MARKETING

เชื่อฉัน Believe, Trust , Faithful Marketing

 alt

 

   ศาสนสถานฮอตฮิตเวลานี้ เห็นจะไม่มีใครเกิน “วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร” บนถนนเจริญกรุง อาจจะเรตติ้งตกไปหน่อยให้กับ วัดมังกรกมลาวาส หรือ วัดเล่งเน่ยยี่ และ ประตูมังกร ตรงวงเวียนโอเดียนในช่วงตรุษจีนที่คนจะแห่แหนกันไปแบบมืดฟ้ามัวดิน แต่โดยรวมแล้ว วัดไตรมิตรก็ยังได้รับความนิยมไม่ขาดสาย

 

คม...Gillette

alt

เครียด เครียด เครียด เกิดขึ้นทันทีหลังติดตามข่าวและความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ชุมนุมตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา ส่องกระจกทีไรรู้สึกว่าตัวเองแก่ขึ้นทุกที หนวดเคราขึ้นหรอมแหรม บางคนขึ้นดกเป็นเงาดำ มากบ้างน้อยบ้างแล้วแต่กรรมพันธุ์และลักษณะรูขุมขนของแต่ละคน โกนออกวันนี้ พรุ่งนี้เช้ามันโผล่ขึ้นมาอีกแระ

 

โลก 1929 รุ่งโรจน์ก่อนดำดิ่ง

 alt

 

วิกฤตเศรษฐกิจเมื่อปี 1929 หรือที่เรียกกันในสากลว่า Great Depression ก่อให้เกิดความตกตะลึงไปทั่วโลก สาเหตุที่ล้มครืน ไม่ใช่เพราะจากตลาดหุ้นแต่เพียงเท่านั้น

 

Media Strategy ของ ธันยวัชร์ ไชยตระกูลชัย

alt

 

สังคมองค์ความรู้ศตวรรษที่ 21 ไม่ใช่สังคมที่ช่องทางการติดต่อสื่อสารระหว่างผู้คนมีเพียงจดหมาย การบอกปากเปล่า และสื่อสารมวลชนรุ่นเดิมอย่างหนังสือพิมพ์เช่นที่เคยเป็นมาเมื่อ 100 ปีก่อน หากเป็นสังคมที่สามารถติดต่อกันได้ผ่านหลายช่องทาง

 

อินเทอร์เน็ตกลายเป็นสื่อกลางใหญ่ที่สามารถเชื่อมโยงโลกทั้งใบไว้ด้วยกันตั้งแต่ขั้วโลกที่นักวิจัยหรือนักท่องเที่ยวกระเป๋าหนักสามารถใช้การติดต่อผ่านดาวเทียมไปจนถึงห้วงอวกาศ ที่นักบินอวกาศก็สามารถใช้คอมพิวเตอร์พูดคุยกับคนที่บ้านได้เหมือนกับผู้คนที่เดินทางไปยังต่างประเทศกันแล้ว

 

ข้อมูลข่าวสารบนโลกยุคปัจจุบันจึงสามารถวิ่งผ่านอากาศ เส้นใยไฟเบอร์ ไปสู่ผู้รับได้อย่างรวดเร็ว ระยะทางไม่เป็นอุปสรรคต่อการสื่อสารระหว่างกันอีกต่อไป

 

สื่อสารมวลชนจึงไม่สามารถจำกัดตัวอยู่กับสื่อเดิมๆ อย่างเช่นหนังสือพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ ภาพยนตร์ดังเช่นที่เคยเป็นมา หากทุกสื่อล้วนหาหนทางเข้าสู่ผู้บริโภคยุคใหม่ผ่านอินเทอร์เน็ตแทบทั้งสิ้น เพราะด้วยปัจจัยความหลากหลายของช่องทางการสื่อสาร ความสามารถในการนำเสนอข้อมูลในแทบทุกรูปแบบที่มีบนโลกนี้ ไม่ว่าจะเป็นตัวอักษร ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหวและเสียง ข้อจำกัดเก่าๆ ด้านความเร็วในการส่งผ่านข้อมูลเมื่อสิบกว่าปีที่ผ่านมาที่เคยล้อกันว่า เปิดเมลหน้าหนึ่งก็สามารถไปชงกาแฟมานั่งจิบรอได้เลย ปัจจุบันก็ได้รับการพัฒนาจนเราสามารถเปิดดูข้อมูลจำนวนมหาศาลได้ภายในเวลาไม่กี่วินาที

 

สื่อสารมวลชนจึงต้องปรับตัวเพื่อตอบรับกับช่องทางใหม่ๆ เหล่านี้ให้จงได้

 

ธันยวัชร์ ไชยตระกูลชัย เป็นหนึ่งในสื่อมวลชนที่โดดเด่นของยุคนี้ หลากหลายช่องทางที่เขาใช้สื่อสารกับผู้คนยิ่งทำให้ชื่อเสียงและความน่าสนใจของเขามีมากขึ้น เพราะเขาไม่ใช่เจ้าของสื่อใหญ่ ไม่ใช่ผู้นำเทรนด์วัยรุ่น หรือเป็นดารานักแสดงที่ผันตัวมาทำสื่อของตัวเอง 

 

แต่เขาคือคอลัมนิสต์ปากกล้า บรรณาธิการนิตยสารรายเดือนทางด้านการตลาดและกลยุทธ์ นักแปลและนักเขียนพ็อกเก็ตบุ๊คทางด้านการบริหารจัดการ นักจัดรายการวิทยุ คอมเมนเตเตอร์บนจอทีวีผู้มีมุมมองแปลกใหม่ กับคำถามคมๆ ที่สามารถกระตุกต่อมคิดของผู้คนให้ทำงาน ผู้บรรยายตามงานสัมมนา และอาจารย์พิเศษของสถาบันอุดมศึกษา

 

บทบาทเหล่านี้มีสื่อมวลชนหลายรายที่มีเช่นเดียวกันกับธันยวัชร์ แต่ก็ยังไม่สามารถสร้างความโดดเด่นเข้าตาประชาชนได้เท่ากับเขา หากไปดูจำนวนผู้ติดตาม (follower) ที่ติดตามเขาใน twitter.com จะเห็นมากกว่า 8,000 รายที่ติดตามเขาอยู่ (เมื่อต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา) และยังทวีจำนวนขึ้นเรื่อยๆ ตามที่เขาคาดการณ์ไว้

 

สื่อมวลชนด้านการตลาดและกลยุทธ์ผู้ฉายเดี่ยว ไม่มีอาณาจักรธุรกิจสื่อเป็นของตนเอง ไม่ใช่ผู้ประกาศข่าวทางทีวีที่มีคนเห็นหน้าค่าตากันทุกวัน แต่มีคนติดตามจำนวนมากขนาดนี้ นั่นสะท้อนว่าสิ่งที่เขาทำอยู่เป็นสิ่งที่ผู้ติดตามทั้งหลายต้องการ

 

ทฤษฎีการสื่อสารมวลชนที่เคยเรียนกันมา อาจต้องมีการปรับเปลี่ยน เมื่อเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามามีบทบาท และ ธันยวัชร์ ไชยตระกูลชัย จะเป็นหนึ่งตัวอย่างของทฤษฎีใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นทุกวันนี้

 

ธันยวัชร์ เรา (ธุรกิจนิตยสาร) อยู่ในธุรกิจที่เป็นตะวันตกดิน แต่นักข่าวในอนาคตจะอยู่ได้

 

เพราะเป็นคนผลิต content

 

ใช่ ในอนาคตนักข่าวอาจจะรวมตัวกันแล้วขายผ่าน iPad แต่คุณต้องมี content จริงๆ เพราะทุกคนเป็นนักข่าวได้หมด citizen journalist จะทำอย่างไรละ นี่คือภูเขาน้ำแข็งเราละลายแล้ว ประเด็นคือ Who pay for content? Everybody need free content. คุณอ่าน Fortune สิ เขาบอกว่า พวกสื่อสิ่งพิมพ์พยายามชะลอไม่ให้ภูเขาน้ำแข็งละลาย แต่คุณต้องเปลี่ยน Business Model โดยคิดว่า iPad จะมาช่วย ช่วยจริงหรือเปล่าคุณต้องยอมรับว่าภูเขาน้ำแข็งคุณละลายแล้ว คุณจะทำเหมือนเดิมไม่ได้อีกแล้ว แต่นักข่าวต้องสร้างตัวขึ้นมาอย่างไร

