MBA Talk

ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ ภาพอนาคตสังคม เศรษฐกิจดิจิทัลไทย

ประเทศไทยกำลังมองหาโอกาสใหม่ๆ เรากำลังหาหนทางรับมือกับการเข้ามาแทนที่โดยเทคโนโลยีสารสนเทศรูปแบบใหม่ เรากำลังเตรียมตัวประเทศให้เข้าสู่ยุค 4.0 ด้วยการเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจจากมันสมองและเทคโนโลยี ซึ่งรัฐบาลมองเห็นความเปลี่ยนแปลงและผลกระทบที่จะเกิดขึ้น จึงจัดตั้งกระทรวงขึ้นมาใหม่ทดแทนกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารหรือไอซีทีเดิม มาสู่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ ดีอี

โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคนแรกคือ ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ ที่จะเป็นผู้คอยดูแลภาพรวมการพัฒนาประเทศรองรับการก้าวสู่โลกยุคดิจิทัล ให้คนไทยสามารถได้ประโยชน์จากเทคโนโลยีสารสนเทศยุคดิจิทัลโดยไม่ตกขบวนรถไฟสายเทคโนโลยีนี้ไป

ดร.พิเชฐเปิดโอกาสให้ MBA เข้าพบเพื่อรับฟังแนวทางการทำงานของกระทรวงดีอี และภาพที่จะเป็นไปในอนาคตทางด้านสังคมเศรษฐกิจดิจิทัลของไทย รวมถึงเรื่องราวสตาร์ตอัปที่ ดร.พิเชฐ เคยลุยงานมาในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อเป็นแนวทางให้แก่ผู้อ่านเตรียมความพร้อมรับมือความเปลี่ยนแปลงและมองหาหนทางที่สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นต่อไป

ภาพอนาคตของสังคมเศรษฐกิจดิจิทัล
พวกเราก็ถามตัวเองก่อนว่าวันนี้ความเป็นดิจิทัลของตัวเราเองแต่ละคนมีเท่าไร ซึ่งปัจจุบันนี้ไม่ได้เลือกวัย เพศ มิหนำซ้ำยังเห็นความคล่องตัวทักษะและความแตกต่าง แม้จะใช้กันอย่างแพร่หลายก็เห็นทักษะที่ต่างกันระหว่างคนรุ่นต่างๆ อย่างไรก็ตามเราก็เห็นพลังอำนาจของดิจิทัล ผมไม่ได้พูดแบบวิชาการ ผมพูดจากสิ่งที่เห็นมา จากการลงพื้นที่ว่ามีผลต่อชีวิตจริงๆ ผลทั้งในแง่เศรษฐกิจ การนำมาซึ่งรายได้ หรือหากพวกที่ไม่ระวังก็เสียรายได้ ใช้จ่าย การนำมาซึ่งการเรียนรู้ วันนี้จริงๆ แล้วจะดีจะไม่ดีอย่างไรก็แล้วแต่เราเรียนรู้ทุกวันเพราะคุณกด (โทรศัพท์มือถือ) ทุกวัน กดเพื่อวิถีชีวิตประจำวัน กดเพื่ออยากรู้อะไรใหม่ๆ สังคมเปลี่ยนไปจริงๆ ถ้าเทียบกับ 30 ปีก่อน อาจจะบอกว่าสมัยนี้ซับซ้อนขึ้นก็พูดได้ จะบอกว่าสมัยนี้มีความสะดวกสบายหรือมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นก็ได้ หรืออาจจะบอกว่า อยากจะ back to basic ก็ได้ แต่คุณไปต้านกระแสนี้ไม่ได้ และเมื่อต้านไม่ได้สิ่งที่พึงกระทำคืออะไร

ก็คือใช้ประโยชน์ให้มาก ขนานกันไปคุณต้องรู้เท่าทัน เช่นทุกวันนี้เราได้รับการฟีดอะไรมาเยอะแยะไปหมด บางอย่างเท็จ บางอย่างจริง บางอย่างหลอกลวง บางอย่างจินตนาการแต่ทำเหมือนเป็นเรื่องจริง บางอย่างมาทำให้เราเข้าใจผิดหรือไม่ชอบคนอื่น มาหลายรูปแบบ ทั้งเจตนาดี เจตนาไม่ดี ไปจนถึงรู้เท่า ไม่ถึงการณ์ เพราะฉะนั้นสังคมที่รู้เท่าทันจึงเป็นเรื่องสำคัญในสังคมดิจิทัล

กระทรวงนี้เกี่ยวข้องกับทุกกระทรวง กระทรวงศึกษาธิการ อุตสาหกรรม แรงงาน พลังงาน มหาดไทย ต่าง-ประเทศ...มีอะไรที่ไม่เกี่ยวกับดิจิทัล แอปพลิเคชันอาจจะต่างกัน นอกจากกระทรวงแล้วยังมีภาคเอกชน กระทรวงนี้จะต้องจับมือกับเอกชนอย่างเข้มแข็งเพื่อทำหลายเรื่องซึ่งรัฐจะต้องไปสนับสนุนเขา เพื่อเศรษฐกิจของประเทศ เพื่อทำให้เขาเข้มแข็งขึ้น เพื่อทำให้เขาเกิดการเชื่อมโยงระหว่างเซกเตอร์ เป็นต้น

ดิจิทัลยังต้องลงไปถึงระดับล่างของสังคม ชุมชนเมือง ชุมชนชนบท หมู่บ้านไปจนถึงครัวเรือน ทำไมพูดถึงขนาดนี้ เพราะดิจิทัลคือถนน ถนนวันนี้ไปถึงไหน ไปถึงบ้านถึงห้องนอนคุณ

กระทรวงอย่างเดียวคงไม่พอ สถานศึกษาก็ต้องช่วย เอกชนเองก็ต้องช่วย ชุมชนเองบางทีก็ต้องช่วยตัวเองด้วย ต้องช่วยกันหมด ในการสร้างความตระหนักเรื่องนี้

กระทรวงทำในเชิงยุทธศาสตร์เพราะเราไม่มีกำลังพอไปทำอะไรมากมาย ยกตัวอย่างเช่นยุทธศาสตร์ของเรา การวางอินเทอร์เน็ตประชารัฐ คือทำให้ประชาชนไม่เกิด digital divide นี่คืออันตรายของดิจิทัล ก่อให้เกิดช่องว่างในสังคมของผู้มี กับผู้ไม่มี เหมือนกับคนรวยคนจน คนรวยดิจิทัลกับคนจนดิจิทัลมีโอกาสต่างกัน

มีอยู่ 3 คำ availability มีให้ใช้ accessibility การเข้าถึงได้ สองคำนี้ต่างกันอย่างไร มีให้ใช้เขาอาจจะไม่ได้ใช้นะ เขาอาจจะเข้าไม่ถึง และ affordability เข้าถึงแต่แพงก็ไม่มีปัญญาใช้ สามคำนี้ต้องไปด้วยกันเสมอ

 

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - 

"รู้เท่าทันโลกดิจิทัลได้อย่างไร"
มีหลายรูปแบบ หนึ่งอย่าเชื่อทันที สองอย่าฟอร์เวิร์ดทันที สามให้พยายามคิดว่ามีเหตุผลไหม สี่ให้สังเกตมากกว่าเดิม เช่นที่เขาเรียก phishing โลโก้เหมือนธนาคาร xyz เลย แต่ท้ายที่สุดเขาจะดูดเอาพาสเวิร์ด รู้เท่าทันอีกแบบก็จะสอนเด็ก อย่าไปกล่าวหาคนทางออนไลน์นะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เป็นเรื่องอารมณ์หรือเรื่องไม่จริง

