MBA Talk

Comanche มั่งมีจากมันสมอง

มหาเศรษฐีของโลกยุคปัจจุบัน 4 ใน 10 อันดับแรก มาจากอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์และเว็บไซต์เริ่มจาก บิลล์ เกตส์ (Microsoft) เจฟฟ์ เบซอส ผู้ก่อตั้ง (amazon.com) มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก (Facebook) และ แลร์รี เอลลิสัน (Oracle Inc.) ขณะที่มหาเศรษฐีในประเทศไทยยังมาจากอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม อาหาร ค้าปลีก เป็นหลัก

ข้อมูลนี้สะท้อนเศรษฐกิจของประเทศไทยเทียบกับโลกแล้ว เราจะเห็นได้ว่า ประเทศไทยยังขาดอุตสาหกรรมที่สร้างจากมันสมองและทักษะของผู้ประกอบการในการเขียนชุดคำสั่งคอมพิวเตอร์ให้ทำงานเพื่อประโยชน์ต่างๆ เช่น การพิมพ์เอกสาร การตกแต่งรูปภาพ การบันทึกเสียง การช่วยจองตั๋วเครื่องบิน จองโรงแรม ทำบัญชี และอีกมากมายที่คอมพิวเตอร์กำลังช่วยให้ชีวิตมนุษย์สะดวกสบายขึ้นในทุกวันนี้ ซึ่งหากคอมพิวเตอร์ไม่มีซอฟต์แวร์ก็ไม่ต่างอะไรกับก้อนหินก้อนหนึ่งที่เอาไว้ทับกระดาษ

โลกยุคสารสนเทศ ซอฟต์แวร์เป็นองค์ประกอบสำคัญช่วยขับเคลื่อนโลกอยู่เบื้องหลังในแทบทุกวงการ เราสามารถใช้คอมพิวเตอร์ช่วยงานได้สารพัดอย่าง จากโทรศัพท์สมาร์ตโฟนในมือ แท็บเล็ตในกระเป๋า คอมพิวเตอร์บนโต๊ะทำงาน เปิดโอกาสให้เราสามารถสร้างสรรค์ผลงาน ติดต่อสื่อสาร และยังช่วยให้งานที่เคยซับซ้อนยุ่งยากในอดีตสะดวกรวดเร็วกว่าที่เคยเป็นมาในยุคก่อนคอมพิวเตอร์ การใช้ชีวิตโดยไม่มีคอมพิวเตอร์ในยุคปัจจุบันจึงเป็นสิ่งที่จินตนาการได้ยากมาก โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่อยู่ในเมืองใหญ่

จึงไม่น่าแปลกใจที่กลุ่มคนที่คิดสร้างสรรค์ซอฟต์แวร์จะกลายเป็นกลุ่มคนที่มีความมั่งคั่งติดอันดับโลก การสร้างความมั่งคั่งจากมันสมองและทักษะด้านการเขียนซอฟต์แวร์กลายเป็นทางเลือกที่คนรุ่นใหม่สนใจเลือกเป็นหนทางสู่ความมั่งคั่งของตน

 

เรื่องราวของ สมบูรณ์ ศุขีวิริยะ ประธานและผู้ก่อตั้ง บริษัท โคแมนชี่ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอไอ ผู้ผลิตซอฟต์แวร์ด้านโรงแรมรายใหญ่ของประเทศไทย คือตัวอย่างผู้ประกอบการซอฟต์แวร์ไทยแท้ที่สามารถสร้างความมั่งคั่งให้กับตัวเองได้อย่างน่าสนใจ เส้นทางความสำเร็จของสมบูรณ์และโคแมนชี่ สามารถเป็นกรณีศึกษาให้กับผู้ที่สนใจเลือกการเขียนซอฟต์แวร์เป็นหนทางสู่ความมั่งคั่ง เรื่องราวของพนักงานคีย์ข้อมูลในโรงแรมผู้ขยับสู่ตำแหน่ง ผู้บริหารด้านระบบคอมพิวเตอร์ในโรงแรมชั้นนำของประเทศไทย ก้าวสู่การเป็นเอ็มดีให้กับบริษัทผู้ผลิตซอฟต์แวร์โรงแรมรายใหญ่จากยุโรปก่อนออกมาก่อตั้งบริษัทผลิตซอฟต์แวร์ไทยแท้ที่สามารถครองตลาดประเทศไทยและบุกไปแข่งขันในตลาดต่างประเทศได้ จนล่าสุดนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ระดมทุนเพื่อขยายกิจการทำตามความฝันที่จะบุกต่อไปของสมบูรณ์ คือเส้นทางที่คนรุ่นใหม่อีกหลายคนใฝ่ฝันอยากจะเดินตาม และสมบูรณ์ก็พร้อมจะแบ่งปันประสบการณ์ที่ผ่านมาของตนเอง

จากพนักงานสู่ผู้ประกอบการ
ขณะที่ทำงานประจำในโรงแรมอันดับต้นๆ ของประเทศสมบูรณ์เคยคิดกับตัวเองว่า คงจะเป็นมนุษย์เงินเดือนไปตลอดชีวิต เพราะงานที่ทำอยู่มีรายได้ที่มั่นคง แต่เมื่อมีโอกาสเข้ามาจากประสบการณ์ที่อยู่ในธุรกิจโรงแรมมากว่า 10 ปี ใช้งานซอฟต์แวร์มาหลายประเภท และรู้ระบบงานต่างๆ ของโรงแรม ทำให้เขาตัดสินใจออกจากงานประจำมารับตำแหน่งเอ็มดีบริษัท Fidelio Software (Thailand) โดยได้หุ้นมา 15 เปอร์เซ็นต์ จัดจำหน่ายและดูแลลูกค้าที่ซื้อซอฟต์แวร์ของบริษัทนี้ไปใช้ เป็นการก้าวขาออกจากงานประจำที่เปลี่ยนชีวิตของผู้ประกอบการรายนี้

ต่อมามีจุดเปลี่ยนที่ทำให้เกิดบริษัทโคแมนชี่ขึ้นมาคือ Fidelio ถูกบริษัทจากสหรัฐอเมริกาซื้อกิจการไป ซึ่งทำให้สมบูรณ์ต้องมาคิดทางออกอยู่สองทาง คือ อยู่ต่อไป หรือ จะออกมาทำเอง

“ก็พบว่าไม่ไปต่อ มีเรื่องส่วนตัวด้วย และแนวคิดระยะยาวระยะสั้น ส่วนตัวผมคิดว่าผมทำกับ Fidelio เคมีผมเข้ากันกับคนที่เป็นประธานบริษัท ชอบเขาส่วนตัวเป็นเพื่อนกันได้ ทำงานสนุกไปด้วยกันได้ แต่พอเขาออกไปแล้ว ก็ไม่มีอะไรยึดเหนี่ยวเท่าไรแล้ว สองคือเราคิดว่าเป็นโอกาสที่จะสร้างเองได้แล้ว เรากลับมาดูตัวเราทำโรงแรมมาสิบปี เรารู้เทคโนโลยี เรารู้ว่าด้านไอทีโรงแรมเป็นอย่างไร และเราก็รู้วิธีการทำงานของซอฟต์แวร์ รู้วิธีการผลิตซอฟต์แวร์ที่ดี รู้กระบวนการ ก็จุดประกายว่า เมื่อก่อนโรงแรม 3-4 ดาวขึ้นไป ต้องใช้ซอฟต์แวร์เมืองนอกหมดเลย ทำไมเราไม่ทำซอฟต์แวร์ให้คนไทยใช้เอง นี่คือจุดเปลี่ยน เราทำซอฟต์แวร์เองดีกว่าไหม เราเห็นตลาด เรารู้ตลาดดี เรารู้วิธีการดี แล้วทำไมเราไม่ทำเสียเองเลย”

