

Gen Z ในวันนี้ไม่ได้มองหาเพียงแค่งาน แต่กำลังมองหา “พื้นที่ที่เสียงของตนเองมีความหมาย” การฝึกงานจึงไม่ใช่ เพียงเงื่อนไขของหลักสูตร หรือขั้นตอนก่อนเรียนจบอีกต่อไป หากแต่เป็นช่วงเวลาสำคั ญของการสำรวจตัวเอง ทดลองโลกการทำงานจริง และตั้งคำถามกับเส้นทางอาชี พในอนาคต คำถามอย่าง “ทำไมต้องฝึกงาน ทำงานจริงไปเลยไม่ได้หรือ”อาจเป็นสิ่งที่คนรุ่นใหม่ตั้งข้ อสงสัย แต่ในความเป็นจริง การฝึกงานคือพื้นที่ทดลองที่ ปลอดภัยที่สุดของโลกการทำงาน เปิดโอกาสให้ได้เรียนรู้ จากการลงมือทำจริง พร้อมพื้นที่ให้ลองผิด ลองถูก และเติบโตอย่างมีทิศทาง งานวิจัย Generation Z and the World of Work in Southeast Asia (2023) ระบุว่า คนรุ่น Gen Z ให้ความสำคัญกับประสบการณ์ ทำงานจริง การได้รับคำแนะนำจากผู้มี ประสบการณ์ และวัฒนธรรมองค์กรที่เปิดรั บความคิดเห็นอย่างจริงใจ มากกว่าค่าตอบแทนหรือชื่อเสี ยงขององค์กรเพียงอย่างเดียว ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลโดยตรงต่ อแรงจูงใจ ความผูกพัน และการตัดสินใจเติบโตไปพร้ อมองค์กรในระยะยาว แนวคิดดังกล่าวสะท้อนผ่าน โครงการ KTC Co-Operative Program (KTC COOP) ของบริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ซึ่งออกแบบโครงการฝึกสหกิจศึกษาโดยยึดผู้เข้าร่วมโครงการเป็ นศูนย์กลาง เปิดโอกาสให้นิสิต–นักศึกษาชั้ นปีที่ 3–4 เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของที มงานจริง ทำงานในบทบาทที่มีความรับผิดชอบ และมีส่วนร่วมในการแสดงความคิ ดเห็นอย่างสร้างสรรค์ ผู้เข้าร่วมโครงการจะได้รั บการจัดสรรให้เข้าฝึกงานในหน่ วยงานที่ตนเองสนใจและมีพื้ นฐานการศึกษาที่สอดคล้องกับลั กษณะงาน เพื่อให้สามารถเรียนรู้และสร้ างคุณค่าได้อย่างแท้จริง ครอบคลุมหลากหลายสายงาน อาทิ การตลาดบัตรเครดิต เทคโนโลยีสารสนเทศ ทรัพยากรบุคคล การเงินและนักลงทุนสัมพันธ์ บริการลูกค้า และการสื่อสารองค์กร ช่วยให้เข้าใจภาพรวมการดำเนินธุ รกิจขององค์กรการเงินจากหลายมิ ติ นอกจากนี้ โครงการ KTC COOP ยังให้ความสำคัญกับระบบพี่เลี้ยง (Coach) ที่ทำหน้าที่ให้คำแนะนำและสะท้ อนมุมมองการทำงานอย่างใกล้ชิด สอดคล้องกับลักษณะการเรียนรู้ ของคนรุ่นใหม่ที่เติบโตได้ดี ในสภาพแวดล้อมที่มีการสื่ อสารอย่างเปิดเผยและจริงใจ ในมุมมองขององค์กร เคทีซีมองโครงการ KTC COOP เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การพั ฒนาคนรุ่นใหม่และการเตรี ยมความพร้อมของกำลังคนในอนาคต (Future Workforce) โดยเชื่อว่าการเปิดโอกาสให้นิสิ ต–นักศึกษาได้เรียนรู้ตั้งแต่ ระยะเริ่มต้น จะช่วยสร้างบุคลากรที่เข้าใจทั้ งวัฒนธรรมองค์กร ทักษะการทำงานจริง และพร้อมต่อยอดสู่ โลกการทำงานในอนาคต