 

ดูอย่างกล้องสิ พอกล้องดิจิตอลมา โกดักไปเลย ทำฟิล์มอยู่แล้วคนไม่ใช้แล้วทำอย่างไรละ จะทำอะไรดี ทำกล้องคนก็ไม่ซื้ออีก อักฟ่าก็ไปทำฟิล์มเพื่อการแพทย์ไป นี่คือยอดภูเขาน้ำแข็งละลายแล้ว

 

ทำไมถึงทำงานหลายบทบาท เขียนหนังสือ ทำวิทยุ ทีวี คอมเมนเตเตอร์

 

ผมเอา knowledge เป็นแกนกลาง การเป็นสื่ออยู่ในฟิลด์ management marketing ทำให้สามารถ accumulate knowledge  ได้ หลังจากนั้นความรู้ไม่ได้อยู่แค่สื่อใดสื่อหนึ่ง เราสามารถจัดการความรู้ได้ ออกไปในสื่อต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นวิทยุ เคเบิ้ลทีวี โทรทัศน์ นิตยสาร พ็อกเก็ตบุ๊ค เป็นพิธีกร เป็นอาจารย์สอนหนังสือ หรือเป็นผู้บรรยาย knowledge ตัวเดียวกันเราสามารถใช้ในหลายสื่อได้

 

บทบาทไหนคือบทบาทที่แท้จริง

 

สื่อ แต่สื่ออย่างที่ผมเป็นผมเป็นตั้งแต่สมัยอยู่ผู้จัดการ ทำผู้จัดการรายเดือนตั้งแต่ปี 2530 ผมก็เขียนสกู๊ปเกี่ยวกับการจัดการ แล้วก็ย้ายไปอยู่รายสัปดาห์ เซกชั่นบริหารธุรกิจ ผมก็เขียนอยู่ 2 อย่างคือ management education เกี่ยวกับเรื่อง MBA ผมก็จะคุยกับอาจารย์ทั้งหลาย ตรงนี้ทำให้ผมสามารถสะสมองค์ความรู้จากอาจารย์พวกนี้ แล้วหลังจากนั้นผมก็นำมาวิเคราะห์พวกการบริหารจัดการ ซึ่งในขณะนั้นหนังสืออื่นไม่ได้ให้ความสำคัญกับเรื่อง management ผมอ่านหนังสือเกี่ยวกับพวกนี้ แล้วก็ไปคุยกับอาจารย์ที่เป็นกูรู คุยกับผู้บริหารโดยใช้ประเด็นด้าน management กับ marketing เข้าไป
 

 

ผมมี 3 ตัวคือ management, marketing และ strategy ผมก็สะสมองค์ความรู้ แล้วก็ไปเรียน MBA ที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ตรงนี้เป็น formal education ทำให้เราสร้างฐานตรงนี้ขึ้นมาได้ ซึ่งคนอื่นไม่มี ในทางด้านสื่อ ในฟิลด์นักข่าวยังไม่มีตรงนี้ จะมีนักข่าวการตลาด นักข่าวการเงิน นักข่าวแบงก์ชาติแต่ไม่มี management, marketing และ strategy ซึ่งวิเคราะห์เป็นสกู๊ปทุกสัปดาห์

 

alt

 

ถือว่าเปิด Blue Ocean ของตัวเองตั้งแต่ตอนนั้น

 

โดยเราไม่รู้ตัว แต่คนอื่นที่อยู่ใน
เซกชั่นเขาก็ทำอย่างอื่นไป

 

เวลานั้นคิดเรื่องกลยุทธ์ของตัวเองด้วยหรือไม่

 

คนส่วนใหญ่โดยเฉพาะคนไทยไม่ได้วางอะไรไว้หรอก ถ้าจะมาพูดกัน ถ้าใครมาพูดว่าวางไว้ผมว่าก็แบบมาพูดให้หรูนะ คนไทยเรามีงานทำได้เงินก็พอแล้ว ผมนะชอบตรงนี้ แล้วเราก็พัฒนา ถามว่าจะเป็นไปเพื่ออะไร เพื่ออนาคตจะเขียนพ็อกเก็ตบุ๊คเป็นอาจารย์ไม่ได้คิดหรอก ผมคิดว่าถ้าทำในสิ่งที่เรารัก และพัฒนาตัวเองทุกวันตามหลัก
ไคเซ็นคือดีขึ้นทุกวันดีขึ้นทุกวัน จะทำให้เรามีอนาคต

 

ไม่ใช่แบบทางตะวันตกที่คิดวางแผนชีวิตเอาไว้ก่อน

 

ไม่ใช่ 3 ปีเราจะมีเงินหนึ่งล้าน สิบล้าน เราจะเป็นเจ้าของธุรกิจ แล้วถ้าไม่เป็นละ คือชีวิตจริงๆ ตั้งเป้าอย่างนั้นไม่ได้ ต้องมีการปรับตลอดเวลา สมมติคุณเป็นเซอร์อเล็ก เฟอร์กูสัน จัดตัวนักเตะลงสมมติมีตัวเจ็บ ตัวนั้นลงไม่ได้ ตรงนี้ในทางกลยุทธ์เรียกว่า incremental คือถ้าสถานการณ์พลิกแปรผันขึ้นมาคุณต้องปรับตัวตลอดเวลาพร้อมปรับเปลี่ยนเอาตัวสำรองลงไป ปรับรูปแบบการเล่นให้สามารถขยี้คู่แข่งขันได้ ชีวิตมันเปลี่ยนแล้วยิ่งในช่วงสิบกว่าปีนี้ อุตสาหกรรมนี้มีการเปลี่ยนแปลงเยอะ
 

 

ตั้งแต่ปี 2540 มีการตกงานกันเยอะมาก ปี 40 นักข่าวเกือบสูญพันธุ์ผมเขียนบทความชิ้นหนึ่งใน GM ว่า ปี 2540 นักข่าวไทยกำลังจะสูญพันธุ์ ตอนนั้นคือตายหมดเลย ทุกคนแตกกระจายหมด แล้วคนเก่งๆ ช่วงหลังไม่เข้ามา สมมติคุณจบ MBA มาเป็นนักข่าวแล้ววันดีคืนดีอุตสาหกรรมล่มสลายอนาคตที่คุณวางไว้จบเลย พออย่างนั้นก็มีปัญหา หลังปี 40 วงการนักข่าวก็สร้างใหม่ เด็กรุ่นใหม่ก็มีปัญหาไม่ได้เก่งมาก ส่วนคนที่อยู่มาก็ลำบากจะไปทำอะไรดี จะไปอย่างไรดี

 

เป็นคนเก่งที่ต้องไปหาอาณาจักรของตัวเองหาพื้นที่ตัวเอง

 

คือเวลานั้นคุยกันเราคิดว่าเราน่าจะสร้างอะไรของเราขึ้นมาสักอย่างให้มั่นคง เราจะได้ไม่ต้องมีปัญหา เจอการเมืองในองค์กร ถ้าเราสร้างอะไรเป็นของเราเหมือนกับเราสร้างเรือมาแล้วเรารู้ว่าจะคุมอย่างไรไม่ให้ล่ม แล้วเราจะอยู่ได้สุขสบาย แต่จริงๆ ไมได้เป็นอย่างนั้น เพราะเจอวิกฤต

 

(ธันยวัชร์ออกจากผู้จัดการร่วมทำนิตยสารธุรกิจหลายเล่ม ทั้ง Property Market, Corporate Thailand, Thaicoon เป็นที่ปรึกษาบริษัทประชาสัมพันธ์ รวมทั้งช่วยเพื่อนพ้องในวงการเขียนบทความส่งให้ตามหนังสือต่างๆ อีกหลายเล่มจนมาเริ่มทำนิตยสาร BrandAge)

 

ช่วยเล่าตอนเริ่มทำ BrandAge

 

ในเวลานั้นเศรษฐกิจไทยกำลังจะฟื้น ประมาณปี 2543 ก็คิดว่าน่าจะมีนิตยสารทางการตลาดขึ้นมาสักเล่มหนึ่ง ถ้าจะพูดเป็นมวยคือ มวยไม่มีเข็มขัดแต่มีตำแหน่งว่างอยู่ น่าจะสร้างหนังสือขึ้นมาสักเล่มหนึ่ง เขาก็สร้าง BrandAge ขึ้นมา ผมเข้าใจว่าเขาน่าจะได้ไอเดียชื่อหนังสือมาจาก Advertising Age เวลานั้นแบรนด์ยังไม่มาเท่าไหร่

