December 05, 2025

ทีเอ็มบีธนชาต หรือ ทีทีบี จัดกิจกรรมระดมผู้เชี่ยวชาญและพันธมิตร ร่วมเปิดมุมมองเศรษฐกิจและแบ่งปันองค์ความรู้ เพื่อเสริมแกร่งให้กับองค์กรธุรกิจ ผ่านงานสัมมนาให้ความรู้พร้อมกิจกรรม ttb I Sustainable Success Together “ต่อยอด เติบโต ยั่งยืน” แก่ผู้ประกอบการใน 4 ภูมิภาค ตอกย้ำการเป็นธนาคารพันธมิตรที่พร้อมช่วยให้ลูกค้าธุรกิจและเอสเอ็มอี สามารถวางแผนการเติบโตได้อย่างยั่งยืน

นายศรัณย์ ภู่พัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารลูกค้าธุรกิจ ทีเอ็มบีธนชาต กล่าวว่า ทีทีบีเป็นธนาคารพันธมิตรที่พร้อมให้คำปรึกษาและสนับสนุนธุรกิจ ด้วยผลิตภัณฑ์ บริการ และดิจิทัลโซลูชันทางการเงินแบบครบวงจร พร้อมกับเสริมด้วยองค์ความรู้ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้ลูกค้าธุรกิจและเอสเอ็มอี สามารถวางแผนให้ธุรกิจเติบโตได้ต่อเนื่อง จึงได้จัดกิจกรรมเดินสายแชร์ความรู้ทางเศรษฐกิจแก่ผู้ประกอบการ ให้รู้ทันเศรษฐกิจ พร้อมเปิดมุมมองเศรษฐกิจระดับภูมิภาค ใน 4 ภาค ได้แก่ ภาคเหนือ จังหวัดเชียงใหม่  ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดนครราชสีมา  ภาคใต้ จังหวัดสุราษฎร์ธานี และภาคกลาง กรุงเทพมหานคร

 

ในงานสัมมนา ttb I Sustainable Success Together “ต่อยอด เติบโต ยั่งยืน” ดร.จิรเมธ มโนศิรินุกูล ผู้เชี่ยวชาญ ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีเอ็มบีธนชาต ได้กล่าวถึงแรงกดดันทางเศรษฐกิจในปัจจัยต่าง ๆ ทั้งภาคอสังหาริมทรัพย์ของไทยชะลอตัวจากโครงสร้างและพฤติกรรมของประชากรที่เปลี่ยนไป อุตสาหกรรมยานยนต์ที่กำลังอยู่ในขาลง และเจาะลึกปัจจัยที่เป็นแรงหนุนสำคัญของเศรษฐกิจในแต่ละภูมิภาค รวมทั้งยังมีแรงกดดันจากสงครามการค้ารอบใหม่หลังผลการเลือกตั้งสหรัฐอเมริกาที่ประเทศไทยจะต้องจับตาและเตรียมพร้อมในการรับมือ  นอกจากนี้ ยังมีการเสวนาแลกเปลี่ยนประสบการณ์จากตัวแทนผู้บริหาร 2 องค์กร ภายใต้หัวข้อ “ก้าวข้ามขีดจำกัด... สู่การเป็นธุรกิจที่เติบโตอย่างมืออาชีพ” โดย รศ.ดร.เอกชัย อภิศักดิ์กุล คณบดีคณะวิทยพัฒน์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย, กรรมการ บมจ. ไทยเพรซิเด้นท์ฟูดส์ และผู้ร่วมก่อตั้ง บจก. แฟมซ์ ได้แนะนำ 3 Magic Tools เครื่องมือที่จะช่วยให้ธุรกิจครอบครัวเติบโตได้อย่างยั่งยืน ได้แก่ 1) การจัดสมดุลระหว่างการควบคุม (Control) การเติบโต (Growth) และสภาพคล่อง (Liquidity) 2) การมีธรรมนูญครอบครัวเป็นกรอบการทำงาน 3) การดูแลความสัมพันธ์ของบุคลากรในกลุ่มธุรกิจครอบครัวให้ราบรื่น  

