ENTREPRENEUR

Jinnaluck : Entrepreneurial spirit driven by Passion

อันที่จริงแล้ว ความสำเร็จของผู้ประกอบการใช่ว่าจะต้องลงเอยด้วยความร่ำรวยและตัวเลขของเม็ดเงินของรายได้เสมอไป โดยเฉพาะในวันนี้ที่กระแสของการร้องหาการทำธุรกิจและผู้ประกอบการเพื่อสังคม ร้องหาการทำธุรกิจที่มีส่วนส่งเสริมและกระจายโอกาสความยั่งยืนให้กับชุมชน

 

ดูเหมือนว่าหนึ่งในนั้น ผลิตภัณฑ์กระดาษเส้นใยธรรมชาติจากงานมือหรือที่เราเรียกกันว่า handicraft ภายใต้ชื่อ กระดาษสาจินนาลักษณ์ หรือ Jinnaluck Miracle of Saa โดย จินนาลักษณ์ ชุ่มมงคล หญิงชาวเหนือผู้มีพื้นเพและวิถีชีวิตที่คลุกคลีและเติบโตมากับต้นไม้ ใบหญ้าและวัฒนธรรมความเป็นอยู่เยี่ยงคนเหนือในท้องถิ่นทั่วไป แต่ด้วยเหตุที่มา “ตกหลุมรัก” อย่างหลงใหลและรักใคร่ในกระดาษสา จนเกิดเป็นที่มาของเรื่องราวประสบการณ์การต่อสู้เพื่อผลิตภัณฑ์งานศิลป์จากกระดาษสาจวบบัดนี้เป็นเวลามากกว่า 20 ปี และได้เคยสร้างบทบันทึกความสำเร็จของการนำผลผลิตงานศิลป์จากอำเภอแม่สาย เมืองเชียงรายของไทยเรา ไปสู่การยอมรับและขายได้ในตลาดต่างประเทศมาแล้ว ทั้งที่อเมริกา เกาหลีและญี่ปุ่น โดยจุดเริ่มต้นของเรื่องราวเริ่มมาจากสิ่งที่เรียกว่า Passion

 

 

จินนาลักษณ์ บอกเล่าเรื่องราวของเธอว่า “ลักษณ์ เป็นลูกคนจน ยากจนซะยิ่งกว่าเรื่องเด็กหญิงวัลลี ชีวิตความเป็นอยู่ตั้งแต่เล็ก เติบโตมาก็เหมือนเด็กบ้านนอกทั่วไป เรียนหนังสือโรงเรียนชุมชนแถวบ้าน ของเล่นก็ไม่เคยมี ตั้งแต่เด็กจนโต ก็มีแต่ไปเด็ดดอกไม้ ดอกหญ้าแถวๆ บ้าน มาเรียงมารายไปทั่วบ้าน หยิบโน่นร้อยนี่เล่นมาอย่างนี้ตั้งแต่เล็ก แต่สิ่งหนึ่งที่รู้ว่าตัวเองมีและตัวเองเป็น คือ เราเป็นคนชอบสังเกต ชอบดู ชอบการค้นหา ถ้าลองเกิดสนใจอยากรู้อะไร จะต้อง ค้นหา ชอบทดลอง หยิบโน่นหยิบนี่มาลองทำโน่นนี่นั่น เป็นนิสัยส่วนตัวมาแต่ไหนแต่ไร เหมือนเรื่องการมาทำธุรกิจกระดาษสา ก็มีที่มาจากความชอบและการค้นหาตั้งแต่สมัยเป็นนักศึกษา ตอนนั้นไปเรียนหนังสือที่เชียงใหม่ แล้วไปเห็นโรงงานทำดอกไม้ส่งออก ทำจากกระดาษสาแล้วเกิดความสนใจ เพราะไม่เคยเห็นกระดาษสามาก่อน ก็เริ่มสืบเสาะจนพบว่ามีชุมชนทำกระดาษสากระจายอยู่ไปทั่วในทางเหนือจังหวัดต่างๆ ทั้ง เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง เชียงราย แพร่ น่าน เราก็เริ่มตระเวนไปดูเพราะอยากรู้ว่าเค้าทำกระดาษสากันอย่างไร ก็กลายเป็นว่า จากแค่สนใจ เลยกลายเป็นว่าไปไล่หาซื้อกระดาษสาแล้วนำไปส่งโรงงานทำดอกไม้ ตอนนั้นก็กลายเป็นงานขึ้นมา สมัยนั้นยังเป็นนักศึกษาเริ่มทำเล่นๆ ได้กำไรแผ่นละ 50 สตางค์ก็ดีใจมาก กระดาษสาที่ซื้อไปส่งก็เป็นกระดาษธรรมดาสีขาวไม่ได้มีลวดลายอะไรเลย ทำไปทำมา บ่อยครั้งจะเจอปัญหาโดนคืนกลับบ้างเพราะกระดาษที่หาซื้อไปส่งไม่ได้สเป็ก แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก เพราะถือว่าเป็นงานพิเศษ”

