ดีป้า จัดกิจกรรมออนไลน์ UNSEEN I SEE The Show Reel ประกวดแข่งขันทำดิจิทัลคอนเทนต์ แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวในประเทศและรีวิวของดี ของเด่น หรือของกินที่น่าสนใจ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติและยกระดับคุณภาพชีวิตคนในชุมชน พร้อมกระตุ้นเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน ชิงเงินรางวัลรวมมูลค่า 100,000 บาท

ผศ.ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า เปิดเผยว่า จากความสำเร็จของ 2 โครงการที่ ดีป้า ดำเนินการ ได้แก่ โครงการ CONNEXION ส่งเสริมดิจิทัลคอนเทนต์ครีเอเตอร์กับดิจิทัลอินฟลูเอนเซอร์ อาชีพใหม่ในยุคดิจิทัลที่มีความสำคัญต่ออุตสาหกรรมอีคอมเมิร์ซไทย และโครงการ Digital Tourism เปิดเมือง เปิดท่องเที่ยวไทยด้วยดิจิทัล จึงเป็นที่มาของกิจกรรมออนไลน์ใหม่อย่าง UNSEEN I SEE The Show Reel ต่อยอดการส่งเสริมการผลิตดิจิทัลคอนเทนต์ที่มีคุณภาพและความคิดสร้างสรรค์ พร้อมยกระดับแหล่งท่องเที่ยวและสินค้าไทยสู่สายตาคนทั่วโลก เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ กระตุ้นเศรษฐกิจไทยในอุตสาหกรรมดิจิทัลและอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว

UNSEEN I SEE The Show Reel กิจกรรมออนไลน์ประกวดแข่งขันสร้างดิจิทัลคอนเทนต์ในรูปแบบ VDO และ Photo Album นำเสนอสถานที่ท่องเที่ยวประเทศไทยในมุมมองใหม่ และรีวิวของดีหรือของกินในชุมชนให้ประชาชนไทยและชาวต่างชาติได้รับชม เกิดความรู้สึกอยากเดินทางไปยังสถานที่นั้น ๆ พร้อมชิงเงินรางวัลรวมมูลค่า 100,000 บาท ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวจะช่วยเปลี่ยนชุมชนของคุณให้กลายเป็นเมืองท่องเที่ยวสุดฮิต อีกทั้งเป็นสื่อกลางในการช่วยเผยแพร่วัฒนธรรมและวิถีชีวิตของคนในชุมชน เช่น อาหารการกิน วัฒนธรรม สินค้าขึ้นชื่อ และแหล่งชอปปิงในชุมชน ส่งเสริมให้เกิดการการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลหรือสื่อโซเชียลมีเดียในการสร้างการรับรู้และกระจายรายได้สู่ชุมชนผู้อำนวยการใหญ่ ดีป้า กล่าว

สำหรับผู้สนใจอยากเป็นดิจิทัลคอนเทนต์ครีเอเตอร์หรืออินฟลูเอนเซอร์ สายท่องเที่ยว สามารถร่วมแข่งขันในกิจกรรมออนไลน์ UNSEEN I SEE The Show Reel ได้ตั้งแต่วันนี้ – 10 สิงหาคม 2567 และสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่: https://short.depa.or.th/RlMRj

กระทรวงดีอี โดย ดีป้า จัดกิจกรรม Coding Bootcamp & Roadshow ภายใต้โครงการ Coding for Better Life สร้างรากฐานอนาคตประเทศไทย กำหนดจัดใน 8 ภูมิภาคทั่วประเทศ เปิดพื้นที่แรก จังหวัดขอนแก่นประสบความสำเร็จเกินคาด ครู นักเรียน และประชาชนทั่วไปตบเท้าเข้าร่วมงานล้นหลาม ตั้งเป้าภายหลังจบโครงการมีผู้เข้าร่วมงานรวมกว่า 2 หมื่นคน

ผศ.ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า เปิดเผยว่า โครงการ Coding for Better Life สร้างรากฐานอนาคตประเทศไทย จะเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างกำลังคนดิจิทัลที่มีศักยภาพรองรับความต้องการของภาคอุตสาหกรรม ช่วยแก้ไขปัญหาการขาดแคลนกำลังคนดิจิทัลได้อย่างยั่งยืน ซึ่งโครงการดังกล่าวจะช่วยสร้างเมล็ดพันธุ์ดิจิทัลที่มีความพร้อมต่อการสร้างรากฐานอนาคตของประเทศ สอดรับเป้าหมายการเพิ่มศักยภาพทุนมนุษย์ด้านดิจิทัล (Human Capital) ตามเครื่องยนต์ที่สามของนโยบายการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลของ กระทรวงดีอี หรือ The Growth Engine of Thailand”