ขณะที่นางกนกพร จูฑา รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หัวหน้าบริหารผลิตภัณฑ์ธุรกิจ ทีเอ็มบีธนชาต ให้ข้อมูลเจาะลึกถึงพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปตามเทคโนโลยีดิจิทัลที่เข้ามามีบทบาท และธุรกิจยังต้องมีความใส่ใจในด้านของสังคมร่วมด้วย ผู้ประกอบการต้องก้าวให้ทัน ด้วยเครื่องมือดิจิทัลที่สามารถตอบสนองการทำธุรกรรมทางการเงิน บริหารการรับชำระเงิน และการจ่ายเงิน ได้ทันยุคสมัย ตรงต่อความคาดหวังของผู้บริโภค ซึ่งธนาคารมีเครื่องมือและบริการทางการเงินที่สามารถรองรับความต้องการของลูกค้าธุรกิจ ได้แก่ ทีทีบี สมาร์ทช็อป (ttb smart shop) แอปจัดการร้านค้าครบวงจร ที่มาพร้อมฟีเจอร์ครบครัน ที่ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการบริหารจัดการธุรกิจให้ “รับไว รู้ลึก ธุรกิจปังปัง”, ทีทีบี เพย์ โรลพลัส (ttb payroll plus) บริการโอนจ่ายเงินเดือนและดูแลสวัสดิการพนักงานแบบครบวงจร รวมถึง my work by ttb ระบบบริหารงานบุคคลแบบมืออาชีพ ปิดท้ายด้วยการพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างผู้บริหารของธนาคารและลูกค้า เพื่อร่วมสนับสนุนให้ลูกค้าสามารถต่อยอด เติบโตอย่างยั่งยืน

ทีเอ็มบีธนชาต หรือ ทีทีบี เป็นหนึ่งในภาคเอกชนไทยที่เข้าร่วมในงานประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 29 (COP29) โดยมีนายกมลพันธ์ ลักษณา หัวหน้าการพัฒนาที่ยั่งยืน ร่วมเป็นวิทยากรงานเสวนาในกิจกรรมคู่ขนาน (Side Event) การประชุมรัฐภาคีฯ หัวข้อ “Financing the Transition" นำเสนอในเรื่อง "Empowering SMEs and Sustainable Development through Green and Blue Financing" ซึ่งทีทีบีให้ความสำคัญและดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง พร้อมเดินหน้าตามเป้าหมาย Net-zero Commitment ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ เพื่อร่วมขับเคลื่อนแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

นายกมลพันธ์ ลักษณา หัวหน้าการพัฒนาที่ยั่งยืน ทีเอ็มบีธนชาต เปิดเผยว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นหนึ่งในความท้าทายเร่งด่วนที่สุดของโลกในปัจจุบัน ซึ่งทีทีบีตระหนักถึงบทบาทสำคัญและความรับผิดชอบ พร้อมนำความสามารถมาสร้างโซลูชันทางการเงินที่จะช่วยเร่งให้เกิดการเปลี่ยนผ่าน เพราะบทบาทของธนาคารไม่ใช่การนำพาองค์กรไปสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ โดยทีทีบีมุ่งมั่นที่จะเป็นผู้ขับเคลื่อนในการดำเนินงานเพื่อเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบเศรษฐกิจที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net-zero Economy) ผ่านการให้สินเชื่อ ให้คำปรึกษาลูกค้า และสนับสนุนบนเส้นทางการเปลี่ยนผ่าน

ทีทีบีมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจตามกรอบ B+ESG ทุกกลยุทธ์และแนวทางการดำเนินธุรกิจต้องอยู่บนพื้นฐานของการสร้างการเติบโตและยั่งยืน เพราะธุรกิจ (Business) หรือ B ต้องเติบโตอย่างแข็งแรง ทีทีบีจึงมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนทางการเงินที่ยั่งยืนเพื่อการเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ โดยนำกฎเกณฑ์ด้าน ESG มาใช้ประกอบการพิจารณาสินเชื่อและการลงทุน พร้อมนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่มุ่งเน้นส่งเสริมด้าน ESG ให้กับลูกค้าธุรกิจและลูกค้าบุคคล เช่น สินเชื่อสีเขียว สินเชื่อสีฟ้า สินเชื่อที่เชื่อมโยงกับการดำเนินงานด้านความยั่งยืน การเงินเพื่อการปรับตัวสู่ความยั่งยืน ตราสารหนี้สีเขียว ตราสารหนี้สีฟ้า กองทุุนเพื่อการลงทุุนด้าน ESG และยังมีบริการให้ความช่วยเหลือและคำปรึกษาด้าน ESG ตลอดจนสร้างการมีส่วนร่วมกับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นให้ความรู้และสร้างความตระหนักรู้ พร้อมมีเป้าหมายช่วยเหลือลูกค้าให้มีความเข้าใจและสามารถบริหารจัดการความเสี่ยงและโอกาสที่เกี่ยวข้องกับประเด็นด้าน ESG เพื่อให้ลูกค้ามีความรับผิดชอบและเปลี่ยนผ่านไปสู่อนาคตอย่างยั่งยืน

