Ad Top Header

ทีเอ็มบี เปิดตัว “TMB ABSOLUTE” Visa Signature บัตรเครดิตระดับบน ที่    มาพร้อมเอกสิทธิ์เหนือกว่าบัตรอื่น ได้พอยท์ไว 10 บาท = 1 คะแนน  ไม่เสียค่าธรรมเนียมรูดใช้ในต่างประเทศ พร้อมประกันอุบัติเหตุการเดินทาง นับเป็นบัตรเครดิตใบแรกของไทยที่สามารถใช้รูดต่างประเทศได้ โดยไม่เสียค่าธรรมเนียมเปลี่ยนแปลงสกุลเงิน (FX) 2.5%   และรับมากขึ้นโดยรับคะแนนสะสม ทีเอ็มบี รีวอร์ด พลัส 2 เท่า เมื่อใช้จ่ายออนไลน์ทุกยอดใช้จ่าย 10 บาทเท่ากับ 2 คะแนนหรือ 12.5 บาทเท่ากับ 1 ROP ไมล์ ทำให้สามารถใช้คะแนนจากบัตรแลกไฟล์ทได้เร็วขึ้น   อีกทั้งยังได้รับสิทธิ์ในการคุ้มครองอุบัติเหตุระหว่างการเดินทางสูงสุด 16 ล้านบาท และรับบริการห้องรับรองพิเศษที่สนามบินทั่วโลก 2 สิทธิ์ต่อปี พร้อมสิทธิพิเศษอื่นๆ อีกมากมาย

นายจเร เจียรธนะกานนท์ หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหารผลิตภัณฑ์สินเชื่อรายย่อย ทีเอ็มบี เปิดเผยว่า “บัตรเครดิต ทีเอ็มบี แอบโซลูท (TMB ABSOLUTE) เกิดขึ้นจากการศึกษาและทำความเข้าใจพฤติกรรมของลูกค้า ซึ่งพบว่าปัจจุบัน รูปแบบพฤติกรรมการใช้จ่ายของคนไทยแบ่งออกเป็นประเภทอย่างชัดเจน ได้แก่ การจับจ่ายซื้อของ การท่องเที่ยว และ การกินดื่ม เป็นหลัก  ซึ่งการจับจ่ายซื้อของโดยเฉพาะผ่านช่องทางออนไลน์ ภาพรวมการใช้จ่ายในตลาดออนไลน์หรือ eCommerce ในประเทศไทยนี้คิดเป็นมูลค่าสูงถึง 860,000 ล้านบาท เติบโตขึ้น 14% จากปี 2560 และเมื่อจำแนกออกมาเราพบว่ายอดใช้จ่ายผ่านช่องทางออนไลน์ของกลุ่มลูกค้าระดับบนเติบโตเพิ่มขึ้นถึง 49%  โดยมียอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตในหมวดนี้คิดเป็นมูลค่ารวมแล้วสูงถึง 204,000 ล้านบาท เติบโตขึ้น 17% สำหรับการท่องเที่ยวคนไทยเที่ยวต่างประเทศ เฉลี่ย 3.9 ทริปต่อปี สูงกว่าค่าเฉลี่ยของทั่วโลกที่เฉลี่ยอยู่ที่ 2.7 ทริปต่อปี   โดยมีมูลค่าการใช้จ่ายรวมทุกช่องทางคิดเป็นมูลค่าสูงถึง 4 แสนล้านบาท เติบโตขึ้น 4-6% ทั้งนี้ กลุ่มลูกค้าระดับบนมียอดใช้จ่ายในต่างประเทศเพิ่มขึ้น 24% ยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตในต่างประเทศคิดเป็นมูลค่ารวม ประมาณ 120,000 บาท ซึ่งเติบโตขึ้น 8% จากปี 2560 ในขณะที่การกิน ดื่ม ถือเป็น ไลฟ์สไตล์ที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน คนไทยทานอาหาร วันละ 7 มื้อ ได้แก่ เช้า สาย เที่ยง บ่าย บ่ายแก่ เย็น และ ดึก โดยมีมูลค่ารวมทางการตลาด 400,000 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้น 3-5% มูลค่ารวมในการใช้จ่ายผ่านบัตรในหมวดนี้ ประมาณ 48,000 ล้านบาท เติบโตขึ้น 12%”

ลูกค้าของ TMB ABSOLUTE ถือเป็นกลุ่มที่มีรายได้ค่อนข้างสูง มีรูปแบบการใช้ชีวิตที่ไม่หยุดนิ่ง  มีความสนใจสิ่งรอบตัว และมีความใส่ใจในตัวเอง มีวิสัยทัศน์ในการใช้ชีวิตเพื่อสร้างคุณค่าให้เกิดขึ้นกับตัวเองและผู้อื่น มีการทำกิจกรรมในชีวิตประจำวันที่หลากหลาย และมีเป้าหมายเพื่อการพัฒนาชีวิตตนเองเพื่อไปสู่ความสำเร็จ