อยากจะรอดต้องมีกลยุทธ์
สมบูรณ์แนะว่า คนที่จะทำซอฟต์แวร์ให้คนไทยใช้ ต้องมีกระบวนการคิด คือ 1. ผลิตภัณฑ์ต้องสู้ได้ 2. ราคาต้องสู้ได้ และ 3. บริการต้องสู้ได้ หากไม่สามารถตอบ 3 ข้อนี้ได้ก็ไม่ควรออกมาทำ เพราะอาจถึงขั้นเจ๊งเอาง่ายๆ

ในช่วงก่อตั้งบริษัทโคแมนชี่ สมบูรณ์ย้อนให้ฟังว่า เห็นโอกาสทางการตลาดด้วยการเติบโตของธุรกิจโรงแรมในประเทศไทย โดยที่โรงแรมส่วนใหญ่ใช้ซอฟต์แวร์ของต่างประเทศยังไม่มีผู้ประกอบการชาวไทยที่สามารถเข้ามาแข่งขันได้ หากตนเองสามารถทำราคาที่เหมาะสมก็น่าจะสู้ได้ ทางด้านการบริการเนื่องจากเป็นบริษัทในประเทศก็น่าจะได้เปรียบคู่แข่งจากต่างชาติ ส่วนตัวสินค้าที่จะออกมาดีกว่ารายอื่น เขาใช้หลักการว่า “ที่เขาบอกว่าดี ไม่ได้บอกว่าต้องมีให้หมดเหมือนที่เขามี เพราะที่เขามีไม่ได้หมายความว่าดีทั้งหมด”

คำอธิบายจากประสบการณ์ของเขา คือ ส่วนที่ได้ใช้งานจริงในโปรแกรมคือประมาณ 60 เปอร์เซ็นต์ ส่วนที่เหลืออีก 40 เปอร์เซ็นต์อาจจะมีประโยชน์กับตลาดอื่นที่ไม่ใช่ตลาดไทย “เราก็ง่ายๆ เอา 60 ที่น่าจะมี มีให้ได้ก่อน เขามี 100 เราไม่ต้องมี คราวนี้เราไปหาจุดที่เขาไม่มีแล้วบ้านเราอยากได้ เรื่องนี้ผมได้เปรียบเพราะผมอยู่ในวงการมาโดยตลอด เริ่มแค่ 10-20 เปอร์เซ็นต์พอ แค่นี้ผมก็เท่กว่าแล้ว นั่นแหละครับแข่งได้แล้ว คุณไม่ต้องมีมากเท่าที่เขามี สินค้าของเราจะมีสิ่งที่ควรจะมีและมีบางอย่างที่ดีกว่าคนอื่น ผมว่าจุดนี้ขายได้ทุกเรื่องไม่เฉพาะเรื่องการผลิตซอฟต์แวร์”

เนื่องจากโรงแรมเป็นธุรกิจบริการที่ค่อนข้างซับซ้อน ซอฟต์แวร์ที่มาสนับสนุนจึงมีระบบที่หลากหลาย โดยระบบที่ใหญ่และซับซ้อนที่สุดคือฟรอนต์ออฟฟิศ นอกจากนี้ยังมี ระบบห้องอาหาร ระบบค่าโทรศัพท์ที่ใช้กันมากในอดีต ระบบบัญชีลูกหนี้เจ้าหนี้ ระบบสินค้าคงคลัง เป็นต้น

“ผมไม่เลือกทำอะไรที่แพงเลย ฟรอนต์ออฟฟิศนี่แพงที่สุด สมมติระบบ 1 ล้านบาท ฟรอนต์ออฟฟิศนี่ไปเกือบครึ่งเลย เพราะซับซ้อนที่สุด เราไม่ทำเพราะรู้ว่าทำนาน แล้วก็ต้องไปเจอยักษ์ แข่งยาก ผมก็ต้องหาโมดูลที่ไม่ถูกมาก แต่คุ้มทุนในการผลิต คนไทยสมัยก่อนเรียกกันว่าเขียนสั้นรันเร็ว เขียนกันไม่นาน ออกแล้วได้เงินเร็ว เพื่อเอาเงินมาหมุนต่อ ดังนั้นโปรแกรมแรกผมทำโปรแกรมคำนวณค่าโทรศัพท์”

เพราะเขารู้ว่าโปรแกรมนี้เขียนไม่ยาก และมีความต้องการจากโปรแกรมฟรอนต์ออฟฟิศที่ใช้เก็บค่าใช้จ่ายกับแขกที่มาพักโดยมากไม่เชื่อมต่อกับตู้สาขาโทรศัพท์ เวลาที่แขกโทรไปต่างประเทศต้องใช้ให้โอเปอเรเตอร์ต่อสายให้และจับเวลาบันทึกให้แคชเชียร์อีกทอดหนึ่ง และขณะนั้นก็เริ่มมีโปรแกรมคำนวณค่าโทรศัพท์จากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาขายในประเทศแต่สมบูรณ์มองว่าน่าจะสู้ได้

“ตอนนั้นคนอื่นขาย 3-4 แสนผมขาย 2 แสนกว่าบาท ปรากฏว่าไม่กี่เดือนก็ขายได้ 6-7 ที่แล้ว มาแล้ว 2 ล้าน คือคุณต้องหาให้เจอ คุณไปสู้ฟรอนต์ออฟฟิศหรือไม่รู้กี่ปีจะเขียนเสร็จ ต้องมองหาที่เราทำได้เร็วและเอาเงินมาต่อยอดได้เร็ว พอเริ่มติดตลาดก็เริ่มสบาย จุดแข็งของเราคือเรารู้ว่าโพรดักต์เราทำได้ไม่แพง สองเรามีคอนเน็กชัน ผมขายให้ Fidelio มาเป็นร้อยโรงแรมผมก็รู้เลยโรงแรมไหนบ้างที่ยังไม่มีระบบนี้ เราก็กลับไปหา แสดงว่าเรามีการตลาดในหัวแล้ว ไม่ใช่เราห่ามๆ ออกมา ตัวนี้ก็ได้มาหลายตังค์ เอาเงินนั้นมาจ้างโปรแกรมเมอร์ต่อ”

โคแมนชี่จ้างโปรแกรมเมอร์เพิ่มเติมมาช่วยผลิตโปรแกรมห้องอาหารที่ใช้งานกับพีซี ซึ่งคำนวณแล้วประหยัดกว่าการใช้งานแบบเดิม ขณะเดียวกันก็ซุ่มพัฒนาโปรแกรมฟรอนต์ออฟฟิศของตัวเอง เพื่อให้ภาพฝันที่วางคือมีโปรแกรมที่เกี่ยวกับโรงแรมครบวงจรสมบูรณ์

“คราวนี้จะมาแข่งกับเรายากแล้วเพราะเขาจะมีไม่ครบอย่างเรา คือบางเจ้าจะเก่งเรื่องฟรอนต์ไม่มีโปรแกรมห้องอาหาร บางเจ้าไม่มีโปรแกรมบัญชี บางเจ้าไม่มีคำนวณค่าโทรศัพท์ คือต้องมีการวางกลยุทธ์สักนิดหนึ่ง ก็คิดว่าเรามีกลยุทธ์พอสมควร”