 

 

ณ ย่างก้าวเข้าสู่ธุรกิจ 

 

ด้วยความเป็นคนเชียงรายและญาติพี่น้องมีบ้านในฝั่งเมืองพม่า ทำให้มีโอกาสได้ข้ามไปมาหาสู่ จนไปรับรู้มาว่า เปลือกปอสาที่ใช้เป็นวัสดุทำกระดาษสา ถูกส่งข้ามแดนมาจากฝั่งพม่าเพื่อมาขายในบ้านเราจำนวนมากและราคาก็ถูกกว่า เลยจุดแรงบันดาลใจว่า “เราน่าจะทำกระดาษสาได้” เพราะมีทั้งแหล่งวัตถุดิบและแหล่งช่างฝีมือ อีกทั้งตัวจินนาลักษณ์ก็มีความรักความชอบในกระดาษสาอยู่เป็นทุน จึงเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการก้าวเข้ามาทำธุรกิจโรงงานกระดาษสา ที่ต่อมาได้เข้าจดทะเบียนเปลี่ยนสถานภาพเป็นวิสาหกิจชุมชนที่มีส่วนช่วยส่งเสริมและสร้างงานให้กับชาวบ้านในท้องถิ่น หลายพื้นที่ในจังหวัดเชียงราย ที่ต่อมามีส่วนช่วยแปรรูปวัสดุทางธรรมชาติจากเกษตร อาทิ หญ้าแฝก ใยกล้วย ดาหลา และอีกหลายเยื่อใยจากธรรมชาติ แปรรูปผลิตเป็นสินค้ากระดาษใยธรรมชาติและผลิตภัณฑ์ขึ้นรูปนานาสารพัดแบบ ทั้ง กระดาษประดับผนัง กล่องของขวัญ ถุงหิ้ว การ์ดอวยพร ซองจดหมาย ร่มกันแดด ฯลฯ สุดแท้แต่จินตนาการและความต้องการของลูกค้าจะคาดหวัง ภายใต้เส้นทางกาลเวลาของการดำเนินธุรกิจกว่า 20 ปี ที่ได้รับประสบการณ์และบทเรียนสำคัญของการเป็น ผู้ประกอบการ ที่จินนาลักษณ์คิดว่าเป็นหนึ่งในสิ่งที่เลอค่า 

 

Lesson learned : บทเรียนรู้ผู้ประกอบการมือใหม่

 

จากจุดเริ่มที่ความรักและหลงใหลในความสวยของกระดาษสา แต่ทว่าเมื่อต้องทำเป็นธุรกิจ หลายสิ่งไม่ได้สวยงามดั่งวาดหวัง เส้นทางของธุรกิจไร้ซึ่งกลีบดอกไม้โปรยปราย จินนาลักษณ์ต้องเผชิญกับทุกปัญหาและอุปสรรคที่ผู้ประกอบการทั่วไปจะพึงพบ นับจากผลิตภัณฑ์ที่ต้องทุ่มเทปลุกปั้น เพื่อให้ผ่านขั้นของความเป็นมาตรฐานเพื่อการยอมรับ ด้วยความจำกัดจากขั้นตอนการผลิตด้วยงานมือ แต่นั่นก็ยังไม่ยากเท่ากับการฝ่าด่านเรื่องการตลาด ความท้าทายใหญ่ และเพื่อต้องการสร้างจุดขาย จินนาลักษณ์ เริ่มคิดค้นหาวิธีเพื่อหลีกหนีความจำเจของงานกระดาษ เธอบอกเล่าด้วยความภูมิใจว่า “ลักษณ์เลยทดลองคิดค้นทำกระดาษดอกไม้ จากความชอบเป็นส่วนตัว หยิบดอกไม้และใบหญ้าเท่าที่กำลังจะหาได้ แทรกบรรจุลงในแผ่นกระดาษสากลายเป็นกระดาษลายดอกไม้ ซึ่งเรียกว่าเป็นของใหม่ในตอนนั้นเพราะยังไม่มีใครทำ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้รับการตอบรับจากโรงงานทำดอกไม้ในการรับซื้อ ทางออกทางแก้มีทางเดียว จินนาลักษณ์จึงนำกระดาษดอกไม้ไปฝากขายที่ บ้านต้นเปา ที่โด่งดังในเชียงใหม่ ปรากฏว่าสองปีต่อมา กระดาษดอกไม้กลายเป็นความนิยมอย่างแพร่หลาย แม้จะโดนลอกเลียนอย่างง่ายดาย แต่จินนาลักษณ์กลับคิดว่า อย่างน้อยก็เป็นการดีที่ทุกคนก็ทำได้ โดยเราเป็นคนคิด และเราเองไม่ได้กระทบอะไรเพราะมีคนงานเพียงแค่ 4-5 คน 