ภายในงาน นายกมลพันธ์ ได้กล่าวถึงการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านว่า “ธนาคารได้วิเคราะห์ถึงผลกระทบจากกฎกติกาต่าง ๆ ที่จะบังคับใช้ในอนาคต เช่น มาตรการปรับคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน (CBAM-Carbon Border Adjustment Mechanism) ประกอบกับการวิเคราะห์พอร์ทสินเชื่อของลูกค้าตามความเสี่ยงของอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบ เพื่อวางแผน จัดกิจกรรมการมีส่วนร่วม และสร้างเกราะป้องกันให้กับลูกค้าตั้งแต่เริ่มต้น โดยทีทีบีจะจัดหาพันธมิตรด้านโซลูชันทางเทคนิคสำหรับการลดใช้พลังงาน การปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงาน เป็นต้น และในปี 2567 ธนาคารได้ออกผลิตภัณฑ์ทางการเงิน Green Transformation เพื่อช่วยสนับสนุนทางการเงินและส่งเสริมการลงทุนเพื่อการเปลี่ยนผ่านอย่างยั่งยืน

จากการรวมปัจจัยด้าน ESG เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการให้คำปรึกษาและการอนุมัติสินเชื่อตลอดปีที่ผ่านมา ทำให้ธนาคารเห็นถึงความสนใจในสินเชื่อ ESG ที่เพิ่มมากขึ้นของลูกค้า โดยตลอดเส้นทางการดำเนินธุรกิจของทีทีบีได้สร้างชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้นและแก้ปัญหาให้ผู้คนอย่างแท้จริง ผ่านการนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบโจทย์ช่วยลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมผ่านโซลูชันทางการเงินที่ยั่งยืน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งแรงผลักดันในการเปลี่ยนแปลงสังคมสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ตอกย้ำความสำเร็จจากรางวัลด้านความยั่งยืนที่ธนาคารได้รับมาต่อเนื่อง สะท้อนชัดถึงการลงมือทำอย่างแท้จริงของธนาคารในการขับเคลื่อนสู่การธนาคารเพื่อความยั่งยืน นายกมลพันธ์ กล่าวสรุป

ทีเอ็มบีธนชาต หรือ ทีทีบี เพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการที่เข้าถึงการบริการด้านดิจิทัล เพื่อยกระดับการบริหารงานให้แก่ลูกค้าธุรกิจมีความสะดวกและคล่องตัวยิ่งขึ้น ด้วย “บริการจัดส่งหนังสือค้ำประกัน” (LG Delivery) นับเป็นธนาคารแรกและธนาคารเดียว ที่ริเริ่มบริการจัดส่งหนังสือค้ำประกัน ส่งตรงไปยังลูกค้าทั่วประเทศ ภายใน 2 วันทำการ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อสนับสนุนให้ลูกค้าสามารถขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตได้ในทุกสถานการณ์

นางกนกพร จูฑา รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หัวหน้าบริหารผลิตภัณฑ์ธุรกิจ ทีเอ็มบีธนชาต เปิดเผยว่า ภายใต้การบริหารจัดการธุรกิจในปัจจุบัน การใช้บริการหนังสือค้ำประกัน (Letter of Guarantee หรือ LG) ซึ่งออกโดยธนาคารเพื่อค้ำประกันในการทำธุรกิจร่วมกับคู่ค้านับว่ามีความสำคัญต่อเจ้าของธุรกิจ โดยเฉพาะการออกหนังสือค้ำประกันให้แก่ลูกค้าเพื่อใช้ในการยื่นประมูลงาน หรือติดต่อทำสัญญาต่าง ๆ ซึ่งรูปแบบเดิมในการขอรับบริการออกหนังสือค้ำประกัน ลูกค้าธุรกิจต้องเดินทางเข้ามาที่ธนาคารถึง 2 ครั้ง ตั้งแต่การมายื่นใบคำขอใช้หนังสือค้ำประกัน (LG Application) ก่อน 1 ครั้ง และมารับต้นฉบับหนังสือค้ำประกันด้วยตนเองอีก 1 ครั้ง ส่งผลให้ลูกค้าเสียเวลาทั้งการเดินทางและการรอรับบริการที่สาขา