 

เล่มแรกก็ controversial มากเอารูปก้นผู้หญิงลง แล้วก็หาโฆษณาอะไรไม่ได้นะ แต่ก็เป็นปรากฏการณ์ใหม่ขึ้นมาคือ หนึ่งหน้าปกสวย กราฟฟิกเยอะ สองคือทันสมัย มีเนื้อหาเรื่องจากปกโอเค เป็นส่วนผสมที่ลงตัว อีกสิ่งคือเรามีงานวิจัย

 

หนึ่งคุณออกหนังสือที่ตลาดต้องการ คือข่าวการตลาดในรายวันช่วยไม่ได้ไม่ตอบโจทย์ แล้วตอนนั้นเศรษฐกิจก็ต้องการใช้การตลาด  ชื่อหนังสือดี  ปกดี  เลย์ดี  สี่คนโอเค ห้ามีรีเสิร์ช หกเดินสายไปทำอีเวนท์ ทำแคมปัสรีครูทเมนท์ไปจับตามนักศึกษา เดือนแรกๆ ขายโฆษณาไม่ได้เท่าไหร่ หลังจากนั้นประมาณปีหนึ่งเอเจนซี่เริ่มเห็น ประมาณปีที่สองปลายๆ หนังสือเริ่มจะอยู่ได้ ประมาณปี 45

 

เวลานั้นทักษิณ (ทักษิณ ชินวัตร) ก็มาเป็นนายกรัฐมนตรี แล้วแกก็ใช้การตลาดนำ ทำให้การตลาดอยู่ในความสนใจแล้ว
แบรนด์ก็เป็นแกนกลางการตลาด ผมก็ไปเขียนบทความอยู่ 2 คอลัมน์ คือ World Class และเรื่องแบรนด์ต่างๆ ในระดับโลก และเขียน Marketing Thought แล้วก็เขียนสกู๊ปแล้วแต่ที่จะสั่งให้ทำอะไร

 

เขียนไม่มากแต่ impact แรง

 

หนึ่งคืออยู่ในหนังสือที่เหมาะสม อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม สามเราเขียนเนื้อหาสั้นๆ แต่โดนตรง ทำให้คนคิดว่าผมนี่เก่งการตลาด จริงๆ ผมก็ไม่ได้เชี่ยวชาญอะไรมากหรอก ก็มีคนชวนผมไปบรรยาย อย่างปูน
ซิเมนต์ไทย ก็ชวนมาตั้งแต่ 5-6 ปีที่แล้ว แล้วก็มีคนอื่นๆ มาชวนไปบรรยายอย่างต่อเนื่อง เวลานั้นผมเข้าใจว่านักการตลาดหรือผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดก็ขาดแคลน จะมีอยู่ยุคหนึ่งที่เก่งไปเลยอายุสัก 60 ปี แต่อายุสักปลาย 30 ไม่มี ขาดช่วงแล้วต่อไม่ติด จะสังเกตว่าแม้แต่พนักงานก็ขาดช่วงเพราะประมาณปี 40 ไม่มีการรับเลย จนมารับประมาณปี 45 หายไปประมาณ 5 ปี นักการตลาดการเงินมีปัญหาหมดเลย คนที่จะไปบรรยายก็มีปัญหา คนเก่าๆ ก็คิดค่าตัวแพงมาก อย่างเราไม่มีปัญหาอย่างไรก็ว่ากันไปตามเรตคุณไป เพราะฉะนั้นก็มีงานพวกนี้เข้ามาบ้าง

 

(นอกจากนี้ธันยวัชร์ยังเป็นผู้จัดรายการวิทยุมาตั้งแต่ปี 2537 จนถึงปัจจุบันในหลากหลายคลื่น ทั้งหมดเป็นรายการทางด้านธุรกิจ รวมไปถึงการร่วมรายการทีวี ตั้งแต่เป็นผู้ร่วมรายการ พิธีกร คอมเมนเตเตอร์ ที่เห็นชัดที่สุดในปัจจุบันคือรายการเอสเอ็มอีตีแตกทางช่อง 5)

 

เอสเอ็มอีตีแตกคอนเซปต์มาว่าต้องโหดต้องแรง

 

ก็คือถามแรง แต่ตัวผม ผมเป็นคนมีสามบุคลิก โหด มัน ฮา ในวิทยุ คิดอะไรไม่
ออกบอกธันยวัชร์จะฮามาก แล้วเสริมด้วยความรู้ ส่วนเอสเอ็มอีตีแตกคือ โหดแล้วต้องมัน ฮาจะน้อย รูปแบบจะเป็นลักษณะนี้ คือต้องผสม ส่วนผสมของเราเอง

 

เอสเอ็มอีตีแตกคือจะต้องทำให้เกิด ต้องโดนแล้ว รายการนี้มีประโยชน์ถามว่าคุณจะตรึงคนอย่างไร ถามแรงถามให้โดนแล้วคนรู้สึกว่าเราไม่ได้รังแกเอสเอ็มอีนี่และตรึงคนได้ตรงนี้ลำบาก ผมต้องทำการบ้านมาก ถามอะไร ถามไม่ซ้ำ และช่วยชี้แนะเอสเอ็มอีด้วย นี่คือบทบาทผม

 

เวลาจะถามคนที่มาร่วมรายการต้องเตรียมตัวอย่างไร

 

ผมต้องได้รายละเอียดมาก่อน ว่าเขาทำธุรกิจอะไร สินค้าคืออะไรจุดอ่อนจุดแข็งเขาคืออะไร เป้าหมายคืออะไร กลยุทธ์เขาคืออะไร จากนั้นทีมงานก็จะมาเล่าให้ผมฟังในรายละเอียดชี้ช่องให้เรา แล้วผมก็ดีไซน์ว่าจะถามอะไรคร่าวๆ แล้วเวลาที่ผมไปเจอในทีวีจะไม่เหมือนกันนะ เวลาออกทีวีจริงๆ เป็นอีกแบบหนึ่ง เหมือนรบบนกระดาษกับรบในสนามอีกอย่างหนึ่ง เวลาเราอยู่บนเวทีการที่เราเป็นนักข่าวเราอยู่กับการถามมาตลอดชีวิต เวลาเราอยู่ในรายการเรารู้ว่าเราจะถามอะไร รู้ว่าคำถามไหนจะตรึงคน ต้องทำหน้าตาทำเสียง พูดตรงๆ ว่าการทำทีวีคือการแสดง การทำทีวีอยู่ในธุรกิจที่ตรึงไม่ให้คนย้ายช่อง ทำรายการสาระทำง่ายจะตาย แต่สาระบวกบันเทิง สนุกด้วยให้คนได้ความรู้ด้วยยาก บางสัปดาห์ก็อัด 2 ตอน เป็นสิบชั่วโมงเลย ระหว่างถามนี่ถ่ายกัน 3 ชั่วโมง

 

ต้องคิดวิเคราะห์มาก

 

จะทำอย่างไรที่เราจะให้เหตุผลว่าให้แตกหรือไม่ให้แตก ต้องมีเหตุผล ไม่ใช่แถไปว่าให้แตกหรือไม่ให้แตก มหาชนต้องยอมรับด้วยว่าที่ไม่แตกเพราะอะไรที่แตกเพราะอะไร ไม่ใช่ไปตีเขาอย่างเดียวต้องชี้แนะเขาด้วย คุณต้องทำอย่างนี้ ต้องไปอย่างนี้ เพราะเรากำลังบอกว่า เอสเอ็มอีคุณจะสามารถเดินได้หรือวิ่งได้ แต่คุณมาออกรายการนี้คุณกำลังจะบิน คุณกำลังบอกว่าฉันจะบินอย่างไร และผมจะบอกว่าคุณบินอย่างนี้ไม่ได้ เพราะคุณจะไปชนนกชนไม้ ทักษะที่ใช้ในการบินการเดินไม่เหมือนกัน

 

เป็นการชี้นำหรือชี้แนะ

 

