Must Read

แสนยานุภาพของจีนและรัสเซียยังไม่คู่ควรกับสหรัฐฯ

“ความกลัว” กำลังครอบงำโลก เพราะโลกตอนนี้ ดูเหมือนมีแต่ความขัดแย้งกระแสสูงที่พร้อมจะระเบิดเป็นศึกใหญ่ (ระหว่างมหาอำนาจ) ได้ทุกเมื่อ

คาบสมุทรเกาหลี ทะเลจีนใต้ และการอ้างสิทธิในแผนที่เดิมของจีน สงครามตัวแทนในซีเรีย การแพร่หลายของลัทธิก่อการร้ายไปทั่วโลก การยึดครองไครเมียของรัสเซีย ปัญหาเศรษฐกิจและผู้ลี้ภัยในยุโรปและโอกาสที่สหภาพยุโรปจะแตกสลาย ปัญหาเศรษฐกิจและการเมืองในอเมริกาใต้ ตลอดจนความไม่พอใจต่อจีนของบรรดาประเทศแอฟริกัน ฯลฯ

 

ที่สำคัญคือ อภิมหาอำนาจหนึ่งเดียวของโลก ซึ่งกุมเศรษฐกิจขนาดใหญ่และแสนยานุภาพเหนือล้ำอยู่นั้น ก็กำลังอยู่ในความขัดแย้งภายในที่ไม่อาจนอนใจได้

 

ประธานาธิบดีทรัมป์กำลังเจอกับศึกหนักจากบรรดาศัตรูภายใน นำโดยคู่แข่งขันทางการเมืองพรรคตรงข้าม และสื่อมวลชนชั้นนำ ตลอดจน Washington Establishments ที่หมั่นไส้เขาและถูกลิดรอนผลประโยชน์จากเขาและรัฐบาลของเขา

 

ไม่แน่ว่า อายุงานในตำแหน่งประธานาธิบดีของเขาอาจจบลงก่อนเวลาอันควร

 

ทรัมป์เอง พยายามผูกมิตรกับบรรดาเครือข่ายผู้กุมอำนาจเดิม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเครือข่ายผู้กุมอำนาจทางด้านความมั่นคงและการทหาร ที่เรียกกันแบบรวมๆ ว่า “Deep State” ซึ่งมีอิทธิพลครอบคลุมถึงเทคโนแครตในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงและกองทัพ ตลอดจนบรรดาผู้ประกอบการในอุตสาห-กรรมอาวุธยุทโธปกรณ์และความมั่นคง ที่ว่ากันว่า มีอำนาจอิทธิพลอันยิ่งใหญ่เหนือนโยบายความมั่นคงและการทหารของสหรัฐฯ มาอย่างยาวนาน...ไม่ว่ารัฐบาลจะเปลี่ยน ประธานาธิบดีจะเปลี่ยน แต่นโยบายความมั่นคงและการทหารของสหรัฐฯ จะยังคงเดิม  

 

การเพิ่มงบประมาณด้านความมั่นคง เป็นสัญญาณแห่งความปรองดองและคล้อยตาม แม้ว่าตอนหาเสียง เขาดูเหมือนว่าจะไม่เห็นด้วยกับความสิ้นเปลืองทางการทหาร โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายอันเกิดจากการรุกรานนอกประเทศ

 

ต่อประเด็นนี้ เดวิด สต็อกแมน อดีตที่ปรึกษาสำคัญของประธานาธิบดี เรแกน ได้ให้สัมภาษณ์กับ คริส โล นักวิจัยชั้นนำของ อโกรา ไว้เมื่อเร็วๆ นี้ อย่างแหลมคมมาก

 

บทสัมภาษณ์สั้นๆ นี้ นอกจากจะทำให้เราได้เห็นปัญหาของทรัมป์ในวอชิงตันแล้ว ยังฉายภาพสำคัญในเชิง Geopolitics และดุลอำนาจในเชิงแสนยานุภาพของมหาอำนาจของโลกในปัจจุบัน ได้อย่างชัดเจนยิ่ง

 

 

- เมื่อปี 2015 เราเคยเตือนผู้อ่านเกี่ยวกับลัทธิทหารนิยม ซึ่งกำลังผงาดขึ้นทั่วโลก ประธานาธิบดีทรัมป์เองก็สัญญาว่าจะดูแลไม่ให้สหรัฐฯ ออกไปเสี่ยงในต่างประเทศโดยไม่มีเหตุผล แต่กลับสั่งถล่มฐานทัพอากาศของรัฐบาลซีเรีย คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้?

 

รายงานข่าวสั้นเรื่องขีปนาวุธโทมาฮอว์ค บอกว่าเรายิงไป 59 ลูก แต่ลูกระเบิดด้านและตกในทะเลทรายที่อื่น 36 ลูก มีที่โดนฐานทัพอากาศจริงๆ 23 ลูก และไม่มีลูกไหนยิงโดนรันเวย์เลย ในขณะที่ฐานทัพอากาศซีเรียรายงานเรื่องการยิงถล่มดังกล่าวจากรันเวย์สนามบินในวันถัดมา ไม่มีเครื่องบินที่ใช้การได้ถูกเอาออกไปสักลำเดียว สิ่งที่ยิงโดนก็คือ “อาคารบัทเลอร์” สามหลัง หรือที่เรียกกันว่าโรงเก็บเครื่องบินและสุสานของเครื่องบินที่ใช้การไม่ได้แล้ว

 