 

 

เมื่อการตลาดไม่ใช่เรื่องง่ายจินนาลักษณ์จึงหาทางออกต่อไปด้วยการเอาชื่อไปฝากไว้ที่อุตสาหกรรมเพราะคาดหวังความช่วยเหลือทางภาครัฐ ซึ่งก็ได้รับการสนับสนุนโดยแนะนำลูกค้ามาให้ 1 รายเป็นบริษัทส่งออกเซรามิก ที่ขณะนั้นอุตสาหกรรมเซรามิกเริ่มเป็นขาลง แต่กระดาษสาเริ่มโต และลูกค้ารายนี้มีความชำนาญการตลาดต่างประเทศเพราะทำตลาดส่งออก จินนาลักษณ์จึงได้คู่ค้าคู่ธุรกิจที่ช่วยกันพัฒนาตลาดกระดาษสาในต่างประเทศต่อเนื่องด้วยกันมากว่าสิบปี 

 

จากจุดเริ่มจุดเล็กๆ คู่ค้าเริ่มนำแบบกระดาษสาของจินนาลักษณ์ออกแสดงในงานต่างประเทศถึงปีละ 5 ครั้ง ตลอดทุกปี ได้รับความสำเร็จและการยอมรับ กระดาษสาของจินนาลักษณ์ ซึ่งผลิตและ supply ให้โดยปราศจากการสร้างแบรนด์ต่อการร้บรู้ เสมือนเป็นหน่วย OEM (Original equipment manufacture) ให้กับคู่ค้า แต่ผลของความร่วมมือ ก็ส่งมอบการเติบโต จากคนงานเพียงไม่กี่คน โรงงานกระดาษสาจินนาลักษณ์ ขยายกำลังมีคนงานเกือบ 200 ด้านการผลิตก็เริ่มพัฒนาผลิตภัณฑ์หนีการเลียนแบบจากเพียงกระดาษสาไปสู่ผลิตภัณฑ์ ตลอดวันและตลอดเวลา จินนาลักษณ์ทุ่มเทอยู่กับการออกแบบ คิดค้น และพัฒนากระดาษสาและผลิตภัณฑ์จนไม่เคยรู้เลยว่า งานที่ออกแบบมาตลาดรองรับไม่ทัน งานที่ออกแบบดีไซน์ไว้สามารถสต็อกไว้แสดงและออกงานได้เป็นสิบปีและคู่ค้าก็ไม่เคยบอกกล่าว ด้วยความที่อุตสาหกรรมอยู่ในขาขึ้น และส่วนตัวก็ไม่ได้ให้ความสำคัญกับด้านอื่นของธุรกิจ การเงินและการบัญชีในวันนั้นก็ยังไม่ได้ใส่ใจ แม้กระทั่งเรื่องต้นทุนและการบริหารสต็อกสินค้า ในหลายปีนั้นจินนาลักษณ์เล่าว่า “แค่ผลิตการ์ดอวยพรกระดาษสาส่ง Walmart ในอเมริกา ปีๆ หนึ่งก็ร่วมหลายแสนใบ บางปีเป็นหลักถึงล้านใบ จนในที่สุดเมื่อเหตุการณ์ 911 ลูกค้าสำคัญของเราได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์” เมื่อยอดขายเหล่านี้หายไป ผลกระทบกับจินนาลักษณ์คือสต็อกและต้นทุนจำนวนมหาศาลและคนงานร่วม 200 ชีวิตก็เคว้งคว้าง 

 

