Ad Top Header

บมจ.กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต นำโดย คุณภควิภา เจริญตรา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายลูกค้า (แถวบนสุด ที่ 7 จากซ้าย) จัดกิจกรรมสัปดาห์แห่งการทำความดี (CR Week 2019) ซึ่งเป็นกิจกรรมที่แอกซ่าทั่วโลกจัดขึ้นพร้อมกัน และในปีนี้บริษัทฯ ได้จัดหลากหลายกิจกรรมภายใต้คอนเซป “Know You Can” คือ กิจกรรม "Know You Can Save Environment – Green Campaign" รณรงค์ลดใช้กระดาษเพื่อร่วมลดโลกร้อน กิจกรรม "Know You Can Save Their Lives" ร่วมบริจาคเลือดที่สภากาชาดไทย และกิจกรรมไฮไลท์ "Know You Can Have a Better Health – Step Life in the Park" กับการสร้างสุขภาพที่ดีร่วมกันผ่านการเดิน วิ่ง เป็นการออกกำลังกายในระยะทาง 5 กม. โดยภายในงานยังได้ คุณหมอเมย์-สมิตตา สังขโพธิ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการเดินและวิ่ง มาให้ความรู้เคล็ดลับต่างๆ พร้อมแรงบันดาลใจในการวิ่งอย่างถูกวิธี

โดยกิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อให้ทุกคนได้มีสุขภาพที่ดีขึ้นตามใจปราถนา พร้อมสร้างความเชื่อมั่นในตนเอง ว่าเราทำได้ "Know You Can"

สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล โดย นายธนวรรธน์ พลวิชัย กรรมการและโฆษกคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล พร้อมด้วย พันตำรวจเอกบุญส่ง จันทรีศรี ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล และคณะผู้บริหาร จัดงานแถลงข่าวโครงการสลากสรรค์สร้างเพื่อชุมชน ปี 2562

 

เมื่อเร็วๆ นี้ ณ ศาลาสายลมจอย ตลาดคลองลัดมะยม เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร นายธนวรรธน์ พลวิชัย ในฐานะโฆษกคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล กล่าวต่อผู้สื่อข่าวว่า "วัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจ สร้างงานสร้างอาชีพให้กับสมาชิกในชุมชนที่มีสมาชิกหลากหลายทั้งผู้พิการ ผู้สูงอายุ เด็กและเยาวชน โดยสำนักงานสลากฯ ทำหน้าที่เป็นส่วนหนึ่งของสังคม ด้วยการนำความรู้ด้านการตลาด และวิชาการต่างๆ ที่เหมาะสมกับแต่ละชุมชน"

 

สำหรับการดำเนินการนั้น ได้มีการเปิดรับสมัครชุมชนที่มีเอกลักษณ์ของภูมิปัญญาท้องถิ่น มีศักยภาพการบริหารจัดการชุมชน การผลิตสินค้าและบริการของชุมชน และมีสภาพแวดล้อม วิถีชีวิตที่เอื้อต่อการส่งเสริมการท่องเที่ยว ในพื้นที่ชุมชนใกล้เคียงสำนักงานฯ (สนามบินน้ำ) ชุมชนใกล้เคียงสำนักงาน (สำนักการพิมพ์ เอกมัย) และชุมชนในพื้นที่ภาคกลาง ซึ่งมีชุมชนที่สนใจส่งใบสมัครเข้าร่วมโครงการทั้งหมด 31 ชุมชน ได้ทำการคัดเลือกชุมชนที่มีความพร้อมในการเข้าร่วมโครงการ 7 ชุมชน ได้แก่

 ⁃ ชุมชนใกล้เคียงสำนักงานฯ (สนามบินน้ำ) ได้แก่ ชุมชนคนบางกรวย (ปลายบาง) จังหวัดนนทบุรี

 ⁃ ชุมชนใกล้เคียงสำนักงาน (สำนักการพิมพ์ เอกมัย) ได้แก่ ชุมชนชุมกลุ่มคลองพระโขนง กรุงเทพมหานคร

 ⁃ ชุมชนตลาดบางหลวง ร.ศ. 122 จังหวัดนครปฐม

 ⁃ ชุมชนย่านเก่าวังกรด จังหวัดพิจิตร

 ⁃ ชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี ตลาดริมน้ำเมืองแพรก จังหวัดชัยนาท