ทีทีบีจึงพัฒนารูปแบบการยื่นขอและรับหนังสือค้ำประกัน ในรูปแบบบริการจัดส่งทั่วประเทศ  ผ่านบริการจัดส่งหนังสือค้ำประกัน LG Delivery เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้าธุรกิจ ช่วยลดต้นทุนการเดินทาง ประหยัดเวลายิ่งขึ้น ซึ่งทีทีบีถือเป็นธนาคารแรกและธนาคารเดียวที่ให้บริการจัดส่งหนังสือค้ำประกัน ส่งตรงไปยังลูกค้าทั่วประเทศภายใน 2 วันทำการ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย นอกจากนี้ ยังสามารถยื่นขอหนังสือค้ำประกันได้สะดวกยิ่งขึ้นผ่านช่องทางดิจิทัลแบงก์กิ้ง เพียงแจ้งความประสงค์ให้ธนาคารจัดส่งเอกสารหนังสือค้ำประกันไปยังบริษัทตามข้อมูลที่ให้ไว้กับทางธนาคาร ซึ่งเป็นการอำนวยความสะดวกให้ลูกค้าไม่ต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทางมาธนาคารเพื่อยื่นคำขอและรับต้นฉบับหนังสือค้ำประกัน

ทีทีบีมุ่งมั่นในการเป็นพันธมิตรที่ลูกค้าธุรกิจไว้วางใจ เดินหน้าพัฒนาบริการและดิจิทัลโซลูชันที่ช่วยยกระดับประสิทธิภาพการบริหารธุรกิจอย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนให้ลูกค้าสามารถขับเคลื่อนธุรกิจพร้อมก้าวผ่านความท้าทายต่าง ๆ ให้ประสบความสำเร็จและเติบโตอย่างยั่งยืน

ลูกค้าธุรกิจที่สนใจบริการจัดส่งหนังสือค้ำประกัน (LG Delivery) สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เจ้าหน้าที่บริหารความสัมพันธ์ลูกค้าธุรกิจ หรือติดต่อศูนย์บริการลูกค้าธุรกิจ ทีทีบี โทร. 0 2643 7000 วันจันทร์ถึงวันเสาร์ 08:00 - 20:00 น. ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ และวันหยุดธนาคาร 

Roddonjai แพลตฟอร์มซื้อขายรถยนต์มือสองชั้นนำ โดยทีทีบีไดรฟ์ ประสบความสำเร็จก้าวสู่ปีที่ 2 กับพันธกิจในการยกระดับมาตรฐาน สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ซื้อและผู้ขาย ด้วยโซลูชันที่ตอบโจทย์ครบวงจร เดินหน้ารุกตลาด “รถบ้าน” ด้วยคอนเซ็ปต์ Sell Smooth, Good Price หรือ ขายง่าย ได้ราคา พร้อมเปิดตัวโฆษณาใหม่ โดยมี “มาริโอ้ เมาเร่อ” เป็นพรีเซนเตอร์ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2

นายปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ทีเอ็มบีธนชาต เปิดเผยว่า จากแนวทางการขับเคลื่อนธุรกิจของทีทีบี ที่มุ่งสร้างชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้นให้กับคนไทย ช่วงที่ผ่านมาได้ร่วมมือกับพันธมิตรชั้นนำเพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่เหนือกว่าแบบครบวงจรให้กับกลุ่มลูกค้าคนมีรถ (Car Owners) สำหรับตลาดรถยนต์ธนาคารเล็งเห็นถึงความท้าทายที่เกิดขึ้นกับพันธมิตรผู้ขายรถยนต์มือสองที่มีการแข่งขันสูง และพฤติกรรมของผู้ซื้อเกิดการเปลี่ยนแปลงสู่ดิจิทัลมากขึ้น ทีทีบีจึงต้องการช่วยพันธมิตรกลุ่มนี้ยกระดับความสามารถในการแข่งขัน และสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ซื้อรถ จึงนำจุดแข็งของธนาคารสร้างโมเดลธุรกิจและแพลตฟอร์ม Roddonjai เพื่อเชื่อมต่อผู้ซื้อและผู้ขายเข้าด้วยกัน ด้วยมาตรฐานที่โปร่งใสและเชื่อถือได้ สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับตลาดรถยนต์มือสอง และเพิ่มโอกาสทางธุรกิจให้กับพันธมิตร ซึ่งในช่วง 1 ปีที่ผ่านมามีรถยนต์ที่ผ่านการตรวจคุณภาพแล้ว ประกาศขายบน Roddonjai.com กว่า 65,000 คัน มีผู้ใช้งานแพลตฟอร์ม 1.9 ล้านคนต่อเดือน ส่งผลให้สามารถขายรถยนต์ได้ถึง 38,000 คัน และมีลูกค้ามาใช้สินเชื่อรถยนต์ ทีทีบีไดรฟ์ ของธนาคารไปแล้วกว่า 13,000 ล้านบาท ซึ่งความสำเร็จที่ได้รับจากความร่วมมือกับพันธมิตรดีลเลอร์รถยนต์มือสอง ไม่เพียงยกระดับมาตรฐานให้กับตลาด แต่ยังช่วยสร้างธุรกิจที่โปร่งใสและตรงไปตรงมาอย่างแท้จริง เพื่อการเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืน 

“วันนี้ Roddonjai เข้าสู่ปีที่ 2 และพร้อมที่จะขยายตลาดไปยังกลุ่มผู้ขายอีกกลุ่มหนึ่งที่เรียกว่า “รถบ้าน” ซึ่งก็คือบุคคลทั่วไปที่มีความต้องการขายรถและประสบปัญหาในด้านการขายรถยนต์ด้วยตนเอง ซึ่งทีทีบีเชื่อมั่นว่าด้วยศักยภาพและจุดแข็งของธนาคาร จะสามารถช่วยสร้างประสบการณ์การซื้อ-ขายรถบ้านบน Roddonjai ให้ดียิ่งขึ้นได้” นายปิติ กล่าวเสริม

ด้านนายชัชฤทธิ์ ตั้งเถกิงเกียรติ์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หัวหน้าผลิตภัณฑ์สินเชื่อรถยนต์และทรานส์ฟอร์เมชัน ทีเอ็มบีธนชาต กล่าวว่า ในโอกาสที่ Roddonjai ก้าวเข้าสู่ปีที่ 2 จึงได้ต่อยอดความสำเร็จสู่การให้บริการแก่กลุ่มผู้ขาย “รถบ้าน” ซึ่งยังประสบปัญหาและอุปสรรคในการซื้อขายด้วยตนเอง ไม่ว่าจะเป็นการถูกกดดันด้านราคา ช่องทางการขายที่จำกัด และการเข้าถึงสินเชื่อรถยนต์ที่ไม่สะดวก ซึ่งจากจำนวนผู้มีรถยนต์ในประเทศไทยกว่า 18 ล้านคัน และมีรถที่มีอายุใช้งานในระหว่าง 4-7 ปี ซึ่งมีโอกาสในการเปลี่ยนรถจำนวนเกือบ 11 ล้านคัน กลับมียอดจำหน่ายรถยนต์มือสองทั้งประเทศ 700,000 คัน ซึ่งหากเราสามารถสร้างบริการครบวงจร สร้างประสบการณ์การซื้อ-ขายรถบ้านบน Roddonjai ให้ดียิ่งขึ้นได้ จะช่วยเพิ่มการหมุนเวียนในตลาดรถยนต์มือสองมากยิ่งขึ้น และช่วยเพิ่มโอกาสในการขยายศักยภาพของตลาดรถยนต์มือสองให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด

Roddonjai มีความตั้งใจในการสร้างประสบการณ์ที่ดีขึ้นสำหรับกลุ่มผู้ขาย “รถบ้าน” ให้สามารถขายได้ง่ายและได้รับราคาที่ดี ตอบโจทย์ทุกความต้องการของผู้ขายและผู้ซื้อรถบ้านในยุคดิจิทัลอย่างครบถ้วน ด้วยคอนเซ็ปต์ Sell Smooth, Good Price หรือ ขายง่าย ได้ราคา โดยโซลูชันที่ตอบโจทย์ทั้งผู้ซื้อและผู้ขายรถบ้าน ด้วยบริการดังนี้