ฝ่าไปทีละด่าน
หากเปรียบการทำธุรกิจกับการเล่นเกมคอมพิวเตอร์ เป้าหมายในแต่ละช่วงของธุรกิจก็คงเหมือนกับแต่ละสเตจในเกมที่ผู้เล่นต้องฝ่าไปให้ โดยที่เรายังไม่รู้ว่าด่านสุดท้ายอยู่ที่ใด โคแมนชี่ในช่วงแรกที่สามารถสร้างซอฟต์แวร์โรงแรมจนครบวงจรและเริ่มตีตลาดซอฟต์แวร์โรงแรมใประเทศไทยได้เพิ่มขึ้นก็เปรียบเหมือนการผ่านสเตจ 1 มาได้แล้ว และเมื่อสามารถรักษาพื้นที่ในประเทศไว้ได้แล้ว ด่านต่อไปจึงเป็นตลาดต่างประเทศ เพราะเขามองว่า เมื่อสามารถสู้ภายในประเทศได้แล้ว ก็น่าจะสามารถออกไปสู้ในสนามอื่นได้เช่นกัน การรุกตลาดต่างประเทศของโคแมนชี่จึงเริ่มต้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป จนปัจจุบันมีโรงแรมที่เลือกใช้ซอฟต์แวร์โคแมนชี่ทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทยประมาณ 800 แห่ง

สมบูรณ์ฉายภาพการต่อสู้ของซอฟต์แวร์ไทยแท้ว่า ในภาพรวมเราอาจจะสู้กับซอฟต์แวร์ต่างประเทศได้ยาก แต่หากมองเห็นคลัสเตอร์ หรือในกลุ่มธุรกิจที่คนไทยมีศักยภาพแล้ว ซอฟต์แวร์ไทยก็สามารถไปแข่งขันได้ เช่นที่ซอฟต์แวร์โรงแรมของโคแมนชี่แข่งขันได้เพราะมาตรฐานของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยสูง ช่วยให้สามารถผลิตซอฟต์แวร์ที่มีมาตรฐานดีแข่งกับคนอื่นได้ “ถ้าเรามาตรฐานไม่สูง ซอฟต์แวร์ก็ทำได้ไม่สูงเหมือนกัน ไปแข่งกับชาวบ้านยาก”

ขั้นตอนที่โคแมนชี่ทำจึงเป็นบททดสอบที่ผู้ผลิตซอฟต์แวร์ไทยสามารถนำไปปรับใช้ได้ ด้วยการพัฒนาผลิตภัณฑ์สู้ในประเทศให้ได้ก่อนแล้วจึงขยับออกไปภายนอก โดยอาจจะต้องมองหาอุตสาหกรรมที่ไทยมีความโดดเด่นอยู่แล้ว

เพราะคนไทยเขียนซอฟต์แวร์ได้ดี แต่ปัญหาที่สมบูรณ์มองคือไม่รู้ว่าจะเขียนซอฟต์แวร์อะไร “โคดดิงคนไทยเก่ง แต่ดีไซน์นี่อีกเรื่อง จะเก่งได้อย่างไรถ้าคุณไม่อยู่ในอุตสาหกรรมนั้น เหมือนผมอยู่โรงแรมแล้วเขียนโปรแกรมได้ ยิ่งเป็นอุตสาหกรรมที่เราเก่งอยู่แล้ว มันรังสรรค์ผลงานออกมาได้กระจาย”

ขณะเดียวกันการสร้างซอฟต์แวร์ที่มีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับของทั่วโลกก็สำคัญ โคแมนชี่จึงต้องทำมาตรฐาน CMMI (Capability Maturity Model Integration) ซึ่งเป็นเหมือน ISO ในวงการซอฟต์แวร์ จากสถาบันวิจัยซอฟต์แวร์ระดับโลก เพื่อยืนยันว่าโคแมนชี่สามารถผลิตซอฟต์แวร์ที่ดีมีมาตรฐาน โดยโคแมนชี่ได้รับการรับรองมาตรฐานการผลิตซอฟต์แวร์ระดับ 3 และมาตรฐานการให้บริการด้านซอฟต์แวร์ ระดับ 3 มาทั้งคู่ แม้จะต้องลงทุนเกือบ 2 ล้านบาท แต่ก็ยังมีโครงการสนับสนุนจากซอฟต์แวร์ปาร์คมาประมาณ 800,000 บาท

สมบูรณ์ให้ความเห็นว่า “โครงการนี้ห้ามยกเลิก คุณต้องช่วยให้คนไทยได้อย่างนี้เยอะๆ ได้มาตรฐาน แล้วจะดีเอง ผมไปเมืองนอก เขาถามคุณมีหรือเปล่า ผมมี คุณอยู่ตลาดหลักทรัพย์หรือเปล่า ผมอยู่ แล้วใครจะมาแข่งกับเรา”

การรุกตลาดต่างประเทศของโคแมนชี่จึงสามารถขยายไปได้อย่างเป็นขั้นตอน โดยวิธีเลือกตลาดที่จะรุกเข้าไปสร้างดีลเลอร์ในแต่ละประเทศ สมบูรณ์ใช้เกณฑ์ประกอบด้วย ต้องเป็นประเทศที่มีการพัฒนาด้านการท่องเที่ยว และผู้ผลิตซอฟต์แวร์ภายในประเทศนั้นยังไม่แข็งแรง เพราะหากไม่ศึกษาตลาดให้ดีการรุกไปในตลาดที่มีการแข่งขันสูงจะทำให้เสียเวลาและทรัพยากร

ความมั่งคั่งจากสมอง
เป้าหมายหนึ่งของการทำธุรกิจคือสร้างความมั่งคั่ง บริษัทผู้ผลิตซอฟต์แวร์ เช่นโคแมนชี่ก็เช่นกัน ด้วยความสามารถ การมองเห็นตลาดและโอกาส การวางกลยุทธ์ที่เหมาะสม ส่งผลให้ซอฟต์แวร์โรงแรมของบริษัทสร้างรายได้ให้กับสมบูรณ์มาอย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกันผู้ประกอบการก็ยังมีความท้าทายอื่นๆ เช่นการตอบสนองความฝันของผู้ประกอบการ สเตจ 3 สำหรับโคแมนชี่สมบูรณ์จึงมองไปที่การทำซอฟต์แวร์ท่องเที่ยวครบวงจร โดยมีสิ่งที่จุดประกายคือการมานั่งคิดถึงความมั่งคั่งของประเทศไทยคืออะไร ซึ่งคำตอบที่เขาได้คือ การท่องเที่ยว เรามีทั้งทรัพยากรธรรมชาติที่สวยงาม การทำการตลาดที่ยอดเยี่ยมของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และผู้ให้บริการงานบริการที่หาคู่แข่งได้ยาก