“ทีเอ็มบีตั้งเป้าที่จะขยายกลุ่มลูกค้าบัตรใหม่รวมทุกประเภท 200,000 ใบ โดยบัตร TMB ABSOLUTE จะมุ่งเน้นไปที่กลุ่มลูกค้าระดับบนซึ่งมีเป้าหมายอยู่ที่ 40,000 ใบ ผ่านรูปแบบการตลาดที่ใช้สื่อออนไลน์และออฟไลน์ ควบคู่ไปกับการโปรโมทสิทธิพิเศษและเอกสิทธิ์ที่เหนือกว่าของบัตรเครดิต TMB ABSOLUTE ผ่านภาพยนตร์โฆษณาที่พร้อมเผยแพร่อย่างแพร่หลายแล้วในชื่อ Perfect Life กับความยาว 60 วินาที สะท้อนความเชื่อของทีเอ็มบีที่ว่า สิ่งที่บ่งบอกฐานะและความสำเร็จของคนยุคนี้ไม่ได้มีเพียงแค่ทรัพย์สินเท่านั้น หากแต่เป็นประสบการณ์ชีวิตที่ดีกว่า ที่พิเศษกว่าคนอื่นๆ โดยจะเล่าผ่านชีวิตของชายหนุ่มคนหนึ่งที่ใช้ชีวิตได้อย่างสบายใจ เก็บเกี่ยวประสบการณ์ดีๆ ได้ครบสมบูรณ์แบบ ทั้งในและต่างประเทศ และสิ่งที่เติมเต็มชีวิตเขาได้ทุกด้านแบบนี้ก็คือเอกสิทธิ์มากมายจากบัตร TMB ABSOLUTE นั่นเอง”

 

TMB ABSOLUTE Visa Signature เป็นบัตรเครดิตใบแรกที่มาพร้อมกับเอกสิทธิ์สุดพิเศษ อาทิ

  • ฟรีค่าธรรมเนียมการแปลงสกุลเงินต่างประเทศ 2.5% สำหรับการใช้จ่ายด้วยสกุลเงินต่างประเทศ โดยไม่จำกัดช่องทางการใช้จ่าย และสกุลเงินต่างประเทศ สบายใจกับอัตราแลกเปลี่ยนที่ถูกเทียบเท่าร้านรับแลกเงินและยังได้คะแนนสะสม ทีเอ็มบี รีวอร์ด พลัส (TMB Rewards Plus)
  • รับคะแนนสะสม 2 เท่า เมื่อใช้จ่ายผ่านบัตรทางออนไลน์ จากยอดใช้จ่ายทุกๆ 10 บาท (10 บาทเท่ากับ 2 คะแนน หรือ เทียบเท่า 12.5 บาท = 1 ROP) ยกเว้นการทำรายการใช้จ่ายหรือเติมเงินผ่านทาง e-wallet, Direct debit หรือ Bill payment และรายการซื้อประกันผ่านช่องทางออนไลน์
  • ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อซื้อของผ่านช่องทางออนไลน์ที่มีมูลค่าตั้งแต่ 1,000 บาท ขึ้นไปผ่านบัตรเครดิต TMB ABSOLUTE  หากว่าของหายหรือได้รับของไม่ตรงสเปค ยังได้รับเงินชดเชยตามมูลค่าของสินค้าสูงสุด 5,000 บาท/ครั้ง หรือ 10,000บาท/ปี

นอกจากนี้ ทีเอ็มบี รีวอร์ด พลัส ยังมีบริการพิเศษด้านการท่องเที่ยวกับสิทธิพิเศษอื่นๆ อาทิ บริการห้องรับรองพิเศษ (Airport Lounge) โดย LoungeKey ณ สนามบินทั่วโลกกว่า 1,000 แห่ง สำหรับผู้ถือบัตรและผู้ติดตามจำนวนรวม 2 สิทธิ์ต่อปี ประกันภัยการเดินทางทั้งในและต่างประเทศ ให้ความคุ้มครองทั้งครอบครัวด้วยวงเงินคุ้มครองสูงสุด 16,000,000 บาท บริการ Visa Concierge บริการฉุกเฉินกรณีประสบปัญหาระหว่างการเดินทางในต่างประเทศ (Worldwide Emergency) ตลอด 24 ชั่วโมง

“สิ่งที่ทีเอ็มบีได้มุ่งเน้นมาโดยตลอด คือเรามุ่งมั่นที่จะสร้างความแตกต่าง Make THE Difference ด้วยการทำให้ลูกค้าทุกกลุ่มได้รับมากกว่าในทุกๆ มิติ โดยเฉพาะบัตรเครดิต TMB ABSOLUTE Visa Signature ที่นับเป็นประสบการณ์ใหม่ของการใช้บัตรเครดิตที่ไม่เพียงแค่การใช้จ่ายได้อย่างคล่องตัวสะดวกสบายเท่านั้น แต่พร้อมให้สิทธิประโยชน์ที่ยังไม่เคยมีบัตรใบไหนให้ได้ครบสมบูรณ์แบบเช่นนี้  สะท้อนถึงมาตรฐานการบริการของทีเอ็มบีที่ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (Customer Centric) และคำนึงถึงผลประโยชน์ของลูกค้าเป็นอันดับแรก รวมทั้งยังสอดรับกับแนวคิด Get MORE with TMB  ลูกค้าทีเอ็มบีต้องได้รับมากกว่าอีกด้วย ซึ่งเรามุ่งหวังว่าผลิตภัณฑ์ TMB ABSOLUTE นี้จะเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่จะทำให้ทีเอ็มบีก้าวสู่เป้าหมายในการเป็นธนาคารที่ลูกค้ารักจนต้องบอกต่อได้ตามเป้าหมาย” นายจเร กล่าวทิ้งท้าย

