

นางสาวพรรณศรี เดี่ยวอนันต์ ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM เป็นผู้แทนบริษัทฯ เข้ารับรางวัลดีเด่น ด้านการอนุรักษ์พลังงาน ประเภทอาคารควบคุม ในงาน Thailand Energy Awards 2025 จาก นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ซึ่งเป็นเวทีสำคัญในการยกย่องผลงานต้นแบบด้านการอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทนของประเทศ ณ ห้องแกรนด์ บอลรูม โรงแรมรามา การ์เด้น กรุงเทพฯ

BAM มีเป้าหมายมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน ( Carbon Neutrality) ภายในปี 2593 และมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ( Net Zero) ภายในปี 2608 พร้อมขับเคลื่อนนโยบายและแผนงานผ่านคณะกรรมการด้านการจัดการพลังงานและสิ่งแวดล้อมให้บรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายอย่างยั่งยืน โดยยึดหลัก ESG ด้วยการปรับเปลี่ยนอุปกรณ์ประหยัดพลังงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และส่งเสริมการจัดการของเสียตามหลักที่ได้รับการรับรองสำนักงานสีเขียว ( Green Office) ระดับดีเยี่ยม รวมทั้งคำนึงถึงการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดย BAM ได้มีส่วนร่วมในโครงการ Care The Wild กับทางตลาดหลักทรัพย์, โครงการลดและคัดแยกขยะกับทางกรุงเทพมหานคร ฯลฯ ทั้งนี้ มาตรการต่างๆ ที่ได้ดำเนินการ ส่งผลให้ BAM ลดปริมาณการใช้พลังงานอย่างต่อเนื่อง ดัชนีประสิทธิภาพพลังงานรวม (SEC) ลดลงเฉลี่ย 22.43% เมื่อเทียบกับปีฐานปี 2562 และลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (CO2e) ได้รวม 487.52 TonCO2e
บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM ร่วมกับ คณะสถาปัตยกรรม ศิลปะและการออกแบบ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง จัดโครงการ BAM Property Design Contest # 10
BAM ขยายความร่วมมือธุรกิจ จับมือ Prime Zone ผู้ประกอบธุรกิจบริหารสินทรัพย์ เสริมความแข็งแกร่งทางธุรกิจร่วมกัน ทั้งทางด้าน NPL และ NPA เพื่อเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้ และต่อยอดความสำเร็จ ในการสร้างพันธมิตรทางธุรกิจ
BAM วางกลยุทธ์ NPAs Smart Agent เร่งสร้างยอดจำหน่ายโดยจับมือ "Agentplus" บริษัทตัวแทนขายอสังหาริมทรัพย์ พร้อมทั้ง "MBKG" ผู้ประกอบธุรกิจให้สินเชื่อ ในการเพิ่มโอกาสการจำหน่ายทรัพย์ และการให้บริการลูกค้าซื้อทรัพย์ ชี้การร่วมมือครั้งนี้จะช่วยสร้างพันธมิตรทางธุรกิจให้เข้มแข็งและเพิ่มความสำเร็จให้องค์กรอย่างยั่งยืน
BAM โต้คลื่นเศรษฐกิจ ฝ่ามรสุม NPL โชว์ผลงาน 9 เดือน ปี 68 สร้างผลเรียกเก็บได้มากถึง 13,803 ล้านบาท เมื่อเทียบกับผลเรียกเก็บ 10,910 ล้านบาท