“ผมก็มอง ซอฟต์แวร์โรงแรมทำไมเราทำได้ดีกว่าเขา เพราะความต้องการของคนที่ทำงานด้านโรงแรมต้องการอะไรแปลกๆ ดีๆ ที่ช่วยให้เขาบริหารงานได้ดีขึ้น จะได้ทำงานเร็วขึ้น บริการดีขึ้น การท่องเที่ยวประเทศไทยมาตรฐานความต้องการสูง ผมก็ต้องทำโพรดักต์ให้สูงตามอัตโนมัติ ผมก็คิดว่าถ้าใครจะทำซอฟต์แวร์การท่องเที่ยวทั้งหมดในประเทศไทยได้ก็น่าจะเป็นเรานะ การท่องเที่ยวไม่ได้มีแค่โรงแรม ถ้าเรานึกตัวเราเองเป็นนักท่องเที่ยวต้องการอะไรบ้าง จองตั๋วเครื่องบิน จองโรงแรม เช่ารถ สปา ตีกอล์ฟ เที่ยวผับบาร์ กินอาหารร้านหรู ซื้อของกลับบ้าน และทุกขนาดน่าจะมีระบบรองรับ ก็คิดว่าทำไมเราไม่มีให้ครบเลย ถ้ารวมหมดได้จริงๆ คุณจะสร้างผลิตภัณฑ์มาต่อยอดได้อีกมากมาย เหมือนรวมขุนพลไว้เยอะๆ จะต่อยอดอะไรก็ง่ายและการต่อเข้ามาจะสามารถสร้างรายได้มหาศาลโดยไม่รู้ตัวก็ได้”

การจะทำงานใหญ่เช่นนี้สมบูรณ์มองว่า จะใช้รูปแบบเดิมๆ ที่เคยทำมาเมื่อแรกตั้งโคแมนชี่โดยค่อยๆ ทำไปทีละเรื่อง อาจจะต้องใช้เวลานาน จึงต้องปรับแนวคิดเป็นการหาพาร์ตเนอร์ที่มีผลิตภัณฑ์ที่เข้ากับแผนงานที่วางไว้ ด้วยการควบรวม ร่วมลงทุนกับผู้ประกอบการรายอื่น

ตลาดทุนเป็นทางออกที่สมบูรณ์มองเห็น เขาตัดสินใจนำบริษัทโคแมนชี่เข้าตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งเขาบอกว่านี่คือ wealth ของจริงที่เกิดขึ้น จากบริษัทที่มีทุนจดทะเบียน 67 ล้านบาทเมื่อเข้าสู่ตลาดแล้วมูลค่าบริษัทกลายเป็น 1,045 ล้านบาท

มูลค่าที่เพิ่มขึ้นไม่เพียงนำทุนที่ระดมมาทำความฝันของบริษัทให้ก้าวสู่ความเป็นจริง แต่ยังสร้างความมั่งคั่งให้กับเจ้าของบริษัทคือสมบูรณ์ที่มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นเป็นระดับร้อยล้านจากการนำหุ้นเข้าตลาด 

“wealth ผมยังอยู่ในนั้น 750 ล้านผมว่านี่คือ wealth ตัวจริง คุณทำได้ไหมถ้าไม่เข้าตลาดทุน สตาร์ตอัปก็ยังทำไม่ได้ เขาต้องรอให้ใครมาซื้อไปเรื่อยๆ”

สมบูรณ์เห็นความมั่งคั่งที่เขาได้มาแล้วมองต่อไปว่า อยากจะให้ตลาดหลักทรัพย์เป็นแหล่งระดมทุนเพื่อสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ให้กับประเทศไทย ให้สมกับยุคไทยแลนด์ 4.0 เพราะการสร้างนวัตกรรมจำเป็นต้องใช้ทุนจำนวนมาก และบริษัทซอฟต์แวร์ก็นับเป็นหนึ่งในบริษัทนวัตกรรมเช่นเดียวกัน เขาจึงอยากใช้เรื่องราวของเขานำมาเป็นกรณีตัวอย่างให้กับพี่น้องในวงการซอฟต์แวร์ไทยให้สามารถเข้าถึงแหล่งทุนได้ต่อไป

Startup SME for IPO
อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่สามารถสร้างกำไรได้สูง เนื่องจากต้นทุนการคิดค้นจะหนักในช่วงต้น แต่ในเวลาขายยิ่งขายได้มากก็เท่ากับต้นทุนในการผลิตจะลดลง ต่างจากผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่จะต้องมีต้นทุนเพิ่มขึ้นตามจำนวนสินค้าที่ผลิตขึ้นมา รายได้จากการขายซอฟต์แวร์จึงเป็นอีกหนึ่งรายได้ที่น่าสนใจสำหรับเศรษฐกิจประเทศไทย

สมบูรณ์ยกตัวอย่างโคแมนชี่ที่คิดจะสร้างซอฟต์แวร์ที่ครอบคลุมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และในประเทศไทยยังมีบริษัทซอฟต์แวร์อื่นๆ ที่มีความสามารถโดยหากเลือกตลาดอุตสาหกรรมที่จะทำซอฟต์แวร์เพื่อตอบสนองได้อย่างถูกต้องโอกาสในการแข่งขันระดับสากลก็ยังมีอยู่

สมบูรณ์เล่าว่า “คนอื่นเขาอาจจะคิด อย่างเกษตร โลจิสติกส์ แล้วถ้ามีสัก 10 บริษัทใน 3 ปี เรากำลังพูดถึงมาร์เก็ตแคป 10,000-20,000 ล้าน นี่คือเป้าหมายใหญ่ต่อไป ก็จะมีโครงการขึ้นมาโครงการหนึ่ง เป็นโครงการส่วนตัว ว่าจะทำอย่างไรให้ไอทีไทยที่เป็นซอฟต์แวร์พันธุ์แท้ ที่มี IP (intellectual property) ของตัวเอง เข้าตลาดให้เยอะๆ เพื่อวันหนึ่งเราจะกลายเป็น IP Hub ของเอเชียก็ได้ ผมอยากให้เพื่อนซอฟต์แวร์ในประเทศไทยเจริญเติบโตด้วยกัน เพื่อให้เกิดการสร้างสรรค์

ผมเรียกโพรเจ็กต์ว่า Startup SMEs for IPO จะตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 1 ชุด เป็นกลุ่มอาสาสมัครไม่มีใครเป็นเจ้าของ จะมีผมเป็น moderator ตรงกลาง ผมไปเชิญที่ปรึกษาทางการเงินที่สนใจมา มาฟรีนะไม่ได้เงิน จะมีนักกฎหมาย ผู้ตรวจสอบภายใน ภายนอก และคนจากตลาดซึ่งน่าจะเป็น mai คนจากซอฟต์แวร์ปาร์คหรือซิป้า ซึ่งทุกฝ่ายตอบรับมาหมดแล้ว หากบริษัทฯ ที่สนใจเป็นสตาร์ตอัปก็ได้อาจจะใช้เวลาหลายปีหน่อย หรือถ้าเป็นเอสเอ็มอี 3 ปีก็เข้าได้แล้ว ก็ต้องมีการสรรหากัน เจ้าภาพอาจจะเป็นซอฟต์แวร์ปาร์คหรือซิป้า คัดคนมา คณะทำงานตรงนี้ก็เข้ามาดูบิสเนสโมเดล ที่น่าสนใจจะเป็นดาวรุ่งเข้าตลาดได้จริงก็แยกไปอีกกองหนึ่ง มีโปรแกรมให้ความรู้ ซีซัน 2 ก็อีกสัก 2 เดือนต่อไป เราเตรียมเขาไปเรื่อยๆ พอเขาจะเข้าจริงๆ เขาก็ต้องจ้างตัวจริงแล้ว จะจ้างคนที่อยู่ในนี้หรือจ้างคนอื่นก็แล้วแต่ พอถึงตรงนั้นก็หมดหน้าที่แล้ว ผมก็ทำไปเรื่อยๆ ผมมั่นใจว่า 3 ปีผมทำได้ 10 บริษัท”

