ดีลอยท์ ประเทศไทย ร่วมกับธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย(SME D Bank) และตลาดหลักทรัพย์ไลฟ์เอ็กซ์เช้นจ์ (LiVEx) โดย นายวัลลภ วิไลวรวิทย์ และนางสาวลสิตา มากัต พาร์ทเนอร์ บริการด้านการสอบบัญชี ดีลอยท์ ประเทศไทย (ที่สี่และห้าจากซ้าย) นางสาวกัลยา เฉลิมโชคชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ผู้รับผิดชอบสายงานบริหารเงินและบัญชี ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ที่หกจากซ้าย) และ นายประพันธ์ เจริญประวัติ ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ,ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ไลฟ์เอ็กซ์เช้นจ์, กรรมการผู้จัดการบริษัท ไลฟ์ฟินคอร์ป จำกัด (ที่ห้าจากขวา) ร่วมเป็นประธาน ในพิธีเปิดงานและงานปฐมนิเทศ Acceleration Program - Road to LiVE รุ่นที่ 2 โครงการเสริมความพร้อมที่สำคัญของผู้ประกอบการในการเข้าตลาดทุน ณ ห้อง สุรศักดิ์ บอลรูม โรงแรม อีสติน แกรนด์ สาทร เมื่อเร็วๆนี้

โดยภายในงานมีการบรรยายในหัวข้อ “โอกาสของผู้ประกอบการบนเส้นทางตลาดทุน (SET/mai/LiVEx)” โดยนายประพันธ์ เจริญประวัติ และทีมผู้บริหารจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย “IPO Journey เส้นทางการเป็นบริษัทจดทะเบียน” โดย นายวัลลภ วิไลวรวิทย์ และ “How to become the smart IPO?” โดย รศ.(พิเศษ) ดร.กฤษฎา เสกตระกูล กรรมการอิสระ บริษัท ทีเคเค คอร์ปอเรชั่น จำกัด โดยมี นางสาวลสิตา มากัต พาร์ทเนอร์ ดีลอยท์ ประเทศไทย เป็นผู้ดำเนินการบรรยาย ในช่วงเย็นยังมีกิจกรรมเน็ตเวิร์คกิ้งเพื่อให้ผู้ประกอบการได้ร่วมรับประทานอาหารเย็น และ สานสัมพันธ์ต่อยอดธุรกิจ โดยมีนายพิชิต มิทราวงศ์ (กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย) เป็นประธานเปิดงาน

 แอนท์ อินเตอร์เนชันแนล (Ant International) ผู้นำด้านการชำระเงินดิจิทัล และผู้ให้บริการเทคโนโลยีทางการเงินชั้นนำระดับโลก เปิดตัว bettr (“เบทเทอร์”) บริการสินเชื่อดิจิทัลระดับโลกที่เน้นให้สินเชื่อกับธุรกิจขนาดย่อย ขนาดย่อม และขนาดกลาง (MSMEs) ในตลาดที่มีแนวโน้มเติบโตสูง ผ่านความร่วมมือทางการเงินแบบฝังตัว (Embedded Finance)

นาย Yang Peng, CEO, แอนท์ อินเตอร์เนชันแนล กล่าวว่า “ผมรู้สึกมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้แนะนำ bettr ให้กับธุรกิจขนาดย่อมและขนาดกลาง (SMEs) และพันธมิตรต่าง ๆ ในตลาดที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง การเปิดตัว bettr ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของแอนท์ อินเตอร์เนชันแนลในเส้นทางการเพิ่มโอกาสให้กับ SMEs ทั่วโลกด้วยนวัตกรรมโซลูชันฟินเทค ผ่านการร่วมมือแบบเปิดกับพันธมิตรในภูมิภาค พันธกิจของ bettr คือการทำให้การจัดหาเงินทุนเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น และเข้าถึงได้มากขึ้นสำหรับธุรกิจขนาดย่อยและขนาดย่อม ซึ่งปัจจุบันถือเป็นกลุ่มที่ช่วยขับเคลื่อนการค้าระดับภูมิภาค และการค้าข้ามพรมแดน เรากำลังมุ่งมั่นขยายความร่วมมือกับผู้นำในอุตสาหกรรมต่าง ๆ เพื่อบรรลุวิสัยทัศน์ร่วมสำหรับระบบนิเวศทางการค้าในอนาคตที่ทั้งครอบคลุม และยั่งยืน”

