December 13, 2019
×

Warning

JUser: :_load: Unable to load user with ID: 805

“Biomedical Engineering” วิศวกรรมทางการแพทย์เพื่อสังคมไทย

December 18, 2017 2005

หนึ่งในศาสตร์สาขาใหม่ที่ไม่เพียงมีบทบาทแค่เฉพาะในประเทศไทย แต่ยังก้าวไกลไปถึงระดับนานาชาติ “Biomedical Engineering” ที่คณะวิศวฯ จุฬา ฯ ได้เข้ามามีบทบาทในการช่วยยกระดับและสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับแวดวงทางการแพทย์ไทย 

 

ผศ.ดร.บุญรัตน์ โล่วงศ์วัฒน ได้ขึ้นเวที Tech-Talk ของงานสัมมนา Thailand MBA Forum: บนหัวข้อ Biomedical Engineering เพื่อสังคม โดยนำกรณีศึกษาจากการวิจัยและพัฒนา วิศวกรรมทางการแพทย์ ของคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ประสบผลสำเร็จและสามารถมีบทบาทต่อการช่วยเหลือสังคมได้จริง

 

ผศ.ดร.บุญรัตน์ ได้เผยถึงตัวเลขค่าใช้จ่ายของประเทศไทยในเรื่องอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่เพิ่มจำนวนมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่ปี 2550 ที่เคยใช้งบประมาณ 19,900 ล้านบาท และคาดว่าในปี พ. ศ 2561 จะมีค่าใช้จ่ายในด้านนี้อยู่ที่ประมาณ 65,000 ล้านบาท ซึ่งหากเทียบกับจำนวนประชากรของประเทศที่ 60 ล้านคน เมื่อหารเฉลี่ย ต่อหัวก็จะอยู่ที่ 1,000 บาทต่อคน ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่ค่อนข้างน่ากลัว จึงเป็นที่มาและเป้าหมายหลักที่ศาสตร์ด้าน “Biomedical Engineering” จะต้องเข้าไปมีบทบาท เพราะเป็นศาสตร์ที่เชี่ยวชาญในด้านการออกแบบ ทั้งการพัฒนาซอฟต์แวร์ และสร้างอุปกรณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเครื่องมือทางการแพทย์ให้ได้มาตรฐาน เพื่อนำมาใช้กับผู้ป่วย ทั้งการสร้างอวัยวะเทียม การสร้างอุปกรณ์ตรวจวัดทางชีววิทยา การประมวลภาพจากเครื่องซีที สแกน การนำสัญญาณมาประมวลผลหาความผิดปกติของคลื่นร่างกาย หรือการนำไปประยุกต์ใช้กับแอปพลิเคชันอื่นๆ 

 

ผศ.ดร. บุญรัตน์ กล่าวว่า “Biomedical Engineering ช่วยสังคมไทยได้ โดยที่ผ่านมาเรามีการมุ่งเน้นไปที่กลุ่มอุปกรณ์การแพทย์ คือกระดูกเทียม เพราะผู้ป่วยที่ต้องผ่าตัดหัวเข่าและกระดูกสะโพก ยังต้องใช้เข่าเทียมนำเข้าที่มีขนาด S M L ซึ่งเป็นความจำกัด แต่งานพัฒนาของเราจะช่วยทั้งหมอและคนไข้ เพราะเราใช้การสร้างกระดูกเทียมที่มีขนาดที่ลงตัวกับสรีระของผู้ป่วย โดยไม่จำเป็นต้องใช้หรือนำเข้ากระดูกเทียมสำเร็จรูป ที่บ่อยครั้งไม่ได้มีขนาดที่เหมาะกับสรีระของคนไทย และกลายเป็นปัญหาหลังผ่าตัดตามมาในที่สุด”

 

ผศ.ดร.บุญรัตน์ บอกเล่าถึงกระบวนการทำงานที่มีการใช้เทคโนโลยีมาช่วยประมวลผล โดยเริ่มจากการทำ ซีที สแกน จากนั้นส่งไฟล์ข้อมูลมายังคณะวิศวะฯ จุฬาฯ เพื่อทำการประมวลผล เพื่อสร้างชิ้นงานและออกแบบทางด้านชีวกลศาสตร์ (Biomechanics) และส่งผ่านแอปพลิเคชั่นทางมือถือ เพื่อเลือกและปรับขนาด และในส่วนสุดท้ายจึงจะเป็นกระบวนการผลิตงาน โดยหนึ่งในเทคโนโลยีที่ถูกนำมาใช้ คือ การพิมพ์ 3 มิติ (3D Printing) 

 

“ทุกวันนี้ เรามีห้องปฏิบัติที่เป็นห้องสะอาดหรือคลีนรูม (Clean Room) ที่ได้มาตรฐาน ISO และผ่าน อย. เราพยายามที่จะช่วยนำอวัยวะเหล่านี้เข้าไปช่วยคนไข้ในวงกว้างได้มากขึ้น ซึ่งจริงๆ แล้ว พวกเราเป็นแค่ส่วนหนึ่ง ซึ่งต้องขอขอบคุณและมอบเครดิตให้แก่อาจารย์ที่เข้ามาช่วยเหลือในการทำงานและหลายๆ สถาบันที่ร่วมกันออกแบบผมตั้งเป้าหมายไว้ว่าอยากให้เป็น เวิลด์ คลาส โซลูชั่น ที่จะช่วยคนไทย และที่สำคัญคำว่า “เพื่อสังคม” เราอยากให้มันเบิกได้ สามารถใช้สิทธิ์ต่างๆ รักษาได้ ตอนนี้เป็นเป้าหมายสำคัญของเราที่ต้องการให้คนไทยได้ใช้ของในราคาที่ถูกและมีคุณภาพที่ดี” 

 

ภาพ : กองบรรณาธิการ 

 

X

Right Click

No right click