September 26, 2020

บริษัท นำสินประกันภัย จำกัด (มหาชน) โดยนางกมลภรณ์ ชินธรรมมิตร ผู้จัดการฝ่ายการเงิน มอบเงินจำนวน 300,000 บาท ให้แก่นายขรรค์ ประจวบเหมาะ ประธานกรรมการมูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ สนับสนุนกิจกรรม “Bike with The Blind” ปั่นจักรยานกับผู้พิการทางการเห็น ฉลองครบรอบ 80 ปี มูลนิธิช่วยคนตาบอดฯ ทั้งนี้ กิจกรรมดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงการให้โอกาสและส่งเสริมผู้พิการทางการเห็นได้รู้คุณค่าและศักยภาพของตนเอง อีกทั้งยังแสดงออกถึงการอยู่ร่วมกันในสังคมด้วยการแบ่งปัน จัดขึ้นที่ลานคนเมือง หน้าศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 

พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค โชว์ผลงานคอนโดโครงการแรกในประเทศญี่ปุ่น “ยู คิโรโระ” ทํายอดขายได้แล้ว 1,800 ล้าน หรือกว่า 50% ของยูนิตขาย ได้รับความสนใจจากกลุ่มลูกค้าไฮเอนด์ โดยเฉพาะนักลงทุนชาวเอเชียและไทยเกินคาด กําหนดก่อสร้างแล้วเสร็จธันวาคมนี้ คาดปิดการขายได้ในปีหน้าโครงการอยู่ใจกลางฮอกไกโด บริเวณเดียวกับ “คิโรโระ” สกีรีสอร์ทที่สงบเงียบ   พร้อมศูนย์กลางกิจกรรมและที่พักชั้นนําระดับโลก

 

นายชายนิด อรรถญาณสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จํากัด (มหาชน) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการพัฒนโครงการอสังหาริมทรัพย์ในประเทศญี่ปุ่นว่า นอกเหนือจาก “ยู คิโรโระ” สกีรีสอร์ทที่เป็นที่รู้จักกันอย่างดีในกลุ่มนักท่องเที่ยวแล้ว บริษัทฯ ยังได้มีการพัฒนาคอนโดมิเนียมโครงการแรก คือ “ยู คิโรโระ” เป็นคอนโดมิเนียมสูง 7 ชั้น บนพื้นที่ 3.88 ไร่ มูลค่าโครงการ 3,880 ล้านบาท ความคืบหน้าโครงการขณะนี้มี ยอดขายแล้วกว่า 50% เป็นมูลค่า 1,800 ล้านบาท ถือเป็นยอดขายที่สูงเกินความคาดหมายสําหรับการพัฒนา อสังหาริมทรัพย์ในต่างประเทศโครงการแรกของบริษัท โดยกําหนดก่อสร้างแล้วเสร็จและจะเริ่มโอนกรรมสิทธิ์ในเดือนธันวาคม 2562 คาดว่าจะสามารถปิดการขายโครงการได้ภายในปีหน้า

 

“โครงการตั้งอยู่ในบริเวณเดียวกับ “คิโรโระ”  สกีรีสอร์ทใจกลางฮอกไกโด จึงได้รับความสนใจจากกลุ่มลูกค้าระดับไฮเอนด์อย่างมาก โดยห้องชุดขนาด 1-2 ห้องนอน ช่วงราคา 24-40 ล้านบาท เป็นสินค้าที่ได้รับความนิยมมากที่สุด นอกจากเพื่อพักอาศัย ยังเป็นการซื้อเพื่อลงทุน ซึ่งเป็นจังหวะที่ดีเนื่องจากขณะนี้ค่าเงินเยนของญี่ปุ่นกําลังอยู่ในช่วงอ่อนตัว จึงมีกลุ่มนักลงทุนที่มองการณ์ไกลเข้ามาจับจองตั้งแต่ช่วงแรก ๆ ของการก่อสร้าง โดยเฉพาะนักลงทุนจากเอเชียซึ่งเป็นลูกค้ากลุ่มใหญ่ของ ยู คิโรโระ ทั้งจากฮ่องกง สิงคโปร์ และไต้หวัน เนื่องจากฮอกไกโดเป็นเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมสําหรับลูกค้ากลุ่มนี้ เดินทางสะดวกด้วยเที่ยวบินตรงมากกว่า 30 เที่ยวบินจากหลากหลายประเทศในเอเชียที่ตรงมายังท่าอากาศยานนิวชิโตเสะ นอกจากนี้ยังมีกระแสตอบรับที่ดีมากจากลูกค้าชาวไทย ซึ่งเป็นจํานวนครึ่งหนึ่งของลูกค้าทั้งหมด ถือว่าได้รับการตอบรับจากคนไทยเกินเป้าหมายที่ตั้งไว้”

