January 20, 2019

เทคโนโลยีและโซลูชั่น 5G “หัวเว่ย” ขับเคลื่อนสู่โลกอัจฉริยะ

March 27, 2018 440

ในโลกดิจิทัลปัจจุบัน ผู้ให้บริการด้านโทรคมนาคมพยายามพัฒนาข้อจำกัดของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นในด้านขีดความสามารถ การเชื่อมต่อ รูปแบบธุรกิจ ประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้ และความร่วมมือต่างๆ  เพื่อเตรียมการที่จะเป็นกำลังสำคัญในการวางรากฐานของตลาดดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่น ซึ่งจะมีมูลค่าสูงถึง 23 ล้านล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ   

งานหัวเว่ย โมบายล์ ไทยแลนด์ คองเกรส 2018 (Huawei Mobile Thailand Congress 2018 – Huawei MTC 2018) จัดขึ้นระหว่างวันที่ 26 มีนาคม ถึง 5 เมษายน 2561 ที่ศูนย์นวัตกรรมและการเรียนรู้ CSIC Thailand (Customer Solution Innovation and Integration Experience Center Thailand) อาคารสำนักงานแห่งใหม่ของหัวเว่ย กรุงเทพฯ ถือเป็นงานที่หัวเว่ยจัดขึ้นเพื่อแสดงผลิตภัณฑ์เทคโนโลยี และโซลูชั่นความสำเร็จต่างๆจากทั่วโลก อาทิ โซลูชั่น 5G, เครือข่ายออลคลาวด์, วิดีโอ และอินเทอร์เน็ต ออฟ ธิงส์ (IoT)  พร้อมจัดแสดงผลิตภัณฑ์ชั้นนำและโซลูชั่นสำหรับธุรกิจเฉพาะด้าน (Scenario-specific) ให้แก่ผู้ให้บริการด้านโทรคมนาคมระดับแนวหน้าของไทย โดยงานนี้เน้นใน 3 ประเด็นหลัก

 

 

ประเด็นที่หนึ่ง คือ Better connections การเชื่อมโยงสื่อสารที่ครอบคลุมยิ่งขึ้น หมายถึง การเชื่อมโยงสื่อสารที่ครอบคลุมยิ่งขึ้น เพื่อทำให้เกิดการใช้งานเทคโนโลยีดิจิทัลในวงกว้าง และช่วยผู้ให้บริการเครือข่ายสามารถนำเทคโนโลยี 5G ซึ่พร้อมที่จะให้บริการเชิงพาณิชย์แล้วมาใช้ได้เต็มประสิทธิภาพ ด้วยการวางโครงข่ายเชื่อมต่อและขยายระบบรับ-ส่งข้อมูลให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น

พร้อมกันนี้ หัวเว่ยยังมีแผนที่จะเปิดตัวผลิตภัณฑ์ 5G แบบครบวงจรเพื่อเป็นการสนับสนุนผู้ให้บริการเครือข่ายที่จะเริ่มเปิดให้บริการ 5G อีกทางหนึ่งด้วย และนอกจากจะสร้างเครือข่ายออลคลาวด์ให้ใช้งานได้จริงแล้ว หัวเว่ยยังให้ความสำคัญกับอินเทอร์เน็ต ออฟ ธิงส์ (IoT) เพื่อสร้างมูลค่าทางธุรกิจให้งอกเงยเพิ่มขึ้นจากการเชื่อมต่อ  นอกจากนี้ ยังมีบริการคลาวด์ที่จะช่วยขับเคลื่อนการใช้งานเครือข่าย เครือข่ายที่ทำให้เกิดการใช้งานคลาวด์ได้จริง การผสานเทคโนโลยีต่างๆ เข้าด้วยกันจะช่วยผลักดันให้ธุรกิจ B2B ประสบความสำเร็จ

 

 

