January 23, 2026

ทีเอ็มบีธนชาต หรือ ทีทีบี เดินหน้าประกาศความสำเร็จบนเส้นทางสู่ “การธนาคารเพื่อความยั่งยืน” ครองอันดับหนึ่งธนาคารที่มีคะแนนด้าน ESG สูงสุดต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 ด้วยคะแนนที่เพิ่มขึ้น 9.59% ในการประเมินนโยบายด้าน ESG ของภาคธนาคารไทย จากการประเมินโดยคณะวิจัยแนวร่วมการเงินที่เป็นธรรมประเทศไทย (Fair Finance Thailand) ประจำปี 2567 ได้คะแนนโดดเด่นในหมวดต่าง ๆ ที่ได้ดำเนินการปฏิบัติเป็นปีแรก หรือการยกระดับมาตรฐานการดำเนินงานด้วยการรับหลักการและมาตรฐานสากลที่ส่งผลต่อการประเมินจนได้รับคะแนนสูงขึ้น คือ หมวดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หมวดสิทธิแรงงาน และหมวดการคุ้มครองผู้บริโภค โดยมีนายกมลพันธ์ ลักษณา หัวหน้าการพัฒนาที่ยั่งยืน ทีเอ็มบีธนชาต เป็นตัวแทนรับรางวัลจากนางสาวสฤณี อาชวานันทกุล หัวหน้าคณะวิจัย แนวร่วมการเงินที่เป็นธรรมประเทศไทย ณ ศูนย์การเรียนรู้ธนาคารแห่งประเทศไทย (Bank of Thailand Learning Center)

ทั้งนี้ แนวร่วมการเงินที่เป็นธรรมประเทศไทย เป็นองค์กรสมาชิกเครือข่ายแนวร่วมการเงินที่เป็นธรรมนานาชาติ (Fair Finance International) มีจุดมุ่งหมาย คือ การผลิตชุดดัชนีและเครื่องมือให้ภาคประชาสังคม และประชาชนในประเทศต่าง ๆ ได้ใช้ในการติดตามและขับเคลื่อนการทำงานด้านการธนาคารที่ยั่งยืนของสถาบันการเงินในแต่ละประเทศ โดยการประเมินคะแนนจะพิจารณาจากเนื้อหานโยบายและแนวปฏิบัติในการลงทุนและการให้บริการทางการเงินของสถาบันการเงินที่เปิดเผยต่อสาธารณะของแต่ละธนาคาร เปรียบเทียบกับมาตรฐานสากลด้านความยั่งยืนที่เกี่ยวข้อง

 ทีเอ็มบีธนชาต หรือ ทีทีบี เดินหน้าประกาศความสำเร็จบนเส้นทางสู่ “การธนาคารเพื่อความยั่งยืน” ครองอันดับหนึ่งธนาคารที่มีคะแนนด้าน ESG สูงสุดต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 ด้วยคะแนนที่เพิ่มขึ้น 9.59% ในการประเมินนโยบายด้าน ESG ของภาคธนาคารไทย จากการประเมินโดยคณะวิจัยแนวร่วมการเงินที่เป็นธรรมประเทศไทย (Fair Finance Thailand) ประจำปี 2567 ได้คะแนนโดดเด่นในหมวดต่าง ๆ ที่ได้ดำเนินการปฏิบัติเป็นปีแรก หรือการยกระดับมาตรฐานการดำเนินงานด้วยการรับหลักการและมาตรฐานสากลที่ส่งผลต่อการประเมินจนได้รับคะแนนสูงขึ้น คือ หมวดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หมวดสิทธิแรงงาน และหมวดการคุ้มครองผู้บริโภค โดยมีนายกมลพันธ์ ลักษณา หัวหน้าการพัฒนาที่ยั่งยืน ทีเอ็มบีธนชาต เป็นตัวแทนรับรางวัลจากนางสาวสฤณี อาชวานันทกุล หัวหน้าคณะวิจัย แนวร่วมการเงินที่เป็นธรรมประเทศไทย ณ ศูนย์การเรียนรู้ธนาคารแห่งประเทศไทย (Bank of Thailand Learning Center)

ทั้งนี้ แนวร่วมการเงินที่เป็นธรรมประเทศไทย เป็นองค์กรสมาชิกเครือข่ายแนวร่วมการเงินที่เป็นธรรมนานาชาติ (Fair Finance International) มีจุดมุ่งหมาย คือ การผลิตชุดดัชนีและเครื่องมือให้ภาคประชาสังคม และประชาชนในประเทศต่าง ๆ ได้ใช้ในการติดตามและขับเคลื่อนการทำงานด้านการธนาคารที่ยั่งยืนของสถาบันการเงินในแต่ละประเทศ โดยการประเมินคะแนนจะพิจารณาจากเนื้อหานโยบายและแนวปฏิบัติในการลงทุนและการให้บริการทางการเงินของสถาบันการเงินที่เปิดเผยต่อสาธารณะของแต่ละธนาคาร เปรียบเทียบกับมาตรฐานสากลด้านความยั่งยืนที่เกี่ยวข้อง