นับว่าเป็นการตัดสินใจที่สุ่มเสี่ยงและบ้ามาก แล้วมันเกิดขึ้นได้อย่างไร? เวลาตั้งสองวัน...ไม่มีการตรวจสอบอย่างรอบคอบ...และมีเหตุผลทางสถานการณ์มากมายที่ชวนให้คิดว่าการโจมตีด้วยอาวุธเคมีเป็นแค่เพียงการจัดฉาก ข้อสรุปที่ชัดเจนก็คือประธานาธิบดีทรัมป์ตกเป็นตัวประกันของรัฐพันลึกไปแล้ว (หมายเหตุ: คำนี้แปลมาจากคำว่า “Deep State” หรือ รัฐซ้อนรัฐ บ้างก็เรียกรัฐบาลเงา ความหมายคือพวกลูกจ้างของรัฐ องค์กร หรือบุคคลอื่นที่พยายามใช้อิทธิพลครอบงำการกำหนดนโยบายต่างๆ ของรัฐบาล เพื่อสนองผลประโยชน์ของตนเอง)

 

จำได้ไหม ข้อเสนอที่สำคัญข้อหนึ่งในแคมเปญเลือกตั้งของท่านประธานาธิบดี คือข้อที่บอกว่าการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองไม่ได้ผล เพราะฉะนั้นคำถามก็คือ “ใครกันเป็นคนแต่งตั้งโดนัลด์ ทรัมป์ ให้เป็นหัวหน้าคอยหวดก้นทำโทษพวกเผด็จการหรือผู้นำโลกที่ประพฤติตัวไม่ดี?”

 

และถ้าเราอยากเป็นหัวหน้าคอยหวดก้นคนอื่นจริงๆ ทำไมเราไม่เล็งไปที่ ประธานาธิบดีของอียิปต์ ท่านอับเดล ฟัตตาห์ เอลซีซี ซึ่งมาเยือนห้องทำงานรูปไข่เมื่อสองสัปดาห์ก่อนล่ะ? เพราะท่านซีซีปล่อยให้ฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองถูกสังหารหลายร้อยคน นับแต่ท่านขึ้นสู่อำนาจอย่างผิดกฎหมายด้วยการรัฐประหารเมื่อหลายปีก่อน

 

แล้วกรณีของสงครามกลางเมืองที่น่าสยดสยองในเยเมนล่ะ มาตรฐานมันอยู่ตรงไหน? เราเองก็จัดหาอาวุธให้ซาอุดิฯ ซึ่งหนุนหลังรัฐบาลเยเมนพลัดถิ่น ด้วยอุปกรณ์ทำลายล้าง ระเบิด ขีปนาวุธ และโดรน (อากาศยานไร้คนขับ) ที่มีอยู่ในคลังสรรพาวุธของเราทุกอย่าง พวกนั้นไม่มีทางมีอาวุธใช้แน่ถ้าปราศจากอาวุธยุทโธปกรณ์ที่จัดสรรโดยสหรัฐฯ ทั้งหมดนี้

 

นอกจากนี้ ยังมีความสูญเสียเกิดขึ้นกับพลเรือนถึง 10,000 คน เป็นผู้ชาย ผู้หญิง และเด็ก 4,000 คน อีก 6,000 คนได้รับบาดเจ็บ โดยเกิดจากระเบิดดาว-กระจายที่บริษัทเท็กซ์ตรอนของสหรัฐฯ ขายแก่รัฐบาลซาอุดิฯ หลายคนด้วยกัน ถ้าคุณอยากเป็นหัวหน้าคอยทำโทษจริงๆ ก็ต้องนำตัวกษัตริย์ซาลมานแห่งซาอุดิอาระเบียมารับโทษด้วยการหวดก้นพระองค์สักทีสองที

 

 

- ถ้างั้นเหตุใดหลังจากดำรงตำแหน่งในห้องทำงานรูปไข่ (ทำเนียบขาว) ได้เพียง 77 วัน ทรัมป์ ซึ่งเป็นผู้สมัครที่ชูประเด็นว่าอเมริกาต้องมาก่อน จึงกลายเป็นทรัมป์ ตำรวจโลก ไปเสียได้?

 

รัฐพันลึก หรือ รัฐสงคราม (หมายถึงหน่วยงาน องค์กรเอกชน หรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจากการก่อสงคราม หรือมีส่วนอยู่ในอุตสาหกรรมการทหาร การป้องกันประเทศ) หรือเป็นความสัมพันธ์อันซับซ้อนระหว่างการทหาร-อุตสาหกรรม-รัฐสภา-การสอดส่องดูแล (สรุปสั้นๆ คือในการดำเนินนโยบายเรื่องความมั่นคงของชาตินั้น มีการนำเอาผลประโยชน์ส่วนตัวกับผลประโยชน์ส่วนรวมมาปนเปหรือต่างตอบสนองซึ่งกันและกัน) หรือคุณจะเรียกอะไรก็สุดแล้วแต่ มันมีขนาดใหญ่ขึ้นจนถึงขนาดครอบคลุมทุกสิ่งอย่างที่ผ่านเข้าสู่นครแห่งจักรวรรดิ ทำเนียบขาว และห้องทำงานรูปไข่เลยทีเดียว

 

ผมเรียกมันว่า “สัตว์ประหลาดมูลค่าล้านล้านดอลลาร์” มีการดึงเงิน 600,000 ล้านดอลลาร์ใส่ลงในงบประมาณป้องกันประเทศ...และเพิ่มเงินอีก 50,000 ล้านดอลลาร์เพื่อ “ความช่วยเหลือด้านความมั่นคง” และ “ความช่วยเหลือต่างประเทศ”...อีก 70,000 ล้านดอลลาร์ให้กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ...และอีก 180,000 ล้านดอลลาร์สำหรับทหารผ่านศึก จากนั้น เอาภาษีที่เราจ่าย 75,000 ล้านดอลลาร์ให้สำนักงานชุมชนข่าวกรองของสหรัฐฯ (สำนักข่าวกรองขึ้นตรงกับผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ) ทั้ง 17 แห่ง ค่าใช้จ่ายในการเก็บรักษาหนี้ก้อนนี้ทั้งหมด ซึ่งมีประมาณ 20 ล้านล้านดอลลาร์ จนกลายเป็นสัตว์ประหลาดมูลค่าล้านล้านดอลลาร์ไง