ที่พูดมาทั้งหมดก็ต้องการจะบอกว่า เราต้องอยู่กับดิจิทัล และการที่จะได้ประโยชน์ สังคม หนึ่งต้องตระหนักรู้ สองระบบการเรียนรู้ทางดิจิทัลจะต้องพัฒนา ซึ่งแตกต่างจากระบบการเรียนรู้ปกติในห้องเรียน วิธีการเรียนรู้แตกต่างกันออกไป ผมคาดว่าในอนาคตเราจะไม่ได้เรียนรู้ในห้องเรียนมากเท่ากับเรียนรู้จากดิจิทัล เพราะฉะนั้นระบบการศึกษาคงต้องเปลี่ยน

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - 

 

เน็ตประชารัฐ ไฮเวย์ทั่วประเทศ
เน็ตประชารัฐหรืออินเทอร์เน็ตหมู่บ้าน ปีนี้เราจะวาง 24,700 หมู่บ้านซึ่งเยอะมาก นี่คือซูเปอร์ไฮเวย์ ที่จะตามมาคือมูลค่าทางเศรษฐกิจและคุณภาพทางสังคม เพราะเราไม่ได้ใช้ไฮเวย์เพียงแค่การสื่อสารเท่านั้น เราจะใช้เพื่อให้ชาวบ้านขายสินค้าโอท็อปได้ เราจะให้เขาดึงดูดนักท่องเที่ยวมาเที่ยวก็ได้ จะใช้เพื่อให้เขาได้รับการรักษาพยาบาลทางไกลก็ได้ เราจะใช้เพื่อให้เขาไปเปลี่ยนบัตรประชาชน ทำพาสปอร์ตได้สะดวกขึ้น ดิจิทัลทั้งนั้น เพราะฉะนั้นการเรียนรู้ก็จะเกิดขึ้น ตามธรรมชาติ ตามสัญชาตญาณและแรงจูงใจ ถ้าชาวบ้านที่บุรีรัมย์รู้ว่าใช้อินเทอร์เน็ตแล้วเขาขายของได้มากขึ้น เขาก็จะเรียนรู้ มากบ้างน้อยบ้าง แต่เริ่มกระบวนการเรียนรู้โดยไม่ต้องเข้าห้องเรียน นี่คือแรงจูงใจตามสัญชาตญาณ

ถ้าชาวบ้านรู้ว่าเมื่อเจ็บป่วยขึ้นมา โรงพยาบาลอยู่ห่างไกลเขาต้องการการรักษาพยาบาลเบื้องต้น แล้วอินเทอร์เน็ตหมู่บ้านช่วยได้ก็จะเริ่มมีประโยชน์ เขาก็จะเริ่มเรียนรู้ว่าจะต้องทำอย่างไรกับ อสม. การรักษาทางไกลก็จะเกิดขึ้น แล้วมันเกิดขึ้นได้เร็วมาก เครื่องไม้เครื่องมือก็พอหาได้ เพราะฉะนั้นการวางเครือข่าย 20,000 กว่าเครือข่ายจะมีอิทธิพลสูง นี่เฉพาะในปีนี้ และจะทำได้ต่อเนื่อง วันหลังเราก็จะเห็นชุมชนที่เข้มแข็งขึ้นเรื่อยๆ เพราะเขาช่วยตัวเองได้มากขึ้น โอกาสเขาจะเท่ากับคนที่กรุงเทพฯ

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่จะต้องร่วมมือกันกับหลายฝ่าย ความเห็นผมคืออย่าไปทำให้เขา ให้เขาเรียนรู้ที่จะทำเอง ไม่อย่างนั้นไม่ยั่งยืน พอถอนตัวออกมาก็จบปิดร้าน ทีนี้กลไกในการทำตรงนั้นก็ไม่ง่ายนัก มีบางอย่างที่คิดอยู่แต่จะทำได้มากน้อยแค่ไหนไม่แน่ใจ เช่น สมมติปีนี้ผมวางได้ 20,000 กว่าหมู่บ้าน ผมก็สร้างงานได้ 20,000 กว่าตำแหน่ง สมมติคุณอยากทำงานชุมชนมาก เงินเดือนก็มีให้ เลือกเอาจังหวัดไหน เป็นผู้จัดการศูนย์ดิจิทัลชุมชน ต้องจบปริญญาหรือไม่ก็ไม่จำเป็น บางคนจบอาชีวะก็น่าจะฝึกได้ เพราะฉะนั้นกระทรวงก็มีหน้าที่จัดระบบฝึกอบรมคน ให้ไปประจำอยู่หมู่บ้าน เป็นคนในหมู่บ้านยิ่งดี ก็ติดถิ่นหรือคืนถิ่น ปัญหาสังคมก็ลดลง การกระจุกตัวในเมืองหลวงลดลง กระจายความเจริญ เพราะคนพวกนี้ไปพร้อมเทคโนโลยี ชุมชนก็จะเจริญขึ้น เป็น change agent

อย่างเช่นมีสินค้าอยู่ คุณป้าจะถ่ายรูปอย่างไรเอาให้สวยๆ นะ เสร็จแล้วเซฟอย่างไร โหลดขึ้นเฟซบุ๊กอย่างไร วางตรงไหนแล้วต้องเขียนกำกับไหมว่าสินค้าดีอย่างไร ราคาเท่าไร เป็นชิ้นเดียวในโลกใช่ไหม แล้วกดปุ่มไหนที่จะส่งเข้าเฟซบุ๊ก แล้วดูได้เลย จะชำระเงินอย่างไร ก็ต้องมีกระเป๋าสตางค์อิเล็กทรอนิกส์ มีอีเพย์เมนต์ ป้าบอกว่าไม่เอาฉันกลัวเดี๋ยวไม่ได้เงิน ก็อาจจะบอกว่าลองดูอันง่ายๆ ก่อนไหม cash on delivery แต่ก็ต้องใช้นี่อยู่ดี (ยกโทรศัพท์ขึ้นมา) กดตรงนี้แล้วเงินมา เงินจะมาวิธีไหน โอนผ่านธนาคาร พร้อมเพย์ก็ได้ แล้วเช็กอย่างไร ก็ไปอัปเดตสมุดธนาคารสิ ถ้าไกลก็ลองทำในนี้ (โทรศัพท์) หลังจากนั้นทำอย่างไร ส่งของกดตรงนี้ แล้วคนส่งเขารู้เรื่องเอง ก็แพ็กให้เรียบร้อยแล้วส่งไป เดี๋ยวเขาไม่ได้รับจะทำอย่างไร ก็มี tracking system อยู่ในนี้ (โทรศัพท์)

ผมถามว่าที่ผมพูดมานี่ยากไหม สอนคนจบ ปวส. คิดว่าใช้เวลากี่สัปดาห์ ให้เขาแนะนำได้ ให้เขาเป็นครูเลย นี่ไม่ใช่ฝัน ทำจริงได้

 

มีแอปพลิเคชันอยู่เยอะแยะ คุณลุง smart farmer มาตรงนี้ไปวัดอากาศได้ ตรงนี้วัดดินได้ วันหลังไม่ต้องเป็นทาสพ่อค้าปุ๋ยนะ ตรงนี้เข้าไปเว็บไบโอเทคสิเขามีสายพันธุ์ให้เลือก 5 สายพันธุ์ ไม่ลองดูหรือ วันนี้อากาศจะเป็นอย่างไร ดูของกรมอุตุฯ ของกระทรวงดิจิทัลฯ สิ