ทีเอ็มบีธนชาต หรือ ทีทีบี ตอกย้ำศักยภาพความเป็นผู้นำด้าน Digital & Tech Innovation ที่สร้างการเปลี่ยนแปลงที่มีความหมาย ตอบโจทย์ชีวิตทางการเงินของลูกค้าอย่างแท้จริง ผ่านงาน "ttb spark REAL change" เวทีสำคัญที่สะท้อนถึงความก้าวล้ำด้านนวัตกรรมดิจิทัลของธนาคาร ล่าสุดเปิดตัวทีม ttb spark tech เสริมทัพ พร้อมก้าวสู่ Tech & Infra Transformation อย่างเต็มรูปแบบเพื่อสร้างประสบการณ์ทางการเงินที่สะดวก ปลอดภัย และไร้รอยต่อ

นายปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ทีเอ็มบีธนชาต กล่าวว่า "Make REAL Change ในแบบฉบับของทีทีบีไม่ใช่แค่การพัฒนาเทคโนโลยีให้ก้าวล้ำ แต่คือการนำเทคโนโลยีมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับลูกค้า ช่วยให้พวกเขาสามารถจัดการชีวิตทางการเงินได้ง่ายขึ้น สะดวกขึ้น และปลอดภัยขึ้น นี่คือเป้าหมายของเราและเป็นเหตุผลที่เราสร้างทีม ttb spark ขึ้นมาภายในธนาคาร สำหรับขับเคลื่อนและพัฒนาโซลูชันทางด้านดิจิทัลเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงที่มีความหมายและสร้างอนาคตทางการเงินที่ดีขึ้นให้กับทุกคน"

ทีม ttb spark เบื้องหลังการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมการเงิน

เบื้องหลังความสำเร็จของทีทีบีในวันนี้ คือ การเร่งสร้างศักยภาพทางด้านดิจิทัล (Digital Capabilities) ภายในองค์กรอย่างมีกลยุทธ์ ผ่านการก่อตั้งทีม ttb spark เมื่อ 3 ปีก่อน ซึ่งเริ่มจากทีมขนาดเล็กเพียงไม่กี่สิบคน แต่ด้วยความเชื่อมั่นในพลังของ Digital & Tech ทีทีบีจึงเดินหน้าขยายทีมอย่างต่อเนื่องจนปัจจุบันทีม ttb spark มีสมาชิกกว่า 700 คน นอกจากนี้ ทีทีบียังให้ความสำคัญกับการ Upskill & Reskill พนักงานเดิมให้สามารถทำงานด้านดิจิทัลได้อย่างเต็มศักยภาพ ควบคู่ไปกับการเปิดรับบุคลากรรุ่นใหม่ที่มีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม โดยได้ก่อตั้ง ttb spark academy ซึ่งมุ่งเน้นการ Build-Groom-Grow บุคลากรรุ่นใหม่ โดยเปิดโอกาสให้นักศึกษาฝึกงานได้มีส่วนร่วมในโปรเจ็กต์จริงของธนาคาร

นวัตกรรมเด่นจาก ttb spark ที่พลิกโฉมการเงินไทย

ทีทีบีไม่หยุดเพียงแค่การพัฒนาเทคโนโลยี แต่ยังมุ่งสร้าง Digital Solutions ที่ช่วยให้ชีวิตทางการเงินของลูกค้าง่ายขึ้นและสะดวกขึ้น หนึ่งในผลงานสำคัญที่เปลี่ยนโฉมการให้บริการของธนาคาร เริ่มจากช่วยให้ลูกค้าสามารถเช็กสุขภาพเครดิตได้เองผ่านฟีเจอร์ My Credit เพื่อประเมินวงเงินสินเชื่อเบื้องต้นสำหรับวางแผนซื้อรถ ซื้อบ้าน หรือขอสินเชื่อบุคคล โดยสามารถสมัครสินเชื่อได้ง่าย ๆ ทันทีผ่านแอป ttb touch และรู้ผลประเมินวงเงินสินเชื่อได้ไวใน 2 นาที

