December 16, 2018

สำหรับผู้ที่สนใจเส้นทางเทรนเนอร์/โค้ช ระดับสากล ใช้เครื่องมือประเมินบุคคลเพื่อการโค้ชอย่างแม่นยำ

- ได้รับการรับรองการเป็นผู้สอน Everything DiSC Workplace

- ตอบโจทย์องค์กร ในเรื่องของการพัฒนาบุคลากร สามารถใช้แบบประเมิน DiSC ในการจัดอบรมทั้งในและนอกองค์กร

- ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น Professional Facilitator ของ M.I.S.S. CONSULT ซึ่งมีโอกาสในการเป็นผู้อบรมมืออาชีพ

 

WORKSHOP 22-23 พฤศจิกายน 2561

สถานที่ : บริษัท มิส คอนซัลท์ จำกัด อาคารคิวเฮ้าส์อโศก กรุงเทพฯ

รูปแบบการการอบรม : เรียนออนไลน์เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเข้าอบรม

รับสมัครตั้งแต่วันนี้ - 1 พฤศจิกายน 2561

โทร. 02-258-4966 / 085-186-2356

E-mail : This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

ซัมซุง ผู้นำด้านนวัตกรรมคอนซูเมอร์อิเล็กทรอนิกส์และสมาร์ทโฟนระดับโลก ประกาศกลยุทธ์ผลักดันภาคธุรกิจไทยสู่ Next Mobile Economy ด้วยโมบายโซลูชั่นและผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายสำหรับองค์กร เติมเต็มความมั่นใจด้วยระบบมาตรฐานความปลอดภัยของข้อมูลขั้นสูงสุดไปจนถึงระดับฮาร์ดแวร์ บนแพลตฟอร์ม “ซัมซุง น็อกซ์” (Samsung Knox) ที่ยังสนับสนุนความสามารถในการควบคุม การปรับเปลี่ยนเพื่อให้เหมาะสมกับรูปแบบธุรกิจ รวมไปถึงการใช้งานร่วมกับแพลตฟอร์มอื่น ตอบโจทย์ความท้าทายที่องค์กรสมัยใหม่ต้องเผชิญในยุคสมาร์ทโฟนเป็นปัจจัยสำคัญในการดำเนินธุรกิจและชีวิตส่วนตัว

 

วิชัย พรพระตั้ง รองประธานองค์กร ธุรกิจโทรคมนาคมและไอที บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด  กล่าวว่า “ในปัจจุบันเราไม่ได้เดินตามเทคโนโลยีของสมาร์ทโฟนด้วยการเป็นผู้ใช้งานเพียงเท่านั้น แต่ความคิดและไอเดียสร้างสรรค์ต่างๆ ทั้งเพื่อความบันเทิงและธุรกิจ ล้วนเกิดขึ้นบนโทรศัพท์มือถือ ซัมซุงเรียกปรากฎการณ์นี้ว่า Next Mobile Economy คือการที่โมบายเทคโนโลยีถูกผนึกเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการดำเนินธุรกิจ ซึ่งเป็นความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่องค์กรต้องคำนึงถึงเพื่อเตรียมรับมือกับความท้าทายใหม่ๆ ที่กำลังมาถึง ไม่ว่าจะเป็น การปฎิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 (4th Industrial Revolution) รวมถึงเทคโนโลยี 5G”

นายวิชัย กล่าวเสริมว่า “แม้ Next Mobile Economy จะเป็นโอกาสที่สำคัญสำหรับภาคธุรกิจ แต่ในขณะเดียวกันการปรับเปลี่ยนองค์กรไปสู่การทำงานบนระบบโมบายนั้นก็มาพร้อมกับความเสี่ยงในหลายด้าน หนึ่งในนั้นคือการรักษาความปลอดภัยของข้อมูล ซัมซุงจึงได้พัฒนาแพลตฟอร์ม ‘ซัมซุง น็อกซ์’ ซึ่งมีมาตรฐานความปลอดภัยขั้นสูงสุด ด้วยเทคโนโลยีเทียบเท่ากับที่ใช้ในทางการทหาร (Defense-grade security) ประกอบด้วยระบบรักษาความปลอดภัยหลายระดับตั้งแต่ซอฟท์แวร์ไปจนถึงฮาร์ดแวร์ เพื่อให้กลุ่มลูกค้าองค์กรธุรกิจของเรามั่นใจได้ว่าข้อมูลสำคัญทางธุรกิจจะได้รับการปกป้องดูแลและไม่รั่วไหลจากการใช้งานบนสมาร์ทโฟนรวมถึงแท็บเล็ต ยิ่งไปกว่านั้น ซัมซุงยังมีโซลูชั่นและผลิตภัณฑ์ที่ครบครัน เหมาะสมกับรูปแบบการใช้งานที่หลากหลาย ตอบรับความต้องการของธุรกิจทุกขนาดและทุกอุตสาหกรรม”