คุณต้องไปลงพื้นที่ พอของไปถึงเขา เขาเริ่มเรียนรู้แล้วเขาทำมากกว่าที่เราคาดคิดอีก เช่น อีคอมเมิร์ซเขาทำเอง อย่างที่ผมไปเชียงรายและพะเยา สังคมเปลี่ยนได้ ผมถึงได้บอกว่าจะเป็นสะพานดิจิทัลที่ลดความเหลื่อมล้ำ จากเดิมที่ไม่รู้จะทำมาหากินอย่างไร ตอนนี้มีช่องทางหากินแล้วผ่านดิจิทัล นี่ก็ชัดเจน ยิ่งถ้าเขามีของดีในหมู่บ้านเขาก็งัดออกมาขายให้โลกได้แล้ว คนที่เบลเยียมก็สามารถเข้าถึงเขาได้ เคยมีครั้งไหนในประวัติศาสตร์มนุษยชาติที่ทำได้อย่างนี้บ้าง เพราะฉะนั้นถ้าเข้าใจตรงนี้โครงการอินเทอร์เน็ตหมู่บ้านมีความหมายทันที เศรษฐกิจเดินทันที คนเรียนรู้ทันที คิดมาดีแล้วถึงได้ทำตรงนี้

 

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - 

"E-Health"

เราก็เอ็มโอยูกับกระทรวงสาธารณสุข และคาดหวังว่าเราจะทำ digital health ร่วมกัน เช่น data storage ข้อมูลทางด้านสาธารณสุขเยอะมาก หรือเรื่องของ cloud computing ของสาธารณสุข หรือเราอยากจะสร้างเครือข่ายสาธารณสุขหลายๆ วง อสม. (อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน) 500,000 คน เมื่อก่อนทำอย่างไร นานๆ คงมาเจอกันที ผมมีดิจิทัล เจอกันได้ทุกวัน เรียนรู้ได้ทุกวัน มีข้อมูลใหม่ มีโรคระบาดใหม่รู้ทันที ทั่วประเทศ ทำงานได้ทันที ระบาดตรงนี้อีกหมู่บ้านก็จะป้องกันได้แล้ว

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - 

 

ดิจิทัลพาร์ก แหล่งผลิตนวัตกรรม
มีอีบิสเนสเต็มไปหมด เป็นดิจิทัลที่มากับวิธีคิดธุรกิจ มีบิสเนสโมเดลแล้วเอาพวกนี้ตาม ไปจนถึงการสร้างระบบการพัฒนาซอฟต์แวร์ อุตสาหกรรม ออโตเมชันก็เกี่ยวกับดิจิทัล ให้มีปัญญา-ประดิษฐ์ ต่อไปในอนาคตโดยเฉพาะเมืองใหญ่ๆ เซ็นเซอร์จะเต็มไปหมดซีซีทีวีเต็มไปหมด ซึ่งมีประโยชน์มาก แล้วก็จะมี intelligent cctv เจอหน้าใคร capture หมด ในโทรศัพท์ก็มี บางทีรูปเล็กนิดเดียวมี 20 คน ไปจับให้หมดเลย วันหลังจะจับขโมยก็ง่ายขึ้น ในโรงงานจำนวนมากก็จะเริ่มออโตเมต ด้วยเหตุผลทางการผลิต การลดต้นทุน การเพิ่มความแม่นยำ IOT ก็จะเกิดมากขึ้นในอนาคตเพื่อเชื่อมสรรพสิ่ง ขับรถไปก็เชื่อมภัตตาคาร วันหลังผมฝันว่าคงเกิด ขึ้นรถปุ๊บ กดปุ่มปุ่มหนึ่งเรียกว่ากำลังจะไปกินข้าว ขับรถไปไหนก็ขึ้นมา หรือจะเอาละเอียดหน่อย ส้มตำไก่ย่างเท่านั้นก็ขึ้นมา ป่วยปวดท้องจะไปหาหมอ กดจะไปที่ไหน ตรงนี้คลินิก ตรงนี้ศูนย์การแพทย์ ตรงนี้โรงพยาบาล รถแต่ละคันติดต่อกัน ถ้าคุณอยู่บนถนน คุณโดนรังสีของเครื่องเหล่านี้กระแทกตลอดเวลา เชื่อมโยงกันหมด

ผมอยากจะสร้างประเทศไทยให้มีนวัตกรรมทางด้านดิจิทัลสูงๆ ผมก็จะทำดิจิทัลพาร์กไทยแลนด์ เป็นเขตดิจิทัลพิเศษสำหรับลงทุนสร้างนวัตกรรมด้านดิจิทัล จะเอาเซกเตอร์ไหนก็ใส่เข้าไปในนั้น การเรียนรู้ระหว่างผู้ประกอบการ การถ่ายทอดเทคโนโลยีจากผู้ประกอบการไปมหาวิทยาลัยก็จะเกิดขึ้น ซึ่งก็ทำกันหลายประเทศแต่ของเราจะมีความได้เปรียบเพราะ หนึ่ง เราค่อนข้างเป็นศูนย์กลางของ CLMV สอง เรามีระบบเครือข่ายโทรคมนาคมที่ดีพอสมควร และถ้าเราเลือกสถานที่ได้ดี เช่น CAT มีพื้นที่อยู่ที่ศรีราชาเป็น International Gateway มีสายเคเบิลใต้น้ำขึ้นมาตรงนั้น ตรงนั้นก็เนรมิตให้เป็นดิจิทัลพาร์กได้ เพราะกิจกรรมดิจิทัลต้องการแบนด์วิดท์เยอะๆ จะได้ใช้งานได้ง่าย จะโหลดวิดีโอ ตัดต่อภาพยนตร์ จะทำเรื่องยากๆ ข้อมูลเยอะๆ ตรงนี้สบายมาก ดิจิทัลพาร์กจะเป็นอะไรที่มีผลกระทบสูง ก็กำลังออกแบบอยู่ที่ศรีราชา

เหตุผลหลักเหตุผลหนึ่งที่เราจะทำดิจิทัลพาร์กขึ้นมา คนไทยถ้าไม่รู้ก็สามารถเรียนรู้จากต่างประเทศที่เชิญมา พอรู้แล้วก็ลงทุนบ้าง สร้างนวัตกรรมใหม่ๆ บ้าง ฝึกคนรุ่นใหม่บ้าง ไม่รู้ก็ถ่ายทอดเทคโนโลยีมาแล้วมาแกะเองบ้าง ก็ต้องทำอย่างนี้ ทุกประเทศที่เจริญแล้วก็ทำแบบนี้ทั้งนั้น ถ้ามัวแต่ซื้อของเข้ามาง่ายๆ ก็ซื้อเขาตลอด ยังมีอีกเยอะแยะเรื่องดิจิทัลที่เราสามารถทำได้เอง ไม่ได้หมายความว่าเราแย่นะ เราก็มีหลายจุดที่ดี เพียงแต่ว่าควรจะทำมากกว่านี้
ทั้งมหาวิทยาลัย เอกชน สตาร์ตอัป

 

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - 

 

"แนวทางพัฒนาให้เกิดการเป็นเจ้าของเทคโนโลยี"

