February 06, 2023

นายปรีชา รุธิรพงษ์ (คนที่ 4 จากซ้าย) ประธานเจ้าหน้าที่สายงานการตลาด พร้อมด้วยพนักงาน บริษัท เอฟดับบลิวดี ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ร่วมให้กำลังใจและส่งคุณอิทธิพล สมุทรทอง หรือ คุณป๊อก (คนที่ 3 จากขวา) ที่เป็นตัวแทนเอฟดับบลิวดี ประเทศไทย เดินทางไปร่วม "FWD North Pole Marathon" มาราธอนที่วิ่งบน “แผ่นน้ำแข็ง” ปราศจากพื้นดิน บริเวณมหาสมุทรอาร์กติก ขั้วโลกเหนือ ที่ระยะ 42.195 กิโลเมตร จัดว่าเป็นมาราธอนที่อยู่เหนือสุดและหนาวที่สุดในโลก ด้วยอากาศต่ำกว่าศูนย์องศา (Sub-Zero Temperatures) ตลอดการแข่งขัน ร่วมให้กำลังใจและติดตามการผจญภัยครั้งสำคัญในชีวิตของคุณป๊อก ได้ที่ Facebook Fan Page FWD Thailand

เอปสัน ร่วมกับสมาคมส่งเสริมและพัฒนาการถ่ายภาพ และ DJI จัดกิจกรรม “Epson Moverio Experience” เปิดโอกาสให้นักศึกษาและผู้สนใจได้สัมผัสกับมุมมองใหม่ผ่านแว่นตาอัจฉริยะ Moverio BT-300 จากเอปสันในการถ่ายภาพมุมสูงจากโดรน  เพื่อส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทักษะทางด้านการถ่ายภาพและส่งเสริมให้นำเทคโนโลยีไปใช้ในการปฏิบัติงานได้อย่างเหมาะสมและสร้างสรรค์  ซึ่งผู้เข้ารับการอบรมจะได้เรียนรู้ทั้งในภาคทฤษฎีและปฏิบัติจากผู้เชี่ยวชาญในแต่ละสาขา  โดยได้รับเกียรติจาก  ผศ.ภคมน ตั้งจิตติเลิศ จากสาขาศิลปะการถ่ายภาพภาควิชาออกแบบ วิทยาลัยเพาะช่าง และอาจารย์นท พูนไชยศรี ผู้เชี่ยวชาญด้านสตูดิโอภาพยนตร์ สถาบันกันตนา

งานนี้ผู้เข้าอบรมได้สัมผัสประสบการณ์ตรงผ่านกิจกรรมดังกล่าวโดยไม่มีค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด ณ สถาบันกันตนา ศาลายา จังหวัดนครปฐม ติดตามกิจกรรมดีๆ ของเอปสันได้ที่ www.epson.co.th และ www.facebook.com/EpsonThailand

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ โดยสำนักส่งเสริมการค้าสินค้าไลฟ์สไตล์ จัดโครงการส่งเสริมพัฒนาสินค้าและเทคนิคการผลิตของผู้ประกอบการMaterial ของไทยสู่ตลาดญี่ปุ่น เพื่อเตรียมความพร้อมผู้ประกอบการไทย พัฒนาสินค้าวัตถุดิบ / วัสดุท้องถิ่นหรือ Material ของไทย รุกตลาดต่างประเทศ โดยได้ Mr. Junya Kitagawara ผู้เชี่ยวชาญจากประเทศญี่ปุ่นร่วมติวเข้ม แนะแนวทางการเจาะตลาดพร้อมพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการไทยในเวทีโลกโดยเฉพาะตลาดญี่ปุ่น