บรรษัทการเงินระหว่างประเทศ (IFC) ประเมินว่า 65 ล้านบริษัท หรือ 40% ของจำนวน MSMEs ที่ก่อตั้งอย่างเป็นทางการในประเทศกำลังพัฒนา มีความต้องการทางการเงินที่ยังไม่ได้รับการตอบสนองคิดเป็นมูลค่ามากถึง 5.2 ล้านล้านเหรียญสหรัฐในแต่ละปี bettr รับรู้ถึงความต้องการบริการด้านการเงินที่ครอบคลุม และเข้าถึงได้ที่มีอยู่ทั่วโลก ด้วยเหตุนี้เอง เราจึงมุ่งมั่นสร้างระบบนิเวศที่เปิดกว้างสำหรับการร่วมมือ เพื่อเพิ่มการเข้าถึง และความสะดวกในการสนับสนุนสินเชื่อ ด้วยการนำ AI การคำนวณแบบรักษาความเป็นส่วนตัว และนวัตกรรมดิจิทัลอื่น ๆ มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อปิดช่องว่างทางการเงิน พร้อมเพิ่มโอกาสในการเติบโตให้ MSMEs

นอกจากนี้ bettr ยังได้ประกาศความร่วมมือด้านการเงินแบบฝังตัวครั้งแรกกับบริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จํากัด (มหาชน) หรือ AWC กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ไลฟ์สไตล์ครบวงจรชั้นนําของไทย และบริษัทในเครือทีซีซี กรุ๊ป (TCC Group)

นางวัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จํากัด (มหาชน) หรือ AWC กล่าวว่า “AWC รู้สึกมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับแอนท์ อินเตอร์เนชันแนลเปิดตัว bettr การร่วมมือนี้จะทำให้ทั้งสองฝ่ายใช้ประโยชน์จากจุดแข็งของตัวเองได้อย่างเต็มที่ โดยที่ bettr จะให้บริการปล่อยสินเชื่อดิจิทัลที่สะดวก ไร้รอยต่อในระบบนิเวศธุรกิจขนาดย่อย และขนาดย่อมของ AWC ผ่านแพลตฟอร์ม และช่องทางต่าง ๆ ของ AWC ระยะแรกของการร่วมมือครั้งนี้จะเป็นการเปิดตัว “Phenix” (ฟีนิกซ์) แหล่งรวมสินค้าอาหารและสุดยอดความอร่อยใจกลางเมืองบนพื้นที่ยุทธศาสตร์ย่านประตูน้ำ ซึ่งมีกำหนดเปิดตัวในวันที่ 26 มิถุนายน 2567 ความร่วมมือนี้คาดว่าจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ขาย ผู้ซื้อ และซัพพลายเออร์ของ AWC ที่ทำธุรกิจบน Phenix ทั้งทางออนไลน์และออฟไลน์ และจะขยายความร่วมมือต่อเนื่องไปยังโครงการอื่นๆ ในอนาคต ”

นาย Yang Peng กล่าวเสริมว่า “ในปัจจุบันที่เศรษฐกิจ SME กำลังเฟื่องฟู ประเทศไทยเป็นตลาดที่มีความสำคัญในเชิงกลยุทธ์สำหรับแอนท์ อินเตอร์เนชันแนล ตั้งแต่เริ่มต้นการดำเนินธุรกิจ ซึ่งเราได้เรียนรู้จากการร่วมมือกับหลากหลายธุรกิจในประเทศ รวมถึงให้บริการธุรกิจท้องถิ่นจำนวนมากผ่านการชำระเงินดิจิทัลมาตลอดหลายปี ช่วยเชื่อมโยงธุรกิจเหล่านี้กับนักเดินทางทั่วโลก รวมถึงกลุ่มตลาดส่งออก ด้วย bettr เราจึงสามารถเพิ่มตัวเลือกสำหรับบริการทางการเงินได้ ด้วยการให้แหล่งเงินทุนที่เข้าถึงได้กับธุรกิจขนาดย่อม ส่งเสริมการเติบโตอย่างยั่งยืน”

