September 24, 2020

“พณชิต กิตติปัญญางาม” ผอ. DPU X  เผย รัฐ-เอกชน ตื่นตัวเทคโนโลยีใหม่ เตรียมเปิดหลักสูตร  “Geeks on The Block Chain”  ปลุกวงการ Developer แต่งตัวให้พร้อมช่วยองค์กรพัฒนาธุรกิจ 

ดร.พณชิต กิตติปัญญางาม ผู้อำนวยการสถาบัน DPU X โดย มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ และนายกสมาคม Thailand Tech Startup Association (สมาคมการค้าเพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการเทคโนโลยีรายใหม่) เปิดเผยว่า ปัจจุบันหลายองค์กรทั้งภาครัฐและภาคเอกชนเริ่มมีการตื่นตัวกันมากในการนำเทคโนโลยี BlockChain มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของระบบการจัดการข้อมูล โดยเฉพาะภายในระยะเวลา อีก 5 ปีนับจากนี้จะเห็นคุณค่าของ BlockChain เพิ่มมากขึ้นเหมือนกับในอดีตที่เริ่มมีอินเตอร์เน็ต ทุกคนมองคุณค่าของอินเตอร์เน็ตไม่ออก ต่อมาเมื่อมีคนเริ่มสร้างแอพพลิเคชั่นต่างๆ มีการส่งข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ทุกคนเริ่มเห็นพลังของอินเตอร์เน็ต  เช่นเดียวกันวันนี้ผู้คนกำลังอยู่บนโลกของดิจิตอลกันมากขึ้น Block Chain ที่ทำหน้าที่ส่งผ่านมากกว่าเพียงข้อมูล แต่ส่ง "คุณค่า" ไปด้วย  จะทำให้เกิดฝาแฝดของสิ่งต่างๆในโลกดิจิตอล ช่วยให้ Interaction หรือการปฏิสัมพันธ์ระหว่างกันบนโลกดิจิตอลมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากขึ้น มีความปลอดภัยมากขึ้น 

ทั้งนี้ มูลค่าการลงทุนในเทคโนโลยี BlockChain มีแนวโน้มเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะสถาบันการเงินที่แสดงความสนใจทั้งด้านการวิจัยพัฒนาระบบและการร่วมลงทุนในธุรกิจสตาร์ทอัพต่างๆ เนื่องจากธุรกรรมต่างๆที่ต้องใช้ตัวกลาง (บุคคลที่สาม) จะได้รับผลกระทบค่อนข้างชัดเจนหลังเทคโนโลยี Block Chain เข้ามาจัดการการแลกเปลี่ยนต่างๆ  ยิ่งไปกว่านั้น จากการสำรวจของ World Economic Forum (WEF) คาดว่า ภาครัฐของประเทศต่างๆ จะนำร่องประยุกต์ใช้เทคโนโลยีนี้ก่อนภายในปี 2023 หรืออีก 4 ปีข้างหน้า และจะนำมาใช้อย่างแพร่หลายภายในปี 2027 หรือในอีก 8 ปีข้างหน้า

ดังนั้นช่วงเวลาของการเตรียมพร้อมรับมือกับการมาของ เทคโนโลยี BlockChain จึงเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมากขององค์กรต่างๆ หลายองค์กรเริ่มมองเห็นคุณค่า ของ BlockChain ที่มีระบบเข้ามาช่วยจัดการข้อมูล จึงนำมาซึ่งการตื่นตัวและเริ่มนำ  Block chain มาใช้กันเพิ่มมากขึ้น  นับเป็นสัญญาณที่ดีให้กับวงการ Developer เพราะผู้ที่มีความรู้ความเข้าใจการทำงานบนระบบ Decentralized จะสามารถมองเห็นภาพและพัฒนา Application ในอนาคตได้ เนื่องจากโครงสร้างและสถาปัตยกรรมจะเปลี่ยนไป เป็นแบบ Decentralized ด้วย Blockchain  เช่น แนวคิด World Computer ของ Ethereum