ชี้แนะ คือเขาจะทำหรือไม่เป็นเรื่องของเขา เอสเอ็มอีส่วนใหญ่ที่ประสบความสำเร็จเขาก็ต้องมีอีโก้อยู่แล้ว เขาบอกว่าคุณจะรู้ดีกว่าผมได้อย่างไร ก็ผมทำแบบนี้ผมยังเจริญเติบโตมาขนาดนี้ แล้วคุณไม่ได้อยู่ในธุรกิจผม ผมไม่จำเป็นต้องเชื่อคุณ

 

นี่คือปัญหาของนักวิจารณ์ที่หลายคนถูกย้อนถามกลับ

 

แต่คุณอย่าลืมว่า มูรินโญ (โค้ชฟุตบอลทีมอินเตอร์มิลาน) ไม่ได้เป็นนักบอลนะ แต่มูรินโญเป็นโค้ชที่เก่ง สามารถนำทีมเป็นแชมป์ยุโรป แชมป์พรีเมียร์ลีกได้ หรือเซอร์อเล็ก เฟอร์กูสัน (โค้ชฟุตบอลทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด) ก็ไม่ได้เป็นนักบอลที่เก่งแต่เป็นโค้ชโคตรเก่งเลย หรือเอกราช เก่งทุกทางก็ไม่ได้เป็นนักบอลที่เก่ง แต่เป็นนักพากษ์ที่เก่ง เพราะฉะนั้นไม่เหมือนกัน
 

 

alt

 

มีคนไปถาม ปีเตอร์ ดรักเกอร์ ทำไมไม่ไปทำเองละ เขียนหนังสือเก่ง เขาก็บอกว่า คนบางคนเก่งในทางเป็นโค้ชไม่ได้เก่งทางลงไปเล่น ดูนักบอลเก่งๆ มาเป็นโค้ชหลายคนก็ไม่ประสบความสำเร็จ นักเตะบางคนอาจจะเป็นโค้ชที่เก่งก็ได้ แต่ของบางอย่างไม่มีสูตรสำเร็จ อยู่ที่ว่าสิ่งที่เราชี้แนะนั้นนำไปใช้ประโยชน์ได้หรือเปล่า

 

เขาบอกว่า ผมไม่ได้จบมาร์เก็ตติ้ง ผมไม่รู้หรอกนวัตกรรมคืออะไร ผมก็บอกว่า การตลาดคือสามัญสำนึก เพราะอะไร ตัน โออิชิ ก็ไม่ได้เรียน เทียม โชควัฒนา ก็ไม่ได้เรียน สตีฟ จ็อบส์ ก็ไม่ได้เรียน เดลล์ก็ไม่ได้เรียน แต่วันที่คุณลงไปทำแล้วจะมาบอกว่า เฮ้ย เราไม่ได้เรียนมาวะ ไม่จำเป็นทำก็ทำไปเลย เซนส์จะบอกเอง

 

แล้วจะเรียนการตลาดทำไม

 

ก็คุณไม่ได้ทำนี่ ถ้าคุณจะเข้าวงการตลาดคุณจะต้องเรียนก่อน เพราะคุณไม่ได้เป็นคนทำ คนทำเหมือนถูกถีบตกน้ำไปแล้วไง จะมาบอกเราไม่ได้เรียนว่ายน้ำมา ก็ตายพอดี ความหมายผมคือ marketing sense

 

ถามว่าคนจีนทำไมขายเก่ง เพราะคนจีนมี sense ทางการค้ามาก

 

มีสัญชาตญาณ

 

อาจจะเป็นสัญชาตญาณด้านนี้ แต่คนไทยไม่ใช่ คนไทยนี่ราชการ อะไรที่มั่นคง แต่จีนนี่อะไรแบบนี้ พวกใช้ตะเกียบนี่จะเป็นแบบนี้ ญี่ปุ่น เกาหลี ฮ่องกง สิงคโปร์ จีน

 

แล้วคุณเองเป็นคนที่ได้กลิ่นทางการตลาดด้วยหรือไม่่

 

ได้ ผมเห็นอะไรผมก็นึกการตลาด ไปซื้อของก็คิด ทำไมตรงนี้บริการไม่ดี ทำไมเป็นแบบนี้ คือผมเคยถามคุณก้องเกียรติ โอภาสวงการ ว่า ทำไมอาจารย์เก่งเลขเหลือเกิน แกก็ตอบว่า คุณรู้ไหมสมัยผมเป็นเด็กๆ เวลาผมนั่งรถเมล์ ผมเห็นทะเบียนรถผมถอดรูทเลยนะ คือสนุกกับเรื่องพวกนี้

 

เวลาผมเจอเหตุการณ์อะไร อ่านข่าว ผมก็จะคิดในเชิงกลยุทธ์ด้านการตลาดตลอดเวลา คือเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต เพราะเวลาผมสอนหนังสือผมจะยกเคสตลอด และเคสก็จะเป็นเคสใกล้ตัว ยกตัวอย่างเช่น เวนน์ รูนีย์ (ศูนย์หน้าทีมชาติอังกฤษและแมนเชสเตอร์ 
ยูไนเต็ด) ช่วงต้นปีเตะบอลไม่ค่อยเข้าประตูเลย แต่เมื่อฟาร์เบโร (โค้ชทีมชาติอังกฤษ) เปลี่ยนบอกไม่ต้องวิ่งทั่วสนามหรอกอยู่ในเขตโทษก็พอ ตรงนี้คือการเปลี่ยนสไตล์ เหมือนในเชิงการตลาดขอให้คุณอยู่ถูกที่ถูกเวลา เวนน์ รูนีย์ ตัวเตี้ย โหม่งไม่ได้ แต่ล่าสุดโหม่งไป 8 ประตู แสดงว่าขอให้คนอยู่ถูกจังหวะและขอให้มีคนโยนมาให้ถูก ก็เหมือนการตลาด

 

ฟุตบอลก็เหมือนการตลาด

 

แน่นอน ผมชอบฟุตบอลเพราะกลยุทธ์ การตลาด การจัดการ ถามว่าผู้จัดการทีมถ้าตัวผู้เล่นมีปัญหาหมดคุณจะทำอย่างไรให้แต่ละตัวทดแทนกันได้ ถ้าคุณมีเงินจำกัดคุณจะทำอย่างไรที่จะซื้อนักเตะให้มีประสิทธิผลที่สุด เพราะฉะนั้นจะมีศาสตร์ที่เรียกว่า Ninety Minute Manager คือทำอย่างไรให้ใน 90 นาทีคุณจะมีชนะหรือแพ้

 

ที่อ่านงานของคุณบางครั้งก็ไปดึงเอาสามก๊ก เอาเรื่องต่างๆ มาประกอบเพราะอะไร

 

ผมคิดว่าต้องมีการผสมผสานกัน ศาสตร์แต่ละศาสตร์ inter disciplinary ถ้าคุณอ่านการตลาดแล้วคุณใช้แต่ฟิลิป คอตเลอร์ อะไรอย่างนี้ ก็จะมีปัญหาเพราะเป็นบริบทของต่างประเทศ สองจะเป็นการตลาดที่แบน ถ้าคุณจะเขียนเกี่ยวกับการตลาดแล้วคุณไปหยิบคอตเลอร์มาทุกคนก็หยิบหมดคุณก็เขียนเหมือนคนอื่นใช่ไหม แต่คุณต้องมีความสามารถในการหยิบจับอะไรสักอย่างหนึ่ง ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกันดึงมาอธิบายในเชิงการตลาดหรือกลยุทธ์ให้ได้ ซึ่งตรงนี้จะทำให้เรามีความลึก มีความแปลก ถามว่าคอลัมนิสต์มีตั้งหลายคนทำไมต้องมานั่งอ่านคุณละ คุณต้องหามุม ต้องสร้างลีลา ต้องดึงอะไรที่ไม่เกี่ยวข้องมาสร้างสรรค์ความเป็นตัวของคุณ คือเป็น Blue Ocean เข้าไปในถิ่นที่ไม่เคยมีใครไปมาก่อน ต้นทุนต่ำ แตกต่าง ลดเพิ่ม สร้างเลิก อะไรก็ว่าไป

 

อย่าลืมว่าตอนนี้คอลัมนิสต์นี่ตรึมเลยนะ ผู้บรรยายก็มากมาย ทำไมต้องมาจ้างคุณละ

 

คุณวางตำแหน่งการตลาดของตัวเองว่าอย่างไร

 

