตกรรม จนได้รับรางวัล International Quality Management Award รางวัลระดับอินเตอร์ที่มอบให้กับองค์กรที่ทุ่มเทและพัฒนาด้านนวัตกรรมเป็นเลิศ โดยในปีนี้ได้วางกลยุทธ์ขับเคลื่อนองค์กรผ่าน Digital Transformation เดินหน้าด้วยนวัตกรรมเทคโนโลยี INNO–TECH เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของคนไทย ก้าวเป็นอันดับหนึ่งในใจผู้บริโภค

นางสุพัตรา เป้าเปี่ยมทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “รางวัล International Quality Management Award เป็นรางวัลจากเวทีระดับโลก มอบให้องค์กรที่ทุ่มเทและพัฒนาด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง พร้อมให้ความสำคัญในการส่งเสริมวัฒนธรรมในองค์กรในการมุ่งเน้นด้านคุณภาพเพื่อความเป็นเลิศอย่างต่อเนื่อง ซึ่งพฤกษา เรียลเอสเตท ได้รับรางวัลนี้เพราะให้ความสำคัญในเรื่องของ Quality, Innovation, Product และ Brand รางวัลนี้จึงเป็นความภูมิใจของพฤกษา เรียลเอสเตท ซึ่งเป็นบริษัทเดียวในประเทศไทยที่ได้ไปสร้างชื่อเสียงและเป็นที่ยอมรับในเวทีระดับนานาชาติ และเป็นกำลังใจที่จะทำให้เราเดินหน้าพัฒนาสินค้าและการบริการ รวมถึงนวัตกรรมต่างๆ ให้ก้าวล้ำเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้บริโภค พร้อมทั้งรักษามาตรฐานความเป็นอันดับหนึ่งของกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ มุ่งหวังให้สินค้าและการบริการดีเลิศควบคู่ไปพร้อมกับการใช้เทคโนโลยี”

 

“ในปีที่ผ่านมา พฤกษา เรียลเอสเตท ใส่ใจและให้ความสำคัญกับเรื่องคุณภาพมาอย่างต่อเนื่อง เน้นสร้าง Excellent Quality ด้วยการยึดหลักแบรนด์ไอเดีย PRUKSA ใส่ใจ...เพื่อทั้งชีวิต” โดยวางโรดเมพ ไว้ 5 ด้าน คือ Construction ใส่ใจในเทคโนโลยีการก่อสร้างและการผลิต, Innovation ใส่ใจในนวัตกรรมที่ทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น มุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆ ไม่หยุดยั้ง, Product Design ใส่ใจการออกแบบฟังก์ชั่นใช้สอยเพื่อให้ตรงตามความต้องการของลูกค้า รวมไปถึงการออกแบบบ้านเพื่อการอยู่อาศัยสำหรับทุกเพศทุกวัย, Community ใส่ใจสร้างสรรค์สังคมน่าอยู่ เพื่อให้ลูกค้ามีสังคมและสิ่งแวดล้อมที่ดี และ Service ใส่ใจด้านบริการที่มีมาตรฐานทั้งก่อนและหลังการขายด้วยเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ โดยในปีนี้ได้มีการเปิดตัว The Living Application ที่ทำให้ทุกเรื่องบ้าน ครบ จบ ในแอปเดียว ตั้งแต่เริ่มค้นหาบ้าน ข่าวสารและโปรโมชั่น ไปจนถึงการตรวจรับบ้านและเข้าอยู่อาศัย” นางสุพัตรา กล่าว

