รศ.ดร.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ อธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศขาดแคลนพยาบาลเป็นอย่างมากโดยเฉพาะพยาบาลที่สามารถทางด้านเทคโนโลยีทางการแพทย์ในหน่วยวิกฤต ซึ่งต้องมีความรู้ในการใช้เครื่องมือที่ช่วยการรักษาพยาบาลผู้ป่วยขั้นสูงโดยระบบควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์และระบบสารสนเทศ รวมถึงมีความสามารถในการสื่อสารภาษาอังกฤษได้ในระดับดี  มทร.ธัญบุรีจึงได้เปิดคณะพยาบาลศาสตร์ขึ้น ซึ่งหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิตได้ผ่านการเห็นชอบจากสภาการพยาบาลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยขณะนี้กำลังเปิดรับสมัครรุ่นแรก จำนวน 60 คน เพื่อเข้าเรียนในปีการศึกษา 2561 นี้

การเปิดหลักสูตรพยาบาลศาสตร์นี้ มทร.ธัญบุรี ได้เชิญให้คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เป็นพี่เลี้ยง และได้รับความร่วมมือจากเครือโรงพยาบาลพญาไท เครือโรงพยาบาลเปาโล และโรงพยาบาลต่าง ๆที่สนใจ จะมอบทุนให้กับนักศึกษา เมื่อนักศึกษาสำเร็จการศึกษาจะต้องทำงานใช้ทุน ซึ่งค่าเล่าเรียนอยู่ที่ 1 แสนบาทต่อเทอม โดยรวมค่าอุปกรณ์การเรียนทุกอย่าง โน๊ตบุ๊ก ซึ่งนักศึกษาพยาบาลจะต้องพักหอพักในมหาวิทยาลัยตลอด 4 ปี ที่ศึกษาอยู่

“การผลิตบัณฑิตพยาบาลของมทร.ธัญบุรี เราจะเน้นพยาบาลที่เป็นนักปฏิบัติที่มีความเอื้ออาทร ความเป็นไทยและการดูแลจากใจของผุ้ให้การพยาบาล โดยขณะนี้มีปรับปรุงอาคารเรียนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนวิชาที่เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์จะใช้ห้องเรียนในคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จากนี้ไปอีก 4 ปีข้างหน้า พยาบาลจำเป็นต้องมีความรู้ในศาสตร์และศิลป์สาขาการพยาบาล รวมทั้งต้องสามารถบูรณาการเทคโนโลยีสารสนเทศและนวัตกรรมสู่การปฏิบัติในงานพยาบาลได้”

ตามที่ทางมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ได้จัดการประกวด“การแข่งขันสุนทรพจน์ภาษาไทยอุดมศึกษานานาชาติ” หัวข้อ “เรียนรู้ภาษา เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต” การแข่งขันครั้งนี้แบ่งออกเป็น ๒ รอบ คือ รอบเตรียมตัว ใช้เวลาพูด ๗ นาที และรอบฉับพลัน ใช้เวลาพูด ๓ นาที มีสถาบันอุดมศึกษาส่งนักศึกษาต่างชาติเข้าร่วมแข่งขัน จำนวน ๑๕ มหาวิทยาลัย ผู้เข้าแข่งขัน ๒๘ คน โดยผลการตัดสินรางวัลชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ Mr.Sokban Srin มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี รางวัลรองชนะเลิศอันดับ1 ได้แก่ Mr.Yuzhe Yang มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ Miss Yanqi LI มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ ณ ห้องประชุมเอื้องคำ ชั้น ๓ อาคารราชภัฏเฉลิมพระเกียรติ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ 

Miss Yanqi LI (ซ้าย) Mr.Yuzhe Yang (กลาง) Mr.Sokban Srin (ขวา)

Mr.Sokban Srin เล่าว่า เป็นนักศึกษาชาวกัมพูชาที่ได้รับทุนพระราชทานจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ปัจจุบันกำลังศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 4 สาขาวิชาการท่องเที่ยว คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี โดยเข้ามาศึกษาที่ มทร.ธัญบุรี เมื่อปีการศึกษา ๒๕๕๗ ที่ตนเองเลือกมาเรียนที่นี่ เพราะว่า เป็นสถาบันที่มีชื่อเสียง อยากนำความรู้ที่ได้ไปประกอบอาชีพในอนาคต มาอยู่ที่นี่ 1 ปี สามารถปรับตัวเข้ากับเพื่อนและสภาพแวดล้อมได้ เพื่อนให้ความช่วยเหลือที่นี่เหมือบ้าน ซึ่งตนเองอยู่หอในกับเพื่อนที่มาจากกัมพูชา ปิดเทอมถึงจะกลับบ้าน ระหว่างที่เรียนตนเองทำกิจกรรมไปด้วย กิจกรรมที่ตนเองสนใจคือ การแข่งขันสุนทรพจน์ โดยตนเองเคยผ่านเข้ารอบฉับพลันในการแข่งขันสุนทรพจน์อุดมศึกษานานาชาติที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๕๙ และได้ฝึกฝนทักษะการพูดและการเขียนภาษาไทยอย่างต่อเนื่อง และตัดสินใจเข้าประกวดอีกครั้ง