 ⁃ ชุมชนพิกุลทองสามัคคี จังหวัดสิงห์บุรี

 ⁃ ชุมชนพุน้ำร้อน จังหวัดสุพรรณบุรี

หลังจากนี้ จะส่งทีมผู้เชี่ยวชาญลงไปในพื้นที่เพื่อวิเคราะห์จัดทำแผนการพัฒนาชุมชน ทั้ง 7 ชุมชน และดำเนินการตามแผนที่วางไว้ โดยจะจัดทำโลโก้รวมถึงสโลแกนของชุมชน จัดทำป้ายบอกทาง จัดทำป้ายบอกเส้นทางท่องเที่ยวในชุมชน จัดทำแผ่นผับประชาสัมพันธ์ การท่องเที่ยวชุมชน ฝึกการประชาสัมพันธ์ข่าวสารของชุมชนผ่านสื่อออนไลน์ อาทิ FACEBOOK และพัฒนาผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ของสินค้าชุมชน รวมถึงการพัฒนาทักษะคนในชุมชนให้สามารถผลิตผลิตภัณฑ์ และบรรจุภัณฑ์ที่พัฒนาขึ้นได้ด้วยตนเอง พร้อมทั้ง  นำเรื่องราวการพัฒนาชุมชนของทั้ง 7 ชุมชน มาผลิตเป็นรายการโทรทัศน์ชื่อ "รายการสลากสรรค์สร้างเพื่อชุมชน" และเผยแพร่ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ช่องอมรินทร์ทีวี ช่อง 34 ทุกวันอาทิตย์ เวลา 14.00 -14.30 น เริ่มออกอากาศตอนแรกวันอาทิตย์ที่ 29 กันยายน 2562 นี้ และสามารถติดตามความคืบหน้าในการดำเนินโครงการสลากสรรค์สร้างเพื่อชุมชน ได้ที่ facebook สลากสรรค์สร้างเพื่อชุมชน

 

โฆษกคณะกรรมการสลากฯ กล่าวในตอนท้ายว่า โครงการสลากสรรค์สร้างเพื่อสังคมนี้ จะสามารถเติมเต็มความรู้ด้านวิชาการระหว่างหน่วยงานของรัฐและชุมชนซึ่งมีทรัพยากร และความมุ่งมั่น ตลอดจนสร้างการรับรู้ในศักยภาพของแต่ละชุมชน และต่อยอดให้ชุมชนเข้มแข็งอย่างยั่งยืน ซึ่งจะส่งผลให้สมาชิกมีการงานอาชีพ มีรายได้ มีความสุขจากความภาคภูมิใจในอัตลักษณ์ของชุมชน สามารถแก้ไขปัญหาสังคม ไม่ว่าจะเป็นปัญหายาเสพติดหรือการเล่นพนันออนไลน์ในเด็กและเยาวชน รวมถึงการพนันอื่นๆ  ซึ่งสำนักงานสลากฯ มีความแน่วแน่ในการไม่สนับสนุนให้เล่นการพนันทุกประเภทอยู่แล้ว

เอไอเอ ประเทศไทย ร่วมกับ สโมสรท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ จัดการแข่งขันฟุตบอล “AIA Youth Cup 2019” ณ จังหวัดเชียงใหม่ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 พร้อมด้วยความร่วมมือจาก องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ การท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงใหม่  โรงเรียนวชิราลัย และจากพันธมิตรอย่าง บริษัทสิงห์ คอร์ปอเรชั่น ในการส่งเสริมศักยภาพเยาวชนไทยที่มีใจรักทางด้านกีฬาฟุตบอล รวมถึงมอบโอกาสในการเรียนรู้ประสบการณ์การแข่งขันจริงในมาตรฐานระดับสากล โดยตัวแทนทีมฟุตบอลจาก โรงเรียนเทพศิรินทร์ เชียงใหม่ สามารถคว้าแชมป์การแข่งขันฟุตบอลเยาวชน “AIA Youth Cup 2019” ไปครองได้สำเร็จ จากทีมฟุตบอลโรงเรียนที่เข้าร่วมทั้งหมด 49 โรงเรียน รวมจำนวนเยาวชนมากกว่า 750 คน นอกจากนี้ เอไอเอ ประเทศไทย ยังได้จัดกิจกรรมพิเศษให้กับโค้ชผู้ฝึกสอนของแต่ละโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการ ได้เข้าร่วมรับฟังประสบการณ์ตรงจากโค้ชสเปอร์สในหัวข้อ "การพัฒนาศักยภาพนักกีฬาฟุตบอล ในรูปแบบฮ็อตเสปอรส์เวย์ (Hotspur Way) อีกด้วย เพื่อนำความรู้และทักษะที่ได้รับไปถ่ายทอดต่อให้กับนักฟุตบอลเยาวชนของแต่ละโรงเรียน ให้สามารถก้าวไปเป็นนักฟุตบอลมืออาชีพในอนาคต