สำหรับในปี 2562 นี้ พฤกษา เรียลเอสเตท ได้ประกาศชูแผนกลยุทธ์รักษาความเป็นผู้นำอันดับ 1 ด้วยการขับเคลื่อนองค์กรผ่าน Digital Transformation พร้อมเดินหน้าด้วยนวัตกรรมเทคโนโลยี INNO–TECH เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของคนไทย และยังมุ่งมั่นในการสร้างวัฒนธรรมในองค์กรเรื่องของคุณภาพ ลงมือทำจริงเพื่อส่งมอบบ้านที่มีคุณภาพให้ลูกค้า โดยทุกวันศุกร์ทีมผู้บริหารจะออกตรวจไซต์งาน ดูแลใกล้ชิดตั้งแต่คนงานก่อสร้าง ลูกค้า และพนักงาน พร้อมปรับปรุงทุกกระบวนการทำงานให้มีคุณภาพ ขณะเดียวกัน ยังคงให้ความสำคัญกับโรดเมพทั้ง 5 ด้าน คือ Construction, Innovation, Product Design, Community และ Service อย่างต่อเนื่อง

 

จากการดำเนินงานตาม Roadmap ที่ตอกย้ำด้วยการลงมือทำจริง ความมุ่งมั่นในการพัฒนาองค์กร พัฒนาสินค้า และการบริการ นอกจากจะทำให้ พฤกษา เรียลเอสเตท ได้รับรางวัล International Quality Management Award ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศสแล้ว ในด้านความพึงพอใจจากลูกค้าของพฤกษายังเพิ่มสูงขึ้น รายการข้อร้องเรียนต่างๆ ลดลงถึง 18% แบรนด์พฤกษาได้รับการชื่นชมในโลกโซเชียลเพิ่มมากขึ้น ซึ่งทั้งหมดนี้จะเป็นแรงขับเคลื่อนที่ทำให้เรายังคงเดินหน้าพัฒนาต่อเนื่องอย่างไม่หยุดยั้งเพื่อตอบโจทย์ Brand Propose ของพฤกษาที่จะช่วยยกระดับมาตรฐานคุณภาพความสุขที่แท้จริงของการใช้ชีวิตของคนไทย” นางสุพัตรา กล่าวทิ้งท้าย

บมจ.ไทยสมุทรประกันชีวิต รักคือพลังของชีวิต โดยคุณนุสรา (อัสสกุล) บัญญัติปิยพจน์ กรรมการผู้จัดการ จับมือคุณสมชัย อาภรณ์ศิริพงษ์ รองกรรมการผู้จัดการ แม่ทัพใหญ่ฝ่ายขายช่องทางตัวแทน จัดโครงการ “OCEAN SUPER STAR KICK OFF” เพื่อผลักดันตัวแทน OCEAN LIFE ไทยสมุทร ยกระดับสู่มาตรฐานคุณวุฒิระดับโลก MDRT (The Million Dollar Round Table) ซึ่งผู้ที่จะพิชิตคุณวุฒิ MDRT ได้จะต้องมีผลงานยอดเยี่ยม สร้างความมั่นใจให้ลูกค้าว่าจะได้รับการบริการที่เป็นเลิศ และการวางแผนการเงินที่มีประสิทธิภาพ ปันจุบัน OCEAN LIFE ไทยสมุทร มีตัวแทนคุณภาพติดคุณวุฒิ COT (Court of the Table) และ MDRT (Million Dollar Round Table) จำนวน 51 คน ซึ่งบริษัทมุ่งมั่นเดินหน้าพัฒนาศักยภาพตัวแทนประกันชีวิตให้มีความพร้อมในการก้าวสู่การเป็น “ตัวแทนยุค 4.0” เพื่อให้ทุกคนสามารถให้บริการลูกค้าอย่างเหนือความคาดหมายในโลกยุคดิจิทัล ที่เทคโนโลยีและนวัตกรรมมีบทบาทต่อการขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน

รองศาสตราจารย์นายแพทย์ ชาญชัย พานทองวิริยะกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น เปิดเผยว่า มหาวิทยาลัยขอนแก่นร่วมกับ มหาวิทยาลัยคิวชู      จัดโครงการถ่ายทอดนวัตกรรม เทคโนโลยีหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด เพื่อรองรับการเป็นเมดิคอลฮับ ของมหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยในช่วง 10 ปีนี้ หุ่นยนต์ผ่าตัดได้รับการพัฒนาอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งปัจจุบันการพัฒนาหุ่นยนต์ผ่าตัด ได้ก้าวเข้าสู่ขั้นให้หุ่นยนต์ผ่าตัดตามการเคลื่อนไหวนิ้วและมือของศัลยแพทย์ (da vinci model) มหาวิทยาลัยขอนแก่นเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกในเอเชียที่วิจัยคอมพิวเตอร์ช่วยผ่าตัด (หุ่นยนต์ผ่าตัด) เฉพาะทางนรีเวช ตั้งแต่ปี 2550 โดยทีมวิศวกรรมชีวการแพทย์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เป็นทีมที่ประสบความสำเร็จ และมีงานวิจัยหุ่นยนต์ผ่าตัดที่ก้าวหน้าที่สุด หวังว่าการร่วมมือกัน ระหว่าง มหาวิทยาลัยขอนแก่น ประเทศไทย และ มหาวิทยาลัยคิวชู ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งนับว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญในเรื่องดังกล่าวนี้ จะทำให้เกิดการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของชาวไทยต่อไป

อย่างไรก็ตามหนึ่งในชุดผลงานหุ่นยนต์ผ่าตัดทางนรีเวช คือ หุ่นยนต์ช่วยถือและเคลื่อนกล้องผ่าตัด สำหรับการผ่าตัดในอุ้งเชิงกราน ได้รับรางวัลเหรียญทองจาก  The international Federation of Inventors’ Associations ในงานวันนักประดิษฐ์นานาชาติครั้งที่ 1 ปี พ.ศ.2551  เทคโนโลยี “หุ่นยนต์ช่วยถือกล้องผ่าตัด” ถูกพัฒนาคิดค้นโดยคณะแพทย์ไทยเพื่อช่วยให้การผ่าตัดทางนรีเวชสะดวก ปลอดภัย มีความถูกต้อง แม่นยำและรวดเร็ว ช่วยให้คนไข้ฟื้นตัวเร็วขึ้น ทำให้พื้นผิวบริเวณที่ผ่าตัดได้รับความกระทบ กระเทือนน้อยที่สุด หุ่นยนต์มีลักษณะเป็นแขนกลช่วยจับกล้องที่ใช้ในการผ่าตัดเคลื่อนไปในมุมต่าง ๆ ตามที่แพทย์ต้องการได้อย่างแม่นยำ โดยแพทย์สามารถควบคุมการเคลื่อนไหวของหุ่นยนต์ผ่านการสัมผัสบนจอทัชสกรีน ช่วยให้การผ่าตัดผ่านกล้องของแพทย์สะดวกและมีประสิทธิภาพมากขึ้น   

 

นอกจากนี้ยังมีการอบรมเทคโนโลยีหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด โดย ศาสตราจารย์ นพ.โกวิท  คำพิทักษ์  และรองศาสตราจารย์ นพ.เกรียงศักดิ์  เจนวิถีสุข ร่วมกับศาสตราจารย์จากประเทศญี่ปุ่น  เพื่อวางแนวทางรวมทั้งยกระดับวงการวิทยาศาสตร์สุขภาพ รองรับการเป็นเมดิคอลฮับ ของอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงต่อไป

อาจารย์ ดอกเตอร์ นายแพทย์ วิทูร  ชินสว่างวัฒนกุล (ขวา) หัวหน้าสถานวิทยามะเร็งศิริราช ร่วมกับ นางสาวสิรีรัตน์ คอวนิช (ซ้าย) ผู้อำนวยการ – ธุรกิจบัตรเครดิต “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ขอเชิญชวนสมาชิกบัตรเครดิตเคทีซีผู้มีจิตศรัทธาใช้คะแนน KTC FOREVER ทุก 1,000 คะแนน แทนเงินบริจาค 100 บาท สมทบทุนเพื่องานวิจัยการถอดรหัสยีนมะเร็งของคนไทย (Cancel Cancer Festival 2019) ในการดูแลรักษาโรคมะเร็งแบบบูรณาการ ร่วมกับการวิเคราะห์ข้อมูลทางพันธุกรรมส่วนบุคคล อันจะนำไปสู่การรักษาโรคมะเร็งที่แม่นยำและเหมาะสมกับแต่ละบุคคลมากที่สุด ตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม 2562 - 31 ธันวาคม 2562 ทั้งนี้เงินบริจาค 200 บาทขึ้นไป สามารถนำใบเสร็จรับเงินไปหักลดหย่อนภาษีได้