วิธีส่งเสริมคือเราให้สิทธิประโยชน์ทางภาษี ถ้าคุณสร้างนวัตกรรมคุณไม่เสียภาษี ถ้าคุณจะลดต้นทุน คุณคิดเองบ้างคุณก็สามารถลดต้นทุนการผลิตของคุณได้ คุณต้องการคนเดี๋ยวนี้รัฐบาลก็หาคนให้ อยากให้หย่อนเรื่องโน้นเรื่องนี้ เช่นผู้เชี่ยวชาญเข้ามาเดี๋ยวนี้ก็หย่อนให้แล้วสะดวกขึ้น กลไกพวกนี้มีอยู่ที่ว่าจะลุกขึ้นมาทำหรือไม่ ก็มีจำนวนหนึ่งตอนนี้ก็ลุกขึ้นมาทำ เอกชนที่มีความพร้อมเขาก็ทำ เอกชนที่กล้าๆ กลัวๆ ก็ยังดูๆ อยู่ ที่จะมาซื้อมาขายไปอย่างเดียวก็ไม่ต้องคุย รัฐสร้างกลไกให้แต่รัฐไม่สามารถไปบอกให้เขาต้องทำอย่างโน้นอย่างนี้ เป็นกลไกตลาด

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - 

 

เร่งพัฒนาคนดิจิทัล
จริงๆ ก็มีเยอะ หลักสูตร computer science แต่คำถามคือไปเข้าอุตสาหกรรมได้ไหม คุณภาพ สิ่งที่เรียนมาตรงกับการใช้งานไหม เป็นเรื่องปริมาณหน่อยหนึ่ง คุณภาพเยอะๆ จะเอาระดับไหนทุกคนต้องได้ปริญญาไหม หรืออาชีวะก็ทำงานได้ การทำระบบขนาดใหญ่ทำเป็นไหม ซอฟต์แวร์โพรเจ็กต์ใหญ่ๆ ทำเป็นหรือไม่ไปจนถึงเรื่องฮาร์ดแวร์เราก็มีไม่มากนัก ส่วนใหญ่เป็นบริษัทข้ามชาติมาลงทุน ก็ไม่ผิดอะไร แต่ว่าถ้าจะสร้างนวัตกรรมทางด้านฮาร์ดแวร์ก็สามารถริเริ่มได้ในเรื่องที่เราพอจะทำได้ เพราะเด็กเก่งๆ ชนะเหรียญทอง ชนะโรบ็อตมา ก็มี เด็กทุนก็มี ก็เป็นวิธีหนึ่งที่จะดึงเอาคนเก่งมาทำงานแต่อย่าให้กระจายมากไปนัก ดิจิทัลพาร์กก็เป็นจุดหนึ่งที่จะรวมห่อ ไม่ต้องกระจาย เอาคนเก่งๆ จบดีๆ ส่งไปเรียนแล้วกลับมาทำงานให้คุ้ม แต่ต้องสร้าง eco system ให้เขา

เราก็ใช้มหาวิทยาลัยแต่ยังไม่พอ ไม่ใช่ไม่พอในเชิงปริมาณมหาวิทยาลัย แต่ไม่พอในเชิงความเชี่ยวชาญพิเศษ ไม่พอในเชิงการเอาหลักสูตรมาใช้งานจริงในอุตสาหกรรม วิธีเดียวคือต้องทำให้เกิดความเชื่อมโยงระหว่างมหาวิทยาลัยกับอุตสาหกรรม

 

ดึงดูดบริษัทใหญ่
ในแง่การชักชวนให้ต่างประเทศมาลงทุนในประเทศไทยมากขึ้น เพื่อให้ไทยเป็นศูนย์กลางหรือให้ไทยสามารถดูดซับเทคโนโลยีต่างๆ ได้มากขึ้น นี่ก็เป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องทำในเชิงยุทธศาสตร์ เราจะดึงซิลิคอนแวลลีย์มาได้อย่างไร เราจะดึงจีนมาได้อย่างไร อาลีบาบา หัวเหว่ย จะดึงซัมซุง เอ็นอีซีโคโดโม มาได้อย่างไร ขณะเดียวกันเราก็ไปช่วยประเทศเพื่อนบ้านด้วย

ต้องดูจิตวิทยาว่าเขาสนใจอะไร ไม่ใช่เราอยากได้อะไรอย่างเดียว เขาสนใจแรงจูงใจทางภาษีไหม เขาสนใจว่าเรามีกำลังคนเพียงพอรองรับธุรกิจเขาไหม เขาสนใจเรื่องกฎระเบียบที่ตึงไปไหม ก็หย่อนลงหน่อย หรือเขาสนใจเรื่องทรัพย์สินทางปัญญาเราก็ต้องคุ้มครองให้เขา ก็ดูว่าติดตรงไหนก็ไปแก้ตรงนั้น แต่ที่ดีก็คือใครๆก็อยากมาเมืองไทย ซึ่งไม่ใช่ทุกประเทศจะเป็นอย่างนั้น เรามีของดีอยู่แต่ของอื่นๆ มีอะไรติดขัดก็ไปแก้

ไม่ใช่ปัญหาอย่างเดียวที่เขาดูบางทีเขาก็ดูเรื่องโอกาสเรื่องตลาดซึ่งอยู่นอกเหนือสิ่งที่กระทรวงจะไปดู เราก็ต้องสร้างความพร้อมให้มากที่สุด ความพร้อมเรื่องสิทธิประโยชน์ ความพร้อมเรื่องกำลังคนทางด้านดิจิทัล ความพร้อมเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน ความพร้อมทางด้านกฎระเบียบต่างๆ ปัจจุบันการลงทุนต่างประเทศในไทยก็ดี เพียงแต่ว่าเราต้องเติบโตไปอีกขั้นหนึ่ง

ฟูมฟักสตาร์ตอัป
สตาร์ตอัปยังใหม่อยู่เพิ่งเริ่มมาปีสองปีนี้เอง สิ่งที่เราต้องพยายามฟูมฟักคือสร้างโอกาสให้เขายังไม่ต้องลงไปดูว่าเขาจะต้องเก่งตรงไหนเป็นพิเศษ เพราะยังมีทางเลือกอีกหลายทาง เขาอาจจะเป็นสตาร์ตอัปทางด้านเกษตรที่เก่งมาก และใช้ประโยชน์จากตรงนี้ หรือดึงดูดนักท่องเที่ยวได้เป็นแสน แต่ถ้าไม่มีสื่อดิจิทัลก็ทำไม่ได้ วิธีคิดหมายถึงบิสเนสโมเดล การที่มีการใช้เทคโนโลยีให้เป็นประโยชน์ รวมถึงการมีกำลังคนที่จะร่วมทีมกันได้ เพราะสตาร์ตอัปส่วนใหญ่เขามาเป็นทีม 3-4 คน แบ่งหน้าที่กันไปทำงานหนักกัน 5-7 ปี กว่าจะสำเร็จ ไม่ใช่ของง่ายๆ

วันนี้เราไปบุกมหาวิทยาลัย เพราะคนรุ่นใหม่อยู่ในมหาวิทยาลัยเยอะ และเราก็หาทรัพยากรไปช่วยมหาวิทยาลัยให้เขาสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อสตาร์ตอัปขึ้นมา ตั้งแต่หลักสูตร สถานที่ทำงาน ไปจนถึงเรื่องการฝึกอบรม ว่าระบบนี้เขาทำอะไรอย่างไร

