

กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)) โดย โกลบอลมาร์เก็ตส์ สร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน แม้ว่าภาพรวมสภาพแวดล้อมของเศรษฐกิจไทยยังคงมีความท้าทายจากปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอกประเทศ สอดคล้องตามแผนธุรกิจของกรุงศรีที่มีเป้าหมายในการเป็น “ธนาคารชั้นนำแห่งภูมิภาคเพื่อความยั่งยืน” โดยมุ่งให้ความสำคัญกับการสนับสนุนผลิตภัณฑ์เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่เชื่อมโยงกับมิติ ESG พัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินใหม่ ส่งเสริมธุรกรรมสกุลเงินเกิดใหม่ รวมถึงขยายฐานธุรกรรมผ่านช่องดิจิทัล เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้า

นายฮิโรทากะ คุโรกิ ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จํากัด (มหาชน) กล่าวว่า “หากพิจารณาสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจของไทยในปัจจุบัน เราจะพบว่ามีทั้งปัจจัยภายในและภายนอกประเทศที่ส่งผลกระทบและเป็นความท้าทายต่อภาพรวมทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะภาคการส่งออก อย่างไรก็ตาม กรุงศรี โกลบอลมาร์เก็ตส์ จะยังคงขับเคลื่อนธุรกิจด้วยความมุ่งมั่นที่จะสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน รวมทั้งสนับสนุนลูกค้าและผู้ประกอบการไทยให้สามารถดำเนินธุรกิจท่ามกลางความท้าทายดังกล่าวได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนด้วยเช่นกัน”
“ในปี 2568 กรุงศรี โกลบอลมาร์เก็ตส์ มุ่งสร้างการเติบโตของธุรกรรมอย่างต่อเนื่อง โดยกำหนด 4 กลยุทธ์หลักซึ่งเป็นแนวทางสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจ คือ การสนับสนุนผลิตภัณฑ์เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่เชื่อมโยงกับมิติ ESG การส่งเสริมธุรกรรมสกุลเงินเกิดใหม่ การขยายฐานธุรกรรมผ่านช่องทางดิจิทัล และ การนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่มีความหลากหลายมากขึ้น โดยในไตรมาส 1/2568 ปริมาณธุรกรรมการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศของกรุงศรี โกลบอลมาร์เก็ตส์ ขยายตัวเพิ่มขึ้นถึง 10% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเติบโตมากกว่าอัตราเติบโตทางเศรษฐกิจและอัตราการส่งออกและนำเข้าในไตรมาสแรกของปีนี้ เราคาดว่าจะสามารถรักษาระดับการเติบโตอย่างต่อเนื่องด้วย 4 กลยุทธ์หลักนี้”

กลยุทธ์หลักในการดำเนินงานของกรุงศรี โกลบอลมาร์เก็ตส์ ในปี 2568 ประกอบด้วย