เมื่อตลาดล่ม เหมือนงานเลี้ยงเลิก และคู่ค้าก็ไม่สามารถร่วมแบ่งรับสต๊อกและต้นทุน แม้กระทั่งช่วยการหาตลาดใหม่ จินนาลักษณ์ได้พบบทเรียนสำคัญของการทำธุรกิจว่า “เพิ่งรู้ว่าที่ผ่านมาเราทำธุรกิจผิดพลาด เพราะตลอดเวลา เราไม่เคยมีสัญญาและไม่เคยออกหน้า เราเป็นเสมือน OEM ให้กับคู่ค้าซึ่งเราก็ดีใจมากแล้ว เราเป็นคนที่พ่อแม่สอนมาว่าให้เป็นคนซื่อสัตย์ พอมีคู่ค้าเราก็เลยซื่อสัตย์กับคู่ค้าแค่คนเดียว มีลูกค้าใหม่มาติดต่อขอให้ผลิตของหรือขอซื้อเราก็ไม่ขาย ไม่รับผลิตให้เพราะคิดว่า จะเป็นการไม่ซื่อสัตย์ แต่เราไม่เคยรู้เลยว่า แค่เราไม่ผิดข้อตกลงของการค้าขายไม่ซ้ำแบบก็ยอมรับได้ แต่กลายเป็นว่า เรานั่งอยู่ในโรงงาน และคู่ค้าอยู่ในตลาด เป็นที่รู้จัก ได้รับการยอมรับชนิดว่าได้ลงสื่อระดับโลก ในนิตยสาร International Paper world magazine” แต่จินนาลักษณ์ผู้ทุ่มเทกับการผลิตและคิดค้น ออกแบบกลับไม่มีผู้รู้จัก ซึ่งมุมความคิดในจุดนี้ จินนาลักษณ์กลับคิดว่า “ต้องขอบคุณที่คู่ค้าคนนี้ทำให้เรามีวันนี้ จินนาลักษณ์มาถึงจุดนี้ได้ ก็เพราะเค้า เค้าทำให้เรามีโอกาสพัฒนาตัวเอง เพราะถ้าเค้าไม่ทิ้งเราในตอนนั้น เราก็จะไม่พัฒนาตัวเองมาเป็นอย่างตอนนี้ ถือเป็น lesson learned สำคัญในชีวิตการทำธุรกิจก็ว่าได้” 

 

 

พลิกผันสู่การเป็นแหล่งเรียนรู้

 

ในมุมมองของจินนาลักษณ์คิดว่า ณ ปัจจุบันกระดาษสาแฮนด์เมดคงยากจะเติบโต หากสำรวจไปจะรู้ว่าผู้ผลิตกระดาษสาลดน้อยลงไปเรื่อยๆ และสินค้าก็น้อยลงไปมาก ด้วยปัจจัยความเห็นว่า เพราะในยุคสมัยนี้คนสนใจและนิยมชมชอบน้อยลง เรื่องเศรษฐกิจก็เป็นปัจจัยสำคัญ เพราะราคาของผลิตภัณฑ์ยังต้องขึ้นกับค่าแรงเพราะเป็นงานฝีมือ ซึ่งแม้จะกำหนดเพียงเพื่อให้คนงานและชาวบ้านพออยู่ได้ แต่ยังไงก็คงไม่ถูกไปกว่างานผลิตสินค้าผ่านเครื่องจักร เรื่องนี้จึงเป็นเรื่องของคุณค่าทางจิตใจ ในด้านการแข่งขันทางการตลาด เราก็ยังไม่เก่งกล้าและสามารถในการจะออกไปบอกกล่าว แม้เราจะมีของดี แต่ถ้าไม่มีตลาด ขาดทรัพยากร และกำลังสนับสนุน ไหนงบประมาณก็ยังจำกัด จึงมองว่ายากที่อุตสาหกรรมนี้จะเติบโตก้าวกระโดดได้อย่างในอดีต เพราะระยะหลังออร์เดอร์ส่วนใหญ่จะมาจากหน่วยงานภาครัฐ หรือมูลนิธิที่มาสนับสนุนและสั่งซื้อเพราะเห็นคุณค่าของผลิตภัณฑ์ และอยากช่วยเหลือชาวบ้านจริงๆ 

 

