January 22, 2026
เคทีซีและกลุ่มบริษัทเผยผลประกอบการปี 2568 กำไรสุทธิ 7,782 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.6% จากปี 2567 สะท้อนความแข็งแกร่งของกลยุทธ์บริหารสินเชื่อและการทรานส์ฟอร์มสู่ดิจิทัล รายได้และกำไรเติบโตต่อเนื่อง พร้อมรักษาคุณภาพพอร์ตสินเชื่อรวม 1.12 แสนล้านบาท และอัตราหนี้เสีย (NPL) อยู่ในกรอบเป้าหมาย ท่ามกลางการเติบโตของการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตที่ยังคงเหนือกว่าภาพรวมอุตสาหกรรม เดินหน้ากลยุทธ์ดิจิทัล สร้างประสบการณ์ที่น่าจดจำให้กับลูกค้า คุมคุณภาพสินทรัพย์ และขยายฐานสมาชิกท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว
 
นางพิทยา  วรปัญญาสกุล  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “แม้ภาพรวมของอุตสาหกรรมสินเชื่อผู้บริโภคจะหดตัว จากความไม่แน่นอนของสภาพเศรษฐกิจและผู้บริโภคระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น การดำเนินธุรกิจของเคทีซีในช่วง 11 เดือน (มกราคม-พฤศจิกายน 2568) ยังครองส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปี 2567 โดยสัดส่วนปริมาณการใช้จ่ายผ่านบัตรอยู่ที่ 13.6% เพิ่มขึ้นจาก 13.1% ในขณะที่สัดส่วนลูกหนี้บัตรเครดิตเทียบกับอุตสาหกรรมอยู่ที่ 14.9% จาก 14.3% และสัดส่วนของลูกหนี้สินเชื่อบุคคล (ไม่รวมสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกัน) เทียบกับอุตสาหกรรมอยู่ที่ 4.2% จาก 4.1%”
 
 
 
 
“ปี 2568 เป็นอีกหนึ่งปีที่มีความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวต่อเนื่อง แต่กลุ่มบริษัทเคทีซียังคงสร้างผลกำไรสุทธิสูงขึ้นกว่าปีก่อนหน้า ตามเป้าหมายที่ได้วางไว้ ซึ่งสะท้อนถึงความแข็งแกร่งในการดำเนินงาน การบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งการรักษาคุณภาพสินทรัพย์ได้เป็นอย่างดี และในปี 2569 เราพร้อมจะเดินหน้ารักษาความแข็งแกร่งของพอร์ตลูกหนี้ เพิ่มการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตอย่างมีคุณค่าและสมเหตุสมผลให้กับสมาชิกอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการลงทุนในเทคโนโลยีดิจิทัล โดยเริ่มใช้ระบบงานหลักใหม่ (Core System) เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นและยกระดับประสบการณ์ลูกค้า สนับสนุนการเติบโตของสองธุรกิจหลัก คือบัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคล พร้อมต่อยอดสู่ธุรกิจนายหน้าประกันภัยเพื่อสร้างรายได้อย่างยั่งยืน”
 
“กลุ่มบริษัทยังคงให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจด้วยความรอบคอบระมัดระวัง และติดตามสถานการณ์ต่างๆ อย่างใกล้ชิด เพื่อบริหารความเสี่ยงรอบด้านอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการใช้ข้อมูลและระบบวิเคราะห์ขั้นสูง เพื่อรักษาคุณภาพหนี้และความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว โดยคาดว่าในปี 2569 บริษัทฯ จะมีกำไรสุทธิมากกว่าปี 2568 พอร์ตสินเชื่อรวมเติบโตประมาณ 1-2% และคุม NPL ไม่เกิน 2% ปริมาณใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตเติบโต 5% และพอร์ตสินเชื่อส่วนบุคคลเติบโต 2% อย่างไรก็ตาม หากในปี 2569 เศรษฐกิจไทยมีความแข็งแกร่ง เคทีซีเชื่อว่าธุรกิจจะสามารถเติบโตได้ดีกว่าที่ประมาณการไว้”
 
