January 30, 2023
×

Warning

JUser: :_load: Unable to load user with ID: 10974

JUser: :_load: Unable to load user with ID: 7637

เอไอเอ ประเทศไทย นำโดย นางสาวรพีพร วงศ์ทองคำ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กรและภาพลักษณ์ รับมอบรางวัล “บูธสวยงามยอดเยี่ยม ประเภทพื้นที่ขนาดใหญ่ 300-500 ตร.ม.” (Best Design Excellence Award 2019) จาก ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ภายในงานมอบรางวัลเกียรติยศ “Money & Banking Awards 2019” ซึ่งจัดขึ้นโดย วารสารการเงินธนาคาร โดยมี นายสันติ วิริยะรังสฤษฏ์ ประธานบรรณาธิการวารสารการเงินธนาคาร ร่วมแสดงความยินดีและเป็นสักขีพยานการรับรางวัลในครั้งนี้ ณ ดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก

ทั้งนี้ เอไอเอ ประเทศไทย ได้รับรางวัลดังกล่าว จากการใช้แนวคิด Rhythm of Life ในการออกแบบบูธ ภายในงานมหกรรมการเงิน ครั้งที่ 19 (Money Expo 2019) เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา โดยแนวคิดดังกล่าวแสดงถึงความไม่แน่นอนทางด้านสุขภาพ เปรียบเสมือนกับจังหวะดนตรีที่มีขึ้นลงตลอดเวลา ผสมผสานกับแนวคิด Digital Orchestra ซึ่งเป็นแนวคิดหลักของงานมหกรรมการเงิน ครั้งที่ 19 โดยนำเสนอผ่าน 3 จังหวะ ได้แก่ จังหวะวัฒนธรรม จังหวะเทคโนโลยี และจังหวะของความห่วงใย สอดคล้องตามคำมั่นสัญญาของเอเอไอ ‘Healthier, Longer, Better Lives – เพื่อสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น’

เอไอเอ ประเทศไทย ร่วมกับ สโมสรท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ จัดการแข่งขันฟุตบอล “AIA Youth Cup 2019” ณ จังหวัดเชียงใหม่ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 พร้อมด้วยความร่วมมือจาก องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ การท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงใหม่  โรงเรียนวชิราลัย และจากพันธมิตรอย่าง บริษัทสิงห์ คอร์ปอเรชั่น ในการส่งเสริมศักยภาพเยาวชนไทยที่มีใจรักทางด้านกีฬาฟุตบอล รวมถึงมอบโอกาสในการเรียนรู้ประสบการณ์การแข่งขันจริงในมาตรฐานระดับสากล โดยตัวแทนทีมฟุตบอลจาก โรงเรียนเทพศิรินทร์ เชียงใหม่ สามารถคว้าแชมป์การแข่งขันฟุตบอลเยาวชน “AIA Youth Cup 2019” ไปครองได้สำเร็จ จากทีมฟุตบอลโรงเรียนที่เข้าร่วมทั้งหมด 49 โรงเรียน รวมจำนวนเยาวชนมากกว่า 750 คน นอกจากนี้ เอไอเอ ประเทศไทย ยังได้จัดกิจกรรมพิเศษให้กับโค้ชผู้ฝึกสอนของแต่ละโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการ ได้เข้าร่วมรับฟังประสบการณ์ตรงจากโค้ชสเปอร์สในหัวข้อ "การพัฒนาศักยภาพนักกีฬาฟุตบอล ในรูปแบบฮ็อตเสปอรส์เวย์ (Hotspur Way) อีกด้วย เพื่อนำความรู้และทักษะที่ได้รับไปถ่ายทอดต่อให้กับนักฟุตบอลเยาวชนของแต่ละโรงเรียน ให้สามารถก้าวไปเป็นนักฟุตบอลมืออาชีพในอนาคต

 