ทั้งนี้ ภายใต้โครงการดังกล่าว ดีป้ากำหนดจัดกิจกรรม Coding Bootcamp & Roadshow ใน 8 ภูมิภาคทั่วประเทศ โดยเริ่มพื้นที่แรกจังหวัดขอนแก่น จัดขึ้นระหว่างวันที่ 4 - 5 ก.ค.ที่ผ่านมา ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติไคซ์ (KICE) มีครู นักเรียน ผู้ปกครอง และประชาชนทั่วไป เข้าร่วมงานจำนวน กว่า 2,600 คน และผู้ชมผ่าน FB Live รวมจำนวน 23,000 คน

สำหรับกิจกรรม Coding Bootcamp มีครูและนักเรียนจากโรงเรียนในพื้นที่อีสานตอนกลาง  ร่วมเรียนรู้ทักษะโค้ดดิ้งเข้มข้น ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติจากผู้เชี่ยวชาญด้านดิจิทัลแถวหน้าของประเทศไทยในหัวข้อต่าง ๆ อาทิ โค้ดดิ้งในชีวิตประจำวัน โค้ดดิ้งเพื่องานเกษตรอัจฉริยะ โค้ดดิ้งวิถีชุมชน และโค้ดดิ้งสำหรับอนาคต มีการนำเสนอผลงาน และได้คัดเลือกสุดยอดผลงานที่สามารถประยุกต์ใช้ได้จริง 10 ผลงานในการแข่งขัน Coding War ระดับภูมิภาค เพื่อก้าวสู่การเป็น 1 ใน 100 ทีมเข้าร่วมการแข่งขันรอบ Final ที่ MCC Hall เดอะมอลล์ ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ ก่อนเฟ้นหา 10 สุดยอดผลงานโค้ดดิ้งที่ได้รับการสร้างสรรค์และสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง ชิงเงินรางวัลมูลค่ารวมกว่า 1 ล้านบาท และได้รับสิทธิ์ร่วมการแข่งขันโค้ดดิ้งในเวทีระดับนานาชาติอย่าง Seoul International Invention Fair 2024 (SIIF 2024) ณ สาธารณรัฐเกาหลี 

ทั้งนี้ ภายในงานยังมีพ่อแม่ ผู้ปกครอง และประชาชนทั่วไปจำนวนมากที่สนใจเข้าร่วมอัปเดตเทรนด์เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล ภายใต้ กิจกรรม  Coding Roadshow โดยเฉพาะเสวนาและรายการทอล์กจากกูรูแถวหน้าในหลากหลายหัวข้อ  อาทิ

  • เปลี่ยนเกรด F สู่ A++ ด้วย AI & Coding
  • แนวทางการสนับสนุนและผลักดันบุคลากรด้าน Coding และ AI
  • โอกาสของคนรู้ AI ทำกำไรได้มากกว่าเดิม
  • Coding สร้างรายได้หลักแสน ทำงานจากที่ไหนก็ได้
  • AI ทำคนไทยตกงานจริงหรือ?
  • สร้างคอนเทนต์ด้วยเทคโนโลยีโลกเสมือน
  • แนะทางให้ครู Teach แบบบูรณาการเรื่อง AI & Coding
  • AI Talk Session by แบรนด์ซุปไก่สกัด หัวข้อ “AI กับคลื่นลูกใหม่! ใช้แล้ว ใช้อยู่ ใช้ต่อ”

สำหรับกิจกรรม Coding Bootcamp & Roadshow ครั้งต่อไป จะจัดขึ้นที่โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการและคอนเวนชัน เซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 8 - 9 กรกฎาคมนี้ ซึ่งผู้สนใจสามารถเข้าร่วมกิจกรรม Coding Roadshow ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย หรือติดตามรายละเอียดและข่าวสารต่าง ๆ ของโครงการ Coding for Better Life สร้างรากฐานอนาคตประเทศไทย ได้ทาง www.depa.or.th และเฟซบุ๊กเพจ depa Thailand และ CodingThailand by depa