ข้อมูล ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 เปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2567 เคทีซีมีสมาชิกรวม 3,673,244 บัญชี เงินให้สินเชื่อแก่ลูกหนี้และดอกเบี้ยค้างรับรวม 111,585 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.4% NPL Ratio อยู่ที่ 1.79% โดยสมาชิกบัตรเครดิตมีจำนวน 2,964,426 บัตร เพิ่มขึ้น 5.9% เงินให้สินเชื่อแก่ลูกหนี้บัตรเครดิตและดอกเบี้ยค้างรับรวมมีมูลค่า 73,876 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยที่ 0.1% อัตราการขยายตัวของปริมาณการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตในปี 2568 อยู่ที่ 3.6% NPL Ratio บัตรเครดิตอยู่ที่ 1.09% สมาชิกสินเชื่อบุคคล 708,818 บัญชี เพิ่มขึ้น 2.9% คิดเป็นเงินให้สินเชื่อแก่ลูกหนี้สินเชื่อบุคคลและดอกเบี้ยค้างรับรวม 36,202 ล้านบาท ขยายตัว 3.2% (รวมเงินให้สินเชื่อเคทีซี พี่เบิ้ม รถแลกเงิน) NPL Ratio สินเชื่อบุคคลอยู่ที่ 2.55% สำหรับสินเชื่อลูกหนี้ตามสัญญาเช่ามูลค่า 1,507 ล้านบาท ลดลง 28.6% ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของบริษัทที่ได้หยุดการปล่อยสินเชื่อประเภทนี้ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2566 โดยปัจจุบันมุ่งเน้นการติดตามหนี้ และบริหารจัดการคุณภาพพอร์ตสินเชื่อที่มีอยู่เท่านั้น
 
ในปี 2568 กลุ่มบริษัทเคทีซีมีรายได้รวมอยู่ที่ 27,695 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อยที่ 0.9% (YoY)  ขณะที่ค่าใช้จ่ายรวม เท่ากับ 17,239 ล้านบาท ลดลง 5.23% (YoY) จากผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นลดลง เป็นผลมาจากการบริหารจัดการคุณภาพสินทรัพย์ได้ดี รวมถึงค่าใช้จ่ายทางการเงินที่ลดลงจากเงินกู้ยืมที่ลดลง โดยมีค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากค่าใช้จ่ายทางการตลาดสำหรับกิจกรรมส่งเสริมการขายที่กระตุ้นปริมาณการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต และจัดหาสมาชิกใหม่ ส่งผลให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการบริหารต่อรายได้รวมอยู่ที่ 34.8% ปรับลงเล็กน้อยจาก 35.0% ในด้านคุณภาพสินทรัพย์ กลุ่มบริษัทยังคงความสามารถในการบริหารจัดการได้ดี รักษาระดับเงินสำรองที่แข็งแกร่งและเพียงพอ โดยมี Credit Cost สำหรับปี 2568 อยู่ที่ 5.3% ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนซึ่งอยู่ที่ 6.1%
 
ด้านสภาพคล่อง กลุ่มบริษัทเคทีซีมีวงเงินกู้ยืมระยะสั้นที่ยังไม่เบิกใช้คงเหลือ (Available Credit Line) ทั้งสิ้น 20,470 ล้านบาท และมีภาระหนี้หุ้นกู้และเงินกู้ยืมระยะยาวที่จะครบกำหนดชำระในปี 2569 ทั้งสิ้น 15,830 ล้านบาท ซึ่งแสดงให้เห็นว่าบริษัทมีสภาพคล่องที่สูงกว่าภาระหนี้ที่ใกล้ครบกำหนด และมีสถานะสภาพคล่องที่แข็งแกร่งและความเสี่ยงด้านการผิดนัดชำระหนี้ในระยะสั้นที่อยู่ในระดับต่ำมาก
 
