January 23, 2026

บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัทโทรคมนาคมเทคโนโลยีชั้นนำของไทย และอันดับโลกด้านความยั่งยืน ด้วยคะแนน DJSI 2024 สูงสุดในกลุ่มอุตสาหกรรมโทรคมนาคมเป็นปีที่ 7 ติดต่อกัน เตรียมเสนอขายหุ้นกู้ชุดใหม่ให้แก่ผู้ลงทุนทั่วไป จำนวน 5 ชุด อายุตั้งแต่ 3 ปี ถึง 10 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ระหว่าง [3.00 – 3.95]% ต่อปี จ่ายดอกเบี้ยทุก 6 เดือน ด้วยอันดับความน่าเชื่อถือ “A+” แนวโน้ม “คงที่” (Stable) จากทริสเรทติ้ง สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของ ทรู คอร์ปอเรชั่น ในธุรกิจโทรคมนาคมและธุรกิจเทคโนโลยีดิจิทัล คาดเปิดให้จองซื้อระหว่าง วันที่ 2 และวันที่ 6-7 พฤษภาคม 2568 ผ่าน 7 สถาบันการเงินชั้นนำได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ กสิกรไทย ไทยพาณิชย์ ซีไอเอ็มบี ยูโอบี บริษัทหลักทรัพย์เกียรตินาคินภัทร และบริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส รวมถึงการขายผ่านแอปพลิเคชัน TrueMoney Wallet โดยมีธนาคารกรุงศรีอยุธยา เป็นนายทะเบียนหุ้นกู้และผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้

นางสาวยุภา ลีวงศ์เจริญ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการเงิน (ร่วม) บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)กล่าวว่า “ทรู คอร์ปอเรชั่น ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านโทรคมนาคมและเทคโนโลยีของไทย สำหรับการควบรวมกิจการระหว่างทรูและดีแทคซึ่งดำเนินมาครบ 2 ปีในขณะนี้ ได้เสริมสร้างศักยภาพและความแข็งแกร่งของบริษัทฯ ส่งผลให้บริษัทฯ เติบโตอย่างยั่งยืน โดยในปี 2567 ที่ผ่านมา บริษัทฯ มีรายได้จากการให้บริการ (ไม่รวมรายได้ค่าเชื่อมต่อโครงข่าย หรือ IC) 1.66 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 4.6% มี EBITDA 9.81 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.5% เมื่อเทียบกับปีก่อน และมีกำไรสุทธิ (ภายหลังการปรับปรุง) 9.9 พันล้านบาท โดย EBITDA เติบโตต่อเนื่อง 8 ไตรมาสติดต่อกัน สำหรับปี 2568 คาดว่าจะเป็นปีที่บริษัทเริ่มมีผลกำไรสุทธิหลังหักภาษี”

นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2568 ที่ผ่านมา ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้ประกาศปรับโครงสร้างผู้บริหารเพื่อเสริม ความแข็งแกร่งของทีมผู้นำและร่วมขับเคลื่อนบริษัทให้เติบโตทัดเทียมบริษัทชั้นนำระดับโลก โดยแต่งตั้งตำแหน่งสำคัญ 3 ตำแหน่ง ได้แก่ Group CEO ดูแลบริหารงานขับเคลื่อนด้านยุทธศาสตร์ภาพรวมของบริษัท President/CEO – Enterprise & Data Business ดูแลสายงานในกลุ่มธุรกิจดิจิทัล ออนไลน์ ทรูวิชั่นส์ ดาต้าและ กลุ่มลูกค้าองค์กร เพื่อปรับโฉมด้านดิจิทัลของทรูให้พร้อมรับมือการเปลี่ยนแปลงของโลกอนาคต ส่วน President/CEO – Consumer Business รับผิดชอบกลุ่มธุรกิจโมบายล์และงานบริการลูกค้า การปรับโครงสร้างครั้งนี้สะท้อนวิสัยทัศน์ในการเตรียมพร้อมรับความท้าทายในอนาคตและเสริมสร้างสถานะทางการเงินให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

บริษัทฯ และหุ้นกู้ที่จะเสนอขายในครั้งนี้ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ “A+” แนวโน้ม “คงที่” (Stable) จากบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2568 สะท้อนถึงสถานะความเป็นผู้นำในตลาดโทรศัพท์เคลื่อนที่และอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ เสริมทัพด้วยโครงข่ายทั่วประเทศ ชุดคลื่นความถี่ที่ครอบคลุม และชื่อแบรนด์ที่ผู้บริโภคคุ้นเคย อีกทั้งปัจจัยบวกจากประโยชน์ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการควบรวม รวมถึงประสิทธิภาพในการดำเนินงานของบริษัทฯ ที่คาดว่าน่าจะปรับตัวดีขึ้นในอนาคตอีกด้วย

ทางด้านผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้กล่าวเพิ่มเติมว่า “หลังจากที่ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2568 ที่ผ่านมา และมีการคาดการณ์ว่าธนาคารแห่งประเทศไทยอาจจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งในการประชุมวันที่ 25 มิถุนายน 2568 ทำให้ช่วงเวลานี้เป็นโอกาสที่ดีสำหรับนักลงทุนในการสะสมหุ้นกู้ เพื่อล็อคผลตอบแทนไว้ก่อนที่จะมีการปรับอัตราดอกเบี้ยลงอีก โดยเฉพาะนักลงทุนที่นิยมลงทุนในหุ้นกู้ที่มีคุณภาพสูง และด้วยอันดับความน่าเชื่อถือสูงที่ระดับ “A+” แนวโน้ม “คงที่” ของทรู หุ้นกู้ทรูจึงเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับการลงทุนในช่วงนี้”