 

นี่คือเหตุผลว่าทำไมความเจริญรุ่งเรืองในวอชิงตันดีซี จึงน่าอัศจรรย์ยิ่งนัก ถ้าคุณได้ไปที่นั่น คุณจะต้องถามตัวเองว่า “แล้วกระจกและเหล็กกล้าทั้งหมดนี้โรงแรมและภัตตาคารใหม่ๆ ...รวมทั้งความเจริญรุ่งเรืองทั้งหลายมาสู่เมืองเมืองหนึ่งซึ่งไม่มีการผลิตอะไรมันมาจากไหนกัน?” เอ่อ มันก็มาจากหน่วยงานด้านข่าวกรองมูลค่า 75,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งกระจายตัวอยู่ทั่วเขตนครหลวงดีซีนั่นไง

 

เอาละ ถ้าหากว่ามีภัยคุกคามต่อความอยู่รอดในอนาคตของสังคมและประชาธิปไตยของเรา...เป็นภัยร้ายแรงมีพลานุภาพใหญ่หลวงที่น่าสะพรึงต่อความอยู่รอดของเรา...มันก็น่าจะเป็นเหตุผลรองรับการใช้จ่ายงบประมาณก้อนใหญ่ขนาดนี้ แต่นี่สหรัฐฯ ไม่ได้มีภัยคุกคามทางอุตสาหกรรม เทคโนโลยี หรือ ทางทหารแต่อย่างใด

 

 

- แต่ประชาชนจำนวนมากไม่ได้คิดอย่างนั้นนะ

 

ใช่คุณพูดถูก ไม่ได้คิดแบบนั้น แต่เรามาไล่ดูกันดีกว่าว่าข้างนอกนั่นมีอะไรบ้าง...

 

อย่างแรกแน่นอนว่า ต้องเป็นรัสเซีย คุณก็รู้ว่ามันน่าขำ ถ้าพวกรัสเซียคิดจะขึ้นบกที่ชายฝั่งของนิวเจอร์ซี ก็คงต้องใช้ขีด ความสามารถในการแผ่แสนยานุภาพทางทหารอย่างมหาศาล นั่นคือต้องมีเรือบรรทุกเครื่องบินและขีดความสามารถในการยกพลขึ้นบกด้วย

 

แต่ที่กล่าวมาไม่มีอะไรที่มีความเป็นไปได้เลย เพราะรัสเซียมีเรือบรรทุกเครื่องบินควันโขมงอายุ 50 ปีอยู่ลำหนึ่ง คอยประจำการอยู่ในทะเลเมดิเตอเรเนียนตะวันออก ดูแล้วไม่น่าจะแล่นผ่านช่องแคบยิบรอลตาร์ออกมาได้ถ้าจะต้องมากันจริงๆ เช่นนี้แล้ว รัสเซียจะเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงหรือความปลอดภัยของใครในสหรัฐฯ ได้อย่างไร?

 

ทำไม่ได้หรอก เว้นแต่คุณจะเชื่อว่า วลาดิเมียร์ ปูติน นักเล่นหมากรุกฝีมือฉกาจ ซึ่งเปรียบได้กับ คูล แฮนด์ ลุก (Cool Hand Luke เป็นสมญานามของ ลูคัส แจ๊ก ตัวละครเอกจากภาพยนตร์ชื่อเดียวกัน ฉายในปี 1967 นำแสดงโดย พอล นิวแมน พระเอกเป็นนักโทษผู้ปฏิเสธระบบในเรือนจำในรัฐฟลอริดา) ในฉากการเมืองโลกปัจจุบัน จะโง่ถึงขนาดยอมเสี่ยงต่อการถูกตอบโต้ด้วยนิวเคลียร์ ด้วยการโจมตีเราและทำให้รัสเซียกลายเป็นลานจอดรถนี่นะ

 

เฉพาะเรือดำน้ำติดหัวรบไทรเดนต์ของเราก็มีระบบการป้องปรามอาวุธนิวเคลียร์มากพออยู่แล้ว และก็มีมาตั้งแต่ปี 1980 ทั้งนี้ไม่ต้องพูดถึงเศรษฐกิจของรัสเซียโดยรวมซึ่งไม่ได้มีขนาดใหญ่เท่ากับของเมืองนิวยอร์กด้วยซ้ำ มูลค่าทางเศรษฐกิจในเขตนครหลวงของนิวยอร์กแค่ 1.6 ดอลลาร์ มีค่าเท่ากับ 1.3 ล้านล้านสำหรับรัสเซียเลยทีเดียว รัสเซียมีแหล่งไฮโดรคาร์บอน(เป็นสารประกอบและวัตถุดิบสำคัญของอุตสาหกรรม)ขนาดใหญ่ก็จริงแต่มีเหมืองนิคเกิลไม่กี่แห่ง มีพื้นที่ปลูกข้าวสาลีประมาณ 100 ล้านเอเคอร์ มีแต่แรงงานสูงวัยซึ่งพิสมัยวอดก้าและเรื่องบันเทิงใจอื่นๆ

 

ลำดับต่อไปก็เป็นจีน...คุณยอมอดหลับอดนอนเพื่อมานั่งวิตกกังวลว่าจีนจะส่งขีปนาวุธ หรือฝูงบินข้ามมหาสมุทรแปซิฟิกมาถล่มร้านวอลมาร์ต 4,000 สาขาในสหรัฐฯ จริงๆ หรือ?