หลายปีก่อนตอนที่คิดว่า โรงงานกระดาษสาจะไปไม่ได้ จินนาลักษณ์กลัวว่าทักษะและความรู้เหล่านี้จะเลือนหาย และไม่มีใครมาสานต่อ เลยติดต่อโรงเรียนในชุมชนละแวกโรงงานให้เอานักเรียนมาทำกิจกรรมเพื่อความรู้จะได้ไม่สูญหาย เมื่อเด็กๆ มาทำกิจกรรม จินนาลักษณ์มักบอกเด็กๆ เหล่านั้นเสมอว่า สิ่งที่ทำเพราะอยากรักษาและอนุรักษ์สิ่งเหล่านี้ให้กับเด็กๆ รุ่นหลัง ซึ่งนับวันจะใช้เวลากับธรรมชาติและงานฝีมือน้อยลงไปเรื่อยๆ ความมุ่งหวังที่ต้องการสร้างความจดจำให้กับเด็กๆ ในยุคนี้ไม่มากก็น้อย เมื่อเริ่มทำไปจึงเกิดแรงบันดาลใจและกระแสความการเรียกร้อง อันเป็นจุดที่นำพากระดาษสาจินนาลักษณ์ เริ่มปรับเปลี่ยน Business model เข้าสู่การเป็นแหล่งเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์

 

ทุกวันนี้กระดาษสาจินนาลักษณ์เป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ และแหล่งท่องเที่ยวสร้างสรรค์ มีนิทรรศการ และ work-shop กิจกรรมกระดาษสา เพื่อให้ความรู้และการอนุรักษ์ ส่วนงานรับผลิตก็เพื่อรักษาและดูแลช่างฝีมือและกระจายรายได้ให้กับชุมชน โดยตัวจินนาลักษณ์เอง จะมุ่งไปทำงานกับดีไซเนอร์ในต่างประเทศที่มีชื่อเสียงเพื่อให้ชื่อจินนาลักษณ์ยังอยู่ในกระแสและไม่ถูกลืม โดยงานมุ่งเน้นไปทางทำสินค้าที่ให้ประโยชน์ดังเช่น การทำ wall paper สำหรับคนตาบอด ร่วมกับดีไซเนอร์ญี่ปุ่น ทำงานกับดีไซเนอร์ที่นิวยอร์ก เช่น Ellen Fisher ผู้นำกระดาษของเธอไปเข้าประกวดและได้รับรางวัล Upcycle carbon footprint และเป็นที่เดียวที่แรกในโลกที่ได้ และลูกค้าเอาไป โชว์ที่นิวยอร์ก หรือในพิพิธภัณฑ์ที่เกาหลีก็มี collection ของจินนาลักษณ์ ที่มีการเอากระดาษสาและกระดาษจากเส้นใยธรรมชาติไปให้ดีไซเนอร์ออกแบบตัดเย็บเป็นชุด แสดงในงานแฟชั่นโชว์

 

 

แผ่นทอใยไหม เส้นทางสายใหม่ของจินนาลักษณ์

 

ด้วยความที่เป็นผู้รู้และเป็นกูรูผลิตกระดาษจากเส้นใยธรรมชาติ ครั้งหนึ่งจึงมีนักศึกษาจากสถาบันราชภัฏฯ แห่งหนึ่งมาขอให้ช่วยเหลือ โดยต้องการทำกระดาษจากใยไหมส่งเข้าประกวดด้านนวัตกรรม เมื่อเห็นเป็นประโยชน์จึงตกปากรับคำ จากนั้นจินนาลักษณ์เริ่มเข้าไปเรียนรู้และลงพื้นที่ศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับการเลี้ยงไหม ซึ่งมีกระจายอยู่ในหลายอำเภอของจังหวัดเชียงราย เข้าไปคลุกคลีกับชุมชนคนเลี้ยงไหม จนในที่สุดผลงานก็บรรลุและนักศึกษาผู้ร่วมทำวิจัยก็ได้รับรางวัลชนะเลิศการประกวดสุดยอดนวัตกรรมอันดับ 1 ในปี 2556 ได้รับรางวัลจากสมเด็จพระเทพฯ

 

 