หุ้นกู้ครั้งนี้จะเสนอขายแก่ผู้ลงทุนทั่วไป (Public Offering) จำนวน 5 ชุด โดยมีอายุหุ้นกู้ให้เลือกตั้งแต่ 3 ปี ถึง 10 ปี ครอบคลุมผู้ลงทุนทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่ต้องการลงทุนระยะสั้น ระยะกลาง หรือระยะยาว วัตถุประสงค์ในการ ออกหุ้นกู้ครั้งนี้เพื่อชำระคืนหนี้จากการออกตราสารหนี้ โดยเป็นหุ้นกู้ชนิดระบุชื่อผู้ถือ ประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ จ่ายดอกเบี้ยทุกๆ 6 เดือนตลอดอายุหุ้นกู้ และคาดว่าจะเปิดให้จองซื้อระหว่างวันที่ 2 และ วันที่ 6-7 พฤษภาคม 2568 สำหรับผู้ลงทุนทั่วไป มูลค่าจองซื้อขั้นต่ำ 100,000 บาท และทวีคูณครั้งละ 100,000 บาท

บริษัทฯ เชื่อว่าหุ้นกู้ที่เสนอขายในครั้งนี้จะได้รับการตอบรับจากนักลงทุนเป็นอย่างดีเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา โดยหุ้นกู้ทั้ง 5 ชุดที่เสนอขาย มีรายละเอียดดังนี้

1. หุ้นกู้ชุดที่ 1 อายุ 3 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ [3.00 - 3.15]% ต่อปี

2. หุ้นกู้ชุดที่ 2 อายุ 4 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ [3.30 - 3.45]% ต่อปี

3. หุ้นกู้ชุดที่ 3 อายุ 5 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ [3.45 - 3.60]% ต่อปี

4. หุ้นกู้ชุดที่ 4 อายุ 7 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ [3.65 - 3.80]% ต่อปี

5. หุ้นกู้ชุดที่ 5 อายุ 10 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ [3.80 - 3.95]% ต่อปี และผู้ออกหุ้นกู้มีสิทธิไถ่ถอนหุ้นกู้ก่อนวันครบกำหนดได้ตั้งแต่หุ้นกู้ครบปีที่ 5 เป็นต้นไป

ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยที่แน่นอนจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง โดยบริษัทฯ อยู่ระหว่างการยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายตราสารหนี้ และร่างหนังสือชี้ชวนซึ่งยังไม่มีผลบังคับใช้ เนื่องจากอยู่ระหว่างการพิจารณาของสำนักงาน ก.ล.ต. ผู้ลงทุนสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้จากแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายตราสารหนี้ และร่างหนังสือชี้ชวนที่ www.sec.or.th หรือ สอบถามรายละเอียดที่ผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ทั้ง 7 แห่ง ได้แก่

• ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ทุกสาขา (ยกเว้นสาขาไมโคร) หรือ โทร. 1333 หรือจองซื้อทางออนไลน์ผ่าน Bangkok Bank Mobile Banking

• ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ทุกสาขา โทร. 02 888 8888 กด 869 หรือจองซื้อทางออนไลน์ผ่าน https://www.kasikornbank.com/kmyinvest (ยกเว้นบุคคลสัญชาติต่างด้าว และนิติบุคคล สามารถจองซื้อผ่านสำนักงานใหญ่และสาขา) และรวมถึงบริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ในฐานะหน่วยงานขายของธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)

• ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ทุกสาขา หรือ โทร. 02 777 6784 หรือจองซื้อทางออนไลน์ผ่านแอป SCB EASY และรวมถึงบริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด ในฐานะหน่วยงานขายของธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)

• ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) ทุกสาขา หรือ โทร. 02 626 7777 หรือจองซื้อทางออนไลน์ผ่าน แอป CIMB Thai

• ธนาคารยูโอบี จำกัด (มหาชน) ทุกสาขา หรือ โทร. 02 285 1555

• บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด โทร. 02 680 4004

• บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) โทร. 02 165 5555 หรือจองซื้อทางออนไลน์ผ่านแอปฯ Dime! และรวมถึง ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) ในฐานะหน่วยงานขายของบริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน)

สำหรับผู้สนใจจองซื้อหุ้นกู้ผ่านแอปพลิเคชัน TrueMoney Wallet สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.truemoney.com หรือติดต่อขอคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่ของ บริษัท ทรู มันนี่ จำกัด โทร. 1240 กด 6

ทรู คอร์ปอเรชั่น ประกาศปรับโครงสร้างองค์กรเพื่อเสริมความแข็งแกร่งของทีมผู้นำ ร่วมขับเคลื่อนเทคคอมปานีไทยเติบโตแข็งแกร่งเทียบชั้นระดับโลก  โดยมีการแต่งตั้งนายซิกเว่ เบรกเก้ เป็น Group CEO ประธานคณะผู้บริหารกลุ่ม ดูแลบริหารงานขับเคลื่อนด้านยุทธศาสตร์ภาพรวมของบริษัท  ขณะที่นายมนัสส์ มานะวุฒิเวช ซึ่งดำรงตำแหน่ง CEO คนปัจจุบัน จะรับบทบาทใหม่เป็น President/CEO - Enterprise & Data Business ประธานคณะผู้บริหาร - ด้านธุรกิจข้อมูลและลูกค้าองค์กร ดูแลสายงานหลักในกลุ่มธุรกิจดิจิทัล ออนไลน์ ทรูวิชั่นส์ ดาต้าและธุรกิจองค์กร เพื่อปรับโฉมด้านดิจิทัลของทรูให้พร้อมรับมือการเปลี่ยนแปลงของโลกอนาคต  ส่วนนายชารัด เมห์โรทรา ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่ง Deputy CEO จะปรับเป็น President/CEO - Consumer Business ประธานคณะผู้บริหาร - ด้านธุรกิจลูกค้าทั่วไป รับผิดชอบกลุ่มธุรกิจโมบายล์ และงานบริการลูกค้า 

นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะกรรมการ บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า "วันนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญของการขับเคลื่อนทรู คอร์ปอเรชั่น หลังการควบรวมในช่วงสองปีที่ผ่านมาประสบความสำเร็จอย่างมาก ภายใต้การบริหารงานของทีมผู้นำที่แข็งแกร่ง จนทำให้ทรูสามารถทรานสฟอร์มองค์กรผ่านไปได้อย่างราบรื่น ปูรากฐานที่มั่นคงพร้อมเติบโตต่อเนื่อง ซึ่งการปรับโครงสร้างครั้งนี้จะต่อยอดความแข็งแกร่งยกระดับศักยภาพขึ้นไปอีกขั้น โดยเสริมทัพผู้นำที่มีวิสัยทัศน์และประสบการณ์ระดับโลก แต่งตั้ง นายซิกเว่ เบรกเก้ เป็น Group CEO เข้ามาขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ภาพรวมขององค์กรสู่การเป็นเทคคอมปานีระดับโลก ขณะที่ นายมนัสส์ มานะวุฒิเวช ซีอีโอคนปัจจุบัน ซึ่งประสบความสำเร็จในภารกิจนำพาทรู คอร์ปอเรชั่น ผ่านช่วงเปลี่ยนผ่านที่สำคัญ พลิกฟื้นผลประกอบการทางการเงินของบริษัทให้แข็งแกร่งขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ และเป็นผู้ที่มีบทบาทขับเคลื่อนนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลมาสร้างศักยภาพและความยั่งยืนขององค์กร ได้รับตำแหน่งใหม่เป็น President/CEO - Enterprise & Data Business ประธานคณะผู้บริหาร - ด้านธุรกิจข้อมูลและลูกค้าองค์กร ดูแลสายงานหลักในกลุ่มธุรกิจดิจิทัล ออนไลน์ ทรูวิชั่นส์ และธุรกิจองค์กร ซึ่งส่วนใหญ่เป็นภาคส่วนธุรกิจชั้นนำของประเทศที่กำลังขยายตัวเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจยุคดิจิทัล และมีบทบาทขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ  โดยนายมนัสส์จะนำศักยภาพความสามารถที่โดดเด่นมาเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันธุรกิจที่เป็น New S-Curve สร้างโอกาสใหม่ที่จะเติบโตได้อย่างก้าวกระโดดพร้อมรับมือการเปลี่ยนแปลงของโลกอนาคต

 

สำหรับนายชารัด ซึ่งได้ทำงานร่วมกับนายมนัสส์อย่างใกล้ชิดตลอดช่วงสองปีที่ผ่านมา ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง President/CEO - Consumer Business ประธานคณะผู้บริหาร - ด้านธุรกิจลูกค้าทั่วไป โดยจะดูแลฐานลูกค้าผู้ใช้บริการโทรศัพท์มือถือของทรูที่มีมากกว่า 50 ล้านราย นายชารัดเป็นผู้บริหารระดับสูงในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมที่มีประสบการณ์ยาวนาน  เคยดำรงตำแหน่งผู้นำสำคัญในบริษัทโทรคมนาคมระดับโลกชั้นนำ  เช่น อีริคสัน และ เทเลนอร์ กรุ๊ป ในหลายประเทศ ซึ่งความเชี่ยวชาญของนายชารัดด้านกลยุทธ์ธุรกิจโทรศัพท์มือถือ การยกระดับงานบริการลูกค้า และนวัตกรรมการตลาดที่ขับเคลื่อนด้วยดิจิทัล จะช่วยเสริมศักยภาพของทรูให้สามารถส่งมอบประสบการณ์การการใช้งานมือถือที่ดีที่สุด ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งโครงสร้างใหม่นี้จะยกระดับความเข้มแข็งของทีมผู้บริหารให้เป็นระดับเวิลด์คลาส เติมเต็มศักยภาพความเป็นผู้นำเทคคอมปานีมุ่งสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน” 

นายซิกเว่ เบรกเก้ ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มธุรกิจโทรคมนาคมและดิจิทัล เครือเจริญโภคภัณฑ์  จะเข้ารับตำแหน่ง Group CEO ประธานคณะผู้บริหารกลุ่ม บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่นด้วย และในโอกาสที่ได้รับการแต่งตั้งครั้งนี้ นายซิกเว่ กล่าวว่า “ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับตำแหน่งประธานคณะผู้บริหารกลุ่มของทรู คอร์ปอเรชั่น และขอขอบคุณคุณศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะกรรมการ และผู้ถือหุ้นหลัก ได้แก่ เครือเจริญโภคภัณฑ์ กลุ่มเทเลนอร์ และไชน่าโมบายล์ที่ไว้วางใจให้ผมเป็นผู้นำทรู คอร์ปอเรชั่นในช่วงเวลาสำคัญนี้  โอกาสของประเทศไทยในยุคดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ที่ครอบคลุมทุกภาคส่วนนั้นเป็นสิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ ทรู คอร์ปอเรชั่น ในฐานะผู้ให้บริการโทรคมนาคมรายใหญ่ที่สุดของประเทศ จะยังคงเป็นผู้นำในอุตสาหกรรม มุ่งมั่นนำเสนอบริการล้ำสมัยให้กับลูกค้า พร้อมขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่เศรษฐกิจดิจิทัลที่ยั่งยืน ผมตั้งตารอที่จะร่วมทำงานกับทีมเทคโนโลยีโทรคมนาคมชั้นนำของประเทศไทย”  

ในโลกที่ซอฟต์พาวเวอร์ หรืออิทธิพลทางวัฒนธรรมที่ประเทศต่าง ๆ สร้างขึ้นไปทั่วโลก กลายเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ดังเช่นประเทศเกาหลีใต้ที่ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำ เปลี่ยนแนวเพลง K-pop  ซีรีส์เกาหลีและวัฒนธรรมเกาหลีให้กลายเป็นกระแสระดับโลก แล้วถ้าประเทศไทยเดินตามรอยเกาหลีบ้างล่ะ? เราจะก้าวสู่การเป็นมหาอำนาจซอฟต์พาวเวอร์แห่งเอเชียต่อไปได้หรือไม่?

