Ad Top Header

วิทยาลัยนวัตกรรมวิชาชีพ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน นครราชสีมา มุ่งผลิตนักศึกษาตอบโจทย์ 10 อุตสาหกรรมหลัก พร้อมนำเสนอตัวอย่างนักศึกษาที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ ในการแข่งขันฝีมือแรงงานแห่งชาติ ครั้งที่ 28 ระดับภาค รับรางวัลเหรียญทองชนะเลิศ พร้อมทุนการศึกษา ซึ่ง นายกัมปนาท ถ่ายสูงเนิน หัวหน้าวิทยาลัยนวัตกรรมวิชาชีพ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน กล่าวว่า วิทยาลัยนวัตกรรมวิชาชีพ เป็นหน่วยงานที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2557 ตามนโยบายของ ศาสตราจารย์ (พิเศษ) ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย นายกสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน โดยมีการจัดการเรียนการสอนระดับเทียบเท่าคณะของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ศูนย์กลางนครราชสีมา มีความโดดเด่นในการจัดการศึกษาซึ่งมุ่งเน้นด้านทฤษฎีและภาคปฏิบัติ เพื่อให้เกิดความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง ตามปณิธานที่ตั้งไว้คือ สร้างคนสู่งาน เชี่ยวชาญเทคโนโลยี วิทยาลัยนวัตกรรมวิชาชีพจึงเป็นวิทยาลัยที่ผลิตนักปฏิบัติด้านวิชาชีพและเทคโนโลยี เพื่อพัฒนาชุมชนและสังคมอย่างยั่งยืนตอบสนองประชาคมอาเซียน

 

ปัจจุบันวิทยาลัยนวัตกรรมวิชาชีพจัดการเรียนการสอนในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพและประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง 2 กลุ่มวิชา ดังนี้ กลุ่มวิชาพาณิชยกรรม ประกอบไปด้วย 5 โปรแกรมวิชา คือ การบัญชี การเงิน  การตลาด คอมพิวเตอร์ธุรกิจ และการจัดการธุรกิจค้าปลีก และกลุ่มวิชาช่างอุตสาหกรรม ประกอบไปด้วย 10 โปรแกรมวิชา ได้แก่ ช่างโยธา ช่างกลโรงงาน ช่างผลิตเครื่องมือและแม่พิมพ์  ช่างอิเลคทรอนิกส์ ช่างไฟฟ้า ช่างยนต์  ช่างจักรกลหนัก  ช่างเทคนิคระบบขนส่งทางราง  ช่างโลหะ และช่างไฟฟ้าซ่อมบำรุงระบบราง เราต้องการสร้างนักศึกษาที่ตอบโจทย์ 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ ได้แก่ 1.อุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ 2.อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ 3.อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวกลุ่มรายได้ดีและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ 4.การเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ 5.อุตสาหกรรมการแปรรูปอาหาร 6.อุตสาหกรรมหุ่นยนต์เพื่อการอุตสาหกรรม 7.อุตสาหกรรมการบินและโลจิสติกส์ เพราะปัจจุบันไปถึงอนาคตจะมีจำนวนเครื่องบินเพื่อการเดินทาง การท่องเที่ยวต่างๆ และการขนส่งทางอากาศที่มากขึ้น และมีความต้องการการบำรุงและการซ่อมแซมมากขึ้นไปด้วย เรามีสนามบินนครราชสีมาที่จะเป็นสถานที่รองรับการฝึกฝีมือและการทำงานด้านอุตสาหกรรมการบินได้ 8.อุตสาหกรรมเชื้อเพลิงชีวภาพและเคมีชีวภาพ เพราะประเทศไทยต้องการความยั่งยืนด้านชีวภาพ และการกำหนดมาตรฐานด้านชีวภาพกับการค้าระหว่างประเทศ ระหว่างโลกตะวันออกและตะวันตก ทำให้เรามามุ่งเน้นเรื่องของไบโอพลาสติกที่ใช้ในการทำหีบห่อบรรจุภัณฑ์ เพื่อการจำหน่ายและการส่งออกที่กำลังเป็นที่จับตาของนักลงทุนทุกชาติ 9.อุตสาหกรรมดิจิทัล ซึ่งถือว่าเป็นอุตสาหกรรมที่มีความต้องการสูงมากในการดำรงชีพ โดยเฉพาะ ระบบอีคอมเมิร์ซซึ่งเป็นการต่อยอดเทคโนโลยีที่ได้รับความสนใจอย่างมาก 10.อุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร เป็นอุตสาหกรรมด้านการรักษาพยาบาล ที่วิทยาลัยนวัตกรรมวิชาชีพตระหนักในเรื่องการลงทุนด้านการแพทย์และการรักษาพยาบาล

