December 13, 2019
×

Warning

JUser: :_load: Unable to load user with ID: 805

“Living with Robots” วิกฤติอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ไทยในมุมมอง “มหิศร ว่องผาติ”

December 18, 2017 1798

เขาคือเบื้องหลังความสำเร็จของเด็กไทยที่คว้าแชมป์หุ่นยนต์ระดับโลก ทั้งยังเป็นผู้ก่อตั้งและประธานบริษัท “Hiveground” ผู้สร้าง-พัฒนาหุ่นยนต์ไทยเพื่อเป้าหมายส่งออกไปทั่วโลก!  

ดร.มหิศร ว่องผาติ อีกหนึ่งวิทยากรผู้มาร่วมแบ่งปันความรู้ และมุมมองวิสัยทัศน์ บนเวที Tech-Talk ในงาน Thailand MBA Forum 2017 กับประเด็น Living with Robots พร้อมบอกเล่าทั้งโอกาสและวิกฤติของ “อุตสาหกรรมหุ่นยนต์ไทย” 

 

ดร. มหิศร เปิดประเด็นการเรื่องเล่าด้วยชุดคำถามหลายข้อ...

 

“เคยจินตนาการไหม ว่าถ้ามนุษย์อยู่ร่วมกับหุ่นยนต์ จะเป็นอย่างไร? หุ่นยนต์จะอำนวยความสะดวกให้กับเราได้มากเพียงไหน? หากเป็นเช่นนั้นอาชีพบางประเภทจะถูกลืมหายไปจากสังคมด้วยหรือไม่?”  

 

ชุดคำถามเหล่านี้ถูกตั้งขึ้นทันทีที่โลกของเราได้เข้าสู่ยุคที่อุตสาหกรรมหุ่นยนต์เริ่มมีบทบาทกับการใช้ชีวิตและการทำงานของมนุษย์มากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อยุคที่หุ่นยนต์เริ่มคืบเข้ามาในอนาคตอันใกล้ ทำให้มนุษย์เริ่มสนใจค้นหาคำตอบของชุดคำถามเหล่านี้ 

 

“ผมได้มีโอกาสไปเรียนและทำงานต่อที่ประเทศญี่ปุ่น และได้ปริญญาเอกด้านหุ่นยนต์อุตสาหกรรมที่ญี่ปุ่นในที่สุด ในช่วงเวลานั้นอยู่เกิดเหตุการณ์ภัยพิบัติสำคัญ คือสึนามิใหญ่ ในปี 2011 และสิ่งที่ตามมาคือปัญหาโรงไฟฟ้านิวเคลีย์ที่เกิดการรั่ว หุ่นยนต์ตัวแรกที่ถูกส่งเข้าไปในโรงไฟฟ้า กลับไม่ใช่หุ่นยนต์ของญี่ปุ่น แต่เป็นหุ่นยนต์ของอเมริกา”

 

สังคมพากันตั้งคำถามในขณะนั้นว่า “หุ่นยนต์อาซิโมหายไปไหน” โดยคำตอบที่ได้รับ คือว่าหุ่นยนต์ชนิดนี้ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อรองรับการทำงานในโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ 

 

นี่จึงเป็นสิ่งที่ ดร.มหิศร คิดตลอดมาว่าในประเทศไทยเอง แม้จะไม่มีเทคโนโลยีในลักษณะนี้ หรือไม่มีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เช่นในประเทศญี่ปุ่น แต่สังคมต่างตั้งคำถามว่า ถึงเวลาแล้วหรือยังที่จะหาคำตอบเพื่อแก้ไขวิกฤติของชาติ หากคำตอบที่ต้องการคือ “หุ่นยนต์” แต่กลับไม่มีใครที่ทำเรื่องนี้ในประเทศไทย 

 

หากมองในแง่มุมอุตสาหกรรมการผลิต การเติบโตของหุ่นยนต์ทั่วโลก แสดงให้เห็นว่าแถบเอเชียมีค่าเฉลี่ยการใช้ หุ่นยนต์เพิ่มขึ้น ปีละ 15-20% หมายความว่ามีอัตราการ เพิ่มขึ้นและแทนที่การทำงานของมนุษย์อยู่ตลอดเวลา ตัวเลขที่น่าสนใจ คือ อัตราหุ่นยนต์ทั่วโลกอยู่ที่ 74 ตัว ต่อแรงงาน 10,000 คน

 

“ในเมืองไทยหากคำนวณออกมา จะอยู่ที่ประมาณ 10 ตัว ต่อแรงงาน 10,000 คน เรายังขาดอีก 60 ตัวถึงจะเท่าค่าเฉลี่ยโลก ที่ประเทศเกาหลีและญี่ปุ่น อัตราจะอยู่ที่ประมาณ 400-500 ตัว ต่อแรงงาน 10,000 คน ยิ่งถ้าในอุตสาหกรรมหุ่นยนต์จะเป็น 3,000 ตัว ต่อแรงงาน 10,000 คน” 

 

… ขยายความ ดร. มหิศร นำย้อนกลับมาที่คำถามตั้งต้นว่า ถ้าหุ่นยนต์สักตัวจะเข้ามาอยู่ในชีวิตประจำวันของมนุษย์ หากมองในมุมของเศรษฐกิจที่นำมาใช้สำหรับการแก้ปัญหาในการทำธุรกิจนั้น โดยเฉพาะโรงงานอุตสาหกรรม หรือแม้กระทั่งพ่อค้า-แม่ค้า SME อาจมีหลายปัจจัยที่ต้องคำนึงถึงความคุ้มค่าว่า “หุ่นยนต์อาจไม่ใช่คำตอบของทุกอย่าง”

 

“เราไม่สามารถนำหุ่นยนต์มาทำงานหลายๆ อย่างในเวลาเดียวกันได้ เพราะหุ่นยนต์ถูกออกแบบมาเพื่ออุตสาหกรรมประเภทรถยนต์ อิเล็กทรอนิกส์เป็นหลัก ซึ่งงานหลักๆ ของหุ่นยนต์ คือ งานที่มีลักษณะน่าเบื่อและซ้ำซาก, งานที่สกปรกและอันตราย” ดร.มหิศร กล่าวเพิ่มเติม 

 

อย่างไรก็ตาม ธุรกิจในประเทศไทยจะเหมาะกับการนำหุ่นยนต์มาใช้หรือไม่นั้น นี่คือโจทย์ใหญ่ที่ต้องหาคำตอบ แต่ที่แน่ๆ หากเราไม่เตรียมตัวในเรื่องของหุ่นยนต์ที่จะเข้ามาทดแทนแรงงานในภาคการผลิต อาจมีปัญหาได้ในอนาคต 

 

ภาพ : กองบรรณาธิการ

X

Right Click

No right click