ในการค้นหาคำตอบนี้ True Blog ได้มีโอกาสพูดคุยกับคุณอารี อารีจิตเสถียร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร(ร่วม) แห่งทรู ซีเจ ครีเอชั่นส์ ในช่วงที่เธอกำลังเตรียมเปิดตัว “Good Doctor” ซีรีส์ที่หลายคนตั้งตารอ ซึ่งดัดแปลงจากซีรีส์ฮิตของเกาหลีที่ครองอันดับหนึ่งในช่วงเวลาออกอากาศเกือบตลอดทั้งเรื่อง

ทรู ซีเจ ครีเอชั่นส์ ภายใต้การนำของอารี ได้ก้าวหน้าไปอย่างมากในวงการบันเทิงไทย เปลี่ยนคอนเทนต์ของไทยให้กลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างอิทธิพลทางวัฒนธรรม เรื่องราวของอารีเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น ความคิดสร้างสรรค์ และนวัตกรรม ซึ่งอาจเป็นจุดเริ่มต้นที่พาประเทศไทยก้าวสู่เวทีวัฒนธรรมระดับโลก

คู่มือซอฟต์พาวเวอร์: ทรู ซีเจ ครีเอชั่นส์ กับการปั้นคอนเทนต์ไทยให้มีอิทธิพลระดับโลก

ทรู ซีเจ ครีเอชั่นส์ เกิดจากการจับมือเชิงกลยุทธ์ระหว่างทรูวิชั่นส์ของไทยและ CJ ENM ยักษ์ใหญ่ในวงการบันเทิงระดับโลกของเกาหลีใต้ อารีผู้เข้ามารับช่วงต่อตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร(ร่วม) เล่าถึงจุดเริ่มต้นของโปรเจกต์นี้ว่ามีเป้าหมายที่ชัดเจน เพื่อนำความเชี่ยวชาญด้านการผลิตและสื่อจากเกาหลีมาสู่ไทย พร้อมทั้งส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ที่เป็นเอกลักษณ์ของไทย

CJ ENM เป็นที่รู้จักในด้านความเชี่ยวชาญในการผลิตคอนเทนต์ทั้งแบบมีบทและไม่มีบท ได้นำทักษะที่สำคัญมาให้ นั่นคือ ความรู้ในการผลิต กลยุทธ์การจัดจำหน่าย และระบบการสร้างสรรค์คอนเทนต์ ซึ่งทำให้ซีรีส์เกาหลีประสบความสำเร็จไปทั่วโลก อย่างไรก็ตาม อารีชี้ให้เห็นว่า การเล่าเรื่องแบบไทยต้องการการรสชาติที่แตกต่างออกไป “เราไม่ได้แค่คัดลอกและวางบทจากเกาหลีเท่านั้น” เธอกล่าว “เราปรับเปลี่ยนให้เหมาะสม โดยนำแรงบันดาลใจจากต้นฉบับ แล้วดัดแปลงให้เข้ากับผู้ชมชาวไทย” ความสมดุลระหว่างความเชี่ยวชาญระดับโลกและความคิดสร้างสรรค์ในแบบไทยเป็นแรงขับเคลื่อนเบื้องหลังความสำเร็จของ ทรู ซีเจ

ในยุคที่วงการบันเทิงทั่วโลกมีการแข่งขันที่สูงขึ้นกว่าที่เคยเป็นมา ทรู ซีเจ ครีเอชั่นส์กลับมุ่งมั่นที่จะสร้างพื้นที่ให้กับการเล่าเรื่องแบบไทย บริษัทได้ผลิตภาพยนตร์ซีรีส์มาแล้วกว่า 21 เรื่องและวาไรตี้โชว์อีก 16 รายการนับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทมา ซึ่งเป็นการผลักดันให้คอนเทนต์ไทยเติบโตทั้งในแพลตฟอร์มในและต่างประเทศ

หนึ่งในผลงานที่โดดเด่นที่สุดของบริษัท คือ ภาพยนตร์ซีรีส์เรื่อง “Emergency Couple” ซึ่งเป็นการรีเมคซีรีส์เกาหลีชื่อดัง และของไทยได้ขึ้นแท่นเป็นรายการที่มีผู้ชมมากที่สุดจากทุกแพลตฟอร์ม OTT ของไทย ในช่วงครึ่งปีแรก ปี 2567 ความสำเร็จของ Emergency Couple ไม่เพียงแค่ตอกย้ำตำแหน่งของ ทรู ซีเจ ครีเอชั่นส์ ในตลาดในประเทศเท่านั้น แต่ยังแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของคอนเทนต์ไทยที่สามารถเอาชนะคอนดทนต์ต่างประเทศได้อีกด้วย “Emergency Couple เป็นความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ ติดอันดับรายการที่มีผู้ชมสูงสุดในไทย แม้จะเทียบกับคอนเทนต์จากต่างประเทศ” อารีกล่าว

วิธีการทำคอนเทนต์ของอารี ไม่เพียงแค่สร้างผลงานที่ได้รับความนิยมเท่านั้น แต่ยังให้หมายถึงการสร้างเรื่องราวที่มีความหมายชัดเจน ตั้งแต่ละครไปจนถึงรายการวาไรตี้ อย่าง รายการ “Hidden Gem” ที่เน้นวัฒนธรรมอาหารของไทย ทรู ซีเจ ครีเอชั่นส์ มุ่งมั่นที่ส่งเสริมวัฒนธรรมไทย ในขณะที่ดึงดูดผู้ชมในวงกว้างขึ้น “เราถ่ายทำทุกอย่างโดยมีเป้าหมายที่ชัดเจน” อารีเน้นย้ำ “ไม่ใช่แค่การผลิตผลงานที่จะโด่งดัง แต่เป็นการเล่าเรื่องที่มีความหมาย ไม่ว่าจะเป็นการเน้นความอร่อยของอาหารไทย หรือสะท้อนถึงคุณค่าของครอบครัว”

 

วิสัยทัศน์เพื่อซอฟต์พาวเวอร์: นำประเทศไทยสู่เวทีโลก

องค์ประกอบสำคัญที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของทรู ซีเจ ครีเอชั่นส์ คือ TrueID แพลตฟอร์มดิจิทัลที่กลายเป็นกำลังสำคัญในการกระจายคอนเทนต์ไทยสู่ผู้ชมนับล้าน อารียอมรับทันทีถึงบทบาทของแพลตฟอร์มนี้ ที่ช่วยให้บริษัทเข้าถึงผู้คนได้มากขึ้น “TrueID มีความสำคัญมาก” เธอกล่าว “เพราะไม่ได้เป็นแค่แพลตฟอร์มเท่านั้น แต่เป็นพันธมิตรหลักที่ช่วยให้คอนเทนต์ไทยเข้าถึงผู้ชมได้มากที่สุด”