 

ดร.มารุต มณีสถิตย์ ผู้อำนวยการกลุ่มธุรกิจลูกค้าองค์กร ธุรกิจโทรคมนาคมและไอที บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด กล่าวว่า “กลุ่มธุรกิจลูกค้าองค์กรเป็นอีกหนึ่งกลุ่มที่ซัมซุงให้ความสำคัญ โดยเราได้ออกแบบโซลูชั่นเพื่อตอบสนองความต้องการและสนับสนุนการทำงานขององค์กรในยุค Next Mobile Economy ให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น และสร้างประสบการณ์การทำธุรกิจในรูปแบบใหม่ๆ เตรียมพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงในภาคอุตสาหกรรม นอกจากความโดดเด่นในด้านผลิตภัณฑ์สมาร์ทโฟนที่เราเป็นผู้นำในตลาดโลก ‘ซัมซุง น็อกซ์’ ยังเป็นแพลตฟอร์มด้านความปลอดภัยบนอุปกรณ์พกพาเพียงหนึ่งเดียวที่มีความปลอดภัยระดับสูงสุด อีกทั้งยังเอื้อต่อผู้ดูแลระบบในการดูแลควบคุมโดยไม่กระทบกับการใช้งานและความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งาน นอกจากนี้ยังง่ายต่อการปรับเปลี่ยนเพื่อให้เหมาะสมกับรูปแบบธุรกิจ รวมไปถึงการใช้งานร่วมกับแพลตฟอร์มอื่นๆ ในอีโคซิสเต็มเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดกับธุรกิจของคุณ”

ปัจจุบันกลุ่มธุรกิจต่างๆ ในประเทศไทยมีการปรับตัวเข้าสู่ Next Mobile Economy มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งกลุ่มลูกค้าองค์กรธุรกิจของซัมซุงที่มีการนำโมบายเทคโนโลยีไปใช้งานสูงสุด ได้แก่ การเงินการธนาคาร ธุรกิจค้าปลีก หน่วยงานภาครัฐ และโลจิสติกส์ ตามมาด้วย อุตสาหกรรมการผลิต โรงพยาบาล สถาบันการศึกษา และประกันภัย

ดร. มารุต กล่าวทิ้งท้ายว่า “ในปีนี้ ซัมซุงและพันธมิตรจะร่วมกันผลักดันภาคธุรกิจเพื่อปรับตัวเข้าสู่ Next Mobile Economy อย่างต่อเนื่อง โดยต่อยอดความสำเร็จจากตลาดสมาร์ทโฟน รวมไปถึงการนำนวัตกรรมแห่งอนาคตผสานโซลูชั่นและผลิตภัณฑ์ของซัมซุง ไม่ว่าจะเป็น อินเตอร์เน็ตออฟธิงส์ (IoT) ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เทคโนโลยีความเป็นจริงเสมือน (VR) ความเป็นจริงแต่งเติม (AR) ซึ่งมีความจำเป็นสำหรับการทำ Business Intelligence ทั้งหมดนี้จะเป็นกลไกขับเคลื่อนภาคธุรกิจไทยก้าวไปสู่ความสำเร็จบนเวทีโลกในอนาคต”

กระทรวงพาณิชย์รายงานอัตราเงินเฟ้อทั่วไปเดือน ส.ค. อยู่ที่ 1.62% เพิ่มขึ้นจาก 1.46% ในเดือนก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานกลับชะลอลงอยู่ที่ 0.75% จาก 0.79% ในเดือนก่อนหน้า

เงินเฟ้อเร่งขึ้น จากราคาอาหารสด และราคาพลังงาน

อัตราเงินเฟ้อทั่วไปที่ 1.62% เป็นระดับที่สูงที่สุดในรอบ 4 ปี แต่เป็นผลจากราคาอาหารสดที่เพิ่มขึ้น และราคาพลังงานที่ยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นหลัก การฟื้นตัวของอุปสงค์ในประเทศยังไม่ได้เป็นปัจจัยที่ทำให้อัตราเงินเฟ้อเร่งตัวขึ้น เห็นไดจ้ากอตัราเงินเฟ้อพื้นฐานที่ค่อนข้างทรงตัว

