October 01, 2020

เตรียมพบกับที่สุดยอดงานเจรจาธุรกิจแฟรนไชส์แห่งปี “Smart SME EXPO 2019” ที่เดียวจบพบทางรวย คับคั่งด้วยบูธธุรกิจมากมายทั้ง แฟรนไชส์   ความงามและสุขภาพ  อาหารและเครื่องดื่ม  เทคโนโลยี และการเงิน  ที่ยกทัพแบบจัดเต็มพร้อมด้วยแคมเปญโปรโมชั่นพิเศษที่มาลดแลกแจกแถมเฉพาะในงาน

 

พิเศษด้วยกลุ่มธุรกิจเครือข่ายค้าปลีกและผู้ผลิตสินค้ารายใหญ่ที่มาจับคู่หาพันธมิตรและสร้างโอกาสใหม่ให้ธุรกิจรายย่อย รวมทั้งการรวมตัวของกลุ่มธุรกิจ สมาคม และพันธมิตรทางการค้าที่มาเติมเต็มช่องทางจำหน่ายและเปิดโอกาสทางการค้า  สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำจากธนาคารและสถาบันการเงินมากมาย  กิจกรรมสัมมนาให้ความรู้ โดยกูรูแถวหน้าระดับประเทศ และอบรมอาชีพฟรี  เต็มอิ่มกับกิจกรรมสร้างสีสันในงานอีกมากมาย

อย่าพลาด ! วันที่ 4-7 กรกฎาคม 2562  ณ ฮอลล์ 7-8  อิมแพ็คเมืองทอง เปิดให้ผู้สนใจเข้าร่วมงานฟรี สำหรับผู้ประกอบการที่สนใจจองออกบูธในงานสอบถามรายละเอียดได้ที่โทร. 08-6344-5358, 09-4915-4624


    ลงทะเบียนเข้างานล่วงหน้า

ทุกคนสามารถนำเสนอได้ แต่มีบางคนเท่านั้นที่สามารถดึงความสนใจจากผู้ฟังและได้รับการตอบสนอง สำหรับผู้ที่สนใจเรียนรู้เทคนิคและทักษะการนำเสนอผลงานต่อผุ้บริหารระดับสู M.I.S.S.CONSULT ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาศักยภาพบุคคลบนพื้นฐานวิทยาศาสตร์ด้วยหลักจิตวิทยาเชิงบวก  จัดหลักสูตรอบรมเชิงปฏิบัติการ  "Excellence Presenting” 1 วันเต็ม พร้อมการเรียนรู้ กลยุทธ์ในการนำเสนอ  และหลักการสื่อสารเพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อผู้บริหารระดับสูง ที่ต้องการความกระชับและ ผลลัพธ์ในระยะเวลาที่จำกัด 

หลักสูตรนี้ จะช่วยให้ผู้เรียนได้ทักษะการสร้างการตระหนักรู้บุคลิกภาพของบุคคลที่แตกต่าง เพิ่มทักษะการสื่อสารและสร้างความประทับใจในการนำเสนอผลงาน เพื่อให้ได้ผลงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

ขอเรียนเชิญท่านผู้สนใจเข้าร่วมการอบรม "Excellence Presenting" ในวันที่ 16  พฤษภาคม 2562

เวลา 9.00-17.00น. ณ โรงแรม  S 31  สุขุมวิท 31  

แจ้งความประสงค์ในการเข้าอบรม ติดต่อ 02 258 4966  ( มีค่าใช้จ่ายในการอบรม)  แจ้งรหัส  MC003  ได้รับส่วนลดพิเศษ  5%

รายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่   www.missconsult.com / emaiil: This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it. / www.facebook.com/missconsult