การเข้าถึงผู้ชมนี้ถือเป็นกุญแจสำคัญต่อความฝันของอารีในการพัฒนาทรู ซีเจ ครีเอชั่นส์ เธอเชื่อมั่นเป็นอย่างมากว่าเนื้อหาของไทยสามารถเป็นเครื่องมือในการส่งเสริมซอฟต์พาวเวอร์ในระดับสากลได้ เช่นเดียวกับที่ซีรีส์เกาหลีและเพลงเคป็อปได้ทำให้กับเกาหลีใต้ “คอนเทนต์ของไทยมีศักยภาพที่จะกลายเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ต่อไป” อารีกล่าวอย่างมั่นใจ “แต่เพื่อจะทำให้สิ่งนี้เกิดขึ้นได้ เราต้องปรับมาตรฐานการผลิตและพัฒนาเรื่องราวของเราให้ดียิ่งขึ้น”

ทรู ซีเจ ครีเอชั่นส์กำลังดำเนินการสร้างโครงสร้างพื้นฐานนี้อย่างจริงจัง บริษัทได้ใช้ระบบการผลิตที่มีประสิทธิภาพ โดยมีต้นแบบจากระบบของเกาหลีใต้ ซึ่งเน้นทั้งในด้านความคิดสร้างสรรค์และการจัดการงบประมาณ กำหนดเวลา และการดำเนินงาน อารีได้ทุ่มเทฝึกฝนทีมโปรดิวเซอร์ภายในองค์กรกว่า 10 คน ให้มีทักษะและความรู้ในการผลิตเนื้อหาที่ได้มาตรฐานสากล

สไตล์การเป็นผู้นำและวิสัยทัศน์ที่เป็นเอกลักษณ์

การฝึกฝนและพัฒนาทีมโปรดิวเซอร์เป็นหัวใจสำคัญของการเป็นผู้นำในแบบฉบับของอารี เธอมองตัวเองเป็นเหมือนพี่เลี้ยงที่คอยชี้แนะทีม ไม่เพียงเพื่อให้ประสบความสำเร็จในแต่ละโปรเจกต์เท่านั้น แต่เพื่อให้มีส่วนร่วมในการยกระดับมาตรฐานคอนเทนต์ไทยโดยรวมอีกด้วย วิธีการนี้ได้สร้างผลลัพธ์ที่น่าประทับใจ เช่น จากอดีตผู้จัดการสโตร์ที่เก็บอุปกรณ์ประกอบฉาก ด้วยระบบนี้ ปัจจุบันได้กลายมาเป็นโปรดิวเซอร์ของผลงานยอดนิยม อย่าง “Emergency Couple”

การเป็นผู้นำของอารีได้สร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับทรู ซีเจ ครีเอชั่นส์ แต่เธอยังคงถ่อมตัวเกี่ยวกับบทบาทของตัวเอง “ฉันมองว่าตัวเองเป็น HR มากกว่า CEO” อารีกล่าว พร้อมย้ำถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาทีมและสร้างสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ที่ทุกคนสามารถเติบโตต่อไปอีกได้

เรื่องราวของเธอนั้นสะท้อนถึงเส้นทางการทำงานที่ไม่ธรรมดาของเธอในเครือเจริญโภคภัณฑ์ มาตลอดสองทศวรรษ เธอเริ่มต้นจากการเป็นผู้ช่วยส่วนตัวของรองประธานเครือฯ ทำงานร่วมกับผู้บริหาร ผู้นำระดับสูง ในกลุ่มการตลาด กลุ่มการสร้างความร่วมมือและการพัฒนาทางธุรกิจ

เธอจึงเข้าใจการใช้การตลาด มาเชื่อมโยงกลุ่มธุรกิจเกษตร กลุ่มธุรกิจอาหาร ให้เข้ากับการดำเนินธุรกิจคอนเทนต์และเทคโนโลยี ความสำเร็จในการสร้างพันธมิตรระดับโลก เชื่อมต่อเครือเจริญโถภคภัณฑ์นี้เอง ที่ทำให้เธอได้รับตำแหน่ง CEO ของทรู ซีเจ ครีเอชั่นส์ แม้จะไม่มีประสบการณ์ในด้านการผลิตคอนเทนต์มาก่อนก็ตาม

“การอยู่ในตำแหน่งผู้นำในอุตสาหกรรมการผลิตคอนเทนต์ที่ผู้ชายมักเป็นใหญ่ และยังมีความเคยชินกับการทำงานแบบเดิมๆ ถือเป็นความท้าทาย แต่ถ้ามีการเวางแผนเตรียมงานมาอย่างดี และทุ่มเทให้กับงาน เราก็สามารถแสดงคุณค่าของเราให้ประจักษ์ ก็เอาชนะความท้าทายดังกล่าวได้” อารีกล่าว

ทุกวันนี้ วิสัยทัศน์ของเธอก้าวไกลเกินกว่าการพัฒนาทีม “ซอฟต์พาวเวอร์สามารถเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจของประเทศได้” เธอกล่าว พร้อมยกตัวอย่างความสำเร็จของเกาหลีใต้ “และสามารถทำให้คนเชื่อมั่นในแบรนด์ของไทย และให้สิทธิพิเศษกับประเทศไทยในหลายๆ ด้าน”

ทรู ซีเจ ครีเอชั่นส์ ภายใต้การนำของอารี กำลังปูทางสู่การปฏิวัติซอฟต์พาวเวอร์ของไทย การสร้างสรรค์คอนเทนต์ที่ดึงดูดและเข้าถึงผู้ชมทั่วโลกนั้น เท่ากับบริษัทกำลังช่วยสร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้กับประเทศไทย โดยแสดงให้เห็นถึงวัฒนธรรมอันรุ่มรวย ความคิดสร้างสรรค์ และการเล่าเรื่องราวที่โดดเด่น