ประเทศญี่ปุ่นนำเข้าสินค้าไลฟ์สไตล์จากไทยมากเป็นอันดับ 2 รองจากสหรัฐอเมริกา โดยปี 2561 ไทยส่งออกสินค้าไลฟ์สไตล์ไปยังประเทศญี่ปุ่น คิดเป็นมูลค่ากว่า 413 ล้านเหรียญสหรัฐฯ สินค้าที่ใช้วัสดุและเทคนิคการผลิตของไทยเป็นสินค้าที่มีความเป็นเอกลักษณ์ แตกต่าง และหายากมากขึ้นในตลาดญี่ปุ่น เนื่องจากสามารถนำมาพัฒนาเป็นสินค้าของใช้ของตกแต่งบ้าน หรือเฟอร์นิเจอร์ที่มีเอกลักษณ์ การเจาะตลาดญี่ปุ่นจะสามารถขยายมูลค่าส่งออกได้เป็นอย่างดี

เพื่อเตรียมความพร้อมผู้ประกอบการ กรมฯ จะมีการจัดประชุมหัวข้อ “แนะนำแนวโน้มสินค้าที่ทำจากวัตถุดิบของไทย : เทรนด์การส่งออกที่มีศักยภาพของอุตสาหกรรมตกแต่งภายในประเทศญี่ปุ่น” (Material Trend : Potential Products for Japanese Interior design Industry) โดยได้ผู้เชี่ยวชาญชาวญี่ปุ่น Mr. Junya Kitagawara ติวเข้มให้ผู้ประกอบการไทยกลุ่มสินค้าที่ใช้วัสดุ / วัตถุดิบท้องถิ่น อาทิ ของขวัญ ของใช้ ของตกแต่งบ้าน เฟอร์นิเจอร์ เคหะสิ่งทอ และผู้สนใจ ไม่ต่ำกว่า 80 ราย ได้เข้าใจถึงสินค้า "Material" และช่องทางในการส่งออกสู่ประเทศญี่ปุ่น

กิจกรรมจะจัดขึ้นในวันที่ 19 เมษายน 2562 ภายในงานแสดงสินค้า STYLE Bangkok เดือนเมษายน 2562 และวันเสาร์ที่ 20 เมษายน 2562 จะเป็นการคัดเลือกผู้เข้าร่วมโครงการ โดย Mr. Kitagawara เพื่อรับคำแนะนำเชิงลึกต่อไป ทั้งนี้ สินค้าที่ผ่านการพัฒนาแล้ว จะได้ร่วมจัดแสดงภายในงานแสดงสินค้า Tokyo International Gift Show 2019 ซึ่งเป็นงานแสดงสินค้าไลฟ์สไตล์ที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น

 

ผู้ประกอบการที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมสามารถโทรสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร 02 507 8330 หรืออีเมล This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it. หรือ โทรสายตรงกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ 1169

ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย ชูนวัตกรรมอัจฉริยะจาก AI คลาวด์ และ IoT ยกระดับศักยภาพธุรกิจเอสเอ็มอีไทยให้ทัดเทียมองค์กรขนาดใหญ่บนเวทีโลก ในงาน Microsoft Innovation Conference ซึ่งจัดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ที่โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯ เพื่อให้คำแนะนำทั้งในเชิงเทคนิคและกลยุทธ์กับผู้บริหารและพนักงานฝ่ายไอทีของธุรกิจเอสเอ็มอีทั่วไทย และนำเสนอโซลูชันเด่นที่พร้อมเร่งประสิทธิภาพให้กับทุกองค์กร

ภายในงาน ทีมผู้บริหารไมโครซอฟท์ นำโดยนายธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้เสนอแนะแนวทางการนำเทคโนโลยีระดับโลกมาประยุกต์ใช้ให้เข้ากับธุรกิจในทุกประเภทและอุตสาหกรรม ทั้งยังเจาะลึกแนวคิด “Three Clouds” กับการผสมผสาน 3 โซลูชันและแพลตฟอร์มคลาวด์ของไมโครซอฟท์อย่าง อาซัวร์  Office 365 และ Dynamics 365 เข้าด้วยกันเพื่อขับเคลื่อนธุรกิจให้รุดหน้าอย่างรวดเร็วและคล่องตัวมากยิ่งขึ้น

