Must Read

กฟน. 4.0 Creative Era

ประเทศไทย 4.0 เป็นแนวทางการพัฒนาประเทศที่รัฐบาลวางแนวทางให้ทุกหน่วยงานเตรียมความพร้อมในทุกๆ ด้านเพื่อขับเคลื่อนประเทศไปสู่ “Value–Based Economy” หรือ “เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม” โดยองค์ประกอบสำคัญในการเปลี่ยนแปลงประเทศครั้งนี้คือการสร้างมูลค่าเพิ่มด้วยการเติมแนวคิดสร้างสรรค์เข้าไปในกิจกรรมต่างๆ 

 

แนวคิดนี้คือหนทางในการนำพาประเทศให้ก้าวพ้นกับดักประเทศรายได้ปานกลางที่เราต้องก้าวข้ามให้พ้นโดยเร็ว การคิดหาความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมใหม่ๆ จึงเป็นเรื่องจำเป็นที่ไม่จำกัดอยู่เพียงแค่ผู้นำองค์กรแต่ยังต้องกระจายไปทั่วทั้งองค์กรเพื่อสร้างองค์กรแห่งนวัตกรรมให้เกิดขึ้น สอดรับกับทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศที่กำลังจะก้าวหน้าไป

ในส่วนของหน่วยงานผู้ให้บริการสาธารณูปโภคพื้นฐานอย่าง การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ก็เตรียมพร้อมปรับองค์กรเช่นกัน โดยการนำของผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวงคนใหม่ ชัยยงค์ พัวพงศกร ที่ได้รับการกล่าวถึงจากพนักงานภายในว่า เป็นผู้ที่ให้ความเป็นกันเองกับพนักงาน มีความชัดเจน ทำงานเชิงรุก และมีความทันสมัย ซึ่งทำให้การเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะเกิดขึ้นในช่วง 2 ปีนี้มีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น 

ชัยยงค์ อธิบายความจำเป็นของการคิดเตรียมความพร้อมให้กับองค์กรว่า หลายคนอาจเข้าใจผิดว่า กฟน.ไม่มีคู่แข่งแบบธุรกิจในตลาดทั่วไป แต่ในความเป็นจริงแล้วโลกที่เปลี่ยนไปทำให้สภาพแวดล้อมต่างๆ เปลี่ยนตามไปด้วยเช่นกัน ตัวอย่างเช่นแนวโน้มนโยบายของภาครัฐที่สนับสนุนให้ประชาชนสามารถติดโซลาร์รูปท็อป เพื่อผลิตไฟฟ้าสำหรับใช้เองและขายคืนให้กับการไฟฟ้าได้ นั่นทำให้จากเดิมที่คนกลุ่มนี้เป็นลูกค้าก็เปลี่ยนตัวเองเป็นซัพพลายเออร์ที่ขายไฟให้กับ กฟน. ทันที 

 

ชัยยงค์ พัวพงศกร 

ผู้บริหารแนวระนาบ

“ต้องติดดิน ค่านิยมของผม มีมาด ฉลาดคิด ติดดิน เวลาพูดเสนออะไรแต่ละอย่างต้องปิ๊ง ติดดิน คือผมต้องลงหน้างาน ต้องลงไปถามไปคุยกับคนที่ได้ผลกระทบ เสาหักเสาล้มเราก็ต้องลงไปดู คนเจ็บคนป่วยเราก็ต้องไปดู ให้เขารู้สึกว่าเราดูแลเขาตลอดเวลา

วิธีการจัดการของผมคือเราต้องคิดในเชิงธุรกิจให้มากขึ้น ยกตัวอย่างให้เห็นง่ายๆ สมัยก่อนวิธีการบริหารงาน นายจะต้องอยู่หัวโต๊ะ สั่งลูกน้อง ท็อปดาวน์ สั่งอย่างเดียว ลูกน้องก็ไม่กล้าตัดสินใจ กลัวว่าตัดสินใจไปแล้วไม่ถูกใจนาย ก็ต้องเอาไงดีครับ อย่างนี้ดีไหมครับ ก็ไม่สมาร์ทเลย ต้อง work smart, not hard, with less cost ผมมีหน้าที่คิด เพราะเขาจ้างผมมาคิด ต้องคิดหาช่องว่าง หาเครือข่าย หาโพรดักส์ และลุยเป็นทัพหน้า เปิดทางเมื่อผมเปิดทางดีแล้ว ก็ให้แถวสองแถวสามตามไป แล้วผมก็ไปหาธุรกิจใหม่ คิดในเชิงของธุรกิจให้มากขึ้นถึงจะทันกับยุคสมัย

จะเน้นการบริหารจัดการแบบแนวระนาบมากขึ้น ถ่ายอำนาจไป เรื่องนี้ให้รองผู้ว่าการทำ คุณตัดสินใจไปเลยไม่ต้องกลัวถูกกลัวผิด เพราะอย่างไรก็ถูกอยู่แล้ว ถ้าไม่ถูกใจก็ถูกด่า สองอย่างนี้แหละ ถ้าคุณไม่เคยทำผิดคุณจะรู้ได้อย่างไรว่าที่ถูกคืออะไร 

ประวัติของผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวงผู้นี้ จบปริญญาตรีสาขาไฟฟ้ากำลัง เกียรตินิยมอันดับ 2 จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า พระนครเหนือ ปริญญาโทสาขาคอมพิวเตอร์ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผ่านการอบรมหลักสูตรสำคัญต่างๆ เช่น สถาบันพระปกเกล้า (ปปร.19 ปรม.11) ศาลปกครอง (บยป.5) สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ (ศศินทร์) (SEP27) สถาบันกรรมการบริษัทไทย (DCP219) 

ผลงานเด่นๆ ที่ผ่านมา ได้แก่ การนำระบบ ICT เข้ามาใช้ในการให้บริการผู้ใช้ไฟฟ้า เช่น MEA Smart Life ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟนของหน่วยงานภาครัฐแห่งแรกๆ ที่สามารถให้บริการประชาชนผ่านมือถือมาตั้งแต่ปี 2556 โดยมีการขยายผลไปเชื่อมต่อกับระบบงานภาคสนาม (Field Force Management) สำหรับการรับแจ้งและแก้ไขเหตุไฟฟ้าขัดข้องด้วยความรวดเร็ว ซึ่งได้รับรางวัล Excellence Awards ในงาน ICT EXCELLENCE AWARDS 2015 และล่าสุด MEA Smart Life Application ยังได้รับรางวัล ICT EXCELLENCE AWARDS 2016 ประเภทโครงการพัฒนากระบวนการหลักภายใน (Core Process Improvement Project) นอกจากนี้ยังเป็นผู้บริหารโครงการ GIS 1:1000 ซึ่งเป็นแผนที่ที่มีความละเอียดที่สุดที่มีในปัจจุบัน 

ส่วนตำแหน่งอื่นๆ ได้แก่ อดีตประธานชมรม ICT รัฐวิสาหกิจแห่งประเทศไทย และอดีตกรรมการบริษัท ผลิตไฟฟ้าและน้ำเย็น จำกัด (DCAP)

 

 