คาดว่า กนง. ส่งสัญญาณปรับขึ้นดอกเบี้ยแต่ยังไม่ปรับในเดือนนี้

Krungthai Macro Research มองว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะยังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 1.5% ในการประชุมวันที่ 19 กันยายนนี้ แต่จะส่งสัญญาณชัดเจนขึ้นว่าจะปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้นในระยะต่อไป ด้วยเหตุผลเรื่องเสถียรภาพทางการเงินและความสามารถในการดำเนินนโยบายการเงินในอนาคต นอกจากนี้ คาดว่าจะมีการปรับประมาณการตัวเลขเศรษฐกิจดีขึ้นในการประชุมครั้งนี้ด้วยเช่นกัน

หากดูอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (bond yield) จะเห็นว่า bond yield ระยะ 3 เดือนปรับลดลง ขณะที่ bond yield 6 เดือนปรับตัวเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจจะสะท้อนมุมมองว่าการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของ กนง. ในช่วง 3 เดือนข้างหน้า เป็นไปได้น้อยกว่า เมื่อเทียบกับการปรับขึ้นในช่วง 6 เดือนข้างหน้า

บริษัท ทิพยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) โดยคุณนพพร บุญลาโภ กรรมการผู้จัดการใหญ่ คุณศุภชัย จงศุภวิศาลกิจ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ร่วมถวายเงินเพื่อสมทบทุนในการสร้างกุฎิที่พักพระภิกษุสงฆ์ สามเณร ให้แก่พระครูปลัดวรกร เขมปญโญ (พระครูบาน้อย เขมปญโญ) เจ้าอาวาสและเจ้าสำนักศาสนศึกษาวัดสันปูเลยสะหลีเวียงแก้ว โดยมีคุณชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน พร้อมทีมผู้บริหารร่วมด้วย  เมื่อวันที่ กันยายน 2561 ณ วัดสันปูเลยสะหลีเวียงแก้ว จ.เชียงใหม่

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานมอบรางวัลรัฐวิสาหกิจดีเด่น ประจำปี 2561 ในงาน "รวมพลังรัฐวิสาหกิจพัฒนาเศรษฐกิจไทย ก้าวไกลอย่างยั่งยืน" ซึ่งจัดโดยสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) โดย นายผยง ศรีวณิชกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทยรับรางวัลการเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใสดีเด่น ที่โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ แอท เซ็นทรัล เวิลด์

สุวรรณชัย โลหะวัฒนกุล ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยถึงความสำเร็จโครงการ SME Provincial Champions พร้อมเปิดตัวผู้ประกอบการ 154 รายจากโครงการพัฒนาสู่สุดยอดเอสเอ็มอีจังหวัด (SME Provincial Champions) ที่ผ่านการคัดเลือกจากทั่วประเทศมาออกร้านแสดงผลงานและจำหน่ายสินค้าภายใต้สโลแกน ช้อบ กิน เที่ยว ครบที่เดียว 77 จังหวัด ณ ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ครังสิต ปทุมธานี ระว่างวันที่ 7 - 9 กันยายน โดยในงานมีกิจกรรมหลักที่น่าสนใจประกอบด้วย การออกร้านแสดงสินค้าของผู้ประกอบการ การเสวนาเทคนิคการทำธุรกิจในยุค 4.0 การเจรจาธุรกิจระหว่างผู้ประกอบกับตัวแทนจากห้างสรรพสินค้าและโมเดิiร์นเทรดรายใหญ่

สุวรรณชัย โลหะวัฒนกุล ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.)