สมบูรณ์มองว่าการนำบริษัทซอฟต์แวร์เข้าตลาดหลักทรัพย์ เป็นการช่วยสร้างความยั่งยืนให้กับธุรกิจ ช่วยสร้างความสามารถในการแข่งขัน โดยเขายกตัวอย่างตัวเองในสมัยที่ยังต้องแข่งกับซอฟต์แวร์ต่างประเทศโดยไม่มีอะไรการันตีซึ่งมีความยากลำบากมาก ขณะที่ปัจจุบันเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดช่วยสร้างจุดขายเรื่องความเชื่อมั่นในองค์กรให้ทั้งภายในและภายนอก

“คุณขาดอะไรล่ะ แรงบันดาลใจ ผมเข้าไป (ตลาดหลักทรัพย์) ผมเปลี่ยนโฉมมหาศาลเลยนะ คนก็มอง บริษัทธรรมดาเข้าได้นี่ ผมก็บอกว่าคุณรู้ไหมเข้าไปแล้วดีแค่ไหน ผมก็ร่ายจะเป็นอย่างนี้ เงินเอามาทำอย่างนี้ได้ ส่วนมากตาลุกหมดเลย จะทำอย่างไร ลงทุนเอามาอย่างไร เจอผู้ตรวจสอบภายในภายนอกขนาดไหน ต้องใช้เงินก่อนเข้าตลาดเท่าไร เป็นสิบล้านนะครับ ความยุ่งยากในการเตรียมตัว ไม่มีใครบอก 360° ได้ ผมเป็นคนต้นๆ ที่รอดเข้าไปได้ ผมก็น่าจะเหมาะที่สุดที่จะเอาเรื่องพวกนี้มาเล่ามาชักจูงมาเสาะหา เพื่อให้มีคนสนใจเข้าตลาด” สมบูรณ์เล่าถึงการไปแบ่งปันเรื่องราวการสร้างความมั่งคั่งให้กับสมาชิกสมาคมส่งเสริมการส่งออกอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย (TSEP) ฟังเป็นกลุ่มแรกๆ

วันนี้โคแมนชี่ จึงเป็นตัวอย่างของคนไทยที่ใช้มันสมองของตนเอง ผสมกับทักษะความรู้ การมองโอกาสและการวางกลยุทธ์ สร้างธุรกิจบนพื้นฐานความสร้างสรรค์ และสร้างความมั่งคั่งไปพร้อมกัน

MAGAZINE

 

 

 



New News

 

Editor Observation

  • Apr 26 , 2017

    สิ่งมีชีวิตเกือบทั้งหมดบนโลกใบนี้ ดำเนินไปได้ด้วยพลังงานจากดวงอาทิตย์ พลังงานของดวงอาทิตย์เป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับชีวิต ให้ชีวิตได้มีพละกำลังที่จะขับเคลื่อนดำเนินต่อไปและสืบสายพันธุ์ลูกหลานต่อไปได้เรื่อยๆ บนโลกใบนี้ (หรืออาจจะบนโลกใบอื่นด้วยหรือเปล่าก็ไม่รู้?) ตราบเท่าที่ “ดวงตะวันยังคงส่องแสง”

  • Apr 03 , 2017

    ยุทธจักร มีเดีย/เอ็นเตอร์เทนเมนต์มีจอมยุทธยอดฝีมืออยู่ไม่น้อย ที่ยังโลดแล่นอยู่ในวงการ และร่วมฝ่าคลื่นฝืนลมแห่งการเปลี่ยนแปลงอันรุนแรงอย่างกระแทกกระทั้น เพราะเนื่องมาแต่ Paradigm Shift ของเทคโนโลยีระดับโลกและพฤติกรรมการบริโภคสื่อของผู้คนอยู่ในขณะนี้

  • Dec 28 , 2016

    แม้ขณะนี้ นโยบาย "อัตราดอกเบี้ยติดลบ" ยังมาไม่ถึงเมืองไทย ก็ใช่ว่าผู้ฝากเงินอย่างพวกเราจะนิ่งนอนใจได้

 

School Move

  • Mar 17 , 2017

    สถาบันแนะแนวการศึกษาคริมสัน ผู้นำที่ปรึกษาด้านการศึกษาระดับโลก เปิดสาขาใหม่ในกรุงเทพมหานครเพื่อผลักดันนักเรียนไทยและนักเรียนทุกคนทั่วโลก สามารถเข้าถึงเครือข่ายติวเตอร์ ที่ปรึกษา และผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ ที่คอยให้คำปรึกษากว่า 2,000 คนทั่วโลก

  • Feb 14 , 2017

    สมาคมแลกเปลี่ยนบุคคลากรไทย-จีน ร่วมกับเครือข่ายมหาวิทยาลัยจีน หรือ China Campus Network (CCN), สมาคมผู้สื่อข่าวไทย-จีน, สมาคมการค้าวิสาหกิจจีน-ไทย, ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศจีน กรุงเทพฯ, สำนักข่าวซินหัวประจำกรุงเทพฯ, สถานีวิทยุซีอาร์ไอประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และโรงเรียนภาษาสายสัมพันธ์ ร่วมจัดการแข่งขันภาษาจีน Friendship Cup ครั้งที่ 9 พร้อมผนึกกำลังในพิธีเปิดโครงการความร่วมมือระหว่างเครือข่ายมหาวิทยาลัยจีน องค์กรธุรกิจไทย-จีน สมาคมผู้สื่อข่าวไทย-จีน  และสถาบันการศึกษาไทย เพื่อพัฒนาบุคลากรไทยตอบสนองตลาดแรงงานและองค์กรไทย-จีนในปัจจุบัน

  • Feb 02 , 2017

                  วิสดอม เอ็นเตอร์ไพร์ส จับมือ Rugby School  แห่งสหราชอาณาจักรหนึ่งในโรงเรียนเอกชนชั้นนำที่มีชื่อเสียงและได้รับความเชื่อถือมากว่า 450 ปี เตรียมเปิดโรงเรียนนานาชาติ Rugby School Thailand   ชูจุดแข็งด้วยหลักสูตรพัฒนาการศึกษาแบบองค์รวม ด้วยงบลงทุนกว่า 1,500 ล้านบาท ตอบโจทย์การศึกษาทั้งในประเทศและกลุ่มประเทศ CLMV

Management

  • Apr 24 , 2017

    เทคโนโลยีโทรทัศน์และวิทยุกระจายเสียงมีมามากว่า 100 ปี มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ยุคโทรทัศน์ขาวดำ การใช้สัญญาณอนาล็อก และมีการพัฒนามาสู่ Digital TV และ Digital Radio ในปัจจุบัน นอกจากนี้สื่อที่มีคนบริโภคมากที่สุดยังคงเป็นโทรทัศน์และวิทยุ “ดังนั้นสามารถพูดได้ว่าอุตสาหกรรมวิทยุกระจายเสียงและโทรทัศน์ มีความสำคัญต่อชีวิตของคนทั่วไปเป็นอย่างมาก”  แนวโน้มของการพัฒนาอุตสาหกรรมวิทยุกระจายเสียงและโทรทัศน์ มีดังต่อไปนี้

  • Apr 16 , 2017
    การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย มีบริการที่สร้างความมั่นใจให้กับคุณ คือMEA Better Care Serviceที่ช่วยเติมเต็มบริการหลังเครื่องดื่มให้กับลูกค้าของเรา ได้ดีเยี่ยม 
  • Apr 12 , 2017