ลักษณะของ SME 4.0 คือ การรวม Transformation กับ Innovation เข้าไว้ด้วยกันและใช้เทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Trend) ติดปีกให้กับธุรกิจ คุณสุมาวสี ศาลาสุข ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายธุรกิจดิจิทัล  ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย กล่าวอธิบายถึงการก้าวไปสู่โลกใหม่ของธุรกิจในยุค Digital 4.0 นี้ว่า “สิ่งแรกคือการเริ่มต้นด้วยการทำ Digital Transformation โดยการนำเอาเทคโนโลยีมาใช้ประยุกต์หรือปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงาน (Digitization) ช่วยลดต้นทุน ทำให้สะดวกรวดเร็วและตรวจสอบได้ ต่อมาคือการใช้เทคโนโลยีมาช่วยในเรื่องของขั้นตอนการผลิตและการออกแบบ Packaging ไม่ว่าจะเป็น 3D Printing, Visual Marketing หรือ VR และส่วนสุดท้ายคือ การนำเอาการซื้อขายขึ้นไปอยู่ใบแพลตฟอร์มออนไลน์ (Digital Trend) เพิ่มช่องทางการขายที่ควบคู่ไปกับการมีหน้าร้าน สถิติจากกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมพบว่ามี SME ในประเทศไทยใช้เทคโนโลยีในการบริหารกิจการ 27 เปอร์เซ็นต์ ทั้งนี้ไม่รวมช่องทางโซเชียลมีเดียต่างๆ อย่างกรณีของ Line ที่มีคนไทยใช้งานมากถึง 42 ล้านคนจากจำนวน 46 ล้านคนทั่วประเทศที่มีโทรศัพท์มือถือ รวมไปถึงการใช้ Facebook เป็นช่องทางการตลาดสูงถึง 2 ล้านแอคเคาน์สูงที่สุดในอาเชียน เพราะฉะนั้น หากเราสามารถใช้ Line หรือ Facebook เป็นช่องทางในการสื่อสารระหว่างธุรกิจกับกลุ่มลูกค้าก็จะสามารถเข้าถึงผู้บริโภคจำนวนมหาศาลได้ในเวลาเพียงไม่กี่วินาที”

อีกสิ่งสำคัญในการปรับตัวในภาคธุรกิจให้เข้ากับโลกดิจิทัลในตอนนี้ คือ Digital Innovation ซึ่งเป็นการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ ขึ้นมา เริ่มจากกระบวนการวางแผน Business Model Innovation เพื่อสร้างคุณค่าธุรกิจใหม่ร่วมกับลูกค้า Service Innovation การสร้างนวัตกรรมบริการที่เปลี่ยนสินค้าให้เป็นบริการ และ Technology Innovation สร้างนวัตกรรมทางเทคโนโลยีให้กับธุรกิจ สิ่งเหล่านี้ถือเป็นความคิดสร้างสรรค์ในการสร้างรูปแบบทางการทำธุรกิจแนวใหม่ขึ้นมาได้หมด ธุรกิจในลักษณะไหนก็สามารถคิดและเริ่มต้นทำได้โดยไม่จำเป็นต้องเป็น Start up เสมอไป

ปัจจุบัน Digital Trend ที่มีผลต่อภาคธุรกิจแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มแรกคือกลุ่มที่ทำให้เกิดการเชื่อมต่อทั้งจากธุรกิจสู่ลูกค้าหรือระหว่างคู่ค้า (Connectivity) เช่น แอพลิเคชั่น โซเชียลมีเดีย และ IoT ต่อมาคือกลุ่มที่ช่วยในการตัดสินใจ (Insight & Intelligent) อย่างพวก Big Data, AI และ Cloud Computing ทำให้ผู้บริหารสามารถวิเคราะห์แนวโน้มและทิศทางในการวางกลยุทธ์เพื่อนำพาธุรกิจเดินหน้าต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสุดท้ายคือกลุ่มที่จะทำให้เกิดความปลอดภัยในการใช้ระบบ (Trust Protocol) ตัวอย่างเช่น Distributed Ledger, High Performance Computer และ Blockchain สำหรับ Blockchain ในภาคธุรกิจจะถูกนำมาใช้บริหารจัดการข้อมูลการทำธุรกรรมต่างๆ ระหว่างเครือข่าย ทำให้การติดต่อกับคู่ค้าจำนวนมากทำได้อย่างรวดเร็ว เพราะข้อมูลทุกอย่างจะถูกอัพโหลดเข้าไปอยู่ในระบบ มีการจัดการตามเงื่อนไขเฉพาะที่สร้างขึ้นมาสำหรับ Supplier แต่ละเจ้า ย่นระยะเวลาในการดำเนินงานและเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงสัญญาทุกคนในเครือข่ายจะมีโอกาสได้เห็นพร้อมกัน สามารถตรวจสอบได้และปลอดภัยจากการเจาะระบบโดยไม่ได้รับอนุญาต