TMB Analytics ประเมินว่าในปี 2562 ธุรกิจค้าปลีกและค้าส่งจะเติบโต 5% โดยธุรกิจค้าส่งคาดว่าเติบโตในระดับต่ำ ในขณะที่ธุรกิจค้าปลีกคาดว่าจะพอเติบโตได้ แต่การเติบโตกระจุกตัวอยู่ในช่องทางผ่านร้านโมเดิร์นเทรดและช่องทางออนไลน์ แนะหากต้องการอยู่รอดอย่างยั่งยืน ต้องเร่งปรับตัวนำเทคโนโลยีมาใช้

ทุกวันนี้ธุรกิจค้าปลีก-ค้าส่ง เป็นกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่สำคัญ มีสัดส่วนถึง 16% ของจีดีพี โดยในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา (2551-2561) เติบโตเฉลี่ยกว่า 6.8% ต่อปี และมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยในช่วง 15 ปีหลังจากมีการใช้อินเทอร์เน็ตในภาคธุรกิจ ทำให้การแข่งขันทวีความรุนแรงมากขึ้น เนื่องจากโมเดลการค้าแบบดั้งเดิมเริ่มเปลี่ยนแปลงไป เกิดช่องทางการตลาดที่ต้นทุนต่ำลง เนื่องจากเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตทำให้การเชื่อมต่อผู้ผลิตไปยังผู้บริโภครายย่อยได้ง่ายขึ้น ทำให้เกิดการค้าผ่านระบบ E-Commerce ซึ่งผู้บริโภคสามารถชำระค่าสินค้าผ่านระบบ E-Payment ได้อย่างสะดวก นอกจากนี้ผู้ผลิตและผู้ค้ายังสามารถส่งสินค้าไปยังลูกค้ารายย่อยได้รวดเร็วและตรงเวลาผ่านการใช้บริการของบริษัทขนส่งโลจิสติกส์ เทรนด์นี้ก่อให้เกิดการเติบโตของจำนวนร้านค้าปลีกออนไลน์ที่ไม่มีหน้าร้านมากขึ้น นอกจากนี้ในตัวธุรกิจเองก็มีการแข่งขันที่สูงพิจารณาจากจำนวนสาขาของร้านโมเดิร์นเทรดประเภทต่างๆ ที่กระจายตัวอยู่ทั่วประเทศ

ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีเอ็มบี หรือ TMB Analytics ประเมินว่าปี 2562 จีดีพีการค้าปลีกและการค้าส่งจะขยายตัว 5% ชะลอตัวลงจากปีก่อนที่ขยายตัว 8.5% โดยยอดขายธุรกิจค้าส่งจะเติบโตได้ต่ำ เนื่องจากเศรษฐกิจในประเทศชะลอตัวลง สินค้าที่เติบได้ยังคงเป็นกลุ่มสินค้าไม่คงทนเป็นหลักได้แก่ สินค้าอุปโภคบริโภค อาหาร ยารักษาโรคและเวชภัณฑ์ ในขณะยอดขายธุรกิจค้าปลีกคาดว่าจะขยายตัวได้ราว 3-5% โดยช่องทางค้าปลีกที่เติบโตจะอยู่ในร้านค้าโมเดิร์นเทรด ได้แก่ ห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อ ซุปเปอร์มาร์เก็ต ซึ่งมีจุดเด่นเป็นแหล่งรวบรวมสินค้าประเภทต่างๆ ให้ผู้บริโภคได้จับจ่ายใช้สอย นอกจากนี้ ร้านค้าปลีกออนไลน์ก็เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่เติบโตและเป็นที่นิยมสูงจากผู้บริโภคในยุคนี้

สำหรับร้านค้าปลีกที่คาดว่าจะไม่สามารถเติบโตได้อย่างในอดีตคือ ร้านค้าปลีกดั้งเดิม รวมไปถึงร้านค้าปลีกสินค้าเฉพาะอย่าง อาทิเช่น ร้านค้าปลีกเฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องใช้ในครัวเรือน เนื่องจากได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจที่ชะลอตัว และพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไป นิยมซื้อของผ่านร้านโมเดิร์นเทรด หรือซื้อผ่านร้านค้าออนไลน์มากขึ้น