ล่าสุด ทาง DPU X สถาบันเพื่อพัฒนาความเป็นผู้ประกอบการและบุคลากรแห่งอนาคต ได้ร่วมมือกับ Smart Contract Thailand พร้อมด้วยวิทยากรรับเชิญจาก KBTG ได้จัดหลักสูตร “Geeks on The Block(Chain)” หรือ Block Chain Camp for Developers  batch  1 ครั้งแรกของประเทศ เป็นหลักสูตรที่เน้นการพัฒนาเชิง Technical ด้าน Block Chain ที่เข้มข้นที่สุดในประเทศไทย โดยได้รับเกียรติจาก ดร.ภูมิ ภูมิรัตน์ ผู้เชี่ยวชาญด้าน Block Chain ระดับแนวหน้าของประเทศและผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบการรักษาความปลอดภัยในโลกโซเชียล รวมถึงทีม Smart Contract Thailand และทีม KBTG มาร่วมออกแบบ และดูแลหลักสูตรดังกล่าวนี้

ดร.พณชิต กล่าวด้วยว่า นอกจากการเรียนรู้ด้านพื้นฐานและแนวความคิดระบบ Block Chain ในหลักสูตรนี้แล้ว ผู้เข้าอบรมจะได้ลงมือเขียนโค้ด จากโจทย์จริงด้วย จึงเป็นโอกาสอันดีสำหรับผู้เข้ารับการอบรมที่จะได้มีโอกาสฝึกการคิดค้น แก้ปัญหาให้ตรงจุด และเพื่อเป็นการสร้างประสบการณ์อย่างเต็มรูปแบบ นอกจากนี้หลักสูตรยังได้มีการจัด Public Code Review เพื่อให้ผู้เข้าอบรมได้แลกเปลี่ยนความรู้กับผู้เข้าอบรมท่านอื่นๆ, วิทยากร, Commentator ผู้เชี่ยวชาญ, องค์กรภาครัฐและเอกชน รวมถึง Developer ท่านอื่นๆที่มีความสนใจ

ดร.พณชิต กล่าวอีกว่า หลักสูตรดังกล่าวนี้ทาง DPUX เตรียมเปิดอบรมระหว่างเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม 2562 ผู้เข้ารับการอบรมจนสำเร็จจะสามารถเพิ่มศักยภาพในการทำงาน ตลอดจนใช้ในการพัฒนาธุรกิจของตนเองหรือองค์กรต้นสังกัดเพื่อเป็น Developer ที่มีความพร้อมด้าน Block Chainอย่างแท้จริงผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดได้ที่  http://dpux.dpu.ac.th/geeksontheblock/register/batch1  

ปัจจุบันการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมด้านการเรียนรู้ของบุคคลและด้านการบริหารจัดการองค์กรมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและต่อเนื่องมีผลกระทบต่อสถาบันอุดมศึกษาทั่วโลกรวมถึงประเทศไทย  นอกจากนี้ยังมีการเปลี่ยนแปลงด้านประชากร

ดร.สุดาพร สาวม่วง  คณบดีคณะการบริหารและจัดการ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร ลาดกระบัง (สจล.) เปิดเผยว่า คณะการบริหารและจัดการมีแผนการดำเนินงานเพื่อนำคณะก้าวไปสู่อันดับต้นๆของอาเซียนและโลก โดยยึดหลัก 5 P กับ 1 N  คือ Product-หลักสูตรสายพันธ์ใหม่  Place –สถานที่ใหม่ทันสมัย และเรียนแบบ Online/City Campus Promotion - Agent ในต่างประเทศ  ,People –เพิ่มสัดส่วนอาจารย์ชาวต่างชาติ 100 %  Process -Profit Center  และ Net Working-15 คณะ + MIT Sloan & Oxford โดยมีเป้าหมายเพื่อนำไปสู่การเพิ่มขึ้น ทั้งจำนวนหลักสูตร  จำนวนอาจารย์  Rank จำนวนงานวิจัย จำนวนนักศึกษา และรายได้ที่เพิ่มขึ้นในที่สุด

ดร.สุดาพร  สาวม่วง คณบดีคณะการบริหารและการจัดการ สจล.