 

เศรษฐกิจของจีนจะต้องพังทลายภายในหกเดือน ถ้าปราศจากระบบการส่งออกซึ่งกำลังขยายตัวอย่างเต็มที่ เพราะนั่นคือสิ่งที่เป็นพื้นฐานสำคัญของ “Red Ponzi” (หมายถึงภาวะฟองสบู่ของเศรษฐกิจจีน)  ถ้าจีนอยากจะสร้างปราสาททรายในทะเลจีนใต้ ก็อาจทำให้มีอำนาจมากขึ้นบ้าง แต่ไม่ใช่ภัยคุกคามใดๆ สำหรับเราแน่นอน

 

- แล้วเราควรจะทำอย่างไรดี?

 

คำถามก็คือเราได้เรียนรู้บทเรียนจากการล่มสลายของสหภาพโซเวียตไหม 

 

เรื่องหนึ่งที่ผมต้องทำเป็นประจำสมัยเป็นผู้อำนวยการฝ่ายงบประมาณของประธานาธิบดีเรแกนคือ ต้องฟาดฟันกับความพยายามเพิ่มค่าใช้จ่ายเพื่อการป้องกันประเทศอย่างมหาศาลซึ่งรัฐสงครามพยายามทำให้ประธานาธิบดีเชื่อว่ามันคือสิ่งจำเป็น ตอนนั้นสหภาพโซเวียตกำลังจะดับสูญด้วยตัวเอง เพราะมันถูกสร้างขึ้นจากระบบเศรษฐกิจที่ถูกควบคุมแบบรวบอำนาจตามแนวสังคมนิยมซึ่งกำลังจะแตกสลายอยู่แล้ว เราก็เพียงแค่รอเท่านั้น

 

 

การเพิ่มงบประมาณทางทหารของรัฐบาลเรแกน...หรือโครงการสตาร์วอร์...ไม่ได้ทำให้สหภาพโซเวียตจมดิ่ง ตรงกันข้าม เงินที่ทุ่มลงไปสมัยรัฐบาลเรแกนกลับตกเป็นของอาวุธยุทธภัณฑ์ทั่วไป ไม่ใช่เพื่อการป้องกันประเทศในเชิงยุทธศาสตร์ และก็ไม่ใช่เพื่อเดินยุทธศาสตร์เชิงรุกเช่นกัน แต่ทุ่มไปเพื่อซื้อรถถัง...เรือรบ...เรือบรรทุกเครื่องบิน...ขีปนาวุธมากขึ้น...เป็นต้น ซึ่งทั้งหมดนี้ เรานำมาใช้เพื่อการทำสงครามรุกรานและการครอบครองอย่างที่เราไม่ควรทำ

 

ดังนั้น เราจึงควรเรียนรู้จากความผิดพลาดดังกล่าว ขอเราจงตระหนักว่าจีนก็คือแชร์ลูกโซ่ที่เลื่องลือในอดีต (Ponzi Scheme หรือ Pyramid Scheme มีที่มาจาก ชาลส์ พอนซี ชาวอเมริกันเชื้อสายอิตาเลียน นักต้มตุ๋นต้นแบบของการเล่นแชร์ลูกโซ่) เมื่อยี่สิบปีก่อน จีนมีหนี้สินรวม 500,000 ล้านดอลลาร์ แต่ปัจจุบันคือ 30 ล้านล้านดอลลาร์ และคุณก็คงไม่ได้มีหนี้สินเพิ่มขึ้นถึง 60 เท่าภายในเวลาสองทศวรรษ มัวแต่สร้างอาคาร เก็งกำไร กู้ยืม และ เดิมพันอย่างบ้าคลั่ง แต่ยังคาดหวังให้เศรษฐกิจมีเสถียรภาพมีความยั่งยืนอยู่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเมื่อไม่มีกลไกตลาดควบคุมให้อยู่ในวินัยเช่นนี้

 

ปัจจุบันเราไม่จำเป็นต้องตื่นเต้นกับภัยคุกคามของจีนแต่อย่างใด เช่นเดียวกับกรณีของสหภาพโซเวียตสมัยทศวรรษ 80

 

เรื่องลัทธิก่อการร้ายก็เหมือนกัน ถ้าเราอยากจะทำอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ เราควรจะเลิกทิ้งบอมบ์ เลิกใช้โดรนและเลิกครอบครองตะวันออกกลางได้แล้ว เพราะการทิ้งบอมบ์และเจ้าโดรนนี่แหละมีส่วนทำให้ลัทธิก่อการร้ายเพิ่มขึ้น

 

- แต่ทัศนะส่วนใหญ่ก็ไม่ได้เป็นแบบนี้อีกเช่นกัน เราได้รับการชี้แจงว่าผู้ก่อการร้ายเกลียดเราเพราะพวกเขาเกลียดตะวันตก ไม่ชอบค่านิยมแบบศาสนาคริสต์

 

สิ่งที่คุณต้องทำก็คือ ให้ถามตัวเองว่า “ก่อนปี 1990 มีเหตุการณ์ก่อการร้ายกี่ครั้ง?”