นอกจากนี้ กรุงศรี โกลบอลมาร์เก็ตส์ ยังได้ให้ข้อมูลภาพรวมของสถานการณ์อัตราแลกเปลี่ยนและอัตราดอกเบี้ยในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 ดังนี้ นโยบายกำแพงภาษีศุลกากรของประธานาธิบดีทรัมป์กดดันค่าเงินดอลลาร์อ่อนลง เนื่องจากวัฏจักรเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ชะลอตัวจะเอื้อให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด) ลดดอกเบี้ยลงต่อในระยะข้างหน้า อีกทั้งความกังวลของตลาดเกี่ยวกับสถานะการคลังสหรัฐฯ ชัดเจนมากขึ้น รวมถึงผู้ค้าสำคัญของสหรัฐฯ มีเวลาที่จะเตรียมตัวตั้งรับด้วยการสนับสนุนเศรษฐกิจในประเทศเพื่อชดเชยผลกระทบจากสงครามการค้า แม้ในกรณีที่ความตึงเครียดด้านการค้าคลี่คลายลง การฟื้นตัวของเงินดอลลาร์จะถูกจำกัดด้วยความเชื่อมั่นที่สูญเสียไป ซึ่งเป็นผลของนโยบายการค้าสุดโต่งและปรับเปลี่ยนไปมา

“กรุงศรี โกลบอลมาร์เก็ตส์ คาดว่าอัตราแลกเปลี่ยนจะกลับมาผันผวนสูงขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง ท่ามกลางความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าสหรัฐฯ รวมถึงความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์และผลต่อต้นทุนพลังงาน โดยประเมินว่าเงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่าเล็กน้อยในไตรมาสสุดท้ายของปี 2568 ในกรอบกว้างที่ 31.75-34.00 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ บนสมมติฐานสำคัญที่ว่าสหรัฐฯอาจลดดอกเบี้ยมากกว่าที่ตลาดคาดไว้ และปัจจัยลบของเงินดอลลาร์ในตลาดโลกยังคงดำเนินต่อไป” นางสาวรุ่ง สงวนเรือง ผู้อํานวยการอาวุโส
สายงานวางแผนโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จํากัด (มหาชน) กล่าว
“สกุลเงินของเศรษฐกิจกำลังพัฒนาที่พึ่งพาการส่งออกสูง รวมถึงเงินบาท อาจอ่อนค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก เช่น เงินเยน และเงินยูโร ขณะที่การค้าโลกเข้าสู่ภาวะซบเซา อนึ่ง คาดว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.)อาจลดดอกเบี้ยนโยบายอีกอย่างน้อย 0.25% ในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 จากระดับ 1.75% ในปัจจุบัน เพื่อประคองเศรษฐกิจซึ่งเผชิญหลากหลายความเสี่ยงด้านขาลง” นางสาวรุ่ง กล่าว
กรุงศรี ออโต้ ผู้นำธุรกิจสินเชื่อยานยนต์ครบวงจรในเครือธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ตอกย้ำการเป็นองค์กรที่ให้ความสำคัญกับพนักงาน และการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่ง ด้วยการคว้า 3 รางวัลอันทรงเกียรติจากเวที Employee Experience Awards 2025 Thailand ได้แก่ รางวัลระดับ Gold ในสาขา Best Work-life Harmony Strategy จากการผลักดันกลยุทธ์เพื่อส่งเสริมสมดุลการทำงานและชีวิตส่วนตัวของพนักงาน รางวัลระดับ Gold ในสาขา Best Use of Technology
to Enhance Employee Engagement จากความสามารถในการนำเทคโนโลยีมาใช้เสริมสร้างความผูกพันและประสบการณ์ที่ดีให้กับพนักงาน และรางวัลระดับ Silver ในสาขา Best Employee Feedback and Listening Strategy ที่สะท้อนถึงการสร้างพื้นที่และบรรยากาศในการรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากพนักงานอย่างมีประสิทธิภาพ
