Ad Top Header

การปลูกฝังและเปิดโอกาสให้เยาวชนได้ทำความรู้จักและเรียนรู้เกี่ยวกับอาชีพต่างๆ ตั้งแต่เนิ่นๆ เป็นสิ่งสำคัญและเป็นรากฐานที่ดีให้พวกเขาได้ค้นหาและรู้จักตัวเอง ตลอดจนเตรียมตัวใฝ่หาทักษะความรู้ที่จำเป็นจากทั้งในและนอกห้องเรียน เพื่อให้พร้อมต่อการมุ่งสู่อาชีพที่ใช่และเหมาะสมกับตนเองต่อไป โครงการสนับสนุนการศึกษาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน” (Banpu Education for Sustainability หรือ BES) ที่ริเริ่มขึ้นตั้งแต่ปี 2547 โดย บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ผู้นำธุรกิจด้านพลังงานแบบครบวงจรแห่งเอเชีย-แปซิฟิก จึงสานต่อ กิจกรรม Career Dayเปิดโลกอาชีพ ปูเส้นทางสู่อนาคต ในปีที่ 2 สำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 และ 4 ของโรงเรียน 6 แห่งทางภาคเหนืออันเป็นพื้นที่ที่บ้านปูฯ เคยดำเนินธุรกิจ ได้แก่ โรงเรียนเชียงม่วนวิทยาคม และโรงเรียนบ้านสระ จังหวัดพะเยา โรงเรียนสบปราบพิทยาคม โรงเรียนแม่ทะพัฒนศึกษา และโรงเรียนแม่ทะวิทยา จังหวัดลำปาง โรงเรียนเวียงเจดีย์วิทยา จังหวัดลำพูน รวมทั้งสิ้นกว่า 1,000 คน เพื่อแบ่งปันความรู้ในสาขาวิชาชีพต่างๆ และสร้างแรงบันดาลใจในการค้นพบตัวเองพร้อมกรุยทางสู่อาชีพที่ตรงใจ

นางอุดมลักษณ์ โอฬาร ผู้อำนวยการสายอาวุโส - องค์กรสัมพันธ์ บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “การเลือกสายการเรียนต่อหรือการคิดฝันถึงอาชีพในอนาคตของเด็กๆ ที่ไม่ได้เล่าเรียนในเมืองใหญ่นั้นเป็นเรื่องที่ตัดสินใจไม่ง่ายเลย อาชีพใกล้ตัวหรือพบเห็นในท้องถิ่นเองก็ไม่หลากหลาย 
ถ้าลองไปถามเด็กว่าโตขึ้นหนูอยากเป็นอะไร อาชีพที่พวกเขาพอจะนึกออกได้ก็คือ ครู ทหาร หมอ เป็นต้น บ้านปูฯ จึงจัดกิจกรรม Career Day: เปิดโลกอาชีพ ปูเส้นทางสู่อนาคต เพื่อให้เขามีโอกาสได้รู้จักกับอาชีพที่มีอยู่มากมาย รวมไปถึงอาชีพใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงทางนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ ของโลกในปัจจุบัน สำหรับกิจกรรมนี้จัดเป็นปีที่ 2 แล้ว ก็มีการปรับกิจกรรมหลายๆ ตัวเพื่อดึงดูดให้เด็กๆ เพลิดเพลินกับการค้นหาตัวเอง มีกิจกรรมที่น่าสนใจและสนุกสนานมากขึ้น พี่ต้นแบบอาชีพที่มาแบ่งปันประสบการณ์ก็มีถึง 10 อาชีพ ซึ่งหลากหลายและเข้มข้นน่าสนใจยิ่งขึ้น”

กิจกรรม Career Day: เปิดโลกอาชีพ ปูเส้นทางสู่อนาคต ปีที่ 2 ได้สร้างสรรค์กิจกรรมที่มีทั้งเนื้อหาและความสนุก เริ่มด้วยเกม ‘สร้างเมือง’ ซึ่งใช้พื้นที่สร้างเมืองจำลองขนาดย่อมขึ้นแล้วนำการ์ดเกมมาประกอบการเล่น เพื่อช่วยละลายพฤติกรรมพร้อมๆ กับเพิ่มพูนความรู้ในด้านทักษะและสายการเรียนที่จำเป็นสำหรับแต่ละอาชีพ กิจกรรมนี้ทำให้เด็กนักเรียนตื่นตัวกับอาชีพที่หลากหลาย มีคลังความรู้เรื่องอาชีพมากขึ้น ปูพื้นฐานสู่การค้นหาอาชีพที่เข้ากับตัวเอง และเลือกเข้าฟังแนะแนวอาชีพที่ตรงกับสายการเรียนและความถนัดของตัวเองที่สุด ก่อนเข้าสู่ช่วงกิจกรรมแนะแนวอาชีพที่ได้เชิญพี่ต้นแบบอาชีพ 10 คน 10 อาชีพ ซึ่งล้วนมีความสามารถและมีใจรักในอาชีพของตน มาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ในวิชาชีพ แนวทางการทำงาน รวมถึงทักษะความรู้ความสามารถที่จำเป็นต่อการประกอบอาชีพอย่างเป็นกันเอง