 

คำตอบคือไม่มากเท่าไร และส่วนใหญ่เป็นเรื่องระหว่างพวกเดียวกัน เช่น ปาเลสไตน์ กับ อิสราเอล ไม่เกี่ยวอะไรกับสหรัฐฯ เลย ไม่เกี่ยวกับยุโรป แต่ตอนนี้ จู่ๆ เรากลับตกอยู่ในอันตรายมากกว่าแต่ก่อน

 

 

ทั้งหมดนี้เกิดจากอะไร? มันเริ่มตั้งแต่ปี 1990 ตอนที่เกิดสงครามอ่าวครั้งแรก ไม่เข้าใจจริงๆ ว่าเราเข้าไปแทรกแซงการสู้รบระหว่างซัดดัม ฮุสเซนกับเจ้าผู้ครองประเทศคูเวตทำไม?

 

คนส่วนใหญ่ลืมเรื่องนี้ไปแล้ว เรื่องมันเกิดจาการที่คูเวตแอบเข้าไปขุดเจาะน้ำมันในกลุ่มบ่อน้ำมันของอิรัก ซัดดัมไม่พอใจ ต้องการชิงบ่อน้ำมันคืน เท่าที่เรารู้สิ่งที่เกิดขึ้นต่อจากนั้น คือประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู.บุช คนพ่อ บอกว่า “เรื่องนี้ยอมไม่ได้”

 

เรามีกองกำลังประจำการอยู่บนผืนทรายของซาอุดิอาระเบียถึง 500,000 นาย ซึ่งทำให้พวกมูจาฮีดีนที่เราเคยจัดหาอาวุธและช่วยฝึกเพื่อสู้กับโซเวียตในอัฟกานิสถาน ไม่พอใจเพราะเท่ากับเรากำลังทำให้ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ต้องมัวหมอง สิ่งที่เรารู้ต่อจากนั้นก็คือ มันจบลงอย่างที่เราเป็นอยู่ทุกวันนี้

 

- แล้วภัยคุกคามจากพวกไอซิสบนดินแดนของอเมริกาล่ะ? คุณไม่ห่วงเลยหรือ?

 

เรื่องนี้ผมเขียนถึงในหนังสือเล่มล่าสุดของผมคือ Trumped! เอาไว้แล้ว เพราะช่วงที่มีการรณรงค์เพื่อการเลือกตั้ง ท่านประธานาธิบดีพูดเรื่องการโจมตีของผู้ก่อการร้ายค่อนข้างมาก ผมก็เลยตรวจสอบดู และพบว่าช่วงระหว่างเหตุการณ์ 9/11 และเหตุร้ายที่เป็นการก่อเหตุแบบฉายเดี่ยวในเมืองซานเบอร์นาร์ดิโน เมื่อเดือนธันวาคม ปี 2015 มีชาวอเมริกันเสียชีวิตเพราะฟ้าผ่าถึง 420 คน แต่มีคนเสียชีวิตเพราะเหตุก่อการร้ายนอกฐานทัพทหารเพียง 6 คน

 

แต่ถ้ารัฐสงครามต้องการให้ตนอยู่รอดต่อไป มันก็ต้องอาศัยการถ่ายทอดเรื่องราวที่ไม่เป็นจริง เพราะถ้าไม่มีศัตรูต่างชาติ...ถ้าไม่มีภัยคุกคามจวนตัว...ถ้าไม่มีอันตรายแฝงอยู่ในทุกที่...เมื่อเวลาผ่านไป ก็ยากที่จะหาเหตุผลรองรับการของบประมาณทั้งหมด

 

 

- แล้วข้ออ้างที่ว่ารัสเซียผนวกแหลมไครเมียเรียบร้อยแล้ว และรัสเซียภายใต้การปกครองของ วลาดิเมียร์ ปูติน กลับมาเป็นมหาอำนาจที่พยายามขยายตัวอีกครั้งล่ะ คุณจะว่าอย่างไร?

 

นี่คือข้อเท็จจริงเกี่ยวกับไครเมีย ในปี 1783 จักรพรรดินีแคตเทอรีนมหาราชทรงซื้อแหลมไครเมียด้วยทองคำแท่งจากจักรวรรดิออตโตมันของพวกเติร์กซึ่งตอนนั้นต้องการเงินอย่างมาก และมีความซื่อสัตย์ภักดีต่อรัสเซียยาวนานถึง 200 ปี เซวัสโตปอล เมืองท่าสำคัญของไครเมีย กลายเป็นท่าเรือหลักของกองเรือในทะเลดำ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของกองทัพเรือรัสเซียทั้งในสมัยจักรวรรดิและคอมมิวนิสต์เช่นกัน

 

จนมาถึงปี 1956 หลังจากที่เรื่องผู้สืบทอดอำนาจต่อจากสตาลินได้รับการจัดการเสร็จสิ้นแล้ว และครุสชอฟกำจัดศัตรูทางการเมืองสองคนของเขาแล้ว ไครเมียภายใต้การดูแลของสหภาพโซเวียต ได้ถูกโอนจากรัสเซียสู่ยูเครน เพราะครุสชอฟเป็นชาวยูเครน ในค่ำคืนแห่งการฉลองกันอย่างเมามายกับสหายจากเคียฟ พวกนั้นตัดสินใจที่จะส่งมอบไครเมียจากรัสเซียสู่ยูเครน ไครเมียถือเป็นส่วนหนึ่งของรัสเซีย โดยถูกใช้เป็นเมืองท่าน้ำอุ่นนานถึง 173 ปี ยาวนานกว่าที่แคลิฟอร์เนียเป็นส่วนหนึ่งของสหรัฐฯ เสียอีก

 

 

แล้วรัฐสงครามที่ว่านี้สามารถหยุดยั้งได้ไหม? หรือว่าพอจะมีความหวังอยู่บ้างไหม?