จากโครงการศึกษาเพื่อหาวิธีในการนำเส้นใยจากไหมมาทอเป็นผืน ทำให้จินนาลักษณ์ค้นพบวิธีที่เรียกได้ว่า เป็นนวัตกรรมใหม่อันนำมาซึ่งการได้มาของแผ่นไหมจากการทอเป็นผืนโดยตัวไหมเอง ภายใต้วิธีการปรับพฤติกรรมในการเลี้ยงไหมเพื่อให้ได้ผลการทดลองตามต้องการ จินนาลักษณ์ต้องทำสัญญารับซื้อแผ่นไหมเพื่อเป็นตลาดให้กับกลุ่มคุณตาคุณยายผู้เลี้ยงไหม เพื่อให้เกิดความร่วมมือในงานวิจัย และที่สำคัญเงื่อนไขของการประกวดผลิตภัณฑ์จากงานวิจัยถ้าไม่เกิดประโยชน์ก็จะไม่ได้รับรางวัล ดังนั้นจินนาลักษณ์ผู้รับเป็นตลาดต้องสร้างโอกาสจากผลิตภัณฑ์แผ่นทอใยไหมในครั้งนี้ ซึ่งต่อมาจินนาลักษณ์ได้นำแผ่นทอใยไหมเข้าไปขอการวิจัยรับรองจากศูนย์วิจัยแม่ฟ้าหลวง และได้พบว่า ผลิตภัณฑ์ตัวนี้มิใช่กระดาษ แต่เป็นใยไหมธรรมชาติ 100% ที่ไม่ได้ผ่านการต้ม ไม่ได้ผ่านการฆ่าไหม ไม่ได้ผ่านกระบวนการเคมีใดๆ แต่เป็นผลิตภัณฑ์ที่เกิดขึ้นจากนวัตกรรมการเลี้ยงและปรับพฤติกรรมตัวไหมใหม่ และไม่ใช่ทุกสายพันธ์จะทำได้ ต้องคัดสรรหาสายพันธุ์ที่ฉลาด โดยได้ค้นพบว่าสิ่งที่ได้มาคือ นวัตกรรมของการเป็นเครื่องประทินความงามชั้นเลิศ

 

ภายใต้คุณสมบัติของใยไหมที่อุดมไปด้วย สารที่เรียกว่า ไฟโบรอิน (Fibroin) และ ซิริซิน (Siricin) อันมีคุณภาพชั้นเลิศในการบำรุง รักษาและดูแลผิวพรรณที่เครื่องสำอางในระดับชั้นซูเปอร์แบรนด์บรรจุใส่อยู่และเพียงประมาณส่วนน้อยไม่ถึง 1% แต่แผ่นใยไหมจากธรรมชาตินี้มีสาร เซริซิน
อยู่สูงถึง 75.53% 

 

 

เป็นอีกครั้งที่ จินนาลักษณ์ ชุ่มมงคล นักผจญภัยในโลกแห่งการค้นหา และวันนี้เป็นอีกครั้งที่เธอได้พบเจอกับนวัตกรรมใหม่อันนำมาซึ่งโอกาสและความท้าทายที่เธอจะต้องใช้ทั้งพลังแห่งจิตวิญญาณของนักฝันผสานกับประสบการณ์และบทเรียนรู้จากโลกธุรกิจในอดีตที่ผ่านมา เพื่อสร้างสานความใฝ่ฝันที่เธอบอกกับเราว่า “อยากให้ผลิตภัณฑ์ที่เราค้นพบเป็นไปได้ในส่วนของการตลาด โดยเฉพาะตลาดในต่างประเทศ เพราะงานนี้เป็นที่พึ่งของชาวบ้านในชุมชน คนเลี้ยงไหม จากรายได้ที่เคยมีในอดีตเดือนละน้อยนิดขยับเป็นดีขึ้นได้จากการเลี้ยงไหมภายใต้นวัตกรรมใหม่ และถ้าผลิตภัณฑ์นี้เดินไปได้ นั่นหมายถึงความสามารถในการกระจายรายได้ช่วยเหลือคนไทยในอีกหลายจังหวัดให้ดีขึ้นก็เป็นไปได้เช่นกัน”  และนั่นคือฝันของเธอ

 

MAGAZINE

 

 

 



New News

  • May 29 , 2017

    “ทำสิ่งที่ชอบ เป็นอาชีพที่ใช่ ” เป็นแคมเปญการตลาดใหญ่ที่สุดในรอบปีนี้ของ “แบรนด์ซุปไก่สกัด” ที่เปิดตัวขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะกลุ่ม Millennial Generation โดยใช้งบการตลาด 100 ล้านบาท