สอง มาตรการภาษีตอนนี้ก็ทำไปหมดแล้ว ใครเป็นสตาร์ตอัปตอนนี้ไม่ต้องเสียภาษี 5 ปี ใครเป็น venture capital ไม่ต้องเสีย 10 ปี

สาม ก็จะมีกองทุนใหม่ๆ เข้ามาช่วยเหลือสตาร์ตอัป เช่นที่ผมทำที่กระทรวงวิทย์ ก็ 2,000 กว่าล้าน หรือกองทุนใหม่ๆ อย่างเช่นกองทุนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน นี่ก็สามารถช่วยได้ เราก็ไปบอกธนาคารรัฐและธนาคารพาณิชย์ให้ช่วยสตาร์ตอัปหน่อยนะ ตอนนี้ทุกธนาคารก็มีหน่วยธุรกิจที่มาดูแลเรื่องการลงทุนในสตาร์ตอัป ไม่ใช่การให้สินเชื่อ ที่เหลือก็เป็นความเก่งของคนรุ่นใหม่ แล้วว่าจะอึดไหมต้องมีความหวัง อย่าคิดถึงแต่ปัญหาเดิมๆ แล้วความหวังอยู่ที่ใคร อยู่ที่คนไว้วางใจ ให้โอกาส สร้างโอกาสให้ สร้างสภาพแวดล้อมดีๆ ให้เขา ให้กำลังใจเขา เหล่านี้คือสิ่งที่ควรทำ อย่าไปพูดแต่ปัญหา ต้องพูดเรื่องโอกาส โอกาสประเทศไทยมาแล้ว ปีนี้มาเยอะมากเลยและก็จะทำให้อีกเยอะเลย

ที่ผมพูดไปทั้งหมดโอกาสทั้งนั้น อยู่ดีๆ ไม่เกิด ถ้าไม่มีวิธีคิดกับโครงการต่างๆ เหล่านี้ เป็น eco system ระบบ กลไกสนับสนุน

สตาร์ตอัปก็ไม่จำเป็นต้องเป็นคนรุ่นใหม่อย่างเดียว จะเป็นฐานทางเศรษฐกิจใหม่ๆ ไม่ต้องจำเจอยู่ที่เดิม เขาก็คิดเก่ง เขาจะรู้ว่าประเทศไทยมีอนาคต

MAGAZINE

 

 

 



New News

 

Editor Observation

  • Apr 26 , 2017

    สิ่งมีชีวิตเกือบทั้งหมดบนโลกใบนี้ ดำเนินไปได้ด้วยพลังงานจากดวงอาทิตย์ พลังงานของดวงอาทิตย์เป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับชีวิต ให้ชีวิตได้มีพละกำลังที่จะขับเคลื่อนดำเนินต่อไปและสืบสายพันธุ์ลูกหลานต่อไปได้เรื่อยๆ บนโลกใบนี้ (หรืออาจจะบนโลกใบอื่นด้วยหรือเปล่าก็ไม่รู้?) ตราบเท่าที่ “ดวงตะวันยังคงส่องแสง”

  • Apr 03 , 2017

    ยุทธจักร มีเดีย/เอ็นเตอร์เทนเมนต์มีจอมยุทธยอดฝีมืออยู่ไม่น้อย ที่ยังโลดแล่นอยู่ในวงการ และร่วมฝ่าคลื่นฝืนลมแห่งการเปลี่ยนแปลงอันรุนแรงอย่างกระแทกกระทั้น เพราะเนื่องมาแต่ Paradigm Shift ของเทคโนโลยีระดับโลกและพฤติกรรมการบริโภคสื่อของผู้คนอยู่ในขณะนี้

  • Dec 28 , 2016

    แม้ขณะนี้ นโยบาย "อัตราดอกเบี้ยติดลบ" ยังมาไม่ถึงเมืองไทย ก็ใช่ว่าผู้ฝากเงินอย่างพวกเราจะนิ่งนอนใจได้

 

School Move

  • Mar 17 , 2017

    สถาบันแนะแนวการศึกษาคริมสัน ผู้นำที่ปรึกษาด้านการศึกษาระดับโลก เปิดสาขาใหม่ในกรุงเทพมหานครเพื่อผลักดันนักเรียนไทยและนักเรียนทุกคนทั่วโลก สามารถเข้าถึงเครือข่ายติวเตอร์ ที่ปรึกษา และผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ ที่คอยให้คำปรึกษากว่า 2,000 คนทั่วโลก

  • Feb 14 , 2017

    สมาคมแลกเปลี่ยนบุคคลากรไทย-จีน ร่วมกับเครือข่ายมหาวิทยาลัยจีน หรือ China Campus Network (CCN), สมาคมผู้สื่อข่าวไทย-จีน, สมาคมการค้าวิสาหกิจจีน-ไทย, ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศจีน กรุงเทพฯ, สำนักข่าวซินหัวประจำกรุงเทพฯ, สถานีวิทยุซีอาร์ไอประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และโรงเรียนภาษาสายสัมพันธ์ ร่วมจัดการแข่งขันภาษาจีน Friendship Cup ครั้งที่ 9 พร้อมผนึกกำลังในพิธีเปิดโครงการความร่วมมือระหว่างเครือข่ายมหาวิทยาลัยจีน องค์กรธุรกิจไทย-จีน สมาคมผู้สื่อข่าวไทย-จีน  และสถาบันการศึกษาไทย เพื่อพัฒนาบุคลากรไทยตอบสนองตลาดแรงงานและองค์กรไทย-จีนในปัจจุบัน

  • Feb 02 , 2017

                  วิสดอม เอ็นเตอร์ไพร์ส จับมือ Rugby School  แห่งสหราชอาณาจักรหนึ่งในโรงเรียนเอกชนชั้นนำที่มีชื่อเสียงและได้รับความเชื่อถือมากว่า 450 ปี เตรียมเปิดโรงเรียนนานาชาติ Rugby School Thailand   ชูจุดแข็งด้วยหลักสูตรพัฒนาการศึกษาแบบองค์รวม ด้วยงบลงทุนกว่า 1,500 ล้านบาท ตอบโจทย์การศึกษาทั้งในประเทศและกลุ่มประเทศ CLMV

Management

  • Apr 24 , 2017

    เทคโนโลยีโทรทัศน์และวิทยุกระจายเสียงมีมามากว่า 100 ปี มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ยุคโทรทัศน์ขาวดำ การใช้สัญญาณอนาล็อก และมีการพัฒนามาสู่ Digital TV และ Digital Radio ในปัจจุบัน นอกจากนี้สื่อที่มีคนบริโภคมากที่สุดยังคงเป็นโทรทัศน์และวิทยุ “ดังนั้นสามารถพูดได้ว่าอุตสาหกรรมวิทยุกระจายเสียงและโทรทัศน์ มีความสำคัญต่อชีวิตของคนทั่วไปเป็นอย่างมาก”  แนวโน้มของการพัฒนาอุตสาหกรรมวิทยุกระจายเสียงและโทรทัศน์ มีดังต่อไปนี้

  • Apr 16 , 2017
    การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย มีบริการที่สร้างความมั่นใจให้กับคุณ คือMEA Better Care Serviceที่ช่วยเติมเต็มบริการหลังเครื่องดื่มให้กับลูกค้าของเรา ได้ดีเยี่ยม 
  • Apr 12 , 2017