วิทยาลัยนวัตกรรมวิชาชีพมุ่งเน้นเรื่องการลงมือปฏิบัติให้เกิดความเชี่ยวชาญ จึงได้เชิญภาคอุตสาหกรรมให้เข้ามามีส่วนในการบริหารจัดการวิทยาลัยนวัตกรรมร่วมด้วย โดยจะมี 3 ส่วนที่เกี่ยวข้องได้แก่ มทร.อีสาน สมาคมคุณวุฒิวิชาชีพ และสถานประกอบการ เพื่อให้เกิดภาพที่ชัดเจนในการดำเนินงานของวิทยาลัยนวัตกรรมวิชาชีพตามกรอบสภา มทร.อีสาน ในอนาคตเราจะเดินต่อในเรื่องการนำนวัตกรรมด้านไมสเตอร์ (Thai-Meister) ของประเทศเยอรมันเพื่อสร้างช่างเฉพาะทางอย่างจริงจัง นวัตกรรม B-Tech และ CDIO เข้ามาจัดการเรียนการสอน เพื่อให้วิทยาลัยนวัตกรรมฯ เป็นต้นแบบที่สามารถใช้กับสถานศึกษาอาชีวะได้ทุกแห่งทั่วประเทศ 

ในปี 2563 วิทยาลัยนวัตกรรมวิชาชีพ กำหนดให้มีหลักสูตรช่างเทคนิคระบบรางและช่างซ่อมบำรุงไฟฟ้าระบบราง เพื่อผลิตนักศึกษาให้ตอบโจทย์ เรื่องอุตสาหกรรมที่จะเกิดขึ้นในอนาคตประเทศไทย เช่น เส้นทางรถไฟความเร็วสูงระหว่าง กรุงเทพมหานคร – นครราชสีมา รวมถึงอุตสาหกรรมรถรางเบาในกรุงเทพมหานคร เช่น รถไฟฟ้าสายสีส้ม สีม่วง สีแดง เป็นต้น ซึ่งขณะนี้มีบริษัทต่างๆ จากประเทศญี่ปุ่น และแถบยุโรป ติดต่อเข้ามาแจ้งความประสงค์ในการรับนักศึกษาของวิทยาลัยนวัตกรรมวิชาชีพในการฝึกงานด้านการค้าปลีก สิ่งเหล่านี้จะเป็นการต่อยอดที่นักศึกษาสามารถสร้างมูลค่าและค่าแรงให้ตนเองได้

ในปี 2564 เราจะทำหลักสูตรรถยนต์พลังงานไฟฟ้าหรือ EV Car ที่จะตอบโจทย์ในเรื่องการพัฒนาเทคโนโลยีรถยนต์ที่จะเปลี่ยนแปลงในอนาคตและหลักสูตรช่างซ่อมอากาศยาน ที่วิทยาลัยนวัตกรรมวิชาชีพ ได้ร่วมกับองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) และ EASA ในการส่งบุคลากรไปดูงานที่บริษัท การบินไทย (จำกัด) มหาชน รวมถึงการลงนามความร่วมมือกับสนามบินนครราชสีมา เพื่อใช้สนามบินในการฝึกงาน และอบรมการทำงาน รวมทั้ง บริษัท บางกอกเอวิเอชั่น เซนเตอร์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทด้านการบินที่จังหวัดนครราชสีมา เราพยายามเติมเต็ม ต่อยอด เพื่อวิทยาลัยนวัตกรรมเราจะได้มีเอกลักษณ์อย่างจริงจังเพื่อตอบโจทย์ความต้องการในอนาคตข้างหน้า

 