นางพิทยากล่าวถึงความคืบหน้าในการประกอบธุรกิจนายหน้าประกันภัย (ประกันวินาศภัยและประกันชีวิต) “ปัจจุบันบริษัทเริ่มดำเนินงาน ด้วยการสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรบริษัทประกัน เพื่อจะนำเสนอผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่หลากหลายผ่านช่องทางต่างๆ ของเคทีซี ให้กับสมาชิกบัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคลของบริษัทฯ โดยเน้นการนำเอาเทคโนโลยีมาปรับใช้เพื่อตอบสนองความต้องการของสมาชิกให้ตรงจุด และยกระดับการให้คำแนะนำและการจัดการข้อมูลลูกค้าอย่างปลอดภัยโดยคำนึงถึงความเป็นส่วนตัว เพื่อเป็นการสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ รวมถึงการเพิ่มรายได้จากค่าธรรมเนียม การนำเสนอผลิตภัณฑ์ประกันภัย โดยมีเป้าหมายการเติบโตอย่างค่อยเป็นค่อยไป เน้นขยายตัวอย่างรอบคอบ ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งในการเพิ่มมูลค่าการบริการให้แก่ลูกค้าและช่วยสร้างรายได้เพิ่มให้แก่บริษัท”
 
เคทีซียังคงดำเนินมาตรการให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ระยะยาวอย่างต่อเนื่อง ตามแนวทางประกาศของ ธปท. ที่ 3/2568 เรื่อง การให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม (Responsible Lending) โดยพิจารณาอนุมัติสินเชื่อให้ลูกหนี้แต่ละรายให้สอดคล้องกับความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้ และไม่ทำให้ลูกหนี้มีภาระหนี้เพิ่มขึ้นจากภาระหนี้เดิมเกินสมควร คลิกดูรายละเอียดการให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ได้ที่ลิงก์ https://www.ktc.co.th/about/news/measure อีกทั้งในฐานะที่เคทีซีเป็น Non-Bank ในกลุ่มธุรกิจการเงินของธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ได้ให้ความร่วมมือกับธนาคารแห่งประเทศไทย เข้าร่วมโครงการ “คุณสู้ เราช่วย” ทั้งระยะที่ 1 และระยะที่ 2 เพื่อสนับสนุนลูกหนี้กลุ่มเปราะบางให้สามารถฟื้นตัวกลับมาชำระหนี้ได้ตามปกติ โดยเมื่อรายได้ฟื้นตัว ก็สามารถปิดจบหนี้ได้ โดยได้ปิดรับลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการไปเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2568
 
นอกจากนี้ เมื่อมีสถานการณ์ที่ลูกหนี้ได้รับผลกระทบจากสาธารณภัยต่างๆ เช่น อุทกภัยในภาคใต้ เป็นต้น เคทีซีได้ออกมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ ไม่ว่าจะเป็นการปรับลดอัตราผ่อนชำระขั้นต่ำหรือการปรับลดค่างวดลง โดยลูกค้าที่ได้รับผลกระทบสามารถแจ้งความประสงค์เข้าร่วมมาตรการดังกล่าว เพื่อช่วยบรรเทาภาระและช่วยให้สามารถฟื้นตัวกลับมาได้โดยเร็ว ล่าสุดบริษัทฯ เข้าร่วมโครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” ซึ่งเป็นกรณีที่เคทีซีขายหนี้ที่ไม่มีหลักประกันของลูกหนี้รายย่อยที่ค้างชำระเงินต้นหรือดอกเบี้ยเกินกว่า 90 วัน (NPL) นับแต่วันครบกำหนดชำระ ซึ่งลูกหนี้ดังกล่าวมีภาระหนี้ NPL รวมทุกผู้ให้บริการทางการเงินและทุกประเภทสินเชื่อไม่เกิน 100,000 บาทต่อราย ให้กับบริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (SAM) เพื่อทำการปรับปรุงโครงสร้างหนี้แบบผ่อนปรนและลดภาระหนี้ให้ลูกหนี้ โดยโครงการฯ เริ่มเปิดให้ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการผ่านช่องทางของธนาคารแห่งประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 5 มกราคม 2569 เป็นต้นไป
 
ทั้งนี้ บริษัทฯ ประเมินว่า การดำเนินตามโครงการฯ ดังกล่าว หรือมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ทั้งหมดข้างต้น จะไม่ส่งผลกระทบที่เป็นนัยสำคัญต่อภาพรวมผลการดำเนินงานของกลุ่มบริษัท รวมถึงบริษัทฯ ได้มีการตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้ไว้ครบถ้วนแล้ว

