

พฤกษา ผู้นำอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่เคียงข้างคนไทยมาตลอด 32 ปี ด้วยจุดแข็งของผู้นำหนึ่งเดียวที่ผสานพลังจากธุรกิจในเครือ นำความเชี่ยวชาญด้านเฮลท์แคร์ และนวัตกรรมจากกลุ่มธุรกิจอินโน พรีคาสท์ เพื่อสร้างมาตรฐานการอยู่อาศัยรูปแบบใหม่ ที่เหนือระดับในทุกมิติ ผ่านแนวคิด ‘LIFETIME WELL-LIVING อยู่ดี...ทั้งชีวิต’ พร้อมผนึกพันธมิตรชั้นนำที่มีวิสัยทัศน์เดียวกัน ส่งมอบบ้านคุณภาพดีที่มั่นคงแข็งแรง รองรับสุขภาพกายและใจ บนสังคมความเป็นอยู่ที่ดี ตอกย้ำปรัชญาการสร้างบ้านที่มากกว่าแค่ที่อยู่อาศัย แต่คือการสร้างความสุขและคุณภาพชีวิตที่ดีไปตลอดทั้งชีวิต พร้อมเติบโตไปด้วยกันอย่างแข็งแรง นำร่องกับ 3 โครงการแฟล็กชิปที่เปิดตัวแล้ว 1 โครงการในไตรมาส 3 และพร้อมเปิดตัวอีก 2 โครงการในไตรมาส 4 ปีนี้

นางสาวปัทมา ปิยะมณีพร รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เพราะบ้าน คือ การลงทุนทั้งชีวิต พฤกษาจึงพิถีพิถันในทุกรายละเอียด ตั้งแต่กระบวนการสร้าง เพื่อออกแบบและสร้างสรรค์การอยู่อาศัยที่ตอบโจทย์ ภายใต้ Brand Purpose ของพฤกษา คือการให้คุณค่ากับ Well-Living Standard ทั้งเรื่องคุณภาพ การดีไซน์ การบริการหลังการขาย การดูแลสุขภาพกายใจ และการสร้างคอมมูนิตี้ เพื่อคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมที่ดีอย่างยั่งยืน เติบโตไปกับทุกช่วงจังหวะชีวิตของผู้อยู่อาศัย ภายใต้แนวคิด ‘LIFETIME WELL-LIVING อยู่ดี...ทั้งชีวิต’ ที่พัฒนามาด้วยความเข้าใจ และตั้งใจดูแลลูกค้าตั้งแต่เริ่มซื้อบ้าน ไปจนถึงเข้าอยู่อาศัย เพื่อตอกย้ำความมุ่งมั่นในระยะยาวของพฤกษา ที่ตั้งใจเป็นผู้สร้างการอยู่อาศัยที่ดี โดยดำเนินการผ่าน 3 แกนสำคัญที่เป็นรากฐานของคุณภาพชีวิตที่ดี ได้แก่

1) Well Home บ้านที่ดีและมีคุณภาพ ใส่ใจทุกตารางนิ้วของบ้าน ตั้งแต่โครงสร้างด่านแรกที่ต้องมั่นคงแข็งแรง เป็นบ้านที่อยู่ได้ตลอดชีวิต ซึ่งได้นำศักยภาพจากกลุ่มธุรกิจอินโน พรีคาสท์ บริษัทในเครือ ผู้ผลิตวัสดุโครงสร้างพรีคาสต์ด้วยเทคโนโลยีคาร์บอนเคียว ที่มีมาตรฐาน มั่นคงแข็งแรง ทนทาน ปลอดภัย รองรับแผ่นดินไหว และช่วยลดคาร์บอน ล็อกคุณภาพให้กับบ้านทุกหลัง ใส่ใจการดีไซน์ที่ทันสมัยแบบ Passive Home เชื่อมต่อทุกฟังก์ชันให้ทุกคนได้ใช้ชีวิตร่วมกันในบ้านได้อย่างลงตัว ผ่านการออกแบบพื้นที่ที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามไลฟ์สไตล์แต่ละเจน คัดสรรวัสดุและผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพจากพันธมิตรชั้นนำ อาทิ ทีโอเอ มิตซูบิชิ เอลเลเวเตอร์ (ประเทศไทย) เอสซีจี บลูสโคป คอตโต้ และโคห์เลอร์ เสริมนวัตกรรมการอยู่อาศัยยุคใหม่เทคโนโลยี Smart Home ที่ช่วยให้ทุกคนอยู่สบาย และประหยัดพลังงาน ทั้งยังใส่ใจกับบริการที่ครอบคลุมทุกด้าน ตั้งแต่ระบบรักษาความปลอดภัย พื้นที่ส่วนกลาง การดูแลโครงการ ไปจนถึงบริการหลังการขายที่ใส่ใจและใกล้ชิดลูกบ้าน