    บทความนี้เกิดขึ้นจากศึกษาวิจัยโครงการแผนการขับเคลื่อนการท่องเที่ยววิถีไทยและพัฒนาศักยภาพการท่องเที่ยวโดยชุมชน เพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ซึ่งสนับสนุนโดยสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ที่ผู้เขียนได้เข้าไปร่วมศึกษา รวมถึงจากประสบการณ์ที่ได้ไปอยู่ใน Academy for Systems Change 

 

Cool Case

  • Feb 14 , 2017

    อุทยานการเรียนรู้ TK park จัดเวทีบรรยายพิเศษว่าด้วยแนวโน้มนวัตกรรมห้องสมุดและแนวคิดการพัฒนาพื้นที่การเรียนรู้ การสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้สร้างสรรค์ และตัวอย่างโครงการส่งเสริมการเรียนรู้ที่ได้รับรางวัลระดับโลก ในงานประชุม สหปาฐกถาประจำปี TK Forum 2017 “Better Library and Learning Space: Trends and Ideas” ได้รับเกียรติจาก 3 วิทยากร จาก 3 ประเทศชั้นนำด้านการพัฒนาห้องสมุด เพื่อให้เกิดแนวคิดใหม่และเป็นแรงบันดาลใจในการปรับใช้พัฒนาต่อไปตามแนวคิด Learning in Digital Age ที่ประกาศเป็นแนวทางในปีนี้

  • Jan 09 , 2017

    The Internship ใน MBA บทความนี้เป็นคนละเรื่องกับ The Internship (2013) ภาพยนตร์ดังของฮอลลีวูดที่นำแสดงโดย วินซ์ วอห์น (Vince Vaughn) และ จาเร็ด สเติร์น (Jared Stern) ที่มีพล็อตเรื่องเกี่ยวกับวัฒนธรรมองค์กร (Corporate Culture) ของบริษัทยักษ์ใหญ่ไอทีโลก คือ บริษัท Google

  • Dec 22 , 2016

     

    โรคมะเร็งเป็นสาเหตุการตายของคนไทยเป็นอันดับหนึ่งติดต่อกันมากกว่า 10 ปี โดยมีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตัวเลขปี 2550 มีคนไทยเสียชีวิตด้วยมะเร็งทุกชนิดอยู่ที่ 53,434 ราย ในปี 2557 มีผู้เสียชีวิตจากมะเร็งทุกชนิดอยู่ที่ 70,075 ราย (ตามข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติ)

    องค์การอนามัยโลกรายงานพบผู้ป่วยโรคมะเร็งรายใหม่ทั่วโลกปีละประมาณ 14 ล้านคน เสียชีวิตด้วยสาเหตุที่เกี่ยวเนื่องจากมะเร็ง โดยคาดว่าจำนวนผู้ป่วยจะเพิ่มขึ้นถึง 70 เปอร์เซ็นต์ในช่วง 2 ทศวรรษต่อไป หรือจะมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 22 ล้านราย


    วิธีรักษาโรคมะเร็งในปัจจุบันที่นิยมกันประกอบด้วย การผ่าตัดก้อนมะเร็งออก การฉายรังสี โดยโฟกัสตรงจุดที่เป็นก้อนมะเร็งและเนื้อเยื่อรอบๆ เพื่อฆ่าเซลล์มะเร็ง หรืออาจจะเพื่อการรักษาหรือบรรเทาอาการ เคมีบำบัด หรือที่คุ้นเคยกันในชื่อว่าการทำคีโม เป็นวิธีการรักษาหรือบรรเทาอาการโดยการใช้ยาต้านมะเร็ง ซึ่งแพทย์จะเลือกใช้วิธีใดขึ้นอยู่กับประเภทและระยะของมะเร็ง รวมถึงความแข็งแรงและวิธีการรักษาที่ผู้ป่วยเคยได้รับมาก่อนหน้า

    จากจำนวนผู้ป่วยมะเร็งที่เพิ่มอย่างต่อเนื่องทำให้โรงพยาบาลทั้งภาครัฐและเอกชนให้ความสำคัญกับการดูแลผู้ป่วยโรคนี้ ขณะเดียวกันก็มีธุรกิจที่ทำหน้าที่สนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์ให้สามารถทำการรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น ด้วยการจำหน่ายเครื่องไม้เครื่องมือและดูแลบำรุงรักษาอุปกรณ์ต่างๆ ให้พร้อมใช้งานอย่างต่อเนื่อง

    หนึ่งในผู้ให้บริการรายใหญ่ในประเทศไทยคือ บริษัท บิสซิเนสอะไลเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ BIZ ผู้ดำเนินธุรกิจเป็นผู้จำหน่ายและติดตั้งชุดเครื่องมือทางการแพทย์สำหรับรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งด้วยวิธีรังสีรักษา (Radio-therapy) และให้บริการซ่อมบำรุงรักษาชุดเครื่องมือทางการแพทย์ดังกล่าว (Maintenance Service)

    สมพงษ์ ชื่นกิติญานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร BIZ ย้อนถึงจุดเริ่มต้นธุรกิจนี้ว่า ตนเรียนจบทางด้านรังสีเทคนิค และเข้าทำงานในโรงพยาบาลไประยะหนึ่ง จากนั้นก็ลาออกมาทำงานด้านการขายให้บริษัทอุปกรณ์การแพทย์ และมีโอกาสดูแลสินค้าตัวหนึ่งคือ การใช้รังสีรักษาโรคมะเร็ง ซึ่งเพิ่งเริ่มเข้ามาแนะนำในประเทศไทย

    “เราก็เห็นแนวโน้มว่า โรคมะเร็งมีแต่พัฒนาการมากขึ้น และเทคโนโลยีก็มีการเปลี่ยนแปลง เมื่อถึงจุดหนึ่งที่บริษัทเดิมมองแนวทางไม่เหมือนกับเรา เราก็เลยออกมาทำธุรกิจเอง ประกอบกับหุ้นส่วนของผมที่เคยอยู่บริษัทเดียวกันเขาดูแลด้านวิศวกรรม เราก็เลยออกมาตั้ง Business Alignment เมื่อปี 2543”

    สมพงษ์เล่าต่อว่าเหตุที่ตั้งชื่อบริษัทโดยไม่มีคำที่เกี่ยวข้องกับการแพทย์เลยนั้นเพราะมองว่าการทำธุรกิจไม่จำเป็นต้องอยู่เพียงแค่อุปกรณ์ทางการแพทย์ หากยังสามารถทำอย่างอื่นได้พร้อมกัน จึงตั้งเป็นชื่อกลางๆ รวมกับในช่วงที่เรียน MBA ก็ชอบคำว่า Business Alignment เพราะเป็นการวางแนวทางให้ธุรกิจต่างๆ กลมกลืนเข้าด้วยกัน ตามเป้าหมายขององค์กร ดังนั้นชื่อของบริษัทจึงหมายความว่าในอนาคตบริษัท BIZ ก็สามารถขยายไลน์ธุรกิจและผันตัวเองเป็น Holding Company ได้

    แม้ว่าช่วงที่ก่อตั้งบริษัทเป็นช่วงหลังวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 ที่ภาวะเศรษฐกิจในประเทศยังตึงตัว มีหลายคนเตือนว่าการออกจากงานในช่วงเวลานั้นเพื่อมาสร้างธุรกิจอาจจะลำบาก แต่ด้วยการมองเห็นโอกาสเช่นเดียวกับซัพพลายเออร์ในต่างประเทศที่มองแนวโน้มการรักษามะเร็งด้วยเครื่องมือชนิดนี้จะเติบโต เพราะเทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมากในช่วงปี 2537 ส่งผลให้ประสิทธิภาพการรักษาดีขึ้น ช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตให้แก่ผู้ป่วยโรคมะเร็ง