อีกหนึ่งนวัตกรรมที่สร้างประสบการณ์ที่แตกต่าง คือ Gamification บน ttb touch ซึ่งผสมผสานเกมเข้ากับการทำธุรกรรมทางการเงิน สำหรับลูกค้าที่ทำ Mission ได้สำเร็จจะได้รับรางวัลพิเศษที่ตรงใจ เพิ่มความสนุกและการมีส่วนร่วมของลูกค้า ขณะเดียวกันได้พัฒนา Yindee Chatbot ที่พัฒนาโดยใช้ Generative AI ทำให้ลูกค้าสามารถสอบถามข้อมูลและทำธุรกรรมได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่ต้องรอสาย Contact Center

ที่สำคัญที่สุด ทีทีบีได้สร้าง Ecosystem บนแอป ttb touch ซึ่งพลิกโฉม Mobile Banking Application ให้เป็นมากกว่าธนาคารดิจิทัลทั่วไป โดยเชื่อมต่อบริการ Beyond Banking อย่างครอบคลุม เช่น ฟีเจอร์ My Car ที่ช่วยดูแลจัดการทุกเรื่องเกี่ยวกับคนมีรถ ทั้งการจ่ายสินเชื่อ ซื้อ-ต่อประกันรถ ต่อพ.ร.บ. / ภาษีรถ เติมเงิน-เช็กยอด Easy Pass รวมถึงยังสามารถเลือกขายรถผ่านลานประมูล พร้อมเลือกซื้อรถมือสองคุณภาพดีผ่าน Roddonjai.com และที่สำคัญที่สุดหากลูกค้ามีปัญหาชีวิตติดขัด รถคุณก็ช่วยได้ด้วยสินเชื่อรถแลกเงิน ทีทีบี ไดรฟ์ ที่สมัครได้ง่าย ๆ ผ่านแอป ttb touch และล่าสุดได้ออก ttb enterprise ซึ่งเป็น Humanized Digital Platform ที่นำเอาเทคโนโลยีมาเป็นผู้ช่วยและคู่คิดให้กับพนักงานสาขาและ Contact Center สามารถเชื่อมโยงข้อมูลได้อย่างไร้รอยต่อกับระบบหลังบ้าน สามารถคัดสรรสิทธิประโยชน์และโปรโมชันที่ตรงใจตอบโจทย์เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าได้อย่างแม่นยำและรวดเร็วมากขึ้น 

เปิดตัว ‘ttb spark tech’ เสริมทัพ พร้อมก้าวสู่ Tech & Infra Transformation อย่างเต็มรูปแบบ

ทีทีบีเดินหน้าสู่อนาคตทางการเงินในยุคดิจิทัลด้วยการเปิดตัว "ttb spark tech" ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านโครงสร้าง IT และเทคโนโลยี ซึ่งเป็น "โครงสร้างหลังบ้าน" ที่แม้จะมองไม่เห็นแต่มีบทบาทสำคัญในการทำให้ Digital Solutions ของทีทีบีสามารถเชื่อมต่อได้อย่างราบรื่น มีความเร็วสูง และปลอดภัย ทั้งยังสนับสนุนให้ทีม Business สามารถพัฒนาต่อยอด Digital Solutions ได้ไกลกว่าเดิม

"วันนี้ ttb spark ไม่ได้เป็นเพียงทีมพัฒนาแอปพลิเคชัน แต่เป็นกำลังสำคัญที่ร่วมขับเคลื่อน Business Transformation ผ่าน Digital Platform และด้วยการเสริมทัพด้วย ttb spark tech ทำให้เราสามารถออกแบบโซลูชันทางการเงินที่เชื่อมโยงและรองรับการเติบโตของเทคโนโลยีในอนาคตได้อย่างเต็มรูปแบบ เป้าหมายของเราคือการพลิกโฉมประสบการณ์ทางการเงินของลูกค้า สร้างความคล่องตัว และมอบบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้ในยุคดิจิทัล เรากำลังก้าวไปสู่การเป็นองค์กรที่ใช้เทคโนโลยีเป็นแกนกลางในการสร้างโซลูชันที่ช่วยให้คนไทยมีชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้น” นายปิติ กล่าวเสริม

ปัจจุบันทีทีบีมี 3 หน่วยงานหลักที่เป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อน Digital & Tech ได้แก่ ttb spark ซึ่งรับผิดชอบด้านการพัฒนา Digital Innovation และขับเคลื่อน Business Transformation ผ่าน Digital Platform, ttb spark academy ที่มุ่งเน้นการสร้างบุคลากรรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพด้านดิจิทัล และ ttb spark tech ซึ่งทำหน้าที่ดูแลโครงสร้าง IT และ Infrastructure ถือเป็นรากฐานสำคัญของทุกโซลูชันทางการเงินดิจิทัลของทีทีบี

