“แสนสิริ” ตอกย้ำผู้นำตลาดอสังหาริมทัพย์ระดับลักซ์ชัวรี่และซูเปอร์ลักซ์ชัวรี่ของไทย ประกาศปิดการขาย “เดอะ โมนูเมนต์ สนามเป้า” (THE MONUMENT SANAMPAO) ด้วยยอดขายกว่า 1,500 ลบ. จำนวน 86 ยูนิต ย้ำความสำเร็จแบรนด์ “เดอะ โมนูเมนต์” คอนโดมิเนียมระดับลักซ์ชัวรี่ที่รังสรรค์ขึ้นอย่างเข้าใจและตอบโจทย์ครอบครัวรุ่นใหม่ ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘The Monument to Generations’ การส่งต่อทำเลคุณค่าจากรุ่นสู่รุ่น โดยกลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่ซื้อเพื่ออยู่อาศัยเองสูงถึง 70%  เผยปัจจัยหลัก ได่แก่ ทำเล ความเป็นส่วนตัว ดีไซน์ที่มีรสนิยม วัสดุคุณภาพระดับเวิลด์คลาส ตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่มลักซ์ชัวรี่ระดับบนอย่างแท้จริง พร้อมเตรียมเผยโฉมและโอนกรรมสิทธิ์ “เดอะ โมนูเมนต์ ทองหล่อ” โครงการล่าสุด ภายใต้บริษัทร่วมทุนกับ บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) มูลค่ากว่า 6,500 ล้านบาทกับแนวคิด “Luxury is Space” คอนโดมิเนียมลักซ์ชัวรี่สำหรับครอบครัวยุคใหม่ นิยามความหรูหราผ่านพื้นที่โอ่โถงที่ให้ประสบการณ์เสมือนบ้าน แลนด์มาร์คแห่งใหม่บนถนนเส้นหลักทองหล่อ ปัจจุบัน มียอดขายอยู่ที่ 40% หรือมูลค่า 2,600 ล้านบาท

 

นายปิติ จารุกำจร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโสฝ่ายพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม บริษัท แสนสิริ จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า “เดอะ โมนูเมนต์” ถืออีกหนึ่งแบรนด์คอนโดมิเนียม ในการรุกตลาดคอนโดมิเนียมระดับลักซ์ชัวรี่ของแสนสิริ พัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิด ‘The Monument to Generations’ การส่งต่อทำเลที่มีคุณค่าจากรุ่นสู่รุ่น และความภาคภูมิใจในกการอยู่อาศัย ควบคู่กับดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ และการคัดสรรวัสดุที่มีคุณภาพระดับเวิลด์คลาส โดยโครงการแรก “เดอะ โมนูเมนต์ สนามเป้า” เปิดตัวในปี 2558 ในรูปแบบไฮไรซ์สูง 24 ชั้น ที่ให้ความเป็นส่วนตัวเพียง 86 ยูนิต บนทำเลสนามเป้า – พหลโยธิน ที่เปรียบเสมือนศูนย์กลางการรวมตัวของวัฒนธรรมเก่า และความทันสมัย ที่ผสานอย่างลงตัว โดยปัจจุบัน สามารถปิดการขายโครงการ 100% ด้วยมูลค่ากว่า 1,500 ล้านบาท เมื่อต้นปีนี้”

 

