January 20, 2026
Gen Z ในวันนี้ไม่ได้มองหาเพียงแค่งาน แต่กำลังมองหา “พื้นที่ที่เสียงของตนเองมีความหมาย” การฝึกงานจึงไม่ใช่เพียงเงื่อนไขของหลักสูตร หรือขั้นตอนก่อนเรียนจบอีกต่อไป หากแต่เป็นช่วงเวลาสำคัญของการสำรวจตัวเอง ทดลองโลกการทำงานจริง และตั้งคำถามกับเส้นทางอาชีพในอนาคต
คำถามอย่าง “ทำไมต้องฝึกงาน ทำงานจริงไปเลยไม่ได้หรือ” อาจเป็นสิ่งที่คนรุ่นใหม่ตั้งข้อสงสัย แต่ในความเป็นจริง การฝึกงานคือพื้นที่ทดลองที่ปลอดภัยที่สุดของโลกการทำงาน เปิดโอกาสให้ได้เรียนรู้จากการลงมือทำจริง พร้อมพื้นที่ให้ลองผิด ลองถูก และเติบโตอย่างมีทิศทาง งานวิจัย Generation Z and the World of Work in Southeast Asia (2023) ระบุว่า คนรุ่น Gen Z ให้ความสำคัญกับประสบการณ์ทำงานจริง การได้รับคำแนะนำจากผู้มีประสบการณ์ และวัฒนธรรมองค์กรที่เปิดรับความคิดเห็นอย่างจริงใจ มากกว่าค่าตอบแทนหรือชื่อเสียงขององค์กรเพียงอย่างเดียว ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลโดยตรงต่อแรงจูงใจ ความผูกพัน และการตัดสินใจเติบโตไปพร้อมองค์กรในระยะยาว
แนวคิดดังกล่าวสะท้อนผ่าน โครงการ KTC Co-Operative Program (KTC COOP) ของบริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ซึ่งออกแบบโครงการฝึกสหกิจศึกษาโดยยึดผู้เข้าร่วมโครงการเป็นศูนย์กลาง เปิดโอกาสให้นิสิต–นักศึกษาชั้นปีที่ 3–4 เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของทีมงานจริง ทำงานในบทบาทที่มีความรับผิดชอบ และมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์ ผู้เข้าร่วมโครงการจะได้รับการจัดสรรให้เข้าฝึกงานในหน่วยงานที่ตนเองสนใจและมีพื้นฐานการศึกษาที่สอดคล้องกับลักษณะงาน เพื่อให้สามารถเรียนรู้และสร้างคุณค่าได้อย่างแท้จริง ครอบคลุมหลากหลายสายงาน อาทิ การตลาดบัตรเครดิต เทคโนโลยีสารสนเทศ ทรัพยากรบุคคล การเงินและนักลงทุนสัมพันธ์ บริการลูกค้า และการสื่อสารองค์กร ช่วยให้เข้าใจภาพรวมการดำเนินธุรกิจขององค์กรการเงินจากหลายมิติ
นอกจากนี้ โครงการ KTC COOP ยังให้ความสำคัญกับระบบพี่เลี้ยง (Coach) ที่ทำหน้าที่ให้คำแนะนำและสะท้อนมุมมองการทำงานอย่างใกล้ชิด สอดคล้องกับลักษณะการเรียนรู้ของคนรุ่นใหม่ที่เติบโตได้ดีในสภาพแวดล้อมที่มีการสื่อสารอย่างเปิดเผยและจริงใจ ในมุมมองขององค์กร เคทีซีมองโครงการ KTC COOP เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การพัฒนาคนรุ่นใหม่และการเตรียมความพร้อมของกำลังคนในอนาคต (Future Workforce) โดยเชื่อว่าการเปิดโอกาสให้นิสิต–นักศึกษาได้เรียนรู้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น จะช่วยสร้างบุคลากรที่เข้าใจทั้งวัฒนธรรมองค์กร ทักษะการทำงานจริง และพร้อมต่อยอดสู่โลกการทำงานในอนาคต
 
 
นางสาวปิยะสุดา แคว้นนนทรีย์ ผู้บริหารสูงสุด สายงานทรัพยากรบุคคล บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ “เคทีซี” กล่าวว่า เคทีซีเชื่อว่าการพัฒนาคนคือการลงทุนที่สำคัญที่สุด โดยเฉพาะ      
 