การมีทั้งสามทีมนี้ช่วยให้ทีทีบีสามารถพัฒนา Digital & Tech ได้อย่างครบวงจรตั้งแต่การสร้างโซลูชันไปจนถึงการออกแบบโครงสร้างพื้นฐานทำให้ทุกบริการของทีทีบีทำงานได้อย่างราบรื่น รองรับความต้องการของลูกค้าในโลกการเงินดิจิทัลและมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้แก่ผู้ใช้บริการ

อย่างไรก็ตาม ทีทีบียังเปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจด้าน Digital & Tech และต้องการนำเทคโนโลยีมาสร้างโซลูชันที่ช่วยให้ผู้คนมีชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้นได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของทีม ผู้ที่สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมและสมัครงานได้ที่ https://www.ttbspark.com

“ttb spark REAL change” เวทีประกาศวิสัยทัศน์สู่อนาคต

เพื่อแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการสร้าง Digital & Tech Capabilities ทีทีบีจึงจัดงาน "ttb spark REAL change" ขึ้นเป็นครั้งแรก ในวันที่ 19-20 กุมภาพันธ์นี้ โดยภายในงานได้มีการจัดแสดง Digital Solutions ที่ช่วยพลิกโฉมประสบการณ์ทางการเงินของลูกค้า เช่น ttb touch ที่เป็นมากกว่าการทำธุรกรรมแต่เป็นผู้ช่วยทางการเงินส่วนตัวช่วยให้ลูกค้าจัดการเรื่องการเงินได้อย่างครบถ้วน My Credit ที่ให้ลูกค้าสามารถรับอนุมัติสินเชื่อภายใน 2 นาที Yindee ที่พัฒนาโดยใช้ Generative AI ทำให้ลูกค้าสามารถสอบถามข้อมูลและทำธุรกรรมได้ตลอด 24 ชั่วโมง และ ttb smart shop ที่ช่วยให้เจ้าของธุรกิจวิเคราะห์ข้อมูลและวางแผนธุรกิจได้อย่างแม่นยำ

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีเวที Spark Talk ที่รวบรวมผู้บริหารระดับสูงจากองค์กรชั้นนำ ได้แก่ MFEC, Microsoft และ Skooldio ซึ่งมาร่วมพูดคุยในหัวข้อ "Digital Transformation: Spark the Future" เพื่อแบ่งปันแนวคิดเกี่ยวกับการนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการเงินในยุคดิจิทัลจากธนาคารสู่ผู้นำด้าน Digital & Tech ที่สร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง

นายปิติ กล่าวปิดท้ายว่า "วันนี้ ทีทีบีดูแลลูกค้ากว่า 10 ล้านราย มีข้อมูลมากกว่า 6.3 พันล้าน Data Points และมี Digital Applications กว่า 350 ระบบ เราไม่ได้เป็นเพียงธนาคาร แต่เป็นองค์กรที่พร้อมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการเงินไทยไปสู่อนาคต และใช้เทคโนโลยีในการสร้างโอกาสให้กับลูกค้าของเรา"

งาน "ttb spark REAL change" ไม่เพียงเป็นเวทีแสดงนวัตกรรม แต่เป็นหมุดหมายสำคัญที่สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของทีทีบีในการเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการเงินด้วยเทคโนโลยีแบบครบวงจร และความมุ่งมั่นในการพัฒนา Digital & Tech Solutions ที่จะ Spark REAL Change ให้กับลูกค้าและอุตสาหกรรมการเงินไทย

เอาใจแฟนดิสนีย์ พร้อมสิทธิประโยชน์ที่จะเปลี่ยนชีวิตทุกวันให้อัศจรรย์ได้จริง 

ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ ทีเอ็มบีธนชาต (ทีทีบี) ได้แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการธนาคารมีมติให้ธนาคารขออนุมัติการจ่ายเงินปันผลจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น (AGM) ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 21 เมษายน 2568 ในอัตรา 60% ของกำไรสุทธิในปี 2567 และขออนุมัติวงเงินในการจ่ายเงินปันผลครั้งที่ 2 จำนวน 6,312 ล้านบาท โดยมีกำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD (วันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล) ในวันที่ 25 เมษายน 2568 และกำหนดจ่ายเงินปันผลเป็นเงินสดในวันที่ 20 พฤษภาคม 2568

นายปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ทีเอ็มบีธนชาต เปิดเผยว่า สำหรับผลในการดำเนินงานปี 2567 ทีทีบีได้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลไปแล้วในอัตรา 0.065 บาทต่อหุ้น เมื่อเดือนตุลาคม 2567 และเตรียมขออนุมัติการจ่ายเงินปันผลครั้งที่ 2 ภายใต้วงเงิน 6,312 ล้านบาท ซึ่งคิดเป็นอัตราเงินปันผลต่อหุ้น (Dividend per Share) ในเบื้องต้นที่ 0.064 - 0.067 บาท รวมเป็นอัตราเงินปันผลของทั้งปี 2567 ที่ประมาณ 0.13 บาท เพิ่มขึ้นราว 24% จากอัตรา 0.105 บาท ในปีก่อนหน้า ทั้งนี้ ธนาคารจะแจ้งอัตราเงินปันผลต่อหุ้นที่แน่นอนอีกครั้งในวันที่ 4 เมษายน 2568 ภายหลังจากที่ทราบผลการซื้อหุ้นคืนและผลการใช้สิทธิ TTB-W1

การจ่ายเงินปันผลทั้ง 2 ครั้งเทียบเท่ากับอัตราการจ่ายเงินปันผล (Dividend Payout Ratio) ที่ 60% จากกำไรสุทธิในปี 2567 ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 55% ในปีก่อนหน้า และคิดเป็นผลตอบแทนจากเงินปันผล หรือ Dividend Yield ที่ประมาณ 7% ต่อปี เมื่อเทียบกับราคาหุ้น TTB ณ สิ้นปี 2567 ที่ 1.86 บาท โดยรวมแล้วถือว่าเป็นผลตอบแทนจากเงินปันผลที่สูงเป็นลำดับต้น ๆ ในกลุ่มธนาคาร

นายปิติ ยังได้กล่าวถึงแผนการบริหารส่วนทุน (Capital Management) ที่ได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องว่า “ภายใต้ภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป ทีทีบียังคงให้ความสำคัญกับการเติบโตสินเชื่ออย่างมีคุณภาพและเน้นย้ำการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการต้นทุนในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นต้นทุนทางการเงิน ต้นทุนการดำเนินงาน และต้นทุนความเสี่ยง ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ธนาคารสามารถรักษาระดับผลกำไรได้อย่างต่อเนื่อง ในประการสำคัญคือสามารถดำรงเงินกองทุนให้อยู่ในระดับสูงมาโดยตลอด สะท้อนได้จากอัตราส่วนเงินกองทุนรวมที่ 19.3% ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดไว้ที่ 12.0% อย่างมีนัยสำคัญ”

จากฐานะเงินกองทุนที่แข็งแกร่งจึงทำให้ธนาคารมีความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการส่วนทุนส่วนเกิน (Excess Capital) และเป็นที่มาของแผนการบริหารส่วนทุน โดยมีจุดประสงค์เพื่อสร้างมูลค่าให้กับผู้ถือหุ้นผ่าน 3 แนวทางสำคัญ ได้แก่

1) การเพิ่มอัตราการจ่ายเงินปันผล จากระดับ 30% - 35% ในช่วงก่อนรวมกิจการ มาอยู่ที่ระดับ 50% และ 55% ในช่วงปี 2565 - 2566 และ 60% ในปี 2567

2) การเพิ่มอัตราส่วนผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้น (ROE) ผ่านโครงการซื้อหุ้นคืนระยะ 3 ปี ภายใต้วงเงิน 21,000 ล้านบาท

3) การสร้างการเติบโตทางธุรกิจจากภายนอก หรือ Inorganic growth โดยธนาคารเตรียมขออนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อเข้าซื้อหุ้นในบริษัทหลักทรัพย์ธนชาต และอยู่ระหว่างการทำ Due Diligence เพื่อพิจารณาการเข้าซื้อบริษัท ที ลิสซิ่ง โดยเล็งเห็นถึงโอกาสในการต่อยอดและสนับสนุนกลยุทธ์ Ecosystem ของธนาคาร

“การดำเนินการเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจของธนาคารในการสร้างมูลค่าให้กับผู้ถือหุ้นทั้งในระยะสั้นและระยะยาว โดยเราจะยังคงมุ่งเน้นการดำเนินธุรกิจอย่างรอบคอบต่อไป เพื่อสร้างการเติบโตอย่างมีคุณภาพควบคู่กับบริหารจัดการส่วนทุนอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป เพื่อให้มั่นใจว่าธนาคารมีความพร้อมสำหรับการขยายตัวทางธุรกิจและในขณะเดียวกันก็สามารถรักษาระดับการจ่ายเงินปันผลให้อยู่ในระดับสูงได้อย่างยั่งยืน”

X

Right Click

No right click