นายปิติ กล่าวต่อไปว่า “ปัจจัยสำเร็จที่โดดเด่น ส่งผลให้โครงการได้รับการตอบรับอย่างสูงสุดจากกลุ่มลูกค้า ได้แก่ ความคุ้มค่าของโครงการที่มูลค่าเพิ่มขึ้นเหนือกาลเวลา ทั้งคุณภาพและราคาที่ดีที่สุด ทำให้ “เดอะ โมนูเมนต์ สนามเป้า” เป็นทรัพย์สินที่ควรค่าแก่การครอบครอง สามารถส่งต่อเป็นมรดกให้ลูกหลานได้ ด้วยที่ตั้งโครงการอยู่ในทำเลศักยภาพสูง ติดริมถนนใหญ่ โซนเส้นถนนพหลโยธินตอนต้น ซึ่งปัจจุบันหาได้ยากมาก พรั่งพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกต่อการใช้ชีวิตทุกมิติ เพียง 5 กม. ใกล้ทางด่วนทั้งขาเข้าและออกนอกเมือง โดยกลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่ซื้อเพื่ออยู่อาศัยเองสูงถึง 70% และผลตอบแทนจากการปล่อยเช่าด้วยสูงถึง 4-6% ต่อปี ซึ่งกลุ่มลูกค้าเช่า ได้แก่ กลุ่มชาวต่างชาติที่ทำงานในประเทศไทย กลุ่มแพทย์ที่ทำงาน ในบริเวณนี้ กลุ่มลูกค้าโรงพยาบาลพญาไท เป็นต้น ทำให้ทำเลนี้ ไม่แตกต่างจากทำเลใจกลางเมืองสำคัญอื่นๆ ที่มีราคาสูงกว่า

 

ทั้งนี้ ยังคงมีลูกค้าสนใจและมีความต้องการซื้อโครงการอย่างต่อเนื่อง พบว่ามีราคาซื้อต่อสูงขึ้นถึง 5% โครงการยังถือเป็นผลงานการออกแบบระดับมาสเตอร์พีซ ที่ถ่ายทอดเรื่องราวผ่านงานสถาปัตยกรรมสไตล์โมเดิร์นร่วมสมัยที่คงความคลาสสิคเหนือกาลเวลา พร้อมฟังก์ชั่นการใช้งานวัสดุอุปกรณ์ ตลอดจนทุกรายละเอียดที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้ได้คุณภาพที่ดีที่สุด ทั้งยังให้ความสำคัญกับ การจัดสรรพื้นที่ส่วนกลางขนาดใหญ่ นอกจากล็อบบี้เลานจ์ บริเวณชั้นหนึ่งที่จัดเตรียมพื้นที่ไว้ให้ลูกบ้านรับรองแขกแล้ว ยังมีพื้นที่ส่วนกลางอื่นๆ อีกถึง 3 ชั้น คิดเป็นพื้นที่กว่า 20% ของพื้นที่ห้องชุดทั้งหมด ซึ่งส่วนกลางมีฟังก์ชั่นครบครัน ทั้งพื้นที่ออกกำลังกาย Panoramic Exercise Room และพื้นที่สังสรรค์ Social Lounge, Sky Pavilion, Library room และ Tea Room เป็นต้น

 

“เดอะ โมนูเมนต์ สนามเป้า” นำเทคโนโลยีเพื่อการใช้ชีวิตแบบ SMART LIVING มาช่วยเติมเต็มการใช้ชีวิต โดยถือเป็นโครงการที่พักอาศัยแห่งแรกในเอเชียที่มีหุ่นยนต์ส่งของให้บริการลูกบ้าน พร้อมระบบรองรับการใช้พลังงานทดแทนในอนาคตอย่าง EV charger station สำหรับรถยนต์ทุกรุ่น มีการติดตั้งแผงโซลาร์เซลผลิตกระแสไฟฟ้าเพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายส่วนกลาง และติดตั้งเครื่องรีไซเคิลขวดน้ำพลาสติก (PET Bottle Refun) เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการลดปริมาณขยะพลาสติก และสุดท้ายโครงการนี้ยังมี บริการเพื่อการใช้ชีวิตเหนือระดับ อย่าง Building Manager และ Concierge Service ผู้ช่วยประจำโครงการ เช่น บริการซัก อบ รีด, บริการตรวจสอบดูแลและจัดการห้องชุด, บริการเรียกรถลีมูซีน, บริการแนะนำร้านซ่อมเสื้อผ้าและเครื่องหนัง เป็นต้น”

 