 

ถ้าจะพอมีความหวังในขณะที่ประธานาธิบดีทรัมป์ถูกรัฐพันลึกกุมตัวไว้เช่นนี้อยู่บ้าง ก็คงจะเป็นการที่มันช่วยฟื้นฟูพันธมิตรต่อต้านสงครามในรัฐสภาขึ้นมาอีกครั้ง เหมือนที่เคยเกิดขึ้นในปี 1968 สมัยที่พวกสนับสนุนแนวคิดไม่แทรกแซงกิจการภายใน อย่างเช่น วุฒิสมาชิกจอร์จ ไอเคน แห่งพรรครีพับลิกันจากรัฐเวอร์มอนต์และพวกสายเหยี่ยวจากพรรคเดโมแครตร่วมมือกัน...ยืนหยัดต่อต้านประธานาธิบดีจอห์นสัน...และยุติสงครามในเวียดนามสำเร็จ

 

แล้วมีสัญญาณบ่งชี้ไหมว่ามันกำลังจะเกิดขึ้น?

 

ผมขอพูดถึง แรนด์ พอล เกี่ยวกับการแสดงบทบาทผู้นำในวุฒิสภาของเขาเป็นการเฉพาะ เพราะผมถือว่า แรนด์ คือผู้รักชาติอเมริกาผู้ยิ่งใหญ่คนหนึ่ง เช่นเดียวกับ รอน พอล พ่อของเขา เขาเป็นหนึ่งในไม่กี่คนซึ่งมีความตั้งใจที่จะปกป้องรัฐธรรมนูญและสนับสนุนนโยบายต่างประเทศแบบไม่แทรกแซงกิจการภายใน

 

อาจเป็นความหวังที่รางเลือนอยู่บ้าง แต่บอกตรงๆ เลยนะ รัฐสงคราม...หรือรัฐพันลึก...หรือคุณจะเรียกอะไรก็แล้วแต่...กำลังทำให้วอชิงตันอึดอัดขัดข้อง เครื่องจักรสงครามกำลังทำให้เราล้มละลาย...และจะทำให้ทรัพยากรทางการเงินและเศรษฐกิจของอเมริกาถูกผลาญทิ้ง

 

มันอาจจะสายไปแล้ว แต่ยังพอมีโอกาสที่จะพลิกสถานการณ์ ซึ่งอาจเกิดขึ้นโดยไม่ได้ตั้งใจด้วย เพราะ โดนัลด์ ทรัมป์ มอบโอกาสนั้นแก่เราแล้ว เมื่อเขาออกคำสั่งยิงขีปนาวุธใส่ซีเรียนั่นเอง

 

หมายเหตุ: ขอขอบคุณ Agora Publishing สำหรับบทสัมภาษณ์ มา ณ ที่นี้ด้วย

MAGAZINE

 

 

 



New News

  • Jul 12 , 2017

    บีโอไอเผยภาคเอกชนเดินหน้าลงทุนอุตสาหกรรมเป้าหมายรองรับประเทศไทย 4.0  ด้าน “นาชิ เทคโนโลยี” ขยายการลงทุนสู่การผลิตและซ่อมแซมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติสำหรับภาคอุตสาหกรรม ตั้งเป้าลดการนำเข้าจากต่างประเทศมูลค่ากว่า 700 ล้านบาทต่อปี

     

  • Jul 10 , 2017

    สายงานการเงินและบัญชี นับว่าเป็นสายงานที่สำคัญ ไม่ว่าจะเป็นองค์กรขนาดเล็กหรือองค์กรขนาดใหญ่ และต้องบอกได้ว่าสายงานด้านนี้ถือว่าเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานอย่างต่อเนื่องไม่ว่าจะเป็นยุคสมัยไหน รวมทั้งมีฐานเงินเดือนที่สูง และสามารถเติบโตในสายงานได้เป็นอย่างดี

    แต่ถึงแม้จะมีบุคลากรด้านบัญชีและการเงินอยู่มาก ทว่าคุณสมบัติที่บริษัทต่างๆ ต้องการกลับมีไม่มากอย่างที่คิด  จากประสบการณ์ในการคัดสรรบุคลากรให้กับบริษัทชั้นนำต่างๆ แมนพาวเวอร์กรุ๊ป ขอแนะนำคุณสมบัติของ Talent  ด้านบัญชีการเงิน ควรจะมีคุณสมบัติ ดังนี้

    1. การศึกษา  ส่วนใหญ่จะเป็นสายงานตรง ด้านบัญชี, การเงิน, เศรษฐศาสตร์ และสำหรับบางส่วนงานที่เป็นระดับมันสมองขององค์กร จะเลือกคนที่จบปริญญาตรี ด้านวิศวกรรม และปริญญาโทด้านการเงิน    ในหลายปีก่อน การศึกษาระดับปริญญาตรี ก็ถือว่าเพียงพอที่จะเป็นผู้บริหารระดับสูงในสายงานนี้ได้ถ้ามีคุณสมบัติครบถ้วน  แต่สำหรับปัจจุบัน การจบการศึกษาในระดับปริญญาโท มีความจำเป็นในการเป็นผู้บริหารระดับสูง โดยเฉพาะบริษัทขนาดใหญ่ที่มีพนักงานมากๆ ต้องการการบริหารจัดการที่มีความซับซ้อนขึ้น แต่สำหรับบริษัทข้ามชาติ จะยังพิจารณาจากความสามารถและประวัติการทำงานมากกว่าการศึกษา