ทั้งนี้  5 พันธกิจหลักในการดำเนินงาน ประกอบด้วย 1.พัฒนากระบวนการผลิตบัณฑิตให้มีคุณภาพ มีคุณธรรมกำกับความรู้ และมีความโดดเด่นเป็นที่ยอมรับและตรงความต้องการของสังคมและตลาดแรงงาน  2.พัฒนาและส่งเสริมความเข้มแข็งทางวิชาการและวิจัยในแนวทางที่ยั่งยืน 3.พัฒนาและส่งเสริมบุคลากรในทุกด้าน เน้นการเพิ่มศักยภาพสวัสดิการ ความมั่นคง และความก้าวหน้าในวิชาชีพ ด้วยระบบคุณธรรมและยุติธรรม 4.พัฒนาระบบการบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพ และมีความพร้อมที่จะเผชิญกับสภาวะเปลี่ยนแปลงทั้งทางเศรษฐกิจและสังคม 5.ประสานความร่วมมือทั้งภายในและภายนอกสถาบันให้มีความเป็น นานาชาติ (International Outlook)  อันจะนำไปสู่เป้าหมายของการเป็น   “คณะการบริหารและจัดการ เพื่อคนรุ่นใหม่ก้าวไกลสู่อาเซียนและโลก”

ผศ.ดร.สุทธิ สูอำพัน รองคณบดีคณะการบริหารและการจัดการ สจล.

ดร.สุดาพร กล่าวด้วยว่า ภายในระยะเวลา 4 ปี ของการบริหารงาน ตั้งเป้าให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีใน 4 มิติ ทั้ง เรื่องของงานวิชาการและงานวิจัยของอาจารย์ บุคลากร ตอบโจทย์แก้ปัญหาสังคม ผลงานวิจัยได้รับการตีพิมพ์ มีสิทธิบัตร เพื่อที่จะใช้ในเชิงที่จะก่อประโยชน์จริง (Academic  Impact) หรือการจัดการเรียนการสอนหลักสูตรที่มีคุณภาพ  สรรหาอาจารย์คุณภาพเข้ามาสู่ขบวนการจัดการเรียนการสอนในห้องเรียน  เครื่องมือมีเทคโนโลยีที่ทันสมัย  

ผศ.ดร.สิงหะ ฉวีสุข  รองคณบดีคณะการบริหารและการจัดการ สจล.

สจล.จะเป็นเจ้าแรกที่ทำหลักสูตรการเรียนการสอนออนไลน์ (Education Impact) รวมทั้ง ผลต่อภาคอุตสาหกรรม  ซึ่งจะได้ผลผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพเข้าสู่ระบบ โดยนายจ้างจะต้องได้บัณฑิตที่มีคุณภาพเรียนจบแล้วสามารถทำงานได้เลย เป็นคนเก่งและดีของบริษัทและสังคม (Industrial Impact) และสุดท้ายผลลัพธ์ทีดีต่อสังคม โดยงานวิจัยที่ออกมาจะต้องนำพาสังคมให้ดีขึ้น มีรายได้มีชีวิตที่ดีขึ้นมีความสุขมากขึ้น (Social Impact)

ดร.ทัศไนย ปราณี  รองคณบดีคณะการบริหารและการจัดการ สจล.

“การดำเนินงานทั้งหมดอยู่ภายใต้นโยบาย FAM to FAMOUS  อันหมายถึง คณะการบริหารและจัดการ เป็นส่วนหนึ่งที่จะร่วมมือกันนำพา สจล.สู่ Top 10 ในอาเซียนและระดับโลก(Family)  คณะการบริหารและจัดการ ผลิตบัณฑิตที่มีความสามารถ มีฝีมือ มีทักษะ มีสมรรถภาพ มีนวัตกรรม ( Ability)  และการจัดการเรียนการสอนแบบมืออาชีพจะเน้นการ ใช้ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่ทันสมัยและตรงกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย (Management) การพัฒนาไปถึงการติดอันดับต้นๆ ของประเทศ  ของอาเซียนรวมทั้งระดับโลก ( Outstanding) เข้าสู่ความเป็นนานาชาติในทุกด้าน( Universal) และ รูปแบบการบริหารและการจัดการเรียน การสอนที่มีคุณภาพ ตามหลักการประกันคุณภาพการศึกษาในระดับสากล (Standardize)” ดร.สุดาพรกล่าวในตอนท้าย

ผศ.ดร.ปรเมศร์ อัศวเรืองพิภพ รองคณบดีคณะการบริหารและการจัดการ สจล.

