MARKETING

MITSUBISHI Electric CHANGES FOR THE BETTER

หากเรามองย้อนกลับไปในประวัติศาสตร์ของกิจการที่ก่อตั้งและอยู่ยั่งยืนอย่างยาวนาน มีอายุเกินกว่าร้อยปีในโลกนี้ จะพบสถิติว่ากิจการที่มีอายุยืนยาวที่สุดและมีจำนวนมากที่สุดในโลกคือ กิจการในประเทศญี่ปุ่น และเมื่อสืบค้นลงไปในกิจการอันยืนยาวเหล่านั้นว่า ทำอย่างไร บริษัทจึงดำรงอยู่มาได้อย่างยาวนาน คำตอบที่ได้มาก็คือ “ทำในสิ่งที่เป็นเรื่องเดิม แต่ที่เพิ่มเติมและเปลี่ยนแปลงคือ ทำให้สิ่งเดิมนั้นดีขึ้นในทุกๆ วัน” นั่นน่าจะสื่อถึงนิยามและความหมายของปรัชญาของมิตซูบิชิ อีเล็คทริค ที่บอกไว้ว่า CHANGES FOR THE BETTER ตามหลักปรัชญาไคเซน (改善) ที่บริษัทญี่ปุ่นยึดถือปฏิบัติ

 

MITSUBISHI : Long live Corporate

 

ใครๆ ก็รู้จักมิตซูบิชิ และจดจำได้ว่า มิตซูบิชิ คือ ตราสินค้าและบริษัทผู้ผลิตสินค้าที่มีความหลากหลายสารพัดสิ่งอย่าง เข้าทำนองที่เรามักพูดกันว่า “สากกะเบือ ยันเรือรบ” คือทำทุกอย่างตั้งแต่สินค้าเล็กๆ สำหรับใช้ภายในบ้านไปจนถึงสินค้าใหญ่ๆ ที่ใช้ภายในโรงงาน และภายใต้การผ่านร้อนผ่านหนาวอันยาวนาน บริษัท มิตซูบิชิ อีเล็คทริค คอร์ปอเรชัน ประเทศญี่ปุ่น ยังคงเป็นกิจการที่ยืนหยัดอย่างมั่นคง เติบโตอย่างต่อเนื่อง และกำลังก้าวเข้าสู่ปีที่ 100 ในปี 2020 ที่จะถึง นับเป็นช่วงเวลาที่สำคัญและเป็นจังหวะอันดีที่ทีมงานนิตยสาร MBA ได้มีโอกาสเข้าพบและสัมผัสประสบการณ์รับชมแล็บวิจัยและพัฒนานวัตกรรมของ เครื่องปรับอากาศและตู้เย็นที่โรงงานผลิตของมิตซูบิชิ อีเล็คทริค คอร์ปอเรชัน จำกัด ที่จังหวัดชิซุโอะกะ ประเทศญี่ปุ่น พร้อมทั้งยังได้รับทราบถึงวิสัยทัศน์และพันธกิจของประธานบริหารฝ่ายโรงงานของมิตซูบิชิฯ โซ ซุซุกิ (So Suzuki) ในโอกาสเดียวกัน

 

โซ ซุซุกิ เกริ่นเล่ากับ MBA เกี่ยวกับมิตซูบิชิฯ ในเมืองไทยว่า “3 ปีก่อนหน้าที่จะกลับมารับตำแหน่งประธานฝ่ายโรงงานชิซุโอะกะ ผมประจำอยู่ที่ประเทศไทย โดยมีหน้าที่ดูแลการผลิตและโรงงานของบริษัท มิตซูบิชิ อีเล็คทริค คอนซูมเมอร์ โปรดักส์ (ประเทศไทย) จำกัด (Mitsubishi Electric Consumer Products (Thailand) Co., Ltd.) หรือเรียกสั้นๆ ว่า MCP ในประเทศไทย ในฐานะประธานโรงงาน ซึ่งมีอยู่ 6 แห่งในต่างประเทศ มีการผลิตเพื่อจำหน่ายเครื่องปรับอากาศและตู้เย็นเป็นผลิตภัณฑ์หลัก โดยที่ไทยเป็นฐานการผลิตใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชีย เพราะโรงงานในไทยผลิตทั้งเพื่อจำหน่ายในประเทศและยังส่งออกขายในอีก 142 ประเทศทั่วโลก”

 

 

กลยุทธ์และเป้าหมาย (Strategy & Goals)

 

โซ ซุซุกิ เผยถึงกลยุทธ์และนโยบายการผลิตในอนาคตว่า ต่อไปจะตั้งอยู่บนหลักการสำคัญที่ว่า “สินค้าที่จะใช้ที่ใด ก็ควรจะเป็นของที่ถูกผลิตในท้องถิ่นแห่งนั้น เช่นของที่จะขายในจีน ก็จะผลิตในจีน ของที่จะขายในไทย ก็จะผลิตในไทย เพราะผู้ผลิตในท้องถิ่นย่อมรู้ความต้องการและเข้าถึงรสนิยมของคนในพื้นที่เดียวกันได้ดีกว่า เพื่อว่าการผลิตจะได้มีความสอดคล้องกับความต้องการของผู้ใช้หรือผู้บริโภคได้มากที่สุด เหมือนกรณีของเครื่องปรับอากาศที่ผลิตในญี่ปุ่น ก็จะเน้นการจำหน่ายในประเทศญี่ปุ่น แต่เรื่องนี้มีข้อยกเว้นอยู่เพียงประเทศไทยแห่งเดียวที่มีการผลิตและส่งออกไปจำหน่ายยังประเทศอื่นๆ ทั่วโลกด้วย”

