

จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 ที่ผ่านมา ส่งผลให้หลายพื้นที่ในประเทศไทยรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือน โดยเฉพาะจุดที่ได้รับผลกระทบรุนแรงอย่างมากในเขตจตุจักร กรุงเทพฯ ที่มีอาคารพังถล่มลงมา และอยู่ระหว่างระดมความช่วยเหลือจากหลายภาคส่วนอย่างเต็มกำลัง
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ บริษัทในเครือซีพี ที่อยู่เคียงข้างสังคมในทุกๆ วิกฤติ เสมอมา โดยครั้งนี้ได้ระดมความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนและต่อเนื่อง โดยสนับสนุนอุปกรณ์เต็นท์เพื่อภารกิจค้นหาและช่วยเหลือผู้รอดชีวิตจากเหตุอาคารถล่ม ตลอดจนมอบอาหารและน้ำดื่ม CP ผ่านกองทัพบก โดยมี พลโท อมฤต บุญสุยา แม่ทัพภาคที่ 1 เป็นผู้รับมอบ เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน และผู้อยู่อาศัยในบริเวณพื้นที่โดยรอบ โดยประสานความช่วยเหลือร่วมกับกรมทหารปืนใหญ่ที่ 1 รักษาพระองค์อย่างใกล้ชิด

นายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร ซีพีเอฟ ระดมทีมงานให้การสนับสนุนในภารกิจกู้ภัยของเจ้าหน้าที่ ซึ่งรวมถึงการมอบ "อาหารจากใจ" สนับสนุนผลิตภัณฑ์อาหารและวัตถุดิบ ทั้งไข่ไก่ เนื้อไก่ เนื้อหมู ไส้กรอก แก่โรงครัวต่างๆ อาทิ มูลนิธิเพชรเกษม และ มูลนิธิองค์กรทำดี เพื่อใช้ประกอบอาหารมอบให้แก่ เจ้าหน้าที่ทหาร ทหารช่าง ทีมแพทย์สนาม หน่วยงานบรรเทาสาธารณภัย อาสากู้ภัย อาสาสมัครจิตอาสา มูลนิธิต่างๆ และสื่อมวลชน ที่ดำเนินภารกิจตลอด 24 ชั่วโมง ณ กองอำนวยการร่วมบรรเทาสาธารณภัย เขตจตุจักร

นอกจากนี้ ซีพีเอฟยังได้ประสานการสนับสนุนผลิตภัณฑ์อาหารและขนมสำหรับสุนัขภายใต้แบรนด์ "เจอร์ไฮ" (Jerhigh) แก่ พลตรี สมพงษ์ สุขประดิษฐ เจ้ากรมการสัตว์ทหารบก ในวันพรุ่งนี้ ภายใต้ภารกิจนำกำลังพลจาก ศูนย์สุนัขทหาร กรมการสัตว์ทหารบก (ศสท.กส.ทบ.) พร้อมชุดปฏิบัติการสุนัขทหาร (K9) เข้าร่วมภารกิจค้นหาและช่วยเหลือผู้รอดชีวิตจากเหตุอาคารถล่ม

ซีพีเอฟ ขอส่งกำลังใจและความห่วงใยถึงพี่น้องประชาชน และพร้อมเคียงข้างสังคมในทุกวิกฤติ ด้วยการส่งมอบความห่วงใยผ่านอาหารและสิ่งของจำเป็น ขอให้ทุกคนก้าวผ่านช่วงเวลานี้ไปด้วยกันอย่างเข้มแข็งและปลอดภัย.
ขุนช่างเคี่ยน จ.เชียงใหม่ วันนี้กลายเป็นหนึ่งในหมุดหมายของนักท่องเที่ยว ที่มาเยือนอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย เพื่อสัมผัสวิถีชีวิตของกลุ่มชาติพันธุ์ม้ง และหมู่บ้านแห่งนี้ยังเป็นแหล่งชมดอกพระยาเสือโคร่ง หรือซากุระเมืองไทย ในช่วงฤดูหนาวของทุกปี
แต่ในฤดูร้อนแล้งเช่นนี้โอกาสเกิดไฟไหม้ในป่าเต็งรังพื้นที่ขุนช่างเคี่ยน ก็เป็นอีกความกังวลหนึ่งของเจ้าหน้าที่อุทยานดอยสุเทพ-ปุย การสร้างแนวกันไฟ เพื่อปกป้องไฟป่า และยังช่วยลดปัญหาฝุ่น PM2.5 กลายเป็นกิจกรรมสำคัญที่เจ้าหน้าที่อุทยานฯ จัดร่วมกับชุมชนชาวม้งมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปีนี้ได้ซีพีเอฟมาเป็นกองหนุนรวมพลังทำแนวกันไฟ