“คำพูดที่ว่า ‘AI มีอยู่ทุกหนแห่ง’ นั้น กำลังใกล้ความเป็นจริงมากขึ้นเรื่อยๆ ในประเทศไทย เพราะไม่ว่าจะเป็นแชทบอทของร้านค้าที่ตอบคำถามของลูกค้าอย่างอัตโนมัติ หรือระบบ Electronic Know-Your-Customer สำหรับการยืนยันตัวตนลูกค้าผ่านช่องทางดิจิทัลของธนาคาร ก็ล้วนทำงานโดยมี AI เป็นเทคโนโลยีพื้นฐานอยู่เบื้องหลัง” นายธนวัฒน์กล่าว “AI และคลาวด์ ไม่ได้เป็นเทคโนโลยีที่อยู่ไกลเกินเอื้อมของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทย เพราะเงินทุนไม่ใช่อุปสรรคในการนำนวัตกรรมเหล่านี้มาใช้งานให้เต็มประสิทธิภาพอีกต่อไป แต่กลับเป็นเรื่องของกลยุทธ์และแนวคิดในการพัฒนาธุรกิจที่ยังขาดหายไปอยู่ โดยเฉพาะในประเทศไทย ที่มีธุรกิจเพียง 26% เท่านั้นที่นำ AI มาเป็นหัวใจหลักในกลยุทธ์ทางธุรกิจ เราเชื่อว่าธุรกิจในยุค AI จะต้องมี Tech Intensity หรือความเข้มข้นในการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ ผ่านทางการปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมและรูปแบบการทำงานให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมใหม่ที่เปี่ยมด้วยศักยภาพจากเทคโนโลยี”

ยกระดับประสบการณ์ให้กับลูกค้า พร้อมเสริมความคล่องตัวให้พนักงานและองค์กร ด้วยโซลูชันคุณภาพจากพันธมิตรของไมโครซอฟท์

ในโอกาสนี้ ไมโครซอฟท์ได้จับมือกับพันธมิตรผู้พัฒนาและติดตั้งโซลูชันชั้นนำในประเทศไทยเพื่อร่วมกันจัดแสดงผลิตภัณฑ์และบริการล่าสุดสำหรับทั้งกลุ่มเอสเอ็มอีและธุรกิจขนาดใหญ่ โดยครอบคลุมการทำงานในหลายด้าน นับตั้งแต่ประสบการณ์ของลูกค้าไปจนถึงระบบงานภายในองค์กร เช่น Wolf Approve ระบบการขออนุมัติเอกสารออนไลน์ผ่านคลาวด์ โดยบริษัท เทคคอนส์บิส จำกัด จะช่วยลดความซับซ้อนในการเดินเอกสารทั่วไปภายในองค์กร เช่นการขอเบิกค่าใช้จ่าย เบี้ยเลี้ยง หรือการยื่นใบลา เป็นต้น ด้วยการสร้างแบบฟอร์มและกระบวนการอนุมัติที่เป็นดิจิทัลทั้งหมดบนแพลตฟอร์มคลาวด์ ไมโครซอฟท์ อาซัวร์

คุณสิโรฒม์ ทัศนัยพิทักษ์กุล Solution Specialist จากเทคคอนส์บิส เผยว่า “นอกจากจะเป็นการย้ายระบบงานเอกสารจำนวนมากขององค์กรให้กลายเป็นระบบดิจิทัลที่ไม่ต้องพึ่งพากระดาษแล้ว Wolf Approve ยังรองรับการตั้งเงื่อนไขการอนุมัติเอกสารได้โดยอัตโนมัติ ตามรูปแบบการทำงานของแต่ละบริษัท ไม่สับสนในการส่งเอกสารไปหาผู้อนุมัติที่ถูกต้องอีกต่อไป ทั้งยังเปิดให้ใช้งานได้ผ่านแอปพลิเคชันในอุปกรณ์พกพาต่างๆ จึงทำให้พนักงานและผู้อนุมัติเอกสารสามารถทำเรื่องและอนุมัติคำร้องต่างๆ ได้จากทุกที่ ทุกเวลา แม้ในขณะเดินทาง”