แต่ละอาชีพต้นแบบที่นำมาแบ่งปันให้แก่เด็กๆ ผ่านการคัดสรรโดยคำนึงถึงความหลากหลายที่จะส่งเสริมให้เด็กๆ จากทั้ง 6 โรงเรียน เห็นโลกอาชีพที่กว้างขึ้น นอกจากอาชีพทั่วไปที่เด็กรู้จักและให้ความสนใจ อาทิ พยาบาล แล้ว บ้านปูฯ ยังเฟ้นหาอาชีพที่อยู่นอกเหนือจากบทเรียน เช่น นักวิชาการป่าไม้ปฏิบัติการ นักกายภาพบำบัด และแพทย์แผนไทย เป็นต้น รวมถึงอาชีพแห่งศตวรรษ 21 ที่มาจากการเปลี่ยนแปลงทางนวัตกรรมและเทคโนโลยีต่อยอดกับความชอบหรือความถนัดจนเกิดเป็นอาชีพ ได้แก่ นักพัฒนาแพลตฟอร์มซื้อขายสินค้า เกษตรกรยุคใหม่ และนักเขียนเชิงท่องเที่ยว โดยพี่ต้นแบบอาชีพได้นำเสนอเรื่องราวอาชีพของตนเพื่อให้เด็กๆ เข้าใจรายละเอียดการทำงานและคุณสมบัติที่จำเป็นของแต่ละอาชีพ อีกทั้งสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนค้นหาอาชีพที่เกิดจากใจรัก ลงมือสานฝันตามเส้นทางอาชีพด้วยความสร้างสรรค์ และมุ่งมั่นที่จะทำให้สำเร็จด้วย

นอกเหนือจากความรู้ด้านอาชีพแล้ว ทักษะชีวิตและระบบความคิดเชิงบวกคือสิ่งที่บ้านปูฯ ต้องการบ่มเพาะและปลูกฝัง เพื่อให้เด็กพร้อมเปิดรับ คิดวิเคราะห์ และตัดสินใจได้ด้วยตนเอง “ผมรู้สึกขอบคุณพี่ต้นแบบมากๆ ครับที่มาให้ความรู้ในวันนี้ เพราะช่วยเปลี่ยนความคิดของผมโดยสิ้นเชิง จากเดิมคิดว่าเกษตรกรเป็นอาชีพที่จน ต้องทำงานหนัก ตากแดดตัวดำ ไม่เคยคิดอยากจะทำเลย พอฟังพี่ต้นแบบเกษตรกรแล้วทำให้ผมคิดใหม่ว่าจริงๆ แล้วคนทำเกษตรก็หาเงินเยอะได้ ถ้าเรารู้จักนำภูมิปัญญาในท้องถิ่นมาใช้คู่กับความรู้และเทคโนโลยีสมัยใหม่ และเกษตรกรยังเป็นอาชีพที่น่าภูมิใจอีกด้วย” นายศราวุธ อินมณี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนเวียงเจดีย์วิทยา จ.ลำพูน เผยความรู้สึกหลังร่วมกิจกรรม

“บ้านปูฯ เชื่อในศักยภาพของคนและการสร้างคนโดยการให้โอกาสในการเรียนรู้ เพราะว่าความรู้จะอยู่ติดตัวของเรา การเรียนรู้นั้นไม่มีที่สิ้นสุดทั้งในห้องเรียน นอกห้องเรียน และทักษะชีวิตต่างๆ ซึ่งจะช่วยให้เราก้าวทันตามโลกยุคใหม่และดูแลตัวเองได้ อันเป็นรากฐานที่ดีแก่ทั้งตัวเองและสังคม ดังความเชื่อของบ้านปูฯ ที่ว่า “พลังความรู้ คือ พลังแห่งการเปลี่ยนแปลงและพัฒนา” และแน่นอนว่าอนาคตนับจากนี้จะมีความรู้ใหม่ๆ รวมถึงอาชีพแปลกใหม่เกิดขึ้นอีกมากมาย บ้านปูฯ คาดหวังว่าเยาวชนยุคใหม่จะใฝ่รู้และพยายามขวนขวายหาข้อมูล เพื่อให้มีความรู้เพียงพอต่อการตัดสินใจ โดยเฉพาะการเลือกอาชีพที่ใช่ให้กับตนเอง” นางอุดมลักษณ์กล่าวปิดท้าย