นอกจากนี้ คุณสุมาวลียังได้สรุปประโยชน์ของ Blockchain ต่อธุรกิจขนาดกลางและย่อยไว้อย่างน่าสนใจว่า

“อย่างแรกเลย Blockchain เปิดโอกาสให้ธุรกิจรายย่อยมีโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุนมากขึ้นจากเดิม ด้วยระบบการระดมทุนออนไลน์ (Crowdfunding) และในอนาคตสถาบันการเงินก็อาจมีการพัฒนาระบบสินเชื่อให้เข้าถึงคนได้มากที่สุดผ่าน Nano Finance Application ยิ่งไปกว่านั้น Blockchain ยังช่วยประหยัดเวลาในการดำเนินงานตัดขั้นตอนที่ไม่จำเป็นออกไป ลดต้นทุนแรงงาน ลดอัตราการแลกเปลี่ยนในธุรกิจที่มีการติดต่อกับ Supplier หลายเจ้า ที่สำคัญคือความปลอดภัยในการควบคุมข้อมูลต่างๆ ภายในองค์กรโดยมีการกำหนดบทบาทของผู้เข้าถึงเอาไว้ชัดเจน”

จริงๆ แล้ว Blockchain ก็คือ Protocol หนึ่งที่สามารถประยุกต์ใช้ได้หลากหลายและในตอนนี้ภาครัฐก็มีความพยายามในการออกกฏหมายทั้งในส่วน Digital Asset และเร็วๆ นี้อาจจะมีกฏหมายเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลออกมาซึ่งจะไปสอดคล้องกับการใช้งาน Blockchain มากขึ้น เทคโนโลยีดิจิทัลไม่ใช่สิ่งที่เราต้องกลัวหรือเป็นกังวล แต่สิ่งที่เราควรทำคือเรียนรู้และใช้งานสิ่งเหล่านี้ให้เกิดประโยชน์มากที่สุดเพื่อยกระดับธุรกิจของท่านไปสู่โลกยุค Digital 4.0 ด้วยกัน


สามารถรับชมคลิปวิดีโอ หัวข้อ Blockchain and SME 4.0
โดย สุมาวสี ศาลาสุข ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายธุรกิจดิจิทัล | ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย
จากงาน Blockchain Talk ได้ที่นี่


เรื่องโดย : กองบรรณาธิการ

คุณเป็น "นักคิด" หรือ "นักทำ"
ถ้าคุณรู้ คุณะรับมือกับทุกเรื่องที่พุ่งเข้าหาคุณได้อย่างนุมนวล


โปรแกรมการอบรม W.O.R.K. COMMUNICATION 1 วันเต็ม พร้อมการทำแบบประเมินทางจิตวิทยา
เรียนรู้เทคนิคกาวิเคาระห์และวางแผนการสื่อสารตามบุคลิกภาพของคน สร้างเสน่ห์ ของผู้ทำงานด้วยหลักทางจิตวิทยา
สร้างความเข้าใจในหลักการสื่อสารและเพิ่มทักษะในการทำงานร่วมกับผู้อื่น

อบรมในวันที่ 22 มกราคม 2562 ณ The Landmark Hotal Bangkok
เวลา 9.00 - 17.00 น.