 

นอกจากนี้ โซ ซุซุกิ ยังอธิบายเพิ่มถึงนโยบายการผลิตว่า “เพราะคนในท้องถิ่นเดียวกันจะมีความเข้าใจ รู้รสนิยมและความต้องการของคนในท้องถิ่นเดียวกันมากที่สุด เมื่อการผลิตเน้นให้ผลิตในท้องถิ่นของผู้ใช้สินค้า ก็จะสามารถตอบสนองด้านความพึงพอใจให้แก่ลูกค้าได้ดีที่สุด เพื่อให้ลูกค้ามีความสุขกับสินค้ามากที่สุด แต่ในขณะเดียวกัน การที่จะสร้างผลิตภัณฑ์ที่ดี มีมาตรฐานและคุณภาพทัดเทียมกันในทุกๆ พื้นที่ ก็จะต้องอาศัยการส่งต่อและถ่ายทอดโนว์ฮาวและองค์ความรู้ในด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี ซึ่งเรื่องนี้ทางบริษัทมีนโยบายแลกเปลี่ยนทรัพยากรในการถ่ายทอดและพัฒนาองค์ความรู้ระหว่างกันในแต่ละประเทศ โดยมีการจัดโปรแกรมส่งวิศวกรจากญี่ปุ่นไปทำงานที่ไทย และมีการส่งทีมงานจากไทยมาทำงานที่ญี่ปุ่น ซึ่งต่อไปก็จะขยายออกไปในประเทศต่างๆ ในเอเชีย โดยนโยบายเหล่านี้ ก็เพื่อเป้าหมายในการส่งเสริมกลยุทธ์ด้านการผลิตและพัฒนาผลิตภัณฑ์ในแต่ละท้องถิ่น พร้อมๆ กับพัฒนาบุคลากร โดยมีเป้าหมายสูงสุดเพื่อการพัฒนาความพึงพอใจสูงสุดของลูกค้านั่นเอง”

 

 

มิตซูบิชิ อิเล็คทริค กับวาระ 100 ปี

 

บนเส้นทางของบริษัท มิตซูบิชิ อีเล็คทริค ที่กำลังก้าวเข้าสู่ปีที่ 100 ซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งในองค์กรที่มีความยั่งยืน สะท้อนได้ถึงความสำเร็จของกิจการ โซ ซุซุกิ พูดถึงมุมมองและความเห็นต่อเรื่องความยั่งยืนว่า “การคงอยู่ของกิจการหรือสิ่งไหนๆ ที่อยู่มายาวนาน เป็นการสะท้อนให้เห็นถึงความมีคุณค่า การที่องค์กรจะยืนหยัดหรือยั่งยืนอยู่ได้ ก็ต้องขึ้นอยู่กับว่า สิ่งที่บริษัทสร้างยังสามารถตอบสนองและมีคุณค่ากับสังคมหรือลูกค้าของกิจการนั้นๆ ซึ่งจุดเริ่มต้นของคุณค่า โดยส่วนตัวแล้วคิดว่าเริ่มที่คนมีความชอบในงานที่ทำ จากนั้นก็พยายามที่จะผลิตและสร้างสินค้าที่ดีออกมา ด้วยเป้าหมายทางใจที่อยากทำให้คนที่ใช้ของหรือสินค้านั้นพอใจและมีความสุข นั่นคือหลักการธรรมดา แต่สำคัญที่สุด เพราะความพอใจในคุณภาพคือสิ่งที่จะพิสูจน์ถึงความยั่งยืน เหมือนที่ลูกค้าพอใจและติดใจในแบรนด์มิตซูบิชิ เพราะเมื่อซื้อสินค้าไปแล้ว ได้สินค้าที่ดี มีความพอใจสุดท้ายก็จะกลับมาซื้ออีก นั่นคือหัวใจสำคัญของความยั่งยืน”

 

ในด้านเป้าหมายความเติบโตทางธุรกิจ มีการกำหนดเป้าหมายไว้ที่ 5 ล้านล้านเยนในปี 2020 ซึ่งในปัจจุบัน มิตซูบิชิฯ มียอดขายอยู่ที่ 4 ล้านล้านเยน โดยนอกเหนือไปจากการเพิ่มยอดขายแล้ว ยังมีเป้าหมายสำคัญในเรื่องการขยายโรงงานและหน่วยการผลิตให้มีความครอบคลุมและทั่วถึงไปทั่วโลก ซึ่งปัจจุบันนี้ มิตซูบิชิ อิเล็คทริค

ก็มีสำนักงานและโรงงานผลิตทั้งในประเทศญี่ปุ่น ไทย จีน อังกฤษและอีกหลายประเทศในโลก

 

 

นวัตกรรมต้องล้ำหน้า

 

มาถึงโรงงานผลิตมิตซูบิชิ หากไม่ได้แวะดูเทคโนโลยีการผลิตหรือไม่ได้เห็นนวัตกรรมสักนิดก็เหมือนจะขาดอะไรไป 

 

หลังจากแนะนำตัว โมะชิซุกิ ฮะรุโอะ (Mochizuki Haruo) หัวหน้าฝ่ายกิจการทั่วไปของโรงงานผลิตชิซุโอะกะ (Shizuoka Works) ก็พาทีม MBA ไปชมห้องจัดแสดงเครื่องปรับอากาศและตู้เย็นตั้งแต่ยุคบุกเบิก อาทิ ตู้เย็นและเครื่องปรับอากาศหน้าตาคลาสสิก เช่น ตู้เย็น รุ่น MR-200 ผลิตปี 1954, รุ่น MR-095B ผลิตปี 1960 และเครื่องปรับอากาศรุ่น MS-22SA (แอร์ติดผนังรุ่นแรก), รุ่น MS-1810R ผลิตปี 1979 ซึ่งผอมบางลงกว่ารุ่นก่อนๆ โดยมีความกว้างเพียง 10.9 เซนติเมตร 