เป็นเวลากว่า 30 ปี ที่โครงการประกวดภาพถ่าย ‘สัตว์มีค่า ป่ามีคุณ’ มุ่งมั่นเดินหน้าปลูกจิตสำนึกเยาวชนและคนไทยทั้งประเทศ สร้างแรงบันดาลใจในการอนุรักษ์สัตว์ป่าและป่าไม้ ผ่านการประกวดภาพถ่าย…กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดย นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผนึกกำลังเครือเจริญโภคภัณฑ์ โดย ดร.อาชว์ เตาลานนท์ รองประธานอาวุโสฯ สร้างสรรค์และดำเนินโครงการโดยทรูปลูกปัญญา ด้วยการสนับสนุนของ ซีพีเอฟ ซีพีออลล์ โลตัส และทรู คอร์ปอเรชั่น จัดพิธีมอบรางวัลโครงการปลูกจิตสำนึกอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การประกวดภาพถ่าย 'สัตว์มีค่า ป่ามีคุณ' ประจำปี 2567 รางวัลเกียรติยศถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี และถ้วยประทานสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ พร้อมจัดนิทรรศการภาพถ่ายอันทรงคุณค่า ประจำปี 2567 ณ ห้องอเนกประสงค์ ชั้น 1 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร

ระดับบุคคลทั่วไป ผู้ที่ได้รับรางวัลเกียรติยศ ประจำปี 2567 มีดังนี้

  • ถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี
    ประเภทสัตว์มีค่า ภาพนก
    นายพลวัฒน์ ไทยปิ่นณรงค์ เจ้าของภาพ ครอบครัวนกกระเรียนในสายฝน”
  • ถ้วยประทานสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์
    ประเภทป่ามีคุณ ภาพป่ามีคุณ
    นายจามิกร สุขทรามร เจ้าของภาพ “Colorful Khlong Lan” 

สำหรับเกณฑ์การตัดสินการประกวดภาพถ่าย คณะกรรมการพิจารณาจากภาพถ่ายที่สื่อความหมายภายใต้แนวคิด ‘สัตว์มีค่า ป่ามีคุณ’ ความสวยงาม การจัดวางองค์ประกอบตามหลักทัศนศิลป์ และเทคนิคการถ่ายภาพ โดยแบ่งการประกวดเป็น 2 ประเภท คือ ประเภทสัตว์มีค่า กับประเภทป่ามีคุณ และแบ่งการประกวดออกเป็น 2 ระดับ คือ ระดับบุคคลทั่วไป และระดับนักเรียน นิสิต นักศึกษา ทั้งนี้ ในปี 2567 มีเยาวชนและประชาชนทั่วไปส่งผลงานเข้าร่วมประกวดทั้งสิ้น 465 คน รวม 1,812 ผลงาน เพื่อร่วมถ่ายทอดความงดงาม รวมถึงสะท้อนให้เห็นพฤติกรรมเรื่องราว เป็นเรื่องเล่าสุดประทับใจในธรรมชาติ และสร้างความตระหนัก ปลูกใจรักสิ่งแวดล้อม รวมถึงการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์สมบัติอันล้ำค่าอันเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ ให้อยู่คู่กับเมืองไทยอย่างยั่งยืน

 

โครงการนี้ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานถ้วยเกียรติยศแก่ผู้ชนะเลิศประเภท “สัตว์มีค่า” และ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ประทานถ้วยเกียรติยศแก่ผู้ชนะเลิศประเภท “ป่ามีคุณ” ด้วยความร่วมมือจากช่างภาพทั่วประเทศ ภาพถ่ายที่ได้รับรางวัลจึงมีทั้งความงดงามและทรงคุณค่า ซึ่งเครือเจริญโภคภัณฑ์ได้นำไปเผยแพร่ผ่านช่องทางต่าง ๆ อาทิ เฟซบุ๊กแฟนเพจ “สัตว์มีค่า ป่ามีคุณ” หนังสือภาพ ปฏิทิน ตลอดจนจัดแสดงในนิทรรศการ ‘สัตว์มีค่า ป่ามีคุณ’ ณ โถงนิทรรศการ ชั้น 1 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 4-16 มีนาคม 2568 เพื่อให้ผู้ชมได้สัมผัสความงดงามของธรรมชาติผ่านมุมมองของช่างภาพมืออาชีพ พร้อมส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติให้คงอยู่สืบไป

จะเป็นอย่างไร หากคุณสามารถใช้ AI ช่วยประหยัดค่าไฟฟ้าในบ้าน หรือ คอยแจ้งเตือนว่า ลูกแมวที่แสนจะน่ารักของคุณได้หนีออกไปเล่นนอกบ้านแล้ว  แม้ว่าความอัจฉริยะทั้งหมดเหล่านี้จะอัดแน่นอยู่ในสมาร์ทโฟน แต่กลับกลายเป็นว่า ทั่วๆ ไปแล้ว บ้านก็ยังคงเป็นบ้านธรรมดาๆ ที่นำเอาเทคโนโลยีมาปรับใช้น้อยมาก  เครื่องใช้ไฟฟ้าส่วนใหญ่จะเริ่มทำงานก็ต่อเมื่อมีคนมากดปุ่มและยังคงเป็นเช่นนี้ไม่ว่าสภาพแวดล้อมจะเปลี่ยนไปหรือมีระบบออนไลน์มาอำนวยความสะดวกแล้วก็ตาม

ในฐานะหัวหน้าสายงานด้านดิจิทัลโฮม “อภิรัตน์ หวานชะเอม” มีวิสัยทัศน์และมุมมองที่แตกต่างออกไป เขาเชื่อว่า โลกพร้อมที่จะเปลี่ยนจากยุคสมาร์ทโฟนไปสู่สภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยอุปกรณ์ต่างๆ ที่เชื่อมโยงถึงกันได้แบบองค์รวมมากขึ้นโดยเริ่มต้นจากภายในบ้านของเรา และเพื่อสานต่อความมุ่งมั่นนี้ อภิรัตน์ได้ผสมผสานความเชี่ยวชาญด้านเทคนิค ความเป็นผู้นำที่เปี่ยมด้วยวิสัยทัศน์ และแรงผลักดันอย่างไม่หยุดยั้ง ซึ่งทำให้เขาเป็นผู้บุกเบิกการปฏิวัติบ้านอัจฉริยะและระบบนิเวศดิจิทัลของประเทศไทย

ด้วยภูมิหลังทางอาชีพและการศึกษาทั้งในเรื่องการออกแบบและวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ และจากความเป็นนักเทคโนโลยีนี้เอง ทำให้เขาสามารถผนวกทักษะที่แข็งแกร่งด้านการวิเคราะห์เข้ากับความคิดสร้างสรรค์ของนักออกแบบได้อย่างลงตัว สะท้อนเป็นพันธกิจที่ชัดเจนในการกำหนดนิยามใหม่ของวิถีการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีของคนไทย ที่จะทรานสฟอร์มให้ระบบอัตโนมัติอัจฉริยะสามารถเข้าถึงและใช้งานได้ง่าย