นางสาวปิยะสุดา แคว้นนนทรีย์ ผู้บริหารสูงสุด สายงานทรัพยากรบุคคล บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ “เคทีซี” กล่าวว่า เคทีซีเชื่อว่าการพัฒนาคนคือการลงทุนที่สำคัญที่สุด โดยเฉพาะ การเตรียมความพร้อมคนรุ่นใหม่ก่อนก้าวสู่โลกการทำงานจริง โครงการ KTC COOP มุ่งพัฒนานิสิต–นักศึกษาผ่ านการทำงานจริง เพื่อเสริมทักษะที่จำเป็นในยุ คใหม่ ทั้งการคิดวิเคราะห์ การสื่อสาร และการทำงานเป็นทีม พร้อมเปิดโอกาสให้ค้นหาศั กยภาพและทิศทางการเติ บโตของตนเอง เพื่อก้าวสู่ชีวิตการทำงานอย่ างมั่นใจในอนาคตและได้ร่วมใช้ Core Values ขององค์กรเช่น “Junior Speaks First” ที่เปิดพื้นที่ให้คนรุ่ นใหม่สามารถตั้งคำถาม เสนอไอเดีย และแลกเปลี่ยนมุมมองได้อย่างอิ สระ โดยไม่ถูกจำกัดด้วยอายุหรื อสถานะทางตำแหน่ง สะท้อนวัฒนธรรมองค์กรที่เปิดรั บศักยภาพจากคุณภาพของแนวคิด มากกว่าบทบาทหรือประสบการณ์ที่ ผ่านมา โครงการ KTC COOP เปิดรับนักศึกษาฝึกปฏิบัติงานปีละ 3 ช่วง ได้แก่ ภาคต้น ภาคปลาย และภาคฤดูร้อน ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอี ยดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 02-828-5099 เว็บไซต์ www.ktc.co.th/careers เฟซบุ๊ก: KTC Career หรือส่งประวัติมาที่อีเมล This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.
Gen Z ในวันนี้ไม่ได้มองหาเพียงแค่งาน แต่กำลังมองหา “พื้นที่ที่เสียงของตนเองมีความหมาย” การฝึกงานจึงไม่ใช่ เพียงเงื่อนไขของหลักสูตร หรือขั้นตอนก่อนเรียนจบอีกต่อไป หากแต่เป็นช่วงเวลาสำคั ญของการสำรวจตัวเอง ทดลองโลกการทำงานจริง และตั้งคำถามกับเส้นทางอาชี พในอนาคต คำถามอย่าง “ทำไมต้องฝึกงาน ทำงานจริงไปเลยไม่ได้หรือ”อาจเป็นสิ่งที่คนรุ่นใหม่ตั้งข้ อสงสัย แต่ในความเป็นจริง การฝึกงานคือพื้นที่ทดลองที่ ปลอดภัยที่สุดของโลกการทำงาน เปิดโอกาสให้ได้เรียนรู้ จากการลงมือทำจริง พร้อมพื้นที่ให้ลองผิด ลองถูก และเติบโตอย่างมีทิศทาง งานวิจัย Generation Z and the World of Work in Southeast Asia (2023) ระบุว่า คนรุ่น Gen Z ให้ความสำคัญกับประสบการณ์ ทำงานจริง การได้รับคำแนะนำจากผู้มี ประสบการณ์ และวัฒนธรรมองค์กรที่เปิดรั บความคิดเห็นอย่างจริงใจ มากกว่าค่าตอบแทนหรือชื่อเสี ยงขององค์กรเพียงอย่างเดียว ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลโดยตรงต่ อแรงจูงใจ ความผูกพัน และการตัดสินใจเติบโตไปพร้ อมองค์กรในระยะยาว แนวคิดดังกล่าวสะท้อนผ่าน โครงการ KTC Co-Operative Program (KTC COOP) ของบริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ซึ่งออกแบบโครงการฝึกสหกิจศึกษาโดยยึดผู้เข้าร่วมโครงการเป็ นศูนย์กลาง เปิดโอกาสให้นิสิต–นักศึกษาชั้ นปีที่ 3–4 เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของที มงานจริง ทำงานในบทบาทที่มีความรับผิดชอบ และมีส่วนร่วมในการแสดงความคิ ดเห็นอย่างสร้างสรรค์ ผู้เข้าร่วมโครงการจะได้รั บการจัดสรรให้เข้าฝึกงานในหน่ วยงานที่ตนเองสนใจและมีพื้ นฐานการศึกษาที่สอดคล้องกับลั กษณะงาน เพื่อให้สามารถเรียนรู้และสร้ างคุณค่าได้อย่างแท้จริง ครอบคลุมหลากหลายสายงาน อาทิ การตลาดบัตรเครดิต เทคโนโลยีสารสนเทศ ทรัพยากรบุคคล การเงินและนักลงทุนสัมพันธ์ บริการลูกค้า และการสื่อสารองค์กร ช่วยให้เข้าใจภาพรวมการดำเนินธุ รกิจขององค์กรการเงินจากหลายมิ ติ นอกจากนี้ โครงการ KTC COOP ยังให้ความสำคัญกับระบบพี่เลี้ยง (Coach) ที่ทำหน้าที่ให้คำแนะนำและสะท้ อนมุมมองการทำงานอย่างใกล้ชิด สอดคล้องกับลักษณะการเรียนรู้ ของคนรุ่นใหม่ที่เติบโตได้ดี ในสภาพแวดล้อมที่มีการสื่ อสารอย่างเปิดเผยและจริงใจ ในมุมมองขององค์กร เคทีซีมองโครงการ KTC COOP เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การพั ฒนาคนรุ่นใหม่และการเตรี ยมความพร้อมของกำลังคนในอนาคต (Future Workforce) โดยเชื่อว่าการเปิดโอกาสให้นิสิ ต–นักศึกษาได้เรียนรู้ตั้งแต่ ระยะเริ่มต้น จะช่วยสร้างบุคลากรที่เข้าใจทั้ งวัฒนธรรมองค์กร ทักษะการทำงานจริง และพร้อมต่อยอดสู่ โลกการทำงานในอนาคต นางสาวปิยะสุดา แคว้นนนทรีย์ ผู้บริหารสูงสุด สายงานทรัพยากรบุคคล บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ “เคทีซี” กล่าวว่า เคทีซีเชื่อว่าการพัฒนาคนคือการลงทุนที่สำคัญที่สุด โดยเฉพาะ การเตรียมความพร้อมคนรุ่นใหม่ก่อนก้าวสู่โลกการทำงานจริง โครงการ KTC COOP มุ่งพัฒนานิสิต–นักศึกษาผ่ านการทำงานจริง เพื่อเสริมทักษะที่จำเป็นในยุ คใหม่ ทั้งการคิดวิเคราะห์ การสื่อสาร และการทำงานเป็นทีม พร้อมเปิดโอกาสให้ค้นหาศั กยภาพและทิศทางการเติ บโตของตนเอง เพื่อก้าวสู่ชีวิตการทำงานอย่ างมั่นใจในอนาคตและได้ร่วมใช้ Core Values ขององค์กรเช่น “Junior Speaks First” ที่เปิดพื้นที่ให้คนรุ่ นใหม่สามารถตั้งคำถาม เสนอไอเดีย และแลกเปลี่ยนมุมมองได้อย่างอิ สระ โดยไม่ถูกจำกัดด้วยอายุหรื อสถานะทางตำแหน่ง สะท้อนวัฒนธรรมองค์กรที่เปิดรั บศักยภาพจากคุณภาพของแนวคิด มากกว่าบทบาทหรือประสบการณ์ที่ ผ่านมา โครงการ KTC COOP เปิดรับนักศึกษาฝึกปฏิบัติงานปีละ 3 ช่วง ได้แก่ ภาคต้น ภาคปลาย และภาคฤดูร้อน ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอี ยดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 02-828-5099 เว็บไซต์ www.ktc.co.th/careers เฟซบุ๊ก: KTC Career หรือส่งประวัติมาที่อีเมล This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.