ด้วยความเชื่อมั่นว่า “คน” คือ ทรัพยากรที่สำคัญที่สุดขององค์กร ที่ผ่านมา กรุงศรี ออโต้ จึงได้พัฒนากลยุทธ์ด้านทรัพยากรบุคคลมาอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งสร้างคุณค่าที่องค์กรมอบให้กับพนักงาน หรือ Employee Value Proposition (EVP) ภายใต้คำมั่นสัญญาที่ว่า "DRIVE WHAT MATTERS" ซึ่งมุ่งขับเคลื่อนสิ่งที่มีความหมาย ซึ่งสะท้อนตัวตนของพนักงานกรุงศรี ออโต้ ที่มีความเป็น "ผู้พิชิตความท้าทาย (Challenge Achievers)" ที่กล้าคิด กล้าทำ พร้อมเรียนรู้สิ่งใหม่ เพื่อขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืน
พร้อมกันนี้ กรุงศรี ออโต้ ยังให้ความสำคัญกับการยกระดับประสบการณ์เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับพนักงาน ผ่านนโยบายและแนวปฏิบัติที่ครอบคลุม ทั้งในด้านสวัสดิการและค่าตอบแทน การสื่อสารแบบเปิดกว้าง การส่งเสริมนวัตกรรม และการสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้พนักงานได้แสดงความคิดเห็นและศักยภาพอย่าง
เต็มที่ ตอกย้ำเป้าหมายของกรุงศรี ออโต้ ในการเป็นสถานที่ทำงานที่น่าร่วมงานที่สุด (Best Place to Work) และเป็นองค์กรที่พนักงานรักและผูกพัน (Brand Love)
Employee Experience Awards 2025 เป็นรางวัลที่จัดขึ้นโดย Human Resources Online สำนักข่าวด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลจากประเทศสิงคโปร์ ที่ได้รับการยอมรับจากองค์กรทั่วภูมิภาคเอเชีย ด้วยวัตถุประสงค์ในการเชิดชูและยกย่ององค์กรที่มีแนวปฏิบัติยอดเยี่ยมในการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับพนักงานในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นด้านวัฒนธรรมองค์กร ความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน (Employee Well-being) การเรียนรู้และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนกลยุทธ์ด้านการมีส่วนร่วมและการรักษาพนักงานไว้กับองค์กร เป็นต้น
คาร์ฟอร์แคช ผู้นำตลาดสินเชื่อเพื่อคนมีรถ เปิดเกมรุกเจาะอินไซต์ผู้ใช้รถทั่วไทย ส่งบริการใหม่ “คาร์ฟอร์แคช พร้อมใช้ รับเงินไวสุด ใน 1 ชั่วโมง*” รองรับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับ “ความไว” ในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อเป็นทุนสำรองใช้จ่าย ในชีวิตประจำวันและการประกอบอาชีพ หวังสร้างประสบการณ์ใหม่ในการใช้บริการสินเชื่อจำนำทะเบียนรถกับ คาร์ฟอร์แคช ที่มั่นคงและวางใจได้ พร้อมตอกย้ำความมุ่งมั่นในฐานะผู้กำหนด ทิศทางตลาด (Market Shaper) ด้วยการส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการที่ดี เพื่อประโยชน์สูงสุดของเจ้าของรถ โดยตั้งเป้าขยายพอร์ตลูกค้าใหม่เพิ่มกว่า 50,000 ราย ภายในสิ้นปี 2568