“ต้องยอมรับว่าพลังงานเป็นสิ่งที่หายากขึ้น โดยเฉพาะการผลิตไฟฟ้าจะทำได้ยากขึ้น การสร้างโรงไฟฟ้าโอกาสที่จะสร้างยากมาก สิ่งที่จะทำได้คือเป็นโรงไฟฟ้าขนาดเล็กให้เอกชนมาทำ ไม่ว่าจะเป็นโรงไฟฟ้าขยะ โรงไฟฟ้าพลังลม โรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ ทุกรูปแบบทางรัฐบาลก็คงจะเปิดเสรีมากขึ้น พอเปิดเสรีมากขึ้นสิ่งที่เกิดขึ้นเราจะมองในมิติเดิมไม่ได้แล้ว “เราต้องบริการให้ดี ดูแลระบบไฟฟ้าให้มั่นคง และคำนึงถึงสังคมสิ่งแวดล้อม ด้วยประสบการณ์ความชำนาญที่มีมากว่า 50 ปี” ดังนั้นสิ่งที่เราจะต้องเตรียมตัวตั้งแต่วันนี้เพราะเทคโนโลยี ไลฟ์สไตล์ทุกอย่าง นโยบายภาครัฐทุกอย่างเปลี่ยนแปลงเร็วมาก ถ้าเราไม่เตรียมพร้อมไว้ถึงเวลาเราจะปรับตัวไม่ทัน” ชัยยงค์อธิบาย

ทั้งนี้ภาพที่ผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวงคนใหม่อยากจะเห็น กฟน.ในอนาคต คือการก้าวสู่องค์กรชั้นนำระดับสากล ที่มีทั้งความทันสมัย สะดวก รวดเร็ว และเป็นมิตร สามารถสนองตอบความต้องการของลูกค้าได้อย่างเกินความคาดหวัง 

 

กฟน. ทันสมัยสอดรับวิถีคนเมือง

จากสภาพแวดล้อมใหม่ๆ ที่เกิดขึ้น กฟน. จึงจำเป็นต้องพัฒนาองค์กรเพื่อรองรับรูปแบบการใช้ชีวิตใหม่ๆ ของผู้คนในเมือง ในเรื่องนี้ ชัยยงค์ กล่าวถึงเป้าหมายการทำงานในตำแหน่งผู้ว่าการ กฟน. ของตนว่าเป้าหมายของตน คือ ต้องการจะเปลี่ยนภาพลักษณ์ กฟน. “ให้เป็นหน่วยงานที่มีความทันสมัยเป็นสากล สอดรับกับไลฟ์สไตล์คนเมือง ที่เราต้องเปลี่ยนเพราะลักษณะผู้ที่อาศัยอยู่ในเมืองหลวง สิ่งที่เขาต้องการคืออะไรก็ได้ที่ สะดวก รวดเร็ว ทันสมัย ทุกที่ ทุกเวลา ทุกอุปกรณ์ ดังนั้น สิ่งที่เราคิด เราจะคิดว่าเราจะขายไฟอย่างเดียวไม่เพียงพอแล้ว ต้องมีอะไรบางอย่างที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์ของเขา เราจึงจำเป็นต้องหาอะไรบางอย่างที่ตอบสนองความต้องการของเขา” 

การปรับภาพลักษณ์องค์กรครั้งนี้เขาเริ่มจากตัวผู้นำเองก่อน โดยต้องการให้เป็นที่รู้จักไม่เพียงเฉพาะในกลุ่มพนักงานภายใน หากรวมถึงการเป็นที่รู้จักของประชาชนทั่วไป เพื่อให้รับทราบทั่วกันว่า กฟน.กำลังจะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ 

ในส่วนของการดูแลพนักงานภายในองค์กร มีการสร้างแผนสืบทอดตำแหน่ง ที่เป็นรูปธรรม โปร่งใส โดยยึดหลักธรรมาภิบาล การทำตัวเป็นแบบอย่างที่ดี รวมถึงการพัฒนาและรักษาบุคลากรเพื่อให้เกิดความเชื่อมั่น มุ่งมั่น มีแรงบันดาลใจและความผูกพันที่จะทุ่มเททำงานอย่างเต็มที่ให้กับองค์กร

ผู้ว่าการ กฟน. มองว่าจะเริ่มจากการดูแลพนักงาน ที่เป็นผู้ขับเคลื่อนองค์กร ให้มีความสุขในการทำงาน 

 

 

และต่อไป คือการทำให้ประชาชนได้รับทราบ ซึ่งสิ่งแรกที่สามารถทำให้เห็นเป็นรูปธรรมก็คือ การนำสายไฟฟ้าลงใต้ดิน ซึ่งชัยยงค์กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า “สายไฟฟ้าลงดินผมไม่ค่อยกลัวและคิดว่าเราน่าจะเอาลงดินได้ตามแผนงาน แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือการนำสายสื่อสารลงใต้ดิน เพราะสายสื่อสารขณะนี้มีหลายหน่วยงานมากที่มีทั้งถูกกฎหมายและผิดกฎหมายมาลักลอบพาด หน่วยงานที่มีการพาดสายสื่อสารบนเสาไฟฟ้าของเรามีมากกว่า 30 หน่วยงาน ส่วนหนึ่งเป็นหน่วยงานเอกชน ผู้ประกอบการ อีกส่วนหนึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐ ซึ่งหน่วยงานเหล่านี้มีการตั้งงบประมาณเพื่อรองรับการนำสายลงดินหรือยัง ตั้งงบประมาณแล้วสอดคล้องกันไหม เป็นปัญหาที่จะว่ายากก็ยาก แต่ถามว่ามีทางแก้ไหม มี ซึ่งเราเองก็พยายามหาทางแก้ไข โดยนำทั้งสายไฟฟ้าและสายสื่อสารลงดินซึ่งแน่นอนก็ต้องออกแรงอย่างมาก สิ่งหนึ่งที่เราจะทำได้คือ ต้องย้อนกลับที่ภาพลักษณ์ตัวผู้นำองค์กร ถ้าผู้นำแสดงศักยภาพ แสดงความมุ่งมั่น มีความคิด มีความโปร่งใส ภาพอย่างนี้เราจึงจะไปจัดการปัญหาที่ยากๆ ตรงนั้นได้ เพราะไม่ว่าเราจะไปเวทีไหนถ้าภาพลักษณ์เราเป็นแบบนั้น เราก็จะขอความร่วมมือจากหน่วยงานต่างๆ ได้ง่ายขึ้น”

การนำสายไฟฟ้าลงใต้ดินจึงเป็นภารกิจใหญ่ของ กฟน. ในยุคนี้ ยิ่งเมื่อรัฐบาลมีความประสงค์ให้โครงการนี้สำเร็จภายใน 5 ปีจากที่เดิมวางแผนไว้ 10 ปี การจะทำงานนี้ให้บรรลุเป้าหมายจึงเป็นความท้าทาย โดยผู้ว่าการ กฟน. มองว่าต้องใช้หลักการตลาดเข้ามาช่วยคือทำให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องต่างๆ รู้สึก win-win ไปกับงานครั้งนี้ เพื่อให้ทุกคนอยากเข้ามามีส่วนร่วมให้โครงการสำเร็จ

 