เคทีซี หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ประกาศความร่วมมือกับ AirAsia MOVE แพลตฟอร์มดิจิทัลด้านการเดินทางครบวงจร เพื่อตอบรับเทรนด์การจองเที่ยวบินและที่พักผ่านช่องทางออนไลน์ที่เติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มผู้ใช้ OTA (Online Travel Agency) ซึ่งขณะนี้มีสัดส่วนกว่า 55% ของนักท่องเที่ยวไทย และกว่า 98% เปิดรับการใช้เทคโนโลยีและ AI เพื่อเพิ่มความสะดวกในการเดินทาง

นางสาววริษฐา พัฒนรัชต์ ผู้บริหารสูงสุดฝ่ายการตลาดบัตรเครดิต “เคทีซี” เปิดเผยว่า “ในปี 2568 มียอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตเคทีซีในกลุ่ม OTA รวมกว่า 4,073 ล้านบาท เติบโตถึง 22% สะท้อนพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของนักเดินทางรุ่นใหม่ เคทีซีจึงเดินหน้าสร้างพันธมิตรกับแพลตฟอร์มชั้นนำอย่าง MOVE เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นและมอบสิทธิพิเศษที่คุ้มค่ายิ่งขึ้นให้กับสมาชิก ผ่านสิทธิประโยชน์ อาทิ การแลกคะแนน KTC FOREVER เป็นส่วนลดสูงสุด 1,400 บาท หรือรับเครดิตเงินคืน 13% เมื่อใช้คะแนนเท่ายอดซื้อ”

ภายใต้แนวคิด “เดินทางได้มากขึ้น ในราคาน้อยลง” แพลตฟอร์ม MOVE ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์นักเดินทางยุคดิจิทัล ให้สามารถจองเที่ยวบิน โรงแรม บริการเสริม และยกเลิกการเดินทางได้อย่างคล่องตัว โดยสิทธิพิเศษสำหรับสมาชิก KTC ผ่านแอป MOVE ที่เข้าร่วมแคมเปญระหว่างวันที่ 15 พฤษภาคม – 15 สิงหาคม 2568 ได้แก่:

· ส่วนลดบริการเสริม (ค่าน้ำหนักสัมภาระและอาหารบนเครื่อง) สูงสุด 15%

· ส่วนลดค่าจองโรงแรม 230 บาท

· รับคะแนน AirAsia Points

· บริการ EasyCancel สำหรับยกเลิกเที่ยวบิน

· ฟรีค่าธรรมเนียมการจองเที่ยวบินแอร์เอเชียที่ทำรายการผ่าน MOVE

ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนแนวทางของเคทีซีในการยกระดับบริการให้สอดรับกับยุคดิจิทัล โดยใช้คะแนนสะสม KTC FOREVER เป็นเครื่องมือหลักในการมอบประสบการณ์การเดินทางที่ “คล่องตัว คุ้มค่า และเป็นไปได้จริง” สำหรับนักเดินทางทุกกลุ่ม

ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ KTC PHONE โทรศัพท์ 02 123 5000 หรือติดตาม โปรโมชันของเคทีซีได้ที่ https://www.ktc.co.th สำหรับผู้ที่ต้องการสมัครสมาชิกบัตรเครดิตเคทีซี สามารถคลิกดูรายละเอียดได้ที่ลิงค์ https://ktc.today/apply-card หรือติดต่อศูนย์บริการสมาชิก “เคทีซี ทัช” ทุกสาขาทั่วประเทศ 

หมายเหตุ : บัตรเครดิตใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้ตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 16% ต่อปี