บริษัท บ้านปู อินฟิเนอร์จี จำกัด ในฐานะผู้นำการให้บริการด้านการวางระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบครบวงจร จัดงานสัมมนา Banpu Infinergy Symposium: The Intelligent City of Tomorrow” พร้อมนำเสนอบริการแบบ one stop service ด้วยนิทรรศการจำลองการใช้งานพลังงานแสงอาทิตย์หลากหลายรูปแบบ ตอบโจทย์นโยบาย 4.0 และการเปลี่ยนผ่านประเทศไทยสู่การเป็นสมาร์ทซิตี้ โดยมีผู้ประกอบการจากภาคธุรกิจ ภาคการศึกษา เจ้าหน้าที่ภาครัฐ และบุคคลทั่วไปที่สนใจมากกว่า 200 คน เข้าร่วมงาน

ในงานสัมมนาครั้งนี้ บ้านปู อินฟิเนอร์จีฯ ได้เชิญกูรูด้านพลังงานจากทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชน มาให้ความรู้และแบ่งปันข้อมูลด้านการพัฒนาสมาร์ทซิตี้อย่างเป็นรูปธรรม ประกอบด้วย ดร.ทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน  มร. แอรอน อัทเทอเบอรี่ จากบริษัท แบล็ค แอนด์ วิชช์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการวางแผนและพัฒนาสมาร์ทซิตี้ กับผลงานสมาร์ทซิตี้ที่สหรัฐอเมริกา และ นางทยา ทีปสุวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โรงเรียนนานาชาติรักบี้ กับแนวคิดการเตรียมความพร้อมการศึกษาไทยที่ทันสมัยในรูปแบบสมาร์ทแคมปัส

สมฤดี ชัยมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) และ กรรมการ บริษัท บ้านปู อินฟิเนอร์จี จำกัด กล่าวว่า “ในฐานะผู้นำธุรกิจพลังงานแบบครบวงจรแห่งเอเชีย-แปซิฟิกด้วยกลยุทธ์ Greener & Smarter ที่กลุ่มบ้านปูฯ มุ่งดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดและมีประสิทธิภาพด้วยเทคโนโลยีด้านพลังงานที่ทันสมัย พร้อมนำองค์ความรู้ด้านนวัตกรรมพลังงานจากการดำเนินธุรกิจในต่างประเทศมาเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศในยุค 4.0 และสังคมไทยเพื่อมุ่งสู่การเป็นสมาร์ทซิตี้ ซึ่งการก้าวไปถึงจุดนั้นจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งองค์ความรู้ที่หลากหลาย ความพร้อมและประสบการณ์จากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน บริษัทฯ หวังว่าการจัดงานสัมมนาในครั้งนี้จะก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนแนวคิด มุมมอง และประสบการณ์การใช้พลังงานแสงอาทิตย์ อันจะเป็นการร่วมกันเดินหน้าประเทศไทยสู่การเป็นสมาร์ทซิตี้อย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น”

เพื่อให้ผู้ร่วมงานเห็นภาพการเป็นสมาร์ทซิตี้ที่ชัดเจนขึ้น ภายในงาน บ้านปู อินฟิเนอร์จี ยังนำเสนอนิทรรศการจำลองการใช้งานพลังงานแสงอาทิตย์ในหลากหลายรูปแบบ เช่น โซลาร์คีออสระบบออนและ  ออฟกริด ที่ใช้ได้ทั้งไฟบ้านและพลังงานแสงอาทิตย์ โซลาร์เฟอร์นิเจอร์ที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ได้แบบ100% จอแสดงผลการใช้งานไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์และการประหยัดพลังงาน นอกจากนี้ ยังมีการนำเสนอเทคโนโลยีที่บ้านปู อินฟิเนอร์จี พัฒนาขึ้นเพื่อให้บริการลูกค้าอย่างเต็มรูปแบบและอย่างทันท่วงที เช่น แอพพลิเคชั่นมือถือ Infinergy Application ที่ลูกค้าสามารถดูข้อมูลการผลิตไฟฟ้าจากระบบโซลาร์ และยอดประหยัดแบบเรียลไทม์ ระบบของคอนโทรลรูม ที่สามารถตรวจสอบการทำงานของระบบโซลาร์ได้ตลอดเวลา พร้อมทีมบริการหลังการขายที่ดูแลลูกค้าตลอด 24 ชั่งโมง

สมฤดี ชัยมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) (ซ้าย) และกนกวรรณ จิตต์ชอบธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท บ้านปู อินฟิเนอร์จี จำกัด (ขวา)

