October 28, 2020

พฤกษาโชว์ผลประกอบการครึ่งปีแรกยังเติบโตแม้ในสภาวะตลาดชะลอตัว สร้างรายได้รวม 19,662 ล้านบาท เติบโต 3% ทำกำไรได้ 2,618 ล้านบาท

เมื่อเร็วๆ นี้ ณ คณะบริหารธุรกิจ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดโครงการอบรมหลักสูตร “Blockchain for Enterprise Transformation” เป็นวันแรก

นางสาวรวิสรา เลิศปัญญาโรจน์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอแอมไชน่าทาวน์ จำกัด ร่วมแสดงความยินดี กับนายณรัล วิวรรธนไกร กรรมการบริหาร บริษัท สยามเวลเนสกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการเล็ทส์ รีแลกซ์ สปา (Let’s Relax Spa) บูติคเดย์สปาระดับ 4 ดาว เนื่องในโอกาสที่ Let’s Relax Spa ฉลองการก้าวสู่ทศวรรษที่ สามกับการเปิดสาขาที่ 20 ในโครงการ I’m Chinatown โครงการมิกซ์ยูสที่ใหญ่สุดของย่านเยาวราช โดย Let’s Relax Spa จะเป็นสปาระดับพรีเมี่ยมแห่งแรกและใหญ่ที่สุดของไชน่าทาวน์ ขนาด 500 ตรม. บนชั้น 3 ของส่วน ศูนย์การค้า มีจำนวน 30 เตียง แบ่งออกเป็น 3 โซน ได้แก่ โซนนวดเท้า นวดไทย และนวดน้ำมัน  ซึ่งจะเปิดให้ บริการตั้งแต่ 10.00 ถึงเที่ยงคืน เพื่อรองรับกลุ่มนักเที่ยวชาวจีน ไต้หวัน และฮ่องกง เป็นหลัก พร้อมกลุ่มเจ้าของ ธุรกิจในย่านเยาวราชและนักท่องเที่ยวชาวไทย

Let’s Relax Spa ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก ด้วยเทคนิคการนวดและแนวทางการบำบัดทั้ง 5 สัมผัส ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของแบรนด์เอง บริการระดับพรีเมี่ยม คอร์สการนวดที่หลากหลาย ทั้งยังขึ้นชื่อในด้านการ ตกแต่งร้านที่สวยงาม มีความแตกต่างกันในทุกสาขา โดยสาขาโครงการ I’m Chinatown จะตกแต่งในคอนเซ็ปต์ Modern Contemporary Chinese เพื่อสอดรับกับเอกลักษณ์ของทำเลไชน่าทาวน์ของกรุงเทพฯ ในปี 2561 บริษัท สยามเวลเนสกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) สามารถทำสถิติยอดลูกค้ามาใช้บริการได้มากกว่า 1.1 ล้านคน ทำให้สามารถ รักษาระดับการเติบโตของยอดรายได้อย่างต่อเนื่อง โดยปีล่าสุดมียอดขาย 1,152 ล้านบาท

พบกับโปรโมชั่นพิเศษในช่วงเปิด Let’s Relax Spa สาขาโครงการ I’m Chinatown  ซื้อ Cash Card ที่ Let's Relax Spa มูลค่า 10,000 บาท รับเพิ่มทันที 2,000 บาท รวมมูลค่า 12,000 บาท

บัตรเครดิตทีเอ็มบีให้คุณเป็นเจ้าของ Gadget ผ่อนได้แบบสุดคุ้มที่ร้าน Jaymart, JIB และ TG Fone ทุกสาขาที่ร่วมรายการ และในงานอีเวนท์ต่างๆ ระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม - 30 กันยายน 2562 พร้อมรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 10,000 บาท เมื่อทำรายการแบ่งชำระ TMB Pay Plan 0% นานสูงสุด 10 เดือน สำหรับสินค้าที่ร่วมรายการ ยอดใช้จ่าย 10,000 บาทขึ้นไป/เซลล์สลิป รับเครดิตเงินคืน 250 บาท ยอดใช้จ่าย 25,000 บาทขึ้นไป/เซลล์สลิป รับเครดิตเงินคืน 800 บาท ยอดใช้จ่าย 50,000 บาทขึ้นไป/เซลล์สลิป รับเครดิตเงินคืน 2,000 บาท จำกัดการรับเครดิตเงินคืน สูงสุด 10,000 บาท /บัตร/ทุกร้านค้าที่ร่วมรายการรวมกัน ลงทะเบียน SMS พิมพ์ TMBJT ตามด้วยหมายเลขบัตรเครดิต TMB 12 หลักสุดท้าย ส่งมาที่ 4806026 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ TMB Contact Center โทร. 1558

กระทรวงพาณิชย์ จับมือ บมจ.ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก SME D Bank และ ธกส. เร่งสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานรากจังหวัดเพชรบุรี นำผลิตภัณฑ์ชุมชนและสินค้าเกษตรอินทรีย์เข้าจำหน่ายในสถานีบริการน้ำมัน PTT Station ภายใต้โครงการ "ตลาดไทยเด็ด" เกาะกระแส “บริโภคสินค้าปลอดสารเคมี” พร้อมเพิ่มช่องทางการกระจายสินค้าให้เข้าถึงผู้บริโภคได้ทุกกลุ่ม เป็นการเพิ่มรายได้ให้คนในท้องถิ่น

นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เผยว่า จากนโยบายสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานรากของประเทศ ภายใต้โครงการ "ตลาดไทยเด็ด" เพื่อช่วยเหลือคนในชุมชนและเกษตรกรโดยการคัดสรรสินค้าและบริการที่โดดเด่นของภูมิภาคและกลุ่มจังหวัดมาจำหน่ายในสถานที่ที่ประชาชนสามารถเลือกซื้อสินค้าได้สะดวก และให้คำนึงถึงความหลากหลายของแหล่งกระจายสินค้าให้เข้าถึงผู้บริโภคได้ทุกกลุ่ม รวมถึงเปิดตลาดสินค้าเกษตร - เกษตรอินทรีย์ เพื่อเพิ่มช่องทางการตลาด/กระจายสินค้า สร้างความเข้มแข็งและเพิ่มรายได้ให้คนในท้องถิ่น กระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากให้แข็งแกร่ง

กรมฯ ได้ร่วมมือกับ บริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) (PTTOR) ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME D Bank) ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) และสมาคมการค้าผู้แทนจำหน่ายสถานีบริการน้ำมัน PTT Station จัดหาสถานที่ตามเส้นทางท่องเที่ยวที่ตั้งอยู่ในทำเลที่ประชาชนสัญจรเชื่อมผ่านไปยังแหล่งท่องเที่ยวและจังหวัดต่างๆ เพื่อเป็นจุดจำหน่ายสินค้าเด่นของแต่ละชุมชน เบื้องต้น ได้มีการจัดพื้นที่มุมจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชนภายในร้านขายของฝากของผู้แทนจำหน่ายสถานีบริการน้ำมัน PTT Station ภายใต้โครงการ "ตลาดไทยเด็ด" พร้อมทั้งเปิดตลาดสินค้าเกษตร - เกษตรอินทรีย์ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรในพื้นที่ในการขยายตลาด/กระจายสินค้า และพบปะผู้บริโภค ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการซื้อขายกันได้โดยตรง และมีโอกาสพัฒนาไปสู่การค้าขายกันในอนาคต ซึ่งเป็นการสร้างความเข้มแข็งให้แก่เกษตรกรอีกทางหนึ่ง ซึ่งกรมฯ และหน่วยงานพันธมิตรดังกล่าวข้างต้นได้ร่วมกันจัดขึ้น เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการซึ่งเป็นตัวแทนจำหน่ายสถานีบริการน้ำมัน PTT Station จำนวน 26 แห่ง ได้เจรจาจับคู่ธุรกิจกับผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ชุมชน จำนวน 36 ราย เพื่อคัดสรรสินค้าเข้าจำหน่าย ณ จุดจำหน่ายสินค้า"

อธิบดีฯ กล่าวทิ้งท้ายว่า "กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้สนับสนุนและส่งเสริมให้ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ชุมชนขยายช่องทางการตลาดทั้งในรูปแบบออฟไลน์/ออนไลน์ และได้จัดหาช่องทางการจัดจำหน่ายให้มีความหลากหลาย อาทิ เชื่อมโยงการจำหน่ายสู่ร้านค้าชุมชน แหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ห้างสรรพสินค้า สนามบิน ฯลฯ ทำให้เกิดการกระจายสินค้า สร้างงาน สร้างโอกาส สร้างรายได้ และเกิดประโยชน์กับผู้ประกอบการฐานรากของประเทศ กรมฯ ได้คัดสรรผลิตภัณฑ์ชุมชนคุณภาพดีจากกลุ่มผู้ประกอบการ OTOP Select และจากเครือข่ายธุรกิจ "MOC Biz Club" ที่กรมฯ จัดตั้งขึ้นทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อเป็นศูนย์รวมเครือข่ายผู้ประกอบการฐานรากตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เกิดพันธมิตรทางการค้าที่เกื้อกูลกัน เกิดการเชื่อมโยงการค้าที่สอดคล้องกับความต้องการของแต่ละพื้นที่เพื่อเข้าร่วมเจรจาธุรกิจ ทำให้เกิดประโยชน์กับผู้ประกอบการฐานรากอย่างแท้จริง เป็นการยกระดับและพัฒนาสินค้าวิสาหกิจชุมชน หรือ เอสเอ็มอีรายย่อยให้มีความเข้มแข็ง สินค้าได้รับการพัฒนาให้มีมาตรฐานเดียวกัน สามารถขยายตลาดและมีแหล่งกระจายสินค้าได้ครอบคลุมทั่วประเทศ เศรษฐกิจฐานรากของประเทศมีความแข็งแกร่ง ซึ่งจะส่งผลถึงระบบเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศที่จะมีความมั่นคง และยั่งยืน มากขึ้น"

ปัจจุบัน มีสถานีบริการน้ำมัน PTT Station เข้าร่วมโครงการ "ตลาดไทยเด็ด" แล้ว จำนวน 72 แห่ง ประกอบด้วย ภาคเหนือ 45 แห่ง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 16 แห่ง ภาคตะวันออก 6 แห่ง ภาคใต้ 2 แห่ง ภาคตะวันตก 1 แห่งและภาคกลาง 2 แห่ง ทั้งนี้ คาดว่าภายในปี 2562 นี้ จะสามารถขยายโครงการ "ตลาดไทยเด็ด" ได้ครบ 100 แห่ง ทั่วประเทศ

X

Right Click

No right click