    บทความนี้เกิดขึ้นจากศึกษาวิจัยโครงการแผนการขับเคลื่อนการท่องเที่ยววิถีไทยและพัฒนาศักยภาพการท่องเที่ยวโดยชุมชน เพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ซึ่งสนับสนุนโดยสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ที่ผู้เขียนได้เข้าไปร่วมศึกษา รวมถึงจากประสบการณ์ที่ได้ไปอยู่ใน Academy for Systems Change 

 

Cool Case

  • Feb 14 , 2017

    อุทยานการเรียนรู้ TK park จัดเวทีบรรยายพิเศษว่าด้วยแนวโน้มนวัตกรรมห้องสมุดและแนวคิดการพัฒนาพื้นที่การเรียนรู้ การสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้สร้างสรรค์ และตัวอย่างโครงการส่งเสริมการเรียนรู้ที่ได้รับรางวัลระดับโลก ในงานประชุม สหปาฐกถาประจำปี TK Forum 2017 “Better Library and Learning Space: Trends and Ideas” ได้รับเกียรติจาก 3 วิทยากร จาก 3 ประเทศชั้นนำด้านการพัฒนาห้องสมุด เพื่อให้เกิดแนวคิดใหม่และเป็นแรงบันดาลใจในการปรับใช้พัฒนาต่อไปตามแนวคิด Learning in Digital Age ที่ประกาศเป็นแนวทางในปีนี้

  • Jan 09 , 2017

    The Internship ใน MBA บทความนี้เป็นคนละเรื่องกับ The Internship (2013) ภาพยนตร์ดังของฮอลลีวูดที่นำแสดงโดย วินซ์ วอห์น (Vince Vaughn) และ จาเร็ด สเติร์น (Jared Stern) ที่มีพล็อตเรื่องเกี่ยวกับวัฒนธรรมองค์กร (Corporate Culture) ของบริษัทยักษ์ใหญ่ไอทีโลก คือ บริษัท Google

  • Dec 22 , 2016

     

    โรคมะเร็งเป็นสาเหตุการตายของคนไทยเป็นอันดับหนึ่งติดต่อกันมากกว่า 10 ปี โดยมีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตัวเลขปี 2550 มีคนไทยเสียชีวิตด้วยมะเร็งทุกชนิดอยู่ที่ 53,434 ราย ในปี 2557 มีผู้เสียชีวิตจากมะเร็งทุกชนิดอยู่ที่ 70,075 ราย (ตามข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติ)

    องค์การอนามัยโลกรายงานพบผู้ป่วยโรคมะเร็งรายใหม่ทั่วโลกปีละประมาณ 14 ล้านคน เสียชีวิตด้วยสาเหตุที่เกี่ยวเนื่องจากมะเร็ง โดยคาดว่าจำนวนผู้ป่วยจะเพิ่มขึ้นถึง 70 เปอร์เซ็นต์ในช่วง 2 ทศวรรษต่อไป หรือจะมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 22 ล้านราย


    วิธีรักษาโรคมะเร็งในปัจจุบันที่นิยมกันประกอบด้วย การผ่าตัดก้อนมะเร็งออก การฉายรังสี โดยโฟกัสตรงจุดที่เป็นก้อนมะเร็งและเนื้อเยื่อรอบๆ เพื่อฆ่าเซลล์มะเร็ง หรืออาจจะเพื่อการรักษาหรือบรรเทาอาการ เคมีบำบัด หรือที่คุ้นเคยกันในชื่อว่าการทำคีโม เป็นวิธีการรักษาหรือบรรเทาอาการโดยการใช้ยาต้านมะเร็ง ซึ่งแพทย์จะเลือกใช้วิธีใดขึ้นอยู่กับประเภทและระยะของมะเร็ง รวมถึงความแข็งแรงและวิธีการรักษาที่ผู้ป่วยเคยได้รับมาก่อนหน้า

    จากจำนวนผู้ป่วยมะเร็งที่เพิ่มอย่างต่อเนื่องทำให้โรงพยาบาลทั้งภาครัฐและเอกชนให้ความสำคัญกับการดูแลผู้ป่วยโรคนี้ ขณะเดียวกันก็มีธุรกิจที่ทำหน้าที่สนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์ให้สามารถทำการรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น ด้วยการจำหน่ายเครื่องไม้เครื่องมือและดูแลบำรุงรักษาอุปกรณ์ต่างๆ ให้พร้อมใช้งานอย่างต่อเนื่อง

    หนึ่งในผู้ให้บริการรายใหญ่ในประเทศไทยคือ บริษัท บิสซิเนสอะไลเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ BIZ ผู้ดำเนินธุรกิจเป็นผู้จำหน่ายและติดตั้งชุดเครื่องมือทางการแพทย์สำหรับรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งด้วยวิธีรังสีรักษา (Radio-therapy) และให้บริการซ่อมบำรุงรักษาชุดเครื่องมือทางการแพทย์ดังกล่าว (Maintenance Service)

    สมพงษ์ ชื่นกิติญานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร BIZ ย้อนถึงจุดเริ่มต้นธุรกิจนี้ว่า ตนเรียนจบทางด้านรังสีเทคนิค และเข้าทำงานในโรงพยาบาลไประยะหนึ่ง จากนั้นก็ลาออกมาทำงานด้านการขายให้บริษัทอุปกรณ์การแพทย์ และมีโอกาสดูแลสินค้าตัวหนึ่งคือ การใช้รังสีรักษาโรคมะเร็ง ซึ่งเพิ่งเริ่มเข้ามาแนะนำในประเทศไทย

    “เราก็เห็นแนวโน้มว่า โรคมะเร็งมีแต่พัฒนาการมากขึ้น และเทคโนโลยีก็มีการเปลี่ยนแปลง เมื่อถึงจุดหนึ่งที่บริษัทเดิมมองแนวทางไม่เหมือนกับเรา เราก็เลยออกมาทำธุรกิจเอง ประกอบกับหุ้นส่วนของผมที่เคยอยู่บริษัทเดียวกันเขาดูแลด้านวิศวกรรม เราก็เลยออกมาตั้ง Business Alignment เมื่อปี 2543”

    สมพงษ์เล่าต่อว่าเหตุที่ตั้งชื่อบริษัทโดยไม่มีคำที่เกี่ยวข้องกับการแพทย์เลยนั้นเพราะมองว่าการทำธุรกิจไม่จำเป็นต้องอยู่เพียงแค่อุปกรณ์ทางการแพทย์ หากยังสามารถทำอย่างอื่นได้พร้อมกัน จึงตั้งเป็นชื่อกลางๆ รวมกับในช่วงที่เรียน MBA ก็ชอบคำว่า Business Alignment เพราะเป็นการวางแนวทางให้ธุรกิจต่างๆ กลมกลืนเข้าด้วยกัน ตามเป้าหมายขององค์กร ดังนั้นชื่อของบริษัทจึงหมายความว่าในอนาคตบริษัท BIZ ก็สามารถขยายไลน์ธุรกิจและผันตัวเองเป็น Holding Company ได้

    แม้ว่าช่วงที่ก่อตั้งบริษัทเป็นช่วงหลังวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 ที่ภาวะเศรษฐกิจในประเทศยังตึงตัว มีหลายคนเตือนว่าการออกจากงานในช่วงเวลานั้นเพื่อมาสร้างธุรกิจอาจจะลำบาก แต่ด้วยการมองเห็นโอกาสเช่นเดียวกับซัพพลายเออร์ในต่างประเทศที่มองแนวโน้มการรักษามะเร็งด้วยเครื่องมือชนิดนี้จะเติบโต เพราะเทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมากในช่วงปี 2537 ส่งผลให้ประสิทธิภาพการรักษาดีขึ้น ช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตให้แก่ผู้ป่วยโรคมะเร็ง