 


 

 

 

Thammasat Business School (TBS) 

การจัดการศึกษาสาขาบริหารธุรกิจหรือ Business School เป็นที่ยอมรับกันมาอย่างยาวนานทั่วโลกว่า เป็นหนึ่งในสาขาของศาสตร์ชั้นสูง เพราะเป็นหลักสูตรเพื่อการปลุกปั้นและพัฒนานักบริหาร รวมทั้งผู้ประกอบการให้มีความรู้ความสามารถและศักยภาพครบพร้อมทั้งภาคทฤษฎีและวิถีปฏิบัติ บ่มเพาะภาวะผู้นำภายใต้การเป็นสมาชิกของสังคมเครือข่ายที่มีศักยภาพในแวดวงธุรกิจและการบริหาร บนเป้าหมายสำคัญเพื่อให้ผู้ที่ผ่านหลักสูตร MBA มีความพร้อมและสามารถนำพาองค์กรและกิจการก้าวสู่ความสำเร็จ  ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจขนาดเล็ก ขนาดกลางไปจนถึงองค์กรขนาดใหญ่ กิจการระดับท้องถิ่นหรือองค์กรข้ามชาติระดับโลก ดังนั้น  Business School จึงมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อสังคมและระบบเศรษฐกิจของประเทศ

B-School ธรรมศาสตร์: ยืนหยัดเพื่อการพัฒนา

เป็นอีกวาระที่ Thammasat Business School หรือ TBS เติบโตขึ้นอีก 1 ปี โดยวันที่ 23 พฤศจิกายน 2561 ที่ผ่านมา TBS ได้ฉลองครบรอบ 80 ปีของบทบาทการเป็นสถาบันที่จัดการเรียนการสอนเพื่อผลิตบัณฑิตและพัฒนาบุคลากรคนของประเทศในสาขาด้านการบริหารธุรกิจหรือ MBA ภายใต้คณะพาณิชย์ศาสตร์และการบัญชี  ซึ่งตลอด 80 ปีที่ผ่านมา กล่าวได้ว่า TBS ได้รับการยอมรับในความเป็นคณะฯ และหลักสูตรที่จัดการเรียนการสอนด้านบริหารธุรกิจอยู่ในอันดับแนวหน้าของประเทศไทย และจุดยืนนี้ยังดำรงอยู่มาโดยตลอด ภายใต้ความสำเร็จและการยอมรับ รศ.ดร.พิภพ อุดร คณบดีคณะพาณิชย์ศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แม่ทัพผู้รับบทบาทในการขับเคลื่อนพัฒนาจัดการการศึกษาของคณะฯ ได้เปิดเผยถึงประเด็นนี้ว่า หัวใจหลักของเรา คือ การพัฒนาอย่างต่อเนื่อง TBS ได้รับความร่วมมือจากทางทีมผู้บริหารรุ่นก่อน นักศึกษา คณาจารย์ ศิษย์เก่า องค์กรและพันธมิตรทุกท่านที่มีส่วนร่วมในการช่วยพัฒนาการเรียนการสอนอย่างต่อเนื่องมาตลอด  โดยที่เรายึดมั่นในสามเรื่องสำคัญ คือ

หนึ่ง  Innovative Education การคิดทำสิ่งใหม่ๆ หรือพัฒนาสิ่งเดิมที่มีอยู่แล้วให้ล้ำนำสมัย ส่งผลให้เรากลายเป็นผู้นำที่เสนอหลักสูตรใหม่ๆมากมายเป็นครั้งแรกในประเทศไทย

สอง คือ Practical Experience นอกจากภาคทฤษฎีแล้ว เราต้องเปิดประตูออกไปสู่โลกแห่งความเป็นจริง นักศึกษาต้องเรียนรู้การบริหารจัดการจากธุรกิจที่จับต้องได้จริง