ด้วยบริการสอบถามความพึงพอใจ หลังเข้าอยู่ 2 เดือน เพื่อรับฟังความคิดเห็นและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง บริการ Warranty Reminder แจ้งเตือนล่วงหน้า 1 เดือนก่อนหมดระยะเวลารับประกัน เพื่อให้ลูกบ้านไม่พลาดสิทธิ์สำคัญ และบริการตรวจสอบคุณภาพอย่างต่อเนื่อง โดยทีมงานมืออาชีพ พร้อมให้คำปรึกษาและช่วยเหลือตลอดระยะเวลาที่อยู่อาศัยในโครงการ เพื่อเชื่อมทุกความสุข ความอุ่นใจ ให้เกิดขึ้นได้ง่าย ๆ ที่บ้านทุกวัน

2) Well Care บริการที่ส่งเสริมสุขภาพกายและใจ นำศักยภาพของพฤกษาในฐานะบริษัทอสังหาริมทรัพย์รายเดียวในไทยที่มีธุรกิจเฮลท์แคร์ในเครือ ได้แก่ โรงพยาบาลวิมุต และโรงพยาบาลวิมุต-เทพธารินทร์ ออกแบบและส่งมอบบริการด้านสุขภาพ นับตั้งแต่วันแรกที่เป็นลูกบ้านพฤกษา และดูแลกันไปตลอดทั้งชีวิต ไม่ว่าจะเป็น บริการดูแลสุขภาพที่สอดรับกับช่วงชีวิตและวิถีชีวิตเฉพาะบุคคล กิจกรรม Health to Home ดูแลตรวจสุขภายกายใจถึงที่บ้าน กิจกรรม Healthy Living Activity ส่งเสริมสุขภาพกายและใจที่ดี บริการปรึกษาแพทย์ออน์ไลน์ (Telemedicine) และสิทธิพิเศษด้านสุขภาพต่างๆ จากโรงพยาบาลในเครือ เพื่อให้ทุกครอบครัวได้ใช้ชีวิตที่ดีที่สุดควบคู่ไปกับการมีสุขภาวะที่ดีแบบครบวงจร
3) Well Community การสร้างสรรค์สังคมและชุมชนที่ดี อบอุ่นและยิ้มได้ทุกวันในชุมชนที่ร่มรื่น ปลอดภัย และเต็มไปด้วยพลังแห่งการแบ่งปัน พฤกษาออกแบบกิจกรรมและเวิร์กช้อปสุดพิเศษที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์เฉพาะของแต่ละครอบครัว ทั้ง Wellness Community Day กับกิจกรรมสุขภาพและอาหารดี ๆ ไปจนถึง Love Me Love My Pets ที่เปิดพื้นที่ให้เจ้าของและสัตว์เลี้ยงได้พบปะกันอย่างมีความสุข นี่คือการสร้าง “คอมมูนิตี้ที่ใช่” เพื่อเติมเต็มคุณภาพชีวิต และความหมายของคำว่า “ครอบครัวพฤกษา” ให้สมบูรณ์...ตลอดทุกช่วงชีวิต
แนวคิด ‘LIFETIME WELL-LIVING อยู่ดี...ทั้งชีวิต’ จะถูกนำร่องผ่าน 3 โครงการแฟล็กชิป แชปเตอร์ เจริญกรุง-ริเวอร์ไซด์ คอนโดมิเนียม Low-Rise ติดแม่น้ำเจ้าพระยา ที่เปิดตัวแล้วในไตรมาส 3 เดอะ รีเซิร์ฟ วิลล่า สุขุมวิท 89/1 บ้านเดี่ยวสไตล์พูลวิลล่า และ เดอะ ปาล์ม คอร์ทยาร์ด บางนา กม.8 บ้านหรูที่จะตอกย้ำนิยามใหม่ให้กับการอยู่อาศัยที่สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ที่จะเปิดตัวในไตรมาส 4 ปีนี้
พร้อมติดตามรับชมวีดีโอที่ถ่ายทอดนิยามใหม่ของบ้านที่ใช่ผ่านแนวคิด ‘LIFETIME WELL-LIVING อยู่ดี...ทั้งชีวิต’ ได้แล้ววันนี้
พฤกษา โฮลดิ้ง รายงานผลประกอบการครึ่งปีแรก ปี 2568 ทำรายได้ 6,944 ล้านบาท ยืนหยัดสร้างการเติบโตท่ามกลางภาวะตลาดท้าทาย ด้วยกลยุทธ์ขับเคลื่อน 2 ธุรกิจหลัก อสังหาริมทรัพย์และเฮลท์แคร์ ควบคู่การขยายธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง และยังคงรักษาสถานะทางการเงินมั่นคง ด้วยอัตราหนี้สินสุทธิต่อทุนเพียง 0.32 เท่า สะท้อนการบริหารจัดการทางการเงินที่ดีในอุตสาหกรรม พร้อมวงเงินสินเชื่อที่ยังไม่ใช้กว่า 9,100 ล้านบาท