 

ทั้งนี้ ในการแข่งขันดังกล่าวยังได้มีการมอบรางวัล Wonder Kids แก่นักกีฬาฟุตบอลเยาวชนที่แสดงศักยภาพได้โดดเด่นเข้าตาโค้ชแอนตัน แบล็ควู้ด จากสโมสรท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ เพื่อไปร่วมแคมป์เก็บตัวฝึกทักษะฟุตบอล แบบมืออาชีพ โดยโค้ชผู้ฝึกสอนจากสโมสรท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ในโครงการ “AIA-Spurs Elite Football Training Camp 2019” ณ ศูนย์กีฬาธัญญะปุระ สปอร์ต แอนด์ เลเชอร์ คลับ จ.ภูเก็ต เป็นระยะเวลา 1 สัปดาห์เต็มในเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้  ทั้งนี้ เยาวชนที่ได้รับคัดเลือกจำนวน 8 คน ประกอบด้วย

เยาวชนจากทีมแชมป์ โรงเรียนเทพศิรินทร์ เชียงใหม่ จำนวน คน

ด.ช. ณภัทร ยิ่งสุข                ด.ช. กฤตนัย แก้วธรรม          

เยาวชนจากทีม โรงเรียนวชิราลัย จำนวน 4 คน

ด.ช. ตฤษนันท์ ตรีอนันต์         ด.ช. ภานุวัฒน์ เมทะโว         

ด.ช. ณัฐวุฒิ ทองคำมา          ด.ช. จักรรัตน์ เยาวเรศน์        

เยาวชนจากทีม โรงเรียนวารี อินเตอร์ เชียงใหม่ จำนวน คน

ด.ช. สิรภพ ใจมั่น                 ด.ช. ภูมิใจ รางศรี               

 

โดยโครงการ “AIA-Spurs Elite Football Training Camp” เป็นโครงการสานต่อความฝันให้กับนักกีฬาฟุตบอลเยาวชนไทย รวมถึงการสร้างโอกาสในการเพิ่มพูนประสบการณ์และพัฒนาทักษะความสามารถเพื่อยกระดับไปสู่การเป็นนักฟุตบอลมืออาชีพในอนาคต และปลูกฝังพื้นฐานการมีสุขภาพดีตั้งแต่ระดับเยาวชนไปจนถึงระดับครอบครัวและชุมชน สอดคล้องตามคำมั่นสัญญาของเอไอเอ ‘Healthier, Longer, Better Lives’ ในการสนับสนุนด้านกีฬาให้แก่เยาวชนไทย เพื่อให้มีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน

“สิ่งที่ทำให้ครูตัดสินใจทุ่มเทแรงกายแรงใจช่วยเหลือเด็กพิเศษกลุ่มนี้ก็คือ ครูมองเห็นความสามารถที่ซ่อนอยู่ในตัวของพวกเขา หากเรามีวิธีการสอนด้วยความเข้าใจและมอบโอกาสที่พวกเขาสมควรได้รับ พวกเขาก็สามารถใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้ ซึ่งครูเชื่อว่า ‘ศาสตร์พระราชา’ คือสิ่งที่ดึงศักยภาพของเขาออกมาได้อย่างเต็มที่ เพราะนี่คือแนวทางการดำเนินชีวิตอย่างพอเพียงที่จะทำให้พวกเขาสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืนในอนาคตข้างหน้า”