 

“ยู คิโรโระ” ยังได้รับรางวัลการพัฒนาคอนโดมิเนียมที่ดีที่สุดแห่งปี 2561 ของญี่ปุ่น ประกอบด้วยห้องพักหรูขนาด 1-3 ห้องนอนและเพนท์เฮ้าส์ รวม 108 ห้อง สําหรับแบบ 1 ห้องนอน 62 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 24 ล้านบาท, ขนาด 2 ห้องนอน 84-127 ตร.ม. เริ่ม 35 ล้านบาท และ           ขนาด 3 ห้องนอน 127-140 ตร.ม. เริ่ม 50 ล้านบาท ทุกห้องตกแต่งครบพร้อมเข้าอยู่ได้ทันที พร้อมบริการชั้นเลิศ อาทิ บริการรับฝากอุปกรณ์เล่นสกี, ออนเซนทั้งภายในอาคารและกลางแจ้ง, บริการคอนเซียร์จตลอด 24 ชม, ฟิตเนสและเลาจน์ และห้องอาหารที่ให้บริการตลอดทั้งวัน

 

“ยู คิโรโระ” มีจุดเด่นด้วยการเป็นที่พักอาศัยที่สามารถสกีเข้า-ออกได้จากด้านหน้าของอาคาร มีความเงียบสงบเป็นส่วนตัว สามารถมาพักผ่อนได้ตลอดทั้งปี ตั้งอยู่ภายใน “คิโรโระ” สกีรีสอร์ทบนภูเขาใจกลางของฮอกไกโด เงียบสงบ มีทิวทัศน์ที่คงความงดงามตามธรรมชาติ มีชั้นหิมะที่หนานุ่มและตกสะสมหนาถึง 20 เมตรต่อปีในช่วงฤดูหนาว พร้อมกิจกรรมสันทนาการที่ครบครันสําหรับช่วงฤดูร้อน คิโรโระจึงกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่กําลังเป็นที่นิยมในกลุ่มนักเดินทางทุกประเภทจากทวีปเอเชียอย่างรวดเร็ว

นอกจากนี้พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค ยังได้วางโรดแมปในการพัฒนา คิโรโระ รีสอร์ต อย่างเต็มศักยภาพ ภายในระยะเวลา 5 ปี โดยมีมาสเตอร์  แพลนในการสร้างแหล่งท่องเที่ยวและที่พักอาศัยที่ครบวงจร โดยจะประกอบไปด้วย วิลล่าหรู ทาวน์โฮม และอพาร์ตเมนต์ ที่รายล้อมบริเวณทางเข้า และใกล้กับศูนย์สกีและคลับสกีชั้นนําแห่งแรกของฮอกไกโด ที่สามารถเดินทางจากที่พัก ไปร้านค้า ร้านอาหาร หน่วยบริการอื่น ๆ ด้วยการใช้สกี ในบริเวณรีสอร์ตยังมีร้านอาหารที่หลากหลาย ร้านค้าต่าง ๆ ศูนย์อุปกรณ์สําหรับกิจกรรมบนเขา และสามารถออกไปทํากิจกรรมกลางแจ้งอื่น ๆ หรือเดินทางไปสถานที่ท่องเทียวใกล้เคียงได้อย่างสะดวก