เพราะ “ชมรมซีพีเอฟท่องเที่ยวจิตอาสา" วันนี้ไม่ได้แค่มาท่องเที่ยว แต่ยังชวนกันมาทำดีกับกิจกรรม "เที่ยวดอยทั้งที ทำดีสร้างแนวป้องกันไฟป่าได้ด้วย" ก่อนเริ่มภารกิจ นายภัทรกุล ธาเรือน หัวหน้าทีมประชาสัมพันธ์ชุดปฏิบัติการสถานีควบคุมไฟป่าภูพิงค์ นำทีมวิทยากรให้ความรู้วิธีการทำแนวป้องกันไฟป่า และการใช้เครื่องมือ อุปกรณ์ ที่ถูกต้อง จากนั้นทั้งหมดมุ่งหน้าสู่ป่าสน บ้านขุนช่างเคี่ยน บนดอยสุเทพ-ปุย เพื่อทำแนวกันไฟร่วมกัน

ผู้ร่วมกิจกรรมในวันนี้รวมแล้วกว่า 150 คน มาจากหลายหน่วยงาน ทั้งเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย ทีมงานจากสถานีควบคุมไฟป่าภูพิงค์ ชาวชุมชนม้ง บ้านขุนช่างเคี่ยน รวมทั้งจิตอาสาซีพีเอฟ จากธุรกิจสุกร ธุรกิจอาหารสัตว์บก ธุรกิจไก่ไข่ ธุรกิจไก่เนื้อ ธุรกิจห้าดาว และทีมงาน AXONS โดยเจ้าหน้าที่อุทยานฯ จัดแบ่งทีมเป็น 2 กลุ่ม เพื่อแบ่งโซนทำแนวป้องกันไฟป่า เป็นระยะทาง 1,000 เมตร
สมาชิกชมรมฯ บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า เป็นประสบการณ์การทำแนวกันไฟเป็นครั้งแรก โดยเฉพาะได้เห็นการทำงานที่ทุ่มเทของเจ้าหน้าที่และชุมชนยิ่งรู้สึกประทับใจ แม้จะเหนื่อยบ้างเพราะทุกคนทุ่มสุดตัว แต่วันนี้อากาศบนดอยเย็นสบาย บรรยากาศการทำงานเต็มไปด้วยรอยยิ้มและการช่วยเหลือกัน พอได้เห็นแนวกันไฟปรากฎเป็นรูปเป็นร่างจากฝีมือของทุกๆคน ยิ่งชื่นใจหายเหนื่อย

หลังภารกิจเสร็จสิ้น ตัวแทนสมาชิกชมรมฯ ได้มอบไข่ไก่ แทนคำขอบคุณชุมชนชาวม้ง บ้านขุนช่างเคี่ยน พร้อมกับนำเงินที่สมาชิกชมรมฯ ได้ร่วมสมทบในการจัดซื้ออุปกรณ์การทำแนวป้องกันไฟและดับไฟป่า อาทิ เครื่องเป่าลม คราดสปริง ไม้กวาด พร้อมมอบผลิตภัณฑ์อาหารซีพี ทั้งไข่ไก่ ข้าวตราฉัตร และน้ำดื่ม สนับสนุนการทำงานเป็นกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่และอาสาสมัครชุมชน โดย นายฤทธิชัย ภูมิอมร ผู้อำนวยการอาวุโส ธุรกิจผลิตและขายอาหารสัตว์บกภาคเหนือ เป็นผู้แทนส่งมอบให้กับ หัวหน้าธงชัย นาราษฎร์ หัวหน้าอุทยานดอยสุเทพ-ปุย