 

จากที่ได้เห็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่สร้างสรรค์กันมาเมื่อหลายทศวรรษก่อน MBA มาหยุดตรงที่เครื่องปรับอากาศรุ่นใหม่ล่าสุดที่อัจฉริยะขึ้น มีพัฒนาการล้ำๆ เพื่อการอยู่อาศัยที่ดีขึ้น เช่น เครื่องปรับอากาศติดผนังตระกูล FZ Series ที่ได้รับการพัฒนาให้มี 3D move - I See Sensor ตรวจจับความร้อนหรืออุณหภูมิของร่างกายของแต่ละคนที่อยู่ในห้องนั้นๆ อัตโนมัติ แล้ววิเคราะห์ปรับอุณหภูมิ ปรับทิศทางลมด้วย Dual Split Vane Technology ซึ่งใบพัดสามารถขยับได้รอบทิศ เพื่อให้คนที่อยู่ในห้องได้รับความเย็นและรู้สึกสบายที่สุด แม้ว่าอุณหภูมิร่างกายของแต่ละคนจะไม่เท่ากัน ก็สามารถกระจายความเย็นได้อย่างเหมาะสมและทั่วถึง ที่เหนือไปกว่านั้นคือ เมื่อมีการเคลื่อนไหวหรือย้ายที่ ตัวเซนเซอร์ก็จะจับอุณหภูมิความร้อนของร่างกายและปรับทิศทางลมใหม่ภายในเวลาไม่นานนัก

 

 

ในด้านคอมเพรสเซอร์ก็มีการพัฒนาขึ้น เมื่อเทียบกับรุ่นเดิมแล้ว รุ่นใหม่ได้รับการออกแบบให้คอมเพรสเซอร์มีความมีความกะทัดรัดและช่วยประหยัดพลังงานมากขึ้น

 

ส่วนตู้เย็นรุ่นใหม่ล่าสุด ในตระกูล WX Series ได้รับการออกแบบให้มีดีไซน์ที่ทันสมัยขึ้นและปรับให้เหมาะกับบ้านของคนญี่ปุ่นที่ค่อนข้างแคบ มีการเปลี่ยนแปลงตรงฉนวนกันความร้อน ส่วนขนาดไม่เปลี่ยนไป ทั้งยังเพิ่มปริมาณความจุได้มากกว่าเดิม และกำหนดให้ส่วนบนของตู้เย็นห่างจากเพดานไม่น้อยกว่า 10 เซนติเมตร 

 

อีกเรื่องที่เป็นจุดเด่นของตู้เย็นคือ ช่องแช่แข็ง จากเดิมความเย็นจะอยู่ที่ -8 องศาเซลเซียส เมื่อแช่อาหารแล้วจะมีน้ำแข็งเกาะโดยรอบ หยิบออกมาก็ต้องมาทำให้น้ำแข็งละลาย มิตซูบิชิจึงคิดค้นเรื่องอุณหภูมิใหม่ ปรับอุณหภูมิมาที่ -7 องศาเซลเซียส อาหารที่หยิบออกมาจากช่องแข่แข็งก็จะใช้ได้โดยไม่ต้องรอน้ำแข็งละลาย และยังคงความสดและอร่อยเหมือนเดิม 

 

นอกจากนี้ยังพรีเซนต์ “น้ำดื่ม” ที่เปลี่ยนสภาพอย่างรวดเร็วจากการควบคุมอุณหภูมิ โดยค่อยๆ เทน้ำเย็นใส่ชามที่แช่เย็นไว้ ซึ่งน้ำเย็นที่เทลงชามนั้นกลายสภาพเป็นน้ำแข็งทันที

 

 

เวลาใช้เครื่องปรับอากาศไปนานๆ ก็จะมีฝุ่นเกาะสะสมที่ใบพัดของมอเตอร์พัดลมทำให้ห้องสกปรกหรือมีกลิ่นเหม็นได้ มิตซูบิชิจึงพัฒนาใบพัดที่ฝุ่นจะไม่เกาะด้วยเทคนิค coating คือการฉาบผิวใบพัดด้วยสารพิเศษ ทำให้ฝุ่นไม่จับ โดยวางเทียบคู่กับพัดลมเก่าที่ใช้งานมานานและมีฝุ่นเกาะมาก

 

 

Factory Tour

 

เครื่องปรับอากาศเป็น Product Line ใหญ่ของที่นี่ มีกำลังการผลิตประมาณวันละ 8,000 เครื่อง การที่เรามีโอกาสเดินดูเส้นทางการประกอบร่างของเครื่องใช้ไฟฟ้าชนิดนี้จนถึงขั้นแพ็กเกจลงกล่อง ทำให้เห็นนวัตกรรมและความตั้งใจของพนักงานทุกคน โดยปลายทางของสินค้าที่ผลิตในโรงงานแห่งนี้จะจำหน่ายในญี่ปุ่นเป็นหลัก บางส่วนก็ส่งออก เช่น ตู้เย็นรุ่นใหม่ที่กำลังผลิตจะถูกส่งไปยังประเทศออสเตรเลีย 

 

 