ระบบไฟฟ้ามั่นคง ไฟฟ้าดับต้องลดลง

ระบบไฟฟ้าของ กฟน. ที่ครอบคลุม 3 จังหวัด ประกอบด้วย กรุงเทพมหานคร นนทบุรี สมุทรปราการ มีผู้ใช้งานกว่า 3.5 ล้านราย จากสถิติที่ผ่านมามีไฟฟ้าดับ ไม่เกิน 2 ครั้งต่อรายต่อปี โดยแต่ละครั้งจะมีไฟฟ้าดับเฉลี่ย 40 นาที ซึ่งเป็นตัวเลขที่เกิดจากค่าเฉลี่ย ในความเป็นจริงแล้วบางพื้นที่อาจจะไม่เคยดับเลยหรือบางพื้นที่อาจจะเกิดไฟฟ้าดับ 2 ชั่วโมง นี่คือปัญหาที่ประชาชนผู้ใช้ไฟฟ้าทุกคนล้วนให้ความสนใจเพราะกระทบต่อการใช้ชีวิตและการทำงาน

สาเหตุที่ไฟฟ้าดับนั้นสามารถเกิดได้ทั้งจากระบบไฟฟ้า เกิดจากกิ่งก้านของต้นไม้ สายสื่อสารที่รกรุงรัง อุบัติเหตุรถยนต์ชนเสาจนหักล้ม ฝนตกพายุลมแรงพัดอุปกรณ์หัก หรือเกิดจากนกหนูงูกระรอก ซึ่งผู้ว่าการ กฟน. บอกว่า การแก้ปัญหาต้องดูเป็นพื้นที่ไป บางพื้นที่แถบชานเมืองอาจจะมีพายุลมแรง ก็ต้องเสริมเสาให้แข็งแรงปักเสาให้ถี่ขึ้น สำหรับในเมืองส่วนใหญ่แล้วจะมีสายสื่อสารรกรุงรังเมื่อรถบรรทุกวิ่งมาเกี่ยวเสาก็ล้มครั้งหนึ่งเป็น 10 ต้น การแก้ปัญหาก็สามารถทำโดยจัดการเรื่องสายสื่อสาร บริเวณใดมีกิ่งไม้มากก็ต้องไล่ตัดตามแต่ละพื้นที่ไป 

 

 

ชัยยงค์เปิดเผยว่า ในใจของตนเองไม่อยากให้เกิดไฟฟ้าดับเลยแม้นาทีเดียว ซึ่งวิธีการที่ได้ผลคือการนำสายไฟฟ้าลงใต้ดิน แต่ปัญหาคือการนำสายไฟฟ้าลงใต้ดินมีต้นทุนที่สูง โดยสูงกว่าปกติถึง 15 เท่า ดังนั้นจึงต้องเลือกนำสายไฟฟ้าลงใต้ดินในพื้นที่ที่จำเป็น เพื่อไม่ให้ต้นทุนที่เกิดขึ้นไปกระทบกับค่าไฟฟ้าของผู้บริโภค โดยจะเลือกทำตามแหล่งธุรกิจ แหล่งท่องเที่ยว หรือโบราณสถานที่สำคัญต่อประเทศก่อน 

เขายกตัวอย่างประเทศสิงคโปร์ที่นำสายไฟลงใต้ดินทั้งหมด ทำให้สถิติไฟฟ้าดับของสิงคโปร์เฉลี่ยไม่ถึง 0.5 ครั้งต่อรายต่อปี แต่สำหรับพื้นที่ที่ กฟน. ดูแลอยู่ เนื่องจากมีความหลากหลายระบบสายส่งส่วนหนึ่งจึงยังต้องเป็นสายอากาศ และมีพื้นที่ชานเมืองที่มีต้นไม้ มีที่โล่งมาก ตัวเลขที่ดีที่สุดที่เขาตั้งไว้ในใจคือ 1.2-1.5 ครั้ง ต่อรายต่อปี 

 

พัฒนาบริการด้วยเทคโนโลยี

แม้ว่าระบบส่งไฟฟ้าที่ใช้งานกันอยู่จะพัฒนาไปได้ยากด้วยลักษณะทางกายภาพของไฟฟ้าที่ยังคงต้องใช้สายทองแดงขนาดตามปริมาณไฟฟ้าที่ไหลผ่าน แต่สิ่งหนึ่งที่ช่วยให้ระบบไฟฟ้ามีความมั่นคงมากยิ่งขึ้นคือการนำเทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาผสมผสาน อาทิการเดินสายไฟฟ้าเข้าพื้นที่ 2 ทาง และมีสวิตช์สำหรับเลือกใช้ไฟจากสายใดสายหนึ่ง เมื่อสายหนึ่งเกิดขัดข้อง สวิตช์ก็จะตัดให้รับไฟฟ้าจากอีกสายหนึ่งทดแทน 

ชัยยงค์อธิบายว่า “อุปกรณ์อัตโนมัติที่ใช้ในการควบคุมระบบไฟฟ้าจะเข้ามาใช้ใน กฟน.มากขึ้น ซึ่งเดี๋ยวนี้ฉลาดมาก รู้ได้เลยว่า ถ้าเส้นนี้ไฟดับจะต้องสับสวิตช์ตัวนั้น ตัวนี้ จ่ายไฟจากตรงนั้นมาตรงนี้ พวกนี้คอมพิวเตอร์ทำเป็นส่วนหนึ่งของ Smart Grid ในมุมของ กฟน. ก็คือการนำเอา ICT มาบริหารจัดการให้ระบบไฟฟ้ามีความมั่นคงแข็งแรง ประชาชนมีไฟฟ้าใช้ต่อเนื่อง ถ้าเกิดเหตุจริงๆ ก็ถูกจำกัดวง สมมติรถชนเสาไฟฟ้าก็ได้รับผลกระทบแค่กลุ่มเล็กๆ กลุ่มเดียว ระบบนี้เรากำลังทยอยทำ และก็รวมไปถึงเรื่องของสมาร์ทมิเตอร์ด้วย การไปจดหน่วยเครื่องวัด เราก็เปลี่ยนเป็นสมาร์ทมิเตอร์ที่คอยเก็บข้อมูลต่างๆ สามารถส่งข้อมูลผ่านเครือข่ายสื่อสารมาที่ศูนย์เพื่อคำนวณค่าไฟ ถึงเวลาก็ดึงข้อมูลมาใช้งาน ก็จะทันสมัยมากขึ้น นอกจากนี้ข้อมูลการใช้ไฟฟ้าจากเดิมแทนที่จะเป็นข้อมูลรายเดือนอาจจะเปลี่ยนเป็นข้อมูลรายวัน เพราะคอมพิวเตอร์เก็บข้อมูลได้ตลอด จริงๆ แล้วสามารถเก็บได้ทุก 15 นาที เรารู้เลยว่าวันธรรมดาใช้ไฟน้อยมาก เสาร์อาทิตย์ใช้ไฟฟ้ามากขึ้น เราจะประหยัดไฟได้อย่างไร แต่อุตสาหกรรมเขาต้องการทุก 15 นาที ซึ่งเราก็คิดว่าเราจะเตรียมไว้ให้อุตสาหกรรมด้วย เพราะอุตสาหกรรมจะมีคิดค่าไฟฟ้าอยู่ 2 ตัว ตัวหนึ่งคือค่าใช้ไฟจริงๆ อีกตัวคือค่าดีมานด์หรือความต้องการไฟฟ้าสูงสุดใน 15 นาที สมมติในหนึ่งวัน โรงงานของคุณมีการใช้ไฟสูงขึ้นมาแค่ 15 นาทีแล้วก็เลิก คำถามคือโรงไฟฟ้าต้องใหญ่ขนาดไหน เพื่อรองรับความต้องการสูงสุดที่คุณใช้เพียงแค่ในช่วง 15 นาที ลงทุนไปแสนล้านเพื่อรองรับ 15 นาทีของคุณก็ไม่คุ้มค่า ดังนั้นอุตสาหกรรมจะต้องหาทางบริหารจัดการด้วยการใช้ข้อมูล เราสามารถมีกราฟให้เขาดูราย 15 นาทีให้เขารู้ว่าการใช้ไฟฟ้าของโรงงานคุณกราฟเป็นอย่างนี้ ถ้าคุณลดช่วงตรงนี้ได้คุณประหยัดค่าไฟไปเดือนละเท่าไร เราก็อาจจะมีบริการเสริมให้ ถ้าผู้ประกอบการสนใจเราก็จะไปดูแลให้เป็นอย่างดีด้วยทีมงานที่เป็นมืออาชีพ” 