ในยุคที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทสำคัญกับชีวิตประจำวัน การเลือกวิธีการชำระเงินที่ทั้งปลอดภัยและ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์จึงกลายเป็นสิ่งสำคัญ ผู้บริโภคจำนวนไม่น้อยยังคงคุ้นชินกับการใช้เงินสด โดยอาจมองว่าเป็นวิธีที่จับต้องได้และง่ายต่อการควบคุมค่าใช้จ่าย หากแต่ในปัจจุบันบัตรเครดิตไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่เป็นเครื่องมือในการซื้อสินค้าหรือบริการเช่นเดียวกับเงินสดเท่านั้น บัตรเครดิตยังเป็นทางเลือกที่ให้ทั้งความปลอดภัย ความสะดวกสบาย และสิทธิประโยชน์ที่เงินสดไม่สามารถให้ได้

บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด ( มหาชน ) หรือ เคทีซี ได้รวบรวม 3 ข้อเทคนิตการใช้บัตรเครดิตในชีวิตประจำวัน ที่เหนือกว่าเงินสด ทั้งในด้านประสิทธิภาพ ความปลอดภัย ความคุ้มค่าที่เหนือกว่า และที่สำคัญคือการตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่อย่างแท้จริง โดยเทคนิคเหล่านี้สรุปความได้คือ

1. การป้องกันจากการสูญหายเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน

การพกเงินสดจำนวนมากเป็นสิ่งที่หลายคนมักทำซึ่งเป็นพฤติกรรมที่มาพร้อมกับความเสี่ยงที่มองไม่เห็น บางครั้งการไม่ระมัดระวังมากพออาจส่งผลให้เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ทั้งการสูญหายหรือการถูกโจรกรรม โดยที่โอกาสในการติดตามและนำเงินสดกลับคืนนั้นมีน้อยมากหรือแทบไม่มีเลย ยกตัวอย่างเช่น หากเกิดเหตุการณ์กระเป๋าสตางค์หายที่ต่างประเทศ การพกเงินสดเพียงอย่างเดียวอาจต้องเผชิญกับภาวะขาดสภาพคล่องโดยทันทีและไม่สามารถติดตามเงินคืนได้ แต่การใช้บัตรเครดิตจะสามารถแจ้งไปยังผู้ออกบัตรฯ เพื่ออายัดบัตรฯ หากใช้บัตรเครดิตเคทีซี จะสามารถอายัดผ่านแอป KTC Mobile ด้วยตัวเองได้ทันที ทำให้ผู้ถือบัตรฯ สามารถระงับความเสียหายตั้งแต่ต้นทางได้ อีกทั้งธนาคารหรือสถาบันทางการเงินที่ออกบัตรเครดิตมักมีนโยบายคุ้มครองผู้ถือบัตรฯ จากรายการที่เกิดจากการทุจริต ทำให้ไม่ต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการใช้บัตรเครดิตโดยไม่ได้รับอนุญาต

2. การทำธุรกรรมที่ตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน

การซื้อสินค้าหรือบริการด้วยเงินสดทำให้ผู้บริโภคมีความเสี่ยงสูงหากเกิดปัญหาต่าง ๆ เนื่องจากไม่มีหลักฐานการชำระเงินที่ชัดเจน ในขณะที่บัตรเครดิตมีการบันทึกรายการใช้จ่ายไว้อย่างเป็นระบบ พร้อมการแจ้งเตือนผ่านข้อความ SMS หรือแอปพลิเคชันทันทีเมื่อมีการทำธุรกรรม ทำให้ผู้ถือบัตรฯ สามารถตรวจสอบรายการใช้จ่ายย้อนหลังได้อย่างละเอียด หากพบรายการที่ไม่คุ้นเคยหรือสงสัยว่าเป็นการทุจริต สามารถติดต่อธนาคารหรือสถาบันทางการเงินเพื่อตรวจสอบและยกเลิกรายการนั้นได้ทันที รวมถึงลดความเสี่ยงจากการทอนเงินผิดพลาด อีกทั้งการใช้บัตรเครดิตยังช่วยให้สามารถติดตามและควบคุมการใช้จ่ายได้ง่ายขึ้นผ่านแอปพลิเคชันบัตรเครดิต โดยสามารถตรวจสอบวงเงินคงเหลือ รายการใช้จ่าย และชำระเงินได้อย่างสะดวกสบาย