จากการศึกษาพฤติกรรมผู้ใช้รถในปัจจุบันเพื่อทำความเข้าใจแนวโน้มตลาดสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ ทำให้ คาร์ฟอร์แคช พบว่า ผู้บริโภคส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับ 4 ปัจจัยหลักในการตัดสินใจขอสินเชื่อ ได้แก่ วงเงินที่ตอบโจทย์ความต้องการ อัตราดอกเบี้ยที่คุ้มค่า ความสะดวกในการสมัคร และความรวดเร็วในการอนุมัติและได้รับเงิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มผู้ใช้รถที่ต้องการเงินทุนหมุนเวียนฉุกเฉินเพื่อเสริมสภาพคล่อง หรือต่อยอดในการประกอบอาชีพ ด้วยเหตุนี้ คาร์ฟอร์แคช ในฐานะผู้กำหนดทิศทางการตลาด (Market Shaper) และผู้นำตลาดสินเชื่อจำนำทะเบียนรถหรือรีไฟแนนซ์รถยนต์ของไทยที่มาพร้อมกับนวัตกรรมและบริการรูปแบบใหม่ จึงได้พัฒนาบริการใหม่ “คาร์ฟอร์แคช พร้อมใช้ รับเงินไวสุดใน 1 ชั่วโมง*” เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างตรงจุด
![]()
นายพรเทพ ถิรสุนทรากุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงานการตลาด ธุรกิจสินเชื่อ ยานยนต์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “คาร์ฟอร์แคช มุ่งมั่นที่จะพัฒนาบริการใหม่ ๆ เพื่อให้ครอบคลุมความต้องการทางการเงินของคนมีรถได้ในทุกมิติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านความสะดวกและความรวดเร็ว ซึ่งปีที่ผ่านมา การเปิดตัวบริการ ‘คาร์ฟอร์แคช พร้อมใช้’ ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้บริโภค สะท้อนให้เห็นจากการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของบริการที่เข้ามาสนับสนุนให้ลูกค้าสามารถเบิกใช้วงเงินหมุนเวียนได้อย่างง่ายดาย โดยไม่ต้องยื่นเอกสารใหม่”
“สำหรับในปีนี้ เราได้ต่อยอดความสำเร็จ พร้อมยกระดับประสบการณ์การลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น ด้วยการเปิดตัวบริการใหม่ “คาร์ฟอร์แคช พร้อมใช้ รับเงินไวสุด ใน 1 ชั่วโมง*” เพื่อให้ลูกค้าได้รับเงินทุนเร็วทันใจ ในทุกสถานการณ์ พร้อมปรับลดอัตราดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอกของ คาร์ฟอร์แคช พร้อมใช้ เริ่มต้นที่ 12% เพื่อยืนหยัดเคียงข้างเจ้าของรถยนต์ในทุกสถานการณ์ มอบความคุ้มค่าให้เจ้าของรถ ด้วยอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำลง ลูกค้าสามารถลดภาระด้วยการรวมหนี้มาไว้ที่เดียวที่ คาร์ฟอร์แคช ช่วยผ่อนหนักเป็นเบาได้ทันที เพิ่มโอกาสในการบริหารการเงินเท่าที่จำเป็นหรือเก็บออมเพื่อเป้าหมายอื่น”
“เรามองว่าในช่วงที่เศรษฐกิจชะลอตัวและค่าครองชีพยังสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง การกู้ยืมจึงไม่ใช่แค่เรื่องของการ ‘เข้าถึงเงินเร็ว’ เท่านั้น แต่คือการ ‘เข้าถึงแหล่งเงินทุนคุ้มค่า’ สำหรับแคมเปญนี้ คาร์ฟอร์แคช จึงไม่เพียงตอบโจทย์เรื่องความไว แต่ยังตอบโจทย์ ‘วิธีคิดของคนที่อยากรักษาสมดุลทางการเงินระหว่างวันนี้กับอนาคต’ โดยเราตั้งเป้าว่า บริการใหม่นี้ช่วยขยายฐานลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้นอีก 50,000 ราย ภายในสิ้นปี 2568 และช่วยผลักดันพอร์ตสินเชื่อ คาร์ฟอร์แคช ให้แข็งแกร่ง พร้อมครองตำแหน่งผู้นำตลาดนี้ต่อไป” นายพรเทพ กล่าวเพิ่มเติม