“ด้วยความสำเร็จของแบรนด์ “เดอะ โมนูเมนต์” โครงการแรก จึงเป็นที่มาของการสานต่อสู่การพัฒนาโครงการ “เดอะ โมนูเมนต์ ทองหล่อ” โครงการคอนโดมิเนียมระดับซูเปอร์ลักชัวรี่ที่กำหนดนิยามใหม่แห่งการอยู่อาศัยด้วยพื้นที่กว้างขวางภายใต้แนวคิด “Luxury is Space” โอ่โถงเสมือนอยู่บ้านเดี่ยว โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมอาคารรูปทรง “Monolith” อันเป็นเอกลักษณ์ ที่จะกลายเป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ในทองหล่อ และเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนยูนิตสุดเอ็กซ์คลูซีฟสูงสุดเพียงชั้นละ 4 ห้อง รวม 127 ยูนิต บนที่ดินขนาด 2 ไร่ ติดถนนเส้นหลักของทองหล่อ อีกหนึ่งทำเลอันเป็นมรดกทรงคุณค่าที่มีศักยภาพสูงสุดอันดับต้นๆของกรุงเทพฯ ทั้งย่านที่พักอาศัยคุณภาพสูงมาตั้งแต่อดีต และแหล่งรวมร้านค้าชั้นนำ ร้านอาหารและ คอมมูนิตี้มอลล์ระดับไฮเอนด์มากมายโดยหลังจากเปิดพรีเซลไปเมื่อปี 2561 และได้รับการตอบรับที่ดีเยี่ยม ด้วยยอดพรีเซลกว่า 40% พร้อมเตรียมเปิดเผยโฉม “เดอะ โมนูเมนต์ ทองหล่อ” ในเดือนมีนาคมปีนี้ ซึ่งเราคาดว่าจะได้รับการตอบรับในการโอนกรรมสิทธิ์อย่างเช่นเคย อีกแน่นอน” นายปิติ กล่าวสรุป

ในโลกใบนี้ Business Model ของการประกอบกิจการโรงแรม รีสอร์ท ที่พัก หรือบริการจัดหาที่อยู่หลับนอน ตลอดจนที่กินที่เที่ยวหรือแม้กระทั่งที่ทำงานหรือติดต่อธุระ สำหรับนักเดินทาง นักท่องเที่ยว เพื่อพักผ่อนหย่อนใจหรือเพื่อธุรกิจ และผู้ที่ต้องเดินทางออกไปประชุมสัมมนานอกสถานที่ ทั้งที่เป็นตลาด Hi-End บนยอดพีระมิด ตั้งแต่ระดับอภิมหาเศรษฐี มหาเศรษฐี และเศรษฐี ลงมาจนถึงระดับ Mass Market นั้น มีอยู่ด้วยกันหลายโมเดล

ตั้งแต่แบบ Traditional Model คือการรับแขกเข้าพักเป็นรายวันหรือรายหลายวัน (หรือแม้กระทั่งนานเป็นแรมเดือน) แบบโรงแรมหรือรีสอร์ททั่วไป ตามที่บรรดานักเดินทางท่องเที่ยว คุ้นเคยมาแต่โบร่ำโบราณ พัฒนามาจนถึงแบบที่ต้องอาศัยเทคโนโลยีระดับสูงอันก้าวหน้า เป็นตัวจักรสำคัญ ไม่ว่าจะเป็น Peer-to-Peer Sharing หรือ Peer-to-Peer Renting หรือ Property Bartering หรือ Home Swap หรือ Home Exchange หรือ Co-Housing Space ไปจนถึง Residential Sharing Platform ระดับยักษ์ใหญ่อย่าง AirBnb เป็นต้น

โดย Business Model แบบหลังๆ มานี้ ผู้ให้บริการมักจะอาศัยเทคโนโลยีดิจิทัลสมัยใหม่ ตัดหรือทำธุรกรรมข้ามหัว บรรดานายหน้าและตัวกลาง ทิ้งไปเสียหมดหรือเกือบหมด

นั่นแสดงให้เห็นว่า โลกเรา Civilized ขึ้นมาก นับจากอดีต เพราะการที่นักเดินทางหรือนักท่องเที่ยว (หรือผู้ต้องการเช่า) ในฐานะผู้บริโภค สามารถมีทางเลือกในการบริโภคอย่างมากมายและหลากหลาย เลือกเอาได้ตามความต้องการและความชอบหรือความพอใจหรือรสนิยมของตนๆ ที่แยกซอยย่อยออกไปได้อีกเป็นจำนวนมากและหลากหลายเช่นนี้ ย่อมแสดงหรือสะท้อนให้เห็นถึงคุณภาพชีวิต หรือ Quality of Life โดยรวมของมนุษย์ ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