ผมคือนักกลยุทธ์การตลาด (strategic marketer) ที่มาจากสายสื่อ ผมเป็นแบบ มัลคอม แกลดเวลล์ หรือแบบธมัส ฟรีดแมน คริส แอนเดอร์สัน โตมาจากการเป็นสื่อมวลชน และเขียนหนังสือ แต่ผมไม่ถึงขั้นสร้างทฤษฎีนะ ที่มาผมคือการเป็นสื่อมวลชน การได้มาซึ่งความรู้ของผมคือการได้ความรู้จากความคิดคนอื่น ผสมกับการอ่าน วิเคราะห์ เขียน พูด จากทั้งหมดก็สร้างองค์ความรู้ของเราและสร้างตัวตนขึ้นมาใหม่ นี่คือสไตล์ผม ซึ่งก่อนหน้านี้สไตล์นี้ไม่ค่อยมี

 

การวางแผนให้อยู่ใน position ของตัวเองทำได้อย่างไร

 

คือตอนแรกเราก็ไม่ได้คิด คือผมก็รู้ว่าการวางตำแหน่งว่าต้องเป็นตำแหน่งแบบนี้ competitive position ต้องอยู่ในจุดที่ใครเข้ามาแข่งไม่ได้ แล้วคุณก็ต้องพยายามปรับ สร้างทางของตัวเองตลอด 

 

วิธีการของผมคือผมจะใช้สื่อคร่อมไปคร่อมมา ผมก็มีนิตยสาร MKT คือหนังสือกลยุทธ์การตลาดและการจัดการ  คือผมคิดว่าผู้บริหารไม่ซื้อหนังสือ จะให้ซีอีโอไปซื้อหนังสือ หรือสมัครสมาชิก หรือเอสเอ็มอีที่มีศักยภาพจะซื้อหนังสือไหม อาจจะซื้อหรือไม่ซื้อ ทีนี้เอเจนซี่ชอบถามว่าแล้วของคุณรู้ได้ไงว่าใครอ่าน แล้วในอนาคตเผื่ออ่านในอินเทอร์เน็ตหมดจะว่าอย่างไรละ ถามว่าถ้าผมให้เล่มนี้คุณฟรี กับอินเทอร์เน็ตคุณจะอ่านตรงไหน ผมก็ส่งไปให้เลย ไม่วางแผง ส่งถึงบ้านเลย เวลาเราไปพรีเซนต์โฆษณาเราก็มีข้อมูลคนอ่านไปให้ โปรไฟล์ของผมกับทาร์เก็ต มาร์เก็ต โอเคไหม ไม่ต้องอ่านเยอะนะ ซีอีโอนี่ผมปรับกฎ 80:20 เป็น 99:1 เปอร์เซ็นต์ ซีอีโอมีหนึ่งเปอร์เซ็นต์ แต่มีกำลังซื้อสูง 

 

อีกอย่างคือผมไปทำ GM เราทำนิตยสารแจกฟรี คือตอนนี้ผมเชื่อโมเดลแจกฟรี เพราะถึงจะมี iPad มีอะไรก็ไม่กลัว เพราะถ้าให้ดูทางอินเทอร์เน็ต กับกระดาษผมเลือกกระดาษถ้าฟรีทั้งคู่ ผมว่าฟรีนี่ถ้าคุณอ่านหนังสือของ คริส แอนเดอร์สัน ฟรีคือ The Next Trend ผมก็ทำหนังสือ Business Lifestyle Magazine คือ MKT นี่ระดับสูงใช่ไหม GM Business คือ เจนวาย นักศึกษาปี 4 ถึงคนทำงานเริ่มต้น ผู้บริหารระดับกลางๆ กลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่ช็อปปิ้ง ที่ซื้อของ วิธีแจกก็ง่ายๆ คือพวกนี้อยู่ที่ไหนก็ไปแจกที่นั่น ถ้าคุณเห็นจะปรับตลอดเวลา เพราะคนรุ่นใหม่ไม่อยู่กับที่

 

ผมก็มีหนังสือผมเล่มหนึ่งชื่อ Case Study ผมเขียนมาประมาณสิบปีแล้ว ปีหนึ่งผมออกประมาณ 2 เล่ม ตรงนี้เป็นการต่อยอดของผม ผมเป็นคอลัมนิสต์หลายเล่ม ผู้จัดการรายสัปดาห์ จีเอ็ม แบรนด์เอจ พ็อกเก็ตบุ๊คก็มีประมาณเกือบ 20 เล่ม 

 

คุณดูผมเป็นบรรณาธิการหนังสือ ผมเป็นคอลัมนิสต์ ผมมีหนังสือของผมเองเป็นรายครึ่งปี และผมทำพ็อกเก็ตบุ๊คตลอด  ผมมีรายการวิทยุ Business connection ผมเป็น commentator  101.5 ผมจัดทรูวิชั่น ทุกวันจันทร์รายการ Economic Time เป็น commentator ทางการตลาด แล้วผมก็เป็นกรรมการเอสเอ็มอีตีแตก

 

ผมใช้กลยุทธ์และการตลาดเป็นแกนกลาง แล้วใช้พวกนี้ล้อมเป็นการสื่อไป อย่างไรก็ต้องรู้จักกันสักที ไม่อ่านหนังสือก็ต้องดูโทรทัศน์ ฟังวิทยุ คอลัมนิสต์ก็ต้องโดนสักที
 

 

alt

 

ใช้อะไรเป็นแก่นแกน

 

เวลาพูดเราพูดผมใช้ strategic กับ management ในการเข้าถึง marketing คือ strategic marketing กับ marketing management เข้าไป ตัวกลางคือ marketing 

 

คืออย่างไรก็ต้องโดนสักที เอสเอ็มอีตีแตกเป็นแมส เอาโหดมันส์ วิทยุก็แมสในเชิงกรุงเทพมหานคร แล้วพวกนิตยสารก็จะเป็นนิชไปของแต่ละอัน ตรงนี้ทำให้เรามีงานในเรื่องบรรยาย และที่ปรึกษาอยู่บ้าง

 

กลยุทธ์สำคัญที่สุด

 

คือผมชอบเรื่องกลยุทธ์มานานแล้ว ผมหาหนังสืออ่านศึกษาสามก๊ก คุยกับนักกลยุทธ์แลกเปลี่ยนมาเป็นสิบปี หัวใจผมคือผมใช้กลยุทธ์ไปจับ หนังสือสามก๊ก เลียดก๊กหนังสือกลยุทธ์ต่างๆ ผมสนใจ แล้ววิเคราะห์ผมจะวิเคราะห์กลยุทธ์ ผมไม่ใช่นักมาร์เก็ตติ้ง 4 p คือเวลาผมมองผมมองกลยุทธ์ หรือถ้าคุณดูเอสเอ็มอีตีแตก ผมก็วิเคราะห์กลยุทธ์ว่าจะแตกหรือไม่แตก ผมตีที่กลยุทธ์

 

ขนมปัง ปังเว้ยเฮ้ย มี 8 สาขา สูงสุดขายประมาณสาขาละพันหนึ่ง เป้าหมายบอกสองหมื่น กลยุทธ์คืออะไร หนึ่งเปิดสาขา 6 สาขา สาขาละพันอย่างมากก็ 14,000 บาท อีกหกพันมาจากไหน หกพันมาจากแคเตอริ่ง ผมถามว่าเขาจะซื้อคุณหรือ เพราะคุณทำขนาดเล็ก แล้วคุณไม่มีเครื่องดื่มคุณจะทำอย่างไร แล้วจะบี้เจ้าเก่าเขาได้อย่างไร สามคุณบอกว่าจะเอารถมาขาย คือการที่คุณอยู่ได้เพราะคนแถวนั้นเขาไม่มีอะไรกินเกษตรนวมินทร์ รามอินทรา แต่คุณเข้าเมืองของกินเต็มเลย ถ้าคุณเอารถมาขายไม่ใช่สดจากเตาไม่อร่อยนะ เพราะฉะนั้นกลยุทธ์ไม่ตอบโจทย์

 

วิธีวิเคราะห์ด้วยการมองทางกลยุทธ์

 

ผมเป็นนัก case study เขียนมาตั้งสิบกว่าปี แล้วเวลาผมวิเคราะห์เคสไม่ต้องใหญ่มาก เล็กๆ ผมก็วิเคราะห์ อะไรก็วิเคราะห์ได้ ทำไมต้องสีเขียว ทำไมต้องเอาบ้านเก่ามาทำร้านกาแฟ