สสว. ติวเข้มผู้ประกอบการรายย่อย (Micro Enterprises) บุกตลาดต่างประเทศ ผ่าน Born Global Business Model พร้อมมั่นใจภายใน 5 ปี แผนส่งเสริมการใช้ดิจิทัลดันยอดส่งออกผู้เข้าร่วมโครงการได้ไม่น้อยว่าร้อยละ 25

ดร.วิมลกานต์ โกสุมาศ รองผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) กล่าวภายหลังเป็นประธานเปิดงาน Born Global Rising Star Demo Day ว่า กิจกรรมในวันนี้ เป็นความร่วมมือระหว่าง สสว. กับ ศูนย์วิจัยธุรกิจและเศรษฐกิจอีสาน มหาวิทยาลัยขอนแก่น ซึ่งเป็นอีกแนวทางในการสรรหาช่องทางที่เหมาะสมในการนำผู้ประกอบการขนาดเล็กของไทย (Micro Enterprises) ออกสู่ตลาดต่างประเทศ ภายใต้ปัจจัยและทรัพยากรที่ผู้ประกอบการแต่ละรายมี โดยจะสร้างความมั่นใจให้กับผู้ประกอบการรายเล็กในการก้าวสู่ตลาดต่างประเทศตั้งแต่ปีแรกที่เริ่มประกอบธุรกิจ ด้วยเครื่องมือและการมีคู่มือ รวมถึงพี่เลี้ยงในการให้คำปรึกษาและค้นหาตลาดที่เหมาะสมสำหรับธุรกิจของตนเองตลอดระยะเวลา 5 วัน ที่เข้าร่วมโครงการ ซึ่งจะมีการติวเข้มผู้ประกอบการอย่างเข้มข้น โดยผู้ที่ได้รับการคัดเลือก จำนวน 20 ราย จะได้รับการฝึกวิธีสร้างธุรกิจที่มีนวัตกรรม เรียนรู้และปฏิบัติในการกำหนดแผนและทำความเข้าใจกลุ่มคนที่จะมาเป็นลูกค้าหรือผู้ใช้สินค้าหรือบริการของตน

ดร.วิมลกานต์ เผยอีกว่า นอกจากนี้ ผู้ประกอบการยังได้ฝึกการมองปัญหาและการแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด และสามารถนำไปใช้ในการหา Customer pain point ซึ่งจะทำให้ออกแบบสร้างสินค้าหรือบริการที่ตรงความต้องการของลูกค้าได้ โดยผู้ประกอบการจะได้ลงมือปฏิบัติและคิดเองทั้งหมด โดยโครงการนี้ยังได้รับเกียรติจาก Mr.Hassan Moosa ผู้ก่อตั้ง UtooCentral จากประเทศอินโดนีเซีย กูรูเรื่องการสร้างแบรนด์ในตลาดโลก มาให้ความรู้ในการทำแบรนด์ให้ปัง ดังไปทั่วโลก และภายหลังเสร็จสิ้นการอบรม ผู้เข้าร่วมโครงการจะได้ปฏิบัติจริงโดยจัดแสดงสินค้าและบริการของตนเอง (Business Show Case) พร้อมประกวดการนำเสนอไอเดียธุรกิจ (Pitching)   โดยไอเดียผู้ประกอบการรายใดน่าสนใจมากที่สุด จะมีรางวัล Born Global Rising Star Award มอบให้

รองผอ.สสว. กล่าวด้วยว่า นอกจาก Born Global Business Model จะส่งเสริมให้ผู้ประกอบการรายย่อย กลุ่ม Micro Enterprises สามารถที่จะเปิดตลาดในต่างประเทศ ได้ตั้งแต่วันแรกที่เป็นผู้ประกอบการแล้ว สสว.ยังส่งเสริมการใช้ดิจิทัลในผู้ประกอบการรายย่อยซึ่งมีจำนวนมากกว่า 80 % ของผู้ประการทั้งหมดโดยถือเป็นสัดส่วนหลักในภาพรวมของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมและรายย่อยของไทย ทั้งนี้ สสว.มั่นใจว่าหากผู้ประกอบการดำเนินการตามแผนกลยุทธ์และรูปแบบที่เตรียมไว้ จะสามารถเป็นผู้ส่งออกได้ตั้งแต่วันแรกหรือปีแรกที่เริ่มก่อตั้งธุรกิจเลยทีเดียว โดยผู้ประกอบการแบบ Born Global Firm หมายถึง ธุรกิจขนาดกลาง ขนาดย่อมและรายย่อย ที่เข้าสู่ตลาดต่างประเทศภายในระยะเวลา 2 – 5 ปีนับตั้งแต่ก่อตั้งธุรกิจ และในขณะเดียวกันต้องมียอดส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 25