ผศ. รุ่งฤดี อภิวัฒนศร คณบดีคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (ซ้าย) Mr.Sokban Srin (ขวา)

โดยในการเตรียมตัวครั้งนี้ตนเอง รอบแรกมีหัวข้อให้ตนเองได้เรียบเรียงบทสุนทรพจน์ โดยมีอาจารย์ผู้ฝึกซ้อม ๒ คน คือ อาจารย์โสภณ สาทรสัมฤทธิ์ผล และอาจารย์อรัญญา แสนสระ ให้คำแนะนำ โดยได้วิเคราะห์หัวข้อสุนทรพจน์แล้วนำมาวางโครงเรื่องการพูดเกี่ยวกับการเรียนรู้ภาษา ความสำคัญของการเรียนภาษา เพื่อนำมาปรับใช้ในการพัฒนาตนเอง พัฒนางาน และพัฒนาคุณภาพชีวิต ซึ่งมีแนวคิดสำคัญว่า “การพัฒนาสังคมเริ่มจากการพัฒนาคน การพัฒนาคนเริ่มจากการพัฒนาการศึกษา การพัฒนาการศึกษาต้องเริ่มจากการเรียนภาษา และภาษาคือกุญแจไขประตูสู่โลกกว้าง เป็นเข็มทิศนำทางการติดต่อสื่อสารในสังคมยุคโลกาภิวัตน์ อันจะนำไปสู่การสร้างความสัมพันธ์อันดีต่อกันในประชาคมโลก” 

อาจารย์โสภณ สาทรสัมฤทธิ์ผล (ซ้าย)  Mr.Sokban Srin (กลาง) อาจารย์อรัญญา แสนสระ (ขวา)

ส่วนรอบ 2 รอบฉับพลัน ใช้เวลาพูด ๓ นาที กรรมการจะให้คิดและพูดตอนนั่น ซึ่งตนเองฝึกซ้อมและเตรียมมาดี ไม่ว่าจะในเรื่องของการเรียบเรียงเนื้อหา จังหวะการพูด การแสดงท่าทาง จึงทำให้ตนเองชนะใจกรรมการ ในครั้งนี้ “การที่ตนเองมาอยู่ที่เมืองไทย เมืองไทยเหมือนเป็นบ้านของตนเอง เพราะว่า ลักษณะของอาหารการกิน ชีวิตความเป็นอยู่ ร่วมถึงภูมิประเทศเหมือนกัน ตนเองจึงรักประเทศไทยเหมือนประเทศเขมร”

เหตุผลการเลือกสถาบันการศึกษาระดับปริญญาโท ของแต่ละคนนั้น อาจจะมีหลายๆ ปัจจัยในการนำมาประกอบในการตัดสินใจ บางคนเลือกเรียนต่อที่แห่งหนึ่ง เพราะจุดแข็งทางด้านของวิชาการที่ตอบโจทย์รองรับกับความก้าวหน้าในการทำงานในอนาคต หรือบางคนเลือกเพราะเป็นศิษย์เก่าที่เคยเรียนมาก่อนหน้าในระดับปริญญาตรี และจากประสบการณ์ในการเรียนที่ผ่านมานั้น ถือว่าเป็นข้อมูลนำมาตัดสินใจได้เป็นอย่างดี

ชลิตพงศ์ ตุ้มเลี้ยง นักศึกษาปริญญาโท Executive ปีที่ 1 คณะบริหารธุรกิจ เอกการจัดการทั่วไป มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (RMUTT) ให้สัมภาษณ์ MBA Magazine ว่า การเลือกเรียน MBA ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี เพราะมีสาขาวิชาที่สอดคล้องกับการทำงาน โดยเฉพาะในตำแหน่งปัจจุบันเป็นผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายขายและบริการ บริษัท เบเนลลี่ คีเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด ในกลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรมยานยนต์ เขาเล่าต่อว่าการเรียนที่ RMUTT ว่า เป็นการติดอาวุธเพื่อสร้างอนาคตในธุรกิจเลยทีเดียว และนอกจากความรู้ทางวิชาการแล้ว ยังมีโอกาสได้คอนเนคชั่นจากเพื่อนใหม่ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเจ้าของธุรกิจ ได้แลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ มีความช่วยเหลือเกื้อกูลกันเป็นอย่างดี

นอกจากนี้ยังมีในด้านของสิ่งแวดล้อม  อาคารเรียน ห้องสมุด ห้องปฏิบัติการต่างๆ ซึ่งได้ใช้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เปรียบเสมือนเป็นบ้านหลังที่สอง และการให้คำปรึกษาของอาจารย์ สร้างความใกล้ชิด บรรยากาศการสอนเป็นกันเอง ทั้งในและนอกห้องเรียน