 

ปั้นระบบนิเวศทรูเอ็กซ์

ทรูเอ็กซ์ เป็นแพลตฟอร์มที่ตอกย้ำความมุ่งมั่นของระบบนิเวศทรู ดิจิทัล กรุ๊ป โดยผสานหลากหลายเทคโนโลยีล้ำสมัย ไม่ว่าจะเป็น AI, คลาวด์คอมพิวติ้ง, อุปกรณ์ IoT และเครือข่าย 5G เพื่อส่งมอบนวัตกรรมโซลูชันสำหรับบ้านพักอาศัย ครอบคลุมตั้งแต่สิ่งอำนวยความสะดวกอัจฉริยะภายในบ้าน ไปจนถึงการสั่งการอุปกรณ์ IoT ต่างๆ ทรูเอ็กซ์ช่วยให้การสอดส่องดูแลและควบคุมอุปกรณ์เครื่องมือเครื่องใช้ต่างๆ ในครัวเรือน การตรวจสอบว่าใครมาอยู่ที่หน้าประตู หรือแม้แต่เชื่อมโยงสื่อสารตลอดเวลากับผู้สูงอายุที่อยู่ที่บ้าน เป็นเรื่องง่ายดายยิ่งขึ้น

“เป้าหมายสูงสุดของทรูเอ็กซ์ ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องบ้านอัจฉริยะเท่านั้น แต่เป็นการสร้างชีวิตอัจฉริยะ” อภิรัตน์ย้ำ “เรากำลังสร้างระบบนิเวศที่ผสานเทคโนโลยีเข้ากับการใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างไร้รอยต่อ เพิ่มศักยภาพ และยกระดับคุณภาพชีวิตให้แก่ผู้คน”

สำหรับประเทศไทยนั้น  ถือได้ว่าตลาดเทคโนโลยีสมาร์ทโฮมยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น ด้วยอัตราการเข้าถึงที่ต่ำกว่า 20% หากจะวิเคราะห์ถึงอุปสรรคของการปรับใช้เทคโนโลยีดังกล่าว อภิรัตน์ ระบุว่า มีหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็น ความยุ่งยากซับซ้อนในการติดตั้งและเริ่มต้นใช้งานอุปกรณ์ IoT และวัฒนธรรมความพึงใจในโซลูชันที่มุ่งเน้นด้านการให้บริการมากกว่าแนวทางแบบ DIY เขาอธิบายว่า “ในตลาดอย่างเช่นสหรัฐอเมริกา ผู้บริโภคจะคุ้นเคยกับการตั้งค่าอุปกรณ์ด้วยตนเอง แต่ทว่า ประเทศไทยแตกต่างออกไป ผู้บริโภคต้องการได้รับการดูแลและบริการ” และด้วยความตระหนักในข้อนี้ ทรูเอ็กซ์จึงนำศักยภาพบริการโทรคมนาคมที่เหนือชั้นของทรู คอร์ปอเรชั่น อาศัยความชำนาญของช่างเทคนิคที่ติดตั้งบริการอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ มาขยายการบริการให้ครอบคลุมถึงการติดตั้งระบบนิเวศบ้านอัจฉริยะอีกด้วย

นอกจากนี้ ทรูเอ็กซ์ ยังให้ความสำคัญในเรื่องการทำให้ลูกค้าเข้าถึงบริการ ทั้งในแง่ของความง่ายในการใช้งาน และการทำความเข้าใจคุณค่าของเทคโนโลยี “การเข้าถึงที่ว่านี้ ไม่ได้หมายถึงแค่ราคาที่จับต้องได้เท่านั้น แต่เป็นการทำให้ผู้บริโภคทั่วไปเข้าใจกระจ่างว่า เทคโนโลยีเหล่านี้สามารถช่วยเพิ่มความปลอดภัย ยกระดับการดูแลสุขภาพและความสะดวกสบายให้พวกเขาได้อย่างไร” อภิรัตน์ กล่าว

 

ให้ทุกอย่างง่ายขึ้น ด้วยสมาร์ทโฮมจากทรูเอ็กซ์ 

บริการติดตั้งไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือเดียวที่อภิรัตน์ใช้ในการทำให้ผู้คนเข้าถึงบ้านอัจฉริยะได้มากขึ้น  ทรูเอ็กซ์ยังเป็นผู้บุกเบิกโซลูชันแบบครบจบในแอปเดียว โดยรวบรวมแอปพลิเคชันมากมายที่จำเป็นในการควบคุมอุปกรณ์สมาร์ทโฮมต่างๆ ในปัจจุบัน

“คนส่วนใหญ่ต้องใช้แอปพลิเคชัน 4-5 แอปด้วยกันในการจัดการบรรดาอุปกรณ์สมาร์ทโฮมทั้งหลาย ทรูเอ็กซ์จะเป็นรายแรกในประเทศไทยที่นำเสนอทุกสิ่งผ่านแพลตฟอร์มเดียว” แนวทางนี้ช่วยยกระดับประสบการณ์ของผู้ใช้งานให้ง่ายขึ้น และกระตุ้นให้เกิดการใช้งานในวงกว้างมากขึ้น อภิรัตน์ เผย

แพลตฟอร์มของทรูเอ็กซ์ไม่ยึดติดกับแบรนด์ใดแบรนด์หนึ่ง จึงทำให้ผู้ใช้งานสามารถเชื่อมต่อกับหลากหลายอุปกรณ์จากแบรนด์ชั้นนำระดับโลกได้ “ในปีหน้า อุปกรณ์ของเราจะไม่ได้มีแค่แบรนด์ทรูเอ็กซ์อย่างเดียวแล้ว ลูกค้าจะมีอิสระในการเลือกแบรนด์อื่นที่ชื่นชอบ และมั่นใจได้ว่าทุกอย่างจะทำงานร่วมกันได้อย่างลงตัว” เขากล่าวเสริม