นี่คือคำกล่าวของ ครูบุญชู ม่วงไหมทอง อดีตข้าราชการครูที่ตัดสินใจเกษียณอายุล่วงหน้า เพื่อนำทรัพย์สินส่วนตัวมาก่อตั้ง มูลนิธิบ้านครูบุญชูเพื่อเด็กพิเศษ ที่อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี โดยที่บ้านหลังนี้ไม่เพียงแต่เป็นแหล่งรวมเด็กพิเศษจากทั่วประเทศ แต่ยังเป็นศูนย์การเรียนรู้ที่พร้อมจะส่งเสริมให้เด็กๆ เหล่านี้ได้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี สามารถประกอบอาชีพหารายได้ หรือแม้กระทั่งช่วยเหลือดูแลพี่น้องในครอบครัวแห่งนี้ ครูบุญชูมองเห็นศักยภาพที่ซ่อนอยู่และก็มุ่งหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะช่วยให้เด็กเหล่านี้สามารถอยู่ร่วมกับสังคมภายนอกได้อย่างปกติสุข ด้วยการน้อมนำเอา “ศาสตร์พระราชา” มาปรับใช้เพื่อทำการเกษตรหล่อเลี้ยงปากท้องกว่า 190 ชีวิต และสร้างห้องเรียนธรรมชาติ เพื่อเสริมสร้างพัฒนาการแก่เด็กทุกคนในบ้านครูบุญชู

 

“เป้าหมายสูงสุดของครูก็คือ การที่เด็กทุกคนในบ้านครูบุญชูเติบโตขึ้นอย่างมีพัฒนาการ ครูและพี่เลี้ยงทุกคนจึงพยายามดูแลและส่งเสริมให้พวกเขาได้มีโอกาสทางการศึกษา มีอาชีพการงานที่ก่อให้เกิดรายได้สำหรับเลี้ยงดูตนเอง สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างมีความสุข โดยไม่จำเป็นต้องเฝ้ารอความช่วยเหลือหรือพึ่งพาเงินบริจาคเพียงอย่างเดียว ซึ่งเป้าหมายของครูก็สอดคล้องกับศาสตร์พระราชาที่มุ่งเน้นการพัฒนาคนเพื่อความพออยู่พอกินและเป็นการพัฒนาอย่างยั่งยืน เพราะหลังจากที่เด็กๆ ของครูได้เข้ารับการอบรมและเรียนรู้โดยการปฏิบัติจริง ครูสังเกตเห็นว่าพวกเขาก็มีพัฒนาการที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน พวกเขาสามารถใช้ชีวิตและเรียนรู้ร่วมกับเด็กปกติได้ สามารถทำงานประกอบอาชีพได้ เช่น การทำน้ำยาล้างจานและน้ำยาปรับผ้านุ่ม การถักพรมเช็ดเท้า และการทำงานฝีมือเปเปอร์มาเช่เพื่อสร้างรายได้ด้วยตัวเอง และที่สำคัญที่สุดก็คือ พวกเขาได้นำเอาแนวทางที่ได้รับการปลูกฝังมาปรับใช้ในการดูแลพื้นที่การเกษตรตรงนี้ ทำให้พวกเขาได้มีส่วนร่วมในการลดค่าใช้จ่ายภายในครัวเรือนด้วยการปลูกผักปลอดสารพิษ เพราะฉะนั้น สิ่งเหล่านี้ถือเป็นข้อยืนยันว่า ศาสตร์พระราชาได้สอนให้พวกเขาพึ่งพาตนเองได้จริง ขอเพียงแค่พวกเขาได้รับการอบรมและโอกาสในการเรียนรู้อย่างถูกต้องเหมาะสม” ครูบุญชู ม่วงไหมทอง กล่าว

 