  • ลงขายง่ายมีผู้ช่วย ด้วยบริการ Quick Selling Service มีผู้ช่วยลงขาย ถ่ายภาพ นัดหมายตรวจสภาพ และให้คำปรึกษาในทุกขั้นตอน
  • บริการตรวจคุณภาพ รถทุกคันผ่านการตรวจคุณภาพจากผู้เชี่ยวชาญมาตรฐานสากลสูงสุด 274 จุดพร้อมรับรายงานการประเมินคุณภาพ การันตีคุณภาพรถให้
  • โปรโมตฟรี ทุกคัน รถทุกคันที่ประกาศขายผ่านรถโดนใจ จะได้แพ็กเกจโฆษณาออนไลน์ ช่วยปิดการขายได้ไวขึ้น
  • ขายได้ราคา ผู้ขายสามารถตั้งราคาขายได้ด้วยตนเอง โดยมีตัวช่วยในการตั้งราคาด้วย ttb bluebook ที่ได้รับมาตรฐานสากล ช่วยให้การตั้งราคาได้ง่ายขึ้น ตามราคาตลาด
  • บริการสินเชื่อถึงที่ บริการจัดสินเชื่อให้ถึงที่ทั่วไทย ด้วยดีลดอกเบี้ยต่ำ อนุมัติไว และโปรโมชันพิเศษจากทีทีบีไดรฟ์ อำนวยความสะดวกให้กับผู้ขายและผู้ซื้อ

สำหรับปีที่ 2 ของ Roddonjai ยังได้ “มาริโอ้ เมาเร่อ” เป็นพรีเซนเตอร์อย่างต่อเนื่อง พร้อมเปิดตัวโฆษณาใหม่ในคอนเซ็ปต์ “อย่าให้ใครตีค่ารถคุณผิดๆ” ที่เปิดมุมมองใหม่ของการขายรถบ้าน และ Pain Point ต่าง ๆ ของผู้ขายรถบ้าน ที่มักถูกประเมินค่ารถต่ำกว่ามาตรฐานเมื่อลงขายเอง มุ่งเน้นให้ผู้ขายเห็นถึงความสำคัญของการตั้งราคาที่เป็นธรรม ผ่านบริการของ Roddonjai ที่ให้ผู้ขายสามารถตั้งราคาขายได้เองตามมาตรฐานตลาดด้วย ttb bluebook

Roddonjai เปิดโปรโมชันพิเศษให้กับผู้ที่ประกาศขายรถบ้านตั้งแต่วันนี้ รับแพ็กเกจผู้ขาย 3 ต่อ เฉพาะ 1,000 ท่านแรกเท่านั้น! 

ต่อที่ 1 แพ็กเกจประกาศขายมูลค่า 10,000 บาท ประกอบด้วย ตรวจสภาพรถยนต์ บริการผู้ช่วยลงขาย  บริการถ่ายภาพรถ แพ็กเกจโฆษณาออนไลน์

ต่อที่ 2 รับบัตรของขวัญโลตัสมูลค่า 1,000 บาท เมื่อแนะนำให้รถที่ประกาศขายจัดสินเชื่อกับทีทีบีไดรฟ์

ต่อที่ 3 รับบัตรของขวัญโลตัสมูลค่า 3,000 บาท เมื่อซื้อรถอีกครั้งที่ Roddonjai.com และจัดสินเชื่อกับทีทีบีไดรฟ์

สำหรับผู้ที่ต้องการซื้อรถบ้านที่ Roddonjai พร้อมจัดสินเชื่อผ่านทีทีบีไดรฟ์ รับอัตราดอกเบี้ยเริ่มต้นเพียง 2.59% ต่อปี และรับฟรี! เครื่องดูดฝุ่นไร้สายขนาดพกพามูลค่า 1,590 บาท ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2567 – 31 มกราคม 2568 เกิดสัญญาเช่าซื้อภายในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2568 

ติดตามข่าวสารเกี่ยวกับ Roddonjai  ได้ที่ facebook.com/roddonjaiTH และ Line @Roddonjai หากสนใจซื้อรถคลิกได้ที่ https://www.roddonjai.com หรือสนใจขายรถคลิกได้ที่ https://www.roddonjai.com/seller/sellercenter

ทีทีบีส่งเสริมให้ลูกค้าสินเชื่อรถยนต์ กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง 4.92% -15.00% ต่อปี เงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด

X

Right Click

No right click