เคทีซีจับมือบางจาก เปิดกลยุทธ์ “เติมเต็มความคุ้มค่า” รับมือเศรษฐกิจชะลอตัว ด้วยแคมเปญสิทธิประโยชน์ที่เชื่อมโยงการใช้จ่ายกับไลฟ์สไตล์ประจำวันอย่างไร้รอยต่อ ผ่านสองแคมเปญหลัก
“เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ชวนสมาชิกบัตรเครดิตเคทีซีออกไปสนุกท่ามกลางธรรมชาติ กับเทศกาลดนตรีและภาพยนตร์กลางแจ้ง “Movie on the Hill” ครั้งที่ 6 ที่กลับมาอีกครั้งในธีม “บุปผาซน” ในวันเสาร์ที่ 8 พฤศจิกายน 2568 ณ ไร่ทองสมบูรณ์คลับ เขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา ร่วมสัมผัสบรรยากาศการชมภาพยนตร์กลางขุนเขา พร้อมคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดังของไทย อาทิ วง แอตลาส / เจ เจตริน / เจฟ ซาเตอร์ / เดอะ ทอยส์ / แสตมป์ และ แหลม สมพล ที่จะมาสร้างสีสันและความสุขให้กับค่ำคืนสุดพิเศษแห่งปี
นางสาววริษฐา พัฒนรัชต์ ผู้บริหารสูงสุดฝ่ายการตลาดบัตรเครดิต “เคทีซี” กล่าวว่า งาน “Movie on the Hill ครั้งที่ 6” ถือเป็นหนึ่งในเทศกาลดนตรีและภาพยนตร์กลางแจ้งยอดนิยมที่เคทีซีพร้อมมอบความสุข ความบันเทิง และประสบการณ์ที่แตกต่างให้กับสมาชิก ภายใต้แนวคิด ‘Fun & Learn, Enjoy the Moment’ ซึ่งในปีนี้งานดังกล่าวกลับมาอีกครั้งในธีม ‘บุปผาซน’ ที่พร้อมชวนทุกคนไปสัมผัสกับธรรมชาติ เสียงหัวเราะ และความอบอุ่นของมิตรภาพ สมาชิกบัตรเครดิตเคทีซีที่สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ฟรี ตั้งแต่วันที่ 10 ตุลาคม 2568 – วันที่ 20 ตุลาคม 2568 ผ่านเว็บไซต์ ktc.promo/moh2025 โดย 500 ท่านแรกที่ลงทะเบียนสำเร็จ จะได้รับ โค้ด E-Ticket สำหรับเข้างาน ท่านละ 2 ใบ ผ่านแอป KTC Mobile ในวันที่ 31 ตุลาคม 2568” ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.ktc.co.th/promotion/book-hobby-entertainment/events/movie-on-hill หรือสอบถามที่ KTC PHONE 02 123 5000 สำหรับผู้สนใจสมัครบัตรเครดิตเคทีซีทุกประเภท คลิก https://ktc.today/apply-card หรือศูนย์บริการสมาชิก “เคทีซี ทัช” ทุกสาขาทั่วประเทศ ทั้งนี้ ผู้ถือบัตรเครดิตควรใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้เต็มจำนวนตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 16% ต่อปี
