×

Warning

JUser: :_load: Unable to load user with ID: 813

JUser: :_load: Unable to load user with ID: 840

เจมาร์ท ติดปีกร่วมทุน KB Kookmin Card ในบริษัท เจฟินเทค จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อย เสร็จสิ้น ยกระดับมาตรฐานธุรกิจการเงินของกลุ่มบริษัทเข้าสู่ระดับสากล

ความสำเร็จของกลุ่มเจมาร์ท เริ่มต้นอีกครั้งเมื่อบริษัทย่อย เจ เวนเจอร์ส (JVC) เปิดตัว JFIN Coin โทเคนสัญชาติไทยพันธ์แท้ ลงสนามเทรดในตลาดรองครั้งแรก (1st Trading Day) วันที่ 2 พฤษภาคม 2561 บนกระดาน COIN ASSET จากนั้นเตรียมพร้อมเทรดบนกระดาน Cash2Coins วันที่ 9 พฤษภาคมนี้ อีกครั้ง พร้อมเตรียมแผนโรดโชว์ต่อเนื่องในต่างประเทศ โดยเงินที่ได้จากการระดมทุนนั้น จะนำมาใช้พัฒนาระบบสินเชื่อแบบดิจิทัลที่ไม่มีตัวกลาง หรือ JFIN DDLP ซึ่งคาดจะแล้วเสร็จในปี 2562

อดิศักดิ์ สุขุมวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจ มาร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ JMART  เปิดเผยถึงความสำเร็จของ บริษัท เจ เวนเจอร์ส จำกัด หรือ JVC บริษัทย่อยที่ JMART ถือหุ้นในสัดส่วน 80% ดำเนินธุรกิจพัฒนาซอฟท์แวร์ และแอฟพลิเคชั่นทางด้านฟินเทค ลงทุนในธุรกิจสตาร์ทอัพ และเป็นรายแรกในประเทศไทยของกลุ่มบริษัทมหาชน ที่เข้ามาระดมทุนด้วยการทำ Initial Coin Offering (ICO) ในชื่อเหรียญ JFin Coin โทเคนสัญชาติไทยที่สร้างประวัติศาสตร์ใหม่ของโลกการเงิน เดินหน้าเข้าซื้อขายในตลาดรองวันที่ 2 พฤษภาคม 2561 เป็นวันแรก นับเป็นการปลุกกระแส ICO ในประเทศไทย ที่สร้างมาตรฐาน เป็นแบบอย่างที่ดี  และสามารถตรวจสอบได้ พร้อมที่จะอยู่ภายใต้การดูแลของหน่วยงานภาครัฐบาล ที่เตรียมจะประกาศกฎเกณฑ์ต่างๆ ออกมาควบคุม ดูแล และสนับสนุนในอนาคต

 

 

อดิศักดิ์ สุขุมวิทย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจ มาร์ท จำกัด (มหาชน) 

 

โดยบริษัทฯ เชื่อว่า ด้วยความเชื่อมั่นของผู้ลงทุนในเทคโนโลยี และแผนธุรกิจของเจ เวนเจอร์ส รวมทั้ง ความเชื่อมั่นต่อเจมาร์ทในฐานะบริษัทแม่ ที่ก่อตั้งและดำเนินธุรกิจมากว่า 30 ปี เป็นบริษัทที่มีธรรมาภิบาลที่ดี จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เป็นอีกส่วนสำคัญที่ทำให้ JFIN ได้รับการตอบรับเกินคาดหมายตั้งแต่เปิดให้จองซื้อ วันนี้จึงเป็นอีกก้าวสำคัญที่พิสูจน์แล้วว่า เจมาร์ทเป็นผู้นำและจะเป็นแบบอย่างที่ดี ไม่ทำให้ผู้เกี่ยวข้องทุกส่วนผิดหวังอย่างแน่นอน

ธนวัฒน์ เลิศวัฒนารักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจ เวนเจอร์ส จำกัด หรือ JVC ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ และแอพพลิเคชั่นทางด้าน Fintech และลงทุนในธุรกิจ Started-up เปิดเผยว่า JFIN จำนวน 100 ล้านโทเคน ที่ได้เข้าทำการซื้อขายในตลาดรองเป็นครั้งแรก (1st Trading Day) วันที่ 2 พฤษภาคม 2561 นี้ เวลา 10:00 น. เป็นอีกหนึ่งในความภาคภูมิใจของทีมผู้บริหาร พนักงาน ตลอดจนผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกท่าน  ผ่านตัวกลางพันธมิตรกระดานเทรด COINASSET ซึ่งเป็นกระดานเทรด Cryptocurrency ของคนไทย ที่มีความพร้อม น่าเชื่อถือ และปลอดภัย นอกจากนี้ ยังเพิ่มกระดานเทรดใน Cash2Coins ในวันที่ 9 พฤษภาคม 2561 