“หลังจากเรียนที่นี่ผ่านไป 1 เทอม ได้นำความรู้กลับไปใช้ในการทำงาน พัฒนาบุคลากรและระบบงาน เหมือนเรามาติดอาวุธทางปัญญา นำกลับไปใช้ในชีวิตการทำงานได้จริง องค์ความรู้ที่ได้จากมหาวิทยาลัย ทำให้ผมกล้าที่จะรับงานจากผู้บริหารมาทำเพิ่มขึ้น อาจารย์ที่นี่มีความพร้อมและประสบการณ์ในการถ่ายทอดวิชากับลูกศิษย์ ไม่เพียงแค่เนื้อหาที่เรียน อาจารย์ยังสอนว่า คนเราไม่ว่าจะทำอะไร ประกอบวิชาชีพใด ต้องมีจริยธรรมในการทำงาน ซึ่งคำนี้อาจารย์ทุกท่านจะย้ำกับพวกเราทุกคน”

 

 ชลิตพงศ์ ตุ้มเลี้ยง นักศึกษาปริญญาโท Executive ปีที่ 1 คณะบริหารธุรกิจ เอกการจัดการทั่วไป 

 

ชลิตพงศ์ ทิ้งท้ายว่า หลังจากสำเร็จการศึกษาจากที่นี่ไปแล้ว คือ ความท้าทายจะทำอย่างไรให้คนในระดับประเทศ และต่างประเทศรู้จัก RMUTT โดยในฐานะของประธานรุ่น ได้รวมกลุ่มกันจัดกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์เพื่อช่วยสังคมนอกรั้วมหาวิทยาลัย เพื่อเป็นการสร้างชื่อเสียงให้คนได้รู้จัก RMUTT ให้คนอยากเข้ามาเรียนมาสัมผัสให้มากขึ้น

ไม่เพียงคนที่มีเป้าหมายจะนำองค์ความรู้ไปต่อยอดการทำงานเท่านั้น ยังมีอีกหนึ่งตัวอย่างของศิษย์เก่าที่มีความตั้งใจจะกลับมาเป็นอาจารย์ที่มทร.ธัญบุรีสอนรุ่นน้องต่อไป อารีย์ รักษ์ธัญการ เป็นนักศึกษาระดับปริญญาโท ปีที่ 2 คณะบริหารธุรกิจ สาขาธุรกิจระหว่างประเทศ ปัจจุบันทำงานเป็นผู้ช่วยนักวิจัย คณะวิศวกรรมศาสตร์ ให้เหตุผลถึงการเลือกเรียนต่อที่นี่ว่า ด้วยความที่เป็นคนชอบศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจ และจากข้อมูลรายละเอียดต่างๆ ที่เป็นจุดแข็งและความแตกต่างของ MBA มทร.ธัญบุรี นั่นเอง จึงตัดสินใจเลือกศึกษาต่อระดับปริญญาโทที่นี่

“ด้วยปัจจัยด้านโปรไฟล์มหาวิทยาลัย และโปรไฟล์ของอาจารย์แต่ละท่าน ที่ต่างมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านอย่างแท้จริง รวมถึงหลักสูตรทางด้านวิชาการที่ทั้งเข้มข้น และหลากหลายรอบด้าน ยกตัวอย่าง สาขาวิชาด้านมาร์เก็ตติ้ง โลจิสติกส์ ด้านกฎหมายระหว่างประเทศ ซึ่งน่าสนใจ เพราะสามารถนำความรู้ไปต่อยอดกับวิชาชีพในอนาคตได้อย่างแน่นอน”

 

 อารีย์ รักษ์ธัญการ เป็นนักศึกษาระดับปริญญาโท ปีที่ 2 คณะบริหารธุรกิจ สาขาธุรกิจระหว่างประเทศ

 

และเมื่อได้เข้ามาเรียนในคณะบริหารธุรกิจ มทร. ธัญบุรี ก็เป็นไปตามที่คาดหวัง ด้วยองค์ความรู้ ทั้งด้านทฤษฎีและภาคปฏิบัติที่เรียน ตั้งแต่ด้านตัวเลข บัญชี   สถิติ บัญชีสำหรับผู้บริหาร ด้านการเงิน รวมไปถึงมาร์เก็ตติ้ง หรือสารสนเทศ ที่มีวิชาหลายแขนงมาประกอบ ทั้งหมดเป็นการเติมเต็มศักยภาพให้ อารีย์ นำมาประยุกต์ใช้กับการทำงานในปัจจุบันให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และนำไปสู่อาชีพที่วางไว้ คือเป็นอาจารย์ในระดับปริญญาตรี สาขาธุรกิจระหว่างประเทศ ที่ตนมีความถนัด ได้อย่างแน่นอน

พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวในการเป็นประธานการจัดสัมมนาและแสดงนิทรรศการ “การพัฒนาศักยภาพกำลังแรงงานไทย” ด้วย “Thai-Meister” รองรับยุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนาครูวิชาชีพ ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี เมื่อเร็ว ๆ นี้ ว่า การจะสร้างคนให้อยู่ในสังคมได้และเป็นคนดีของประเทศ เราต้องดูแลตั้งแต่ปฐมวัยจนเข้าสู่การศึกษา กระทั่งจบออกมาทำงาน และต้องดูแลไปถึงผู้สูงวัยและชีวิต

Joomla! Debug Console

Session

Profile Information

Memory Usage

Database Queries