นางสาวปัทมา ปิยะมณีพร รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงผลการดำเนินงานครึ่งปีแรก บริษัทฯ ทำรายได้ 6,944 ล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้นได้ดีที่ 34.5% จากการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ รักษาอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุนไว้ในระดับต่ำได้ดีที่ 0.32 เท่า และมีวงเงินสินเชื่อที่ยังไม่ใช้กว่า 9,100 ล้านบาท สำหรับทิศทางธุรกิจครึ่งปีหลัง เดินหน้าภายใต้กลยุทธ์ “The Strategic Rebound” เสริมความแข็งแกร่งและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ผ่านการปรับโครงสร้างพอร์ต การผสานพลังธุรกิจในเครือ และการต่อยอดโมเดลธุรกิจใหม่ ดังนี้

1) RESHAPING PORTFOLIO – ปรับพอร์ตโฟลิโอสู่ตลาดระดับกลางถึงบน รองรับกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อและให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิต พร้อมชูโครงการในทำเลศักยภาพและมีดีไซน์ตอบโจทย์การอยู่อาศัยอย่างยั่งยืน
2) WINNING THE CORE – BUSINESS SYNERGY ขับเคลื่อนธุรกิจด้วย 3 แกนหลัก ได้แก่ แกนแรก Cost Leadership ยกระดับการก่อสร้างแบบครบวงจรตั้งแต่ต้นจนจบ พร้อมบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นรายเดียวที่ครอบคลุมครบทั้งต้นน้ำถึงปลายน้ำ แกนที่สอง Quality Excellence ความเป็นเลิศด้านคุณภาพ บริการครบวงจรเพื่อยกระดับประสบการณ์ลูกค้า และแกนสุดท้าย Well Living at Home การดูแลสุขภาพและคุณภาพชีวิตแบบครบวงจร พร้อมมุ่งขยายสู่ตลาดใหม่ในภาคก่อสร้าง ทั้ง B2C ผ่านแบรนด์ “แพลนท์เนอรี่” รับสร้างบ้านกลุ่มกลาง-บน ด้วยนวัตกรรม Inno-Tech และการรับประกันโครงสร้าง 20 ปี และ B2B ผ่านแบรนด์ “ไอเอชซี” (หรืออินโน โฮม คอนสตรัคชั่น) รับสร้างโครงการอสังหาฯ โรงแรม อพาร์ตเมนต์ หอพัก และโฮมออฟฟิศ ด้วยจุดแข็งบริการจุดเดียวครบวงจร ควบคุมต้นทุน และมีพันธมิตรด้านการก่อสร้างครบครัน พร้อมธุรกิจพรีคาสท์ ขยายผลิตภัณฑ์ เสาและคานพรีคาสท์ จาก “อินโน พรีคาสท์”
เดินหน้ารุกช่องทางการขายใหม่ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ผ่านเครือข่ายเอเจนต์ ในส่วนของธุรกิจเฮลท์แคร์ได้เตรียมจัดทำแคมเปญการตลาดร่วมกับพันธมิตรเครือข่าย (Affiliate) เพื่อเจาะตลาดผู้ป่วยต่างชาติด้วยแพ็คเกจราคาที่แข่งขันได้ รวมถึงขยายฐานลูกค้าพรีเมียมผ่านความร่วมมือกับเครือข่ายที่ปรึกษาทางการเงินและประกันชีวิตระดับโลก MDRT และการสร้างความร่วมมือกับองค์กรและสหภาพแรงงานเพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายใหม่อย่างครอบคลุม นอกจากนี้ ยังเสริมศักยภาพองค์กรผ่านการต่อยอดโมเดลธุรกิจใหม่ด้วยโปรแกรม “พฤกษา พาส” (Pruksa Pass) โซลูชันเช่าซื้อยืดหยุ่น “เช่าก่อน ซื้อทีหลัง” โดยเงินค่าเช่าบางส่วนสามารถนำไปเป็นเงินดาวน์เมื่อซื้อบ้านจริงและมีการเพิ่มสัดส่วนรายได้ประจำ (Recurring Income) ผ่านแบรนด์ “ไอเพลิน” (iPlearn) ธุรกิจให้เช่าที่อยู่อาศัย รองรับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ ให้ผลตอบแทนค่าเช่า 6–8% ต่อปี ซึ่งจะเปิดตัวในช่วงปลายปีนี้