อย่างไรก็ตามวิทยาลัยนวัตกรรมวิชาชีพพยายามสร้างมาตรฐานไมสเตอร์ (Thai-Meister) ของประเทศเยอรมันให้เกิดขึ้นในทุกมิติ รวมถึงการเรียนการสอน เพื่อการพัฒนาปรับปรุงเปลี่ยนแปลงให้ตอบโจทย์และรองรับการเป็นประเทศที่มีนวัตกรรมด้านอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น ซึ่งจะเป็นตัวขับเคลื่อนประเทศหรือต่อยอด 10 อุตสาหกรรมของประเทศไทย  โดยกระบวนการหนึ่งคือการส่งนักศึกษาไปแข่งขันในเวทีต่างๆ ทั้งระดับภาค และระดับประเทศ ตามศาสตร์และเชี่ยวชาญที่เรียนมา ผลคือ นักศึกษาของเราได้รับรางวัลต่างๆ มากมายและล่าสุดคือการไปคว้ารางวัลจากการแข่งขันฝีมือแรงงานแห่งชาติ ครั้งที่ 28 ระดับภาค จัดโดยสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานแห่งชาติครับ

อาจารย์ภากร นาคศรี ผู้ควบคุมทีมและอาจารย์ประจำสาขาอิเล็กทรอนิกส์ วิทยาลัยนวัตกรรมวิชาชีพ กล่าวว่า ทราบข่าวจากสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน ภาค 5 นครราชสีมา ว่ามีการการจัดการแข่งขันฝีมือแรงงานแห่งชาติ ครั้งที่ 28 ระดับภาค วิทยาลัยนวัตกรรมวิชาชีพมีนักศึกษาสายช่างบริหารธุรกิจ ที่มีทักษะและความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษ จึงแนะนำให้นักศึกษาสายช่างและสายบริหารเข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้ เพื่อให้นักศึกษาได้มีเวทีในการแข่งขันและได้ฝึกประสบการณ์ในเวทีระดับประเทศ ซึ่งนักศึกษาวิทยาลัยนวัตกรรมวิชาชีพ สามารถทำผลงานได้ดี คือ ได้รับรางวัลชนะเลิศเหรียญทอง อันดับ 1 กลุ่มสาขาอาชีพเทคโนโลยีอุตสาหกรรมการผลิต  สาขาอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมรางวัลเหรียญทองแดง ด้านเครื่องจักรกล CNC (เครื่องกลึง) และ รางวัลเหรียญทองแดง กลุ่มสาขาอาชีพเทคโนโลยีการสื่อสาร ด้านเว็บดีไซน์  ซึ่งถือว่าเป็นผลงานที่ดีมากครับ

 

นายรุ่งเลิศ แซ่แต้ หรือ ต่าย นักศึกษาประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงปีที่ 2 โปรแกรมวิชาอิเล็กทรอนิกส์ กล่าวว่า ตนเองมีความสนใจงานด้านอิเล็กทรอนิกส์ตั้งแต่เด็กอยู่แล้ว จึงตั้งใจที่จะเข้ามาศึกษาต่อในสาขาอิเล็กทรอนิกส์ที่วิทยาลัยนวัตกรรมวิชาชีพ เพราะที่นี่มีนโยบายในการสร้างผู้เรียนให้มีความชำนาญในการออกแบบวงจรไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ซ่อมบำรุงเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ และการเขียนโปรแกรมใช้ควบคุมทางอิเล็กทรอนิกส์ที่เข้มข้น เมื่อได้เข้ามาศึกษาเล่าเรียนแล้ว จึงได้รับความรู้ เกิดความมั่นใจและสนใจที่จะเข้าร่วมการแข่งขันฝีมือแรงงานแห่งชาติครั้งที่ 28 ระดับภาค ด้วยผลงานการเขียนโปรแกรมด้วยโปรแกรมอาดุยโน่ (Arduino)ใช้บอร์ด STM 3.2 ในการควบคุมหลอดไฟ LED และฟังก์ชั่นการทำงานต่างๆ  รวมถึงการประกอบวงจรให้สมบูรณ์แบบที่สุด ก่อนที่จะไปแข่งขัน ผมพยายามฝึกฝนฝีมือตนเองอย่างหนัก  และใช้ความรู้ที่ได้จากวิทยาลัยนวัตกรรมวิชาชีพ มาสร้างชิ้นงานในครั้งนี้จนประสบความสำเร็จและมีจุดบกพร่องน้อยที่สุด กอปรกับทักษะในการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้เป็นอย่างดีซึ่ง เมื่อได้รับรางวัลชนะเลิศระดับภาค ก็รู้สึกดีใจและตื่นเต้นมาก สุดท้ายขอขอบคุณสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานแห่งชาติ ขอบคุณสาขาอิเล็กทรอนิกส์ วิทยาลัยนวัตกรรมวิชาชีพ และ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสานที่สนับสนุนและเปิดโอกาสให้ผมได้เข้าร่วมการแข่งขันระดับภาค สำหรับการแข่งขันระดับชาตินั้น ผมจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุดเช่นเคยครับ  

สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (Sasin Graduate Institute of Business Administration of Chulalongkorn University)  เปิดตัวหลักสูตรสำหรับผู้บริหารระดับสูงในหลักสูตร Senior Executive Program” หรือ SEP-33 โดย ผศ. ดร. ปิยะชาติ ภิรมย์สวัสดิ์ ผู้ดูแลหลักสูตร รวมสุดยอดวิทยากรจากสถาบันชั้นนำทั่วโลก อาทิ ศาสตราจารย์ ราวี อรอน (Professor Ravi Aron) จากมหาวิทยาลัยจอนส์ ฮอปกินส์, แครี่ บิสสิเนส สคูล (Johns Hopkins University, Carey Business School) และ ศาสตราจารย์ สตีฟ มิรันดา (Professor Steve Miranda) อดีตอาจารย์จากมหาวิทยาลัยคอร์เนลที่ปัจจุบันเป็นรองผู้อำนวยการธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา (Federal Reserve USA) โดยผู้ที่เข้าเรียนจะได้ใบรับรอง 2 ใบ ของจากทั้งของศศินทร์ และสถาบัน เซ็นเตอร์ ออฟ ครีเอทีฟ ลีดเดอร์ชิพ (Center of Creative Leadership)

 

ผศ. ดร. ปิยะชาติ ภิรมย์สวัสดิ์

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมหลักสูตรอสังหาริมทรัพย์ (Residential program) สำหรับผู้บริหารระดับสูงในหลักสูตร “Senior Executive Program” ในระหว่างวันที่ 5 - 9 สิงหาคม 2562 ณ สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และระหว่างวันที่ 19 - 23 สิงหาคม 2562 ณ โรงแรมอนันตรา หัวหิน ได้ตั้งแต่วันนี้ที่ http://info.sasin.edu/ee-lp1-sep/ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร.02-218-4001-7 Ext.162-167 หรือ Email: This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it. พิเศษ! หากสมัครก่อนวันที่ 12 กรกฏาคม 2562 จะได้รับส่วนลด 5% สมัครด่วน! รับจำนวนจำกัด

 

ศาสตราจารย์.ดร.มนต์ชัย ดวงจินดา รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เปิดเผย ภายหลังรับรางวัลนักวิจัยผู้ได้รับรางวัลวิจัยเด่น ด้านพาณิชย์ ประจำปี 2561จากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) จากผลงาน "ไก่ 3 Low อาหารคุณภาพ เกาต์กินได้" ร่วมกับหน่วยงานรัฐและเอกชนกว่า 13 องค์กร ว่า งานวิจัยดังกล่าว เริ่มต้นจากปัญหาสุขภาพที่พบว่าคนทั่วโลกมีอัตรการป่วยเป็นเกาต์เพิ่มมากขึ้น ปัญหาการวิจัย คือ ทำอย่างไรให้ผู้บริโภคทานเนื้อไก่โดยลดอาการเกาต์ มหาวิทยาลัยขอนแก่นภายใต้การสนับสนุนทุนจาก สกสว. จึงได้พัฒนาไก่สายพันธุ์ KKU ONE ผสมสายพันธุ์ระหว่าง ไก่พื้นเมือง (เนื้อเหนียว) กับไก่ทางการค้า (เนื้อหยุ่ย) ทำให้ได้เนื้อสัมผัสที่นุ่มแน่นกำลังดีเพราะมีจำนวนและขนาดของกล้ามเนื้ออยู่ระหว่างไก่เนื้อทางการค้าและไก่พื้นเมือง ทั้งนี้เมื่อใช้เครื่องมือแสงซินโครตรอน ที่สามารถบ่งชี้ปริมาณสารพิวรีน ซึ่งสัมพันธ์กับกรดยูริค อันเป็นสาเหตุการเกิดโรคเกาต์ในมนุษย์