โดยรวมแล้ว แม้ปีนี้แนวโน้มธุรกิจค้าปลีกและการค้าส่งภาพรวมจะพอขยายตัวได้บ้าง แต่หากแยกตามประเภทของผู้ค้าพบว่า แนวโน้มผู้ค้าส่งดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก ข้อบ่งชี้ที่เห็นได้ชัดเจน ได้แก่ การรุกทำตลาดของผู้ผลิตที่เริ่มใช้กลยุทธ์ลดสัดส่วนการขายผ่านผู้ค้าส่งหันไปขายผ่านร้านค้าปลีกรายย่อยแทน รวมไปถึงใช้ช่องทางออนไลน์เพื่อเชื่อมกับผู้บริโภคออนไลน์เพิ่มขึ้น ผลที่เกิดขึ้นคือ ยอดขายผ่านการค้าส่งลดลงต่อเนื่อง และหากมองในแง่ของระดับการทำกำไรใน 5 ปีที่ผ่านมาพบว่าอัตรากำไรสุทธิเฉลี่ยอยู่ในระดับทรงตัวอยู่ที่ 3.4-3.9% ในขณะที่ผู้ค้าปลีกก็มีกำไรสุทธิทรงตัวเช่นกันอยู่ที่ 4.7-4.8% แต่ยอดขายผู้ค้าปลีกยังขยายตัวได้อยู่

 

ศูนย์วิเคราะห์ฯ ประเมินผลกระทบจากเทรนด์ดังกล่าว “ผู้ค้าส่งจะเป็นกลุ่มที่ได้รับกระทบสูงที่สุด” เนื่องจากผู้ผลิตเริ่มมองการปรับกลยุทธ์ขายสินค้าไปยังร้านค้าปลีกมากขึ้น ด้าน “ผู้ค้าปลีกมีแนวโน้มที่จะถูกแข่งขันจากร้านค้าปลีกที่เพิ่มขึ้น รวมถึงผู้ค้าปลีกออนไลน์ที่เกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก” ฉะนั้นโจทย์สำคัญของผู้ค้าปลีกและค้าส่ง คือ “จะทำอย่างไรให้ลูกค้าพึงพอใจในสินค้าและการบริการและเพิ่มช่องการขายออนไลน์มากขึ้นภายใต้ต้นทุนที่แข่งขันได้” เรามองว่ากลุ่มผู้ค้าส่งเป็นกลุ่มที่น่าห่วงที่สุด ต้องเร่งปรับตัวด้วยการอาศัยจุดแข็งความได้เปรียบด้านสถานที่ตั้ง มีสถานที่เก็บสินค้าของตนเอง และมีความเชี่ยวชาญในระบบขนส่งสินค้า ซึ่งสามารถต่อยอดด้วยการนำเทคโนโลยีระบบการจัดการสินค้าคงคลังมาใช้เพื่อบริหารจัดการปริมาณสินค้าให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม นอกจากนี้ผู้ค้าส่งอาจต้องพิจารณาเพิ่มช่องทางการขายปลีกของตนเองเพื่อเพิ่มโอกาสทางการตลาดมากขึ้น จะเห็นว่าธุรกิจค้าปลีก ค้าส่ง ในวันนี้และพรุ่งนี้ “เป็นธุรกิจที่ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป และจำเป็นต้องเร่งปรับตัวด้วยการนำเทคโนโลยีมาใช้”

นายนริศ สถาผลเดชา หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหาร ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจทีเอ็มบี (TMB Analytics) แถลงปรับการเติบโตของเศรษฐกิจไทยปี 62 เหลือ 3.0% จากเดิมมอง 3.5% เหตุตัวเลขเศรษฐกิจไตรมาสแรกชะลอมากกว่าคาด ทำให้แรงส่งต่อไปยังในช่วงที่เหลือมีข้อจำกัดแม้ความเชื่อมั่นและบรรยากาศการลงทุนมีแนวโน้มปรับดีขึ้นหลังจากฟอร์มรัฐบาลใหม่ ขณะที่ยังมีแรงกดดันจากปัจจัยภายนอกสงครามการค้าถึงทางตัน จึงยากที่จะเห็นเครื่องยนต์ส่งออกกลับมาในปีนี้ พร้อมมองเป็นปีที่ระบบธนาคารเผชิญความท้าท้ายจากเศรษฐกิจชะลอ  คาดสินเชื่อทั้งปีโตชะลอลงที่ 4.5%  แนะระวังคุณภาพสินเชื่อ โดยเฉพาะสินเชื่อรายย่อย ที่เริ่มเห็น NPL ขยับขึ้นในกลุ่มสินเชื่อรถและบ้าน

เศรษฐกิจโลกเข้าสู่วงจรขาลงแรงและเร็วกว่าคาด  ไตรมาสแรกปีนี้กิจกรรมทางเศรษฐกิจทั้งภาคอุตสาหกรรมการผลิตและการค้าของโลกชะลอลงชัดเจนมากขึ้น โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรมในเศรษฐกิจหลักอย่างยูโรโซน ภาคการส่งออกของเศรษฐกิจหลักรวมถึงแถบอาเซียนเข้าสู่โหมดชะลอตัวจนถึงหดตัว สอดคล้องกับกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจและการค้าโลกเติบโตเหลือ 3.3% และ 3.4%