โอกาสนี้ สสว. ขอเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวและผู้สนใจ ได้มา ช้อป กิน เที่ยว ครบที่เดียว 77 จังหวัด ในงาน SME Provincial Champions Fair ระหว่างวันที่ 7-9 กันยายน 2561 ณ ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ครังสิต ปทุมธานี และสามารถติดตามความเคลื่อนไหวและเยี่ยมชม สุดยอดเอสเอ็มอีจังหวัด (SME Provincial Champions) ได้ทาง www.provincialchamp.com      


บริษัท ทิพยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) นำโดยคุณพุทธรักษ์ ทิพชัชวาลวงศ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ส่วนงานคณิตศาสตร์ประกันภัย ร่วมบริจาคเงินและโลงศพ ให้แก่มูลนิธิสว่างดาวดึงส์ธรรม ในงานกุศลประจำปีของมูลนิธิฯ เพื่อบริจาคโลงศพให้กับศพไร้ญาติ และบริจาคข้าวสาร อาหารแห้ง เครื่องอุปโภค บริโภค ให้แก่ ผู้ยากไร้ ผ่านมูลนิธิและสมาคมทั่วประเทศ เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2561 ณ มูลนิธิสว่างดาวดึงส์ธรรม

 

EIA Monitoring Awards เป็นรางวัลที่สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) มอบให้แก่สถานประกอบการที่ปฏิบัติตามมาตรการในรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม และมีการจัดการสภาพแวดล้อมดีเด่น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างแรงจูงใจและให้กำลังใจแก่สถานประกอบการในการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันแก้ไข และมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่กำหนดไว้ในรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมหรือ EIA และส่งเสริมให้สถานประกอบการพัฒนากลไกการจัดการสิ่งแวดล้อมของตนเอง และเป็นแบบอย่างแก่สถานประกอบการอื่นๆ ได้ปฏิบัติตาม และเป็นการประชาสัมพันธ์ให้สาธารณชนทั่วไปได้รับทราบ และเห็นความสำคัญของการป้องกันและลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง

กรมชลประทานเฝ้าติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อมสิ่งแวดล้อม (EIA) ตลอดระยะเวลา 6 ปีที่ผ่านมา เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสูดแก่ทุกภาคส่วน ตั้งแต่ปี 2555 จนถึงปัจจุบัน ในการพัฒนาโครงการอ่างเก็บ น้ำ เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้สนใจทั่วไปที่ต้องการค้นคว้ารายละเอียดเกี่ยวกับการพัฒนาโครงการฯ และยังดำเนินงานการป้องกันแก้ไขหรือลดผลกระทบที่เกิดขึ้นให้อยู่ในระดับที่น้อยที่สุด เพื่อให้เกิดการพัฒนาสิ่งแวดล้อมและติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อมของโครงการฯ ได้เป็นอย่างดี

 

ประเภทรางวัลที่ได้รับ

ระดับ ยอดเยี่ยม โครงการที่มีคะแนนรวมผ่านเกณฑ์ที่กำหนดตั้งแต่ 90 ขึ้นไปและโครงการที่ได้รับรางวัล EIA Monitoring Awards ในระดับที่ไม่ต่ำกว่าระดับดีเด่นไม่น้อยกว่า 3 ครั้ง

ระดับ ดีเด่น โครงการที่มีคะแนนรวมผ่านเกณฑ์ที่กำหนด ตั้งแต่ 85 คะแนนขึ้นไป

ระดับ ชมเชย โครงการที่มีคะแนนรวมผ่านเกณฑ์ที่กำหนด ไม่ต่ำกว่า 75 คะแนน

  

EIA Monitoring Awards 2011

ปี พ.ศ. 2554 เป็นปีแรกที่กรมชลประทานได้ส่งโครงการพัฒนาแหล่งน้ำที่ผ่านการเห็นชอบในรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม และมีการดำเนินการตามแผนปฏิบัติการป้องกันแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมและแผนติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อมเข้าร่วมการประกวด จำนวน 2 โครงการ ได้แก่ โครงการกิ่วคอหมา จังหวัดลำปาง และโครงการเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน จังหวัดพิษณุโลก โดยโครงการกิ่วคอหมา จังหวัดลำปาง ได้รับรางวัล EIA Monitoring Awards 2011 ระดับ ชมเชย และโครงการเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน จังหวัดพิษณุโลก ได้รับรางวัลระดับ ดีเด่น

โดยมี ดร.พิทยา พุกกะมาน ผู้ช่วย รมว. กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นผู้มอบรางวัล เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2555 ณ โรงแรมเซ็นทรา ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์
 