สำรองที่นั่งได้ที่ https://goo.gl/KXLyn7


ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 258 4966 / 4977
Email : This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.
www.missconsult.com

วิทยาลัยการปกครองท้องถิ่น มข. (COLA KKU) ร่วมกับ Lee Kuan Yew School of Public Policy, มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ เปิดหลักสูตร "Smart City Leadership Development Program (ผู้นำพัฒนาเมืองอัจฉริยะ)" ในรูปแบบ Exclusive & Comprehensive Program ที่เน้นเรียนรู้และสัมผัสประสบการณ์ตรงจากผู้ทรงคุณวุฒิและองค์กรที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเมืองอัจฉริยะทั้งภายในและต่างประเทศ

หลักสูตร Smart City Leadership Development Program ผู้นำพัฒนาเมืองอัจฉริยะ เป็นหลักสูตรที่ครบเครื่องเรื่องการพัฒนาเมืองแบบมืออาชีพ กระชับเครือข่ายเป็นกลไกในการสร้างองค์ความรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างกัน ได้เรียนรู้และถอดบทเรียนความสำเร็จของการพัฒนาเมืองจากประสบการณ์ทั้งภายในและต่างประเทศ

อ.สุรเดช ทวีแสงสกุลไทย รองคณบดี วิทยาลัยการปกครองท้องถิ่น มข. ผู้ก่อตั้งโครงการขอนแก่นพัฒนาเมือง (KKTT) และประธานบริหาร บริษัท ช ทวี จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงหลักสูตรอบรมครั้งนี้ว่า "งานสัมมนาในครั้งนี้ วิทยาลัยการปกครองท้องถิ่นก็ได้ถอดบทเรียนจากเรื่อง ขอนแก่นโมเดล โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้คนเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องขอนแก่นโมเดล และเมืองอัฉริยะว่าอะไรที่เหมาะสมที่สุดกับเมืองไทย ในงานสัมมนาครั้งนี้ได้ยกตัวอย่าง เรื่องการใช้ตลาดทุนเข้ามา หรือการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น การใช้ blockchain หรือ ICO เพื่อให้การอบรมครั้งนี้เรียกว่าการบูรณาการของศาสตร์ต่างๆ และที่สำคัญที่สุดเรามีเคสในประเทศไทยให้ดู นั่นคือ ในจังหวัดขอนแก่นและจังหวัดอื่นๆ ตามที่รัฐบาลบอกมา เช่น ภูเก็ต และเชียงใหม่"

"นอกจากการอบรบในประเทศไทย ทั้งหมด 6 วัน เราใช้เวลาอีก 3 วัน เพื่อเดินทางไปดูเคสที่ประเทศสิงค์โปร ในเรื่องการพัฒนาเมืองที่เกิดขึ้นจริงๆ และความสำเร็จแล้วในรูปแบบของสิงค์โปร ซึ่งได้รับความร่วมกับจาก Lee Kuan Yew School of Public Policy มหาวิทยาลัยสิงค์โปร เพื่อให้ผู้เข้าร่วมอบรมมองเห็นอนาคตว่า ถ้าเกิดเราต้องการสร้างเมืองที่ดี เศรษฐกิจดี สังคมดี และสิ่งแวดล้อมดีนั้น ประเทศไทยเราควรจะมีแนวโน้มพัฒนาไปทางใดบ้าง และนี่ก็คือวัตถุประสงค์ในการจัดอมบรมครั้งนี้ให้เกิดขึ้น" อ.สรุเดช กล่าวปิดท้าย

อบรมทั้งหมด 9 วัน คือ

  • วันที่ 9,11,26,30 มกราคม และ 13,21 กุมภาพันธ์ 2562
    ณ โรงแรม Renaissance Bangkok Ratchaprasong Hotel กรุงเทพฯ
  • วันที่ 14 - 16 กุมภาพันธ์ 2562
    ณ Lee Kuan Yew School of Public Policy มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์

เปิดรับสมัครผู้สนใจ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป รับจำนวนจำกัดเพียง 40 ท่าน  ลงทะเบียน ที่นี่ https://goo.gl/forms/t651zkG0TzpEwD1t1

ติดตามอัพเดทข้อมูลข่าวสารได้ที่
Facebook : Smart City Leadership Development Program

Page 1 of 3
X

Right Click

No right click