  • May 24 , 2017

    บริษัท ทิพยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) นำโดย นายศุภชัย จงศุภวิศาลกิจ (ที่ 3 จากขวา) รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานประกันกลุ่มและสถาบัน ร่วมแถลงข่าวการแข่งขันกอล์ฟการกุศล ครั้งที่ 10 ประจำปี 2560 เพื่อหารายได้สมทบโครงการกองทุนทนายอาสาเพื่อประชาชนทางกฎหมาย ในการช่วยเหลือประชาชนผู้ยากไร้ ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมทางกฎหมาย โดยไม่คิดค่าตอบแทน ณ โรงแรมซีเอส ปาร์ค

  • May 22 , 2017

    กล้องถ่ายภาพด่วน Instax ที่ใช้เทคโนโลยีดิจิตอลและ อินสแตกซ์ในตัวเดียวกัน ในรูปแบบใหม่สี่เหลี่ยมจัตุรัส (Square) เจาะกลุ่มผู้รักแก็ดเจ็ตและรักการถ่ายภาพ ตั้งเป้ายอดขายภายในสิ้นปี มากกว่า 5,000 ตัว

 

 

Editor Observation

  • Apr 26 , 2017

    สิ่งมีชีวิตเกือบทั้งหมดบนโลกใบนี้ ดำเนินไปได้ด้วยพลังงานจากดวงอาทิตย์ พลังงานของดวงอาทิตย์เป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับชีวิต ให้ชีวิตได้มีพละกำลังที่จะขับเคลื่อนดำเนินต่อไปและสืบสายพันธุ์ลูกหลานต่อไปได้เรื่อยๆ บนโลกใบนี้ (หรืออาจจะบนโลกใบอื่นด้วยหรือเปล่าก็ไม่รู้?) ตราบเท่าที่ “ดวงตะวันยังคงส่องแสง”

  • Apr 03 , 2017

    ยุทธจักร มีเดีย/เอ็นเตอร์เทนเมนต์มีจอมยุทธยอดฝีมืออยู่ไม่น้อย ที่ยังโลดแล่นอยู่ในวงการ และร่วมฝ่าคลื่นฝืนลมแห่งการเปลี่ยนแปลงอันรุนแรงอย่างกระแทกกระทั้น เพราะเนื่องมาแต่ Paradigm Shift ของเทคโนโลยีระดับโลกและพฤติกรรมการบริโภคสื่อของผู้คนอยู่ในขณะนี้

  • Dec 28 , 2016

    แม้ขณะนี้ นโยบาย "อัตราดอกเบี้ยติดลบ" ยังมาไม่ถึงเมืองไทย ก็ใช่ว่าผู้ฝากเงินอย่างพวกเราจะนิ่งนอนใจได้

 

School Move

  • Mar 17 , 2017

    สถาบันแนะแนวการศึกษาคริมสัน ผู้นำที่ปรึกษาด้านการศึกษาระดับโลก เปิดสาขาใหม่ในกรุงเทพมหานครเพื่อผลักดันนักเรียนไทยและนักเรียนทุกคนทั่วโลก สามารถเข้าถึงเครือข่ายติวเตอร์ ที่ปรึกษา และผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ ที่คอยให้คำปรึกษากว่า 2,000 คนทั่วโลก

  • Feb 14 , 2017

    สมาคมแลกเปลี่ยนบุคคลากรไทย-จีน ร่วมกับเครือข่ายมหาวิทยาลัยจีน หรือ China Campus Network (CCN), สมาคมผู้สื่อข่าวไทย-จีน, สมาคมการค้าวิสาหกิจจีน-ไทย, ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศจีน กรุงเทพฯ, สำนักข่าวซินหัวประจำกรุงเทพฯ, สถานีวิทยุซีอาร์ไอประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และโรงเรียนภาษาสายสัมพันธ์ ร่วมจัดการแข่งขันภาษาจีน Friendship Cup ครั้งที่ 9 พร้อมผนึกกำลังในพิธีเปิดโครงการความร่วมมือระหว่างเครือข่ายมหาวิทยาลัยจีน องค์กรธุรกิจไทย-จีน สมาคมผู้สื่อข่าวไทย-จีน  และสถาบันการศึกษาไทย เพื่อพัฒนาบุคลากรไทยตอบสนองตลาดแรงงานและองค์กรไทย-จีนในปัจจุบัน

  • Feb 02 , 2017

                  วิสดอม เอ็นเตอร์ไพร์ส จับมือ Rugby School  แห่งสหราชอาณาจักรหนึ่งในโรงเรียนเอกชนชั้นนำที่มีชื่อเสียงและได้รับความเชื่อถือมากว่า 450 ปี เตรียมเปิดโรงเรียนนานาชาติ Rugby School Thailand   ชูจุดแข็งด้วยหลักสูตรพัฒนาการศึกษาแบบองค์รวม ด้วยงบลงทุนกว่า 1,500 ล้านบาท ตอบโจทย์การศึกษาทั้งในประเทศและกลุ่มประเทศ CLMV