EIA Monitoring Awards 2014

ในปี พ.ศ. 2556 กรมชลประทานได้ส่งโครงการพัฒนาแหล่งน้ำเข้าร่วมการประกวด จำนวน 3 โครงการ ได้แก่ โครงการกิ่วคอหมา จังหวัดลำปาง โครงการเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน จังหวัดพิษณุโลก และโครงการอ่างเก็บน้ำคลองหลวง รัชชโลทร จังหวัดชลบุรี และทั้ง 3 โครงการ ได้รับรางวัล EIA Monitoring Awards 2014 ระดับ ดีเด่น

โดยมี รมว. กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พลเอกดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณเป็นผู้มอบรางวัล เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2557 ณ โรงแรมเซ็นทารา ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์

  

EIA Monitoring Awards 2016

ในปี พ.ศ. 2559 กรมชลประทานได้ส่งโครงการพัฒนาแหล่งน้ำเข้าร่วมการประกวด จำนวน 3 โครงการ ได้แก่ โครงการเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน จังหวัดพิษณุโลก โครงการอ่างเก็บน้ำคลองหลวง รัชชโลทร จังหวัดชลบุรี และโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำรีอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดอุตรดิตถ์ และทั้ง 3 โครงการ ได้รับรางวัล EIA Monitoring Awards 2016 ระดับ ดีเด่น

โดยมี รมว. กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พลเอกสุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ เป็นผู้มอบรางวัล เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2560 ณ โรงแรมรามา การ์เดนส์

งาน “Study in Japan Fair นิทรรศการศึกษาต่อประเทศญี่ปุ่น ครั้งที่ 38”

ไมนิจิ อะคาเดมิคกรุ๊ป ศูนย์แนะแนวศึกษาต่อประเทศญี่ปุ่นแบบครบวงจร กำหนดจัดงาน “Study in Japan Fair ครั้งที่ 38 ประจำปี 2561” ระหว่างวันที่ 25-26 สิงหาคม 2561 เวลา 10.00-17.00 น. ณ โรงแรมปทุมวันปริ๊นเซส (ติดกับศูนย์การค้า MBK Center) งานนี้เข้าฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น !!

โดยงานนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้น้องๆ นักเรียน นิสิต นักศึกษา และผู้ที่สนใจในการศึกษาต่อประเทศญี่ปุ่นสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้โดยตรงจากทางตัวแทนสถาบันชั้นนำต่างๆ จากทั่วภูมิภาคของประเทศญี่ปุ่นที่บินตรงมาให้ข้อมูลภายในงานกว่า 50 สถาบัน ที่จะทำให้น้องๆ พบกับทุกคำตอบ จบทุกคำถามเรื่องเรียนต่อ ณ ประเทศญี่ปุ่น ภายในงานนี้เท่านั้น !!

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมดีๆ อีกมากมายที่รอให้น้องๆ มาเข้าร่วม ทั้งการสัมมนาจากวิทยากรผู้มีความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับการศึกษาและเกี่ยวกับประเทศญี่ปุ่น ที่จะมาช่วยเพิ่มความมั่นใจให้น้องๆ สามารถตัดสินใจและวางแผนการศึกษาต่อ ณ ประเทศญี่ปุ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

รวมถึงการแข่งขันทางวิชาการเกี่ยวกับความรู้ทางภาษา วัฒนธรรม และเรื่องทั่วไปของประเทศญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็น การแข่งขันความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับประเทศญี่ปุ่น การแข่งขันความรู้ตัวอักษรคันจิ การแข่งขันความรู้ด้านการเขียนพู่กันญี่ปุ่น การพับกระดาษโอริงามิ และการแข่งขันออกแบบคาแรคเตอร์ไมนิจิ คุง เพื่อชิงโล่และประกาศนียบัตร พร้อมทุนการศึกษามูลค่ากว่า 200,000 บาท งานนี้พลาดไม่ได้อย่างแน่นอน !!

“การทำธุรกิจการค้าขายปัจจุบันไม่ได้อยู่แค่ในเรื่องธุรกิจแบบเดิมๆ มีการ Disruption ใน Supply Chain อยู่ตลอดเวลา ถ้าจะขายของเดิมต้องมีหน้าร้านเดี๋ยวนี้ใช้คอมพิวเตอร์ ใช้มือถือ สามารถสั่งซื้อของได้ ความจำเป็นของหน้าร้านลดลงไป โดยเทคโนโลยีแล้วความจำเป็นที่จะต้องผ่านสื่อกลางน้อยลง นี่คือตัวอย่างบริบทของดิจิทัลที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงธุรกิจ ซึ่งบริบทเหล่านี้นักศึกษาของเราจะได้เรียนรู้”