ทีเด็ดกับมื้อเที่ยงหลังเสร็จภารกิจ ทุกคนได้อิ่มอร่อยกับเมนูจากชาวชุมชนม้ง ทั้งไก่ต้มสมุนไพรม้ง ทอดไก่ม้ง น้ำพริกหลงดอย และข้าวเหนียวห่อใบข่า ก่อนจะไปท่องเที่ยวบ้านม้งดอยปุย และไปสักการะพระธาตุดอยสุเทพ เป็นการปิดท้ายทริปที่อิ่มบุญ อิ่มใจ และสุขใจที่ได้ทั้งท่องเที่ยวและทำดีไปพร้อมกัน
บริษัท ซีพีเอฟ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) โดยธุรกิจอาหารสัตว์บก ร่วมกับ บริษัท เกษตรภัณฑ์อุตสาหกรรม จำกัด รับประกาศนียบัตร Carbon Neutral Event จากการจัดกิจกรรมชดเชยคาร์บอนจนเป็นศูนย์ในงานเดิน-วิ่งการกุศล “ CPF & KASETPHAND RUN For Charity 2024” ได้รับเกียรติจาก ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานในพิธีมอบฯ โดยมี นายจิระ คงเขียว ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ธุรกิจอาหารสัตว์บก ซีพีเอฟ เป็นตัวแทนรับมอบ และ นายอดิศักดิ์ จันทะวิโร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธุรกิจเกษตรภัณฑ์ ร่วมด้วย

ซีพีเอฟ จัดกิจกรรมเดิน-วิ่งการกุศลอย่างต่อเนื่องมากกว่า 10 ปี ต่อยอดสู่กิจกรรมในรูปแบบ Carbon Neutral Event โดยมีเป้าหมายส่งเสริมสุขภาพที่ดีของบุคลากร ครอบครัว และประชาชน ควบคู่กับการสร้างสมดุลทางสิ่งแวดล้อม มีส่วนร่วมลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เป็นศูนย์ (Net-Zero) ภายในปี 2050 ด้วยการเปิดโอกาสให้นักวิ่งมีส่วนร่วมลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งกิจกรรม “งานเดิน-วิ่งการกุศล CPF & KASETPHAND RUN For Charity 2024” สามารถชดเชยคาร์บอนฯ ที่ปล่อยได้ประมาณ 60 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ด้วยคาร์บอนเครดิตจากโครงการผลิตพลังงานไฟฟ้าชีวมวล
การจัดงานดังกล่าว มีการนำเสื้อวิ่งที่ผลิตจากขวดพลาสติกรีไซเคิล จำนวน 20 ขวดต่อตัวมาใช้ ซึ่งช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้มากกว่า 13 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (เมื่อเทียบกับเสื้อคอตตอนจำนวน 1,850 ตัว) นอกจากนี้ เหรียญรางวัลที่แจก ยังผลิตจากวัสดุรีไซเคิล เช่น ล้อแม็ก กระป๋องน้ำ เมนบอร์ด เซรามิก และถุงขนม สะท้อนแนวคิด Waste-to-Value ช่วยลดขยะและเพิ่มมูลค่าให้กับสิ่งของ ขณะเดียวกัน บรรจุภัณฑ์ภายในงานได้รับการคัดสรรจากวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น ชานอ้อย ไม้ และกระทงใบตอง สามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้มากกว่าร้อยละ 23 เมื่อเทียบกับบรรจุภัณฑ์พลาสติก

ภายในงาน มีการจัดจุดคัดแยกขยะแต่ละประเภทอย่างชัดเจน เพื่อจัดการขยะอย่างมีประสิทธิภาพ ลดปริมาณขยะที่ถูกนำไปฝังกลบ เพิ่มสัดส่วนขยะที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ เช่น แผ่นป้ายฟิวเจอร์บอร์ด และโครงไม้ อีกทั้งส่งเสริมการเดินทางแบบ Carpool เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้เชื้อเพลิงให้เกิดประโยชน์สูงสุด