 

วันนี้ผมพูดในวิทยุ ถ้าเทียบระหว่างวาวีกับสตาร์บัคส์คุณว่าจะไปที่ไหน หนึ่งโปรดักส์ วาวีกับสตาร์บัคส์อร่อยไม่แตกต่างกัน สองราคาวาวีเหนือกว่า สามสถานที่วาวีร่มรื่นกว่า มีความหลากหลายมากกว่า โปรโมชั่นไม่มีทั้งคู่ ถ้าวาวีเยอะกว่านี้สตาร์บัคส์จะตาย

 

ผมถึงบอกปังเว้ยเฮ้ยว่า วันหนึ่งโรตีบอยคนกินเต็มเลยแล้วเลิกกินเจ๊งเลย แล้วถามว่ารูปแบบการทำธุรกิจคุณไม่ได้มีรูปแบบเดียว สุดท้ายคนก็เบื่อ ผมกำลังบอกว่าทำไมคุณไม่ทำแบบวราภรณ์ ซาลาเปา จากคีออส ทำเป็นร้าน ซื้อกลับบ้านได้ นั่งกินก็ได้ ตรงนี้ผมกำลังบอกเขา ถ้าคุณจะยั่งยืนคุณต้องเปลี่ยนรูปแบบการทำธุรกิจ เพราะอย่างแมคโดนัลด์ คิดว่าเปิดสาขาใหม่แล้วยอดเพิ่ม ไม่เพิ่ม ก็เปิด 24 ชั่วโมงดีกว่า และเพิ่มของไปขายดีกว่า

 

เป้าหมายในชีวิตคืออะไร

 

รักษาระดับนี้ไปเรื่อยๆ รักษาสิ่งที่มีอยู่ตอนนี้ หมายถึงเน็ตเวิร์กกิ้งทำให้คงอยู่ ให้สร้างเป็นตาข่ายออกมา ถามว่าอยากรวย ก็ไม่ได้อยากรวยอะไร เพราะถ้าอยากรวยคงไม่ได้ทำแบบนี้ แต่ถามว่ามีความสุขไหมทุกวันนี้เราก็มีความสุขตามอัตภาพ คือเวลาไปเรียนเขาบอกต้องกำหนดเป้าหมาย แต่เป้าหมายอย่ากำหนดตายตัว ต้องพยายามเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ต้องสร้างเป้าหมายไปเรื่อยๆ ต้องพยายามทำให้ตัวเรา competitive คุณไม่สามารถหยุดพัฒนาตัวเองได้ อะไรใหม่มาคุณก็ต้องสามารถมองได้

 

อย่าง twitter  มีคนบอกผมมาเมื่อสองปีที่แล้ว ผมยังไม่เล่น ถึงจุดหนึ่งผมมาคิดว่านี่เป็นเรื่องเทรนด์แล้ว เราต้องลงมาเล่น ผมก็พยายามสร้างฐานเอาแฟนรายการผมมา ผมมีคนตาม twitter ผม 8,000 คนแล้ว  นี่เป็นช่องทางการสื่อสารในอนาคตเราอาจใช้twitter เป็นช่องทางสื่อสารการตลาดได้ จากtwitter เราไป facebook ถ้าคุณเชี่ยวชาญสองอันงานก็เข้าแล้ว

 

กับสื่อใหม่ๆ twitter facebook นี่คุณก็ค่อนข้างไว คิดอย่างไรกับสื่อพวกนี้

 

คือการเล่น twitter ผมเล่นอย่างมีชั้นเชิง ประมาณ 60 เปอร์เซ็นต์ ผมจะทวีต
อย่างมีเป้าหมายคนที่อ่านต้องได้อะไร สองคือเหมือนคนทั่วไปอิเหละเขะขะ จะไปเป็นนักกลยุทธ์อะไรทั้ง 24 ชั่วโมงอาจจะบ่นบ้างอะไรบ้าง แต่การบ่นของผม ก็เป็นการบ่นที่แฝงทางการตลาดและกลยุทธ์อยู่ เช่น ผมอาจจะบ่นว่าธนาคารไทยพาณิชย์ไม่เห็นเพิ่มวงเงินให้ผมเลย ทั้งที่ KTC เพิ่มให้ผมเท่าหนึ่งแล้ว นี่ดูเหมือนการบ่นใช่ไหม แต่ผมกำลังบอกว่า SCB ไม่มีการทำดาต้าเบสลูกค้าไงว่าลูกค้าคนนี้ใช้เป็นบัตรหลักขนาดนี้ สมมติผมซื้อของผ่อนแสนหนึ่ง ผ่อนแล้วจะใช้อะไรต่อละ แต่ KTC ให้ผมสองแสน แล้วคุณจะใช้บัตรอะไรละ ตรงนี้ผมกำลังบอกว่าคุณไม่ได้ทำ CRM กับลูกค้า ไม่มีดาต้าเบส เห็นไหม KTC เร็วตรงนี้ผมแฝงตลอด

 

มอง social network อย่างไร

 

สุดท้ายอย่างไรก็ต้องมา ความเป็นสื่อมวลชนของเราจะลดความสำคัญลง ถามว่าเราเก่งกว่าคนอื่นหรือ ถามว่าถ้าทุกคนมีช่องทางในการพรีเซนต์สิ่งที่คิดเขียน ผ่านบล็อกทำไมต้องมาพึ่งเรา ผมเป็นคนธรรมดาบังเอิญสนิทกับคุณตัน แล้วไปนั่งคุยกับคุณตันมาแล้วเอามาเขียนไว้ในบล็อกทำไมต้องรอให้คุณไปสัมภาษณ์ละ ทุกคนก็เป็น citizen journalist ทุกคนสามารถมีช่องทางในการสื่อ อย่าง facebook จะเป็นวีดีโอ เป็นอะไรได้หมดเลย ความสำคัญเราลดลงแล้ว อันตรายแล้วอาชีพเรา ถ้าไม่เก่งจริงลำบาก  

 

หาเงินมาได้ เรียนรู้ธุรกิจเยอะ แล้วคุณมีวิธีการใช้เงินอย่างไร

 

ผมชอบซื้อคอนโด เพราะผมคิดว่าในอนาคตที่ดินจะจำกัด และคอนโดที่ทำเลดี เริ่มจะแพงมากเพราะงั้นต้องเริ่มซื้อ คอนโดปล่อยเช่าง่าย ซื้อง่ายขายคล่องกว่าบ้านเดี่ยว ผมก็ซื้อพวกแอลพีเอ็น ซึ่งทำเลไม่ดีมากแต่ไม่แย่ สองราคาเขาเซ็ตไว้ดีมีแก๊ปถ้าคุณปล่อยเช่า ต้นทุนก็ไม่สูงมากนัก

 

พวกของเล็กส่วนใหญ่ผมซื้อหนังสือ ซื้อมาสิบปีนี่ซื้อมาประมาณล้านกว่าบาทแล้ว เพราะความรู้เปลี่ยนแปลงตลอดถ้าไม่ตามแล้วจะเอาอะไรไปทำมาหากิน เดือนหนึ่งซื้อสักหมื่นหนึ่ง

 

รถผมก็ไม่ได้ใช้ เพราะขับไม่เป็น ถ้าขับเป็นก็จะซื้อ แล้วก็เอนจอยไลฟ์ซื้อเครื่องเสียง กล้องนี่ว่าจะซื้ออยู่  ใช้ชีวิตของเรา

 

ถ้าลงทุนนี่ผมซื้อคอนโด แล้วกองทุนก็ซื้อพวก LTF RMF อะไรพวกนี้ ลงทุนกับความรู้ดีที่สุดเพราะต่อยอดได้

 

แต่ละวันใช้ชีวิตอย่างไรบ้าง

 