ดร.ทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน กล่าวว่า กระทรวงพลังงานมีนโยบายส่งเสริมการบริหารจัดการพลังงานแบบเบ็ดเสร็จ เน้นการผลิตไฟเอง ใช้เอง ให้เกิดเป็นสมาร์ทโฮม สมาร์ทกริด และสมาร์ทซิตี้ โดยมีหัวใจสำคัญคือ ระบบการจัดเก็บพลังงาน (Energy Storage System: ESS) เป็นเทคโนโลยีที่จะช่วยให้ไทยดำเนินตามแผนยุทธศาสตร์พลังงาน 4.0 ได้เร็วขึ้น เพื่อก้าวสู่การเป็นสังคมคุณภาพแห่งอนาคต และมีความได้เปรียบทางการแข่งขันกับต่างประเทศ ขอชื่นชมบ้านปูฯ ที่ร่วมมือกับภาครัฐเพื่อช่วยกันผลักดันให้ประเทศไทยเป็นสมาร์ทซิตี้ได้เร็วขึ้น”

กนกวรรณ จิตต์ชอบธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท บ้านปู อินฟิเนอร์จี จำกัด กล่าวว่า “จากการให้บริการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปแบบครบวงจรแก่ลูกค้าในหลากหลายอุตสาหกรรม เช่น ภาคการศึกษา ภาคอุตสาหกรรม แฟชั่นเอ๊าท์เลท สถานีบริการน้ำมัน โรงแรม และโรงพยาบาล  บ้านปู    อินฟิเนอร์จี ได้เห็นความต้องการที่หลากหลายของลูกค้า และความสำคัญในการนำเทคโนโลยีมาเพิ่มประสิทธิภาพงานบริการ เช่น การตรวจสอบระบบโซลาร์ผ่านโมบายแอพพลิเคชั่น การใช้โดรนบินสำรวจเพื่อตรวจเช็คคุณภาพของแผงโซลาร์ การตรวจสอบการทำงานของระบบโซลาร์แบบเรียลไทม์จากห้องคอนโทรลรูมของบริษัทฯ เป็นต้น บริษัทฯ มั่นใจว่าเราจะเป็นผู้ให้บริการระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ที่ครบวงจร ที่ตอบโจทย์ลูกค้าในทุกกลุ่มอุตสาหกรรมได้อย่างแท้จริง”

(บรรยายภาพ) บริษัท บ้านปู อินฟิเนอร์จี จำกัด โดย นางสมฤดี ชัยมงคล (แถวหน้า กลาง) กรรมการ และนางสาวกนกวรรณ จิตต์ชอบธรรม (แถวหลัง ขวาสุด) กรรมการผู้จัดการ ในงานสัมมนา “Banpu Infinergy Symposium: The Intelligent City of Tomorrow” โดยได้รับเกียรติจาก ดร. ทวารัฐ สูตะบุตร (แถวหน้า ซ้ายสุด) ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน นางทยา ทีปสุวรรณ (แถวหน้า ขวาสุด) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โรงเรียนนานาชาติรักบี้ และมร. แอรอน อัทเทอเบอรี่ (แถวหลัง กลาง) จากบริษัท แบล็ค แอนด์ วิชช์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการวางแผนและพัฒนาสมาร์ทซิตี้ กับผลงานสมาร์ทซิตี้ที่สหรัฐอเมริกา ร่วมแสดงวิสัยทัศน์และแนวคิดการผลักดันประเทศไทยสู่สมาร์ทซิตี้ ซึ่งด้านหลังคือโซลาร์คีออสต้นแบบที่บริษัทฯ ได้พัฒนาขึ้นเพื่อต่อยอดการใช้งานพลังงานแสงอาทิตย์ที่หลากหลาย สู่สมาร์ทซิตี้ในอนาคต

นอกจากการนำเทคโนโลยีระดับโลกด้านการวางระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แล้ว   บ้านปู อินฟิเนอร์จี ยังอยู่ระหว่างการพัฒนาระบบการบริหารจัดการพลังงาน (Energy Management System: EMS) และระบบจัดเก็บพลังงาน (Energy Storage System: ESS) มาใช้ในการควบคุมการผลิต การส่ง และการกักเก็บพลังงานในอนาคต เพื่อให้การใช้พลังงานนั้นเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ล่าสุด ได้เข้าไปลงทุนในธุรกิจจัดเก็บพลังงานของสิงคโปร์ บริษัทนิว รีซอสเซส เทคโนโลยี จำกัด เพื่อผลักดันระบบการจัดการและจัดเก็บพลังงาน และพัฒนาการบริการด้านพลังงานที่เกี่ยวกับรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ด้วยเป้าหมายการใช้พลังงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างชาญฉลาด คือมีประสิทธิภาพและประหยัดค่าใช้จ่าย  และสร้างสังคมคุณภาพแห่งอนาคตภายใต้แนวคิด “Go Green Together” 

Joomla! Debug Console

Session

Profile Information

Memory Usage

Database Queries