การเตรียมความพร้อมคนรุ่นใหม่ก่อนก้าวสู่โลกการทำงานจริง โครงการ KTC COOP มุ่งพัฒนานิสิต–นักศึกษาผ่านการทำงานจริง เพื่อเสริมทักษะที่จำเป็นในยุคใหม่ ทั้งการคิดวิเคราะห์ การสื่อสาร และการทำงานเป็นทีม พร้อมเปิดโอกาสให้ค้นหาศักยภาพและทิศทางการเติบโตของตนเอง เพื่อก้าวสู่ชีวิตการทำงานอย่างมั่นใจในอนาคตและได้ร่วมใช้ Core Values ขององค์กรเช่น “Junior Speaks First” ที่เปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่สามารถตั้งคำถาม เสนอไอเดีย และแลกเปลี่ยนมุมมองได้อย่างอิสระ โดยไม่ถูกจำกัดด้วยอายุหรือสถานะทางตำแหน่ง สะท้อนวัฒนธรรมองค์กรที่เปิดรับศักยภาพจากคุณภาพของแนวคิด มากกว่าบทบาทหรือประสบการณ์ที่ผ่านมา
โครงการ KTC COOP เปิดรับนักศึกษาฝึกปฏิบัติงานปีละ 3 ช่วง ได้แก่ ภาคต้น ภาคปลาย และภาคฤดูร้อน ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 02-828-5099 เว็บไซต์ www.ktc.co.th/careers เฟซบุ๊ก: KTC Career หรือส่งประวัติมาที่อีเมล This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.
Gen Z ในวันนี้ไม่ได้มองหาเพียงแค่งาน แต่กำลังมองหา “พื้นที่ที่เสียงของตนเองมีความหมาย” การฝึกงานจึงไม่ใช่เพียงเงื่อนไขของหลักสูตร หรือขั้นตอนก่อนเรียนจบอีกต่อไป หากแต่เป็นช่วงเวลาสำคัญของการสำรวจตัวเอง ทดลองโลกการทำงานจริง และตั้งคำถามกับเส้นทางอาชีพในอนาคต
คำถามอย่าง “ทำไมต้องฝึกงาน ทำงานจริงไปเลยไม่ได้หรือ” อาจเป็นสิ่งที่คนรุ่นใหม่ตั้งข้อสงสัย แต่ในความเป็นจริง การฝึกงานคือพื้นที่ทดลองที่ปลอดภัยที่สุดของโลกการทำงาน เปิดโอกาสให้ได้เรียนรู้จากการลงมือทำจริง พร้อมพื้นที่ให้ลองผิด ลองถูก และเติบโตอย่างมีทิศทาง งานวิจัย Generation Z and the World of Work in Southeast Asia (2023) ระบุว่า คนรุ่น Gen Z ให้ความสำคัญกับประสบการณ์ทำงานจริง การได้รับคำแนะนำจากผู้มีประสบการณ์ และวัฒนธรรมองค์กรที่เปิดรับความคิดเห็นอย่างจริงใจ มากกว่าค่าตอบแทนหรือชื่อเสียงขององค์กรเพียงอย่างเดียว ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลโดยตรงต่อแรงจูงใจ ความผูกพัน และการตัดสินใจเติบโตไปพร้อมองค์กรในระยะยาว
แนวคิดดังกล่าวสะท้อนผ่าน โครงการ KTC Co-Operative Program (KTC COOP) ของบริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ซึ่งออกแบบโครงการฝึกสหกิจศึกษาโดยยึดผู้เข้าร่วมโครงการเป็นศูนย์กลาง เปิดโอกาสให้นิสิต–นักศึกษาชั้นปีที่ 3–4 เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของทีมงานจริง ทำงานในบทบาทที่มีความรับผิดชอบ และมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์ ผู้เข้าร่วมโครงการจะได้รับการจัดสรรให้เข้าฝึกงานในหน่วยงานที่ตนเองสนใจและมีพื้นฐานการศึกษาที่สอดคล้องกับลักษณะงาน เพื่อให้สามารถเรียนรู้และสร้างคุณค่าได้อย่างแท้จริง ครอบคลุมหลากหลายสายงาน อาทิ การตลาดบัตรเครดิต เทคโนโลยีสารสนเทศ ทรัพยากรบุคคล การเงินและนักลงทุนสัมพันธ์ บริการลูกค้า และการสื่อสารองค์กร ช่วยให้เข้าใจภาพรวมการดำเนินธุรกิจขององค์กรการเงินจากหลายมิติ
นอกจากนี้ โครงการ KTC COOP ยังให้ความสำคัญกับระบบพี่เลี้ยง (Coach) ที่ทำหน้าที่ให้คำแนะนำและสะท้อนมุมมองการทำงานอย่างใกล้ชิด สอดคล้องกับลักษณะการเรียนรู้ของคนรุ่นใหม่ที่เติบโตได้ดีในสภาพแวดล้อมที่มีการสื่อสารอย่างเปิดเผยและจริงใจ ในมุมมองขององค์กร เคทีซีมองโครงการ KTC COOP เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การพัฒนาคนรุ่นใหม่และการเตรียมความพร้อมของกำลังคนในอนาคต (Future Workforce) โดยเชื่อว่าการเปิดโอกาสให้นิสิต–นักศึกษาได้เรียนรู้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น จะช่วยสร้างบุคลากรที่เข้าใจทั้งวัฒนธรรมองค์กร ทักษะการทำงานจริง และพร้อมต่อยอดสู่โลกการทำงานในอนาคต
 