3. สิทธิประโยชน์ที่มากกว่าเงินสด

การชำระเงินด้วยบัตรเครดิตไม่เพียงช่วยเพิ่มความสะดวกในชีวิตประจำวัน แต่ยังมาพร้อมสิทธิพิเศษมากมายที่เหนือกว่าการใช้เงินสด ไม่ว่าจะเป็นการสะสมคะแนนจากยอดใช้จ่าย ซึ่งสามารถแลกรับเป็นส่วนลดสินค้า โรงแรม ที่พัก ตั๋วเครื่องบิน และสิทธิพิเศษอื่น ๆ อีกมากมาย รวมถึงประกันการเดินทาง ประกันอุบัติเหตุ หรือบริการห้องรับรองในสนามบินซึ่งเป็นสิทธิพิเศษเพิ่มเติมตามประเภทของบัตรเครดิต โดยเฉพาะผู้ถือบัตรเครดิตเคทีซี จะได้รับคะแนน KTC FOREVER ซึ่งไม่มีวันหมดอายุ ช่วยให้สามารถวางแผนใช้คะแนนได้อย่างยืดหยุ่นตามความต้องการ โดยสามารถตรวจสอบคะแนนสะสมและสิทธิพิเศษต่าง ๆ ได้อย่างสะดวกผ่านแอป KTC Mobile นอกจากนี้ยังสามารถวางแผนการเงินในระยะยาวด้วยบริการแบ่งชำระ 0% ซึ่งเป็นความคุ้มค่าที่เงินสดไม่สามารถมอบให้ได้

การใช้บัตรเครดิตในชีวิตประจำวัน จึงไม่ใช่เพียงทางเลือกที่สะดวกสบายเท่านั้น หากแต่เป็นเครื่องมือที่ช่วยยกระดับความปลอดภัยในการใช้จ่ายได้อย่างรอบด้าน ช่วยให้ผู้บริโภคสามารถบริหารจัดการการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพและมั่นใจในทุกการทำธุรกรรม

ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ KTC PHONE 02 123 5000 หรือติดตามโปรโมชันของเคทีซีได้ที่ https://www.ktc.co.th สำหรับผู้ที่ต้องการสมัครสมาชิกบัตรเครดิตเคทีซี สามารถคลิกดูรายละเอียดได้ที่ลิงค์ https://ktc.today/apply-card หรือติดต่อศูนย์บริการสมาชิก “เคทีซี ทัช” ทุกสาขาทั่วประเทศ 

หมายเหตุ : บัตรเครดิตใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้ตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 16% ต่อปี

เคยสงสัยหรือไม่? ทำไมคนเราจัดการเรื่องเงินไม่เหมือนกัน บางคนชอบออมทุกบาท ส่วนอีกคนรูดบัตรแบบไม่คิด นั่นเป็นเพราะแต่ละคนมีนิสัยการใช้เงินที่แตกต่างกันไปตามไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต ความเชื่อและทัศนคติ ซึ่งถ้าเข้าใจสไตล์ของตัวเองเราก็จะบริหารเงินได้ง่ายขึ้นเยอะ อย่างเรื่องสำคัญ เช่น การตัดสินใจสมัครบัตรเครดิตให้ตอบโจทย์ความต้องการของเราได้ดีที่สุด วันนี้ ไม่ได้ fintips by ttb #เรื่องเงินที่รู้จริงแบบเพื่อนที่รู้ใจ จะพาไปรู้จักนิสัยการใช้เงินของตัวเองผ่าน Money Language

รู้จักตัวตนผ่าน Money Language

Money Language คือ นิสัยการใช้เงินที่แตกต่างกันตามไลฟ์สไตล์การใช้จ่ายของแต่ละคน มารู้จักตัวตนผ่าน 5 นิสัยการใช้เงินเพื่อบริหารสุขภาพทางการเงินที่ตรงกับความเป็นตัวเองได้อย่างยั่งยืน เช่น

· เก็บออมและคุมงบการใช้จ่าย

· ตัดสินใจเรื่องเงินทองได้อย่างเข้าใจตัวเอง

· มีเป้าหมายทางการเงินที่ชัดเจนกับความเป็นจริง

· รู้ทันการใช้เงินของตัวเอง เลี่ยงปัญหาทางการเงินในอนาคต

· สร้างนิสัยการใช้จ่ายที่ดีให้กับตัวเอง

 

5 นิสัยการใช้เงินแต่ละแบบ ต่างกันอย่างไร?