คาร์ฟอร์แคช พร้อมใช้ มาพร้อมจุดขายหลัก “อนุมัติเงินไวภายใน 30 นาที และรับเงินไวสุดภายใน 1 ชั่วโมง” สำหรับรถยนต์ เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคสามารถเสริมสภาพคล่องในชีวิตประจำวันและพร้อมรับมือกับความไม่แน่นอนทางการเงินในอนาคต ด้วยเงินทุนไวสุดใน 1 ชั่วโมงและวงเงินพร้อมใช้ ซึ่งลูกค้ายังสามารถขอสินเชื่อดิจิทัลได้ทุกที่ทุกเวลาผ่านทางแอป โก บาย กรุงศรี ออโต้ ซึ่งจะยิ่งช่วยเพิ่มความสะดวกสบายไปอีกขั้น
![]()
นอกจากนี้ เพื่อเป็นการสร้างการรับรู้เกี่ยวกับบริการใหม่ “คาร์ฟอร์แคช พร้อมใช้ รับเงินไวสุดใน 1 ชั่วโมง*” จากคาร์ฟอร์แคช พร้อมใช้ ให้เกิดขึ้นในวงกว้าง คาร์ฟอร์แคช จึงได้เตรียมภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ “ไม่ต้องฝืน” ที่ถ่ายทอดเรื่องราวของผู้คนในช่วงเวลาวิกฤตที่จำเป็นต้องใช้เงินเพื่อคนที่รัก โดยมี คาร์ฟอร์แคช อยู่เคียงข้างในสถานการณ์ฉุกเฉิน รวมถึงการวางกลยุทธ์ด้านการสื่อสารแบบครบวงจรทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ไม่ว่าจะเป็นสื่อโทรทัศน์ สื่อวิทยุ สื่อนอกบ้าน และบิลบอร์ดในเมืองใหญ่และหัวเมืองเศรษฐกิจ รวมถึงการวางแผนสื่อโฆษณาที่สอดรับพฤติกรรมของกลุ่มเจ้าของรถและกลุ่มคนทำงานทั่วประเทศอีกด้วย
คาร์ฟอร์แคช จะยังคงเดินหน้าดำเนินงานภายใต้แนวทางการให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบและเป็นธรรมของกรุงศรี ออโต้ (Krungsri Auto Responsible Lending) พร้อมสานต่อภารกิจสำคัญในบทบาท “ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จ” ที่พร้อมสนับสนุนและเคียงข้างคนไทยให้สามารถก้าวผ่านอุปสรรคและเดินหน้าต่อไปได้อย่างมั่นคง
ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กรุงศรี ออโต้ คอล เซ็นเตอร์ 0 2740 7400 เว็บไซต์ https://kautolink.com/ssd48n LINE Official Account @krungsriauto หรือ บริการ ‘คาร์ฟอร์แคช เดลิเวอรี’ ส่งที่ปรึกษาทางการเงิน เพื่อช่วยตรวจสภาพรถและทำสัญญาถึงบ้าน รวมถึงการให้บริการที่กรุงศรี ออโต้ ทั้ง 52 สาขา และสาขาธนาคารกรุงศรีอยุธยาทั่วประเทศ
| สหรัฐ |
ความตึงเครียดทางการค้าผ่อนคลายลงในช่วงสั้น ขณะที่เฟดมีแนวโน้มคงดอกเบี้ยในเดือนนี้ การจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้น 139,000 ตำแหน่ง ในเดือนพฤษภาคม จากเดือนก่อนที่ 147,000 ตำแหน่ง ส่วนอัตราว่างงานยังคงอยู่ที่ระดับ 4.2% ขณะที่รัฐบาลสหรัฐฯเตรียมส่งเจ้าหน้าที่ระดับสูงเดินทางไปยังกรุงลอนดอนสัปดาห์นี้เพื่อหารือกับจีนเกี่ยวกับข้อตกลงการค้า