โรงงานผลิตที่ชิซุโอะกะนี้ก่อตั้งขึ้นในปี 1954 มีบทบาทสำคัญ 3 ประการคือ หนึ่ง ผลิตเครื่องปรับอากาศ ตู้เย็น และคอมเพรสเซอร์ สอง เป็นศูนย์ส่งคำสั่ง ควบคุมดูแลโรงงานผลิตที่ไปยังประเทศต่างๆ และสาม เป็นจุดเทรนพนักงานฝ่ายผลิตทั้งชาวญี่ปุ่นและชาวต่างชาติ เพื่อการผลิตสินค้าให้มีคุณภาพทัดเทียมกับบริษัทแม่

MAGAZINE

 

 

 



New News

 

Editor Observation

  • Apr 26 , 2017

    สิ่งมีชีวิตเกือบทั้งหมดบนโลกใบนี้ ดำเนินไปได้ด้วยพลังงานจากดวงอาทิตย์ พลังงานของดวงอาทิตย์เป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับชีวิต ให้ชีวิตได้มีพละกำลังที่จะขับเคลื่อนดำเนินต่อไปและสืบสายพันธุ์ลูกหลานต่อไปได้เรื่อยๆ บนโลกใบนี้ (หรืออาจจะบนโลกใบอื่นด้วยหรือเปล่าก็ไม่รู้?) ตราบเท่าที่ “ดวงตะวันยังคงส่องแสง”

  • Apr 03 , 2017

    ยุทธจักร มีเดีย/เอ็นเตอร์เทนเมนต์มีจอมยุทธยอดฝีมืออยู่ไม่น้อย ที่ยังโลดแล่นอยู่ในวงการ และร่วมฝ่าคลื่นฝืนลมแห่งการเปลี่ยนแปลงอันรุนแรงอย่างกระแทกกระทั้น เพราะเนื่องมาแต่ Paradigm Shift ของเทคโนโลยีระดับโลกและพฤติกรรมการบริโภคสื่อของผู้คนอยู่ในขณะนี้

  • Dec 28 , 2016

    แม้ขณะนี้ นโยบาย "อัตราดอกเบี้ยติดลบ" ยังมาไม่ถึงเมืองไทย ก็ใช่ว่าผู้ฝากเงินอย่างพวกเราจะนิ่งนอนใจได้

 

School Move

  • Mar 17 , 2017

    สถาบันแนะแนวการศึกษาคริมสัน ผู้นำที่ปรึกษาด้านการศึกษาระดับโลก เปิดสาขาใหม่ในกรุงเทพมหานครเพื่อผลักดันนักเรียนไทยและนักเรียนทุกคนทั่วโลก สามารถเข้าถึงเครือข่ายติวเตอร์ ที่ปรึกษา และผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ ที่คอยให้คำปรึกษากว่า 2,000 คนทั่วโลก

  • Feb 14 , 2017

    สมาคมแลกเปลี่ยนบุคคลากรไทย-จีน ร่วมกับเครือข่ายมหาวิทยาลัยจีน หรือ China Campus Network (CCN), สมาคมผู้สื่อข่าวไทย-จีน, สมาคมการค้าวิสาหกิจจีน-ไทย, ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศจีน กรุงเทพฯ, สำนักข่าวซินหัวประจำกรุงเทพฯ, สถานีวิทยุซีอาร์ไอประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และโรงเรียนภาษาสายสัมพันธ์ ร่วมจัดการแข่งขันภาษาจีน Friendship Cup ครั้งที่ 9 พร้อมผนึกกำลังในพิธีเปิดโครงการความร่วมมือระหว่างเครือข่ายมหาวิทยาลัยจีน องค์กรธุรกิจไทย-จีน สมาคมผู้สื่อข่าวไทย-จีน  และสถาบันการศึกษาไทย เพื่อพัฒนาบุคลากรไทยตอบสนองตลาดแรงงานและองค์กรไทย-จีนในปัจจุบัน

  • Feb 02 , 2017

                  วิสดอม เอ็นเตอร์ไพร์ส จับมือ Rugby School  แห่งสหราชอาณาจักรหนึ่งในโรงเรียนเอกชนชั้นนำที่มีชื่อเสียงและได้รับความเชื่อถือมากว่า 450 ปี เตรียมเปิดโรงเรียนนานาชาติ Rugby School Thailand   ชูจุดแข็งด้วยหลักสูตรพัฒนาการศึกษาแบบองค์รวม ด้วยงบลงทุนกว่า 1,500 ล้านบาท ตอบโจทย์การศึกษาทั้งในประเทศและกลุ่มประเทศ CLMV

Management

  • Apr 24 , 2017

    เทคโนโลยีโทรทัศน์และวิทยุกระจายเสียงมีมามากว่า 100 ปี มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ยุคโทรทัศน์ขาวดำ การใช้สัญญาณอนาล็อก และมีการพัฒนามาสู่ Digital TV และ Digital Radio ในปัจจุบัน นอกจากนี้สื่อที่มีคนบริโภคมากที่สุดยังคงเป็นโทรทัศน์และวิทยุ “ดังนั้นสามารถพูดได้ว่าอุตสาหกรรมวิทยุกระจายเสียงและโทรทัศน์ มีความสำคัญต่อชีวิตของคนทั่วไปเป็นอย่างมาก”  แนวโน้มของการพัฒนาอุตสาหกรรมวิทยุกระจายเสียงและโทรทัศน์ มีดังต่อไปนี้

  • Apr 16 , 2017
    การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย มีบริการที่สร้างความมั่นใจให้กับคุณ คือMEA Better Care Serviceที่ช่วยเติมเต็มบริการหลังเครื่องดื่มให้กับลูกค้าของเรา ได้ดีเยี่ยม 
  • Apr 12 , 2017