The spend-o-holic

“Spend-o-holic” นักช้อปตัวยง รักการช้อปปิ้งเป็นชีวิตจิตใจ ไม่คิดเยอะ พร้อมใช้เงินซื้อทุกสิ่ง เพราะการช้อปปิ้ง คือ ความสุขหลักทางใจ ซึ่งทำให้ออมเงินเก็บไว้ได้ยาก จนอาจส่งผลต่อสุขภาพทางการเงิน และเกิดวิกฤตจากการใช้เงินเกินตัว ดังนั้น สิ่งที่มนุษย์ Spend-o-holic ควรทำเมื่อมีบัตรเครดิตอยู่ในมือคือการรักษาสุขภาพทางการเงินให้อยู่ในระดับที่ดีต่อใจผ่านวิธีตั้งค่าการใช้งานบัตรเครดิตแบบรู้ทันตัวเอง เช่น

· มีลิมิตการใช้งานบัตรเครดิตต่อวันและต่อครั้งให้อยู่ในระดับที่มั่นใจว่าตัวเองสามารถชำระคืนได้เต็มจำนวนและตรงเวลา

· ติดตามยอดการใช้จ่ายสม่ำเสมอเพื่อเตือนใจตัวเองไม่ให้ใช้เกินลิมิต · ควบคุมวงเงินการใช้บัตรเครดิตด้วยบัตรเครดิต ttb ผ่านแอป ttb touch ซึ่งเป็นผู้ช่วยนักช้อปให้ยั้งใจก่อนใช้อีกแรง

The Entertainer

“Entertainer” ยอดนักเอ็นเทอร์เทน เพราะชีวิตคือการเอ็นจอยกับประสบการณ์ใหม่ ๆ นิสัยใช้เงินของมนุษย์นักสร้างสีสันจึงมักจะให้คุณค่ากับการใช้จ่ายเพื่อให้ใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่ ชอบค้นหาและทดลองกิจกรรมใหม่ ๆ ให้ชีวิตมีสีสัน เนื่องจากเชื่อว่าความทรงจำที่น่าประทับใจคือสิ่งมีค่าในชีวิต ซึ่งสิ่งที่นักเอ็นเทอร์เทนควรทำเมื่อมีบัตรเครดิตอยู่ในมือคือการตั้งงบประมาณเพื่อหลีกเลี่ยงการตามใจตัวเองเกินไปจะได้ไม่มีเรื่องเงินมาให้เครียดในภายหลัง เช่น

· การจัดลำดับความสำคัญเพื่อหาสมดุลในการใช้จ่าย

· แบ่งค่าใช้จ่ายเรื่องที่จำเป็น และค่าใช้จ่ายเพื่อความเอ็นเทอร์เทนออกจากกัน

· มีเป้าหมายระยะสั้นและระยะยาวให้ตัวเอง

· การวางแผนการใช้จ่ายล่วงหน้าหากเป็นรายจ่ายใหญ่ ๆ

· มีเงินสำรองฉุกเฉิน · ใช้สิทธิประโยชน์จากบัตรเครดิตแบบสะสมคะแนนเพื่อแลกเปลี่ยนคะแนนสะสมที่มีเป็นสิทธิประโยชน์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์

The Worrywart

“Worrywart” จอมกังวลตัวตึง นึกถึงเรื่องเงินเมื่อไหร่ เป็นต้องรู้สึกกังวลสุดขั้ว ทำให้กลายเป็นคนเคร่งครัดและเข้มงวดในเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ กับตัวเองตลอดเวลา จนไม่กล้าต่อยอดสร้างโอกาสใหม่ ๆ หลีกเลี่ยงการใช้เงินในทุกวิถีทาง โดยสิ่งที่มนุษย์ Worrywart ควรทำคือการหาสมดุลให้ตัวเอง เพราะแม้ความกังวลจะช่วยให้มีสติยั้งคิดและระแวดระวัง แต่สิ่งสำคัญไม่แพ้กันคือการอยู่กับความเป็นจริงเพื่อลดทอนความเคร่งเครียดในจิตใจและใช้ชีวิตได้อย่างอิสระมากขึ้น ประโยชน์ที่มนุษย์จอมกังวลจะได้รับจากการมีบัตรเครดิตคือ การเพิ่มเครื่องมือทางการเงินที่ยืดหยุ่นมากขึ้น เช่น