    2. ประวัติการทำงานและผลงาน  Talent  ที่ดีในสายงานบัญชีการเงิน ไม่ควรเปลี่ยนงานบ่อยเกินไป หรือไม่เปลี่ยนงานเลย  ควรอยู่ในแต่ละที่เฉลี่ย 3-5 ปี และมีผลงานที่ชัดเจน หรือได้รับการประเมินผลที่ดีเยี่ยมในการทำงานที่ผ่านมา หากมีประสบการณ์ในการจัดทำระบบขนาดใหญ่ เช่น SAP จะยิ่งได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ

    3. บุคลิกภาพและทัศนคติ  การเป็นผู้บริหารสายงานบัญชีและการเงินในปัจจุบัน โดยเฉพาะบริษัทข้ามชาติจะต้องการคนที่ ความหนักแน่นในการทำงาน, มีเป้าหมายในการทำงานเน้นผลลัพธ์, มีความท้าทาย, สามารถทำงานภายใต้สภาวะกดดันได้  แต่ถ้าเป็นบริษัทชั้นนำที่มีขนาดใหญ่ในประเทศไทย มักต้องการคนที่มีวิสัยทัศน์, ความเป็นผู้ใหญ่,  มีความฉลาด และโดยรวมเกือบทุกบริษัทต้องการคนที่มีบุคลิกดี และมีทัศนคติในแง่บวก (Can Do Attitude)

    4. ภาษาอังกฤษ เป็นเงื่อนไขสำคัญประการหนึ่งที่ทำให้รายได้ของผู้ที่ทำงานในสายบัญชีและการเงิน มีความแตกต่างกันมาก ทั้งที่มีลักษณะเนื้องานเหมือนกัน เพราะปัจจุบันการติดต่อสื่อสาร กับบริษัทข้ามชาติมีจำนวนมากขึ้น จึงทำให้ทักษะทางด้านภาษา ที่ 2 หรือ 3 นั้นเป็นสิ่งสำคัญ และยิ่งสามารถ พูด อ่าน เขียน ได้เป็นอย่างดี รับรองมีโอกาสเติบโตในสายงานนี้อย่างแน่นอน

    5. อายุ ปัจจุบันการพิจารณาอายุของผู้สมัครเป็นสิ่งที่องค์กรต่างๆ ให้ความสำคัญโดยการพิจารณาคัดเลือกคน เกณฑ์อายุที่เป็นที่ต้องการในตลาด ได้แก่

    อายุ  28 – 32  ปี -           ระดับ Manager

    อายุ  32 – 37 ปี -           ระดับ Senior Manager

    อายุ 38 – 42 ปี  -           ระดับ Director

    อายุ 42 – 45 ปี  -           ระดับ C level , Top Management

    นับว่าสายงานบัญชีและการเงิน เป็นสายงานที่มีความน่าสนใจเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะหากคุณกำลังศึกษาอยู่หรือจบการศึกษา การเตรียมความพร้อมถือเป็นสิ่งที่สำคัญ และยิ่งคุณมีการพัฒนาตัวเอง เสริมทักษะทางด้านสายงาน ทั้ง Soft skill และ Hard skill ก็จะยิ่งทำให้คุณโดดเด่นในสายงานนี้แน่นอน และด้วยตลาดแรงงานยังคงมีความต้องการแรงงานในสายอาชีพนี้อยู่รับรองไม่มีตกงานแน่นอน

  • Jul 09 , 2017

    พลิกโฉมสำนักงานบัญชีไทยสู่ Digital Accounting Firm สร้างความเชื่อมั่นข้อมูลทางบัญชีและการเงินด้วยนวัตกรรม ในยุค Thailand 4.0

 

 

Editor Observation

  • Jun 02 , 2017

    “โลกสันนิวาสย่อมเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ” วลีนี้เป็นสัจธรรมที่ไม่มีใครเถียงได้ เพราะทุกอย่างย่อมมีเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป ทว่า “โลกสันนิวาส” สมัยนี้ ดูเหมือนจะเปลี่ยนเร็วกว่าสมัยพุทธกาลเป็นไหนๆ ด้วยพลังในการคำนวณและการจัดการกับข้อมูลจำนวนมากด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ของไมโครโปรเสดเซอร์ชิพและเครื่องไม้เครื่องมือทางด้านสื่อสารคมนาคมตลอดจนเทคโนโลยีการแปลงข่าวสารข้อมูลทั้งมวลให้อยู่ในรูปแบบดิจิทัล มันช่วยทำให้ “ความรู้” ที่เคยอยู่ในมือของคนจำนวนน้อยแพร่สะพัดเร็วขึ้นและแพร่ไปในอาณาเขตที่กว้างขวางขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ

  • Apr 26 , 2017

    สิ่งมีชีวิตเกือบทั้งหมดบนโลกใบนี้ ดำเนินไปได้ด้วยพลังงานจากดวงอาทิตย์ พลังงานของดวงอาทิตย์เป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับชีวิต ให้ชีวิตได้มีพละกำลังที่จะขับเคลื่อนดำเนินต่อไปและสืบสายพันธุ์ลูกหลานต่อไปได้เรื่อยๆ บนโลกใบนี้ (หรืออาจจะบนโลกใบอื่นด้วยหรือเปล่าก็ไม่รู้?) ตราบเท่าที่ “ดวงตะวันยังคงส่องแสง”

  • Apr 03 , 2017

    ยุทธจักร มีเดีย/เอ็นเตอร์เทนเมนต์มีจอมยุทธยอดฝีมืออยู่ไม่น้อย ที่ยังโลดแล่นอยู่ในวงการ และร่วมฝ่าคลื่นฝืนลมแห่งการเปลี่ยนแปลงอันรุนแรงอย่างกระแทกกระทั้น เพราะเนื่องมาแต่ Paradigm Shift ของเทคโนโลยีระดับโลกและพฤติกรรมการบริโภคสื่อของผู้คนอยู่ในขณะนี้