    บทความนี้เกิดขึ้นจากศึกษาวิจัยโครงการแผนการขับเคลื่อนการท่องเที่ยววิถีไทยและพัฒนาศักยภาพการท่องเที่ยวโดยชุมชน เพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ซึ่งสนับสนุนโดยสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ที่ผู้เขียนได้เข้าไปร่วมศึกษา รวมถึงจากประสบการณ์ที่ได้ไปอยู่ใน Academy for Systems Change 

 

Cool Case

  • Feb 14 , 2017

    อุทยานการเรียนรู้ TK park จัดเวทีบรรยายพิเศษว่าด้วยแนวโน้มนวัตกรรมห้องสมุดและแนวคิดการพัฒนาพื้นที่การเรียนรู้ การสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้สร้างสรรค์ และตัวอย่างโครงการส่งเสริมการเรียนรู้ที่ได้รับรางวัลระดับโลก ในงานประชุม สหปาฐกถาประจำปี TK Forum 2017 “Better Library and Learning Space: Trends and Ideas” ได้รับเกียรติจาก 3 วิทยากร จาก 3 ประเทศชั้นนำด้านการพัฒนาห้องสมุด เพื่อให้เกิดแนวคิดใหม่และเป็นแรงบันดาลใจในการปรับใช้พัฒนาต่อไปตามแนวคิด Learning in Digital Age ที่ประกาศเป็นแนวทางในปีนี้

  • Jan 09 , 2017

    The Internship ใน MBA บทความนี้เป็นคนละเรื่องกับ The Internship (2013) ภาพยนตร์ดังของฮอลลีวูดที่นำแสดงโดย วินซ์ วอห์น (Vince Vaughn) และ จาเร็ด สเติร์น (Jared Stern) ที่มีพล็อตเรื่องเกี่ยวกับวัฒนธรรมองค์กร (Corporate Culture) ของบริษัทยักษ์ใหญ่ไอทีโลก คือ บริษัท Google

  • Dec 22 , 2016

     

    โรคมะเร็งเป็นสาเหตุการตายของคนไทยเป็นอันดับหนึ่งติดต่อกันมากกว่า 10 ปี โดยมีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตัวเลขปี 2550 มีคนไทยเสียชีวิตด้วยมะเร็งทุกชนิดอยู่ที่ 53,434 ราย ในปี 2557 มีผู้เสียชีวิตจากมะเร็งทุกชนิดอยู่ที่ 70,075 ราย (ตามข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติ)

    องค์การอนามัยโลกรายงานพบผู้ป่วยโรคมะเร็งรายใหม่ทั่วโลกปีละประมาณ 14 ล้านคน เสียชีวิตด้วยสาเหตุที่เกี่ยวเนื่องจากมะเร็ง โดยคาดว่าจำนวนผู้ป่วยจะเพิ่มขึ้นถึง 70 เปอร์เซ็นต์ในช่วง 2 ทศวรรษต่อไป หรือจะมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 22 ล้านราย


    วิธีรักษาโรคมะเร็งในปัจจุบันที่นิยมกันประกอบด้วย การผ่าตัดก้อนมะเร็งออก การฉายรังสี โดยโฟกัสตรงจุดที่เป็นก้อนมะเร็งและเนื้อเยื่อรอบๆ เพื่อฆ่าเซลล์มะเร็ง หรืออาจจะเพื่อการรักษาหรือบรรเทาอาการ เคมีบำบัด หรือที่คุ้นเคยกันในชื่อว่าการทำคีโม เป็นวิธีการรักษาหรือบรรเทาอาการโดยการใช้ยาต้านมะเร็ง ซึ่งแพทย์จะเลือกใช้วิธีใดขึ้นอยู่กับประเภทและระยะของมะเร็ง รวมถึงความแข็งแรงและวิธีการรักษาที่ผู้ป่วยเคยได้รับมาก่อนหน้า

    จากจำนวนผู้ป่วยมะเร็งที่เพิ่มอย่างต่อเนื่องทำให้โรงพยาบาลทั้งภาครัฐและเอกชนให้ความสำคัญกับการดูแลผู้ป่วยโรคนี้ ขณะเดียวกันก็มีธุรกิจที่ทำหน้าที่สนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์ให้สามารถทำการรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น ด้วยการจำหน่ายเครื่องไม้เครื่องมือและดูแลบำรุงรักษาอุปกรณ์ต่างๆ ให้พร้อมใช้งานอย่างต่อเนื่อง

    หนึ่งในผู้ให้บริการรายใหญ่ในประเทศไทยคือ บริษัท บิสซิเนสอะไลเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ BIZ ผู้ดำเนินธุรกิจเป็นผู้จำหน่ายและติดตั้งชุดเครื่องมือทางการแพทย์สำหรับรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งด้วยวิธีรังสีรักษา (Radio-therapy) และให้บริการซ่อมบำรุงรักษาชุดเครื่องมือทางการแพทย์ดังกล่าว (Maintenance Service)

    สมพงษ์ ชื่นกิติญานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร BIZ ย้อนถึงจุดเริ่มต้นธุรกิจนี้ว่า ตนเรียนจบทางด้านรังสีเทคนิค และเข้าทำงานในโรงพยาบาลไประยะหนึ่ง จากนั้นก็ลาออกมาทำงานด้านการขายให้บริษัทอุปกรณ์การแพทย์ และมีโอกาสดูแลสินค้าตัวหนึ่งคือ การใช้รังสีรักษาโรคมะเร็ง ซึ่งเพิ่งเริ่มเข้ามาแนะนำในประเทศไทย