“ตลอดระยะเวลาการอบรมแบบเข้มข้นตลอด 5 วัน สสว. เชื่อว่า สิ่งผู้ประกอบการจะได้รับคือ โอกาสในการเสริมสร้างทักษะและการติดอาวุธทางความคิดให้แก่ตนเองในเรื่องการค้าและการต่างประเทศแบบเจาะลึก รวมถึงการสร้างแผนพัฒนาธุรกิจของตนเอง การสร้างกลยุทธ์ต่างๆ รวมถึงการสร้างแบรนด์ตนเองในตลาดต่างประเทศเพื่อการบุกตลาดสากล ให้ประสบผลสำเร็จ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งความตั้งใจของ สสว. เพื่อผู้ประกอบการ”  ดร.วิมลกานต์ กล่าวในที่สุด

ศูนย์กลยุทธ์และความสามารถทางการแข่งขันองค์กร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี จัดงาน KMUTT Competitiveness Forum 2019” ขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ ณ อาคาร Knowledge Exchange for Innovation Center (KX) ถ.กรุงธนบุรี

โดย ดร.วัชรพจน์ ทรัพย์สงวนบุญ หัวหน้าโครงการจัดตั้งศูนย์ฯ ได้แนะนำภารกิจของศูนย์ที่มุ่งเน้นการวิจัยและพัฒนาองค์ความรู้ทางด้านการสร้างความสามารถทางการแข่งขันต่างๆ และสร้างความร่วมมือด้านการวิจัยและบริการวิชาการกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน ตลอดจนให้คำปรึกษาทางด้านการสร้างความสามารถทางการแข่งขันให้กับองค์กร อีกทั้งพัฒนาบุคลากรของภาครัฐและภาคเอกชนให้สามารถสร้างและขับเคลื่อนปัจจัยที่ส่งผลต่อความสามารถทางการแข่งขันองค์กรได้

ภายในงานได้รับเกียรติจาก คุณชาญศิลป์ ตรีนุชกร  ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) บรรยายพิเศษในหัวข้อ “ยกระดับความสามารถทางการแข่งขันของประเทศไทยด้วยนวัตกรรม” เพื่อเป็นการเผยแพร่แนวคิดและแนวปฏิบัติที่ดีเกี่ยวกับการสร้างความสามารถทางการแข่งขันองค์กรด้วยนวัตกรรมสู่สาธารณะ อันจะส่งผลต่อการเพิ่มขีดความสามารถของภาคอุตสาหกรรมและประเทศต่อไปในอนาคต 

ปิดฉากอย่างงดงามสมเป็นงานใหญ่แห่งปี Smart SME EXPO 2019 ที่บริษัท พีเอ็มจี คอร์ปอเรชั่น จำกัด สานแนวร่วมภาครัฐ ภาคเอกชน เหล่าธนาคาร และหน่วยงาน พันธมิตร จัดขึ้นเพื่อร่วมกันผลักดันและขับเคลื่อนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีและเศรษฐกิจไทยให้เติบโตในโลกยุคดิจิทัล ภายใต้แนวคิด "ที่เดียวจบพบทางรวย"  โดยในปีนี้ได้รับความสนใจจากผู้เข้าเยี่ยมชมงานเกินความคาดหมาย รวมยอดคนเข้างาน 110,250 คน หนุนให้ยอดจองสินเชื่อในงานทะลุ  2,051.79 ล้านบาท   สร้างเงินสะพัดในงานได้มากถึง  2,685 .ล้านบาท