 

 

อีกตัวอย่างหนึ่งของการนำเอาเทคโนโลยีทันสมัยเข้ามาใช้ คือการใช้โดรนช่วยจัดการระบบไฟฟ้าขัดข้องที่ผู้ว่าการ กฟน. อธิบายว่า “ยังไม่ได้เปิดตัวเป็นทางการแต่เริ่มนำมาใช้แล้ว คือเรารู้ว่าเวลาระบบไฟฟ้าขัดข้อง สิ่งแรกที่ทำคือเราต้องพยายามหาว่าจุดขัดข้องอยู่ตรงไหน เกิดจากอะไร ลูกค้าบ้านอยู่ตรงนี้แต่จุดเกิดเหตุอาจจะอยู่อีกที่ กว่าที่เราจะฝ่ารถติดไปถึงจุดหมาย หายไปแล้วครึ่งชั่วโมง “ของผมนี่ง่ายมาก เราก็ส่งโดรนบินไปตรวจสอบระบบไฟฟ้า รถติดเราก็ไม่กลัว เราก็รู้จุดเกิดเหตุอยู่ที่ไหน เราดูจากภาพ เราก็รู้อุปกรณ์ตัวนี้ขัดข้องบินวนสัก 2 รอบ มันยังไม่ทันกลับมาเลยรถงานของเราเตรียมอุปกรณ์เสร็จเราก็ไปได้เลยก็แค่ทางเดียว เร็วด้วย ครบถ้วนด้วย เพียงแต่ยังไม่ได้สื่อสารออกไปให้ประชาชนทราบ เพราะอยู่ในช่วงทดลองใช้อยู่” 

“อีกขั้นหนึ่งที่เรามองอยู่เป็นเรื่องการ preventive maintenance เพราะอุปกรณ์ก่อนจะเสีย มักจะเริ่มร้อนก่อน ทีนี้เวลามันร้อนตาคนมองไม่เห็น แต่เรามีกล้องอินฟราเรด เราก็เอากล้องติดไปกับโดรนดูได้ เราก็รีบไปบำรุงรักษาก่อนก็ไม่เกิดเหตุ ปัจจุบันเราใช้รถวิ่งคนส่องไปดูไปเรื่อยๆ เมื่อมาใช้โดรนบางทีก็ไม่ต้องใช้คนส่อง ตั้งโปรแกรมให้บินไปบินกลับ แล้วเราก็มานั่งดูในออฟฟิศ หรือถ้ามันฉลาดขึ้นก็โปรแกรมให้ detect สีในภาพถ้ามีสีแดงให้หยุด ก็สามารถใช้เครื่องมือเข้ามาช่วยในการทำงาน”

 

ยุทธศาสตร์แบบไร้ยุทธศาสตร์

ชัยยงค์เคยให้สัมภาษณ์กับสื่อภายในองค์กรถึงยุทธศาสตร์แบบไร้ยุทธศาสตร์ เขาขยายความให้ฟังว่า ยุทธศาสตร์ปกติเราจะทำ 5 ปี เราก็จะบอกว่า 5 ปีนี้เราอยากจะเห็นอะไรเกิดขึ้นใน 5 ปี พอเราทำ 5 ปีเสร็จเรากำลังจะลงมือทำรายปี ขณะที่กำลังจะลงมือทำ เทคโนโลยีเปลี่ยน นโยบายภาครัฐเปลี่ยน ความคาดหวังของประชาชนเปลี่ยน สิ่งที่เราเตรียมการไว้ยังไม่ทันได้เริ่มทำ เราก็ต้องปรับยุทธศาสตร์ใหม่ กลับมาปรับใหม่ ปรับเสร็จจะทำก็มาอีกแล้วยังไม่ทันทำเลยมาอีกแล้ว แล้วอัตราการเข้ามาผมเชื่อว่าจะเร็วขึ้น จะเร็วจนเรียกได้ว่า แผนยุทธศาสตร์ไม่มีอีกแล้วในโลกนี้ แต่วิธีการก็คือ มันไม่ได้เรียกว่ายุทธศาสตร์ ต้องเรียกว่าความคล่องตัวในการปรับตัว คือผมไม่ได้เน้นเรื่องตัวหนังสือ ผมเน้นเรื่องความคล่องตัวในการปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมมากกว่า 

พอมีเทคโนโลยีใหม่ๆ เราก็ต้องหากระบวนการที่ปรับเปลี่ยนให้ทัน ทั้งเรื่องเครื่องไม้เครื่องมือ กฎระเบียบ วิธีคิดของคน พวกนี้ต้องปรับเปลี่ยน ผมเชื่อว่าถ้าเราสามารถปรับเปลี่ยนวิธีคิดของคนได้ มารูปแบบไหนเราก็ไม่กลัว จะกลับไปใช้ยุทธศาสตร์ 5 ปีเราก็ทำได้ ไปเจอของใหม่เราก็รับมือได้ อาจจะไม่ 100 เปอร์เซ็นต์ แต่ก็พอที่จะเกาะติดสถานการณ์ไปได้ ไม่หลุดไปเลย ถ้าเราทำแบบเดิมนี่หลุดไปเลยแน่นอน นั่นคือแนวคิดของยุทธศาสตร์แบบไร้ยุทธศาสตร์ เพราะยุทธศาสตร์จะเป็นระยะยาว แต่นี่เป็นระยะสั้นและสั้นลงเรื่อยๆ 

พร้อมจะเดินหน้า เพราะเรามุ่งผลลัพธ์แล้ว เราไม่มุ่งที่วิธีการ ถ้าเราไปมุ่งวิธีการมันจะตัน เราต้องมุ่งเน้นผลลัพธ์ เน้นปรับเปลี่ยนวิธีการ พร้อมจะปรับเปลี่ยนความคล่องตัว ซึ่งเชื่อว่าต่อไปทุกหน่วยงานจะต้องปรับใช้อย่างนี้   

ต้องปรับ ต้องคล่องตัว เพราะคนใช้อารมณ์ตัดสินใจมากขึ้น ไม่ได้ใช้เหตุผล และลูกค้าเรา 3.5 ล้านราย อย่างที่บอก แม่ค้าขายกล้วยแขกกับรัฐมนตรีเท่ากัน เรายิ่งต้องคล่องตัว