นอกจากนี้ ซีพีเอฟมุ่งมั่นมีส่วนร่วมรับผิดชอบและสนับสนุนการดำเนินการเพื่อสร้างประโยชน์สู่สังคมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายจากกิจกรรมเดิน-วิ่ง “CPF RUN FOR CHARITY” ที่มีการจัดต่อเนื่องมาแล้วกว่า 38 ครั้ง ได้มอบให้กับหน่วยงานสาธารณประโยชน์มากกว่า 70 แห่งทั่วประเทศ เป็นเงินรวมแล้วมากกว่า 17 ล้านบาท
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ โดยแบรนด์ CP ร่วมกับ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven และพันธมิตร MK Restaurants ร้านสุกี้อันดับ 1 ของไทย เปิดตัวเมนูใหม่ 'บะหมี่เกี๊ยวกุ้งซุปสุกี้ CP x MK' สร้างประสบการณ์ความอร่อยระดับตำนานใกล้บ้าน ในรูปแบบของอาหารพร้อมรับประทาน โดยมี นางศุภรา ศรีบูรณ์ ผู้อำนวยการ ธุรกิจการค้าในประเทศ ซีพีเอฟ นางสาวกัญญนันทน์ เรืองสิทธวีร์ ผู้จัดการทั่วไปอาวุโส ด้านจัดซื้อ ซีพี ออลล์ พร้อมด้วย นางสาวทานตะวัน ธีระโกเมน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ร่วมงาน

การเปิดตัวในครั้งนี้เป็นความตั้งใจของแบรนด์ CP ที่ต้องการขยายฐานลูกค้าของสินค้าขายดี อย่าง 'เกี๊ยวกุ้งจักรพรรดิ ซีพี' ที่ได้รับรางวัล Crystal Taste Award 2025 สุดยอดรางวัลความเป็นเลิศด้านรสชาติจาก International Taste Institute ประเทศเบลเยียม โดยการปรับเมนูให้ความอิ่มท้องมากขึ้น ด้วยเส้นบะหมี่เหนียวนุ่ม มาผสานความอร่อยกับซุปผสม 'น้ำจิ้มสุกี้ MK' ต้นตำรับสูตรลับ รสชาติที่ทุกคนคุ้นเคยกันมายาวนาน จำหน่ายผ่านช่องทางการขายอย่าง ร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven ที่มีสาขาครอบคลุมทั่วประเทศ ให้ทุกคนสามารถเข้าถึงความอร่อยได้ง่ายและสะดวกมากขึ้น

นางศุภรา ศรีบูรณ์ กล่าวว่า การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ครั้งนี้ ถือเป็นการต่อยอดผลิตภัณฑ์เรือธงของซีพีเอฟและร้านสุกี้ MK Restaurants อย่าง 'เกี๊ยวกุ้งจักรพรรดิ ซีพี' ทำจากกุ้งเต็มตัวกุ้งใหญ่พิเศษ แป้งเกี๊ยวแผ่นบาง การันตีรสชาติด้วยรางวัลระดับนานาชาติ กับน้ำจิ้มสุกี้รสเด็ดสูตรลับเฉพาะของเอ็มเค เสริมด้วยศักยภาพของ 7-Eleven ในการจัดจำหน่าย ทำให้เมนู บะหมี่เกี๊ยวกุ้งซุปสุกี้ CP x MK สามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้กว้างขวางยิ่งขึ้น ผู้บริโภคจะได้รับประสบการณ์ความอร่อยที่คุ้มค่าผ่านเมนูอาหารที่มีโภชนาการหลากหลาย นอกจากนี้ เป็นการรวมความมงคลเข้าด้วยกัน เพราะเกี๊ยวกุ้งถือเป็นอาหารเสริมโชคลาภ เชื่อว่าช่วยดึงดูดทรัพย์ก้อนใหญ่ เปิดรับความเฮงตลอดปี มาจับคู่กับ MK ที่เพิ่งปล่อย Campaign MongKol Restaurants เมื่อช่วงตรุษจีนที่ผ่านมา เรียกได้ว่าเป็นเมนู ดับเบิ้ลความมงคลได้เลย

