

นายจงรัก รัตนเพียร ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ตามที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน มีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% จาก 2.25% เหลือ 2.00% ต่อปี นั้น ธนาคารพร้อมตอบสนองต่อมาตรการดังกล่าวด้วยการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ให้กับลูกค้าทุกกลุ่มสูงสุด 0.25% เพื่อตอกย้ำความตั้งใจของธนาคารในการดูแลและช่วยเหลือลูกค้าบรรเทาภาระหนี้ ลดต้นทุนทางการเงิน และเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงสินเชื่อสำหรับภาคธุรกิจ และภาคครัวเรือน
นอกจากนี้ การปรับลดอัตราดอกเบี้ยในครั้งนี้ยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของธนาคารในการสนับสนุนการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของประเทศซึ่งยังคงเผชิญกับความท้าทายและมีแนวโน้มขยายตัวได้ไม่เต็มที่ ทั้งจากปัญหาเชิงโครงสร้างและการแข่งขันที่สูงขึ้น รวมถึงนโยบายการค้าที่มีความไม่แน่นอน ตลอดจนเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือในการเสริมสร้างกำลังซื้อของประชาชน เพิ่มสภาพคล่องให้กับภาคธุรกิจ โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายย่อยเพื่อสนับสนุนให้เศรษฐกิจสามารถขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้อย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ ธนาคารปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ มีผลวันที่ 4 มีนาคม 2568 เป็นต้นไป รายละเอียด ดังนี้
ธนาคารกสิกรไทยยังคงพร้อมให้ความช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ต่าง ๆ ตามความเหมาะสมเพื่อให้ลูกค้าสามารถรับมือและบริหารจัดการภาระหนี้สินได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยลูกค้าที่ได้รับผลกระทบสามารถดำเนินการติดต่อผ่านช่องทางต่าง ๆ ของธนาคารได้ทุกช่องทาง
นายจักรพงศ์ โอแสงธรรมนนท์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ (ขวา) ธนาคารกสิกรไทย นายอิทธิพล เลิศศักดิ์ธนกุล (ซ้าย) รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย หรือ EXIM BANK พร้อมด้วย นายเดวิด ลอร์เร้นซ์ ไม้ค์เคิลส์ (กลาง) ประธานคณะกรรมการ และกรรมการผู้อำนวยการ บมจ. จี เอ็ม เอส เพาเวอร์ และ บจก. รี เอนเนอร์ยี ร่วมลงนามสนับสนุนทางการเงินสินเชื่อสีเขียว (Green Loan) วงเงิน 410 ล้านบาทแก่ บจก. รี เอนเนอร์ยี ผู้ผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่ม บมจ. จี เอ็ม เอส เพาเวอร์ ผู้ผลิตไฟฟ้ารายใหญ่ในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน โดยธนาคาร กสิกรไทย และ EXIM BANK สนับสนุนวงเงินแห่งละ 50% ณ ธนาคารกสิกรไทย สำนักงานใหญ่ เมื่อเร็วๆ นี้