3) STRATEGIC BRANDING MOVE ยกระดับภาพลักษณ์และการสื่อสารแบรนด์ เพื่อสะท้อนคุณค่าของการใช้ชีวิต “LIFETIME WELL-LIVING: อยู่ดี...ทั้งชีวิต” ตอกย้ำปรัชญาการสร้างบ้านที่มากกว่าแค่ที่อยู่อาศัย แต่คือการสร้างความสุขและคุณภาพชีวิตที่ดีไปตลอดชีวิต
4) PEOPLE – STRUCTURE TRANSFORMATION พัฒนาโครงสร้างองค์กรและศักยภาพบุคลากร Work Life Well-Lived มุ่งเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ลดความซ้ำซ้อน และเสริมความพร้อมสู่การแข่งขันอย่างยั่งยืนในระยะยาว

นายธีระ ทองวิไล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานครึ่งปีแรก 2568 กลุ่มเรียลเอสเตท ทำยอดขาย 5,400 ล้านบาท มีรายได้ 5,172 ล้านบาท เปิดตัว 8 โครงการใหม่ มูลค่ารวมกว่า 8,500 ล้านบาท ครอบคลุมตั้งแต่บ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม ถึงคอนโดมิเนียม โดยมุ่งยกระดับพอร์ตโฟลิโอสู่ตลาดระดับกลางถึงบน พร้อมชูจุดเด่นด้านคุณภาพวัสดุ ดีไซน์เพื่อสุขภาวะ และทำเลศักยภาพสูง ประสบความสำเร็จอย่างสูง จากการเปิดจองโครงการ “แชปเตอร์ เจริญกรุง–ริเวอร์ไซด์” คอนโดมิเนียม Low-Rise ที่เป็น Rare Item บนที่ดิน Freehold ผืนท้าย ๆ ติดแม่น้ำเจ้าพระยา สามารถทำยอดขายไปได้ถึง 733 ล้านบาท หรือ คิดเป็น Take Up Rate ที่ 51.3% นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังเร่งปิดการขายโครงการเก่า และใช้กลยุทธ์การแบ่งโซน (Zoning Strategy) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการขายด้วย
สำหรับช่วงครึ่งปีหลัง มีแผนเปิดโครงการใหม่รวม 12 โครงการ เป็นแนวราบ 11 โครงการ มูลค่า 10,400 ล้านบาท และคอนโด 1 โครงการ มูลค่า 1,130 ล้านบาท มุ่งเปิดโครงการที่เหมาะสมกับความต้องการของตลาดในปัจจุบัน อาทิ บ้านเดี่ยวสุดเอ็กซ์คลูซีฟ 2 โครงการใหม่ ได้แก่ โครงการ เดอะ รีเซิร์ฟ วิลล่า สุขุมวิท 89/1 ที่สุดของทำเลทอง บนถนนสุขุมวิท โดดเด่นด้วยการออกแบบระดับเวิลด์คลาสโดย A49 พูลวิลล่าจำนวนจำกัดเพียง 26 ยูนิต พร้อมศักยภาพการเติบโตของมูลค่าในระยะยาว ซึ่งเป็นโครงการ Partnership กับ CapitaLand และ โครงการเดอะปาล์ม คอร์ทยาร์ด บางนา กม.8 เพียง 70 ยูนิต ด้วยการจัดผังบ้านแบบคอร์ทยาร์ด วัสดุประหยัดพลังงาน รองรับทุกวัยด้วย Universal Design ส่งเสริมสุขภาวะที่ดีในทุกมิติ