มองสถานการณ์ส่งออกไทยยังคงอ่อนแอ ทั้งปีโตได้เพียง 0.5% ตามประมาณการเดิม  ในไตรมาสแรก มูลค่าส่งออกของไทยติดลบเป็นไตรมาสแรกที่ 2% และคาดว่าในระยะต่อไป ปัจจัยเสี่ยงด้านต่างประเทศจะส่งผลกระทบมากขึ้นทั้งเศรษฐกิจหลักที่เป็นคู่ค้าชะลอตัวมากขึ้นกระทบซัพพลายเชนโลกชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ และแรงกดดันสงครามการค้าที่ตอบโต้กันไปมาด้วยการขึ้นภาษีทำให้ปริมาณการค้าโลกอยู่ภาวะตกต่ำ โดยเฉพาะในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ซึ่งคิดเป็น 1 ใน 4 ของมูลค่าส่งออกไทย แม้ว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะยังเติบโตได้ในเกณฑ์ดี แต่แรงส่งก็ไม่เพียงพอให้ภาพการค้าโลกดีขึ้น โดยเฉพาะจากตลาดจีนที่มีแนวโน้มชะลอตัวต่อเนื่องและตลาดยุโรปที่ยังเผชิญกับความเสี่ยงของ Brexit ที่ค้างคา เราประเมินยอดส่งออกของไทยไปตลาดยุโรปจะไม่ขยายตัวและหดตัวในตลาดจีนราว 5 % ขณะที่ตลาดสหรัฐ ญี่ปุ่นยังขยายตัวได้ในอัตราชะลอลง ทั้งนี้ ยังมีปัจจัยเสี่ยงที่จะส่งออกไปตลาดสหรัฐได้ต่ำกว่าคาด หากโดนตัดสิทธิ GSP จากสหรัฐ ซึ่งเป็นมูลค่าราว 4.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐหรือ 16% ของยอดส่งออกไปสหรัฐ ทำให้ภาคส่งออกทรุดตัวต่ำกว่าคาดได้อีก

 

คาดจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติแตะ 40.4 ล้านคนในปี 62 หรือเพิ่มขึ้น  5.5% ชะลอลงจากปี 61 ที่ขยายตัว7.5% และแนวโน้มในปีหน้าจะไม่เห็นอัตราการเติบโตที่สูงๆของนักท่องเที่ยวต่างชาติอย่างที่เราคุ้นชิน เนื่องจากเศรษฐกิจในประเทศนักท่องเที่ยวที่เป็นตลาดหลักชะลอตัวทั้งจีนและยุโรปซึ่งมีสัดส่วนรวมกันเกือบ 50%ของนักท่องเที่ยวรวมและส่งผลกระทบต่อรายได้การท่องเที่ยวรวมหดหายไปเนื่องจากรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติมีสัดส่วนกว่า 67%ของรายได้การท่องเที่ยวรวม เรามองว่าเมื่อพึ่งต่างชาติได้น้อยลง คงต้องหันพึ่งตนเองมากขึ้นโดยปลุกกระแสไทยเที่ยวไทยให้เพิ่มมากขึ้นจากที่มีรายได้เติบโตเฉลี่ยราว 8-10%ต่อปีเพื่อชดเชยรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ลดลง

ความชัดเจนจากรัฐบาลใหม่ หนุนการลงทุนเอกชนครึ่งปีหลัง คาดทั้งปีขยายตัว 4%  เราประเมินสถานะความพร้อมของการลงทุนโดยใช้ตัวเลขทางการเงินที่มีความสัมพันธ์ไปในทิศทางเดียวกันกับการลงทุนทั้งสภาพคล่อง(Free cashflow) ที่เหลือของภาคธุรกิจ และผลตอบแทนจากสินทรัพย์ (ROA) ที่ปรับดีขึ้น ชี้ให้เห็นว่า ปัจจุบันบริษัทไทยอยู่ในสถานะพร้อมลงทุน บวกกับความเชื่อมั่นภาคธุรกิจที่อยู่ในเกณฑ์ดี อัตราการใช้กำลังผลิตที่ปรับสูงในหลายอุตสาหกรรม และต้นทุนทางการเงินอยู่ในระดับต่ำ หากมีบรรยากาศสภาพแวดล้อมที่เอื้อและสร้างความมั่นใจให้นักลงทุน โดยคาดว่าในช่วงครึ่งปีหลังความชัดเจนในทิศทางการเมือง นโยบายเศรษฐกิจภายใต้รัฐบาลใหม่ การเร่งสานต่อของการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐโดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับ EEC เช่น รถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ท่าเรือมาบตาพุดเฟส 3 สนามบินอู่ตะเภา จะทำให้เริ่มเห็นเม็ดเงินการลงทุนใหม่ของเอกชนเกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะการลงทุนของอุตสาหกรรม S-Curve ที่ได้รับการอนุมัติจาก BOI ในปี 59-60 ในอุตสาหกรรมยานยนต์ ปิโตรเคมี เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ที่หากเริ่มลงทุนในปี 62 จะมีมูลค่าสูงถึง 6.3 ล้านล้านบาท