กลยุทธ์ของชัยยงค์ จึงเป็นการบูรณาการความคาดหวังของประชาชนนโยบายของรัฐบาลหน่วยงานภาครัฐและยุทธศาสตร์ขององค์กรเข้าไว้ด้วยกันโดยให้ กฟน. เป็นแกนกลางของการบูรณาการในการถ่ายทอดผลลัพธ์ไปสู่ประชาชนใน 3 มิติคือ การบูรณาการของหน่วยงานและแผนงานที่ดีภายในองค์กร :ไม่เป็นไซโล การบูรณาการตอบสนองต่อนโยบายของรัฐและความคาดหวังของประชาชน การบูรณาการในการประสานงานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ  

 

 

บริการมั่นใจ MEA Smart Life เพื่อไลฟ์สไตล์ใหม่

สำหรับประชาชนผู้ใช้ไฟฟ้า เรื่องสำคัญที่อยากได้จาก กฟน. คือระบบบริการ ซึ่ง กฟน. มีการนำเสนอรูปแบบการให้บริการที่ทันสมัย ผ่านโทรศัพท์สมาร์ทโฟนอุปกรณ์ที่ทุกคนสามารถเข้าถึงบริการได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว ในฐานะที่เติบโตมาในสายสารสนเทศและระบบสื่อสาร รวมถึงเป็นบุคคลผู้อยู่เบื้องหลังแอปพลิเคชัน MEA Smart Life ชัยยงค์มองเห็นความสำคัญของการให้บริการผ่านอุปกรณ์สื่อสารยุคใหม่นี้ว่า

“เราจะเน้นเรื่องการใช้สมาร์ทโฟนในการให้บริการมากขึ้น โดยตั้งเป้าภายในไม่เกิน 2 ปี ทุกอย่างเกี่ยวกับเรื่องการบริการระบบไฟฟ้า จะอยู่ในโทรศัพท์มือถือทั้งหมด ท่านไม่ต้องมายื่นเรื่องขอไฟฟ้าที่เขต ท่านสามารถส่งข้อมูลที่จำเป็นผ่านแอปพลิเคชัน บัตรประชาชนใบเดียว แนบคำร้องแบบฟอร์มต่างๆ แล้วไฟฟ้าก็จะมีระบบที่มารองรับ มีการคำนวณค่าใช้จ่ายให้ท่านไปจ่ายพร้อมแนะนำช่องทางชำระเงิน อาจจะจ่ายผ่านโทรศัพท์ หรือจะเคาน์เตอร์เซอร์วิส หรือธนาคารก็สุดแท้แต่ท่าน จากนั้นเราก็จะนัดวัน เจอกันครั้งเดียวคือวันที่นัดไปตรวจสอบและติดตั้ง สมมติเป็นงานใหญ่ซับซ้อนท่านก็สามารถติดตามได้ งานที่ขอไปวันนี้ หนึ่งสัปดาห์ผ่านไปเรื่องไปอยู่ที่ไหนขั้นตอนอะไร ต้องสามารถรู้หมด” 

“นอกจากนี้เวลาไฟฟ้าดับ โทรศัพท์ไปที่คอลเซนเตอร์จะยากมากเพราะมีคนโทรเข้ามาเป็นพันราย ผู้ใช้ก็รู้สึกอึดอัดว่าเมื่อไรไฟจะมา เกิดอะไรขึ้น ในแอป-พลิเคชันก็มีฟังก์ชั่นให้ท่านสามารถแจ้งไฟฟ้าขัดข้อง และยืนยันไป ทันทีที่ท่านแจ้งไป ข้อมูลทุกอย่าง ตำแหน่งบ้านของท่าน ชื่อที่อยู่ ระบบไฟฟ้า จะถูกส่งไปห้องเวรแก้ไฟฟ้าทันที โดยจะไปขึ้นอยู่หน้าจอห้องเวรแก้ไฟฟ้าของเขตที่ท่านอาศัยอยู่ ดังนั้นทุกงาน กฟน. จะรับรู้ และสามารถทราบได้เลยว่า ลูกค้าที่แจ้งมานั้นส่วนใหญ่อยู่บริเวณนี้ เราก็ไปทำบริเวณนี้ก่อน เราจะสามารถช่วยลูกค้าได้จำนวนมาก เมื่อมีข้อมูลนี้แล้วเราสามารถจัดลำดับความสำคัญได้ และเมื่อแก้ไขเสร็จแล้วเราก็โทรศัพท์หรือ ส่ง SMS หรือแจ้งผ่านทางแอปพลิเคชันกลับไปยังลูกค้าอีกทีหนึ่ง”

“นอกจากนี้ แอปพลิเคชันยังสามารถเตือนกำหนดชำระเงิน วันที่เท่าไร มีฟังก์ชั่นที่ผมคิดว่าดีมากคือท่านจะไปจ่ายเงินก็ไม่ต้องถือใบแจ้งยอดมาท่านถือโทรศัพท์มาแล้วไปยื่นสแกน Barcode หรือ QR Code ข้อดีคือสมมติท่านไปเที่ยวต่างจังหวัดพอดีครบกำหนดชำระเงิน ต้องจ่ายค่าไฟพอดี ท่านก็เข้าร้านสะดวกซื้อเอา Barcode หรือ QR Code ไปสแกนได้ ที่เด็ดไปกว่านั้น แม้เราจะอยู่ต่างประเทศ เราก็สามารถจ่ายค่าไฟผ่านบัตรเครดิต VISA หรือ Master Card ทาง MEA Smart life App ได้”

“อีกเรื่องที่คิดว่าคนอื่นไม่มีกัน คือเรากำลังเพิ่มเรื่องการขอรับบริการ ปกติ กฟน.มีกิจกรรมเกี่ยวกับ CSR หลายกิจกรรมเช่นเรื่องล้างแอร์หน้าร้อน แต่เราเปิดแค่ 20,000 เครื่องก็ให้มารีบลงทะเบียน ตอนนี้เราเปิดอีก 1 เรื่องคือ ผู้ป่วยที่จำเป็นต้องใช้ไฟฟ้าตลอดเวลา เช่นใช้เครื่องช่วยหายใจ เครื่องฟอกไต อุปกรณ์พวกนี้ไฟดับไม่ได้เลย อยากให้ไฟฟ้าดูแลเป็นพิเศษท่านก็มาลงทะเบียนไว้ ในกรณีถ้าเกิดมีไฟดับบริเวณนั้น เรามีฐานข้อมูลของท่านอยู่เราจะได้รีบไปดูแลท่านก่อนหน่วยงานอื่น สิ่งที่กำลังจะทำคือพยายามจะร่วมมือกับหน่วยงานอื่นเช่นศูนย์การแพทย์ฉุกเฉิน ก็จะเป็นอะไรที่ครบวงจรมากขึ้น และเตรียมไว้สำหรับกิจกรรมอื่นๆ ในอนาคต” 

 

จากคำบอกเล่าของผู้ว่าการ กฟน. ทำให้เห็นว่า กิจกรรมต่างๆ ที่ประชาชนจะมีกับ กฟน. สามารถรวมกันไว้ในโทรศัพท์มือถือ แต่ในแนวคิดของชัยยงค์บอกว่าไม่ได้เตรียมตัวไว้เฉพาะอุปกรณ์โทรศัพท์สมาร์ทโฟน หากยังรวมไปถึงอุปกรณ์ใหม่ๆ ที่มีแนวโน้มว่าจะเป็นที่นิยมของประชาชนผู้ใช้บริการ กฟน.อยู่ เพื่อสามารถสนองตอบลูกค้าคนรุ่นใหม่ที่กำลังเติบโตขึ้นมา