ทั้งนี้ ในการแข่งขันดังกล่าวยังได้มีการมอบรางวัล Wonder Kids แก่นักกีฬาฟุตบอลเยาวชนที่แสดงศักยภาพได้โดดเด่นเข้าตาโค้ชแอนตัน แบล็ควู้ด จากสโมสรท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ เพื่อไปร่วมแคมป์เก็บตัวฝึกทักษะฟุตบอล แบบมืออาชีพ โดยโค้ชผู้ฝึกสอนจากสโมสรท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ในโครงการ “AIA-Spurs Elite Football Training Camp 2019” ณ ศูนย์กีฬาธัญญะปุระ สปอร์ต แอนด์ เลเชอร์ คลับ จ.ภูเก็ต เป็นระยะเวลา 1 สัปดาห์เต็มในเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้  ทั้งนี้ เยาวชนที่ได้รับคัดเลือกจำนวน 8 คน ประกอบด้วย

เยาวชนจากทีมแชมป์ โรงเรียนเทพศิรินทร์ เชียงใหม่ จำนวน 2 คน

ด.ช. ณภัทร ยิ่งสุข                ด.ช. กฤตนัย แก้วธรรม          

เยาวชนจากทีม โรงเรียนวชิราลัย จำนวน 4 คน

ด.ช. ตฤษนันท์ ตรีอนันต์         ด.ช. ภานุวัฒน์ เมทะโว         

ด.ช. ณัฐวุฒิ ทองคำมา          ด.ช. จักรรัตน์ เยาวเรศน์        

เยาวชนจากทีม โรงเรียนวารี อินเตอร์ เชียงใหม่ จำนวน 2 คน

ด.ช. สิรภพ ใจมั่น                 ด.ช. ภูมิใจ รางศรี               

โดยโครงการ “AIA-Spurs Elite Football Training Camp” เป็นโครงการสานต่อความฝันให้กับนักกีฬาฟุตบอลเยาวชนไทย รวมถึงการสร้างโอกาสในการเพิ่มพูนประสบการณ์และพัฒนาทักษะความสามารถเพื่อยกระดับไปสู่การเป็นนักฟุตบอลมืออาชีพในอนาคต และปลูกฝังพื้นฐานการมีสุขภาพดีตั้งแต่ระดับเยาวชนไปจนถึงระดับครอบครัวและชุมชน สอดคล้องตามคำมั่นสัญญาของเอไอเอ ‘Healthier, Longer, Better Lives’ ในการสนับสนุนด้านกีฬาให้แก่เยาวชนไทย เพื่อให้มีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน

ด้วยรากฐานกว่า 80 ปี รวมกับความไว้วางใจของลูกค้าในประเทศไทย ทำให้เอไอเอ ประเทศไทย เป็นผู้นำตลาดประกันชีวิตในประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่อง เมื่อดูการเติบโตของธุรกิจประกันชีวิตทั้งตลาดในปี 2561 จะเห็นว่า เบี้ยประกันชีวิตรับปีแรกหดตัวลง 7.2 เปอร์เซ็นต์ แต่เบี้ยประกันแบบจ่ายครั้งเดียวเพิ่มขึ้น 31.0 เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่ เอไอเอ ประเทศไทย สามารถทำผลงานได้โดดเด่นกว่าตลาดโดยรวม โดยมีอัตราการเติบโตของเบี้ยประกันชีวิตรับปีแรกถึง 8.6 เปอร์เซ็นต์ และเบี้ยประกันแบบจ่ายครั้งเดียวที่เติบโตถึง 32.2 เปอร์เซ็นต์

เอกรัตน์ ฐิติมั่น ประธานเจ้าหน้าที่ ฝ่ายการตลาด เอไอเอ ประเทศไทย กล่าวว่า เหตุที่เอไอเอสามารถทำผลงานได้ดีมาอย่างต่อเนื่อง มาจากการปรับตัวอย่างสม่ำเสมอของเอไอเอเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะการพัฒนาตัวแทนที่เป็นที่ปรึกษาด้านการประกันชีวิตและการเงิน หรือ AIA Financial Advisor รวมถึงการผลักดันนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานและพัฒนาการบริการในด้านต่างๆ