     

    ธุรกิจเงินทุนสูง
    การจำหน่ายเครื่องไม้เครื่องมือทางการแพทย์มีราคาสูง การลงทุนจึงต้องสูงตามไปด้วย เพราะต้องซื้อเครื่องมาก่อน เพื่อมาติดตั้งให้ลูกค้าแล้วจึงเก็บเงินได้ เงินทุนจึงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก

    เมื่อเริ่มตั้งบริษัทด้วยทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท สมพงษ์ และ วรวิทย์ สีลภูสิทธิ์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงินและทรัพยากรมนุษย์ บริษัท บิสซิเนสอะไลเม้นท์ จำกัด (มหาชน) (BIZ) 2 หุ้นส่วนใหญ่ ลงเงินคนละครึ่ง ดังนั้นการจะขายเครื่องมือราคา 40-50 ล้านบาท จึงต้องไปเจรจากับธนาคาร เพื่อขอกู้เงินมาใช้ทำธุรกิจ

    “เราก็ไปคุยกับแบงก์เอาสัญญาไปให้เขาดู เพราะสัญญานี้เป็นสัญญากับภาครัฐ เราก็ให้เขามั่นใจว่าเขาจะได้รับเงินก็เอาสิทธิในการรับเงินไปให้เขา แล้วไปกู้ เอาบ้านไปจำนอง เอาตัวเราไปค้ำประกัน แต่เราเพิ่งก่อตั้งเขาก็ยังไม่ค่อยมีความมั่นใจ เขาคงดูเราส่งมอบงานได้ไหม เก็บเงินได้หรือไม่ เรามีสัญญาไม่พอต้องเอาบ้านที่อยู่มาจำนอง ไปหาเงินกู้จากพวกญาติบางส่วน

    “ผมอาจจะโชคดี ปีแรกอาจจะเหนื่อยหน่อยต้องไปขอกู้เงินญาติบ้าง ธนาคารบ้าง และลูกค้าบางรายก็ช่วยผ่อนคลายเรื่องการชำระเงินให้เงินเราเร็วขึ้น อาจจะเป็นโชคดีที่เจอลูกค้าดีๆ ด้วย และโชคดีอีกอย่างที่ตั้งแต่ตั้งมาหนี้สูญเราไม่มี เพราะคู่ค้าเรามีแต่โรงพยาบาลใหญ่ๆ” สมพงษ์ กล่าว


    การนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai จึงเป็นการลดปัญหาด้านเงินลงทุน เนื่องจาก BIZ เป็นธุรกิจที่ต้องใช้เงินลงทุนเป็นช่วงเวลาสูง

    “สมมติมีโครงการสัก 400 ล้านต้องใช้เงินทุนเท่าไร และพวกนี้ไม่ใช่ว่าขายวันนี้อีก 30 วันเก็บเงินได้ เราขายวันนี้แล้วก็ยังต้องมีช่วงเวลาติดตั้ง ทำโน่นทำนี่ เร็วสุดเก็บเงินได้ประมาณ 6 เดือน นั่นหมายถึงว่าเงินจะต้องจมไปประมาณ 7 เดือน มีบางปีเราไปดูบันทึก จ่ายเฉพาะดอกเบี้ยเกือบ 20 ล้านเพราะกว่าจะเก็บเงินได้ และดอกเบี้ยก็ค่อนข้างสูง ถ้าเราลดภาระนี้ได้ การระดมทุนทำให้เรามีเงินก้อนหนึ่งมาเป็นเงินทุนหมุนเวียน นั่นทำให้ลดต้นทุนทางการเงินได้ ทำให้เพิ่มกำไรได้มากขึ้น และเมื่อเข้าสู่ตลาด การเจรจากับแบงก์เรื่องดอกเบี้ยก็พูดคุยได้ง่ายกว่า เมื่อเทียบกับตอนยังไม่ได้จดทะเบียน และอาจทำให้ความฝันของบริษัทเป็นจริงเร็วขึ้น”

     

    ผู้เชี่ยวชาญ
    หลายคนอาจจะมอง BIZ เป็นบริษัทเทรดดิงบริษัทหนึ่ง แต่สิ่งที่ BIZ ขายเป็นเครื่องมือทางการแพทย์ซึ่งมีความซับซ้อน ต้องใช้ห้องที่ออกแบบพิเศษและติดตั้งเครื่องเพื่อป้องกันรังสีไม่ให้เกิดอันตรายกับผู้อื่นในขณะที่ทำประโยชน์ให้ผู้ป่วย

    สมพงษ์เล่าว่า “สิ่งที่เราทำก็คือทำเป็น Service Provider ทางด้านนี้ สิ่งที่เราให้ลูกค้าคือ ให้คำแนะนำช่วยเหลือในการออกแบบห้องให้เกิดความปลอดภัยมากที่สุด และเราก็ให้ความช่วยเหลือจัดหาอุปกรณ์ทุกสิ่งทุกอย่าง เป็น one stop service เพราะเรามองเห็นว่าลูกค้าบางรายเขามีปัญหาตั้งแต่ห้อง เขาต้องทำห้องก่อสร้างก็บริษัทหนึ่ง เครื่องก็บริษัทหนึ่ง ก็อาจจะเกิดปัญหาว่าไม่เข้ากัน คือเดี๋ยวจะโทษกันไปกันมา เราก็มองดูแม้แต่การก่อสร้างปรับปรุงห้องเราก็รับผิดชอบ นั่นคือสิ่งที่เราเริ่มปรับกลยุทธ์เป็น Solution Provider ทางด้านรังสีรักษา เราปรับกลยุทธ์ให้แตกต่าง ใครจะทำด้านนี้ต้องคิดถึงเรา เข้ามาปรึกษา เครื่องต้องสามารถใช้งานได้จริง นั่นคือสิ่งที่เราวางกลยุทธ์ในการทำธุรกิจ ปัจจุบันเราก็วางตัวเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านนี้ ดังนั้นไม่ว่าเขาจะมีห้องอยู่เดิมหรือไม่มี เราก็สามารถให้คำปรึกษารวมถึงเรื่องการก่อสร้าง เราไม่มีบริษัทก่อสร้างเองแต่เรามีผู้รับเหมาที่สามารถไว้ใจได้และสามารถร่วมมือ เราทำหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของเขาเพื่อให้มั่นใจได้ว่าสิ่งที่ส่งมอบถูกต้องเป็นไปตามมาตรฐาน”

    เขาให้ข้อมูลต่อว่า ในประเทศไทยลักษณะการซื้อแบบ Solution Provider เป็นที่นิยม เนื่องจากบริษัทสามารถสรรหาอุปกรณ์ที่สามารถทำงานได้ทันที กลายเป็นจุดเด่นที่ BIZ นำเสนอให้แก่ลูกค้า

