January 20, 2026

เมื่อโรคหัวใจและโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เช่น ไตเรื้อรัง หัวใจและหลอดเลือด และไขมันในเลือดสูง ยังคงเป็น “ภัยเงียบ” ที่ค่อยๆ สะสมโดยไม่แสดงอาการตั้งแต่ระยะเริ่มต้น การตรวจสุขภาพเป็นประจำจึงมีบทบาทสำคัญในการค้นหาความผิดปกติตั้งแต่เนิ่นๆ โดยเฉพาะในช่วงที่สังคมไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุคผู้สูงวัย และคนวัยทำงานต้องเผชิญพฤติกรรมเสี่ยงรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นการนั่งทำงานในท่าเดิมๆ เป็นเวลานานๆ การบริโภคเครื่องดื่มและอาหารรสจัด การไม่ออกกำลังกาย หรือเผชิญกับความเครียดสะสมจากวิถีชีวิตเร่งด่วน
 
ข้อมูลจากกรมควบคุมโรค (Department of Disease Control-DDC) ระบุว่า ปี 2565 คนไทยเสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือดกว่า 70,000 ราย หรือเฉลี่ยชั่วโมงละ 8 คน และคาดว่าในปี 2568 จำนวนผู้ป่วยจะพุ่งแตะ 1.7 ล้านคน โดยมี คนไทยกว่า 1 ใน 4 อยู่ในภาวะอ้วน ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่สุดที่ผลักให้โรคหัวใจมาเร็วขึ้นกว่าที่คิด และจำนวนผู้ป่วยยังมีแนวโน้ม เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง การตรวจสุขภาพประจำปีจึงเปรียบเสมือน ระบบเตือนภัยล่วงหน้า (Early Warning) ที่ช่วยให้พบความผิดปกติและจัดการความเสี่ยงได้ตั้งแต่ยังไม่แสดงอาการ
 
โดยข้อมูลอ้างอิงจากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์สภากาชาดไทยระบุว่าโปรแกรมตรวจสุขภาพ มาตรฐานประกอบด้วยการประเมินความเสี่ยงโรคเรื้อรังสำคัญ เช่น การตรวจระดับน้ำตาล ไขมัน การทำงานของตับและไต ความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด เอกซเรย์ปอด และการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ซึ่งเป็นข้อมูลพื้นฐานที่ช่วยให้แพทย์สามารถวิเคราะห์ความเสี่ยง และให้คำแนะนำเฉพาะบุคคลได้อย่างเหมาะสมก่อนที่ความผิดปกติเล็กน้อยจะลุกลามเป็นภาวะรุนแรงในอนาคต
 
 
นางสาวสิรีรัตน์ คอวนิช ผู้บริหารสูงสุด ฝ่ายการตลาดบัตรเครดิต หมวดสุขภาพและความงาม “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “หนึ่งในอุปสรรคใหญ่ของคนไทยต่อการตรวจสุขภาพ คือ ค่าใช้จ่ายล่วงหน้า โดยเฉพาะในช่วงที่ ค่าครองชีพสูงขึ้น ทำให้หลายครอบครัวชะลอการตรวจสุขภาพ แม้รู้ว่าควรตรวจเป็นประจำ เคทีซีเชื่อว่าการช่วยให้คนไทยเข้าถึงการตรวจสุขภาพได้เร็วขึ้นเพียงหนึ่งปี คือโอกาสสำคัญที่ช่วยลดภาระ ค่ารักษาพยาบาลในอนาคต และเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความมั่นคงด้านสุขภาพในระยะยาวให้กับ สังคมไทย บทบาทของเคทีซีในฐานะสถาบันการเงิน คือการทำให้การดูแลสุขภาพเป็นสิ่งที่ ‘เริ่มต้นได้จริง ผ่านโซลูชันลดภาระค่าใช้จ่ายอย่างการ ผ่อนชำระ 0% เครดิตเงินคืน และสิทธิพิเศษจากเครือข่าย โรงพยาบาลทั่วประเทศ เราอยากให้สมาชิกทุกครอบครัวเข้าถึงการตรวจสุขภาพในเวลาที่เหมาะสม โดยไม่ต้องกังวลค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ล่วงหน้า”
 