และสุดท้าย คือ Corporate Connection การสร้างเครือข่าย การทำอะไรคนเดียวไม่มีทางที่จะประสบความสำเร็จได้ ต้องมีพันธมิตรทั้งในส่วนของมหาวิทยาลัยและองค์กรบริษัทต่างๆ สามสิ่งนี้คือ หัวใจที่ทำให้เราประสบความสำเร็จอย่างทุกวันนี้”

รศ.ดร.พิภพ อธิบายถึงปณิธานดั้งเดิมของคณะพาณิชยฯ ที่ต้องการสร้างบัญฑิตขึ้นมาเพื่อให้เขาเหล่านั้นได้สร้างประโยชน์ให้กับสังคม เพราะคุณค่าของบัณฑิตไม่ได้อยู่ที่ว่าคนนั้นเก่งหรือพิเศษกว่าคนอื่นแค่ไหน แต่อยู่ที่ว่าเขาทำประโยชน์ให้กับผู้อื่นได้เพียงไร TBS จึงพยายามปลูกฝังให้ผู้เรียนมีจิตสำนึกต่อสังคมและชุมชนมาโดยตลอด มีการนำเอาโจทย์ของสังคม ชุมชนหรือประเทศมาหาคำตอบและทางออกร่วมกันในชั้นเรียน ทำให้มีการร่วมมือกับองค์กรต่างๆ ในการสอน การพัฒนา มีโครงการฝึกงาน สร้างกระบวนการแข่งขัน รวมถึงการให้ทุนการศึกษา เพราะการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการพัฒนาระบบการศึกษาเป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายต่างได้ประโยชน์

The First Accreditation: ปี 2012

 EFMD Quality Improvement System (EQUIS)        

TBS เริ่มก้าวเข้าสู่กระบวนการรับรองคุณภาพการศึกษาระดับนานาชาติมาตรฐานสากล และผ่านด่านแรกของการพิจารณาการรับรองจาก EFMD Quality Improvement System (EQUIS) ในปี 2012  ซึ่งการเข้าสู่กระบวนการในครั้งนั้น รศ.ดร. พิภพ ได้เผยถึงเป้าหมายและความสำคัญว่า  “เราต้องการยกระดับมาตรฐานให้หลักสูตรของ TBS ทั้งระบบ ซึ่งหมายความถึงกิจกรรมเชิงวิชาการของคณะฯ และงานวิจัยในทุกระดับการเรียนการสอน ทั้งปริญญาตรี โท และปริญญาเอก ให้มีคุณภาพทัดเทียมและเป็นที่ยอมรับระดับสากล โดยประเด็นสำคัญคือ ต้องการให้เกิดกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และความร่วมมือด้านวิชาการต่างๆ ระหว่างมหาวิทยาลัยในต่างประเทศ และแน่นอน บัณฑิตของสถาบันฯ ที่มีมาตรฐานระดับสากลย่อมได้รับประโยชน์ ได้รับการยอมรับและเป็นที่ต้องการของตลาดโลก”

Second Accreditation: 2017

AACSB (The Association to Advance Collegiate School of Business)

การได้รับรองมาตรฐานจาก AACSB ถือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ของ TBS เพราะมีเพียงไม่ถึง 5 เปอร์เซ็นต์ของคณะบริหารธุรกิจใน 53 ประเทศทั่วโลก ที่ผ่านการรับรองนี้ เมื่อรวมกับ EQUIS แล้ว TBS จึงเป็นสถาบันฯ เพียงแห่งเดียวในประเทศไทย ที่ได้รับการรับรองจาก 2 ค่ายใหญ่ของโลก คือ AACSB จากสหรัฐอเมริกา และ EQUIS จากสหภาพยุโรป ครบถ้วนทุกระดับปริญญา คือทั้งปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก

Third Accreditation: 2018

AMBA (Association of MBAs)