    สินค้าไฮเทค
    สมพงษ์เพิ่มเติมข้อมูลเรื่องเครื่องมือที่ BIZ จำหน่ายโดยย้อนอดีตวิธีการรักษาโรคมะเร็งด้วยรังสีที่มีมานานแล้ว คือการใช้แร่ธรรมชาติในการรักษา หรือที่รู้จักกันคือแร่โคบอลต์ แต่โคบอลต์มีปัญหาคือเมื่อพลังงานในก้อนแร่ลดลงจนถึงจุดหนึ่งจะใช้ไม่ได้ ต้องนำก้อนแร่ไปเก็บฝังเป็นกากกัมมันตรังสี ซึ่งเป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายให้ความใส่ใจค่อนข้างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากมีเหตุการณ์คนไปขโมยแร่และเกิดการรั่วไหลส่งผลให้เสียชีวิต

    จุดเด่นของเครื่องรุ่นใหม่คือ หากไม่มีกระแสไฟฟ้าเข้าไปในเครื่องก็จะไม่มีรังสีออกมา เป็นการทำงานคล้ายกันกับหลอดเอกซ์เรย์ที่ยิงด้วยพลังงานรังสีสูง และไม่มีกากกัมมันตรังสีให้ต้องกำจัด เมื่อเลิกใช้งานสามารถทิ้งได้เช่นเดียวกับเครื่องจักรอื่นๆ

    และการพัฒนาของเครื่องรุ่นใหม่ๆ ทำให้รังสีที่ได้มีอำนาจทะลุทะลวงได้ดีกว่า เมื่อรวมกับเครื่องมือที่ใช้ประกอบทำให้การรักษามีความแม่นยำมากขึ้น ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาให้ดียิ่งขึ้น

    “เราใช้คอมพิวเตอร์ควบคุมวางแผน ต่างๆ ทำให้การรักษามีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะเครื่องคอมพิวเตอร์วางแผนการรักษา เพราะการรักษามีองค์ประกอบมากมาย คอมพิวเตอร์วางแผนการรักษา คือเอาภาพที่เราซีทีสแกนมาวาง ว่าเราควรจะให้รังสีตรงไหนอย่างไรเพื่อที่จะได้ผลดีที่สุด และไม่ทำลายเนื้อเยื่อข้างเคียง ทุกอย่างที่เกี่ยวข้องเรามีหมด ไม่ใช่แค่มีเครื่องแล้วรักษาได้ การรักษาที่จะมีประสิทธิภาพที่ดีที่สุดคุณจะต้องมีอุปกรณ์ประกอบ” สมพงษ์อธิบาย

     

    ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับรังสี
    สมพงษ์ เล่าให้ฟังว่า ในอดีตหลายคนอาจจะเคยได้ยินกันมาว่าผู้ป่วยมะเร็งไปฉายรังสีหมายความว่าคนป่วยกำลังจะเสียชีวิต ซึ่งเป็นความเชื่อที่ผิด “ในอดีตที่เป็นอย่างนั้นเพราะคนที่มาพบก้อนมะเร็งมักจะเป็นมะเร็งระยะที่ 4 คือเป็นระยะสุดท้ายแล้ว ในอดีตทางการแพทย์การวินิจฉัยโรคมะเร็งยังไม่พัฒนา รู้อีกทีคือมีอาการแล้ว เป็นระดับ 4 แล้ว เกินเยียวยาเกือบทั้งหมด พอมาฉายแสงก็ช่วยทำให้ก้อนยุบ เพราะก้อนถูกทำลาย เราเคยทำงานด้านนี้ ผู้ป่วยก็ดีใจแต่เราก็รู้อยู่แล้วว่าอีกไม่นานเพราะโรคอยู่ในระยะที่เกินไปแล้ว คนก็บอกว่ามาฉายแสงแล้วตาย จะไม่ตายได้อย่างไร เพราะระยะโรคไปถึงขั้นนั้นแล้ว เราฉายแสงให้เขาเพื่อให้เขามีคุณภาพชีวิตที่เหลืออยู่ดีขึ้น ดังนั้นการรักษาโรคทุกโรคมีสองอย่าง คือหนึ่งทำให้หาย สองทำแค่บรรเทาอาการ”

    “ปัจจุบันเนื่องจากการแพทย์ในการวินิจฉัยพบได้เร็วขึ้น อยู่ขั้น 1-2 หรือ 3 ก็ตาม การรักษามีโอกาสหายเพิ่มมากขึ้น ทุกโรคเหมือนกันหมด ไม่จำกัดแค่โรคมะเร็ง เพียงแต่โรคมะเร็งพัฒนาการของโรค การเป็นโรคเร็วกว่าโรคอื่น อย่างวินิจฉัยวันนี้เป็นระดับ 1 ภายในเดือนเดียวอาจจะเป็น 2 หรือ 3 เลยก็ได้ ดังนั้นเมื่อวินิจฉัยว่าเป็นแล้วการรักษาจึงต้องเป็นไปอย่างเร่งด่วน ไม่ใช่ปล่อยไว้ได้ ยิ่งปล่อยไว้นานมากขึ้นโอกาสที่จะเป็นสเตจหลังๆ ก็มีมากขึ้น” สมพงษ์อธิบาย

    ปัจจุบันในประเทศไทยมีการใช้รังสีรักษาประมาณ 50-60 เปอร์เซ็นต์ของผู้ป่วยมะเร็ง เนื่องจากเครื่องมือมีประ-สิทธิภาพดีขึ้น รองลงมาคือการใช้คีโมและผ่าตัด ขึ้นกับอวัยวะที่เป็น เพราะมะเร็งบางอย่างไม่ไวต่อแสงทำให้การฉายรังสีไม่เกิดประโยชน์

     

    ความท้าทายของ BIZ
    สำหรับความท้าทายในการดำเนินงานของ BIZ ต่อไป สมพงษ์ บอกว่า สิ่งที่ยังคงต้องทำต่อเนื่องคือการเพิ่มยอดขายและสร้างความยั่งยืนทางรายได้ให้แก่บริษัท ซึ่งหมายถึงการมองหาธุรกิจเพิ่มเติมที่กำลังศึกษาแนวทางอยู่ ว่าจะมีอะไรที่เหมาะสมกับอนาคต โดยยังคงให้ความสนใจกับธุรกิจด้านการแพทย์ และสิ่งที่มองคือแนวโน้มสังคมผู้สูงอายุที่กำลังจะเกิดขึ้นในประเทศไทย เพราะไม่ว่าเศรษฐกิจจะเป็นอย่างไรเรื่องสุขภาพก็เป็นเรื่องที่ทุกคนให้ความใส่ใจดูแล

    สมพงษ์ปิดท้ายด้วยการตอกย้ำเรื่องการสื่อสารว่าเป็นความท้าทายที่ยังต้องดำเนินการ “การให้คนรู้ ก็เป็นการสร้างตลาดทางอ้อม เมื่อเขารู้ก็ไปถามโรง-พยาบาล ทำให้เขารู้ว่ามีทางเลือก ว่าสามารถมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น การทำให้เป็นที่รู้จักของโรงพยาบาลใหม่ๆ ผมเชื่อว่าหมอทุกคนมีจรรยาบรรณ ถ้ารู้ว่าเป็นทางเลือกที่ดีและดีต่อชีวิตคนเขาก็อยากให้ ถ้าผู้ป่วยเรียกร้องหมอเรียกร้องก็จะทำให้ธุรกิจเติบโตได้ดี และเหนือสิ่งอื่นใด ผู้ป่วยควรได้สิ่งที่เขาควรได้ ก็เป็นความท้าทาย ในการสื่อสารที่ต้องวางแผนให้รัดกุม ไม่ให้ถูกโจมตี ว่ากำลังไปชี้นำหรือทำให้คนเข้าใจผิด”