กระทรวงอุตสาหกรรม ผนึก ซีพี ออลล์ ผ่านเซเว่นฯ สนับสนุน SMEs ไทยให้เติบโต พร้อมเปิดโอกาสทางการตลาดส่งสินค้า SMEs สู่มือผู้บริโภค พร้อมยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขัน ผ่านโครงการและกิจกรรมเด่น  ตั้งเป้ายกระดับสินค้า นวัตกรรม สู่มาตรฐานสากล

นายณัฐพล รังสิต ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลังลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันและสร้างโอกาสทางการตลาดให้แก่ผู้ประกอบการและการจัดกิจกรรมการเตรียมความพร้อมให้แก่ผู้ประกอบการ (Kick-off) ร่วมกับ นายยุทธศักดิ์ ภูมิสุรกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารเซเว่น อีเลฟเว่น และเซเว่น เดลิเวอรี่ โดยระบุว่า การลงนาม MOU ในวันนี้ (5 เม.ย.67) ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการสนับสนุน SMEs เพื่อเริ่มต้นทำกิจกรรมส่งเสริมผู้ประกอบการร่วมกัน ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่า วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ SMEs ในประเทศไทยมีส่วนสำคัญต่อภาคเศรษฐกิจของไทยอย่างยิ่ง ทั้งก่อให้เกิดการจ้างงาน แหล่งอาชีพ แหล่งสร้างรายได้ให้กับประชาชนในทั่วทุกภาคของประเทศ ซึ่งกระทรวงอุตสาหกรรมให้ความสำคัญกับการพัฒนาผู้ประกอบการและผลิตภัณฑ์ของ SMEs สร้างงาน อาชีพ กระจายรายได้ และเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับประชาชน สอดคล้องกับนโยบายส่งเสริม SMEs ของนายกรัฐมนตรี นายเศรษฐา ทวีสิน โดยกระทรวงฯดำเนินการสนับสนุนผ่านโครงการและกิจกรรมต่าง ๆ โดยหวังว่าจะช่วยสร้างโอกาสให้กับ SMEs ให้สามารถผลิตสินค้าได้อย่างมีคุณภาพ มาตรฐานเป็นที่ต้องการของผู้บริโภค และเมื่อผู้ประกอบการผลิตสินค้าแล้วจำเป็นต้องเชื่อมโยงกับผู้ซื้อ ซึ่งเซเว่น อีเลฟเว่นเป็นร้านสะดวกซื้อที่คนไทยรู้จักเป็นอย่างดีมีสาขามากกว่า 10,000 สาขาทั่วประเทศ สามารถเข้าถึงคนไทยทุกกลุ่ม จึงมั่นใจว่าการลงนาม MOU ครั้งนี้ จะเป็นโอกาสของสินค้าจากผู้ประกอบการ SMEs ในการเพิ่มช่องทางกระจายสินค้าไปสู่ผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี

“กระทรวงอุตสาหกรรม โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล มีนโยบายมุ่งมั่นส่งเสริมภาคอุตสาหกรรมไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน ใน 4 มิติ ก็คือ รายได้ การอยู่ร่วมกันกับชุมชน การลงตัวสอดคล้องกับกติกาสากล และการกระจายรายได้สู่ชุมชน ซึ่งหนึ่งในวัตถุประสงค์ของนโยบายดังกล่าวเพื่อให้ภาคอุตสาหกรรมเป็นที่รักของชุมชน ด้วยการสร้างความเชื่อมโยงระหว่างผู้ประกอบการรายย่อยให้มีโอกาสร่วมเป็นส่วนหนึ่งของภาคอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ โดยความร่วมมือครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงการเป็นส่วนหนึ่งของกันและกันระหว่างองค์กรขนาดใหญ่และผู้ประกอบการรายย่อย SMEs รวมถึงผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชน รวมทั้งช่วยผลักดันให้สินค้า หรือผลิตภัณฑ์ของผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการของกระทรวงอุตสาหกรรมมีโอกาสร่วมกับผู้ค้าปลีกรายใหญ่ของประเทศส่งผลกระทบเชิงบวกทางเศรษฐกิจเป็นวงกว้าง สร้างรายได้ สร้างโอกาส ให้แก่ผู้ประกอบการได้เติบโตและดำเนินธุรกิจภายใต้สภาวะการแข่งขันของตลาดที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น พร้อมทั้งขยายไปยังหน่วยอื่น ๆ เพื่อให้ภาคอุตสาหกรรมเติบโตควบคู่กับการกินดีอยู่ดีของผู้ประกอบการรายย่อยและชุมชนอย่างยั่งยืน โดยในรอบนี้มีผู้ประกอบการที่ผ่านโครงการของ อก. ที่ได้รับโอกาสในการเชื่อมโยงกับเซเว่น อีเลฟเว่น กว่า 50 ราย คาดว่าจะก่อให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาทต่อปี” นายณัฐพล กล่าว