เคทีซีได้รับความร่วมมือ จากพันธมิตรโรงพยาบาลทั่วประเทศกว่า 350 แห่งแบ่งเป็นโรงพยาบาลรัฐ 13 แห่ง  อาทิ โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์  โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ โรงพยาบาลรามาธิบดีและ โรงพยาบาลเอกชน 337 แห่ง อาทิ  กลุ่มโรงพยาบาลกรุงเทพ กลุ่มโรงพยาบาลสมิติเวช โรงพยาบาลบีเอ็นเอช กลุ่มโรงพยาบาลพญาไท กลุ่มโรงพยาบาลเปาโล โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ และ โรงพยาบาลเมดพาร์คจะช่วยให้สมาชิกบัตรเครดิตเคทีซีสามารถเข้าถึงการตรวจสุขภาพได้ง่ายและสะดวกยิ่งขึ้นอีกทั้งช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายเงินก้อนใหญ่ ด้วยทางเลือกแบบผ่อนชำระ หรือ รับเครดิตเงินคืนไม่จำกัดตลอดรายการ เมื่อมียอดใช้จ่ายแบบเต็มจำนวนตามกำหนด รับคะแนน KTC FOREVER 1 คะแนน ทุกการใช้จ่าย 25 บาท พร้อมรับสิทธิพิเศษเพิ่มเติมจากโรงพยาบาล(ตามเงื่อนไขที่กำหนด)
 
ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ KTC PHONE 02 123 5000 หรือติดตามโปรโมชันของเคทีซีได้ที่ https://www.ktc.co.th/promotion สำหรับผู้ที่ต้องการสมัครสมาชิกบัตรเครดิตเคทีซี สามารถคลิกดูรายละเอียดได้ที่ลิงค์ https://ktc.today/apply-card หรือติดต่อศูนย์บริการสมาชิก “เคทีซี ทัช” ทุกสาขาทั่วประเทศ ทั้งนี้ผู้ถือบัตรเครดิตควรใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้เต็มจำนวนตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 16% ต่อปี

บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ เคทีซี ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ EVEANDBOY ผู้นำธุรกิจค้าปลีกบิวตี้มัลติแบรนด์ มุ่งเป้าขยายฐานการใช้จ่ายในเซกเมนต์ความงามและเครื่องสำอาง ผ่านแคมเปญ "พลังพอยท์ รูด ช้อป คุ้ม" ในงาน "EVEANDBOY END YEAR GRAND SALE 2025" ที่ 59 สาขาทั่วประเทศ

มองโอกาสท่ามกลางเศรษฐกิจชะลอตัว

นายณัฐสิทธิ์ สุนทราณู ผู้บริหารสูงสุด ฝ่ายการตลาดบัตรเครดิต “เคทีซี” กล่าวว่า ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจโดยรวมที่ชะลอตัว ตลาดบิวตี้กลับยังคงเติบโตต่อเนื่อง สะท้อนพฤติกรรมผู้บริโภคไทยที่ให้ความสำคัญกับการลงทุนด้านการดูแลตนเองตามเทรนด์ “Self-Investment in Beauty” หรือ “ความสวยรอไม่ได้” การผนึกกำลังกับ EVEANDBOY ในครั้งนี้ เป็นการตอกย้ำบทบาทของเคทีซีในธุรกิจไลฟ์สไตล์ โดยมุ่งมอบ “คุณค่าสูงสุด” (Superior Value) ให้แก่สมาชิกผ่านกลไกการใช้คะแนนสะสม KTC FOREVER ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดแข็งหลักของเคทีซี โดยเชื่อมั่นว่ากลยุทธ์นี้จะช่วยผลักดันยอดการใช้จ่ายโดยรวมในตลาดบิวตี้ให้เติบโตตามเป้าหมายได้อย่างมั่นคง