เชฟรอนรวมพลังจิตอาสาน้อมนำศาสตร์พระราชามาสู่บ้านครูบุญชู

ด้วยการสนับสนุนจาก บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด ร่วมกับ มูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ และสถาบันเศรษฐกิจพอเพียง เด็กๆ จากบ้านครูบุญชูจำนวน 20 คน พร้อมด้วยพี่เลี้ยงอีก 10 คน จึงได้เข้าไปรับการอบรมศาสตร์พระราชา ที่ศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติ จังหวัดนครนายก เพื่อเรียนรู้หลักการใช้ชีวิตร่วมกับธรรมชาติและเสริมสร้างพัฒนาการด้านต่างๆ ที่ทำให้พวกเขาสามารถพึ่งพาตนเองได้ และที่สำคัญที่สุดก็คือ การเข้ารับการอบรมในครั้งนี้ยังถือเป็นโอกาสครั้งแรกที่เด็กๆ จากบ้านครูบุญชูได้เรียนรู้และใช้ชีวิตร่วมกับเด็กปกติจากโรงเรียนบ้านโป่งเกตุ จังหวัดสระบุรี และโรงเรียนบ้านแก่งหินปูน จังหวัดเพชรบูรณ์ รวมจำนวน 30 คนอีกด้วย

“พื้นที่เรียน เล่น รู้ เพื่อน้องอิ่ม” เสริมพัฒนาการเด็กพิเศษ

และเมื่อได้รับการอบรมศาสตร์พระราชาขั้นพื้นฐานแล้ว ก็ถึงเวลาลงมือปฏิบัติจริง โดยคณะผู้บริหารและพนักงานจิตอาสาจากเชฟรอนประเทศไทย 150 คน พร้อมด้วยเครือข่ายจากมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติรวมทั้งสิ้น 173 คน ได้เข้าไปปรับปรุงพื้นที่ขนาด 1 ไร่ 1 งาน ที่บ้านครูบุญชู ภายใต้งบประมาณการจัดกิจกรรม จำนวน 525,000 บาท โดยได้นำแนวคิด “โคก หนอง นา โมเดล” มาเป็นแนวทางจัดการบริหารพื้นที่ ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มาใช้สร้างห้องเรียนธรรมชาติขนาดใหญ่ จนได้ออกมาเป็น “พื้นที่เรียน เล่น รู้ เพื่อน้องอิ่ม” สำหรับเพาะปลูกพืชผักสวนครัว ที่นอกจากจะสามารถลดภาระค่าใช้จ่ายในครัวเรือนได้แล้ว ยังเป็นสถานที่ที่เด็กพิเศษทั้งหมดจะได้ เรียน เล่น รู้ ท่ามกลางธรรมชาติ ซึ่งจะช่วยกล่อมเกลาอารมณ์และจิตใจ รวมทั้งเสริมพัฒนาการให้เด็กสามารถพึ่งพาตนเองได้

 

นายอาทิตย์ กริชพิพรรธ ผู้จัดการใหญ่ฝ่ายสนับสนุนธุรกิจ บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด กล่าวว่า “5 ปีที่แล้ว เชฟรอนได้สนับสนุนการสร้างอาคารนอนแก่บ้านครูบุญชู มาในปีนี้ จึงมองหาโอกาสต่อยอดการสนับสนุนมูลนิธิที่ตอบโจทย์ความต้องการในการสร้างความยั่งยืนให้กับพื้นที่ จึงเกิดเป็นโครงการ ‘สร้างพื้นที่เรียน เล่น รู้ เพื่อน้องอิ่ม’ โดยเริ่มจากนำเด็กพิเศษไปอบรมศาสตร์พระราชา อันเป็นหนึ่งในแผนงานของโครงการ “ฟื้นฟูลุ่มน้ำป่าสัก ตามรอยพ่อ” ที่มุ่งเน้นการอบรมให้ความรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติตามแนวทางศาสตร์พระราชา มาในวันนี้ ก็ได้พาพนักงานจิตอาสามาร่วมลงมือกับน้องๆ บ้านครูบุญชู ในการปรับเปลี่ยนพื้นที่รกร้าง ตามแนวคิด ‘โคก หนอง นา โมเดล’  ให้กลายเป็นพื้นที่การเกษตรที่มีความอุดมสมบูรณ์ สามารถใช้ทำการเพาะปลูกพืชผักปลอดสารสำหรับเป็นอาหารให้ทุกคนในบ้าน มีการบริหารจัดการน้ำไว้ใช้ในการเกษตรอย่างมีระเบียบแบบแผน เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจหรือทำกิจกรรมเสริมพัฒนาการต่างๆ ให้เด็กเหล่านี้ได้เรียนรู้ที่จะอยู่กับธรรมชาติและพร้อมที่จะเติบโตไปเป็นผู้ใหญ่ที่สามารถดำเนินชีวิตโดยพึ่งพาตนเองได้ ซึ่งตรงกับเป้าหมายของมูลนิธิบ้านครูบุญชูเพื่อเด็กพิเศษ อันเป็นแนวทางที่จะนำไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนในที่สุด”