นอกจากนี้ ชัยยงค์ยังแย้มให้ฟังถึงบริการที่กำลังมองอยู่คือ เรื่องสมาร์ทโฮม ซึ่งจะช่วยทำให้บ้านพักอาศัยมีความฉลาดด้วยการใช้เทคโนโลยีทำให้การทำงานต่างๆ เป็นไปอย่างอัตโนมัติ ซึ่ง กฟน. สามารถเข้าไปมีส่วนในด้านการออกแบบติดตั้งและบำรุงรักษาอุปกรณ์ต่างๆ เหล่านี้ได้จากความเชี่ยวชาญที่มีมากกว่า 50 ปีขององค์กร โดยอาจจะจับมือกับภาคเอกชนที่มีความสนใจร่วมกันเพื่อทำงานนี้

 

ห่วงใยสังคม 

กฟน. ร่วมพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม

กฟน. ให้ความสำคัญต่อการมีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยเป็นหนึ่งในค่านิยมขององค์กร โดยกิจกรรมต่างๆ ที่ทำขึ้นมีทั้งด้านการรักษาสิ่งแวดล้อม การจัดการวัสดุเหลือใช้อย่างเป็นระบบ การปลูกต้นไม้เพื่อช่วยดูดซับก๊าซเรือนกระจก การพัฒนาสังคมและชุมชน โดยมีโครงการที่โดดเด่นอย่างเช่น

Young MEA ที่เป็นศูนย์กลางในการสร้างเครือข่ายสำหรับเยาวชน และผู้ปกครอง ผ่านเว็บไซต์ www.youngmea.com เพื่อปลูกจิตสำนึกการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม ให้กับสมาชิกอายุระหว่าง 8 - 24 ปี โดยรณรงค์ให้สมาชิกเข้ามาร่วมทำกิจกรรมต่าง ๆ ด้านสังคมสิ่งแวดล้อม การอนุรักษ์พลังงาน และเศรษฐกิจพอเพียง และงานที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจของ กฟน.อย่างเช่นการอนุรักษ์พลังงาน ที่มีการเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องการอนุรักษ์พลังงานผ่านสื่อต่างๆ เพื่อให้ประชาชนสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ รวมถึงจัดงานอย่างเช่น Energy Mind Award ที่ร่วมมือกับคณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล คณะพลังงาน

สิ่งแวดล้อมและวัสดุ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และสมาคมพัฒนาคุณภาพสิ่งแวดล้อม (ประเทศไทย) จัดทำมาตรฐานสถานศึกษาดีเด่น ด้านพลังงาน โดยจัดเป็นรางวัล Energy Mind Award เพื่อประเมินสถานศึกษาดีเด่น ด้านพลังงานเป็นประจำอย่างต่อเนื่องทุกปี 

นอกเหนือจากบทบาทเหล่านี้ ผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวงมองไปถึงสังคมผู้สูงอายุที่กำลังจะเกิดขึ้นในประเทศไทย “เราคงต้องไปมุ่งเรื่องสังคมผู้สูงอายุมากขึ้น คือไฟฟ้าหน่วยงานเดียวคงไม่ได้ เราต้องไปร่วมกับที่อื่นด้วย อย่างผมเคยดูในต่างประเทศเขาก็ร่วมมือกัน ทำพื้นชนิดพิเศษ รับแรงกระแทก ถ้ามีอะไรกระแทกจะส่งสัญญาณไปเตือนว่าเกิดอุบัติเหตุขึ้นในบ้านคนชรา เหมือนคนล้มก็จะมีสัญญาณส่งไป แต่เราอาจจะไม่ถึงขนาดนั้น อาจเป็นนวัตกรรมที่เราคิดได้ใหม่ เรามองว่าเป็นพื้นที่ที่คนยังไม่ค่อยทำ เห็นไปที่ไหนทุกคนก็พูด เราจะเข้าสู่ยุคสังคมผู้สูงอายุ แต่ผมยังไม่เห็นอะไรที่เป็นรูปธรรมขึ้นมา”

“อย่างที่ผมเรียนไว้ เช่นให้มาลงทะเบียนเราจะดูแลคนป่วยเป็นพิเศษ สมัยนี้ผมคิดว่ามีคนสูงอายุที่ลูกหลานออกไปทำงานต้องอยู่บ้านคนเดียวจะทำอย่างไร อย่างดีก็ติดกล้อง ถ้าเกิดอุบัติเหตุขึ้นแล้วทำอย่างไร หรือบางทีถูกไฟดูด ถ้าคุณแจ้งมาห้องเวรแก้ไฟ พนักงานเรารู้ต้องปั๊มหัวใจเขารู้วิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้นก็เป็นอะไรที่ต่อยอดได้อีกมาก”

 

 

กฟน. องค์กรนวัตกรรม

การสร้างนวัตกรรมเชิงยุทธศาสตร์ของ กฟน. เป็นการยกระดับการสร้างนวัตกรรมให้เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์เพื่อกำหนดแนวทางของการสร้างนวัตกรรม (Innovation Road map) ให้สอดคล้องและสนับสนุนยุทธศาสตร์แต่ละด้านรวมถึงการมุ่งเน้นให้ความสำคัญกับการสร้างบรรยากาศ มากกว่าการกำหนดกฎเกณฑ์และกติกาความคิดให้อยู่แต่ในกรอบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาช่องว่างระหว่างวัยที่เกิดมากขึ้นจึงควรต้องให้การสนับสนุนสร้างความปรารถนาและแรงบันดาลใจแยกเป็นของแต่ละกลุ่มแต่ละวัย

ชัยยงค์อธิบายโดยเริ่มจากการตั้งข้อสงสัยว่า เรามักใช้เหตุและผลในการทำงานทั้งนั้น แต่ปัจจุบัน ถ้าเราดูดีๆ นวัตกรรมใหม่ๆ เกิดจากสิ่งที่ไม่ใช่เหตุและผล มันเกิดจากจินตนาการทั้งนั้น แล้วนักวิทยาศาสตร์นักคอมพิวเตอร์ก็จะทำตามจินตนาการ ถ้าไปให้นักคอมพิวเตอร์คิดคิดไม่ออกหรอกครับ ถามว่าสตีฟ จ็อบส์ตอนที่คิดยังไม่เห็นตัวไอโฟนเลย แต่มีอยู่ในหัว บอกว่าผมอยากได้อย่างนี้คุณไปทำอย่างนี้ จินตนาการคือการใช้สมองซีกขวา อารมณ์ ความรู้สึก ฉันชอบ ฉันพอใจ รู้สึกอย่างนี้ดี อย่างนี้ไม่ดี เป็นต้น แต่ถ้าหากเราพิจารณาในเชิงวิทยาศาสตร์แล้วการใช้สมองซีกซ้ายซีกเดียวกับสองซีกอย่างไหนจะดีกว่า สองซีกก็ย่อมดีกว่า แล้วผมใช้สองซีก คุณใช้ซีกเดียวคุณจะสู้ผมได้ไง นี่คือวิธีคิด วิธีบริหารงานของผม ต้องผสมผสานกันทั้งศาสตร์และศิลป์” 