รายละเอียดแคมเปญ

สมาชิกบัตรเครดิตเคทีซีทุกประเภท รับสิทธิพิเศษเมื่อช้อปที่ร้าน EVEANDBOY เฉพาะช่วง END YEAR GRAND SALE 2025 เพียงแลกคะแนน KTC FOREVER ผ่านแอป KTC Mobile รับส่วนลดทันทีสูงสุด 70% (สิทธิ์นี้เฉพาะการช้อปที่หน้าร้าน ไม่รวมช่องทางออนไลน์) ระหว่างวันที่ 21 พฤศจิกายน – วันที่ 12 ธันวาคม 2568 ผู้สนใจสามารถติดตามโปรโมชันของเคทีซีได้ที่ โปรโมชั่นช้อปที่ร้าน EVEANDBOY กับบัตรเครดิต KTCสำหรับผู้ที่ต้องการสมัครสมาชิกบัตรเครดิตเคทีซี สามารถคลิกดูรายละเอียดได้ที่ลิงค์ https://ktc.today/apply-card หรือติดต่อศูนย์บริการสมาชิก “เคทีซี ทัช” ทุกสาขาทั่วประเทศ 

หมายเหตุ : บัตรเครดิตใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้ตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 16% ต่อปี

 “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับการท่องเที่ยวนิวซีแลนด์ (Tourism New Zealand) เปิดตัวแคมเปญ “Kia ora! New Zealand”

“เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ชวนสมาชิกบัตรเครดิตเคทีซีออกไปสนุกท่ามกลางธรรมชาติ กับเทศกาลดนตรีและภาพยนตร์กลางแจ้ง “Movie on the Hill” ครั้งที่ 6 ที่กลับมาอีกครั้งในธีม “บุปผาซน” ในวันเสาร์ที่ 8 พฤศจิกายน 2568 ณ ไร่ทองสมบูรณ์คลับ เขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา ร่วมสัมผัสบรรยากาศการชมภาพยนตร์กลางขุนเขา พร้อมคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดังของไทย อาทิ วง แอตลาส / เจ เจตริน / เจฟ ซาเตอร์ / เดอะ ทอยส์ / แสตมป์ และ แหลม สมพล ที่จะมาสร้างสีสันและความสุขให้กับค่ำคืนสุดพิเศษแห่งปี

นางสาววริษฐา พัฒนรัชต์ ผู้บริหารสูงสุดฝ่ายการตลาดบัตรเครดิต “เคทีซี” กล่าวว่า งาน “Movie on the Hill ครั้งที่ 6” ถือเป็นหนึ่งในเทศกาลดนตรีและภาพยนตร์กลางแจ้งยอดนิยมที่เคทีซีพร้อมมอบความสุข ความบันเทิง และประสบการณ์ที่แตกต่างให้กับสมาชิก ภายใต้แนวคิด ‘Fun & Learn, Enjoy the Moment’ ซึ่งในปีนี้งานดังกล่าวกลับมาอีกครั้งในธีม ‘บุปผาซน’ ที่พร้อมชวนทุกคนไปสัมผัสกับธรรมชาติ เสียงหัวเราะ และความอบอุ่นของมิตรภาพ สมาชิกบัตรเครดิตเคทีซีที่สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ฟรี ตั้งแต่วันที่ 10 ตุลาคม 2568 – วันที่ 20 ตุลาคม 2568 ผ่านเว็บไซต์ ktc.promo/moh2025 โดย 500 ท่านแรกที่ลงทะเบียนสำเร็จ จะได้รับ โค้ด E-Ticket สำหรับเข้างาน ท่านละ 2 ใบ ผ่านแอป KTC Mobile ในวันที่ 31 ตุลาคม 2568” ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.ktc.co.th/promotion/book-hobby-entertainment/events/movie-on-hill หรือสอบถามที่ KTC PHONE 02 123 5000 สำหรับผู้สนใจสมัครบัตรเครดิตเคทีซีทุกประเภท คลิก https://ktc.today/apply-card หรือศูนย์บริการสมาชิก “เคทีซี ทัช” ทุกสาขาทั่วประเทศ ทั้งนี้ ผู้ถือบัตรเครดิตควรใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้เต็มจำนวนตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 16% ต่อปี