สำหรับการร่วมบริจาคสามารถทำได้ผ่าน 4 ช่องทาง 1) แอปฯ “KTC Mobile” 2) SMS (1 ครั้ง = แลก 1,000 คะแนน แทนเงินบริจาค 100 บาท) โดยพิมพ์ SIC วรรค ตามด้วยหมายเลขบัตรฯ 16 หลัก ส่งมาที่ 0613845000 (ค่าส่งครั้งละ 3 บาท) และจะได้รับข้อความตอบกลับเมื่อลงทะเบียนสำเร็จ 3) เว็บไซต์ www.ktc.co.th/clickktc 4) KTC PHONE 02 123 5000 กด 0

นายปรีชา รุธิรพงษ์ (คนที่ 4 จากซ้าย) ประธานเจ้าหน้าที่สายงานการตลาด พร้อมด้วยพนักงาน บริษัท เอฟดับบลิวดี ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ร่วมให้กำลังใจและส่งคุณอิทธิพล สมุทรทอง หรือ คุณป๊อก (คนที่ 3 จากขวา) ที่เป็นตัวแทนเอฟดับบลิวดี ประเทศไทย เดินทางไปร่วม "FWD North Pole Marathon" มาราธอนที่วิ่งบน “แผ่นน้ำแข็ง” ปราศจากพื้นดิน บริเวณมหาสมุทรอาร์กติก ขั้วโลกเหนือ ที่ระยะ 42.195 กิโลเมตร จัดว่าเป็นมาราธอนที่อยู่เหนือสุดและหนาวที่สุดในโลก ด้วยอากาศต่ำกว่าศูนย์องศา (Sub-Zero Temperatures) ตลอดการแข่งขัน ร่วมให้กำลังใจและติดตามการผจญภัยครั้งสำคัญในชีวิตของคุณป๊อก ได้ที่ Facebook Fan Page FWD Thailand

เอปสัน ร่วมกับสมาคมส่งเสริมและพัฒนาการถ่ายภาพ และ DJI จัดกิจกรรม “Epson Moverio Experience” เปิดโอกาสให้นักศึกษาและผู้สนใจได้สัมผัสกับมุมมองใหม่ผ่านแว่นตาอัจฉริยะ Moverio BT-300 จากเอปสันในการถ่ายภาพมุมสูงจากโดรน  เพื่อส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทักษะทางด้านการถ่ายภาพและส่งเสริมให้นำเทคโนโลยีไปใช้ในการปฏิบัติงานได้อย่างเหมาะสมและสร้างสรรค์  ซึ่งผู้เข้ารับการอบรมจะได้เรียนรู้ทั้งในภาคทฤษฎีและปฏิบัติจากผู้เชี่ยวชาญในแต่ละสาขา  โดยได้รับเกียรติจาก  ผศ.ภคมน ตั้งจิตติเลิศ จากสาขาศิลปะการถ่ายภาพภาควิชาออกแบบ วิทยาลัยเพาะช่าง และอาจารย์นท พูนไชยศรี ผู้เชี่ยวชาญด้านสตูดิโอภาพยนตร์ สถาบันกันตนา

งานนี้ผู้เข้าอบรมได้สัมผัสประสบการณ์ตรงผ่านกิจกรรมดังกล่าวโดยไม่มีค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด ณ สถาบันกันตนา ศาลายา จังหวัดนครปฐม ติดตามกิจกรรมดีๆ ของเอปสันได้ที่ www.epson.co.th และ www.facebook.com/EpsonThailand