ประเด็นที่สอง คือ Better business growth  ธุรกิจที่เติบโตสูงขึ้น โดยส่งเสริมผู้ให้บริการเครือข่ายสามารถขยายและมอบบริการที่ดีขึ้นให้แก่ผู้ใช้ทั้งในระดับรายบุคคล ครัวเรือน และองค์กร รวมถึงช่วยให้ผู้ให้บริการดึงศักยภาพด้านการเชื่อมต่อออกมาใช้เพื่อเพิ่มมูลค่าของเครือข่าย ตลอดจนพัฒนาบริการและธุรกิจใหม่ๆ อาทิ วิดีโอ เพื่อสร้างความสำเร็จจากธุรกิจรูปแบบใหม่

 

ประเด็นที่สาม คือ Better experience ประสบการณ์การใช้งานที่ดีขึ้น เร่งผสานความร่วมมือกับลูกค้าและเหล่าพันธมิตรต่างๆ เพื่อสร้างโลกดิจิทัลที่เชื่อมโยงถึงกันอย่างเต็มรูปแบบ โดยโซลูชั่นดิจิทัลด้านการดำเนินงานและการบำรุงรักษาของหัวเว่ยจะทำให้ธุรกิจเกิดความคล่องตัว ทำงานได้อย่างชาญฉลาดและมีประสิทธิภาพ  

ซึ่งทั้งหมดนี้จะช่วยผลักดันผู้ให้บริการเครือข่ายสามารถมอบประสบการณ์การใช้งานที่มีความเป็น Real-time, On-demand, All-online, DIY และ Social (ROADS) ยกระดับผลิตภัณฑ์ดิจิทัล ย่นระยะเวลาการออกผลิตภัณฑ์หรือบริการสู่ตลาด ด้วยการออกแบบบริการ และ Network Orchestration  จากการที่เทคโนโลยีดิจิทัลมีความล้ำหน้ามากขึ้น กระบวนการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องจึงมีการพัฒนาให้รุดหน้าตามไปด้วย เช่น การเปิดให้บริการโครงข่ายที่ทำได้รวดเร็วขึ้นและการใช้งานทรัพยากรได้เต็มประสิทธิภาพยิ่งขึ้น   

นอกจากนี้ระบบ O&M อัจฉริยะ ทำงานได้อัตโนมัติและจำลองภาพได้ เมื่อรวมกับระบบบริหารเครือข่ายที่แม่นยำ ยังช่วยพัฒนาความเร็วและคุณภาพของบริการให้ดียิ่งขึ้น รวมถึงสามารถประเมินความเสี่ยงและช่วยให้การถ่ายโอนข้อมูลสะดวกขึ้นด้วย

 

นาย เฉียง หัว  กรรมการผู้จัดการ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “งานโมบายล์ ไทยแลนด์ คองเกรสนี้ มีความสำคัญสำหรับเรามาก เพราะเป็นโอกาสที่เราจะได้แสดงให้พันธมิตรสำคัญๆ ในอุตสาหกรรมโทรคมนาคม องค์กรและสถาบันชั้นนำ โอเปอเรเตอร์ รวมถึงผู้เกี่ยวข้องทั้งหลาย ได้เห็นถึงความสำคัญของการทุ่มเทความพยายามร่วมกัน เพื่อสร้างระบบนิเวศที่แข็งแกร่งที่จะเปิดทางไปสู่โอกาส ธุรกิจ บริการและแอพพลิเคชั่นใหม่ๆ    และเพื่อเป็นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล

ซึ่งหัวเว่ยเน้นไปที่การสร้างสิ่งแวดล้อมรูปแบบใหม่ในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมและนำนวัตกรรมที่ล้ำหน้าออกมาให้บริการ เพื่อตอบสนองความต้องการของโอเปอเรเตอร์และผู้ใช้บริการอย่างเหมาะสม  สอดคล้องกับความพยายามของเราที่ต้องการนำเทคโนโลยีดิจิทัลสู่ทุกผู้คน ทุกครัวเรือน และทุกองค์กร เพื่อขับเคลื่อนโลกอัจฉริยะที่เชื่อมโยงถึงกันอย่างเต็มรูปแบบ