ล่าสุดในเดือนพฤศจิกายน 2561 TBS ได้ผ่านการรับรองมาตรฐานการศึกษาระดับนานาชาติสำหรับหลักสูตรบริหารธุรกิจระดับบัณฑิตศึกษาจาก AMBA (Association of MBAs) ของสหราชอาณาจักร โดยการผ่านมาตรฐานในครั้งนี้ ทำให้ TBS ได้รับสถานะของการเป็น Business School  ที่มี Triple Crown Accreditation จากการได้รับพิจารณามาตรฐานการศึกษานานาชาติ จาก 3 สถาบันชั้นนำของโลก อันได้แก่  EFMD Quality Improvement System(EQUIS), AACSB (The Association to Advance Collegiate School of Business) และ AMBA

“Association of MBAs หรือ AMBA เป็นองค์กรที่มีความพยายามอย่างมุ่งมั่นที่จะยกระดับมาตรฐานและคุณภาพในระดับสากล เพื่อประโยชน์ของทั้งสถาบันการศึกษาด้านบริหารธุรกิจในภาคี ผู้เรียน ศิษย์เก่า รวมไปถึงนายจ้าง มีมหาวิทยาลัยทั่วโลกอยู่ในกลุ่มนี้ผ่านการประเมินนี้อยู่ที่ประมาณ 264 แห่งทั่วโลกแล้วเขาก็จะหยุดอยู่ที่จำนวน 300 แห่งแปลว่าเมื่อครบ 300 แห่งเขาจะไม่รับรองสถาบันฯ ไหนอีก นอกจากจะมีมหาวิทยาลัยที่ถูกตัดออก จึงมีการประเมินเพิ่มเข้ามา หากเปรียบเทียบให้เห็นภาพการประเมินคุณภาพ ISO มักใช้ประเมินความสม่ำเสมอการรักษาคุณภาพมาตรฐานขององค์กรนั้นๆ ให้ได้คงที่ แต่การ Accreditation ทางบริหารธุรกิจ หมายความว่า สถาบันหรือคณะที่จะผ่านการรับรองได้ต้องมีการพัฒนาคุณภาพอย่างต่อเนื่องไม่หยุดอยู่ที่เดิม ซึ่งการรับรองเหล่านี้จะไม่ได้อยู่กับสถาบันฯ ไปตลอด อย่างการประเมินของ AMBA จะเน้นในด้าน Post-graduated Experience โดยวิธีการ คือ เขาจะมีเงื่อนไขว่าภายในช่วงเวลา 3 หรือ 5 ปี จะมีการกลับมาประเมินวัดผลใหม่ ให้เราประเมินตัวเองในด้านต่างๆ ก่อน จากนั้นจะมีการส่งผู้เชี่ยวชาญจาก 4 ประเทศมาร่วมกันประเมิน โดยจะมีการตรวจสอบทั้งในส่วนของเอกสาร รวมไปถึงการพูดคุยกับผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ อาจารย์ นักศึกษา ศิษย์เก่า และบริษัทที่จ้างงานบัณฑิต จึงทำให้ในการประเมินวัดผลสถาบันฯ ทุกครั้งต้องมีพัฒนาการจากการประเมินครั้งก่อน หากหยุดอยู่ที่เดิมก็มีโอกาสที่เขาจะยึดคืน ซึ่ง AACSB และ EQUIS ก็มีเงื่อนไขเวลาเช่นเดียวกัน ดังนั้น คีย์สำคัญของการประเมิน คือ ต้องมีความเป็นเลิศและพัฒนาให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกๆ ปี”

Triple Crown Accreditation มงกุฎที่สาม ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่