การบริโภคภาคเอกชนขยายตัวต่อเนื่อง แต่ไม่เป็นอัตราเร่ง จากรายได้เกษตรกรที่ทรงตัวในระดับต่ำและหนี้ครัวเรือนที่พุ่งขึ้น ในช่วงปี 60-61 การบริโภคเอกชนฟื้นตัวเติบโตเร็ว ซึ่งเป็นการขยายตัวดีในทุกหมวดสินค้าแต่หลักๆมาจากแรงซื้อสินค้าคงทนกลุ่มรถยนต์จากการปลดล็อกมาตรการรถคันแรก ซึ่งสามารถสะท้อนจากสินเชื่อเพื่อการบริโภคเพิ่มขึ้นทุกหมวดหมู่ทั้งสินเชื่อบ้าน รถ บัตรเครดิต และสินเชื่อส่วนบุคคล แต่ที่โดดเด่นคือสินเชื่อรถที่เติบโตในอัตราเร่ง 10-14% ทำให้ยอดคงค้างสินเชื่อปัจจุบันสูงแตะ 1.1 ล้านล้านบาท บวกกับเริ่มมีประเด็นคุณภาพสินเชื่อรถจาก NPL ที่ขยับเพิ่มสูงขึ้น ดังนั้น แนวโน้มการขยายตัวการบริโภคเอกชนในช่วงต่อไปจะชะลอลงเพราะแรงซื้อรถน่าจะอ่อนแรงลง และยอดหนี้ครัวเรือนที่ยังคงอยู่ในระดับสูง 78.6% ต่อ GDP เป็นข้อจำกัดการเติบโตของการบริโภค

มองว่าธปท.จะคงดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.75% ตลอดปี 62 สาเหตุจากความเสี่ยงต่างประเทศที่เพิ่มขึ้นทำให้แรงหนุนจากการขยายตัวทางเศรษฐกิจยังไม่มากพอให้ธปท.ขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย และแรงกดดันด้านเงินเฟ้อมีไม่มาก  ขณะเดียวกัน  การจะลดดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจที่กำลังจะชะลอลง พบว่ามีข้อจำกัดจากหนี้ครัวเรือนที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และมีประเด็นคุณภาพสินเชื่อที่เสื่อมถอยลง ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อเสถียรภาพระบบการเงินได้

ค่าเงินบาทในช่วงที่เหลือของปีมีแนวโน้มไปในทิศทางแข็งค่าขึ้น จากปัจจุบันเคลื่อนไหวที่ 31.6-32.0 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งหนุนด้วยปัจจัยบวกจากภาคการท่องเที่ยวและการดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายมากขึ้นอย่างชัดเจนของธนาคารกลางหลักๆของโลก นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยหนุนจากพื้นฐานเศรษฐกิจที่อยู่ในเกณฑ์ดีและการเกินดุลบัญชีเดินสะพัด  ทำให้คาดว่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวในช่วง 31.2-32.0 หรือเฉลี่ย 31.45 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าราว 2.7 % จากปีก่อนหน้า นอกจากนี้ความเสี่ยงจากสงครามการค้าและความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงมีอยู่  ส่งผลให้ค่าเงินบาทมีความผันผวนมากกว่าช่วงต้นปี

แนวโน้มธนาคารพาณิชย์

การดำเนินงานของธนาคารพาณิชย์ในปี 62 แม้ยังอยู่ในเกณฑ์ดีแต่มีแนวโน้มชะลอลง ตามสภาพเศรษฐกิจ โดยสินเชื่อรวมมีแนวโน้มขยายตัว 4.5% ลดลงจาก 6% ในปีก่อน ซึ่งปัจจัยหลักมาจากสินเชื่อรายย่อยที่คาดว่าจะขยายตัวลดลงจาก 9.4% ในปีก่อน เหลือเพียง 5.1% ตามการบริโภคภาคเอกชนที่มีแนวโน้มชะลอลงจากภาระหนี้ที่เร่งตัวขึ้นในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ในขณะที่สินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ และ SME ขยายตัวในระดับใกล้เคียงกับปีก่อนที่ 4.6% และ 4.0% ตามลำดับ โดยคาดว่าแรงหนุนจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและมาตรการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI และ EEC จะเกิดขึ้นได้หลังมีการฟอร์มรัฐบาลในช่วงครึ่งปีหลัง

คุณภาพสินเชื่อค่อนข้างน่ากังวลโดยเฉพาะสินเชื่อรายย่อย ในขณะที่สินเชื่อธุรกิจปรับดีขึ้นเล็กน้อย โดยยอด NPL รวมทั้งระบบคาดว่าจะอยู่ที่ 4.9 แสนล้าน เพิ่มขึ้น 4.5 หมื่นล้านจากช่วงต้นปี ซึ่ง NPL ของกลุ่มสินเชื่อรายย่อยมีแนวโน้ม เพิ่มขึ้นแตะระดับ 1.3 แสนล้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง NPL ของสินเชื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่อรถยนต์ จากผลของการเร่งปล่อยสินเชื่อในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา โดยในปีที่ผ่านมาอัตราการขยายตัวของสินเชื่อรายย่อยสูงถึง 9.4% ขณะที่รายได้ภาคครัวเรือนเพิ่มเฉลี่ยเพียง 1.7%