แนวโน้มประกันชีวิต ปี 2562 สมาคมประกันชีวิตไทยประเมินว่าตลาดประกันชีวิต ในภาพรวมปี พ.ศ. 2562 จะเพิ่มขึ้น 3.5 เปอร์เซ็นต์ ท่ามกลางการแข่งขันที่เข้มข้น เอกรัตน์มอง 4 แนวโน้มที่น่าจับตามองของธุรกิจประกันชีวิตในปีนี้ซึ่งประกอบด้วย

ดิจิทัลจะเพิ่มความสำคัญ

แม้ธุรกิจประกันชีวิตจะยังไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากกระแสดิจิทัลที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงเช่นที่เกิดขึ้นแล้วในหลายอุตสาหกรรม แต่จากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปในบางอุตสาหกรรมทำให้เกิดความคาดหวังว่าจะได้รับบริการในรูปแบบใกล้เคียงกัน จึงเป็นโจทย์ที่บริษัทประกันชีวิตต้องเตรียมรับมือเอไอเอ ตั้งเป้าหมายจะเป็น Leading Digital Insurer ของประเทศไทยเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่ต้องการให้ผู้ประกอบการนำเทคโนโลยีมาช่วยให้ชีวิตสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น “การนำเทคโนโลยีมาช่วยให้กระบวนการภายในมีประสิทธิภาพมากขึ้นก็จะกลับไปเป็นบริการที่ดีขึ้น คืนให้กับลูกค้าทำให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่ดีขึ้น”

การตลาดแบบการแบ่งกลุ่มลูกค้า (Segmentation Marketing)

จากแนวโน้มที่การสื่อสารการตลาดแบบมุ่งกระจายในวงกว้างไม่จำเพาะเจาะจงกลุ่มเป้าหมายมีประสิทธิภาพลดลงในยุคปัจจุบัน เพราะผู้บริโภครุ่นใหม่มีช่องทางรับข่าวสารจำนวนมาก การสื่อสารให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายการพัฒนาบริการและผลิตภัณฑ์รวมถึงวิธีการทำการตลาดจากข้อมูลที่มีอยู่จึงเป็นเรื่องสำคัญ

เอกรัตน์ยกตัวอย่าง เอไอเอ ไวทัลลิตี้ (AIA Vitality) และ เอไอเอ เพรสทีจ (AIA Prestige) ว่า เป็นการเจาะกลุ่มเป้าหมายที่เอไอเอสามารถทำผลงานได้อย่างชัดเจน โดย เอไอเอ ไวทัลลิตี้ เป็นโปรแกรมที่มีลูกค้าที่สนใจในเรื่องการดูแลสุขภาพและใส่ใจดูแลสุขภาพตนเองเข้าร่วมแล้วถึง 250,000 ราย ทำให้บริษัทสามารถลงทุนเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้กับสมาชิกได้อย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ เอไอเอ เพรสทีจ เป็นผลิตภัณฑ์ที่เอไอเอมุ่งเน้นเจาะกลุ่มลูกค้าสินทรัพย์สูง (High Net Worth) ซึ่งได้มีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ไปเมื่อประมาณ 2 ปีที่แล้ว ถือว่าได้รับผลตอบรับที่ดีมาก โดย เอไอเอ เป็นบริษัทประกันชีวิตเจ้าแรกของประเทศไทยที่ทำการตลาดเจาะกลุ่มลูกค้าสินทรัพย์สูงอย่างเป็นรูปธรรม และเมื่อไม่นานมานี้ บริษัทได้เปิดตัวโครงการ เอไอเอ เพรสทีจ คลับ เพื่อมอบเอกสิทธิ์เหนือระดับให้แก่ลูกค้าคนสำคัญ เน้นเจาะกลุ่มลูกค้าสินทรัพย์สูง ด้วยการมอบสิทธิประโยชน์ที่ตรงกับไลฟ์สไตล์ของคนกลุ่มนี้ ซึ่งได้รับสนใจจากลูกค้ากลุ่มนี้อย่างมาก ทำให้ปัจจุบัน มีลูกค้าที่อยู่ในโครงการมากกว่า 70,000 ราย ซึ่งนี่เป็นหนึ่งในการเตรียมพร้อมรับมือกับตลาดที่เปลี่ยนแปลงไปในปัจจุบันของเอไอเอ