    “เราก็เห็นแนวโน้มว่า โรคมะเร็งมีแต่พัฒนาการมากขึ้น และเทคโนโลยีก็มีการเปลี่ยนแปลง เมื่อถึงจุดหนึ่งที่บริษัทเดิมมองแนวทางไม่เหมือนกับเรา เราก็เลยออกมาทำธุรกิจเอง ประกอบกับหุ้นส่วนของผมที่เคยอยู่บริษัทเดียวกันเขาดูแลด้านวิศวกรรม เราก็เลยออกมาตั้ง Business Alignment เมื่อปี 2543”

    สมพงษ์เล่าต่อว่าเหตุที่ตั้งชื่อบริษัทโดยไม่มีคำที่เกี่ยวข้องกับการแพทย์เลยนั้นเพราะมองว่าการทำธุรกิจไม่จำเป็นต้องอยู่เพียงแค่อุปกรณ์ทางการแพทย์ หากยังสามารถทำอย่างอื่นได้พร้อมกัน จึงตั้งเป็นชื่อกลางๆ รวมกับในช่วงที่เรียน MBA ก็ชอบคำว่า Business Alignment เพราะเป็นการวางแนวทางให้ธุรกิจต่างๆ กลมกลืนเข้าด้วยกัน ตามเป้าหมายขององค์กร ดังนั้นชื่อของบริษัทจึงหมายความว่าในอนาคตบริษัท BIZ ก็สามารถขยายไลน์ธุรกิจและผันตัวเองเป็น Holding Company ได้

    แม้ว่าช่วงที่ก่อตั้งบริษัทเป็นช่วงหลังวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 ที่ภาวะเศรษฐกิจในประเทศยังตึงตัว มีหลายคนเตือนว่าการออกจากงานในช่วงเวลานั้นเพื่อมาสร้างธุรกิจอาจจะลำบาก แต่ด้วยการมองเห็นโอกาสเช่นเดียวกับซัพพลายเออร์ในต่างประเทศที่มองแนวโน้มการรักษามะเร็งด้วยเครื่องมือชนิดนี้จะเติบโต เพราะเทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมากในช่วงปี 2537 ส่งผลให้ประสิทธิภาพการรักษาดีขึ้น ช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตให้แก่ผู้ป่วยโรคมะเร็ง

     

    ธุรกิจเงินทุนสูง
    การจำหน่ายเครื่องไม้เครื่องมือทางการแพทย์มีราคาสูง การลงทุนจึงต้องสูงตามไปด้วย เพราะต้องซื้อเครื่องมาก่อน เพื่อมาติดตั้งให้ลูกค้าแล้วจึงเก็บเงินได้ เงินทุนจึงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก

    เมื่อเริ่มตั้งบริษัทด้วยทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท สมพงษ์ และ วรวิทย์ สีลภูสิทธิ์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงินและทรัพยากรมนุษย์ บริษัท บิสซิเนสอะไลเม้นท์ จำกัด (มหาชน) (BIZ) 2 หุ้นส่วนใหญ่ ลงเงินคนละครึ่ง ดังนั้นการจะขายเครื่องมือราคา 40-50 ล้านบาท จึงต้องไปเจรจากับธนาคาร เพื่อขอกู้เงินมาใช้ทำธุรกิจ

    “เราก็ไปคุยกับแบงก์เอาสัญญาไปให้เขาดู เพราะสัญญานี้เป็นสัญญากับภาครัฐ เราก็ให้เขามั่นใจว่าเขาจะได้รับเงินก็เอาสิทธิในการรับเงินไปให้เขา แล้วไปกู้ เอาบ้านไปจำนอง เอาตัวเราไปค้ำประกัน แต่เราเพิ่งก่อตั้งเขาก็ยังไม่ค่อยมีความมั่นใจ เขาคงดูเราส่งมอบงานได้ไหม เก็บเงินได้หรือไม่ เรามีสัญญาไม่พอต้องเอาบ้านที่อยู่มาจำนอง ไปหาเงินกู้จากพวกญาติบางส่วน

    “ผมอาจจะโชคดี ปีแรกอาจจะเหนื่อยหน่อยต้องไปขอกู้เงินญาติบ้าง ธนาคารบ้าง และลูกค้าบางรายก็ช่วยผ่อนคลายเรื่องการชำระเงินให้เงินเราเร็วขึ้น อาจจะเป็นโชคดีที่เจอลูกค้าดีๆ ด้วย และโชคดีอีกอย่างที่ตั้งแต่ตั้งมาหนี้สูญเราไม่มี เพราะคู่ค้าเรามีแต่โรงพยาบาลใหญ่ๆ” สมพงษ์ กล่าว


    การนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai จึงเป็นการลดปัญหาด้านเงินลงทุน เนื่องจาก BIZ เป็นธุรกิจที่ต้องใช้เงินลงทุนเป็นช่วงเวลาสูง

    “สมมติมีโครงการสัก 400 ล้านต้องใช้เงินทุนเท่าไร และพวกนี้ไม่ใช่ว่าขายวันนี้อีก 30 วันเก็บเงินได้ เราขายวันนี้แล้วก็ยังต้องมีช่วงเวลาติดตั้ง ทำโน่นทำนี่ เร็วสุดเก็บเงินได้ประมาณ 6 เดือน นั่นหมายถึงว่าเงินจะต้องจมไปประมาณ 7 เดือน มีบางปีเราไปดูบันทึก จ่ายเฉพาะดอกเบี้ยเกือบ 20 ล้านเพราะกว่าจะเก็บเงินได้ และดอกเบี้ยก็ค่อนข้างสูง ถ้าเราลดภาระนี้ได้ การระดมทุนทำให้เรามีเงินก้อนหนึ่งมาเป็นเงินทุนหมุนเวียน นั่นทำให้ลดต้นทุนทางการเงินได้ ทำให้เพิ่มกำไรได้มากขึ้น และเมื่อเข้าสู่ตลาด การเจรจากับแบงก์เรื่องดอกเบี้ยก็พูดคุยได้ง่ายกว่า เมื่อเทียบกับตอนยังไม่ได้จดทะเบียน และอาจทำให้ความฝันของบริษัทเป็นจริงเร็วขึ้น”