ความยืดหยุ่น นับเป็นปัจจัยหลักประการที่สามที่จะช่วยเพิ่มการเข้าถึงโซลูชันบ้านอัจฉริยะ อภิรัตน์ จึงวางกลยุทธ์ ทั้งในด้านการนำเสนอโมเดลบริการแบบสมัครสมาชิก เพื่อลดอุปสรรคด้านการเงินในการใช้บริการ “แทนที่จะต้องจ่ายเงินก้อนในการซื้ออุปกรณ์ล็อกประตูอัจฉริยะ ลูกค้าสามารถเลือกชำระเงินแบบรายเดือนในราคาที่จับต้องได้ ซึ่งแนวทางนี้สอดคล้องกับระบบเศรษฐกิจแบบสมัครสมาชิก และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง เป็นการดึงดูดคนรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญเรื่องประโยชน์ใช้สอยมากกว่าการได้เป็นเจ้าของ” เขากล่าว

 

นิยามใหม่ของบ้านอัจฉริยะ

มากกว่าแค่นำเข้าเทคโนโลยี ทรูเอ็กซ์ยังปรับแต่งโซลูชันให้ตรงกับความต้องการแบบเฉพาะเจาะจงของผู้บริโภคชาวไทย ยกตัวอย่างเช่น กล้อง AI อัจฉริยะสามารถตรวจตราเมื่อสัตว์เลี้ยงออกจากพื้นที่ที่กำหนด หรือแจ้งเตือนเจ้าของร้านอาหารเมื่อต้องเติมอาหารในถาดบุฟเฟ่ต์ “เราไม่ได้เพียงแค่ขายอุปกรณ์ แต่เรากำลังสร้างสรรค์โซลูชันที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนไทย” อภิรัตน์ เน้นย้ำ

อภิรัตน์เล็งเห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จากแนวทางเดิมๆอย่างสิ้นเชิง กล่าวคือ “บ้านอัจฉริยะไม่ใช่แค่การควบคุมแสงสว่างหรือเครื่องใช้ไฟฟ้าเท่านั้น แต่แท้จริงแล้ว บ้านนี่เองที่จะคอยดูแลการใช้ชีวิตของเราในทุกแง่มุม ตั้งแต่การใช้พลังงานไปจนถึงเรื่องสุขภาพและการเรียน” แดชบอร์ดแสดงค่าพลังงานเป็นตัวอย่างหนึ่งที่แสดงถึงวิสัยทัศน์นี้ของทรูเอ็กซ์ได้เป็นอย่างดี โดยมีการนำเสนอข้อมูลการใช้ไฟฟ้าเชิงลึกแบบเรียลไทม์ และทำให้เกิดฟังก์ชั่นการใช้งานที่มีคุณสมบัติต่างๆ เช่น ระบบทำความเย็นแบบปรับได้ เพื่อช่วยประหยัดพลังงาน

ท้ายที่สุดแล้ว อภิรัตน์เชื่อว่า ลูกค้าจะเลือกซื้อบริการต่างๆที่ตรงกับไลฟ์สไตล์ของพวกเขามากกว่าเพียงแค่ซื้ออุปกรณ์ เจ้าของบ้านหลังใหญ่ๆอาจเลือกซื้อแพ็กเกจพลังงานแสงอาทิตย์ขั้นสูง ขณะที่เจ้าของสัตว์เลี้ยงที่อาศัยอยู่ในห้องสตูดิโออาจต้องการแค่แพ็กเกจที่ช่วยให้พวกเขาจับตาดูลูกสุนัขจอมซนได้

 

ผู้นำที่แน่วแน่ด้วยเป้าหมาย

ปรัชญาความเป็นผู้นำของอภิรัตน์ คือ สมดุลระหว่างวิสัยทัศน์ การให้คำปรึกษาแนะนำ และการบริหารจัดการ “ผู้นำต้องกำหนดทิศทางที่ชัดเจน ให้คำปรึกษาแก่ทีม และบริหารจัดการผลงานได้” เขากล่าว

ด้วยแรงบันดาลใจจากบุคคลต้นแบบ อย่างอีลอน มัสก์ และสตีฟ จ็อบส์ อภิรัตน์มุ่งมั่นที่จะผสมผสานนวัตกรรมอันโดดเด่น เข้ากับวิถีที่คำนึงถึงความต้องการของมนุษย์เป็นศูนย์กลาง “จ็อบส์กล่าวว่า ลูกค้าไม่รู้หรอกว่าพวกเขาต้องการอะไรจนกว่าจะได้เห็นสิ่งที่เรานำเสนอ นี่คือวิธีการคิดแบบมองไปข้างหน้าเพื่อมุ่งสู่เป้าหมายที่เราตั้งใจไว้สำหรับทรูเอ็กซ์” เขากล่าว

ความมุ่งมั่นของอภิรัตน์สำหรับทรูเอ็กซ์นั้นยิ่งใหญ่และกว้างไกลมาก เขามองเห็นอนาคตที่ทรูเอ็กซ์จะเป็นศูนย์กลางของระบบนิเวศไลฟ์สไตล์อัจฉริยะ ไม่ใช่แค่ในประเทศไทย แต่ทั่วทั้งภูมิภาค “ในอีกสองถึงสามปีข้างหน้า เรามีเป้าหมายที่จะกำหนดนิยามความหมายใหม่ของการใช้ชีวิตอัจฉริยะ ด้วยการบูรณาการ AI เข้ากับงานประจำวัน สร้างความสะดวกสบายและเป็นเสมือนผู้ช่วยที่ไม่มีใครทัดเทียบได้ ทรูเอ็กซ์จะเป็นผู้นำในด้านนี้” เขากล่าว

ขณะที่ อภิรัตน์ หวานชะเอม ยังคงผลักดันศักยภาพเทคโนโลยีและนวัตกรรมให้ก้าวหน้าอย่างไร้ขอบเขต สายตาที่แน่วแน่และแรงผลักดันอันเด็ดเดี่ยวของเขาเป็นเครื่องเตือนใจว่า ทรูเอ็กซ์ ไม่ใช่เพียงแค่แพลตฟอร์ม แต่จะเป็นความก้าวหน้าของโซลูชันอัจฉริยะที่มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน

X

Right Click

No right click