 

จากผลการวิจัยพบว่า ไก่สายพันธ์ KKU ONE พบปริมาณกรดยูริคต่ำกว่าไก่เนื้อทางการค้าที่เลี้ยงในโรงเรือนปรับอากาศ เนื่องจากอาหารของไก่เนื้อมีสารพิวรีนสูง ในขณะเดียวกันพบว่า สายพันธุ์ KKU ONE พบไขมันในช่องท้องต่ำ และมีโปรตีนชนิดย่อยง่ายสูง มีปริมาณคอเลสเตอรอลต่ำกว่าไก่ทางการค้าลดความเสี่ยงการเป็นโรคหัวใจ ฉะนั้นด้วยคุณสมบัติของการผสมสายพันธุ์ระหว่างไก่เนื้อกับไก่พื้นเมือง จึงได้สายพันธุ์ไก่ที่ตอบทุกโจทย์ปัญหาสุขภาพ นำไปสู่การขับเคลื่อนตลาดเชิงพาณิชย์ " KKU ONE เหมาะเป็นอาหารผู้สูงวัย นักกีฬา ซึ่งปัจจุบันโลกก็ก้าวสู่สังคมสูงวัยและผู้รักสุขภาพ ปัจจุบันมีการขยายไก่พันธุ์ KKU ONE ให้แก่ตลาดทั้งในและต่างประเทศ เช่น กลุ่มประเทศตะวันออกกลาง ส่วนในประเทศได้ทำข้อตกลง เป็นไก่ประชารัฐ ตลาดร้านอาหารตำมั่วขึ้นห้าง ฟู้ดแลนด์ สร้างรายได้ให้เกษตรกร โดยประชารัฐส่งเสริมเกษตรกรในจังหวัดขอนแก่นกว่า20อำเภอให้เลี้ยง และประชารัฐรับซื้อ เกษตรกรจะได้ 20 บาทต่อกิโลกรัม การันตีรายได้ขั้นต่ำ 1 หมื่นบาท ต่อเดือน โดยใช้เวลา เลี้ยงเพียง 35 วัน โดยไม่ต้องมีโรงเรือนปรับอากาศ ประชารัฐจะหักต้นทุนค่าอาหาร และโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารเกษตรกร ทั้งนี้ที่ผ่านมายังไม่มีเกษตรกรขาดทุน แต่กำลังการเลี้ยงไม่ทันต่อความต้องการของตลาด ซึ่งต้องการ 5 พันตัวต่อสัปดาห์ 

 

ศาสตราจารย์.ดร.มนต์ชัย กล่าวด้วยว่า หากสามารถขยายพันธุ์ไก่ ตอบสนองต่อตลาด ทั้งภายในและนอกประเทศใน 5 ปี ซี่งมีความต้องการ 5 ล้านตัว หรือราว 200 ล้านบาท จะสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจชาติได้อย่างดี ทั้งนี้ยืนยันว่าสายพันธุ์ไก่พันธุ์ต้นแบบถูกเพาะเลี้ยงสายพันธุ์แท้จากมหาวิทยาลัยขอนแก่นอย่างไรก็ตามกรดยูริคนั้น ควบคุมด้วยสายพันธุ์มากกว่าอาหาร โดยมีแนวโน้มจะพัฒนาสายพันธุ์ทำให้ยูริคในไก่ต่ำกว่านี้ในอนาคต นำไปสู่การแก้ไขปัญหาสุขภาพ และขับเคลื่อนชาติด้วยวิจัยและนวัตกรรมเชิงพาณิชย์ต่อไป