ส่วนโซลูชัน Smart Self-Checkout จุดชำระเงินซื้อสินค้าแบบอัจฉริยะ โดย บริษัท ริเวอร์พลัส จำกัด นำบริการ Custom Vision บนแพลตฟอร์มอาซัวร์ มาพัฒนาต่อยอดเป็นระบบ AI ที่สามารถแยกแยะวัตถุตรงหน้าเพื่อให้บริการลูกค้าได้โดยอัตโนมัติ เช่นในกรณีตัวอย่างของร้านเบเกอรี่ ที่สามารถฝึกสอนให้ AI ดังกล่าวจดจำลักษณะของขนมปังแต่ละชนิดจากภาพที่มองเห็นผ่านกล้อง เมื่อลูกค้านำถาดมาวางใต้กล้อง AI จะระบุชื่อสินค้า ระบุราคา ปริมาณแคลอรี่ โปรโมชั่น สิทธิพิเศษสำหรับสมาชิก หรือข้อมูลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องบนหน้าจอได้ทันที นอกจากนี้ AI และแพลตฟอร์มอาซัวร์ ยังสามารถเก็บข้อมูลอื่นไม่ว่าจะเป็นยอดขาย สินค้าขายดี อายุ เพศ ความพึงพอใจของผู้ซื้อ ซึ่งฟังก์ชั่นดังกล่าวสามารถนำมาดัดแปลงให้เข้ากับการทำงานในแต่ละธุรกิจได้อีกด้วย

“เทคโนโลยีด้าน Machine Vision หรือการมองเห็นของระบบคอมพิวเตอร์ ที่ทางริเวอร์พลัสพัฒนาขึ้นมานั้น ไม่ได้ใช้ได้เพียงแต่ในกรณีนี้เพียงอย่างเดียว แต่ยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในเชิงอุตสาหกรรมได้อีกหลากหลายรูปแบบด้วย เช่นในกรณีของการตรวจสอบรหัสชิ้นส่วนหรือคุณภาพสินค้าในสายการผลิต เป็นต้น” คุณจิราภรณ์ ตีระมาศวณิช ผู้จัดการทั่วไปของริเวอร์พลัสเผย

บริษัท จีเอเบิล จำกัด ได้นำโซลูชันระบบงานฝ่ายทรัพยากรบุคคล Staffio และระบบจัดทำ นำส่ง และจัดเก็บข้อมูลภาษีแบบครบวงจรบนคลาวด์ Taxircle มาจัดแสดงภายในงาน โดย Staffio เป็นระบบที่รองรับงานทั้งในด้านโครงสร้างองค์กร การบริหารจัดการพนักงานเป็นรายบุคคล การบันทึกเวลางาน วันลาหยุด การจัดการเงินเดือน ส่วน Taxircle จะช่วยแปลงข้อมูลจากระบบบัญชีให้กลายเป็นรูปแบบดิจิทัลอย่างครบถ้วนสมบูรณ์ พร้อมนำส่งไปยังกรมสรรพากรและคู่ค้าได้ทันที และเก็บรักษาข้อมูลได้ปลอดภัย ถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ

คุณปณต กาญจนศูนย์ หัวหน้าแผนกการตลาดและดิจิทัลโซลูชันจากจีเอเบิล เสริมอีกว่า “เราต้องการนำโซลูชันดิจิทัลเข้ามาช่วยให้ธุรกิจสามารถบริหารจัดการข้อมูลและระบบงานที่มีในมือได้เต็มประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ทำงานได้ง่ายขึ้น ทั้ง Staffio และ Taxircle เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มผลิตภัณฑ์และบริการ Corporate Digital Solution ของจีเอเบิล ซึ่งไม่ได้ครอบคลุมเฉพาะงานด้าน HR และภาษีเท่านั้น แต่ยังมีโซลูชันด้านการตลาดแบบดิจิทัลแบบครบวงจรที่เพียบพร้อมด้วยระบบวิเคราะห์ข้อมูลหลากหลายรูปแบบอีกด้วย”