ประเด็นเรื่องการทำสงครามเงินฝากของธนาคารพาณิชย์ไม่น่ากังวล เนื่องจากสินเชื่อมีแนวโน้มชะลอลง โดยคาดว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝากอาจมีการปรับขึ้นเล็กน้อย ทำให้เงินฝากมีแนวโน้มขยายตัวที่ 4.8% ให้สภาพคล่องธนาคารพาณิชย์ตึงตัวขึ้นเล็กน้อย สัดส่วนสินเชื่อต่อเงินฝากปรับมาอยู่ที่ 98%

 

 

นายรูว์ ไฮซแมน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารลูกค้ารายย่อย ทีเอ็มบี  รับรางวัล Digital Bank of the Year Award 2018 ในงาน The Asset Triple A Digital Awards 2018  ซึ่งจัดขึ้นที่โรงแรมโฟร์ซีซัน ฮ่องกง เมื่อเร็วๆนี้ รางวัลที่ได้รับนี้เป็นผลสืบเนื่องจากผลงานด้านดิจิทัลแบงก์กิ้งที่โดดเด่นของทีเอ็มบีที่ได้รับรางวัลในหลากหลายสาขา ดังนี้ ผลงานจากการผสานใช้เทคโนโลยีด้านการเงิน ผ่านการใช้ข้อความเตือนในแอปพลิเคชัน  TMB TOUCH  ผลงานจากการออกแบบประสบการณ์ในรูปแบบ Gamification ของ TMB WOW เพิ่มประสบการณ์ความสนุกในการใช้ผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงิน  และผลงานการสร้างประสบการณ์ การบริจาค ครบทั้งกระบวนการผ่านช่องทางดิจิทัล เว็บไซต์ ปันบุญ www.punboon.org  ศูนย์รวมมูลนิธิและองค์กรการกุศลทั่วประเทศ ตอกย้ำบทบาทของธนาคารที่ดำเนินธุรกิจภายใต้แนวคิด Make THE Difference  ที่มุ่งมั่นสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และบริการ ด้วยการเลือกใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม ย้ำเจตนารมณ์การเป็นธนาคารที่ให้ลูกค้าได้มากกว่าในยุคดิจิทัล

ทีเอ็มบี หรือ ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) นำทีมโดย นายปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวเปิดงานส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินที่มีคุณภาพเพื่อลูกค้าตามปรัชญา Make THE Difference ด้วยการสร้างสรรค์และพัฒนา ทีเอ็มบี ซัพพลายเชน โซลูชัน (TMB Supply Chain Solution) ที่มีมานานมากว่า 10 ปี เริ่มต้นจากการให้แหล่งเงินทุนแก่เครือข่ายคู่ค้าของลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ เพื่อเพิ่มสภาพคล่องทางการเงิน และมุ่งเน้นสร้างความสะดวกสบายจากการทำธุรกรรมการเงินรูปแบบใหม่ ให้แก่ลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่  SMEs ขนาดกลางและเล็ก ที่มีมากถึง 3 ล้านราย ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมการค้าปลีก รับเหมาก่อสร้าง การเกษตรและอื่นๆ มีอัตราการจ้างงานสูงถึง 82% แต่ทำรายได้เพียง 42% ของ GDP ในประเทศไทย ปัญหาหลักเป็นเพราะ SMEs ยังประสบปัญหาขาดแคลนแหล่งเงินทุน บุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ และการบริหารจัดการที่ดี ทีเอ็มบีจึงผลักดันนำเทคโนโลยีเข้ามาเสริม เชื่อมต่อดิจิทัลโซลูชันกับพาร์ทเนอร์ต่างๆ ให้สามารถเชื่อมการชำระเงินและการส่งต่อข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถนำข้อมูลไปใช้ให้เกิดประโยชน์ เพื่ออำนวยความสะดวกอย่างครบวงจร ตอบสนองแนวทางการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับธุรกิจของลูกค้าและผลักดันความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจของประเทศ

ด้านนายเสนธิป ศรีไพพรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารลูกค้าธุรกิจ ทีเอ็มบี เปิดเผยถึงหัวใจสำคัญของการให้บริการลูกค้าธุรกิจของทีเอ็มบี ก็คือการพัฒนาบริการ TMB Supply Chain Financing พร้อม Total Solution ครบวงจร ทำความเข้าใจความต้องการของลูกค้า ร่วมมือกับพันธมิตรผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน และพัฒนา Solution สร้าง ECO-System ให้คู่ค้ามีส่วนร่วม เพื่อให้ธุรกิจทุกขนาดมีการเจริญเติบโตไปพร้อมๆ กัน ปัจจุบันกลุ่มธุรกิจด้านอุตสาหกรรมอุปโภค บริโภค วัสดุก่อสร้าง และอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทยต่างให้ความสนใจนำ TMB Supply Chain Solution เข้าไปใช้เพื่อสร้างประสิทธิภาพทั้งซัพพลายเชนให้คู่ค้าเติบโตอย่างแข็งแกร่ง อาทิ บุญรอดบริวเวอรี่ ปตท. เอสซีจี