            รศ.ดร. พิภพ กล่าวถึงความสำคัญและการได้มาซึ่งความสำเร็จของการผ่านมาตรฐานการรับรองหลักสูตรของ AMBA ในครั้งนี้ว่า “สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากที่เราได้รับมาตรฐานจาก AMBA ทำให้เราเป็นหนึ่งใน 90 จาก 13,670 สถาบันทั่วโลกที่จัดการศึกษาด้านบริหารธุรกิจ เปลี่ยนสถานะเป็น Triple Crown Accreditation ทันที TBS จึงมีมาตรฐานและคุณภาพที่ผ่านการรับรองจากทั้งสามองค์กรเป็นแห่งแรกในประเทศไทย และในภูมิภาคเดียวกันกับเรามีสถาบันที่ได้ Triple Crown เพียงสองแห่งเท่านั้น ตอนนี้ก็เริ่มมีคนพูดถึงเรามากขึ้น ในแง่ของการที่ไม่จำเป็นจะต้องไปเรียนทางด้านบริหารธุรกิจในเมืองนอกแล้ว เพราะที่เมืองไทยก็มี TBS ซึ่งมีคุณภาพทัดเทียมระดับโลก ในทางกลับกันคนทั่วโลกที่เขาสนใจศึกษาทางด้านบริหารธุรกิจอยู่แล้วเมื่อมองเห็นว่าประเทศไทยเรามีหลักสูตรที่ได้ Triple Crown บวกกับเสน่ห์ของเมืองไทยไม่ว่าจะเป็นเรื่องผู้คน ศิลปะ อาหาร หรือวัฒนธรรม ก็ยิ่งดึงดูดคนที่เขาต้องการเรียนอย่างมีคุณภาพและใช้ชีวิตในประเทศที่มีความหลากหลาย นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยทั่วโลกเวลาที่เขาต้องการร่วมมือหรือเป็นพันธมิตรกับใคร เขาก็ต้องดูว่าหน่วยงานนั้นมีมาตรฐานและคุณภาพเท่าเทียมกับเขาหรือเปล่า จึงถือเป็นการเปิดโอกาสให้เราได้สร้างเครือข่ายกับมหาวิทยาลัยทั่วโลกที่อยู่ในกลุ่ม Triple Crown เหมือนกัน ทั้งนี้ TBS ยังเป็นมหาวิทยาลัยเพียงแห่งเดียวของประเทศไทยที่ได้รับการยอมรับให้เข้าร่วมโครงการเครือข่ายระหว่างมหาวิทยาลัยชั้นนำที่ก่อตั้งมากว่า 45 ปี นั่นคือ PIM (Partnership in International Management) ซึ่งมีมหาวิทยาลัยชั้นนำเป็นสมาชิกเพียง 65 แห่งใน 32 ประเทศทั่วโลก และสำหรับช่วงเดือนตุลาลม ปี 2562 เราก็จะได้มีโอกาสเป็นเจ้าภาพในการจัดประชุมเครือข่ายสมาชิก PIM ขึ้นที่ประเทศไทย ผู้แทนจากทั้ง 65 มหาวิทยาลัยทั่วโลกจะเดินทางมาร่วมประชุมที่บ้านเรา ซึ่งพอเขามาแล้วก็จะเกิดการเรียนรู้ทั้งในเรื่องที่เกี่ยวกับระบบการศึกษา รวมถึงความโดดเด่นของ TBS  ถือเป็นช่องทางการประชาสัมพันธ์และทำให้เราเป็นที่รู้จักได้มากขึ้นในเวทีโลก”