     

    ผู้เชี่ยวชาญ
    หลายคนอาจจะมอง BIZ เป็นบริษัทเทรดดิงบริษัทหนึ่ง แต่สิ่งที่ BIZ ขายเป็นเครื่องมือทางการแพทย์ซึ่งมีความซับซ้อน ต้องใช้ห้องที่ออกแบบพิเศษและติดตั้งเครื่องเพื่อป้องกันรังสีไม่ให้เกิดอันตรายกับผู้อื่นในขณะที่ทำประโยชน์ให้ผู้ป่วย

    สมพงษ์เล่าว่า “สิ่งที่เราทำก็คือทำเป็น Service Provider ทางด้านนี้ สิ่งที่เราให้ลูกค้าคือ ให้คำแนะนำช่วยเหลือในการออกแบบห้องให้เกิดความปลอดภัยมากที่สุด และเราก็ให้ความช่วยเหลือจัดหาอุปกรณ์ทุกสิ่งทุกอย่าง เป็น one stop service เพราะเรามองเห็นว่าลูกค้าบางรายเขามีปัญหาตั้งแต่ห้อง เขาต้องทำห้องก่อสร้างก็บริษัทหนึ่ง เครื่องก็บริษัทหนึ่ง ก็อาจจะเกิดปัญหาว่าไม่เข้ากัน คือเดี๋ยวจะโทษกันไปกันมา เราก็มองดูแม้แต่การก่อสร้างปรับปรุงห้องเราก็รับผิดชอบ นั่นคือสิ่งที่เราเริ่มปรับกลยุทธ์เป็น Solution Provider ทางด้านรังสีรักษา เราปรับกลยุทธ์ให้แตกต่าง ใครจะทำด้านนี้ต้องคิดถึงเรา เข้ามาปรึกษา เครื่องต้องสามารถใช้งานได้จริง นั่นคือสิ่งที่เราวางกลยุทธ์ในการทำธุรกิจ ปัจจุบันเราก็วางตัวเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านนี้ ดังนั้นไม่ว่าเขาจะมีห้องอยู่เดิมหรือไม่มี เราก็สามารถให้คำปรึกษารวมถึงเรื่องการก่อสร้าง เราไม่มีบริษัทก่อสร้างเองแต่เรามีผู้รับเหมาที่สามารถไว้ใจได้และสามารถร่วมมือ เราทำหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของเขาเพื่อให้มั่นใจได้ว่าสิ่งที่ส่งมอบถูกต้องเป็นไปตามมาตรฐาน”

    เขาให้ข้อมูลต่อว่า ในประเทศไทยลักษณะการซื้อแบบ Solution Provider เป็นที่นิยม เนื่องจากบริษัทสามารถสรรหาอุปกรณ์ที่สามารถทำงานได้ทันที กลายเป็นจุดเด่นที่ BIZ นำเสนอให้แก่ลูกค้า

    สินค้าไฮเทค
    สมพงษ์เพิ่มเติมข้อมูลเรื่องเครื่องมือที่ BIZ จำหน่ายโดยย้อนอดีตวิธีการรักษาโรคมะเร็งด้วยรังสีที่มีมานานแล้ว คือการใช้แร่ธรรมชาติในการรักษา หรือที่รู้จักกันคือแร่โคบอลต์ แต่โคบอลต์มีปัญหาคือเมื่อพลังงานในก้อนแร่ลดลงจนถึงจุดหนึ่งจะใช้ไม่ได้ ต้องนำก้อนแร่ไปเก็บฝังเป็นกากกัมมันตรังสี ซึ่งเป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายให้ความใส่ใจค่อนข้างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากมีเหตุการณ์คนไปขโมยแร่และเกิดการรั่วไหลส่งผลให้เสียชีวิต

    จุดเด่นของเครื่องรุ่นใหม่คือ หากไม่มีกระแสไฟฟ้าเข้าไปในเครื่องก็จะไม่มีรังสีออกมา เป็นการทำงานคล้ายกันกับหลอดเอกซ์เรย์ที่ยิงด้วยพลังงานรังสีสูง และไม่มีกากกัมมันตรังสีให้ต้องกำจัด เมื่อเลิกใช้งานสามารถทิ้งได้เช่นเดียวกับเครื่องจักรอื่นๆ

    และการพัฒนาของเครื่องรุ่นใหม่ๆ ทำให้รังสีที่ได้มีอำนาจทะลุทะลวงได้ดีกว่า เมื่อรวมกับเครื่องมือที่ใช้ประกอบทำให้การรักษามีความแม่นยำมากขึ้น ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาให้ดียิ่งขึ้น

    “เราใช้คอมพิวเตอร์ควบคุมวางแผน ต่างๆ ทำให้การรักษามีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะเครื่องคอมพิวเตอร์วางแผนการรักษา เพราะการรักษามีองค์ประกอบมากมาย คอมพิวเตอร์วางแผนการรักษา คือเอาภาพที่เราซีทีสแกนมาวาง ว่าเราควรจะให้รังสีตรงไหนอย่างไรเพื่อที่จะได้ผลดีที่สุด และไม่ทำลายเนื้อเยื่อข้างเคียง ทุกอย่างที่เกี่ยวข้องเรามีหมด ไม่ใช่แค่มีเครื่องแล้วรักษาได้ การรักษาที่จะมีประสิทธิภาพที่ดีที่สุดคุณจะต้องมีอุปกรณ์ประกอบ” สมพงษ์อธิบาย