เลือกเอาได้ตามใจชอบ....แต่ละคน ทีละคน ไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน

เอาให้เกิดความพอใจสูงสุด สุขที่สุด และอิ่มเอมที่สุด ตามแต่ใจปรารถนา

ทว่า แต่ละแบบแต่ละทางเลือก ล้วนมีข้อดี ข้อเด่น ข้ออ่อน ข้อแข็ง และความเสี่ยง ที่ต่างกัน เหมาะสมกับผู้บริโภคแต่ละกลุ่มต่างกัน รสนิยมต่างกัน ในเวลาและโอกาสที่ต่างกัน

ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็เพื่อให้ผู้บริโภคทุกกลุ่ม บรรดามีในโลกนี้ ได้มีโอกาส “เลือก”

และก็ต้องเลือกให้ดี เลือกให้ถูกด้วย ซึ่งแต่ละคนคงจะมีหลักการของตนเองอยู่แล้ว

อนันตรา แปลว่า “ไม่มีที่สิ้นสุด”

อนันตรา เวเคชั่น คลับ (ANANTARA Vacation Club) ก็เป็นสถานที่ตากอากาศและพักผ่อนหย่อนใจแบรนด์สำคัญในระดับ Luxury แบรนด์หนึ่ง ที่สามารถสร้าง Business Model อันน่าสนใจขึ้นมาให้บริการกับนักท่องเที่ยวทั่วโลก ที่กำลังเติบโตขึ้นในยุคที่โลกมั่งคั่งขึ้นและย่อเล็กลง ทุกคนสื่อสารและรับรู้ได้ถึงกัน ด้วยเทคโนโลยีสารพัดแขนง

นับเป็น Innovation แบบหนึ่งในวงการท่องเที่ยวของโลก

อนันตรา (ซึ่งมาจากภาษาสันสกฤต แปลว่า “ไม่มีที่สิ้นสุด”) ได้นำเสนอให้ผู้บริโภคสมัยใหม่ สามารถเลือกที่จะเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์วันหยุดร่วมกันได้ โดยอาศัย “คะแนนคลับพอยต์” (Club Point) ซึ่งเปรียบเสมือน “สกุลเงินสำหรับการท่องเที่ยวและเข้าพักในเครือข่ายของอนันตรา” เพื่อแลกกับบริการใน Service Ecosystem ที่อนันตราสร้างขึ้นทั่วโลก ทั้งที่ Club Resorts ของอนันตราเอง ที่มีอยู่ 9 แห่ง และเครือข่ายอื่นที่อนันตราเข้าร่วม เช่น Hilton Grand Vacations, Travily, Club Escapes, Interval International, Diamond Resorts International และ EMBRAC โดยทั้งหมดกระจายกันอยู่ทั่วโลก ทั้งที่เป็นโรงแรม รีสอร์ทชายหาด สกีรีสอร์ท และสนามกอล์ฟ เป็นต้น

ลูกค้าที่จะเข้ามาใช้บริการใน Ecosystem นี้ได้ ต้องสมัครซื้อ Club Point อย่างต่ำ 6,000 คะแนน ในราคาขั้นต่ำประมาณ 600,000 บาท โดยลูกค้าจะได้สิทธิประโยชน์ต่างๆ ตามที่อนันตรากำหนดไว้ และลูกค้าเลือกได้ก่อนว่าต้องการ Package แบบไหน อีกทั้งยังสามารถเข้าร่วมบริหาร Property โดยการออกเสียงผ่านนิติบุคคลส่วนกลาง ที่ตั้งขึ้นตามกฎหมาย ได้อีกด้วย

Business Model แบบนี้ เหมาะสำหรับครอบครัวหรือนักท่องเที่ยวที่ออกเดินทางท่องเที่ยวแบบสม่ำเสมอในแต่ละปี

การซื้อแพกเกจ เพื่อให้สามารถเข้าถึง Luxury Ecosystem ในระดับโลกแบบนี้ได้ นับว่าคุ้มค่า