Management

  • May 02 , 2017

    การใช้ความเชี่ยวชาญของคนหมู่มากย่อมได้ไอเดียและแนวทางการแก้ปัญหาที่หลากหลายกว่ากลุ่มคนใดกลุ่มคนหนึ่ง การใช้สาธารณชนหรือบุคคลทั่วไปในการแก้ไขปัญหาหรือร่วมกันพัฒนาสินค้าร่วมกับองค์กรเรียกว่า Crowdsourcing การใช้ Crowdsourcing จะแตกต่างจาก Outsourcing เนื่องจากการ Outsource คือ การที่องค์กรจ้างผู้เชี่ยวชาญหรือบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญในการพัฒนาสินค้ามาพัฒนาระบบไอทีหรือแก้ปัญหาให้องค์กร แต่ Crowdsourcing คือ การเปิดให้บุคคลอื่นๆ ภายนอกองค์กร (ไม่ว่าจะเป็นผู้เชี่ยวชาญหรือไม่ใช่)

  • Apr 24 , 2017

    เทคโนโลยีโทรทัศน์และวิทยุกระจายเสียงมีมามากว่า 100 ปี มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ยุคโทรทัศน์ขาวดำ การใช้สัญญาณอนาล็อก และมีการพัฒนามาสู่ Digital TV และ Digital Radio ในปัจจุบัน นอกจากนี้สื่อที่มีคนบริโภคมากที่สุดยังคงเป็นโทรทัศน์และวิทยุ “ดังนั้นสามารถพูดได้ว่าอุตสาหกรรมวิทยุกระจายเสียงและโทรทัศน์ มีความสำคัญต่อชีวิตของคนทั่วไปเป็นอย่างมาก”  แนวโน้มของการพัฒนาอุตสาหกรรมวิทยุกระจายเสียงและโทรทัศน์ มีดังต่อไปนี้

  • Apr 16 , 2017
    การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย มีบริการที่สร้างความมั่นใจให้กับคุณ คือMEA Better Care Serviceที่ช่วยเติมเต็มบริการหลังเครื่องดื่มให้กับลูกค้าของเรา ได้ดีเยี่ยม 
 

Cool Case

  • May 24 , 2017

    ในโลกที่เทคโนโลยีกำลังพลิกโฉมความคิดคนเกี่ยวกับสิ่งต่างๆ นาทีต่อนาที ทำให้เกิดนวัตกรรมใหม่ๆ ที่เกิดจากการต่อยอดการใช้งานของสิ่งที่เรารู้จักดีอยู่แล้ว เช่น ไฟส่องสว่าง อย่างนวัตกรรม “ไฟพื้นถนน เตือนคนเล่นมือถือ” 

  • Feb 14 , 2017

    อุทยานการเรียนรู้ TK park จัดเวทีบรรยายพิเศษว่าด้วยแนวโน้มนวัตกรรมห้องสมุดและแนวคิดการพัฒนาพื้นที่การเรียนรู้ การสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้สร้างสรรค์ และตัวอย่างโครงการส่งเสริมการเรียนรู้ที่ได้รับรางวัลระดับโลก ในงานประชุม สหปาฐกถาประจำปี TK Forum 2017 “Better Library and Learning Space: Trends and Ideas” ได้รับเกียรติจาก 3 วิทยากร จาก 3 ประเทศชั้นนำด้านการพัฒนาห้องสมุด เพื่อให้เกิดแนวคิดใหม่และเป็นแรงบันดาลใจในการปรับใช้พัฒนาต่อไปตามแนวคิด Learning in Digital Age ที่ประกาศเป็นแนวทางในปีนี้

  • Jan 09 , 2017

    The Internship ใน MBA บทความนี้เป็นคนละเรื่องกับ The Internship (2013) ภาพยนตร์ดังของฮอลลีวูดที่นำแสดงโดย วินซ์ วอห์น (Vince Vaughn) และ จาเร็ด สเติร์น (Jared Stern) ที่มีพล็อตเรื่องเกี่ยวกับวัฒนธรรมองค์กร (Corporate Culture) ของบริษัทยักษ์ใหญ่ไอทีโลก คือ บริษัท Google