     

    ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับรังสี
    สมพงษ์ เล่าให้ฟังว่า ในอดีตหลายคนอาจจะเคยได้ยินกันมาว่าผู้ป่วยมะเร็งไปฉายรังสีหมายความว่าคนป่วยกำลังจะเสียชีวิต ซึ่งเป็นความเชื่อที่ผิด “ในอดีตที่เป็นอย่างนั้นเพราะคนที่มาพบก้อนมะเร็งมักจะเป็นมะเร็งระยะที่ 4 คือเป็นระยะสุดท้ายแล้ว ในอดีตทางการแพทย์การวินิจฉัยโรคมะเร็งยังไม่พัฒนา รู้อีกทีคือมีอาการแล้ว เป็นระดับ 4 แล้ว เกินเยียวยาเกือบทั้งหมด พอมาฉายแสงก็ช่วยทำให้ก้อนยุบ เพราะก้อนถูกทำลาย เราเคยทำงานด้านนี้ ผู้ป่วยก็ดีใจแต่เราก็รู้อยู่แล้วว่าอีกไม่นานเพราะโรคอยู่ในระยะที่เกินไปแล้ว คนก็บอกว่ามาฉายแสงแล้วตาย จะไม่ตายได้อย่างไร เพราะระยะโรคไปถึงขั้นนั้นแล้ว เราฉายแสงให้เขาเพื่อให้เขามีคุณภาพชีวิตที่เหลืออยู่ดีขึ้น ดังนั้นการรักษาโรคทุกโรคมีสองอย่าง คือหนึ่งทำให้หาย สองทำแค่บรรเทาอาการ”

    “ปัจจุบันเนื่องจากการแพทย์ในการวินิจฉัยพบได้เร็วขึ้น อยู่ขั้น 1-2 หรือ 3 ก็ตาม การรักษามีโอกาสหายเพิ่มมากขึ้น ทุกโรคเหมือนกันหมด ไม่จำกัดแค่โรคมะเร็ง เพียงแต่โรคมะเร็งพัฒนาการของโรค การเป็นโรคเร็วกว่าโรคอื่น อย่างวินิจฉัยวันนี้เป็นระดับ 1 ภายในเดือนเดียวอาจจะเป็น 2 หรือ 3 เลยก็ได้ ดังนั้นเมื่อวินิจฉัยว่าเป็นแล้วการรักษาจึงต้องเป็นไปอย่างเร่งด่วน ไม่ใช่ปล่อยไว้ได้ ยิ่งปล่อยไว้นานมากขึ้นโอกาสที่จะเป็นสเตจหลังๆ ก็มีมากขึ้น” สมพงษ์อธิบาย

    ปัจจุบันในประเทศไทยมีการใช้รังสีรักษาประมาณ 50-60 เปอร์เซ็นต์ของผู้ป่วยมะเร็ง เนื่องจากเครื่องมือมีประ-สิทธิภาพดีขึ้น รองลงมาคือการใช้คีโมและผ่าตัด ขึ้นกับอวัยวะที่เป็น เพราะมะเร็งบางอย่างไม่ไวต่อแสงทำให้การฉายรังสีไม่เกิดประโยชน์

     

    ความท้าทายของ BIZ
    สำหรับความท้าทายในการดำเนินงานของ BIZ ต่อไป สมพงษ์ บอกว่า สิ่งที่ยังคงต้องทำต่อเนื่องคือการเพิ่มยอดขายและสร้างความยั่งยืนทางรายได้ให้แก่บริษัท ซึ่งหมายถึงการมองหาธุรกิจเพิ่มเติมที่กำลังศึกษาแนวทางอยู่ ว่าจะมีอะไรที่เหมาะสมกับอนาคต โดยยังคงให้ความสนใจกับธุรกิจด้านการแพทย์ และสิ่งที่มองคือแนวโน้มสังคมผู้สูงอายุที่กำลังจะเกิดขึ้นในประเทศไทย เพราะไม่ว่าเศรษฐกิจจะเป็นอย่างไรเรื่องสุขภาพก็เป็นเรื่องที่ทุกคนให้ความใส่ใจดูแล

    สมพงษ์ปิดท้ายด้วยการตอกย้ำเรื่องการสื่อสารว่าเป็นความท้าทายที่ยังต้องดำเนินการ “การให้คนรู้ ก็เป็นการสร้างตลาดทางอ้อม เมื่อเขารู้ก็ไปถามโรง-พยาบาล ทำให้เขารู้ว่ามีทางเลือก ว่าสามารถมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น การทำให้เป็นที่รู้จักของโรงพยาบาลใหม่ๆ ผมเชื่อว่าหมอทุกคนมีจรรยาบรรณ ถ้ารู้ว่าเป็นทางเลือกที่ดีและดีต่อชีวิตคนเขาก็อยากให้ ถ้าผู้ป่วยเรียกร้องหมอเรียกร้องก็จะทำให้ธุรกิจเติบโตได้ดี และเหนือสิ่งอื่นใด ผู้ป่วยควรได้สิ่งที่เขาควรได้ ก็เป็นความท้าทาย ในการสื่อสารที่ต้องวางแผนให้รัดกุม ไม่ให้ถูกโจมตี ว่ากำลังไปชี้นำหรือทำให้คนเข้าใจผิด”