 

ส่วน นายปริพนธ์ วัฒนขำ วิทยากรเครือข่ายกสิกรรมธรรมชาติ ได้กล่าวว่า “จากการจัดค่ายอบรมศาสตร์พระราชาขั้นพื้นฐานและการฟื้นฟูพื้นที่รกร้างในบริเวณบ้านครูบุญชูให้กลายเป็นพื้นที่อุดมสมบูรณ์ เหมาะแก่การทำเกษตรอย่างพอเพียงนั้นได้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า เด็กพิเศษและเด็กธรรมดาทั่วไปสามารถเรียนรู้และใช้ชีวิตร่วมกันได้อย่างมีความสุข แม้ว่าเด็กพิเศษอาจจะมีข้อจำกัดที่ไม่สามารถเรียนรู้ผ่านทางการฟังหรือการอ่านได้เหมือนกับเด็กธรรมดาทั่วไป แต่พวกเขาก็สามารถเรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติจริงได้ หากเด็กพิเศษได้รับการปลูกฝังด้วยศาสตร์พระราชาอย่างถูกวิธี ผมเชื่อว่าพวกเขาจะเติบโตไปเป็นผู้ใหญ่ที่สามารถใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่นได้และดำเนินชีวิตอย่างพอเพียง ไม่เป็นภาระสังคมอย่างที่หลายคนเข้าใจผิดอย่างแน่นอน”

โครงการสร้างพื้นที่เรียน เล่น รู้ เพื่อน้องอิ่ม ที่มูลนิธิบ้านครูบุญชูเพื่อเด็กพิเศษ ถือเป็นข้อพิสูจน์ที่ชัดเจนว่า ศาสตร์พระราชาคือแนวคิดที่ทุกคนสามารถนำไปปรับใช้ในการดำเนินชีวิต แก้ปัญหาและก่อให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนได้จริง ไม่ว่าจะเป็นคนธรรมดาหรือเด็กพิเศษก็ตาม สิ่งสำคัญคือ การมอบโอกาสให้เด็กเหล่านี้ได้เรียนรู้อย่างเต็มศักยภาพ เพื่อที่เขาจะสามารถอยู่ร่วมกับสังคมได้อย่างปกติสุข

“เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) จับมือ “ยูเอฟเอ็ม” โรงเรียนสอนการผลิตอาหารและขนมมาตรฐาน เปิดคอร์สเอ็กซ์คลูซีฟสอนทำไอศครีมโฮมเมดสูตรพิเศษ อร่อยเข้มเต็มคำกับ 2 รสยอดนิยม รสทุเรียนกับรสมะม่วง ให้กับสมาชิกบัตรกดเงินสด “เคทีซี พราว” เพื่อเป็นทางเลือกในการนำไปประกอบอาชีพเสริมและสร้างรายได้ต่อไป กิจกรรมจะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 3 สิงหาคม 2562 โดยสามารถสมัครเรียนได้ในราคาพิเศษเพียง 499 บาทต่อท่าน (ปกติ 3,000 บาท) หรือใช้คะแนน KTC Forever ทุก 1,000 คะแนน แทนเงินสดมูลค่า 100 บาท สมาชิก 1 ท่านลงทะเบียนได้ 2 ที่นั่ง สำรองที่นั่งได้ที่โทรศัพท์ 0-2123-5420 ตั้งแต่วันที่ 9-10 กรกฎาคม 2562 เวลา 08.30 น. – 17.00 น.

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ KTC PHONE 02 123 5000 หรือสมัครเป็นสมาชิก “เคทีซี พราว” ได้ที่ศูนย์บริการสมาชิก “เคทีซี ทัช” ทั่วประเทศ #สุขได้ไม่จำกัด กับบัตรเคทีซี

Page 1 of 10

Joomla! Debug Console

Session

Profile Information

Memory Usage

Database Queries