ดร.รชฏ ขำบุญ รองคณบดีสายงานวิชาการ วิทยาลัยบริหารธุรกิจนวัตกรรมและการบัญชี และผู้อำนวยการหลักสูตรมหาบัณฑิต สาขาบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัย ธุรกิจบัณฑิตย์ กล่าวกับ MBA ถึงความเปลี่ยนแปลงในโลกธุรกิจและการเตรียมความพร้อมให้กับมหา-บัณฑิตของสถาบัน

หลักสูตรเอ็มบีเอของธุรกิจบัณฑิตย์มีประวัติความเป็นมายาวนานกว่า 20 ปี มีการปรับปรุงหลักสูตรมาอย่างต่อเนื่อง ให้สอดรับกับความเปลี่ยนแปลงในโลกธุรกิจ โดยการเทียบเคียงหลักสูตรกับหลักสูตรของมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลก และแนวโน้มของประเทศ รวมถึงนโยบายภาครัฐ เพื่อผลิตมหาบัณฑิตที่ตอบโจทย์ความต้องการของสังคม และจากการสำรวจความคิดเห็นผู้ใช้งานบัณฑิตที่ผ่านมา พบว่าผู้ใช้งานบัณฑิตต้องการผู้ที่มีความรู้สามารถบูรณาการองค์ความรู้ในด้านต่างๆ ได้ สามารถเข้าใจงานในแต่ละส่วนได้ดี และต้องการผู้ที่มีความรู้เชี่ยวชาญในส่วนงานที่รับผิดชอบ

ดร.รชฏเล่าว่าจากมุมมองของอธิการบดี ดร.ดาริกา ลัทธพิพัฒน์ ที่มองว่าหลักสูตรจะต้องสอดคล้องกับนโยบายทิศทางของภาครัฐด้วย และมองความต้องการใช้บัณฑิตในอนาคต 3-4 ปีข้างหน้า เป็นแนวทางในการปรับปรุงหลักสูตรครั้งล่าสุดที่กำลังใช้อยู่วันนี้

จากการศึกษาข้อมูลต่างๆ เบื้องต้นก็ได้คำตอบว่า หลักสูตรของธุรกิจบัณฑิตย์จะมุ่งเน้นไปที่ดิจิทัลมากขึ้นในทุกกลุ่มวิชาทั้ง 6 กลุ่ม คือ การตลาดดิจิทัล ผู้ประกอบการธุรกิจดิจิทัล การจัดการการเงินยุคดิจิทัล การจัดการโลจิสติกส์และโซ่อุปทานในยุคดิจิทัล ธุรกิจดิจิทัล และธุรกิจประกันภัย 

ผู้อำนวยการหลักสูตรอธิบายว่าการเน้นเรื่องดิจิทัลในเนื้อหาวิชา จะมีการสอนเรื่องเทคนิคต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับดิจิทัล เช่นในสาขาโลจิสติกส์มีเรื่องการประยุกต์ใช้โดรนขนส่งสินค้า แอปพลิเคชันเพื่อการทำงานต่างๆ ที่นักศึกษาจะได้เรียนรู้ โดยเรียนผ่านกรณีศึกษา และเน้นภาคปฏิบัติเพิ่มมากขึ้น

และเพิ่มเติมว่าการเรียนการสอนในปัจจุบันแตกต่างจากที่ผ่านมา ที่เน้นที่การสอบกลางภาคและปลายภาคเพื่อวัดความรู้ความเข้าใจของนักศึกษา หากเปลี่ยนมาเป็น 80 เปอร์เซ็นต์ของคะแนนมาจากภาคปฏิบัติ ส่วนการสอบเหลือเพียง 20 เปอร์เซ็นต์หรือบางวิชาอาจจะไม่มีการสอบเลย โดยให้นักศึกษาทำงานกลุ่มและงานเดี่ยวแทน การเน้นภาคปฏิบัติเช่นการทำโมเดล มีการประยุกต์ใช้องค์ความรู้ทางทฤษฎีที่เรียนไปมากขึ้น และเน้นการเรียนแบบ Project Base ช่วยเพิ่มความเข้าใจในเนื้อหาวิชา รวมถึงทำให้ผู้เรียนได้แบ่งปันความคิดเห็นที่หลากหลายในการอภิปรายกรณีต่างๆ 