นอกจากนั้น ยังมีกลุ่มอุตสาหกรรมและพาร์เนอร์ที่มีศักยภาพสูงที่เปิดใจต้อนรับระบบ TMB Supply Chain Solution อย่าง บริษัท น้ำตาลมิตรผล ที่นำโซลูชันไปใช้เชื่อมต่อกับเกษตรกรให้เกิด Circular Economy ที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืน กิจการค้าปลีก ซีเจ ซูเปอร์มาร์เก็ต นำเอาโซลูชันนี้มาแก้ปัญหาการเกิด Lap ระบบสั่งซื้อ สั่งผลิตให้ไม่สะดุด และ Tech Startup ในแวดวงธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง บริษัท บิลค์ เอเชีย จำกัด พัฒนาเเพลตฟอร์มช่วยบริหารต้นทุนมาวางแผนการเงิน เปิดใบสั่งซื้อให้ผู้ใช้งาน 25,000 บริษัททั่ว Southeast Asia ร่วมทั้งการ Match กับ Developer รายใหญ่ สร้างเว็บไซต์วัสดุออนไลน์ เชื่อม Data Supply Chain เข้าด้วยกันทั้งหมด

คุณรัชกร ชยาภิรัต หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหารนวัตกรรมทางดิจิทัล (ลูกค้าธุรกิจ) ทีเอ็มบี เผยส่วนผสมสำคัญ 3 อย่างที่จะนำมาทำ E-Money ระบบเช็ค จัดการธุรกรรมทางการเงิน Cost Control เข้ามา Disrupt ระบบ Eco-System ได้แก่ Data, Device และ Distribute สู่ลูกค้า จนสามารถต่อยอดและร่วมกันพัฒนาดิจิทัลโซลูชันเพื่อเสริมเรื่องการให้แหล่งเงินทุนสำหรับแก้ปัญหาและเดินหน้าให้บรรลุเป้าหมายได้ รวมไปถึงการสามารถตอบสนองความต้องการของภาครัฐอย่างครบวงจร ร่วมสนับสนุนนโยบายรัฐบาลเร่งรัดเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐให้เป็นไปโดยสะดวก รวดเร็ว ขานรับนโยบายการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ของประเทศให้ดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

นอกจากนั้น นายณศมณ คุ้มธรรมพินิจ เจ้าหน้าที่บริหารผลิตภัณฑ์สินเชื่อเครือข่ายธุรกิจ ทีเอ็มบี ยังได้นำเสนอดิจิทัลซัพพลายเชน แพลตฟอร์มใหม่ เปลี่ยนเรื่องยากให้กลายเป็นเรื่องง่าย รวมผู้ซื้อและผู้ขายไว้บนแพลตฟอร์มเดียวกัน ทำให้ลูกค้าธุรกิจและคู่ค้าทำงานได้สะดวก ง่าย และลดกระบวนการในการทำงานให้รวดเร็วขึ้น โดยมาในรูปแบบของทั้งเว็บไซต์และมือถือ ช่วยให้ผู้ซื้อสามารถสร้างใบสั่งซื้อ ผู้ขายสามารถสร้างใบแจ้งหนี้ และส่งหากันผ่านทางแพลตฟอร์มได้ทันที ยิ่งไปกว่านั้น ผู้ซื้อยังสามารถใช้วงเงินเบิกเกินบัญชี หรือ OD มาขายลดใบแจ้งหนี้ได้ ตรวจสอบและดูรายงานทางการเงินแบบเรียลไทม์ผ่านทางแพลตฟอร์มนี้ ได้ทุกที่ ทุกเวลา ทำให้การใช้วงเงินสินเชื่อ Supply Chain เป็นเรื่องง่าย ทำได้เพียงไม่กี่ขั้นตอน

“กว่า 10 ปี ที่ทีเอ็มบีให้ความสำคัญกับเรื่อง Supply Chain Financing และพัฒนาผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับ Supply Chain จนเป็นโซลูชันแบบดิจิทัลที่สร้างความแตกต่างและการเจริญเติบโตให้กับลูกค้าธุรกิจ ปัจจุบันมีลูกค้าที่เลือกใช้บริการ TMB Supply Chain Solution ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจขนาดใหญ่หรือซัพพลายเออร์ ร่วม 100 ราย ดีลเลอร์ของคู่ค้า ซึ่งก็คือ SMEs ขนาดกลางและเล็ก ในเครือข่าวกว่า 1,500 ราย และจะยังคงเดินหน้าพัฒนาต่อยอดไปอีก เพราะความสำเร็จของลูกค้าคือความภาคภูมิใจของทีเอ็มบี ปัจจุบันลูกค้าที่เลือกใช้บริการ TMB Supply Chain Solution ได้แก่ ธุรกิจรายใหญ่ร่วม 100 ราย และธุรกิจ SMEs ที่อยู่ในเครือข่ายกว่า 1,500 ราย” นายเสนธิปกล่าว

Page 1 of 7

Joomla! Debug Console

Session

Profile Information

Memory Usage

Database Queries