การจ้างงานที่ยังคงแข็งแกร่ง ประกอบกับความไม่แน่นอนของนโยบายภาษีนำเข้าที่มีต่อเศรษฐกิจและเงินเฟ้อคาดว่าจะส่งผลให้เฟดคงดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 4.50-4.75% ในการประชุมวันที่ 17-18 มิถุนายนนี้ อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจสหรัฐฯ ส่งสัญญาณชะลอตัวชัดเจนขึ้น สะท้อนจาก PMI ภาคบริการที่หดตัวเป็นครั้งแรกในรอบ 11 เดือน และความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ลดลงสู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2565 นอกจากนี้ ความเสี่ยงจากนโยบายภาษีนำเข้าคาดว่าจะกดดันเศรษฐกิจมากขึ้นในระยะถัดไป แม้ศาลการค้าฯ ตัดสินว่าการขึ้นภาษีนำเข้าช่วงต้นเดือนเมษายนผิดกฎหมาย แต่ปัจจุบันยังอยู่ในขั้นศาลอุธรณ์และอาจไปสู่ศาลฎีกา อีกทั้งยังสามารถปรับขึ้นภาษีนำเข้ารายสินค้าและรายประเทศผ่านกฎหมายอื่นๆ ได้ จากประเด็นดังกล่าว วิจัยกรุงศรีคาดว่าเฟดจะปรับลดดอกเบี้ยในช่วงครึ่งปีหลังเพื่อบรรเทาความเสี่ยงต่อภาวะถดถอยทางเศรษฐกิจ

| ยูโรโซน |
ECB ปรับลดดอกเบี้ยตามคาด พร้อมส่งสัญญาณใกล้ยุติวงจรผ่อนคลายนโยบายการเงิน อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเดือนพฤษภาคมเบื้องต้นชะลอลงสู่ระดับ 1.9% YoY ต่ำกว่าเป้าที่ 2.0% เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่กันยายน 2567 ด้านธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีมติปรับลดดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% สู่ระดับ 2.00% พร้อมปรับลดคาดการณ์เงินเฟ้อปี 2568 และ 2569 ลง 0.3% สู่ระดับ 2% และ 1.6% ตามลำดับ และปรับลดคาดการณ์ GDP ปี 2569 ลง 0.1% สู่ระดับ 1.1% เทียบกับ 0.9% ในปี 2568 ประธาน ECB ระบุว่าวงจรการผ่อนคลายนโยบายการเงินใกล้ถึงจุดสิ้นสุดแล้ว
เศรษฐกิจยูโรโซนมีแนวโน้มชะลอตัวลงจากไตรมาสแรก สะท้อนจาก PMI ภาคบริการที่ปรับลดลงต่อเนื่อง ความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจที่อยู่ในระดับต่ำ ประกอบกับผลบวกจาก front-loading ของการส่งออกที่เริ่มลดลง ขณะที่ความเสี่ยงจากการปรับขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ คาดกดดันภาคการผลิตและส่งออกในระยะข้างหน้า อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงต่อภาวะถดถอยยังอยู่ในระดับต่ำเนื่องจากตลาดแรงงานยังคงแข็งแกร่ง แรงกดดันเงินเฟ้อคลายลง และดอกเบี้ยที่ปรับลดลง ทั้งนี้ จากอัตราเงินเฟ้อที่ลดลงต่ำกว่าเป้าหมายที่ 2% วิจัยกรุงศรีคาด ECB มีแนวโน้มปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงอีก 1-2 ครั้ง สู่ระดับ 1.50-1.75% ภายในสิ้นปีนี้

| จีน |
ภาคการผลิตจีนปรับตัวดีขึ้น แต่ยังคงอ่อนไหวต่อแรงกดดันจากสงครามการค้า ทางการ (NBS) รายงาน PMI ภาคการผลิต ดัชนีคำสั่งซื้อใหม่ และดัชนีคำสั่งซื้อใหม่เพื่อการส่งออก สูงขึ้นในเดือนพฤษภาคมหลังหดตัวแรงในเดือนเมษายน ส่วน PMI นอกภาคการผลิตลดลงเล็กน้อย (ดังรูป) ขณะที่ยอดขายบ้านใหม่ของผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ 100 อันดับแรกยังหดตัวต่อที่ -8.6% YoY