ดีป้า ชวนผู้ประกอบการดิจิทัลไทยร่วมส่งผลงานสร้างสรรค์ด้านนวัตกรรมดิจิทัล เพื่อคัดเลือกเป็นตัวแทนประเทศเข้าร่วมประกวดในโครงการ ASEAN DIGITAL AWARDS 2025 ที่ประเทศไทยรับบทเป็นเจ้าภาพ พร้อมเปิดโอกาสการนำเสนอผลงานสู่สายตาชาวโลก และสร้างแรงบันดาลใจแก่นวัตกรด้านดิจิทัล สมัครได้แล้ววันนี้ - 26 กรกฎาคมนี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมและส่งใบสมัครได้ที่ https://www.depa.or.th/th/asean-digital-awards 

ผศ.ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ดีป้า มุ่งส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ด้านนวัตกรรมดิจิทัล เพื่อต่อยอดไปสู่ผลงานที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชน เศรษฐกิจ สังคม และประเทศ พร้อมกันนี้ ดีป้า ยังเป็นหน่วยงานหลักในการคัดเลือกผลงานของดิจิทัล สตาร์ทอัพและผู้ประกอบการดิจิทัลสัญชาติไทยเข้าประกวดในโครงการ ASEAN ICT Awards (ASEAN DIGITAL AWARDS ในปัจจุบัน) ที่จัดโดย สำนักงานเลขาธิการอาเซียน มาตั้งแต่ปี 2560 ซึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีและมีผู้ประกอบการไทยได้รับรางวัลจากโครงการดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่อง

โดยในปีนี้ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (กระทรวงดีอี) ยังคงมอบหมายให้ ดีป้า เป็นหน่วยงานคัดเลือกผลงานด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลฝีมือคนไทย เพื่อเป็นตัวแทนประเทศเข้าประกวดในโครงการ ASEAN DIGITAL AWARDS 2025 ที่ประเทศไทยรับบทเป็นเจ้าภาพ ซึ่งถือเป็นโอกาสครั้งสำคัญที่ผู้ประกอบการไทยจะได้นำเสนอผลงานสู่สายตานานาชาติ อีกทั้งเป็นประตูบานใหม่ที่จะเปิดเข้าสู่ตลาดสากล พร้อมกันนี้ ผู้ที่ได้รับรางวัลจะเป็นแบบอย่างและแรงบันดาลใจในการวิจัยและพัฒนาให้กับนวัตกรรุ่นใหม่ เพื่อต่อยอดไปสู่การสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์/บริการดิจิทัล และเป็นส่วนช่วยยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศในอนาคตผู้อำนวยการใหญ่ ดีป้า กล่าว

โครการ ASEAN DIGITAL AWARDS 2025 แบ่งการประกวดออกเป็น 6 ประเภท ประกอบด้วย

  1. Public Sector ผลิตภัณฑ์ บริการ หรือโปรแกรมดิจิทัลที่มีความเกี่ยวข้องกับการภาครัฐหรือบริการสาธารณะ อาทิ e-government
  2. Private Sector ผลิตภัณฑ์ บริการ หรือโปรแกรมดิจิทัลที่เกี่ยวข้องกับภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม อาทิ แอปพลิเคชันอุตสาหกรรม (Industrial application) การบริหารจัดการโลจิสติกส์และห่วงโซ่อุปทาน (e-Logistics and Supply Chain Management) แอปพลิเคชันสำหรับอุตสาหกรรมการเงินการธนาคาร (Finance Industry Application) การติดต่อสื่อสาร (Communication) ระบบบริการสุขภาพ (e-Health) การท่องเที่ยวและการบริการ (Tourism and Hospitality) เป็นต้น
  3. Digital Inclusivity ผลิตภัณฑ์ บริการ หรือโปรแกรมดิจิทัลที่ช่วยให้ประชาชน/ผู้บริโภคมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล โดยการสร้างทักษะ แรงจูงใจ และโอกาสในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและระบบออนไลน์อย่างปลอดภัย
  4. Digital Content ผลิตภัณฑ์และ/หรือบริการดิจิทัลที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการรวมข้อความ เสียง รูปภาพ และวิดีโอเพื่อสร้างความสนใจ (ความบันเทิง) ในรูปแบบของมัลติมีเดีย สาระบันเทิง ความสมจริง และปฏิสัมพันธ์
  5. Digital Start-up ผู้ประกอบการดิจิทัลที่อยู่ในช่วงเริ่มต้นของการก่อตั้ง เช่น ผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์หรือผลิตภัณฑ์ตั้งต้น ซึ่งรวมความก้าวหน้าทางดิจิทัลและเทคโนโลยีมาใช้ในการปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงาน ปรับปรุงรูปแบบธุรกิจ และยกระดับมาตรฐานการครองชีพ/ผู้บริโภคเพื่อทำให้สังคมและเศรษฐกิจดีขึ้น
  6. Digital Innovation ผลิตภัณฑ์ บริการ หรือโปรแกรมดิจิทัลที่มาจากสถาบันอุดมศึกษาและสถาบันวิจัย ซึ่งส่งเสริมนวัตกรรมใหม่เพื่อตอบสนองต่อวิธีการดำเนินธุรกิจ หรือยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ใช้บริการ