การดูแลข้อมูลส่วนบุคคล

พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล กำลังจะประกาศใช้เป็นกฎหมายในประเทศไทยซึ่งอาจส่งผลให้ธุรกิจต่างๆ รวมถึงธุรกิจประกันชีวิตต้องมีการปรับเปลี่ยนวิธีการทำธุรกิจโดยเอไอเอจะมีการพัฒนาการจัดการข้อมูลของลูกค้า ให้รองรับกฎหมายที่กำลังจะออกมาเพื่อให้ผู้บริโภคเกิดความมั่นใจว่าข้อมูลส่วนบุคคลของแต่ละคนจะถูกนำไปใช้อย่างถูกต้อง และมีการป้องกันข้อมูลสำคัญต่างๆ เป็นอย่างดี

บทบาทของ ‘ที่ปรึกษาด้านการประกันชีวิตและการการเงิน’ จะเพิ่มขึ้น

จากการที่ธุรกิจประกันชีวิตมีการนำเสนอผลิตภัณฑ์รูปแบบใหม่ๆ ซึ่งในหลายผลิตภัณฑ์มีความซับซ้อนต้องการคำอธิบายเพิ่มเติมจากผู้เชี่ยวชาญ และนี่คือบทบาทของที่ปรึกษาด้านการประกันชีวิตและการเงิน (AIA Financial Advisor) ที่จะเข้ามาช่วยให้คำแนะนำแก่ลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยบริษัทที่ทำเรื่องนี้ได้ดีก็จะสามารถสร้างความแตกต่างในตลาดได้ เอกรัตน์มองว่า ที่ปรึกษาด้านการประกันชีวิตและการเงิน จะช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของเอไอเอ เพราะตัวแทนกลุ่มนี้มีความรู้ความเข้าใจในผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตและการวางแผนการเงินอย่างลึกซึ้ง สามารถช่วยเหลือให้คำปรึกษากับลูกค้าในการเลือกผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสมกับลูกค้าแต่ละราย โดยบริษัทมีการสนับสนุนด้านเทคโนโลยีที่จะช่วยให้ AIA Financial Advisor สามารถให้บริการลูกค้าได้อย่างครบวงจร ตั้งแต่การเสนอแบบประกันชีวิต การชำระเงิน การตรวจสอบสถานะการเคลม ซึ่งตัวแทนทำได้เองบนแท็บเล็ทเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น

เอกรัตน์สรุปว่า ในปี 2562 เอไอเอจะมีการพัฒนาทางด้านกลยุทธ์อย่างต่อเนื่องเพื่อให้ลูกค้าได้รับการดูแลที่ดีขึ้น และจะมีการพัฒนาตัวแทนให้มีความรู้ความสามารถเพิ่มขึ้น เพื่อช่วยสนับสนุนการนำเสนอประสบการณ์ที่ดีให้แก่ลูกค้า รวมทั้งจะมีการนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาช่วยเสริมศักยภาพการให้บริการลูกค้าให้ตรงกับรูปแบบการใช้ชีวิตของคนแต่ละ กลุ่มมากขึ้น ซึ่งจะเริ่มเห็นภาพชัดเจนในช่วงไตรมาส 3 ของปีนี้ ทั้งหมดนี้เพื่อให้มั่นใจได้ว่า เอไอเอจะยังเป็นแบรนด์ในใจของผู้บริโภคต่อไป