บนข้อเท็จจริงที่ว่าการแข่งขันทางธุรกิจในโลกยุคปัจจุบันได้กำหนดให้องค์กรยุคใหม่ต้องหาเครื่องมือเพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน เพื่อความเท่าทันและไม่ตกยุค และบล็อกเชนก็เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่เข้ามาเปลี่ยนภูมิทัศน์ทางธุรกิจ เพราะการประยุกต์ใช้บล็อกเชนไม่ได้ถูกจำกัดเฉพาะการใช้งานด้านการเงินหรือการทำธุรกรรม แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการบันทึก จัดเก็บข้อมูล และการตรวจสอบติดตามเพื่อความโปร่งใสและเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารองค์กรยุคใหม่ รวมถึงการทำความรู้จักกับระบบนิเวศทางธุรกิจยุคใหม่ที่ใช้บล็อกเชนเป็นกลไกสำคัญ แม้แต่ Social Network ระดับโลกอย่าง Facebook ก็ยังนำมาใช้งาน

บทบาทของเทคโนโลยีบล็อกเชนได้กลายเป็นหนึ่งกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรไปสู่ยุคดิจิทัล หรือ Digital Transformation และภายใต้การเล็งเห็นประเด็นสำคัญในเรื่องนี้ คณะบริหารธุรกิจ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ได้ร่วมมือกับบริษัท SIAM ICO  บริษัทที่ปรึกษาและออกแบบการพัฒนาธุรกิจและการลงทุนด้านดิจิทัล โดยกำหนดเปิดหลักสูตรพิเศษ Blockchain for Enterprise Transformation เพื่อให้ความรู้และพัฒนาผู้บริหารขององค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนที่มีความตั้งใจ หรือสนใจที่จะพัฒนากลยุทธ์ด้านดิจิทัลให้กับองค์กร โดยอาศัยเทคโนโลยีบล็อกเชนเป็นกลไกสำคัญ

ภายใต้ความร่วมมือในครั้งนี้ ผู้บริหารของสององค์กร ได้ร่วมกันจัดแถลงความร่วมมือและแนะนำถึงสาระสำคัญของหลักสูตร ตลอดจนผู้บรรยายอันประกอบไปด้วยนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญที่ทรงคุณวุฒิและอยู่ในอุตสาหกรรมจริง

การแถลงข่าวครั้งนี้ประกอบด้วย 

 

รศ.ดร.ธัชวรรณ กนิษฐ์พงศ์ คณบดี คณะบริหารธุรกิจ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า)

ปฐม อินทโรดม กรรมการผู้จัดการและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท สยาม ไอซีโอ จำกัด

 

คณิต ศาตะมาน ซีอีโอ ไนท์ อะคาเดเมีย

 

ปกรณ์ ลี้สกุล ซีอีโอฟินีมา

 

นอกจากนั้น การแถลงความร่วมมือในครั้งนี้ยังได้รับเกียรติจาก รศ.ดร.จงสวัสดิ์ จงวัฒน์ผล รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า)  เข้าร่วมเป็นสักขีพยานและให้ความเห็นในการสัมภาษณ์ในโอกาสนี้ด้วย


 

รศ.ดร.ธัชวรรณ กนิษฐ์พงศ์ คณบดี คณะบริหารธุรกิจ  สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า)

เป็นหนึ่งในเป้าหมายและความตั้งใจของ รศ.ดร.ธัชวรรณ  ซึ่งเพิ่งก้าวเข้ามารับตำแหน่งคณบดี ของคณะบริหารธุรกิจเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา  โดยเป็นหนึ่งในวิสัยทัศน์ของผู้นำของคณะฯ ที่ให้ความสำคัญกับเรื่อง disruption  และเทคโนโลยีใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นด้าน AI, Blockchain ตลอดจน Fintech ที่คนไทยยังต้องการการเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเป็นอย่างมาก