การสนับสนุนสินเชื่อในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อนำไปใช้ในการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบทุ่นลอยน้ำขนาดกำลังการผลิตไฟฟ้า 21.49 เมกะวัตต์ ตั้งอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมเกตเวย์ ซิตี้ จังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อผลิตไฟฟ้าพลังงานสะอาดจำหน่ายผ่านสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาว (Private PPA) ให้แก่บริษัทผู้รับซื้อไฟฟ้า ซึ่งนับเป็นโครงการที่สร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม รวมถึงช่วยให้ธุรกิจของผู้รับซื้อไฟฟ้าสามารถบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Commitment) ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการดำเนินงานของทั้งสองธนาคารที่มุ่งมั่นให้บริการทางการเงินไปพร้อมกับการสร้างความยั่งยืนให้กับภาคธุรกิจและส่งเสริมให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมาย Net Zero
บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด (บลจ.กสิกรไทย) ร่วมกับ บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด มหาชน ผู้นำด้านพลังงานและโซลูชันพลังงานหมุนเวียน เดินหน้าสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาดผ่านการซื้อ Renewable Energy Certificates (RECs) ตอกย้ำความมุ่งมั่นของทั้งสององค์กรในการสร้างอนาคตที่ยั่งยืน
บลจ.กสิกรไทย ในฐานะผู้นำด้านการลงทุนอย่างยั่งยืน ได้ให้ความสำคัญกับแนวทาง ESG (สิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล) โดยการใช้พลังงานหมุนเวียนเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผู้ลงทุน การจับมือกับ บี.กริม เพาเวอร์ ในครั้งนี้ สะท้อนถึงความตั้งใจในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Scope 2) และส่งเสริมพลังงานสะอาดให้เติบโตในภาคธุรกิจไทย
คุณวิน พรหมแพทย์, CFA ประธานกรรมการบริหาร บลจ.กสิกรไทย กล่าวว่า "การใช้ Renewable Energy Certificates (RECs) เป็นส่วนหนึ่งของพันธกิจของเราในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสะท้อนถึงความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร เราเชื่อมั่นว่าความร่วมมือนี้จะช่วยผลักดันภาคธุรกิจไทยให้ก้าวไปสู่การเติบโตที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง"
คุณนพเดช กรรณสูต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธุรกิจในประเทศไทยและโซลูชั่นธุรกิจอุตสาหกรรม บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ กล่าวว่า "เรามุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำด้านพลังงานหมุนเวียน และภูมิใจที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเดินหน้าสู่อนาคตที่ยั่งยืนของ บลจ.กสิกรไทย ความร่วมมือครั้งนี้เป็นอีกก้าวสำคัญในการสร้างระบบพลังงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และส่งเสริมเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำในประเทศไทย"
ความร่วมมือระหว่างทั้งสององค์กรในครั้งนี้เป็นสัญลักษณ์แห่งความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนพลังงานสะอาด เพื่อร่วมสร้างอนาคตที่ยั่งยืนให้กับประเทศไทย
นายรุ่งเรือง สุขเกิดกิจพิบูลย์ (ขวา) ผู้จัดการใหญ่ พร้อมด้วยนายชัช เหลืองอาภา (ซ้าย) รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย เป็นผู้แทนธนาคาร รับ 2 รางวัลใหญ่ ได้แก่ รางวัลสุดยอดบัตรเครดิตใหม่ ประเทศเวียดนาม (Best New Credit Card) และรางวัลสุดยอดธนาคารแห่งใหม่เพื่อธุรกิจเอสเอ็มอีออนไลน์ ประเทศเวียดนาม (Best New Online SME Bank) จากงาน International Finance Awards 2024 สะท้อนความเป็นธนาคารที่พร้อมสนับสนุนและส่งเสริมศักยภาพธุรกิจเอสเอ็มอีให้เติบโตได้อย่างยั่งยืนที่ประเทศเวียดนาม และถือเป็นอีกก้าวสำคัญที่ตอกย้ำความเป็นผู้นำของธนาคารกสิกรไทยในระดับภูมิภาคที่มุ่งมั่นส่งมอบบริการทางการเงินที่มั่นคงปลอดภัย ใช้ง่ายสบายใจ และครอบคลุมทั้งกลุ่มลูกค้ารายย่อย ธุรกิจเอสเอ็มอี และองค์กรขนาดใหญ่ จัดโดย International Finance นิตยสารด้านธุรกิจและการเงินชั้นนำระดับโลกจากประเทศอังกฤษ ณ โรงแรมวอลดอร์ฟ แอสโทเรีย กรุงเทพฯ เมื่อเร็ว ๆ นี้

ทั้งนี้ ธนาคารกสิกรไทยเข้าไปดำเนินธุรกิจอย่างเต็มรูปแบบผ่านสาขาที่ประเทศเวียดนามตั้งแต่ปี 2564 ซึ่งเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญระดับภูมิภาคที่ยังคงมีแนวโน้มการเติบโตของ GDP 5-6% อย่างต่อเนื่องไปจนถึงปี 2572 โดยมีผลิตภัณฑ์ KBank Cashback Plus บัตรเครดิตใบแรกของเคแบงก์ในเวียดนาม ที่เพิ่งเปิดตัวเมื่อเดือนเมษายน ปี 2567 และได้รับความนิยมอย่างมากในกลุ่มลูกค้าธนาคาร โดยในไตรมาสที่ 3 มีอัตราการใช้งานบัตร (Active Card Rate) สูงกว่า 90% จากข้อมูลของ VisaNet
นายวิน พรหมแพทย์, CFA, ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด (บลจ.กสิกรไทย) พร้อมคณะผู้บริหาร ได้ให้การต้อนรับคณาจารย์และนักศึกษาชั้นปีที่ 3 วิชาเอกการเงินและการลงทุน สาขาวิชาบริหารธุรกิจ คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ เนื่องในโอกาสเข้าศึกษาดูงานธุรกิจจัดการกองทุน โดยเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เรียนรู้ถึงวิธีการทำงานจริงผ่านกระบวนการวิเคราะห์การลงทุน พร้อมทั้งการแนะนำเส้นทางสู่อาชีพสายการเงินและการลงทุนจากผู้จัดการกองทุนของ บลจ.กสิกรไทย