     

    ธุรกิจเงินทุนสูง
    การจำหน่ายเครื่องไม้เครื่องมือทางการแพทย์มีราคาสูง การลงทุนจึงต้องสูงตามไปด้วย เพราะต้องซื้อเครื่องมาก่อน เพื่อมาติดตั้งให้ลูกค้าแล้วจึงเก็บเงินได้ เงินทุนจึงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก

    เมื่อเริ่มตั้งบริษัทด้วยทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท สมพงษ์ และ วรวิทย์ สีลภูสิทธิ์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงินและทรัพยากรมนุษย์ บริษัท บิสซิเนสอะไลเม้นท์ จำกัด (มหาชน) (BIZ) 2 หุ้นส่วนใหญ่ ลงเงินคนละครึ่ง ดังนั้นการจะขายเครื่องมือราคา 40-50 ล้านบาท จึงต้องไปเจรจากับธนาคาร เพื่อขอกู้เงินมาใช้ทำธุรกิจ

    “เราก็ไปคุยกับแบงก์เอาสัญญาไปให้เขาดู เพราะสัญญานี้เป็นสัญญากับภาครัฐ เราก็ให้เขามั่นใจว่าเขาจะได้รับเงินก็เอาสิทธิในการรับเงินไปให้เขา แล้วไปกู้ เอาบ้านไปจำนอง เอาตัวเราไปค้ำประกัน แต่เราเพิ่งก่อตั้งเขาก็ยังไม่ค่อยมีความมั่นใจ เขาคงดูเราส่งมอบงานได้ไหม เก็บเงินได้หรือไม่ เรามีสัญญาไม่พอต้องเอาบ้านที่อยู่มาจำนอง ไปหาเงินกู้จากพวกญาติบางส่วน

    “ผมอาจจะโชคดี ปีแรกอาจจะเหนื่อยหน่อยต้องไปขอกู้เงินญาติบ้าง ธนาคารบ้าง และลูกค้าบางรายก็ช่วยผ่อนคลายเรื่องการชำระเงินให้เงินเราเร็วขึ้น อาจจะเป็นโชคดีที่เจอลูกค้าดีๆ ด้วย และโชคดีอีกอย่างที่ตั้งแต่ตั้งมาหนี้สูญเราไม่มี เพราะคู่ค้าเรามีแต่โรงพยาบาลใหญ่ๆ” สมพงษ์ กล่าว


    การนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai จึงเป็นการลดปัญหาด้านเงินลงทุน เนื่องจาก BIZ เป็นธุรกิจที่ต้องใช้เงินลงทุนเป็นช่วงเวลาสูง

    “สมมติมีโครงการสัก 400 ล้านต้องใช้เงินทุนเท่าไร และพวกนี้ไม่ใช่ว่าขายวันนี้อีก 30 วันเก็บเงินได้ เราขายวันนี้แล้วก็ยังต้องมีช่วงเวลาติดตั้ง ทำโน่นทำนี่ เร็วสุดเก็บเงินได้ประมาณ 6 เดือน นั่นหมายถึงว่าเงินจะต้องจมไปประมาณ 7 เดือน มีบางปีเราไปดูบันทึก จ่ายเฉพาะดอกเบี้ยเกือบ 20 ล้านเพราะกว่าจะเก็บเงินได้ และดอกเบี้ยก็ค่อนข้างสูง ถ้าเราลดภาระนี้ได้ การระดมทุนทำให้เรามีเงินก้อนหนึ่งมาเป็นเงินทุนหมุนเวียน นั่นทำให้ลดต้นทุนทางการเงินได้ ทำให้เพิ่มกำไรได้มากขึ้น และเมื่อเข้าสู่ตลาด การเจรจากับแบงก์เรื่องดอกเบี้ยก็พูดคุยได้ง่ายกว่า เมื่อเทียบกับตอนยังไม่ได้จดทะเบียน และอาจทำให้ความฝันของบริษัทเป็นจริงเร็วขึ้น”

     

    ผู้เชี่ยวชาญ
    หลายคนอาจจะมอง BIZ เป็นบริษัทเทรดดิงบริษัทหนึ่ง แต่สิ่งที่ BIZ ขายเป็นเครื่องมือทางการแพทย์ซึ่งมีความซับซ้อน ต้องใช้ห้องที่ออกแบบพิเศษและติดตั้งเครื่องเพื่อป้องกันรังสีไม่ให้เกิดอันตรายกับผู้อื่นในขณะที่ทำประโยชน์ให้ผู้ป่วย

    สมพงษ์เล่าว่า “สิ่งที่เราทำก็คือทำเป็น Service Provider ทางด้านนี้ สิ่งที่เราให้ลูกค้าคือ ให้คำแนะนำช่วยเหลือในการออกแบบห้องให้เกิดความปลอดภัยมากที่สุด และเราก็ให้ความช่วยเหลือจัดหาอุปกรณ์ทุกสิ่งทุกอย่าง เป็น one stop service เพราะเรามองเห็นว่าลูกค้าบางรายเขามีปัญหาตั้งแต่ห้อง เขาต้องทำห้องก่อสร้างก็บริษัทหนึ่ง เครื่องก็บริษัทหนึ่ง ก็อาจจะเกิดปัญหาว่าไม่เข้ากัน คือเดี๋ยวจะโทษกันไปกันมา เราก็มองดูแม้แต่การก่อสร้างปรับปรุงห้องเราก็รับผิดชอบ นั่นคือสิ่งที่เราเริ่มปรับกลยุทธ์เป็น Solution Provider ทางด้านรังสีรักษา เราปรับกลยุทธ์ให้แตกต่าง ใครจะทำด้านนี้ต้องคิดถึงเรา เข้ามาปรึกษา เครื่องต้องสามารถใช้งานได้จริง นั่นคือสิ่งที่เราวางกลยุทธ์ในการทำธุรกิจ ปัจจุบันเราก็วางตัวเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านนี้ ดังนั้นไม่ว่าเขาจะมีห้องอยู่เดิมหรือไม่มี เราก็สามารถให้คำปรึกษารวมถึงเรื่องการก่อสร้าง เราไม่มีบริษัทก่อสร้างเองแต่เรามีผู้รับเหมาที่สามารถไว้ใจได้และสามารถร่วมมือ เราทำหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของเขาเพื่อให้มั่นใจได้ว่าสิ่งที่ส่งมอบถูกต้องเป็นไปตามมาตรฐาน”

    เขาให้ข้อมูลต่อว่า ในประเทศไทยลักษณะการซื้อแบบ Solution Provider เป็นที่นิยม เนื่องจากบริษัทสามารถสรรหาอุปกรณ์ที่สามารถทำงานได้ทันที กลายเป็นจุดเด่นที่ BIZ นำเสนอให้แก่ลูกค้า