62% ของคนไทยมีเงินสำรองใช้ไม่ถึง 3 เดือน แล้วถ้าวันพรุ่งนี้เกิดเหตุฉุกเฉินเช่น เข้าโรงพยาบาลกะทันหัน รถเสียกลางทาง หรือรายได้สะดุด ทุกคนพร้อมที่จะกาง “ร่มกันฝนทางการเงิน” จากที่ไหน เพราะพายุการเงินไม่เคยบอกล่วงหน้า และฝนตกหนักครั้งนี้อาจทำให้ชีวิตสั่นคลอนได้ฤดูกาลไม่ได้เปลี่ยนเพียงท้องฟ้า แต่ยังเปลี่ยนพฤติกรรมการเงินของผู้คนไปพร้อมกัน ในภาษาอังกฤษมีสำนวน “saving for a rainy day” หมายถึงการเตรียมเงินไว้ใช้ในยามลำบาก ไม่ใช่แค่วันที่ฝนตกจริง ๆ ดังนั้นทุกคนควรต้องมี Rainy-day Fund หรือเงินสำรองฉุกเฉิน เพื่อเป็นร่มกันฝนทางการเงินไว้ปกป้องในวันที่ชีวิตไม่เป็นใจ

ผลสำรวจระหว่างปี พ.ศ. 2563–2565 โดยธนาคารแห่งประเทศไทยร่วมกับสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่า แม้คนไทยมีเงินออมเพิ่มขึ้นเป็น 74.7% จาก 72.0% ในปี 2561 แต่มีเพียง 38% เท่านั้นที่มีเงินสำรองเพียงพอเกิน 3 เดือน สะท้อนว่าคนไทยแม้ออมเงิน แต่ยังไม่พร้อมรับมือเหตุฉุกเฉินจริงๆ เคทีซีจึงได้รวบรวม 3 ขั้นตอน “อ–อ–ม” เพื่อเริ่มต้นสร้างร่มคุ้มกันทางการเงิน ที่จะช่วยให้ชีวิตมั่นใจได้แม้ในวันที่ฝนตกหนักที่สุด

1. อ – ออมก่อนใช้

ทุกครั้งที่มีรายได้เข้ามา ควรหักออก 5–10% เพื่อเก็บทันที เสมือนเป็นค่าใช้จ่ายประจำของตัวเอง หรือใช้หลักการ 50/30/20 ได้แก่ 50% สำหรับค่าใช้จ่ายจำเป็น 30% สำหรับไลฟ์สไตล์ และ 20% สำหรับออมและลงทุน โดยให้เงินสำรองฉุกเฉินเป็นหนึ่งในส่วนนั้น

2. อ – อยู่ในที่ปลอดภัย

เงินสำรองไม่ควรถูกนำไปลงทุนที่มีความเสี่ยงสูง แต่ควรฝากไว้ในบัญชีออมทรัพย์ดอกเบี้ยสูง หรือกองทุนตลาดเงินที่ปลอดภัย เพื่อให้เงินก้อนนี้งอกเงยเล็กน้อย แต่ยังสามารถถอนมาใช้ได้ทันทีเมื่อจำเป็น

3. ม – มีวินัยสม่ำเสมอ

การเก็บเงินเพียงวันละ 50–100 บาท เมื่อสะสมอย่างต่อเนื่องจะกลายเป็นก้อนใหญ่ในอนาคต แต่ควรทบทวนจำนวนเงินที่เก็บอย่างน้อยปีละครั้ง โดยปรับตามรายได้และค่าใช้จ่ายที่เปลี่ยนแปลง เพื่อให้เก็บเงินได้อย่างเหมาะสมกับรายรับ

เมื่อฝนตกเราอาจยืมร่มจากคนอื่นได้ แต่เมื่อการเงินสะดุด ไม่มีใครช่วยเราได้เท่ากับตัวเอง Rainy-day Fund ไม่ใช่แค่การออม แต่คือหลักประกันชีวิตที่คุณสร้างเองได้ตั้งแต่วันนี้ คำถามคือ…คุณจะรอให้ฝนตกก่อนค่อยหาที่กางร่ม หรือจะเริ่มสร้างร่มของคุณตั้งแต่ตอนนี้?

Page 1 of 84
X

Right Click

No right click