สำหรับ ASEAN DIGITAL AWARDS 2024 ตัวแทนประเทศไทยสามารถคว้า 2 เหรียญเงินมาได้จาก ระบบแลกเปลี่ยนข้อมูลสุขภาพด้วยเทคโนโลยีบล็อกเชน Decentralized Health Care โดย บริษัท เฮลธ์แท็ก จำกัด และ ระบบปัญญาประดิษฐ์สำหรับตรวจคัดกรองผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงโรคมะเร็งท่อน้ำดี BiTNet โดย มหาวิทยาลัยขอนแก่น

ทั้งนี้ ดีป้า และผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายสาขาจะร่วมคัดเลือกและพิจารณาผู้สมัครจากการนำเสนอผลงานดิจิทัลต่อคณะกรรมการภายในประเทศ เพื่อให้ได้มาซึ่งผลงานที่เหมาะสมในแต่ละด้าน และเป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมในโครงการ ASEAN DIGITAL AWARDS 2025 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ซึ่งผู้ที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมและส่งใบสมัครได้ที่ https://www.depa.or.th/th/asean-digital-awards ตั้งแต่วันนี้ – 26 กรกฎาคมนี้

สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) ขอชวนน้อง ๆ นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาและมัธยมศึกษา พร้อมคุณครูผู้สอนจากสถาบันการศึกษาทั่วไทยร่วมประชันไอเดีย พร้อมสร้างสรรค์ผลงานด้านโค้ดดิ้งใน “Coding War” รายการแข่งขันทักษะด้านโค้ดดิ้งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศ อีกหนึ่งกิจกรรมที่ห้ามพลาดเป็นอย่างยิ่งของโครงการ Coding for Better Life สร้างรากฐานอนาคตประเทศไทย

มหกรรมแสดงเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลด้านการพัฒนาเมืองอัจฉริยะระดับนานาชาติ พร้อมนำเสนอ ‘บัญชีบริการดิจิทัล’ อำนวยความสะดวกให้ผู้พัฒนาเมืองสามารถเลือกสินค้าและบริการ ด้านดิจิทัลที่มีคุณภาพในราคาที่เป็นธรรมและเหมาะสมกับบริบทของตนเอง

ผศ.ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า เปิดเผยว่า กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (กระทรวงดีอี) โดย ดีป้า พร้อมด้วย บริษัท เอ็น.ซี.ซี. แมนเนจเม้นท์ แอนด์ ดิเวลลอปเม้นท์ จำกัด เตรียมจัดงาน “Thailand Smart City Expo 2024” มหกรรมแสดงเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลด้านการพัฒนาเมืองอัจฉริยะระดับนานาชาติที่จะมีขึ้นเป็นครั้งที่ 3 ระหว่างวันที่ 6 – 8 พฤศจิกายน 2567 ฮอลล์ 3 – 4 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยปีนี้มาพร้อมแนวคิด ‘Towards Smart Data Era’ ซึ่งแสดงถึงความตื่นตัวของทุกภาคส่วนที่จะนำประเทศไทยเข้าสู่ยุคแห่งการขับเคลื่อนด้วยข้อมูล

ผศ.ดร.ณัฐพล กล่าวต่อว่า Thailand Smart City Expo 2024 จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมโครงการพัฒนาเมืองในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ผ่านการนำเสนอเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลเพื่อการพัฒนาเมือง การประชุมและสัมมนาระดับนานาชาติโดยผู้เชี่ยวชาญในธุรกิจและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องจากหน่วยงานชั้นนำทั้งในประเทศและต่างประเทศ อีกทั้งเป็นพื้นที่ที่จะเกิดการต่อยอดความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมการพัฒนาเมือง

“นอกจากนี้ กระทรวงดีอี โดย ดีป้า ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) พัฒนานโยบายกระตุ้นการลงทุนเพื่อดึงดูดนักลงทุนให้เข้ามาในพื้นที่เมืองอัจฉริยะผ่านมาตรการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสูงสุด 100% ของเงินลงทุนด้านดิจิทัล ระยะเวลาสูงสุด 3 ปี เมื่อซื้อสินค้าหรือบริการที่ขึ้นทะเบียนใน ‘บัญชีบริการดิจิทัล’ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้พัฒนาเมืองสามารถเลือกสินค้าและบริการด้านดิจิทัลที่มีคุณภาพในราคาที่เป็นธรรมและเหมาะสมกับบริบทของตนเอง ขณะที่หน่วยงานภาครัฐสามารถเลือกใช้สินค้าและบริการในบัญชีบริการดิจิทัลได้ด้วยระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างแบบเฉพาะเจาะจง ส่วนภาคเอกชนจะได้รับสิทธิประโยชน์ตามมาตรการลดหย่อนภาษีสูงถึง 200%” ผู้อำนวยการใหญ่ ดีป้า กล่าวเพิ่มเติม

ด้าน นายสุรพล อุทินทุ กรรมการผู้จัดการ เอ็น.ซี.ซี. แมนเนจเม้นท์ แอนด์ ดิเวลลอปเม้นท์ กล่าวว่า เทคโนโลยีดิจิทัลที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วส่งผลให้รูปแบบการดำเนินชีวิตของผู้คนในชุมชนเมืองปรับเปลี่ยนไปเป็นอย่างมาก ดังนั้นผู้พัฒนาเมืองจำเป็นต้องยกระดับเมืองไปสู่การเป็นเมืองอัจฉริยะเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้อยู่อาศัยในเมืองรอบด้าน เช่น ด้านความปลอดภัย ด้านสิ่งแวดล้อม ด้านจราจรและขนส่ง ด้านการยกระดับการประกอบอาชีพและการศึกษา และด้านพลังงานสะอาด เป็นต้น

ทั้งนี้เทคโนโลยีด้านการพัฒนาเมืองอัจฉริยะถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาเมืองให้ตรงกับความต้องการของผู้อยู่อาศัยในเมือง ช่วยแก้ไขปัญหา และเสริมจุดเด่นของแต่ละเมืองที่มีความแตกต่างกัน ได้อย่างตรงจุด ดังนั้น อ็น.ซี.ซี. จึงได้ร่วมกับ ดีป้า จัดงาน Thailand Smart City Expo 2024 ซึ่งเป็น

การต่อยอดความสำเร็จจากปีที่ผ่านมาที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี โดยมีผู้ประกอบการเข้าร่วมแสดงสินค้าเป็นจำนวนมาก และมีผู้เข้าชมตลอดระยะเวลาการจัดงานกว่า 8,600 คน อีกทั้งได้รับความสนใจจากผู้นำท้องถิ่นและผู้พัฒนาเมืองเข้าร่วมเจรจาธุรกิจกว่า 100 เมือง

สำหรับงาน Thailand Smart City Expo 2024 ได้รวบรวมเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านการพัฒนาเมืองอัจฉริยะไว้ 7 กลุ่มอุตสาหกรรม ประกอบด้วย SMART Telecom, SMART Energy, SMART Living, SMART Industry & Retail, SMART Mobility, SMART Environment และ SMART Healthcare เพื่อตอบโจทย์การพัฒนาเมืองในทุกมิติ โดยคาดว่าปีนี้จะมีผู้เข้าร่วมชมงานราว 10,000 ราย มีผู้ประกอบการเข้าร่วมไม่น้อยกว่า 150 ราย

“เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า การจัดงานในครั้งนี้จะเป็นช่องทางให้ชุมชนต่าง ๆ มาศึกษาเรียนรู้และนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลที่เหมาะสมกลับไปพัฒนาชุมชนของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะเป็นตัวช่วยสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมของประเทศให้เติบโตและก้าวหน้าได้อย่างก้าวกระโดด” นายสุรพล กล่าว

ปัจจุบัน ประเทศไทยมีเมืองที่ผ่านการรับรองเป็นเมืองอัจฉริยะแล้วจำนวน 36 เมืองจาก 25 จังหวัดทั่วประเทศ โดยในปี 2567 – 2570 รัฐบาลมีเป้าหมายที่จะยกระดับเมืองอัจฉริยะน่าอยู่ไม่น้อยกว่า 105 เมือง อีกทั้งมีการประเมินว่าจะก่อให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นกว่า 10,000 ล้านบาท สำหรับผู้สนใจสามารถร่วมงาน Thailand Smart City 2024 มหกรรมแสดงสินค้าและเทคโนโลยีด้านการพัฒนาเมืองอัจฉริยะระดับนานาชาติระหว่างวันที่ 6 - 8 พฤศจิกายน 2567 ณ ฮอลล์ 3 - 4 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ หรือศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.thailandsmartcityexpo.com 

Page 1 of 8
X

Right Click

No right click