การจะสร้าง กฟน.ให้เป็นองค์กรแห่งนวัตกรรมในยุคของชัยยงค์จึงมีความคิดที่แตกต่าง เขาเล่าว่า “นวัตกรรมคนส่วนใหญ่คิดว่าต้องเป็นอะไรที่ต้องคิดค้นวิจัยหรือศึกษาหาข้อมูล จริงๆ แล้วในมุมมองของผม คำว่านวัตกรรมคือเส้นผมบังภูเขาอาจเป็นอะไรที่ไม่ซับซ้อนเลย แต่คนคิดไม่ถึง ทีนี้วิธีการที่จะทำให้พนักงานรู้จักว่าเส้นผมบังภูเขาเป็นอย่างไร วิธีการหนึ่งคุณต้องอาศัยคนรุ่นใหม่ คนรุ่นเก่าอาจจะมองไม่ค่อยเห็น อาจเริ่มจาก Gen X แต่ Gen Y Gen Z จะไวกว่า สองต้องให้โอกาสเขา ให้เขากล้าคิดกล้าทำกล้าแสดงออก สนับสนุนเขา สามผมมีเงื่อนไขอย่างเดียวใครทำอะไรก็ได้จะเกี่ยวข้องกับไฟฟ้าหรือไม่ก็ได้ ฟรีสไตล์แต่มีเงื่อนไข คือ 1. อะไรที่คนอื่นเขาทำแล้ว ห้ามทำ 2. อะไรที่เราเคยทำแล้วก็ห้ามทำเหมือนกัน แล้วคุณอยากจะทำอะไรผมอนุมัติหมด 

“เพราะเราต้องการให้เป็นองค์กรแห่งนวัตกรรม อะไรก็ได้ขอให้คนกล้าคิด อย่างแรกต้องให้คนกล้าคิดก่อน คิดนอกกรอบ พอคิดเรื่อยๆ เดี๋ยวพอเริ่มโตขึ้นเขาก็จะเริ่มรู้แล้วว่าที่คิดไว้อย่างนี้มีกรอบอะไรบางอย่างที่ทำให้ทำไม่ได้ แต่เขายังมีวิธีคิดอยู่ คิดอะไรมาเลยได้หมด พนักงานคนนี้คิดได้ก็ให้รางวัล วันดีคืนดีนี่เป็นทรัพย์สิน กฟน. มีคนสนใจมาซื้อลิขสิทธิ์ไปก็ได้ ถ้าเกี่ยวข้องกับงานของเราก็เอามาใช้งานต่อได้เลย 

“ในส่วนนวัตกรรมบริการบางครั้งอาจจะไม่ใช่เป็นอุปกรณ์หรือชิ้นงาน บางทีเราปรับกระบวนการใหม่ก็อาจจะเกิดนวัตกรรม เช่น คุณมายื่นเรื่องขอไฟฟ้า ผมแถมน้ำประปาให้ คุณมาขอไฟอย่างเดียวเดี๋ยวผมจัดการเรื่องน้ำให้คุณ คุณก็ไม่ต้องไปประปานี่ก็เป็นนวัตกรรมได้แบบง่ายๆ ไม่จำเป็นต้องไปคิดค้นเป็นชิ้นงานอะไรขึ้นมา เป็นอะไรก็ได้ที่เป็นเส้นผมบังภูเขา ให้ลองคิดว่าเราเป็นประชาชนแล้วเราต้องการอะไรจากหน่วยงานภาครัฐ” 

การไฟฟ้านครหลวงในยุค 4.0 จะเป็นองค์กรที่สามารถรองรับความต้องการของประชาชนผู้บริโภคที่เพิ่มจำนวนขึ้นทุกปีทั้งจำนวนรายและจำนวนกระแสไฟฟ้าที่ใช้งาน ท่ามกลางวิถีชีวิตคนเมืองที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว พร้อมกับการพัฒนาประเทศที่มีทิศทางที่ชัดเจนว่าเรากำลังจะก้าวสู่สังคมที่มุ่งเน้นการสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านความคิดสร้างสรรค์ต่างๆ พนักงาน กฟน.ทุกคนตั้งแต่ระดับผู้บริหารลงมาจึงมีภารกิจที่จะต้องขับเคลื่อนองค์กรให้ก้าวไปสู่องค์กรทันสมัยที่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างเกินความคาดหวัง ด้วยคุณภาพและประสิทธิภาพ

 

 

รางวัลระดับชาติ  

การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) คว้ารางวัลใหญ่จากหลายสถาบันระดับชาติ ได้แก่ 

1. ได้รับการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (Integrity & Transparency Assessment: ITA) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2558 จากสำนักงาน ป.ป.ช. ซึ่ง กฟน. ถือเป็นอันดับที่ 1 ของหน่วยงานรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงมหาดไทย และอันดับที่ 1 ของหน่วยงานด้านสาธารณูปโภค

2. ได้รับ 3 รางวัล รัฐวิสาหกิจดีเด่นประจำปี 2559 จากสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ได้แก่ รางวัลการบริหารจัดการองค์กรดีเด่น รางวัลการดำเนินงานเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมดีเด่น และรางวัลชมเชยนวัตกรรมดีเด่น

3. ได้รับรางวัลบริการภาครัฐแห่งชาติ ประจำปี 2559 ประเภท รางวัลการพัฒนาการบริการที่เป็นเลิศ ซึ่งจัดโดยคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร) จาก 2 ผลงาน ได้แก่ รางวัลระดับดีเด่น จาก “MEA Smart Life Application : App เดียวจบ ครบทุกเรื่องไฟฟ้า” และ รางวัลระดับดี จาก “สะดวกจ่ายทุกที่ ทุกเวลา กับ MEA Online Payment”

MAGAZINE

 

 

 



New News

  • May 24 , 2017

    บริษัท ทิพยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) นำโดย นายศุภชัย จงศุภวิศาลกิจ (ที่ 3 จากขวา) รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานประกันกลุ่มและสถาบัน ร่วมแถลงข่าวการแข่งขันกอล์ฟการกุศล ครั้งที่ 10 ประจำปี 2560 เพื่อหารายได้สมทบโครงการกองทุนทนายอาสาเพื่อประชาชนทางกฎหมาย ในการช่วยเหลือประชาชนผู้ยากไร้ ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมทางกฎหมาย โดยไม่คิดค่าตอบแทน ณ โรงแรมซีเอส ปาร์ค

  • May 22 , 2017

    กล้องถ่ายภาพด่วน Instax ที่ใช้เทคโนโลยีดิจิตอลและ อินสแตกซ์ในตัวเดียวกัน ในรูปแบบใหม่สี่เหลี่ยมจัตุรัส (Square) เจาะกลุ่มผู้รักแก็ดเจ็ตและรักการถ่ายภาพ ตั้งเป้ายอดขายภายในสิ้นปี มากกว่า 5,000 ตัว

  • May 19 , 2017

    บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ "ดีแทค” มุ่งสู่การเป็นแบรนด์ดิจิทัลอันดับ 1 ในประเทศไทย ด้วยการสร้างปรากฏการณ์ดิจิทัลอย่างครบวงจร

 

 

Editor Observation

  • Apr 26 , 2017

    สิ่งมีชีวิตเกือบทั้งหมดบนโลกใบนี้ ดำเนินไปได้ด้วยพลังงานจากดวงอาทิตย์ พลังงานของดวงอาทิตย์เป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับชีวิต ให้ชีวิตได้มีพละกำลังที่จะขับเคลื่อนดำเนินต่อไปและสืบสายพันธุ์ลูกหลานต่อไปได้เรื่อยๆ บนโลกใบนี้ (หรืออาจจะบนโลกใบอื่นด้วยหรือเปล่าก็ไม่รู้?) ตราบเท่าที่ “ดวงตะวันยังคงส่องแสง”