NEXT MOVE ก้าวต่อไปของ TBS

หลังจากได้รับมงกุฎที่สามซึ่งถือเป็นความสำเร็จสูงสุดของสถาบันทางบริหารธุรกิจมาสวมใส่อย่างสง่างาม รศ.ดร.พิภพ อุดร ก็ได้กล่าวถึงก้าวต่อไปของ TBS ซึ่งมีการพูดคุยร่วมกับผู้บริหารธนาคารในประเทศพม่าผ่าน Myanmar Institute of Banking (MIB) โดยทางประเทศพม่าได้เล็งเห็นถึงคุณภาพระดับ Triple Crown ของ TBS รวมถึงความสำคัญของอุตสาหกรรมทางการเงินซึ่งถือเป็นอุตสาหกรรมหลักที่เชื่อมโยงกับทุกธุรกิจในการขับเคลื่อนประเทศ ทางกลุ่มธนาคารประเทศพม่าจึงมีการสนับสนุนทุนการศึกษาให้ผู้บริหารระดับกลางเข้ามาศึกษากับ TBS โดยคาดการณ์ว่าในปีหน้าจะมีผู้บริหารราว 30 ท่านมาเรียนในหลักสูตร Global Executive MBA หรือ GEMBA ซึ่งหลักสูตรนี้มีความเป็นสากลมากที่สุดในประเทศไทย เพราะในจำนวนผู้เรียนแต่ละห้อง มีคนไทยไม่ถึงหนึ่งในสาม ทำให้เป็นคลาสที่มีความหลากหลาย ผู้เรียนได้พัฒนาศักยภาพอย่างเต็มที่ทั้งเรื่องการใช้ภาษา การเข้าใจถึงความแตกต่างระหว่างวัฒนธรรมและความคิดเห็นของคนที่มาจากพื้นฐานที่ต่างกันทั่วโลก เพราะคนที่เรียนมาคล้ายกัน ประสบการณ์เดียวกัน ก็จะมองเห็นทางแก้ปัญหาในมุมคล้ายกัน ผู้เรียนเองก็จะไม่ได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ นอกจากนี้ หลักสูตรนี้ก็จะกำลังขยายไปในระดับผู้บริหารกลุ่มประเทศ CLMVT (กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา เวียดนาม และไทย) เพื่อปรับเปลี่ยนทัศนคติ วิธีคิด หลักการบริหารผ่านกรณีศึกษาระดับโลก โดยจะไม่ได้มีเพียงแค่การในห้องเรียนอย่างเดียวเท่านั้น แต่จะมีการไปเรียนรู้กับผู้บริหารระดับสูงตามบริษัทหรือองค์กรต่างๆ รวมถึงในต่างประเทศด้วย

“โลกมีการปรับเปลี่ยนเดินไปข้างหน้าตลอดเวลาถ้าเราหยุดอยู่ที่เดิมก็เหมือนเราเดินถอยหลัง เพราะฉะนั้นเราต้องมีการปรับตัวอยู่เสมอ การที่เราได้รับการประเมินอย่างนี้ทำให้เรามีพื้นฐานที่ดี เวลาเราขยับขยายก็จะง่ายขึ้นเพราะเรารู้ข้อดีหรือสิ่งที่เราต้องพัฒนาปรับปรุง TBS วางแผนต่อจากนี้ว่าเราจะนำหลักสูตรไปอยู่ในรูปแบบ Virtual Campus ทำให้การเรียนรู้เข้าถึงผู้คนได้มากขึ้นไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหนบนโลกก็ตาม เน้นการเพิ่มทักษะทางการสื่อสารและการปรับตัวเพื่อพัฒนาตัวเองมากกว่าความรู้ เพราะหากผู้เรียนรู้เหมือนๆ กัน จบมาทำงานเหมือนๆ กันมีโอกาสที่ในอนาคตจะถูกแทนที่ด้วย AI (Artificial Intelligence) สูงมาก ทั้งหมดนี้เป้าหมายหลักของเราในการบ่มเพาะคนที่จบออกไป คือ เขาต้องทำให้ชีวิตคนอื่นดีขึ้น ทำให้สังคมดีขึ้น เพราะมุ่งการสร้างกำไรทางธุรกิจเพียงอย่างเดียวไม่มีทางยั่งยืน ตราบใดที่ชีวิตคนและสังคมไม่ดีขึ้น TBS สอนให้คนนึกถึง The Next Generation วันนี้คุณทำอย่างนี้คนรุ่นต่อไปจะได้รับผลกระทบอะไรบ้างทั้งในเรื่องการใช้ชีวิตและทรัพยากร ต้องคิดอะไรเกินกว่า Generation ของเราเองและเกินกว่าขอบรั้วของชาติเราเอง นึกถึงประเทศเพื่อนบ้าน และประเทศอื่นในโลกเพราะเขาก็มีประชากรและทรัพยากรที่อาจได้รับผลกระทบจากเราเช่นกัน”

 

รศ.ดร.พิสุทธิ์ เพียรมนกุล รองคณบดี คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บอกกับ MBA ว่า Sustainable Agriculture หรือเกษตรยั่งยืนน่าจะเป็นคำตอบให้กับการพัฒนาเกษตรในประเทศไทย

X

Right Click

No right click