บมจ.กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จัดกิจกรรมรดน้ำดำหัวขอพรผู้ใหญ่เพื่อสืบสานประเพณีไทยฉลองเทศกาลสงกรานต์  โดยมี คุณแซลลี่ โอฮาร่า ประธานกรรมการบริหาร พร้อมผู้บริหารร่วมอวยพรเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่พนักงาน และมีความสุขชุ่มฉ่ำกายใจตลอดปี 2562

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ โดยสำนักส่งเสริมการค้าสินค้าไลฟ์สไตล์ จัดโครงการส่งเสริมพัฒนาสินค้าและเทคนิคการผลิตของผู้ประกอบการMaterial ของไทยสู่ตลาดญี่ปุ่น เพื่อเตรียมความพร้อมผู้ประกอบการไทย พัฒนาสินค้าวัตถุดิบ / วัสดุท้องถิ่นหรือ Material ของไทย รุกตลาดต่างประเทศ โดยได้ Mr. Junya Kitagawara ผู้เชี่ยวชาญจากประเทศญี่ปุ่นร่วมติวเข้ม แนะแนวทางการเจาะตลาดพร้อมพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการไทยในเวทีโลกโดยเฉพาะตลาดญี่ปุ่น

ประเทศญี่ปุ่นนำเข้าสินค้าไลฟ์สไตล์จากไทยมากเป็นอันดับ 2 รองจากสหรัฐอเมริกา โดยปี 2561 ไทยส่งออกสินค้าไลฟ์สไตล์ไปยังประเทศญี่ปุ่น คิดเป็นมูลค่ากว่า 413 ล้านเหรียญสหรัฐฯ สินค้าที่ใช้วัสดุและเทคนิคการผลิตของไทยเป็นสินค้าที่มีความเป็นเอกลักษณ์ แตกต่าง และหายากมากขึ้นในตลาดญี่ปุ่น เนื่องจากสามารถนำมาพัฒนาเป็นสินค้าของใช้ของตกแต่งบ้าน หรือเฟอร์นิเจอร์ที่มีเอกลักษณ์ การเจาะตลาดญี่ปุ่นจะสามารถขยายมูลค่าส่งออกได้เป็นอย่างดี

เพื่อเตรียมความพร้อมผู้ประกอบการ กรมฯ จะมีการจัดประชุมหัวข้อ “แนะนำแนวโน้มสินค้าที่ทำจากวัตถุดิบของไทย : เทรนด์การส่งออกที่มีศักยภาพของอุตสาหกรรมตกแต่งภายในประเทศญี่ปุ่น” (Material Trend : Potential Products for Japanese Interior design Industry) โดยได้ผู้เชี่ยวชาญชาวญี่ปุ่น Mr. Junya Kitagawara ติวเข้มให้ผู้ประกอบการไทยกลุ่มสินค้าที่ใช้วัสดุ / วัตถุดิบท้องถิ่น อาทิ ของขวัญ ของใช้ ของตกแต่งบ้าน เฟอร์นิเจอร์ เคหะสิ่งทอ และผู้สนใจ ไม่ต่ำกว่า 80 ราย ได้เข้าใจถึงสินค้า "Material" และช่องทางในการส่งออกสู่ประเทศญี่ปุ่น

กิจกรรมจะจัดขึ้นในวันที่ 19 เมษายน 2562 ภายในงานแสดงสินค้า STYLE Bangkok เดือนเมษายน 2562 และวันเสาร์ที่ 20 เมษายน 2562 จะเป็นการคัดเลือกผู้เข้าร่วมโครงการ โดย Mr. Kitagawara เพื่อรับคำแนะนำเชิงลึกต่อไป ทั้งนี้ สินค้าที่ผ่านการพัฒนาแล้ว จะได้ร่วมจัดแสดงภายในงานแสดงสินค้า Tokyo International Gift Show 2019 ซึ่งเป็นงานแสดงสินค้าไลฟ์สไตล์ที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น

ผู้ประกอบการที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมสามารถโทรสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร 02 507 8330 หรืออีเมล This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it. หรือ โทรสายตรงกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ 1169

ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย ชูนวัตกรรมอัจฉริยะจาก AI คลาวด์ และ IoT ยกระดับศักยภาพธุรกิจเอสเอ็มอีไทยให้ทัดเทียมองค์กรขนาดใหญ่บนเวทีโลก ในงาน Microsoft Innovation Conference ซึ่งจัดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ที่โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯ เพื่อให้คำแนะนำทั้งในเชิงเทคนิคและกลยุทธ์กับผู้บริหารและพนักงานฝ่ายไอทีของธุรกิจเอสเอ็มอีทั่วไทย และนำเสนอโซลูชันเด่นที่พร้อมเร่งประสิทธิภาพให้กับทุกองค์กร

ภายในงาน ทีมผู้บริหารไมโครซอฟท์ นำโดยนายธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้เสนอแนะแนวทางการนำเทคโนโลยีระดับโลกมาประยุกต์ใช้ให้เข้ากับธุรกิจในทุกประเภทและอุตสาหกรรม ทั้งยังเจาะลึกแนวคิด “Three Clouds” กับการผสมผสาน 3 โซลูชันและแพลตฟอร์มคลาวด์ของไมโครซอฟท์อย่าง อาซัวร์  Office 365 และ Dynamics 365 เข้าด้วยกันเพื่อขับเคลื่อนธุรกิจให้รุดหน้าอย่างรวดเร็วและคล่องตัวมากยิ่งขึ้น

“คำพูดที่ว่า ‘AI มีอยู่ทุกหนแห่ง’ นั้น กำลังใกล้ความเป็นจริงมากขึ้นเรื่อยๆ ในประเทศไทย เพราะไม่ว่าจะเป็นแชทบอทของร้านค้าที่ตอบคำถามของลูกค้าอย่างอัตโนมัติ หรือระบบ Electronic Know-Your-Customer สำหรับการยืนยันตัวตนลูกค้าผ่านช่องทางดิจิทัลของธนาคาร ก็ล้วนทำงานโดยมี AI เป็นเทคโนโลยีพื้นฐานอยู่เบื้องหลัง” นายธนวัฒน์กล่าว “AI และคลาวด์ ไม่ได้เป็นเทคโนโลยีที่อยู่ไกลเกินเอื้อมของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทย เพราะเงินทุนไม่ใช่อุปสรรคในการนำนวัตกรรมเหล่านี้มาใช้งานให้เต็มประสิทธิภาพอีกต่อไป แต่กลับเป็นเรื่องของกลยุทธ์และแนวคิดในการพัฒนาธุรกิจที่ยังขาดหายไปอยู่ โดยเฉพาะในประเทศไทย ที่มีธุรกิจเพียง 26% เท่านั้นที่นำ AI มาเป็นหัวใจหลักในกลยุทธ์ทางธุรกิจ เราเชื่อว่าธุรกิจในยุค AI จะต้องมี Tech Intensity หรือความเข้มข้นในการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ ผ่านทางการปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมและรูปแบบการทำงานให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมใหม่ที่เปี่ยมด้วยศักยภาพจากเทคโนโลยี”

ยกระดับประสบการณ์ให้กับลูกค้า พร้อมเสริมความคล่องตัวให้พนักงานและองค์กร ด้วยโซลูชันคุณภาพจากพันธมิตรของไมโครซอฟท์

ในโอกาสนี้ ไมโครซอฟท์ได้จับมือกับพันธมิตรผู้พัฒนาและติดตั้งโซลูชันชั้นนำในประเทศไทยเพื่อร่วมกันจัดแสดงผลิตภัณฑ์และบริการล่าสุดสำหรับทั้งกลุ่มเอสเอ็มอีและธุรกิจขนาดใหญ่ โดยครอบคลุมการทำงานในหลายด้าน นับตั้งแต่ประสบการณ์ของลูกค้าไปจนถึงระบบงานภายในองค์กร เช่น Wolf Approve ระบบการขออนุมัติเอกสารออนไลน์ผ่านคลาวด์ โดยบริษัท เทคคอนส์บิส จำกัด จะช่วยลดความซับซ้อนในการเดินเอกสารทั่วไปภายในองค์กร เช่นการขอเบิกค่าใช้จ่าย เบี้ยเลี้ยง หรือการยื่นใบลา เป็นต้น ด้วยการสร้างแบบฟอร์มและกระบวนการอนุมัติที่เป็นดิจิทัลทั้งหมดบนแพลตฟอร์มคลาวด์ ไมโครซอฟท์ อาซัวร์