นางสาวทานตะวัน ธีระโกเมน กล่าวว่า ความตั้งใจของ MK GROUP กับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ในกลุ่มรีเทลมาอย่างต่อเนื่อง โดยวางเป้าหมาย สร้างประสบการณ์การรับประทานสุกี้ MK ที่เป็นแบรนด์ในใจคนไทย ออกมาในรูปแบบใหม่ที่ง่าย สะดวก และมีคุณภาพ ทั้งน้ำจิ้มสุกี้ MK, ชุดสุกี้ลูกชิ้นรวมมิตร และชุดบะหมี่หยกลูกชิ้นรวมมิตร เพื่อขยายฐานกลุ่มผู้บริโภคได้อย่างทั่วถึง อีกทั้งยังสร้างแบรนด์ให้แข็งแรงยิ่งขึ้น ซึ่งความร่วมมือในการพัฒนาผลิตภัณฑ์กับ CP ในครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญของ MK GROUP เพื่อสร้างการเติบโตต่อกลุ่มธุรกิจรีเทล ด้วยการดึงรสชาติ ‘น้ำจิ้มสุกี้ MK’ ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว มาเป็นส่วนผสมสำคัญที่จะช่วยชูความอร่อยของ ‘บะหมี่เกี๊ยวกุ้งของ CP’ ให้เป็นสินค้าที่เข้าถึงง่าย และสร้างการจดจำของผลิตภัณฑ์แก่ MK Restaurants ได้ดี บวกกับศักยภาพในการจัดจำหน่ายของ 7-Eleven คาดว่า ‘บะหมี่เกี๊ยวกุ้งซุปสุกี้ CP x MK’ จะได้รับการตอบรับที่ดีได้อย่างแน่นอน

สำหรับ ความร่วมมือฯ ครั้งนี้ ดำเนินภายใต้แนวคิด 'ลูกค้าสำเร็จ CP สำเร็จ' ของเครือซีพี ที่ร่วมผนึกกำลังกับพันธมิตรและคู่ค้า เพื่อส่งมอบเมนูอาหารคุณภาพรสชาติดีแก่ผู้บริโภค สามารถลิ้มลองความอร่อยของ 'บะหมี่เกี๊ยวกุ้งซุปสุกี้ CP x MK' ในราคา 69 บาท ได้แล้ววันนี้ ที่ร้าน 7-Eleven ทั่วประเทศ
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อบก. และ สสว. เดินหน้าต่อเนื่องกับโครงการ “SMEx รุ่นที่ 4 ต้นทุนต่ำ นำรักษ์โลก” เพื่อยกระดับความรู้คู่ค้า SMEx เพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุนการผลิต บริหารจัดการทรัพยากรและพลังงานให้มีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อช่วยกันลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และมุ่งสู่การพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืนตามแนวทาง ESG
นายพีรพงศ์ กรินชัย ผู้บริหารสูงสุด สายงานวิศวกรรมกลาง ซีพีเอฟ กล่าวว่า โครงการ SMEx มีเป้าหมายส่งเสริมการยกระดับขีดความสามารถของคู่ค้าช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและผลผลิต SMEx โดยนำความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมของซีพีเอฟ มาช่วยพัฒนาศักยภาพคู่ค้าแบบครบวงจร เพื่อสร้างโอกาสเติบโต ยกระดับความรู้ เพิ่มประสิทธิภาพ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ผนึกพลังกับคู่ค้าธุรกิจ SME ในห่วงโซ่อุปทาน มุ่งสู่ Net-Zero โดยมี ผู้เชี่ยวชาญและทีมวิศวกรของซีพีเอฟ เป็นพี่เลี้ยง ให้คำแนะนำและคำปรึกษาจนโครงการบรรลุเป้าหมาย ตั้งแต่การอบรมถ่ายทอดความรู้ความเข้าใจ การเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานตามแนวทาง Lean Six Sigma รวมทั้งเชื่อมโยงเครือข่ายพันธมิตรมาช่วยให้ SME เข้าถึงแหล่งทุนและมีความรู้ในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เตรียมความพร้อม SME รับมือการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วอย่างเข้มแข็ง