62% ของคนไทยมีเงินสำรองใช้ไม่ถึง 3 เดือน แล้วถ้าวันพรุ่งนี้เกิดเหตุฉุกเฉินเช่น เข้าโรงพยาบาลกะทันหัน รถเสียกลางทาง หรือรายได้สะดุด ทุกคนพร้อมที่จะกาง “ร่มกันฝนทางการเงิน” จากที่ไหน เพราะพายุการเงินไม่เคยบอกล่วงหน้า และฝนตกหนักครั้งนี้อาจทำให้ชีวิตสั่นคลอนได้ฤดูกาลไม่ได้เปลี่ยนเพียงท้องฟ้า แต่ยังเปลี่ยนพฤติกรรมการเงินของผู้คนไปพร้อมกัน ในภาษาอังกฤษมีสำนวน “saving for a rainy day” หมายถึงการเตรียมเงินไว้ใช้ในยามลำบาก ไม่ใช่แค่วันที่ฝนตกจริง ๆ ดังนั้นทุกคนควรต้องมี Rainy-day Fund หรือเงินสำรองฉุกเฉิน เพื่อเป็นร่มกันฝนทางการเงินไว้ปกป้องในวันที่ชีวิตไม่เป็นใจ
ผลสำรวจระหว่างปี พ.ศ. 2563–2565 โดยธนาคารแห่งประเทศไทยร่วมกับสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่า แม้คนไทยมีเงินออมเพิ่มขึ้นเป็น 74.7% จาก 72.0% ในปี 2561 แต่มีเพียง 38% เท่านั้นที่มีเงินสำรองเพียงพอเกิน 3 เดือน สะท้อนว่าคนไทยแม้ออมเงิน แต่ยังไม่พร้อมรับมือเหตุฉุกเฉินจริงๆ เคทีซีจึงได้รวบรวม 3 ขั้นตอน “อ–อ–ม” เพื่อเริ่มต้นสร้างร่มคุ้มกันทางการเงิน ที่จะช่วยให้ชีวิตมั่นใจได้แม้ในวันที่ฝนตกหนักที่สุด
![]()
1. อ – ออมก่อนใช้
ทุกครั้งที่มีรายได้เข้ามา ควรหักออก 5–10% เพื่อเก็บทันที เสมือนเป็นค่าใช้จ่ายประจำของตัวเอง หรือใช้หลักการ 50/30/20 ได้แก่ 50% สำหรับค่าใช้จ่ายจำเป็น 30% สำหรับไลฟ์สไตล์ และ 20% สำหรับออมและลงทุน โดยให้เงินสำรองฉุกเฉินเป็นหนึ่งในส่วนนั้น
2. อ – อยู่ในที่ปลอดภัย
เงินสำรองไม่ควรถูกนำไปลงทุนที่มีความเสี่ยงสูง แต่ควรฝากไว้ในบัญชีออมทรัพย์ดอกเบี้ยสูง หรือกองทุนตลาดเงินที่ปลอดภัย เพื่อให้เงินก้อนนี้งอกเงยเล็กน้อย แต่ยังสามารถถอนมาใช้ได้ทันทีเมื่อจำเป็น
3. ม – มีวินัยสม่ำเสมอ
การเก็บเงินเพียงวันละ 50–100 บาท เมื่อสะสมอย่างต่อเนื่องจะกลายเป็นก้อนใหญ่ในอนาคต แต่ควรทบทวนจำนวนเงินที่เก็บอย่างน้อยปีละครั้ง โดยปรับตามรายได้และค่าใช้จ่ายที่เปลี่ยนแปลง เพื่อให้เก็บเงินได้อย่างเหมาะสมกับรายรับ
เมื่อฝนตกเราอาจยืมร่มจากคนอื่นได้ แต่เมื่อการเงินสะดุด ไม่มีใครช่วยเราได้เท่ากับตัวเอง Rainy-day Fund ไม่ใช่แค่การออม แต่คือหลักประกันชีวิตที่คุณสร้างเองได้ตั้งแต่วันนี้ คำถามคือ…คุณจะรอให้ฝนตกก่อนค่อยหาที่กางร่ม หรือจะเริ่มสร้างร่มของคุณตั้งแต่ตอนนี้?