ตัวเลข PMI ของทางการสะท้อนภาพการฟื้นตัวในภาคการผลิตของผู้ประกอบการขนาดใหญ่ หลังจีนและสหรัฐฯ เห็นพ้องในการลดภาษีนำเข้าระหว่างกันชั่วคราวตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคม อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็กยังเผชิญภาวะซบเซา สะท้อนจาก PMI ที่สำรวจโดย Caixin ที่หดตัวเป็นครั้งแรกในรอบ 8 เดือน นอกจากนี้ ผลกระทบจากสงครามการค้ายังมีความเสี่ยงที่จะรุนแรงขึ้น หากจีนและสหรัฐฯ ไม่สามารถบรรลุข้อตกลงทางการค้าร่วมกัน หรือหากสหรัฐฯ หันไปใช้กฎหมายอื่นเพื่อขึ้นภาษีนำเข้าแทนกฎหมายว่าด้วยอำนาจเศรษฐกิจฉุกเฉินระหว่างประเทศ (IEEPA) ซึ่งกำลังมีข้อพิพาททางกฎหมายในปัจจุบัน ระยะต่อไปจึงอาจเห็นการขยายมาตรการภาษีนำเข้าทั้งในแง่อัตราภาษีและและความครอบคลุมในรายกลุ่มสินค้า ดังนั้น มาตรการทางคลังจึงจำเป็นอย่างยิ่งต่อการประคับประคองเศรษฐกิจภายใต้แรงกดดันจากสงครามการค้า

เศรษฐกิจเดือนเมษายนฟื้นตัวบางส่วนจากการผลิตภาคอุตสาหกรรมและการลงทุน ขณะที่การบริโภคอ่อนแรงลง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานภาพรวมเศรษฐกิจในเดือนเมษายนปรับตัวดีขึ้นจากเดือนก่อน ตามการผลิตภาคอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้นในหลายหมวด (+2.9% MoM sa) โดยเฉพาะหมวดรถยนต์ที่ปรับเพิ่มขึ้น ด้านการลงทุนภาคเอกชนปรับเพิ่มขึ้น (+2.9%) โดยขยายตัวในหมวดเครื่องจักรและอุปกรณ์ ส่วนภาคท่องเที่ยวปรับดีขึ้นเล็กน้อยจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน (+2.5%) แต่ยังต่ำกว่าเดือนเดียวกันปีก่อน ขณะที่การส่งออก (หักทองคำ) ลดลงเล็กน้อยจากเดือนก่อนหน้า (-2.1%) และการบริโภคภาคเอกชนปรับลดลง (-1.5%) โดยลดลงในหมวดบริการจากกลุ่มโรงแรมและภัตตาคารเป็นหลัก
แม้มีสัญญาณการฟื้นตัวในบางภาคส่วนของเศรษฐกิจในช่วงต้นไตรมาสสอง แต่วิจัยกรุงศรีประเมินว่าการฟื้นตัวยังมีความเปราะบางอยู่สะท้อนจาก (i) โดยเฉพาะการผลิตภาคอุตสาหกรรมที่แม้เริ่มกลับมาขยายตัวในเดือนเมษายนแต่ส่วนหนี่งเป็นการผลิตเพื่อเติมสินค้าคงคลังที่ได้เร่งส่งออกไปในช่วงก่อนหน้าเพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบจากมาตรการปรับขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ (ii) แนวโน้มการส่งออกของไทยในระยะถัดไปยังเผชิญกับความเสี่ยงของนโยบายการค้าระหว่างประเทศของประธานาธิบดีทรัมป์ที่มีความไม่แน่นอนสูง (iii) สำหรับการบริโภคภาคเอกชนที่ลดลงในหมวดบริการอาจชี้ถึงกำลังซื้อของครัวเรือนที่ชะลอลงหลังสิ้นสุดมาตรการกระตุ้นจากภาครัฐ และ (iv) แรงหนุนจากภาคท่องเที่ยวอ่อนแอลงจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติโดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนที่ฟื้นตัวช้า ทั้งนี้ ท่ามกลางแรงกดดันจากปัจจัยภายในและภายนอกดังกล่าว ล่าสุดวิจัยกรุงศรีคาดการณ์ GDP ไทยปี 2568 ขยายตัว 2.1% ภายใต้สมมติฐานของอัตราภาษีที่สหรัฐฯยังคงเรียกเก็บกับไทยในระดับปัจจุบันที่ 10%

อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเดือนพฤษภาคมติดลบต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 คาดกนง.ยังมีโอกาสลดดอกเบี้ยนโยบายลงอีกในช่วงครึ่งหลังของปี อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเดือนพฤษภาคมอยู่ที่ -0.57% YoY ซึ่งเป็นการติดลบต่อเนื่องจาก -0.22% ในเดือนเมษายน โดยมีปัจจัยหลักจาก (i) การลดลงของราคาสินค้าในกลุ่มอาหารสด โดยเฉพาะผักและผลไม้ตามปริมาณผลผลิตที่เข้าสู่ตลาดมากขึ้น (ii) ราคาสินค้าในกลุ่มพลังงานที่ปรับลดลงตามทิศทางราคาน้ำมันดิบโลก และ (iii) ฐานราคาสินค้าในปีก่อนที่อยู่ในระดับสูง ด้านอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (หักราคาหมวดอาหารสดและพลังงาน) อยู่ที่ 1.09% เพิ่มขึ้นจาก 0.98% ในเดือนเมษายน สำหรับในช่วง 5 เดือนแรกของปี อัตราเงินเฟ้อทั่วไปและอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานเฉลี่ยอยู่ที่ 0.48% และ 0.95% ตามลำดับ
วิจัยกรุงศรีประเมินอัตราเงินเฟ้อในช่วงที่เหลือของปีมีแนวโน้มที่จะยังอยู่ในระดับต่ำ โดยมีปัจจัยหลักจากราคาพลังงานที่ยังอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า กอปรกับมาตรการภาครัฐในการตรึงราคาค่าไฟฟ้าและก๊าซหุงต้ม รวมทั้งสภาพอากาศที่เอื้ออำนวยในปีนี้หนุนให้ผลผลิตภาคเกษตรออกสู่ตลาดมากขึ้น นอกจากนี้ อุปสงค์ในประเทศมีแนวโน้มอ่อนแอ สะท้อนจากการบริโภคภาคเอกชนลดลงต่อเนื่อง และความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่อยู่ในระดับต่ำ ทั้งนี้ คาดอัตราเงินเฟ้อทั่วไปเฉลี่ยทั้งปี 2568 จะอยู่ที่ 0.6% ซึ่งต่ำกว่าขอบล่างของกรอบเงินเฟ้อเป้าหมายของทางการต่อเนื่องเป็นปีที่สอง
สำหรับมุมมองด้านดอกเบี้ยนโยบาย จากแรงกดดันเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับต่ำ ขณะที่ความเสี่ยงจากนโยบายการค้าของประเทศเศรษฐกิจหลักอาจกระทบต่อภาคการส่งออกของไทยชัดเจนขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง ซึ่งจะซ้ำเติมความเปราะบางของเศรษฐกิจในประเทศ บ่งชี้ถึงความเป็นไปได้ที่ธปท. อาจใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลายเพิ่มเติมเพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในระยะต่อไป โดยคาดว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายอาจถูกปรับลดลงอีก 1-2 ครั้งในปีนี้
กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)) มอบสิทธิพิเศษสำหรับผู้ถือบัตร Krungsri Boarding Card เข้าใช้บริการห้องรับรองพิเศษ Miracle Lounge สนามบินสุวรรณภูมิ หรือสนามบินดอนเมือง (เฉพาะเส้นทางบินระหว่างประเทศ) ฟรี! เมื่อมียอดใช้จ่ายสะสมผ่านบัตร Krungsri Boarding Card ภายในเดือนที่ร่วมรายการผ่านช่องทางออนไลน์ หรือที่ร้านค้าผ่านเครื่อง EDC ทั่วโลก ครบ 50,000 บาท ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2568 – 30 กันยายน 2568
ผู้ที่สนใจสามารถดูรายละเอียดและเงื่อนไขเพิ่มเติมได้ที่
https://www.krungsri.com/th/promotions/cards/hot-promotion/boarding-card-miracle-lounge
*ศึกษารายละเอียดและเงื่อนไขเพิ่มเติมได้จากสื่อต่าง ๆ ของธนาคาร