“โดยส่วนตัวคือต้องการพัฒนาหลักสูตรเหล่านี้อยู่แล้ว เมื่อได้คุยกับทาง SIAM ICO ซึ่งมีเป้าหมายที่ไปในแนวทางเดียวกัน จึงเป็นที่มาของความร่วมมือ เพราะเรื่อง Blockchain มันเป็นภาพใหญ่ หลายคนรู้จัก Bitcoin  รู้จักคริปโตเคอเรนซี่ แต่ข้อเท็จจริงๆ แล้วบล็อกเชนเป็นเทคโนโลยีที่สามารถประยุกต์มาทำอะไรได้มากกับองค์กรหรือสถาบัน ไม่ใช่เพียงออก Coin หรือ Currency เท่านั้น แต่บล็อกเชนทำอะไรได้มากกว่านั้น  แม้กระทั่งตอนนี้ เราได้พูดกันถึง Digital certificate หรือใบประกาศดิจิตอล ในบล็อกเชนที่ไม่สามารถปลอมได้ พูดถึงเงินที่ไม่สามารถปลอมได้ ซึ่งมันดีนะ และเชื่อว่าบล็อกเชนจะนำพาเราไปสู่สิ่งอื่นๆ อีกหลายๆเรื่องได้ อาทิ Supply Chain หรือ ระบบการจัดเก็บประวัติการรักษาพยาบาล หรือ เก็บข้อมูล Tourism ซึ่งต่อไปใช้การใช้จะกว้างออกไปอย่างมาก”

รศ.ดร.ธัชวรรณ ยังย้ำถึงความสำคัญของการพัฒนาเรื่อง บล็อกเชนเป็นหลักสูตรว่า “นอกจากประโยชน์ของบล็อกเชนที่กล่าวมา  เทคโนโลยีบล็อกเชนยังสามารถประยุกต์ใช้ในการพัฒนาองค์กรไปสู่ความเป็นดิจิทัลได้ อย่างที่เป็นกระแสอยู่ในขณะนี้คือเรื่อง Digital Transformation ซึ่งน่าสนใจมาก  โดยหลักสูตร Blockchain for Enterprise Transformation ที่กำลังจะเปิดร่วมกับ บริษัท SIAM ICO นี้ถือได้ว่าเป็นที่แรกที่เปิดคอร์ส วิชานี้ โดยเราจะเปิดเป็นสาธารณะโดยให้บุคคลภายนอกเข้ามารับการอบรม หลังจากนั้นก็จะหลอมรวมวิชานี้เข้าไปอยู่ในหลักสูตรMBA ของทางนิด้าในเวลาต่อไป ซึ่งเชื่อว่านักศึกษาจะให้ความสนใจและได้รับประโยชน์จากคอร์สนี้อย่างมาก”

คณบดีหญิงคนแรกของ NIDA Business School อยากเชิญชวนให้ศิษย์เก่า ตลอดผู้บริหารองค์กรของทั้งภาครัฐและเอกชนมาลงคอร์สนี้ ซึ่งได้รับการออกแบบให้มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับผู้เรียนที่ต้องการความกระชับในเรื่องเวลา เพียง 3 วันใน 3 สัปดาห์ของเดือนสิงหาคม  โดยที่วันสุดท้ายของหลักสูตรจะจัดให้มีเวิร์กชอป โดยที่ทางนิด้าเรานำหลักของ Design Thinking เข้ามาผสมผสานในการจัดอบรมเพื่อให้ผู้เรียนได้ประโยชน์ควบคู่ทั้งในเรื่องบล็อกเชนและ Design Thinking ไปพร้อมๆกัน อีกด้วย


ปฐม  อินทโรดม กรรมการผู้จัดการและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท SIAM ICO  จำกัด

ความเป็นมาของหลักสูตร Blockchain for Enterprise Transformation  เกิดจากคำถามที่ทั้งสยามไอซีโอและนิด้าได้รับอยู่เสมอในช่วงปีที่ผ่านมาคือ เรื่องบล็อกเชน และ Digital Transformation  และเมื่อได้มีโอกาสได้หารือถึงเป้าหมายและความเป็นไปได้ในเรื่องความร่วมมือเพื่อพัฒนาเป็นหลักสูตรนี้เกิดขึ้นมา โดยผูกเอา 2 เรื่องไว้ด้วยกัน 