พวกเราเป็นชีวิตที่มีเดดไลน์ ผมทำเยอะขนาดนี้ ผมจะนอนดึกๆ ประมาณตีสามตีสี่แล้วตื่นสัก 11 โมงไปจัดรายการวิทยุ ถ้าไม่มีอะไรก็กลับมา ถ้ามีก็ไปบรรยาย หรือไปอัดรายการโทรทัศน์ ถ้าไม่มีอะไรก็ไปสัมภาษณ์ผู้บริหารมาเขียนข่าวทำข่าว  ตกเย็นก็มานั่งเขียนงาน แล้วมีออกกำลังกายบ้างประมาณ 20 นาที ดูทีวี อ่านหนังสือ ตั้งแต่มาเล่นพวกทวิตเตอร์ คือทวิตเตอร์นี่หยุดไม่ได้ถ้าหยุดแล้วจบ เหมือนต้องวิ่ง พวกนี้เป็นอนาคตคุณต้องรีบสร้างตอนนี้ อีกประมาณ 5 ปี ผมจะมีสัก 3-4 หมื่น  แล้วเฟสบุ๊คอีกละ สุดท้ายคุณอยู่วงการนี้คุณหยุดไม่ได้เลย

 

แล้วคุณ enjoy life ตอนไหน

 

คือคนเราถ้าทำงานในสิ่งที่รักก็มีความสนุกอยู่แล้ว ถ้าคุณไม่ enjoy ต่อให้คุณได้พัก 10 วัน ก็ไม่ enjoy เพราะทุกครั้งที่ทำงานเหมือนถูกบีบ แต่การที่ผมนั่งเขียนหนังสือ อ่านหนังสือ จัดวิทยุ ออกโทรทัศน์ ถ้าไม่ได้ตังค์ผมก็จะทำ ผมจัดวิทยุให้ 101.5 นี่ผมไม่ได้เงินนะ วิทยุผมได้เงินเล็กๆ น้อยๆ นี่ผมก็ทำเพราะเป็นสิ่งที่เราอยากทำ ผมทำเพราะเราอยากทำ แต่เป็นเครือข่ายได้ก็ดี ยิ่งอยากจะเอาอะไรคนอื่นเขาจะยิ่งไม่ได้
 

 

.............................................................................

 

เรื่อง วีระพงษ์ เจตน์พิพัฒนพงษ์

ภาพ ฐิติวุฒิ บางขาม 

มือถือ Samsung...Designer ที่เบ่งบานจากเถ้าถ่าน

 

alt

 

ถ้าหากโลกนี้ไม่มีความยุติธรรม ไม่มีการเคลื่อนผ่านจากยุคอนาล็อกสู่ดิจิตอล ป่านนี้ชื่อชั้น ตำแหน่ง ขีดความสามารถ ตลอดจนเทคโนโลยีการผลิตและพัฒนาสินค้าใหม่ๆ ของ Samsung คงไม่อาจขึ้นมาเทียบเท่า หรือบางช่วงถึงกับแซงหน้า Sony มหาอำนาจอิเล็กทรอนิกส์โลกได้

 

MAGAZINE

 

 

 



New News

  • Jul 12 , 2017

    บีโอไอเผยภาคเอกชนเดินหน้าลงทุนอุตสาหกรรมเป้าหมายรองรับประเทศไทย 4.0  ด้าน “นาชิ เทคโนโลยี” ขยายการลงทุนสู่การผลิตและซ่อมแซมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติสำหรับภาคอุตสาหกรรม ตั้งเป้าลดการนำเข้าจากต่างประเทศมูลค่ากว่า 700 ล้านบาทต่อปี

     

  • Jul 10 , 2017

    สายงานการเงินและบัญชี นับว่าเป็นสายงานที่สำคัญ ไม่ว่าจะเป็นองค์กรขนาดเล็กหรือองค์กรขนาดใหญ่ และต้องบอกได้ว่าสายงานด้านนี้ถือว่าเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานอย่างต่อเนื่องไม่ว่าจะเป็นยุคสมัยไหน รวมทั้งมีฐานเงินเดือนที่สูง และสามารถเติบโตในสายงานได้เป็นอย่างดี

    แต่ถึงแม้จะมีบุคลากรด้านบัญชีและการเงินอยู่มาก ทว่าคุณสมบัติที่บริษัทต่างๆ ต้องการกลับมีไม่มากอย่างที่คิด  จากประสบการณ์ในการคัดสรรบุคลากรให้กับบริษัทชั้นนำต่างๆ แมนพาวเวอร์กรุ๊ป ขอแนะนำคุณสมบัติของ Talent  ด้านบัญชีการเงิน ควรจะมีคุณสมบัติ ดังนี้

    1. การศึกษา  ส่วนใหญ่จะเป็นสายงานตรง ด้านบัญชี, การเงิน, เศรษฐศาสตร์ และสำหรับบางส่วนงานที่เป็นระดับมันสมองขององค์กร จะเลือกคนที่จบปริญญาตรี ด้านวิศวกรรม และปริญญาโทด้านการเงิน    ในหลายปีก่อน การศึกษาระดับปริญญาตรี ก็ถือว่าเพียงพอที่จะเป็นผู้บริหารระดับสูงในสายงานนี้ได้ถ้ามีคุณสมบัติครบถ้วน  แต่สำหรับปัจจุบัน การจบการศึกษาในระดับปริญญาโท มีความจำเป็นในการเป็นผู้บริหารระดับสูง โดยเฉพาะบริษัทขนาดใหญ่ที่มีพนักงานมากๆ ต้องการการบริหารจัดการที่มีความซับซ้อนขึ้น แต่สำหรับบริษัทข้ามชาติ จะยังพิจารณาจากความสามารถและประวัติการทำงานมากกว่าการศึกษา

    2. ประวัติการทำงานและผลงาน  Talent  ที่ดีในสายงานบัญชีการเงิน ไม่ควรเปลี่ยนงานบ่อยเกินไป หรือไม่เปลี่ยนงานเลย  ควรอยู่ในแต่ละที่เฉลี่ย 3-5 ปี และมีผลงานที่ชัดเจน หรือได้รับการประเมินผลที่ดีเยี่ยมในการทำงานที่ผ่านมา หากมีประสบการณ์ในการจัดทำระบบขนาดใหญ่ เช่น SAP จะยิ่งได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ

    3. บุคลิกภาพและทัศนคติ  การเป็นผู้บริหารสายงานบัญชีและการเงินในปัจจุบัน โดยเฉพาะบริษัทข้ามชาติจะต้องการคนที่ ความหนักแน่นในการทำงาน, มีเป้าหมายในการทำงานเน้นผลลัพธ์, มีความท้าทาย, สามารถทำงานภายใต้สภาวะกดดันได้  แต่ถ้าเป็นบริษัทชั้นนำที่มีขนาดใหญ่ในประเทศไทย มักต้องการคนที่มีวิสัยทัศน์, ความเป็นผู้ใหญ่,  มีความฉลาด และโดยรวมเกือบทุกบริษัทต้องการคนที่มีบุคลิกดี และมีทัศนคติในแง่บวก (Can Do Attitude)

    4. ภาษาอังกฤษ เป็นเงื่อนไขสำคัญประการหนึ่งที่ทำให้รายได้ของผู้ที่ทำงานในสายบัญชีและการเงิน มีความแตกต่างกันมาก ทั้งที่มีลักษณะเนื้องานเหมือนกัน เพราะปัจจุบันการติดต่อสื่อสาร กับบริษัทข้ามชาติมีจำนวนมากขึ้น จึงทำให้ทักษะทางด้านภาษา ที่ 2 หรือ 3 นั้นเป็นสิ่งสำคัญ และยิ่งสามารถ พูด อ่าน เขียน ได้เป็นอย่างดี รับรองมีโอกาสเติบโตในสายงานนี้อย่างแน่นอน

    5. อายุ ปัจจุบันการพิจารณาอายุของผู้สมัครเป็นสิ่งที่องค์กรต่างๆ ให้ความสำคัญโดยการพิจารณาคัดเลือกคน เกณฑ์อายุที่เป็นที่ต้องการในตลาด ได้แก่

    อายุ  28 – 32  ปี -           ระดับ Manager

    อายุ  32 – 37 ปี -           ระดับ Senior Manager

    อายุ 38 – 42 ปี  -           ระดับ Director

    อายุ 42 – 45 ปี  -           ระดับ C level , Top Management

    นับว่าสายงานบัญชีและการเงิน เป็นสายงานที่มีความน่าสนใจเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะหากคุณกำลังศึกษาอยู่หรือจบการศึกษา การเตรียมความพร้อมถือเป็นสิ่งที่สำคัญ และยิ่งคุณมีการพัฒนาตัวเอง เสริมทักษะทางด้านสายงาน ทั้ง Soft skill และ Hard skill ก็จะยิ่งทำให้คุณโดดเด่นในสายงานนี้แน่นอน และด้วยตลาดแรงงานยังคงมีความต้องการแรงงานในสายอาชีพนี้อยู่รับรองไม่มีตกงานแน่นอน