ทางสตาร์ทอัพไทย ฟีดแบค 180 ได้ใช้ความเชี่ยวชาญของบุคลากรฝ่ายวิจัยและพัฒนาในบริษัทมาสร้างสรรค์โซลูชัน Closed Loop Feedback ซึ่งนำ AI และ machine learning มาช่วยให้ธุรกิจได้รับรู้และเข้าใจในเสียงตอบรับจากลูกค้าในทุกช่องทางอย่างกว้างขวางและลึกซึ้งมากขึ้น โดยเริ่มต้นจากการพัฒนาระบบช่วยวิเคราะห์และตีความความคิดเห็นจากข้อความภาษาไทยที่ถูกโพสท์ลงบนโลกออนไลน์

คุณยงยุทธ ทรงศิริเดช ผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการของฟีดแบค 180 เผยว่า “เป้าหมายของเราคือการสร้างเทคโนโลยีที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างแม่นยำในด้านการทำความเข้าใจในตัวลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นการแยกแยะและจดจำลักษณะของลูกค้าที่แวะมาที่หน้าร้านค้าหรือสาขา หรือการเปลี่ยนกระแสเสียงตอบรับของฐานลูกค้าให้กลายเป็นข้อเสนอพิเศษที่ตรงเป้า โดยที่ลูกค้าองค์กรสามารถเลือกเติมความสามารถให้กับโซลูชัน Closed Loop Feedback ให้เหมาะสมกับการใช้งานจริงได้ตามต้องการ เช่นโมดูล Social Voice ที่รองรับการวิเคราะห์ข้อความเกี่ยวกับแบรนด์หรือสินค้าที่กำหนดไว้ในโซเชียลมีเดีย นอกจากนี้ ความเชี่ยวชาญของเราในด้านการวิเคราะห์และทำความเข้าใจภาษาด้วย AI ยังช่วยให้เราสามารถสร้างระบบคลังความรู้ภายในองค์กรแบบ Knowledge Graph ที่ค้นหาข้อมูลได้ด้วยประโยคคำถามที่เรียบเรียงแบบธรรมชาติและไม่ตายตัว”

ผู้สนใจสามารถค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโซลูชัน AI ของไมโครซอฟท์ได้ที่

https://news.microsoft.com/apac/features/artificial-intelligence/

นางสาวอังคณา ลิขิตจรรยากุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานการตลาดองค์กร บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) และนายแพทย์ สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข พร้อมคณะผู้บริหาร ร่วมทำพิธีเปิดห้องสอนแสดง “ โครงการรู้ทัน...กันหักซ้ำ” ที่โรงพยาบาลเลิดสิน ซึ่งเป็นห้องตัวอย่างสำหรับผู้สูงอายุ หรือผู้ป่วยกระดูกสะโพกหัก  โดยมีการติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆ และมีนวัตกรรมที่ทันสมัย เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้สูงอายุ รวมถึงมีการให้ความรู้ในการเตรียมพื้นที่สำหรับผู้สูงอายุหลังรับการฟื้นฟูจากโรงพยาบาลเมื่อกลับไปใช้ชีวิตประจำวันปกติที่บ้าน 

ห้องตัวอย่างดังกล่าวเป็นหนึ่งในโครงการความร่วมมือระหว่างพฤกษา ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านการพัฒนาที่อยู่อาศัย และกรมการแพทย์ ที่มีการลงนาม MOU ในการร่วมกันพัฒนานวัตกรรมบ้านผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นหนึ่งในแผนพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development) โดยพฤกษา “ใส่ใจ” ในคุณภาพชีวิตของคนไทย โดยเฉพาะประชากรวัยสูงอายุที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ผู้ที่สนใจสามารถชมห้องตัวอย่างได้ที่ชั้น  17 อาคารกาญจนาภิเษก โรงพยาบาลเลิดสิน

X

Right Click

No right click