หน้าที่ของเจเวนเจอร์สต่อจากนี้ คือ การให้ข้อมูลและบอกความเคลื่อนไหวของบริษัทฯ อย่างต่อเนื่อง โดยมีแผนโรดโชว์ในต่างประเทศเพิ่มเติมอีก เริ่มต้นที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก่อน  เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและเข้าถึงผู้ลงทุนทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ ด้วยความมุ่งหวังให้ JFIN เป็นที่รู้จักในฐานะเหรียญของคนไทยที่ได้รับการยอมรับระดับสากล และวางแผนไปเทรดในกระดานต่างประเทศที่ HitBTC ที่ฮ่องกง และ Upbit ที่เกาหลีใต้ ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินการ

ทั้งนี้ JFin มีจำนวนดิจิทัลโทเคนทั้งหมด 300 ล้านโทเคน โดยนำมาทำ ICO ในรอบนี้ครั้งแรก 100 ล้านโทเคน ที่ราคาขาย 6.60 บาทต่อโทเคน เงินที่ได้จากการระดมทุนในครั้งนี้ราว 660 ล้านบาท ทีมงานได้เริ่มดำเนินการพัฒนาระบบ JFIN Decentralized Digital Lending Platform (DDLP) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มการให้บริการการกู้ยืมที่อยู่บนระบบบล็อคเชน มีความปลอดภัยสูง คาดระบบจะแล้วเสร็จภายในไตรมาส 4/2562 จะนำไปใช้ในธุรกิจสินเชื่อของบริษัท เจ ฟินเทค จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ และเชื่อมั่นว่า ด้วยจุดแข็งจาก Ecosystem ในกลุ่มเจมาร์ท จะสนับสนุนให้ JFIN ที่ออกมาในครั้งนี้ ได้รับความเชื่อมั่น มีเสถียรภาพ และเจริญเติบโตได้

หลังจากที่ บมจ.เจมาร์ท (JMART) ประกาศความสำเร็จ บ.เจ เวนเจอร์ส (JVC) บริษัทย่อยที่ระดมทุน ICO (Initial Coin Offering) สำเร็จเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยเปิด Pre-Sale ขาย JFin Coin 100 ล้านโทเคนหมดเกลี้ยงภายใน 55 ชั่วโมง ล่าสุดเดินหน้าแผนธุรกิจตามที่กำหนดไว้ เปิดเกมรุกสินเชื่อในโลกฟินเทค โดยพัฒนา JFin DDLP ระบบสินเชื่อแบบดิจิทัลที่ไม่มีตัวกลาง อีกทั้งเตรียมนำมาต่อยอดผลิตภัณฑ์อื่นๆ ประเดิมใช้งานในกลุ่มเจมาร์ทภายในปี 2562 นี้

อดิศักดิ์ สุขุมวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจ มาร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ JMART  เปิดเผยถึง แผนการดำเนินงานหลังจาก บริษัท เจ เวนเจอร์ส จำกัด หรือ JVC (เป็นบริษัทย่อยที่ JMART ถือหุ้นในสัดส่วน 80%)  ผู้พัฒนาซอฟท์แวร์ และแอฟพลิเคชั่นทางด้านฟินเทค ลงทุนในธุรกิจสตร์ทอัพ ประสบความสำเร็จจากการระดมทุนด้วยการทำ ICO เป็นรายแรกในประเทศไทยของกลุ่มบริษัทมหาชน ที่สร้างปรากฏการณ์ของโลกการเงิน นำเทคโนโลยีบล็อกเชนเข้ามาใช้ในการทำธุรกิจสินเชื่อ ในชื่อเหรียญ JFin Coin

 

อดิศักดิ์ สุขุมวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจ มาร์ท จำกัด (มหาชน)

 

ทั้งนี้ JFin Coin เปิดเสนอขาย Pre-sale วันแรกเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2561 ที่ผ่านมา ได้รับการตอบรับเกินคาดหมาย โดยเปิดเสนอขายในคราวนี้จำนวน 100 ล้านโทเคน ที่ราคาขาย 6.60 บาทต่อโทเคน ได้ถูกผู้สนับสนุนจองซื้อหมดเต็มจำนวนเรียบร้อยแล้วภายใน 55 ชั่วโมงแรก ตอกย้ำความเชื่อมั่นต่อนักลงทุนในแผนธุรกิจที่วางไว้ ในฐานะที่เจมาร์ทเป็นบริษัทมหาชน ก่อตั้งและดำเนินธุรกิจมา 30 ปี การันตีความถูกต้อง และธรรมภิบาลในการบริหารธุรกิจ มุ่งหวังในการเป็นผู้นำเทคโนโลยีทางด้านการเงินอย่างสมบูรณ์แบบ ทำให้เกิด ICO ที่มีมาตรฐานขึ้นในประเทศไทย ได้รับการยอมรับจากหน่วยงานต่างๆ มั่นใจนำเงินที่ได้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ และมีประสิทธิภาพ โดยเม็ดเงินที่ได้จากการระดมทุนราว 660 ล้านบาท ทีมงานได้เริ่มดำเนินการพัฒนาระบบ Decentralized Digital Lending Platform (DDLP) ไปตามแผนที่วางไว้เรียบร้อยแล้ว สนับสนุนการเติบโตในธุรกิจสินเชื่อของกลุ่มเจมาร์ท ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นได้