คุณสิโรฒม์ ทัศนัยพิทักษ์กุล Solution Specialist จากเทคคอนส์บิส เผยว่า “นอกจากจะเป็นการย้ายระบบงานเอกสารจำนวนมากขององค์กรให้กลายเป็นระบบดิจิทัลที่ไม่ต้องพึ่งพากระดาษแล้ว Wolf Approve ยังรองรับการตั้งเงื่อนไขการอนุมัติเอกสารได้โดยอัตโนมัติ ตามรูปแบบการทำงานของแต่ละบริษัท ไม่สับสนในการส่งเอกสารไปหาผู้อนุมัติที่ถูกต้องอีกต่อไป ทั้งยังเปิดให้ใช้งานได้ผ่านแอปพลิเคชันในอุปกรณ์พกพาต่างๆ จึงทำให้พนักงานและผู้อนุมัติเอกสารสามารถทำเรื่องและอนุมัติคำร้องต่างๆ ได้จากทุกที่ ทุกเวลา แม้ในขณะเดินทาง”

ส่วนโซลูชัน Smart Self-Checkout จุดชำระเงินซื้อสินค้าแบบอัจฉริยะ โดย บริษัท ริเวอร์พลัส จำกัด นำบริการ Custom Vision บนแพลตฟอร์มอาซัวร์ มาพัฒนาต่อยอดเป็นระบบ AI ที่สามารถแยกแยะวัตถุตรงหน้าเพื่อให้บริการลูกค้าได้โดยอัตโนมัติ เช่นในกรณีตัวอย่างของร้านเบเกอรี่ ที่สามารถฝึกสอนให้ AI ดังกล่าวจดจำลักษณะของขนมปังแต่ละชนิดจากภาพที่มองเห็นผ่านกล้อง เมื่อลูกค้านำถาดมาวางใต้กล้อง AI จะระบุชื่อสินค้า ระบุราคา ปริมาณแคลอรี่ โปรโมชั่น สิทธิพิเศษสำหรับสมาชิก หรือข้อมูลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องบนหน้าจอได้ทันที นอกจากนี้ AI และแพลตฟอร์มอาซัวร์ ยังสามารถเก็บข้อมูลอื่นไม่ว่าจะเป็นยอดขาย สินค้าขายดี อายุ เพศ ความพึงพอใจของผู้ซื้อ ซึ่งฟังก์ชั่นดังกล่าวสามารถนำมาดัดแปลงให้เข้ากับการทำงานในแต่ละธุรกิจได้อีกด้วย

“เทคโนโลยีด้าน Machine Vision หรือการมองเห็นของระบบคอมพิวเตอร์ ที่ทางริเวอร์พลัสพัฒนาขึ้นมานั้น ไม่ได้ใช้ได้เพียงแต่ในกรณีนี้เพียงอย่างเดียว แต่ยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในเชิงอุตสาหกรรมได้อีกหลากหลายรูปแบบด้วย เช่นในกรณีของการตรวจสอบรหัสชิ้นส่วนหรือคุณภาพสินค้าในสายการผลิต เป็นต้น” คุณจิราภรณ์ ตีระมาศวณิช ผู้จัดการทั่วไปของริเวอร์พลัสเผย