ขณะเดียวกัน เอไอเอ ยังคงให้ความสำคัญกับการดูแลสังคมและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับบริษัท ผ่านโครงการเพื่อตอบแทนสังคมในรูปแบบต่างๆ เพื่อมุ่งเน้นให้ประชากรในประเทศไทยมีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น ตามคำมั่นสัญญา ‘Healthier, Longer, Better Lives’ ในปีนี้นอกจากการไปร่วมเป็นสปอนเซอร์ให้กับงานวิ่งต่างๆ เอไอเอ ประเทศไทย จะมีการจัดงานวิ่งต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา โดยจะมีการประกาศรายละเอียดในช่วงกลางๆ ปีนี้ พร้อมกันนี้ในโอกาสฉลองครบรอบ 100 ปี เอไอเอ ประเทศไทย ก็ยังมีการเปิดโรงเรียนศูนย์การเรียนตำรวจตระเวนชายแดน เอไอเอ ประเทศไทย ที่ จ.อุบลราชธานี ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งคำขอบคุณที่ เอไอเอ ประเทศไทย มอบให้แก่สังคมเพื่อร่วมพัฒนาบุคลากรและสังคมที่มีคุณภาพให้กับประเทศไทยต่อไป

เอไอเอ ประเทศไทย ขานรับนโยบายของสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ในการส่งเสริมให้ประชาชนมีหลักประกันความคุ้มครองอุบัติเหตุ รวมถึงขยายฐานการรับประกันภัยให้เข้าถึงประชาชนมากขึ้น พร้อมทั้งฉลองครบรอบ 100 ปีของกลุ่มบริษัทเอไอเอ แจกประกันอุบัติเหตุ 100,000 กรมธรรม์ วงเงินคุ้มครองสูงสุด 100,000 บาท นานกว่า 30 วัน ฟรี ตลอดช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2562 นี้ ตามคำมั่นสัญญา ‘Healthier, Longer, Better Lives’ เพื่อสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้นของคนไทยทุกคน

เทศกาลสงกรานต์เป็นอีกหนึ่งเทศกาลที่มีการอัตราการเกิดอุบัติเหตุสูง มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมากจากการเดินทาง ด้วยความมุ่งมั่นในการมอบความคุ้มครองให้กับคนไทย เอไอเอ  ขอมอบกรมธรรม์อุบัติเหตุ จำนวน 100,000 ฉบับฟรี ให้แก่ประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยกรมธรรม์อุบัติเหตุช่วงสงกรานต์ที่จะแจกฟรีนั้น มีวงเงินคุ้มครองสูงสุดถึง 100,000 บาทต่อกรมธรรม์ กรณีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ และให้การคุ้มครองทั่วโลกตลอด 24 ชั่วโมง อายุความคุ้มครองนานถึง 1 เดือน โดยเริ่มคุ้มครองนับตั้งแต่วันถัดไปของวันที่ลงทะเบียน ทั้งนี้ผู้เอาประกันภัยจะต้องถือสัญชาติไทย และมีอายุตั้งแต่ 20-70 ปีบริบูรณ์ ณ วันที่ทำประกันภัยเท่านั้น

ประชาชนที่สนใจสามารถติดต่อตัวแทนประกันชีวิตเอไอเอเพื่อขอรับสิทธิ์กรมธรรม์อุบัติเหตุนี้ได้ฟรี ตั้งแต่วันนี้ จนถึง 30 เมษายนนี้  

 

เอไอเอ ประเทศไทย ตระหนักถึงความสำคัญของการศึกษาซึ่งถือเป็นพื้นฐานในการพัฒนาคุณภาพชีวิต อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมสังคมไทยให้แข็งแกร่ง โดยเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2561 เอไอเอได้เดินทางลงใต้เพื่อส่งมอบ “ห้องสมุดเอไอเอ” หลังที่ 36 ให้แก่นักเรียน โรงเรียนอนุบาลบ้านด่าน อำเภอกะเปอร์ จังหวัดระนอง ซึ่งมีนักเรียนจำนวนรวมกว่า 778 คน ซึ่งยังขาดแคลนอุปกรณ์ด้านการศึกษา รวมถึงห้องสมุดที่จะเป็นแหล่งค้นคว้าหาความรู้ของเด็กนักเรียนและคนในชุมชน เพื่อเป็นการตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของเอไอเอ ที่ต้องการสนับสนุนให้เยาวชนได้รับองค์ความรู้ที่เป็นประโยชน์ พร้อมสร้างนิสัยรักการอ่านให้แก่เด็กไทย ซึ่งโครงการ “ห้องสมุดเอไอเอ” เป็นโครงการที่เอไอเอ ประเทศไทย ริเริ่มและดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2548 โดยได้สร้างห้องสมุดและส่งมอบให้แก่โรงเรียนต่างๆ ตามชุมชนที่อยู่ห่างไกลมาแล้วทั่วทุกภูมิภาคในประเทศ