ธนวัฒน์ เลิศวัฒนารักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจ เวนเจอร์ส จำกัด หรือ JVC เผยถึงการพัฒนระบบสินเชื่อแบบดิจิทัลที่ไม่มีตัวกลาง (Decentralized Digital Lending Platform หรือ DDLP) คือ ระบบการกู้ยืมเงินแบบดิจิทัลบนเทคโนโลยี Blockchain ที่มีความปลอดภัยสูง รองรับกระบวนการแบบครบวงจร ตั้งแต่การระบุตัวตน (KYC) กระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ การประเมินเครดิต การอนุมัติสินเชื่อ และการติดตามหนี้สิน เพื่อสนับสนุนและพัฒนาการบริการด้านสินเชื่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ

รวมถึงรองรับระบบ P2P Lending ระบบตลาดสินเชื่อออนไลน์ที่เชื่อมต่อให้ผู้กู้ที่มีศักยภาพสามารถกู้เงินได้โดยตรง ไม่ต้องผ่านธนาคารหรือสถาบันการเงิน ดังนั้น ระบบ DDLP จะเป็นหนึ่งในระบบสำคัญที่เพิ่มศักยภาพการแข่งขันของกลุ่มบริษัทเจมาร์ทในอนาคตอันใกล้นี้ ตั้งเป้าระบบจะแล้วเสร็จ พร้อมเริ่มใช้งานในปี 2562

 

 

สำหรับจุดแข็งของ  JFin DDLP  คือ เป็นระบบที่พัฒนาขึ้นจากการนำเทคโนโลยีบล็อกเชนมาใช้ ทำให้สามารถสร้างระบบการเงินที่ยั่งยืน ขยายตลาด และเข้าถึงประชากรได้อีกจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มที่ไม่สามารถเข้าถึงระบบธนาคารหรือการให้บริการทางการเงิน โดยบริษัทฯ มุ่งเน้นการจับกลุ่มลูกค้าที่มีเครดิตดี วิเคราะห์จากฐานข้อมูลลูกค้าของกลุ่มเจมาร์ทที่มีรวมกันมากกว่า 3 ล้านราย

โดยเฉพาะบริษัทในเครือ ได้แก่ บมจ.เจเอ็มที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส (JMT) ผู้นำในธุรกิจบริหารหนี้ด้อยคุณภาพ และรับจ้างติดตามหนี้สิน เป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้เรามีฐานข้อมูลและสามารถรับความเสี่ยงได้มากขึ้น

รวมถึงการเสริมทัพด้วยการจับมือพันธมิตรและกลุ่มผู้ประกอบการสตาร์ทอัพ เพื่อสนับสนุนข้อมูลให้แก่บริษัทฯ ให้มี Big Data ที่สามารถสร้าง Credit scoring หรือการประเมินการขอสินเชื่อบุคคลโดยอัติโนมัติผ่านเทคนิคการให้คะแนนเครดิตผ่านข้อมูลต่างๆ ที่ระบุไว้ เพื่อให้สามารถคัดเลือกลูกค้าที่มีเครดิตดีได้อย่างแม่นยำมากขึ้น นับเป็นจุดเริ่มต้นของการนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ในโลกการเงินอย่างสมบูรณ์แบบ ส่งผลดีต่อ JVC ในฐานะผู้นำในธุรกิจพัฒนาซอฟท์แวร์ และแอฟพลิเคชั่นทางด้านฟินเทคให้ได้รับการตอบรับมากขึ้นในอนาคต

 

อดิศักดิ์ สุขุมวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. เจ มาร์ท (JMART) ในฐานะที่เป็นบริษัทโฮลดิ้ง คอมพานี ซึ่งลงทุนในธุรกิจอื่นๆ นำทีมคณะผู้บริหารระดับสูง ให้ข้อมูลในงานบริษัทจดทะเบียนพบนักลงทุน (Opportunity Day) งวดประจำปี 2560 มั่นใจแผนการ Synergy สร้างความแข็งแกร่งและเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต พร้อมทั้ง นำเสนอกลยุทธ์ธุรกิจของบริษัทในเครือประจำปี 2561 ได้แก่ บจ.เจมาร์ท โมบาย, บจ.เจ ฟินเทค (J Fintech), บมจ.เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส (JMT), บมจ.เจเอเอส แอสเซ็ท (J) และ บมจ.ซิงเกอร์ประเทศไทย (SINGER) รวมทั้ง ประกาศความสำเร็จของ บจ.เจเวนเจอร์ส (JVC) ที่เข้ามาระดมทุนแบบ ICO ในชื่อ JFin Coin ขึ้นแท่นผู้นำในธุรกิจค้าปลีกและเทคโนโลยีทางด้านการเงินตัวจริงเสียงจริง 
X

Right Click

No right click