บริษัท จีเอเบิล จำกัด ได้นำโซลูชันระบบงานฝ่ายทรัพยากรบุคคล Staffio และระบบจัดทำ นำส่ง และจัดเก็บข้อมูลภาษีแบบครบวงจรบนคลาวด์ Taxircle มาจัดแสดงภายในงาน โดย Staffio เป็นระบบที่รองรับงานทั้งในด้านโครงสร้างองค์กร การบริหารจัดการพนักงานเป็นรายบุคคล การบันทึกเวลางาน วันลาหยุด การจัดการเงินเดือน ส่วน Taxircle จะช่วยแปลงข้อมูลจากระบบบัญชีให้กลายเป็นรูปแบบดิจิทัลอย่างครบถ้วนสมบูรณ์ พร้อมนำส่งไปยังกรมสรรพากรและคู่ค้าได้ทันที และเก็บรักษาข้อมูลได้ปลอดภัย ถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ

คุณปณต กาญจนศูนย์ หัวหน้าแผนกการตลาดและดิจิทัลโซลูชันจากจีเอเบิล เสริมอีกว่า “เราต้องการนำโซลูชันดิจิทัลเข้ามาช่วยให้ธุรกิจสามารถบริหารจัดการข้อมูลและระบบงานที่มีในมือได้เต็มประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ทำงานได้ง่ายขึ้น ทั้ง Staffio และ Taxircle เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มผลิตภัณฑ์และบริการ Corporate Digital Solution ของจีเอเบิล ซึ่งไม่ได้ครอบคลุมเฉพาะงานด้าน HR และภาษีเท่านั้น แต่ยังมีโซลูชันด้านการตลาดแบบดิจิทัลแบบครบวงจรที่เพียบพร้อมด้วยระบบวิเคราะห์ข้อมูลหลากหลายรูปแบบอีกด้วย”

ทางสตาร์ทอัพไทย ฟีดแบค 180 ได้ใช้ความเชี่ยวชาญของบุคลากรฝ่ายวิจัยและพัฒนาในบริษัทมาสร้างสรรค์โซลูชัน Closed Loop Feedback ซึ่งนำ AI และ machine learning มาช่วยให้ธุรกิจได้รับรู้และเข้าใจในเสียงตอบรับจากลูกค้าในทุกช่องทางอย่างกว้างขวางและลึกซึ้งมากขึ้น โดยเริ่มต้นจากการพัฒนาระบบช่วยวิเคราะห์และตีความความคิดเห็นจากข้อความภาษาไทยที่ถูกโพสท์ลงบนโลกออนไลน์

คุณยงยุทธ ทรงศิริเดช ผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการของฟีดแบค 180 เผยว่า “เป้าหมายของเราคือการสร้างเทคโนโลยีที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างแม่นยำในด้านการทำความเข้าใจในตัวลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นการแยกแยะและจดจำลักษณะของลูกค้าที่แวะมาที่หน้าร้านค้าหรือสาขา หรือการเปลี่ยนกระแสเสียงตอบรับของฐานลูกค้าให้กลายเป็นข้อเสนอพิเศษที่ตรงเป้า โดยที่ลูกค้าองค์กรสามารถเลือกเติมความสามารถให้กับโซลูชัน Closed Loop Feedback ให้เหมาะสมกับการใช้งานจริงได้ตามต้องการ เช่นโมดูล Social Voice ที่รองรับการวิเคราะห์ข้อความเกี่ยวกับแบรนด์หรือสินค้าที่กำหนดไว้ในโซเชียลมีเดีย นอกจากนี้ ความเชี่ยวชาญของเราในด้านการวิเคราะห์และทำความเข้าใจภาษาด้วย AI ยังช่วยให้เราสามารถสร้างระบบคลังความรู้ภายในองค์กรแบบ Knowledge Graph ที่ค้นหาข้อมูลได้ด้วยประโยคคำถามที่เรียบเรียงแบบธรรมชาติและไม่ตายตัว”

ผู้สนใจสามารถค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโซลูชัน AI ของไมโครซอฟท์ได้ที่

https://news.microsoft.com/apac/features/artificial-intelligence/

Page 1 of 25

Joomla! Debug Console

Session

Profile Information

Memory Usage

Database Queries