 

 

โดยในพิธีเปิดห้องสมุดเอไอเอ หลังที่ 36 ได้รับเกียรติจาก นายจตุพจน์ ปิยัมปุตระ ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง เป็นประธานในการเปิดงาน พร้อมด้วยตัวแทนจาก เอไอเอ ประเทศไทย นำโดย นายเอกรัตน์ ฐิติมั่น ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด นางสาวรพีพร วงศ์ทองคำ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กรและภาพลักษณ์ และนายกฤษณ์ อัตตะสาระ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายตัวแทนภูมิภาค 5 ร่วมกันส่งมอบห้องสมุดเอไอเอ หลังที่ 36 ให้แก่ นายมนูญ จันทร์สุข ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระนอง และนายวันชาติ สุทธิศักดิ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลบ้านด่าน โดยมีคณะครูและนักเรียน ร่วมเป็นสักขีพยาน

 

 

สำหรับห้องสมุดเอไอเอหลังนี้ เป็นห้องสมุดขนาด 54 ตารางเมตร โดยได้มีการออกแบบให้มีความสวยงาม โปร่งตา และดูทันสมัย เพื่อดึงดูดให้เยาวชนอยากเข้ามาใช้บริการ เน้นประโยชน์ใช้สอย และรวบรวมหนังสือและนิตยสารที่มีคุณภาพ ครอบคลุมสาขาวิชาแขนงต่างๆ ที่สำคัญ เอไอเอ ยังได้มอบคอมพิวเตอร์เพื่อให้นักเรียนได้ใช้ค้นหาความรู้ใหม่ๆ จากทั่วทุกมุมโลก โดยเอไอเอ หวังว่าห้องสมุดหลังนี้จะเป็นแหล่งรวบรวมองค์ความรู้เพื่อให้นักเรียนและคนในชุมชนได้ค้นคว้าหาความรู้ที่นอกเหนือจากในห้องเรียน

 

 

นอกจากนี้ เอไอเอ ประเทศไทย ยังได้มอบทุนการศึกษาให้แก่นักเรียนที่เรียนดีและมีจริยธรรม ทั้งสิ้น 6 ทุน ทุนละ 2,000 บาท พร้อมกับมอบอุปกรณ์เสริมทักษะการศึกษา อุปกรณ์กีฬา และเลี้ยงอาหารกลางวันแก่เด็กนักเรียนโรงเรียนอนุบาลบ้านด่านอีกด้วย

 

ในปี 2561 เป็นปีที่ เอไอเอ ประเทศไทย ฉลองครบรอบ 80 ปี ในการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ซึ่งถือเป็นบริษัทประกันชีวิตที่อยู่เคียงข้างคนไทยมาอย่างยาวนาน โดยตลอดระยะเวลา 80 ปีที่ผ่านมา เอไอเอได้รับความไว้วางใจจากคนไทยทั่วประเทศให้ดูแล พร้อมทั้งได้ส่งมอบหลักประกันชีวิตเพื่อสร้างความมั่งคงให้แก่ชีวิตและสังคมไทยมาเป็นเวลายาวนาน โดย เอไอเอ ประเทศไทย ยึดมั่นที่จะสร้างสรรค์โครงการและกิจกรรมต่างๆ เพื่อตอบแทนสังคมอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับมุ่งส่งเสริมและสนับสนุนให้คนไทยมีสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ตามคำมั่นสัญญาของเอไอเอ “Healthier, Longer, Better Lives”

X

Right Click

No right click