  • Apr 03 , 2017

    ยุทธจักร มีเดีย/เอ็นเตอร์เทนเมนต์มีจอมยุทธยอดฝีมืออยู่ไม่น้อย ที่ยังโลดแล่นอยู่ในวงการ และร่วมฝ่าคลื่นฝืนลมแห่งการเปลี่ยนแปลงอันรุนแรงอย่างกระแทกกระทั้น เพราะเนื่องมาแต่ Paradigm Shift ของเทคโนโลยีระดับโลกและพฤติกรรมการบริโภคสื่อของผู้คนอยู่ในขณะนี้

  • Dec 28 , 2016

    แม้ขณะนี้ นโยบาย "อัตราดอกเบี้ยติดลบ" ยังมาไม่ถึงเมืองไทย ก็ใช่ว่าผู้ฝากเงินอย่างพวกเราจะนิ่งนอนใจได้

 

School Move

  • Mar 17 , 2017

    สถาบันแนะแนวการศึกษาคริมสัน ผู้นำที่ปรึกษาด้านการศึกษาระดับโลก เปิดสาขาใหม่ในกรุงเทพมหานครเพื่อผลักดันนักเรียนไทยและนักเรียนทุกคนทั่วโลก สามารถเข้าถึงเครือข่ายติวเตอร์ ที่ปรึกษา และผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ ที่คอยให้คำปรึกษากว่า 2,000 คนทั่วโลก

  • Feb 14 , 2017

    สมาคมแลกเปลี่ยนบุคคลากรไทย-จีน ร่วมกับเครือข่ายมหาวิทยาลัยจีน หรือ China Campus Network (CCN), สมาคมผู้สื่อข่าวไทย-จีน, สมาคมการค้าวิสาหกิจจีน-ไทย, ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศจีน กรุงเทพฯ, สำนักข่าวซินหัวประจำกรุงเทพฯ, สถานีวิทยุซีอาร์ไอประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และโรงเรียนภาษาสายสัมพันธ์ ร่วมจัดการแข่งขันภาษาจีน Friendship Cup ครั้งที่ 9 พร้อมผนึกกำลังในพิธีเปิดโครงการความร่วมมือระหว่างเครือข่ายมหาวิทยาลัยจีน องค์กรธุรกิจไทย-จีน สมาคมผู้สื่อข่าวไทย-จีน  และสถาบันการศึกษาไทย เพื่อพัฒนาบุคลากรไทยตอบสนองตลาดแรงงานและองค์กรไทย-จีนในปัจจุบัน

  • Feb 02 , 2017

                  วิสดอม เอ็นเตอร์ไพร์ส จับมือ Rugby School  แห่งสหราชอาณาจักรหนึ่งในโรงเรียนเอกชนชั้นนำที่มีชื่อเสียงและได้รับความเชื่อถือมากว่า 450 ปี เตรียมเปิดโรงเรียนนานาชาติ Rugby School Thailand   ชูจุดแข็งด้วยหลักสูตรพัฒนาการศึกษาแบบองค์รวม ด้วยงบลงทุนกว่า 1,500 ล้านบาท ตอบโจทย์การศึกษาทั้งในประเทศและกลุ่มประเทศ CLMV

Management

  • May 02 , 2017

    การใช้ความเชี่ยวชาญของคนหมู่มากย่อมได้ไอเดียและแนวทางการแก้ปัญหาที่หลากหลายกว่ากลุ่มคนใดกลุ่มคนหนึ่ง การใช้สาธารณชนหรือบุคคลทั่วไปในการแก้ไขปัญหาหรือร่วมกันพัฒนาสินค้าร่วมกับองค์กรเรียกว่า Crowdsourcing การใช้ Crowdsourcing จะแตกต่างจาก Outsourcing เนื่องจากการ Outsource คือ การที่องค์กรจ้างผู้เชี่ยวชาญหรือบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญในการพัฒนาสินค้ามาพัฒนาระบบไอทีหรือแก้ปัญหาให้องค์กร แต่ Crowdsourcing คือ การเปิดให้บุคคลอื่นๆ ภายนอกองค์กร (ไม่ว่าจะเป็นผู้เชี่ยวชาญหรือไม่ใช่)

  • Apr 24 , 2017

    เทคโนโลยีโทรทัศน์และวิทยุกระจายเสียงมีมามากว่า 100 ปี มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ยุคโทรทัศน์ขาวดำ การใช้สัญญาณอนาล็อก และมีการพัฒนามาสู่ Digital TV และ Digital Radio ในปัจจุบัน นอกจากนี้สื่อที่มีคนบริโภคมากที่สุดยังคงเป็นโทรทัศน์และวิทยุ “ดังนั้นสามารถพูดได้ว่าอุตสาหกรรมวิทยุกระจายเสียงและโทรทัศน์ มีความสำคัญต่อชีวิตของคนทั่วไปเป็นอย่างมาก”  แนวโน้มของการพัฒนาอุตสาหกรรมวิทยุกระจายเสียงและโทรทัศน์ มีดังต่อไปนี้

  • Apr 16 , 2017
    การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย มีบริการที่สร้างความมั่นใจให้กับคุณ คือMEA Better Care Serviceที่ช่วยเติมเต็มบริการหลังเครื่องดื่มให้กับลูกค้าของเรา ได้ดีเยี่ยม 
 

Cool Case

  • May 24 , 2017

    ในโลกที่เทคโนโลยีกำลังพลิกโฉมความคิดคนเกี่ยวกับสิ่งต่างๆ นาทีต่อนาที ทำให้เกิดนวัตกรรมใหม่ๆ ที่เกิดจากการต่อยอดการใช้งานของสิ่งที่เรารู้จักดีอยู่แล้ว เช่น ไฟส่องสว่าง อย่างนวัตกรรม “ไฟพื้นถนน เตือนคนเล่นมือถือ” 

  • Feb 14 , 2017

    อุทยานการเรียนรู้ TK park จัดเวทีบรรยายพิเศษว่าด้วยแนวโน้มนวัตกรรมห้องสมุดและแนวคิดการพัฒนาพื้นที่การเรียนรู้ การสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้สร้างสรรค์ และตัวอย่างโครงการส่งเสริมการเรียนรู้ที่ได้รับรางวัลระดับโลก ในงานประชุม สหปาฐกถาประจำปี TK Forum 2017 “Better Library and Learning Space: Trends and Ideas” ได้รับเกียรติจาก 3 วิทยากร จาก 3 ประเทศชั้นนำด้านการพัฒนาห้องสมุด เพื่อให้เกิดแนวคิดใหม่และเป็นแรงบันดาลใจในการปรับใช้พัฒนาต่อไปตามแนวคิด Learning in Digital Age ที่ประกาศเป็นแนวทางในปีนี้

  • Jan 09 , 2017

    The Internship ใน MBA บทความนี้เป็นคนละเรื่องกับ The Internship (2013) ภาพยนตร์ดังของฮอลลีวูดที่นำแสดงโดย วินซ์ วอห์น (Vince Vaughn) และ จาเร็ด สเติร์น (Jared Stern) ที่มีพล็อตเรื่องเกี่ยวกับวัฒนธรรมองค์กร (Corporate Culture) ของบริษัทยักษ์ใหญ่ไอทีโลก คือ บริษัท Google