ด้าน นายยุทธศักดิ์ ภูมิสุรกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารเซเว่น อีเลฟเว่น และเซเว่น เดลิเวอรี่ กล่าวว่า เซเว่น อีเลฟเว่น ในฐานะหน่วยงานที่ให้การสนับสนุนและส่งเสริม SMEs มาโดยตลอด ตามนโยบาย SMEs โตไกลไปด้วยกัน” ผ่านกลยุทธ์ 3 ให้ ประกอบด้วย 1.ให้ช่องทางขาย 2.ให้ความรู้ และ 3.ให้การเชื่อมโยงเครือข่าย จึงได้ดำเนินโครงการต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อ SMEs มาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด ได้ร่วมลงนามความร่วมมือครั้งสำคัญกับกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อยกระดับขีดความสามารถผู้ประกอบการ พร้อมสร้างโอกาสการเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนให้กับ SMEs ในอนาคต

“การลงนามความร่วมมือกันระหว่าง บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นภาคเอกชนกับ กระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะภาครัฐ สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการเดินหน้าสนับสนุน ส่งเสริม SME อย่างจริงจังในทุกรูปแบบและทุกช่องทาง สอดคล้องกับวิสัยทัศน์การเติบโตของทั้ง 2 หน่วยงานคือ ต้องการสร้างการเติบโตแบบองค์รวมทั้งในภาคของเกษตรกรและผู้ประกอบการ เพื่อสร้างโอกาสการเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนให้กับ SMEs และระบบเศรษฐกิจฐานรากของประเทศในอนาคตให้พร้อมแข่งขันในระดับสากล” นายยุทธศักดิ์ กล่าว

สำหรับบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือในการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน สร้างโอกาสทางการตลาดให้แก่ผู้ประกอบการฉบับนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุน พัฒนา เพิ่มโอกาสทางธุรกิจ พร้อมทั้งสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางธุรกิจให้แก่ผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม วิสาหกิจชุมชนและเกษตรกร เพื่อยกระดับสินค้าและบริการให้เติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืนตามมาตรฐานในการปฏิบัติทางการค้าที่ดี (Code of Conduct) นอกจากนี้ ยังช่วยส่งเสริมการบรรลุเป้าหมายและพันธกิจในการสร้างอุตสาหกรรมที่อยู่ร่วมกับชุมชนและสังคมของทั้งสองฝ่ายได้เป็นอย่างดี เพิ่มศักยภาพและพัฒนาบุคลากรผ่านการดำเนินโครงการ หรือ กิจกรรมต่างๆที่เกี่ยวข้อง เช่น การจัดสัมมนา การฝึกอบรม การให้คำปรึกษาแนะนำ เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้และประสบการณ์ เสริมสร้างทักษะที่จำเป็นในการประกอบธุรกิจ ตลอดจนเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่จะเป็นประโยชน์ในการยกระดับสถานประกอบการและประสิทธิภาพกระบวนการผลิต และร่วมมือกันดำเนินงานด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้แก่ผู้ประกอบการ ให้ข้อเสนอแนะเพื่อการพัฒนา (Feedback) ให้ความรู้เชิงวิชาการ เพื่อพัฒนาและยกระดับผลิตภัณฑ์ให้ตรงกับความต้องการของตลาดและมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง และสร้างโอกาสทางการตลาดการประชาสัมพันธ์ผ่านการจัดกิจกรรมการทดสอบตลาด ตลอดจนกิจกรรมสนับสนุนต่าง ๆ เพื่อสร้างการรับรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ให้แก่บุคคลทั่วไปในชุมชนและสังคม

เติบโตภายใต้หลัก 2 ดี “สินค้าดี-พันธมิตรดี” ดันยอดขายปี’66 โตทะลุ 260 ล้าน  

Page 1 of 18
X

Right Click

No right click