 

School Move

  • Mar 17 , 2017

    สถาบันแนะแนวการศึกษาคริมสัน ผู้นำที่ปรึกษาด้านการศึกษาระดับโลก เปิดสาขาใหม่ในกรุงเทพมหานครเพื่อผลักดันนักเรียนไทยและนักเรียนทุกคนทั่วโลก สามารถเข้าถึงเครือข่ายติวเตอร์ ที่ปรึกษา และผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ ที่คอยให้คำปรึกษากว่า 2,000 คนทั่วโลก

  • Feb 14 , 2017

    สมาคมแลกเปลี่ยนบุคคลากรไทย-จีน ร่วมกับเครือข่ายมหาวิทยาลัยจีน หรือ China Campus Network (CCN), สมาคมผู้สื่อข่าวไทย-จีน, สมาคมการค้าวิสาหกิจจีน-ไทย, ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศจีน กรุงเทพฯ, สำนักข่าวซินหัวประจำกรุงเทพฯ, สถานีวิทยุซีอาร์ไอประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และโรงเรียนภาษาสายสัมพันธ์ ร่วมจัดการแข่งขันภาษาจีน Friendship Cup ครั้งที่ 9 พร้อมผนึกกำลังในพิธีเปิดโครงการความร่วมมือระหว่างเครือข่ายมหาวิทยาลัยจีน องค์กรธุรกิจไทย-จีน สมาคมผู้สื่อข่าวไทย-จีน  และสถาบันการศึกษาไทย เพื่อพัฒนาบุคลากรไทยตอบสนองตลาดแรงงานและองค์กรไทย-จีนในปัจจุบัน

  • Feb 02 , 2017

                  วิสดอม เอ็นเตอร์ไพร์ส จับมือ Rugby School  แห่งสหราชอาณาจักรหนึ่งในโรงเรียนเอกชนชั้นนำที่มีชื่อเสียงและได้รับความเชื่อถือมากว่า 450 ปี เตรียมเปิดโรงเรียนนานาชาติ Rugby School Thailand   ชูจุดแข็งด้วยหลักสูตรพัฒนาการศึกษาแบบองค์รวม ด้วยงบลงทุนกว่า 1,500 ล้านบาท ตอบโจทย์การศึกษาทั้งในประเทศและกลุ่มประเทศ CLMV

Management

  • Jul 06 , 2017

    ครึ่งปีแรก ( 2560 ) ต่างชาติลงทุนไทยแล้ว 136 ราย มีเงินลงทุนที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ 3,743 ล้านบาท จ้างงานคนไทยเกือบ 3,078 คน

  • Jun 16 , 2017

    ภาควิชาการเงินและการธนาคาร คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จัดการสัมมนา “Fin Tech : Cashless World Payment” เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการเห็นช่องทางการรับเงินโฉมใหม่ ขยายโอกาสทางธุรกิจและกลุ่มลูกค้าใหม่ด้วยระบบชำระเงินรูปแบบใหม่ และเพื่อสร้างรายได้เพิ่มด้วยเทคโนโลยีการชำระเงิน ณ ห้องประชุมชั้น 6 เมื่อวันพุธที่ 29 มีนาคม 2560 ที่ผ่านมา

  • Jun 08 , 2017

    ผมเกิดมาในยุคสงครามเย็นที่สหรัฐอเมริกากำลังแผ่ขยายแสนยานุภาพอย่างถึงขีดสุด สมัยนั้น ทหารอเมริกัน ที่เราเรียกกันทั่วไปว่า “ทหาร จีไอ” พบได้ทั่วไปในบ้านเรา ตาคลี สัตหีบ อุบลราชธานี อุดรธานี โคราช นครพนม พัทยา... เพชรบุรีตัดใหม่ และพัฒน์พงศ์

 

Cool Case

  • Jun 21 , 2017

    ดร.มัทนา สานติวัตร กรรมการสภามหาวิทยาลัย เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการการตลาดสร้างสรรค์ธุรกิจ รุ่นที่ 8 Creative Entrepreneurial Marketing Project (CEMP) ของภาควิชาการตลาด คณะบริหารธุรกิจ

  • May 24 , 2017

    ในโลกที่เทคโนโลยีกำลังพลิกโฉมความคิดคนเกี่ยวกับสิ่งต่างๆ นาทีต่อนาที ทำให้เกิดนวัตกรรมใหม่ๆ ที่เกิดจากการต่อยอดการใช้งานของสิ่งที่เรารู้จักดีอยู่แล้ว เช่น ไฟส่องสว่าง อย่างนวัตกรรม “ไฟพื้นถนน เตือนคนเล่นมือถือ” 

  • Feb 14 , 2017

    อุทยานการเรียนรู้ TK park จัดเวทีบรรยายพิเศษว่าด้วยแนวโน้มนวัตกรรมห้องสมุดและแนวคิดการพัฒนาพื้นที่การเรียนรู้ การสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้สร้างสรรค์ และตัวอย่างโครงการส่งเสริมการเรียนรู้ที่ได้รับรางวัลระดับโลก ในงานประชุม สหปาฐกถาประจำปี TK Forum 2017 “Better Library and Learning Space: Trends and Ideas” ได้รับเกียรติจาก 3 วิทยากร จาก 3 ประเทศชั้นนำด้านการพัฒนาห้องสมุด เพื่อให้เกิดแนวคิดใหม่และเป็นแรงบันดาลใจในการปรับใช้พัฒนาต่อไปตามแนวคิด Learning in Digital Age ที่ประกาศเป็นแนวทางในปีนี้