พร้อมเตรียมจัดงานอีเวนต์ครั้งยิ่งใหญ่แห่งปี “Pruksa D Day Sale” ครั้งแรก และครั้งเดียว ซึ่งเป็นงานที่รวมที่สุดของข้อเสนอแห่งปี สำหรับบ้าน-คอนโด-ทาวน์โฮม ทุกแบรนด์และทุกเซกเมนต์ในเครือ ไม่ว่าจะเป็นบ้านเดี่ยวระดับลักชัวรี คอนโดติดรถไฟฟ้า ทาวน์โฮมทำเลเมือง จองเริ่มต้นเพียง 499 บาท ฟรีค่าโอน ค่าจดจำนอง ค่าประกันมิเตอร์ไฟฟ้า-ประปา ค่าส่วนกลางสูงสุดถึง 5 ปี เลือกของแถมได้กว่า 50 รายการ ยูนิตพิเศษในงานลดสูงสุดถึง 35% รวมส่วนลดกว่า 431 ล้านบาท พร้อมรับดอกเบี้ยพิเศษ รับ I-phone16 128 GB 1 เครื่อง ทุกหลัง (100 หลังแรก) พร้อมลุ้นรางวัลบ้านและคอนโด และ Gift Voucher ทองคำ มูลค่า 50,000–200,000 บาท โดยกำหนดจัดงานในวันที่ 29 - 31 สิงหาคมนี้ ที่อาคารเพิร์ล แบงก์ค็อก
นายแพทย์ นิพัฒน์ กุหลาบขาว ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โรงพยาบาลวิมุต โฮลดิ้ง จำกัด เปิดเผยว่า ผลประกอบการครึ่งปีแรกของกลุ่มวิมุต ทำรายได้ครึ่งปีแรก 1,044 ล้านบาท สูงขึ้นจากปีก่อน สามารถทำกำไร EBITDA พุ่งขึ้นเป็น 88 ล้านบาท (จาก 23 ล้านบาทในครึ่งแรกของปี 2567) การเติบโตนี้เกิดจากจำนวนผู้ป่วยนอก (OPD) ที่เพิ่มขึ้น พร้อมกับจำนวนผู้ป่วยใน (IPD) ที่ได้รับแรงหนุนจากการเปิดศูนย์สุขภาพปอดแห่งใหม่ของวิมุต ซึ่งได้นำนวัตกรรม EBUS (Endobronchial Ultrasound) มาใช้ เพื่อช่วยวินิจฉัยโรคปอดได้อย่างแม่นยำ รวดเร็ว และลดความจำเป็นในการผ่าตัด ส่งผลให้ปริมาณผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นถึง 15 เท่าในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ขณะที่โรงพยาบาลวิมุต-เทพธารินทร์ มีผลการดำเนินงานดีขึ้นหลังปรับการรับผู้ป่วยอุบัติเหตุ และขยายบริการด้านสุขภาพ Health-to-Home ร่วมกับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของพฤกษา นอกจากนี้ ยังมีการลงทุนพัฒนาโรงพยาบาลใหม่ 2 แห่งต่อเนื่อง ได้แก่ โรงพยาบาลวิมุต ออร์โธปิดิกส์ ทองหล่อ ที่ลงทุนร่วมกับ CapitaLand และ โรงพยาบาลวิมุต สุขุมวิท ที่คาดว่าจะเปิดให้บริการในปี 2570 และ 2571 ตามลำดับ เพื่อตอบรับวิถีชีวิตเชิงสุขภาพของคนเมือง

ด้านแผนดำเนินงานครึ่งปีหลังของกลุ่มวิมุต มุ่งยกระดับศักยภาพศูนย์หัวใจและหลอดเลือด (Cardiology) และศูนย์กระดูกและข้อ ให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น พร้อมรุกตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะภูมิภาคโอเชียเนีย ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตร CosMediTour ซึ่งเป็นผู้ให้บริการอำนวยความสะดวกทางการแพทย์แก่คนไข้ต่างชาติ พร้อมเจาะตลาดผู้ป่วยพรีเมียมผ่านเครือข่ายพันธมิตรประกันภัย นายหน้า และดึงดูดด้วยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ (Magnet Doctors) เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้กว้างขึ้น ทั้งยังจะเพิ่มอัตราเติบโตของผู้ป่วยที่เข้ารับบริการผ่านการพัฒนาศูนย์ความเป็นเลิศ (COE) เจาะกลุ่มลูกค้าองค์กร ผู้เอาประกัน และชาวต่างชาติ และเดินหน้าสร้างความร่วมมือด้านสุขภาพกับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในเครือพฤกษา เพื่อพัฒนาโครงการที่ผสานสุขภาพกับการอยู่อาศัยอย่างสมบูรณ์แบบ