“โครงการ SMEx ได้รับได้รับความร่วมมืออย่างดีจากผู้ประกอบการอย่างดี สำหรับโครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Partner to Grow มุ่งยกระดับของ SME ที่อยู่ในห่วงโซ่อุปทานของซีพีเอฟ มีความสามารถและมีศักยภาพในการพัฒนาในการเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุนมีรายได้เพิ่มขึ้น สามารถที่จะดำเนินธุรกิจตลอดห่วงโซ่อุปทานได้อย่างยั่งยืน สำหรับรุ่นที่ 4 บริษัทร่วมมือกับสถาบันการศึกษา หน่วยงานภาครัฐ เพื่อให้การขับเคลื่อน โครงการ SMEx สามารถไปได้ข้างหน้าอย่างดีขึ้น และคู่ค้า SME ได้รับประโยชน์ มีขีดความสามารถทางการแข่งขันสูงขึ้น” นายพีรพงศ์กล่าว

สำหรับ SMEx รุ่นที่ 4 ซีพีเอฟจับมือกับสถาบันการศึกษาและองค์กรชั้นนำ ได้แก่ หน่วยงานด้านความยั่งยืนและการมีส่วนร่วมของสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจะนำความรู้ทางวิชาการให้ SME เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านความยั่งยืน องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. หน่วยงานที่ให้ความรู้ด้านการรับรองการขึ้นทะเบียน มีความเข้าใจคาร์บอนฟุตพริ้นขององค์กร และ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจ ขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เป็นหน่วยงานที่มีบทบาทส่งเสริมการทำธุรกิจของ SME เพื่อสนับสนุนให้คู่ค้า SME ได้รับการรับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์องค์กร และสนับสนุนให้คู่ค้า SME เข้าถึงแหล่งเงินทุนในการพัฒนาโครงการเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมตามแนวทางความยั่งยืน จะช่วยให้ SME สามารถเตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วทั้งด้านการค้าโลก จากการดำเนินโครงการของ SMEx ตั้งแต่รุ่นที่ 1 และ 2 ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 261,283 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า

นายภเดช กันตจินดา บริษัท เนเจอร์ สไปซ์ กล่าวว่า โครงการ SMEx ที่มีประโยชน์ SMEs ทำได้เห็นผลจริงมีทีมอาจารย์ที่ปรึกษาเข้ามาดูตั้งแต่ต้นทางเพื่อช่วยหาแนวทางลดต้นทุนการทำกระเทียมเจียว ทีมผู้เชี่ยวชาญจากซีพีเอฟนำประสบการณ์ความรู้มาถ่ายทอด แบ่งปันวิธีคิด นำไปสู่ปรับวิธีการเจียวกระเทียมช่วยเพิ่มผลผลิต ลดการสูญเสีย นำไปสู่ต้นทุนลดลง และไม่ผันผวน
นายกิตติ์พัฒน์ วชิระเธียรชัย บริษัท เคอร์รี่ แอนด์ สไปร์ กล่าวว่า โครงการ SMEx ช่วยให้ผู้ประกอบการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ แก้ปัญหาได้ตรงจุดมากขึ้น จากความร่วมมือกับซีพีเอฟ ช่วยให้บริษัทประหยัดงบประมาณได้อย่างมีนัยสำคัญ

นางสาวคุณวรมน วุฒิพุธนันท์ บริษัท วิทย์ คอร์ป เล่าว่า บริษัทขอขอบคุณซีพีเอฟที่เห็นความสำคัญของ SME จากการร่วมโครงการ SMEx ทีมงานได้รับความรู้ในเรื่องกระบวนการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานไปช่วยให้แรงงานต่างด้าวสามารถทำงานได้เร็วขึ้น ช่วยลดระยะเวลาและลดการสูญเสียจากความผิดพลาดในการบรรจุและส่งของ มีรายได้เพิ่มขึ้น