    สินค้าไฮเทค
    สมพงษ์เพิ่มเติมข้อมูลเรื่องเครื่องมือที่ BIZ จำหน่ายโดยย้อนอดีตวิธีการรักษาโรคมะเร็งด้วยรังสีที่มีมานานแล้ว คือการใช้แร่ธรรมชาติในการรักษา หรือที่รู้จักกันคือแร่โคบอลต์ แต่โคบอลต์มีปัญหาคือเมื่อพลังงานในก้อนแร่ลดลงจนถึงจุดหนึ่งจะใช้ไม่ได้ ต้องนำก้อนแร่ไปเก็บฝังเป็นกากกัมมันตรังสี ซึ่งเป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายให้ความใส่ใจค่อนข้างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากมีเหตุการณ์คนไปขโมยแร่และเกิดการรั่วไหลส่งผลให้เสียชีวิต

    จุดเด่นของเครื่องรุ่นใหม่คือ หากไม่มีกระแสไฟฟ้าเข้าไปในเครื่องก็จะไม่มีรังสีออกมา เป็นการทำงานคล้ายกันกับหลอดเอกซ์เรย์ที่ยิงด้วยพลังงานรังสีสูง และไม่มีกากกัมมันตรังสีให้ต้องกำจัด เมื่อเลิกใช้งานสามารถทิ้งได้เช่นเดียวกับเครื่องจักรอื่นๆ

    และการพัฒนาของเครื่องรุ่นใหม่ๆ ทำให้รังสีที่ได้มีอำนาจทะลุทะลวงได้ดีกว่า เมื่อรวมกับเครื่องมือที่ใช้ประกอบทำให้การรักษามีความแม่นยำมากขึ้น ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาให้ดียิ่งขึ้น

    “เราใช้คอมพิวเตอร์ควบคุมวางแผน ต่างๆ ทำให้การรักษามีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะเครื่องคอมพิวเตอร์วางแผนการรักษา เพราะการรักษามีองค์ประกอบมากมาย คอมพิวเตอร์วางแผนการรักษา คือเอาภาพที่เราซีทีสแกนมาวาง ว่าเราควรจะให้รังสีตรงไหนอย่างไรเพื่อที่จะได้ผลดีที่สุด และไม่ทำลายเนื้อเยื่อข้างเคียง ทุกอย่างที่เกี่ยวข้องเรามีหมด ไม่ใช่แค่มีเครื่องแล้วรักษาได้ การรักษาที่จะมีประสิทธิภาพที่ดีที่สุดคุณจะต้องมีอุปกรณ์ประกอบ” สมพงษ์อธิบาย

     

    ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับรังสี
    สมพงษ์ เล่าให้ฟังว่า ในอดีตหลายคนอาจจะเคยได้ยินกันมาว่าผู้ป่วยมะเร็งไปฉายรังสีหมายความว่าคนป่วยกำลังจะเสียชีวิต ซึ่งเป็นความเชื่อที่ผิด “ในอดีตที่เป็นอย่างนั้นเพราะคนที่มาพบก้อนมะเร็งมักจะเป็นมะเร็งระยะที่ 4 คือเป็นระยะสุดท้ายแล้ว ในอดีตทางการแพทย์การวินิจฉัยโรคมะเร็งยังไม่พัฒนา รู้อีกทีคือมีอาการแล้ว เป็นระดับ 4 แล้ว เกินเยียวยาเกือบทั้งหมด พอมาฉายแสงก็ช่วยทำให้ก้อนยุบ เพราะก้อนถูกทำลาย เราเคยทำงานด้านนี้ ผู้ป่วยก็ดีใจแต่เราก็รู้อยู่แล้วว่าอีกไม่นานเพราะโรคอยู่ในระยะที่เกินไปแล้ว คนก็บอกว่ามาฉายแสงแล้วตาย จะไม่ตายได้อย่างไร เพราะระยะโรคไปถึงขั้นนั้นแล้ว เราฉายแสงให้เขาเพื่อให้เขามีคุณภาพชีวิตที่เหลืออยู่ดีขึ้น ดังนั้นการรักษาโรคทุกโรคมีสองอย่าง คือหนึ่งทำให้หาย สองทำแค่บรรเทาอาการ”

    “ปัจจุบันเนื่องจากการแพทย์ในการวินิจฉัยพบได้เร็วขึ้น อยู่ขั้น 1-2 หรือ 3 ก็ตาม การรักษามีโอกาสหายเพิ่มมากขึ้น ทุกโรคเหมือนกันหมด ไม่จำกัดแค่โรคมะเร็ง เพียงแต่โรคมะเร็งพัฒนาการของโรค การเป็นโรคเร็วกว่าโรคอื่น อย่างวินิจฉัยวันนี้เป็นระดับ 1 ภายในเดือนเดียวอาจจะเป็น 2 หรือ 3 เลยก็ได้ ดังนั้นเมื่อวินิจฉัยว่าเป็นแล้วการรักษาจึงต้องเป็นไปอย่างเร่งด่วน ไม่ใช่ปล่อยไว้ได้ ยิ่งปล่อยไว้นานมากขึ้นโอกาสที่จะเป็นสเตจหลังๆ ก็มีมากขึ้น” สมพงษ์อธิบาย

    ปัจจุบันในประเทศไทยมีการใช้รังสีรักษาประมาณ 50-60 เปอร์เซ็นต์ของผู้ป่วยมะเร็ง เนื่องจากเครื่องมือมีประ-สิทธิภาพดีขึ้น รองลงมาคือการใช้คีโมและผ่าตัด ขึ้นกับอวัยวะที่เป็น เพราะมะเร็งบางอย่างไม่ไวต่อแสงทำให้การฉายรังสีไม่เกิดประโยชน์

     

    ความท้าทายของ BIZ
    สำหรับความท้าทายในการดำเนินงานของ BIZ ต่อไป สมพงษ์ บอกว่า สิ่งที่ยังคงต้องทำต่อเนื่องคือการเพิ่มยอดขายและสร้างความยั่งยืนทางรายได้ให้แก่บริษัท ซึ่งหมายถึงการมองหาธุรกิจเพิ่มเติมที่กำลังศึกษาแนวทางอยู่ ว่าจะมีอะไรที่เหมาะสมกับอนาคต โดยยังคงให้ความสนใจกับธุรกิจด้านการแพทย์ และสิ่งที่มองคือแนวโน้มสังคมผู้สูงอายุที่กำลังจะเกิดขึ้นในประเทศไทย เพราะไม่ว่าเศรษฐกิจจะเป็นอย่างไรเรื่องสุขภาพก็เป็นเรื่องที่ทุกคนให้ความใส่ใจดูแล

    สมพงษ์ปิดท้ายด้วยการตอกย้ำเรื่องการสื่อสารว่าเป็นความท้าทายที่ยังต้องดำเนินการ “การให้คนรู้ ก็เป็นการสร้างตลาดทางอ้อม เมื่อเขารู้ก็ไปถามโรง-พยาบาล ทำให้เขารู้ว่ามีทางเลือก ว่าสามารถมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น การทำให้เป็นที่รู้จักของโรงพยาบาลใหม่ๆ ผมเชื่อว่าหมอทุกคนมีจรรยาบรรณ ถ้ารู้ว่าเป็นทางเลือกที่ดีและดีต่อชีวิตคนเขาก็อยากให้ ถ้าผู้ป่วยเรียกร้องหมอเรียกร้องก็จะทำให้ธุรกิจเติบโตได้ดี และเหนือสิ่งอื่นใด ผู้ป่วยควรได้สิ่งที่เขาควรได้ ก็เป็นความท้าทาย ในการสื่อสารที่ต้องวางแผนให้รัดกุม ไม่ให้ถูกโจมตี ว่ากำลังไปชี้นำหรือทำให้คนเข้าใจผิด”