นอกจากนั้น มันยังมีความยืดหยุ่น ในการวางแผนและเลือกใช้บริการ ตลอดจนความปลอดภัยอีกด้วย

จุดสำคัญอันหนึ่ง ที่จะทำให้ลูกค้าตัดสินใจ ย่อมเป็นผู้ถือหุ้นอันแข็งแกร่ง ที่เป็นผนังพิงให้กับอนันตรา นั่นเอง

อย่าลืมว่า การลงทุนซื้อ Package ที่ต้องจ่ายเงินล่วงหน้าก่อนเป็นจำนวน มากๆ นั้น มันย่อมมีความกังวล เหมือนกับการซื้อคูปองล่วงหน้าในทุกกรณี

กังวลทั้งในเชิงว่า หากอนันตราขายแพกเกจเหล่านี้ได้ไม่มากพอ แล้วลูกค้าที่ซื้อแรกๆ ยังจะได้รับบริการตามที่โฆษณาไว้หรือไม่? (ความรู้สึกคล้ายๆ กับคนซื้อบ้านจัดสรร หรือคอนโด ที่ขายได้ไม่มากหรือขายไม่หมด จนบางแห่งกลายเป็นหมู่บ้านร้าง หรือไม่ก็ไม่มีการจัดการสาธารณูปโภคที่ดีพอ)

กังวลทั้งในเชิงว่ากิจการจะยังคงดำเนินการต่อไปและพัฒนา Service Ecosystem ของตัวเอง ให้ใหญ่โตก้าวหน้าขึ้นเรื่อยๆ อย่างที่ว่าไว้แต่แรกหรือไม่?
และถ้าดำเนินการต่อไปแล้ว จะยังคงรักษามาตรฐานการให้บริการระดับสูงแบบนี้ ต่อไปได้อยู่หรือไม่?

ฯลฯ

“ความเชื่อมั่น” จึงเป็นประเด็นสำคัญมาก และเป็น Key Success Factor ของการให้บริการแบบนี้

อนันตรา ได้เปรียบในเชิงนี้ 100% เพราะผู้ถือหุ้นใหญ่และผู้บริหารของอนันตราคือ Minor Group ซึ่งเป็นกิจการขนาดใหญ่และมีสถานะทางการเงิน ตลอดจน Capacity ในเชิงบริหารจัดการ ที่เข้มแข็งมากแห่งหนึ่งของไทย

William E. Heinecke หรือที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางในนาม บิล ไฮเน็คกี้ ผู้ก่อตั้งและผู้บริหารสูงสุดของกลุ่มนี้ เป็นผู้ประกอบการที่เก่ง มองการณ์ไกล มากความสามารถในเชิงการบริหารจัดการองค์กร และสามารถสร้างความไว้วางใจในหมู่ผู้ลงทุนได้ เป็นอย่างดี

ตลอดระยะเวลาหลายสิบปี เขาสร้างธุรกิจจากเล็กๆ จนขยายไปทั่วโลก โดยผู้ร่วมลงทุนและสนับสนุนเขามีอยู่ในทุกกลุ่มของสังคมไทย ทั้งนักลงทุนทั่วไปที่ชอบลงทุนในหุ้นของกิจการที่เขาบริหาร นายธนาคารที่ให้คะแนนกิจการของเขาว่าเครดิตดีเยี่ยม นักลงทุนสถาบันที่ต้องมีหุ้นของเขาอยู่ในพอร์ตเสมอ ไปจนถึงสถาบันระดับสูง ซึ่งเป็นที่เคารพสักการะของสังคมไทย ซึ่งให้การสนับสนุนเขาและกิจการของเขามาโดยตลอด แม้เขาจะไม่ได้เป็นคนไทยแต่กำเนิด ก็ตามที

และกิจการที่เขาจับ ก็มักจะประสบความสำเร็จด้วยดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจบริการ ทั้งอาหาร ภัตตาคาร โรงแรม และรีสอร์ท

แน่นอน อนันตรา เวเคชั่น คลับ ก็เป็นหนึ่งในนั้น

Joomla! Debug Console

Session

Profile Information

Memory Usage

Database Queries