 
นางสาวปิยะสุดา แคว้นนนทรีย์ ผู้บริหารสูงสุด สายงานทรัพยากรบุคคล บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ “เคทีซี” กล่าวว่า เคทีซีเชื่อว่าการพัฒนาคนคือการลงทุนที่สำคัญที่สุด โดยเฉพาะ      
 
การเตรียมความพร้อมคนรุ่นใหม่ก่อนก้าวสู่โลกการทำงานจริง โครงการ KTC COOP มุ่งพัฒนานิสิต–นักศึกษาผ่านการทำงานจริง เพื่อเสริมทักษะที่จำเป็นในยุคใหม่ ทั้งการคิดวิเคราะห์ การสื่อสาร และการทำงานเป็นทีม พร้อมเปิดโอกาสให้ค้นหาศักยภาพและทิศทางการเติบโตของตนเอง เพื่อก้าวสู่ชีวิตการทำงานอย่างมั่นใจในอนาคตและได้ร่วมใช้ Core Values ขององค์กรเช่น “Junior Speaks First” ที่เปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่สามารถตั้งคำถาม เสนอไอเดีย และแลกเปลี่ยนมุมมองได้อย่างอิสระ โดยไม่ถูกจำกัดด้วยอายุหรือสถานะทางตำแหน่ง สะท้อนวัฒนธรรมองค์กรที่เปิดรับศักยภาพจากคุณภาพของแนวคิด มากกว่าบทบาทหรือประสบการณ์ที่ผ่านมา
โครงการ KTC COOP เปิดรับนักศึกษาฝึกปฏิบัติงานปีละ 3 ช่วง ได้แก่ ภาคต้น ภาคปลาย และภาคฤดูร้อน ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 02-828-5099 เว็บไซต์ www.ktc.co.th/careers เฟซบุ๊ก: KTC Career หรือส่งประวัติมาที่อีเมล This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

เคทีซีจับมือบางจาก เปิดกลยุทธ์ “เติมเต็มความคุ้มค่า” รับมือเศรษฐกิจชะลอตัว ด้วยแคมเปญสิทธิประโยชน์ที่เชื่อมโยงการใช้จ่ายกับไลฟ์สไตล์ประจำวันอย่างไร้รอยต่อ ผ่านสองแคมเปญหลัก

“เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ชวนสมาชิกบัตรเครดิตเคทีซีออกไปสนุกท่ามกลางธรรมชาติ กับเทศกาลดนตรีและภาพยนตร์กลางแจ้ง “Movie on the Hill” ครั้งที่ 6 ที่กลับมาอีกครั้งในธีม “บุปผาซน” ในวันเสาร์ที่ 8 พฤศจิกายน 2568 ณ ไร่ทองสมบูรณ์คลับ เขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา ร่วมสัมผัสบรรยากาศการชมภาพยนตร์กลางขุนเขา พร้อมคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดังของไทย อาทิ วง แอตลาส / เจ เจตริน / เจฟ ซาเตอร์ / เดอะ ทอยส์ / แสตมป์ และ แหลม สมพล ที่จะมาสร้างสีสันและความสุขให้กับค่ำคืนสุดพิเศษแห่งปี

นางสาววริษฐา พัฒนรัชต์ ผู้บริหารสูงสุดฝ่ายการตลาดบัตรเครดิต “เคทีซี” กล่าวว่า งาน “Movie on the Hill ครั้งที่ 6” ถือเป็นหนึ่งในเทศกาลดนตรีและภาพยนตร์กลางแจ้งยอดนิยมที่เคทีซีพร้อมมอบความสุข ความบันเทิง และประสบการณ์ที่แตกต่างให้กับสมาชิก ภายใต้แนวคิด ‘Fun & Learn, Enjoy the Moment’ ซึ่งในปีนี้งานดังกล่าวกลับมาอีกครั้งในธีม ‘บุปผาซน’ ที่พร้อมชวนทุกคนไปสัมผัสกับธรรมชาติ เสียงหัวเราะ และความอบอุ่นของมิตรภาพ สมาชิกบัตรเครดิตเคทีซีที่สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ฟรี ตั้งแต่วันที่ 10 ตุลาคม 2568 – วันที่ 20 ตุลาคม 2568 ผ่านเว็บไซต์ ktc.promo/moh2025 โดย 500 ท่านแรกที่ลงทะเบียนสำเร็จ จะได้รับ โค้ด E-Ticket สำหรับเข้างาน ท่านละ 2 ใบ ผ่านแอป KTC Mobile ในวันที่ 31 ตุลาคม 2568” ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.ktc.co.th/promotion/book-hobby-entertainment/events/movie-on-hill หรือสอบถามที่ KTC PHONE 02 123 5000 สำหรับผู้สนใจสมัครบัตรเครดิตเคทีซีทุกประเภท คลิก https://ktc.today/apply-card หรือศูนย์บริการสมาชิก “เคทีซี ทัช” ทุกสาขาทั่วประเทศ ทั้งนี้ ผู้ถือบัตรเครดิตควรใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้เต็มจำนวนตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 16% ต่อปี