คุณพิสิษฐ์  ประกิจวรพงษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พีเอ็มจี คอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า "การจัดงาน Smart SME EXPO 2019 ในปีนี้ได้รับการตอบรับจากผู้เข้าชมงานอย่างล้นหลาม โดยการจัดงานทั้ง 4 วันมียอดคนเข้าร่วมงานทั้งสิ้น 110,250 คน เรียกว่าเกินความคาดหมาย โดยส่วนใหญ่ตั้งใจเข้ามาเลือกซื้อ

แฟรนไชส์ในงาน ทำให้ยอดขายแฟรนไชส์สร้างมูลค่าถึง 127,389,844 บาท แฟรนไชส์ที่ได้รับความนิยมคือ แฟรนไชส์คลังน้ำมันออสซี่ออยล์  ชายสี่บะหมี่เกี๊ยว และ คัฟฟ่า คอฟฟี่เมคเกอร์  นอกจากนี้ยอดขอสินเชื่อในงานก็ทำยอดทุบสถิติเช่นกัน โดยยอดรวมขอสินเชื่อในงานสูงถึง 2,051,790,002 บาท  ซึ่งปีนี้ธนชาตครองแชมป์มียอดขอสินเชื่อสูงถึง 642 ล้านบาท, ออมสิน 466.48 ล้านบาท,  SME D Bank 356.91 ล้านบาท, กสิกรไทย 209.60 ล้านบาท, Exim Bank 161.20 ล้านบาท, ทีเอ็มบี 60 ล้านบาท, ธนาคารกรุงเทพ 53 ล้านบาท, ธ.ก.ส. 42.60 ล้านบาท ส่วน บสย.มียอดค้ำสินเชื่อ 203.70 ล้านบาท และ.พิเศษในงานนี้ ธอส. ยังได้ยอดจองสินเชื่อบ้านดอกเบี้ยต่ำสูงถึง 3,096.27 ล้านบาทในงานอีกด้วย

สำหรับการเจรจาจับคู่ธุรกิจภายในงานได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้ประกอบการที่มีการเตรียมความพร้อมในการพัฒนาคุณภาพสินค้าเพื่อเข้าสู่ตลาดใหญ่ในประเทศและตลาด CLMV ซึ่งสินค้าที่ได้รับความนิยมในการเจรจาจับคู่ธุรกิจทั้งในประเทศและ CLMV เป็นกลุ่มสินค้าอาหารและเครื่องดื่ม โดยยอดเจรจาจับคู่ธุรกิจภายในงานมูลค่ารวมอยู่ที่ 350 ล้านบาท ส่วนการสัมมนาให้ความรู้และอบรมอาชีพภายในงานมีผู้สนใจเข้าร่วมกว่า 1,245 คน โดยหัวข้อที่ได้รับความนิยมสูงสุด คือความรู้ในเรื่องการใช้สื่อโซเชียลมีเดียมาประยุกต์ใช้ในการทำธุรกิจ ซึ่งสอดรับกับการทรานฟอร์มธุรกิจให้ทันโลกยุค 4.0 ในปัจจุบัน

จากภาพรวมการจัดงาน Smart SME EXPO 2019 สะท้อนให้เห็นว่าแม้เศรษฐกิจโดยรวมของประเทศจะชะลอตัว  แต่คนส่วนใหญ่กลับตื่นตัวและให้ความสนใจในเรื่องลงทุนทำธุรกิจอย่างคึกคัก ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศกลับมามีชีวิตชีวา  เป็นไปตามความมุ่งหมายของผู้จัดงานที่ต้องการให้ Smart SME EXPO 2019 เป็นเวทีกลางในการเชื่อมโยงหน่วยงานภาครัฐ และเอกชน รวมทั้งหน่วยงานต่าง ๆ ในการสนับสนุนส่งเสริมผู้ประกอบการไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนในทุกมิติ” คุณพิสิษฐ์ทิ้งท้าย

X

Right Click

No right click