“ถ้าคุณสนใจเรื่องบล็อกเชน คุณจะได้เรื่อง Digital Transformation เป็นของแถม และคุณอาจจะพบว่าจะปรับเปลี่ยนองค์กรเป็นดิจิทัลไม่ต้องใช้บล็อกเชนก็ได้ มีแนวทางมากมาย หรืออาจจะใช่คุณก็ลุยต่อได้เต็มที่ ก็จะมีหลักสูตรอื่นๆ เพิ่มเติมที่จะตามมาในอนาคตเจาะลึกเรื่องเหล่านี้ลงไป หรือถ้าคุณสนใจเรื่องDigital Transformation นอกจากจะได้รู้กระบวนการ  ยังมีเวิร์กช้อป ที่เราจะสอนเรื่องการปรับเปลี่ยนองค์กรว่าต้องรู้จักแกนหลักขององค์กร องค์ประกอบภายนอกมีอะไรบ้าง มีกรณีศึกษาจากกรณีทั้งไทยและต่างประเทศอะไรที่นำมาใช้ได้ และได้เรื่องบล็อกเชนเสริมเข้าไปด้วย ซึ่งบล็อกเชนคุณอาจจะรู้เพื่อไปปรับกระบวนการทำงานหรือไปใช้ในเรื่องการระดมทุนจะทำ STO ICO  ต่อไปในอนาคตได้”   

 

      

ปฐม เผยว่าหลักสูตรนี้เหมาะกับผู้บริหารองค์กรภาครัฐและเอกชนตั้งแต่ขนาดกลางขึ้นไปที่มีความตั้งใจจะพัฒนากลยุทธ์ด้านดิจิทัลให้กับองค์กรโดยอาศัยเทคโนโลยีบล็อกเชนเป็นหัวใจสำคัญ และที่รับทราบเรื่องบล็อกเชนและ Digital Transformation มาระยะหนึ่งแล้ว อยากรู้ว่าจะนำไปปรับใช้กับองค์กรของตนเองได้อย่างไร โดยเป็นหลักสูตรที่เน้นในการถ่ายทอดความรู้ และการนำไปประยุกต์ใช้ในโลกความเป็นจริงอย่างเต็มที่

“สิ่งที่ผู้เข้าร่วมอบรมจะได้รับกลับไปคือ “Digital Transformation คือเราพูดถึงภาพรวมของเทคโนโลยีทั้งหมด เจาะลึกเทรนด์ที่จะมีผลกระทบในอนาคต สยามไอซีโอเราเชี่ยวชาญเรื่องไฮบริด  เช่น ธุรกิจโลจิสติกส์ ตอนเวิร์กช้อป คุณรู้หรือไม่ว่าIOTมารวมกับบล็อกเชนได้ รถขนส่งสามารถเอาเซนเซอร์ใส่เข้าไปวัดอุณหภูมิ มีจีพีเอสวัดว่าอยู่ที่จุดไหนแล้ว บวกกับSmart Contact ของบล็อกเชนทำให้ลูกค้าของคุณจ่ายเงินได้ทันทีเมื่อรู้ว่าคุณขนอาหารไปส่งถึงเป้าหมายโดยที่อุณหภูมิไม่เปลี่ยนแปลงจากที่กำหนดไว้ เป็นการเชื่อมโยงเทคโนโลยีเข้าด้วยกัน”

การนำเทคโนโลยีหลายอย่างมาประสานกันจนเกิดโซลูชันเป็นเป้าหมายเบื้องต้นที่คุณปฐมคาดหวังให้ผู้เข้าร่วมอบรมได้รับกลับไป และหากสามารถมองไปไกลได้ถึงการคิดแพลตฟอร์มดิจิทัลออกมาใช้ได้จริง ก็จะเป็นเป้าหมายสูงสุดที่หลักสูตรนี้ต้องการ

 


สนใจรายละเอียดหลักสูตร Blockchain for Enterprise Transformation คลิ๊ก

 

 

ศาสตราจารย์ ดร.นงนุช เหมืองสิน ผู้อำนวยการหลักสูตรธุรกิจเทคโนโลยีและการจัดการนวัตกรรม  บัณฑิตวิทยาลัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หรือ CUTIP พร้อมด้วยผู้บริหารและคณาจารย์ในหลักสูตรฯ นำนิสิตระดับปริญญามหาบัณฑิต เข้าเยี่ยมชมกิจการ และอบรมเชิงปฏิบัติการ "การจัดทำแผนธุรกิจ" ณ สำนักงานใหญ่ อาลีบาบา เมืองหางโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน

Page 1 of 5

Joomla! Debug Console

Session

Profile Information

Memory Usage

Database Queries