62% ของคนไทยมีเงินสำรองใช้ไม่ถึง 3 เดือน แล้วถ้าวันพรุ่งนี้เกิดเหตุฉุกเฉินเช่น เข้าโรงพยาบาลกะทันหัน รถเสียกลางทาง หรือรายได้สะดุด ทุกคนพร้อมที่จะกาง “ร่มกันฝนทางการเงิน” จากที่ไหน เพราะพายุการเงินไม่เคยบอกล่วงหน้า และฝนตกหนักครั้งนี้อาจทำให้ชีวิตสั่นคลอนได้ฤดูกาลไม่ได้เปลี่ยนเพียงท้องฟ้า แต่ยังเปลี่ยนพฤติกรรมการเงินของผู้คนไปพร้อมกัน ในภาษาอังกฤษมีสำนวน “saving for a rainy day” หมายถึงการเตรียมเงินไว้ใช้ในยามลำบาก ไม่ใช่แค่วันที่ฝนตกจริง ๆ ดังนั้นทุกคนควรต้องมี Rainy-day Fund หรือเงินสำรองฉุกเฉิน เพื่อเป็นร่มกันฝนทางการเงินไว้ปกป้องในวันที่ชีวิตไม่เป็นใจ

ผลสำรวจระหว่างปี พ.ศ. 2563–2565 โดยธนาคารแห่งประเทศไทยร่วมกับสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่า แม้คนไทยมีเงินออมเพิ่มขึ้นเป็น 74.7% จาก 72.0% ในปี 2561 แต่มีเพียง 38% เท่านั้นที่มีเงินสำรองเพียงพอเกิน 3 เดือน สะท้อนว่าคนไทยแม้ออมเงิน แต่ยังไม่พร้อมรับมือเหตุฉุกเฉินจริงๆ เคทีซีจึงได้รวบรวม 3 ขั้นตอน “อ–อ–ม” เพื่อเริ่มต้นสร้างร่มคุ้มกันทางการเงิน ที่จะช่วยให้ชีวิตมั่นใจได้แม้ในวันที่ฝนตกหนักที่สุด

1. อ – ออมก่อนใช้

ทุกครั้งที่มีรายได้เข้ามา ควรหักออก 5–10% เพื่อเก็บทันที เสมือนเป็นค่าใช้จ่ายประจำของตัวเอง หรือใช้หลักการ 50/30/20 ได้แก่ 50% สำหรับค่าใช้จ่ายจำเป็น 30% สำหรับไลฟ์สไตล์ และ 20% สำหรับออมและลงทุน โดยให้เงินสำรองฉุกเฉินเป็นหนึ่งในส่วนนั้น

2. อ – อยู่ในที่ปลอดภัย

เงินสำรองไม่ควรถูกนำไปลงทุนที่มีความเสี่ยงสูง แต่ควรฝากไว้ในบัญชีออมทรัพย์ดอกเบี้ยสูง หรือกองทุนตลาดเงินที่ปลอดภัย เพื่อให้เงินก้อนนี้งอกเงยเล็กน้อย แต่ยังสามารถถอนมาใช้ได้ทันทีเมื่อจำเป็น

3. ม – มีวินัยสม่ำเสมอ

การเก็บเงินเพียงวันละ 50–100 บาท เมื่อสะสมอย่างต่อเนื่องจะกลายเป็นก้อนใหญ่ในอนาคต แต่ควรทบทวนจำนวนเงินที่เก็บอย่างน้อยปีละครั้ง โดยปรับตามรายได้และค่าใช้จ่ายที่เปลี่ยนแปลง เพื่อให้เก็บเงินได้อย่างเหมาะสมกับรายรับ

เมื่อฝนตกเราอาจยืมร่มจากคนอื่นได้ แต่เมื่อการเงินสะดุด ไม่มีใครช่วยเราได้เท่ากับตัวเอง Rainy-day Fund ไม่ใช่แค่การออม แต่คือหลักประกันชีวิตที่คุณสร้างเองได้ตั้งแต่วันนี้ คำถามคือ…คุณจะรอให้ฝนตกก่อนค่อยหาที่กางร่ม หรือจะเริ่มสร้างร่มของคุณตั้งแต่ตอนนี้?

Page 1 of 81
X

Right Click

No right click