  • Jul 09 , 2017

    พลิกโฉมสำนักงานบัญชีไทยสู่ Digital Accounting Firm สร้างความเชื่อมั่นข้อมูลทางบัญชีและการเงินด้วยนวัตกรรม ในยุค Thailand 4.0

 

 

Editor Observation

  • Jun 02 , 2017

    “โลกสันนิวาสย่อมเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ” วลีนี้เป็นสัจธรรมที่ไม่มีใครเถียงได้ เพราะทุกอย่างย่อมมีเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป ทว่า “โลกสันนิวาส” สมัยนี้ ดูเหมือนจะเปลี่ยนเร็วกว่าสมัยพุทธกาลเป็นไหนๆ ด้วยพลังในการคำนวณและการจัดการกับข้อมูลจำนวนมากด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ของไมโครโปรเสดเซอร์ชิพและเครื่องไม้เครื่องมือทางด้านสื่อสารคมนาคมตลอดจนเทคโนโลยีการแปลงข่าวสารข้อมูลทั้งมวลให้อยู่ในรูปแบบดิจิทัล มันช่วยทำให้ “ความรู้” ที่เคยอยู่ในมือของคนจำนวนน้อยแพร่สะพัดเร็วขึ้นและแพร่ไปในอาณาเขตที่กว้างขวางขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ

  • Apr 26 , 2017

    สิ่งมีชีวิตเกือบทั้งหมดบนโลกใบนี้ ดำเนินไปได้ด้วยพลังงานจากดวงอาทิตย์ พลังงานของดวงอาทิตย์เป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับชีวิต ให้ชีวิตได้มีพละกำลังที่จะขับเคลื่อนดำเนินต่อไปและสืบสายพันธุ์ลูกหลานต่อไปได้เรื่อยๆ บนโลกใบนี้ (หรืออาจจะบนโลกใบอื่นด้วยหรือเปล่าก็ไม่รู้?) ตราบเท่าที่ “ดวงตะวันยังคงส่องแสง”

  • Apr 03 , 2017

    ยุทธจักร มีเดีย/เอ็นเตอร์เทนเมนต์มีจอมยุทธยอดฝีมืออยู่ไม่น้อย ที่ยังโลดแล่นอยู่ในวงการ และร่วมฝ่าคลื่นฝืนลมแห่งการเปลี่ยนแปลงอันรุนแรงอย่างกระแทกกระทั้น เพราะเนื่องมาแต่ Paradigm Shift ของเทคโนโลยีระดับโลกและพฤติกรรมการบริโภคสื่อของผู้คนอยู่ในขณะนี้

 

School Move

  • Mar 17 , 2017

    สถาบันแนะแนวการศึกษาคริมสัน ผู้นำที่ปรึกษาด้านการศึกษาระดับโลก เปิดสาขาใหม่ในกรุงเทพมหานครเพื่อผลักดันนักเรียนไทยและนักเรียนทุกคนทั่วโลก สามารถเข้าถึงเครือข่ายติวเตอร์ ที่ปรึกษา และผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ ที่คอยให้คำปรึกษากว่า 2,000 คนทั่วโลก

  • Feb 14 , 2017

    สมาคมแลกเปลี่ยนบุคคลากรไทย-จีน ร่วมกับเครือข่ายมหาวิทยาลัยจีน หรือ China Campus Network (CCN), สมาคมผู้สื่อข่าวไทย-จีน, สมาคมการค้าวิสาหกิจจีน-ไทย, ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศจีน กรุงเทพฯ, สำนักข่าวซินหัวประจำกรุงเทพฯ, สถานีวิทยุซีอาร์ไอประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และโรงเรียนภาษาสายสัมพันธ์ ร่วมจัดการแข่งขันภาษาจีน Friendship Cup ครั้งที่ 9 พร้อมผนึกกำลังในพิธีเปิดโครงการความร่วมมือระหว่างเครือข่ายมหาวิทยาลัยจีน องค์กรธุรกิจไทย-จีน สมาคมผู้สื่อข่าวไทย-จีน  และสถาบันการศึกษาไทย เพื่อพัฒนาบุคลากรไทยตอบสนองตลาดแรงงานและองค์กรไทย-จีนในปัจจุบัน

  • Feb 02 , 2017

                  วิสดอม เอ็นเตอร์ไพร์ส จับมือ Rugby School  แห่งสหราชอาณาจักรหนึ่งในโรงเรียนเอกชนชั้นนำที่มีชื่อเสียงและได้รับความเชื่อถือมากว่า 450 ปี เตรียมเปิดโรงเรียนนานาชาติ Rugby School Thailand   ชูจุดแข็งด้วยหลักสูตรพัฒนาการศึกษาแบบองค์รวม ด้วยงบลงทุนกว่า 1,500 ล้านบาท ตอบโจทย์การศึกษาทั้งในประเทศและกลุ่มประเทศ CLMV

Management

  • Jul 06 , 2017

    ครึ่งปีแรก ( 2560 ) ต่างชาติลงทุนไทยแล้ว 136 ราย มีเงินลงทุนที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ 3,743 ล้านบาท จ้างงานคนไทยเกือบ 3,078 คน

  • Jun 16 , 2017

    ภาควิชาการเงินและการธนาคาร คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จัดการสัมมนา “Fin Tech : Cashless World Payment” เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการเห็นช่องทางการรับเงินโฉมใหม่ ขยายโอกาสทางธุรกิจและกลุ่มลูกค้าใหม่ด้วยระบบชำระเงินรูปแบบใหม่ และเพื่อสร้างรายได้เพิ่มด้วยเทคโนโลยีการชำระเงิน ณ ห้องประชุมชั้น 6 เมื่อวันพุธที่ 29 มีนาคม 2560 ที่ผ่านมา

  • Jun 08 , 2017

    ผมเกิดมาในยุคสงครามเย็นที่สหรัฐอเมริกากำลังแผ่ขยายแสนยานุภาพอย่างถึงขีดสุด สมัยนั้น ทหารอเมริกัน ที่เราเรียกกันทั่วไปว่า “ทหาร จีไอ” พบได้ทั่วไปในบ้านเรา ตาคลี สัตหีบ อุบลราชธานี อุดรธานี โคราช นครพนม พัทยา... เพชรบุรีตัดใหม่ และพัฒน์พงศ์

 

Cool Case

  • Jun 21 , 2017

    ดร.มัทนา สานติวัตร กรรมการสภามหาวิทยาลัย เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการการตลาดสร้างสรรค์ธุรกิจ รุ่นที่ 8 Creative Entrepreneurial Marketing Project (CEMP) ของภาควิชาการตลาด คณะบริหารธุรกิจ

  • May 24 , 2017

    ในโลกที่เทคโนโลยีกำลังพลิกโฉมความคิดคนเกี่ยวกับสิ่งต่างๆ นาทีต่อนาที ทำให้เกิดนวัตกรรมใหม่ๆ ที่เกิดจากการต่อยอดการใช้งานของสิ่งที่เรารู้จักดีอยู่แล้ว เช่น ไฟส่องสว่าง อย่างนวัตกรรม “ไฟพื้นถนน เตือนคนเล่นมือถือ” 

  • Feb 14 , 2017

    อุทยานการเรียนรู้ TK park จัดเวทีบรรยายพิเศษว่าด้วยแนวโน้มนวัตกรรมห้องสมุดและแนวคิดการพัฒนาพื้นที่การเรียนรู้ การสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้สร้างสรรค์ และตัวอย่างโครงการส่งเสริมการเรียนรู้ที่ได้รับรางวัลระดับโลก ในงานประชุม สหปาฐกถาประจำปี TK Forum 2017 “Better Library and Learning Space: Trends and Ideas” ได้รับเกียรติจาก 3 วิทยากร จาก 3 ประเทศชั้นนำด้านการพัฒนาห้องสมุด เพื่อให้เกิดแนวคิดใหม่และเป็นแรงบันดาลใจในการปรับใช้พัฒนาต่อไปตามแนวคิด Learning in Digital Age ที่ประกาศเป็นแนวทางในปีนี้