“เรียนออนไลน์บ้าง หรือเราสรุปประเด็นให้เข้าใจง่าย แต่ก่อนผมสอนคำนวณมากแต่เดี๋ยวนี้คอมพิวเตอร์คีย์ไปใน Excel แป๊บเดียว ถ้ารู้สูตร รู้ที่มาของสูตรแก้ปัญหา 10 นาที แต่เดิมต้องสอบข้อนี้ 3 ชั่วโมง ถามว่าต้องกลับไปเรียนแบบเดิมไหม ไม่ต้องแล้ว ผมอธิบายซัพพลายเชนผมอธิบายแค่ 6 ชั่วโมงนักศึกษาก็เข้าใจได้แล้ว แต่ก่อนต้องเป็นทั้งเทอม เพราะต้องมีการคำนวณ มีสูตร เดี๋ยวนี้เราเอาโจทย์ให้นักศึกษาแก้ใน Excel เรามีซอฟต์แวร์ให้ ที่เหลือไปเรียนอย่างอื่น ไปดูตัวอย่าง” ดร.รชฏอธิบายรูปแบบการเรียนแบบใหม่และบอกต่อว่า

การเรียนทฤษฎีที่น้อยลง แต่ไม่ได้หมายความว่า ผู้เรียนจะได้ความรู้ลดลง แต่เปลี่ยนรูปแบบการเรียนด้วยการให้นักศึกษาไปเรียนรู้จากบทเรียนออนไลน์ที่หลักสูตรจัดเตรียมไว้ให้ก่อนเข้าห้องเรียน เมื่อนักศึกษาเข้าห้องเรียนในวันเสาร์ก็จะเป็นการอภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนั้นๆ รวมถึงการได้รับความรู้จากผู้เชี่ยวชาญที่แต่ละวิชาเชิญมาให้ความรู้ 

“เอ็มบีเอเหมือนพูลตรงกลาง เราเชิญอาจารย์ที่มีความเชี่ยวชาญ เช่นทางด้านการบิน วิทยาลัยการบิน ด้านการโรงแรมก็เชิญจากวิทยาลัยการโรงแรมมา นักศึกษาของเรานอกจากมีความรู้พื้นฐานของเอ็มบีเอแล้ว เขาจะมีความเชี่ยวชาญทางด้านสาขาที่เลือก ก็มีเชิญวิทยากรภายนอก มาเล่าว่าอะไรคือปัจจัยความสำเร็จของแต่ละธุรกิจเป็นต้น”

“นี่เป็นสิ่งที่ในหลักสูตรที่ปรับมา คือไม่เน้นเรื่องการจำทฤษฎี ในนโยบายของมหาวิทยาลัยเราเน้นการปฏิบัติให้มาก เพราะเราเชื่อว่า ทฤษฎี สุดท้าย ก็อ่านก่อนสอบ 1-2 คืน แล้วก็ลืม แต่ถ้าปฏิบัติเป็นเขาจะจำได้ และการเรียนจะสนุกกว่ากันมาก” 

หลักสูตรที่เน้นการเรียนภาคปฏิบัติและเรื่องดิจิทัลที่สอดแทรกในเนื้อหาของธุรกิจบัณฑิตย์เริ่มใช้ในภาคการศึกษานี้ โดยรูปแบบการเรียนเป็นบล็อกคอร์ส ที่เรียนครั้งละ 1 วิชาติดต่อกัน 5-6 สัปดาห์ ซึ่งนักศึกษาตอบรับค่อนข้างดี

ดร.รชฏ มองว่า การเรียนรู้รูปแบบใหม่นี้ จะช่วยให้นักศึกษาเชื่อมโยงองค์ความรู้ได้ดีกว่า สามารถมองภาพรวมได้ดีขึ้น เข้าใจว่าทุกกิจกรรมที่ตัดสินใจสามารถส่งผลถึงผลงานขององค์กร รวมถึงผลกำไรขาดทุนขององค์กรได้ดีขึ้น ขณะเดียวกัน รูปแบบการเรียนการสอนที่แม้จะมี เครื่องมือดิจิทัลมาช่วยเหลือแต่การมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันในห้องเรียนก็ยังคงมีความสำคัญ การผสมผสานการเรียนการสอนทั้งการเรียนออนไลน์และการเข้าห้องเรียนจึงเป็นรูปแบบที่เป็นประโยชน์ต่อผู้เรียน 

Page 1 of 11