· สามารถช่วยติดตามการใช้จ่าย เห็นประวัติการใช้เงินของตัวเองที่ตรงความจริง

· สร้างเครดิตทางการเงิน มีหลักฐานความน่าเชื่อถือทางการเงินของตัวเอง เมื่อถึงคราวต้องขอสินเชื่อในอนาคตก็มีวินัยของตัวเองเป็นข้อพิสูจน์ที่ชัดเจน

· เป็นผู้ช่วยในยามจำเป็น เพราะบัตรเครดิตมีระยะเวลาปลอดดอกเบี้ย เช่น บัตรเครดิต ttb ที่สามารถใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตได้ปลอดดอกเบี้ยเป็นระยะเวลา 50 วัน นับจากวันแรกของรอบบัญชีไปจนถึงวันกำหนดชำระเงินหากชำระเต็มจำนวนตามวันครบกำหนด หากมีเหตุจำเป็นต้องใช้จ่ายเร่งด่วนก็พึ่งพาได้โดยจะไม่ถูกคิดดอกเบี้ยสำหรับ 50 วันนั้นเพียงชำระคืนแบบเต็มจำนวนและตรงเวลา

 The Super Saver

“Super Saver” ตัวจริงเรื่องเก็บออม รักความคุ้มค่า มองหาทุกหนทางเพื่อเพิ่มโอกาสประหยัดรายจ่าย มีจุดหมายในการเก็บเงินเพื่อสร้างความมั่นคงให้ตัวเองอย่างแน่วแน่และสม่ำเสมอ เพื่อให้แน่ใจว่าสถานะทางการเงินจะมั่นคงในระยะยาว ซึ่งสิ่งที่มนุษย์ Super Saver ควรทำคือการวางแผนเรื่องลงทุนให้สอดคล้องกับเป้าหมายทางการเงิน เพื่อต่อยอดด้วยการลงทุนระยะยาว จะช่วยขยายกำไรให้งอกเงยเพิ่มขึ้น แต่ต้องไม่ลืมเรื่องความยืดหยุ่นและการให้รางวัลตัวเองเป็นครั้งคราวเพื่อเป็นกำลังใจให้ตัวเอง ซึ่งบัตรเครดิตประเภทเครดิตเงินคืนจะตอบโจทย์เรื่องความคุ้มค่ามากกว่าเงินสด เช่น บัตรเครดิตเงินคืน บัตรเครดิตสำหรับนักออมเงินเน้นความคุ้มค่า รับเงินคืนทุกการใช้จ่าย 1% เข้าบัญชีเงินฝาก ทีทีบี โนฟิกซ์ สูงสุด 2,000 บาทต่อบัญชีบัตร ต่อรอบบัญชี ทุกร้านค้าตามเงื่อนไขที่ธนาคารกำหนด ไม่ต้องรอโปร ฟรีค่าธรรมเนียมทั้งแรกเข้าและรายปี

The Happy Medium

“Happy Medium” มนุษย์ตรงกลาง บาลานซ์ความต่างหาสมดุลระหว่างโจทย์ทางการเงินและความสุขในชีวิตได้อย่างลงตัว มีแผนสำรองไว้ล่วงหน้า พร้อมสนุกกับชีวิตและมีความรับผิดชอบต่อตัวเองไปพร้อมกัน ทั้งยังรอบคอบกับการใช้จ่ายและการเก็บออม โดยสิ่งที่มนุษย์ Happy Medium ควรทำเพื่อรักษาความแฮปปี้ในจิตใจให้ยั่งยืนนั้น คือ การตั้งเป้าหมายทั้งระยะสั้นและระยะยาวเพื่อหาสมดุลให้ตัวเองอยู่เสมอ พร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงทุกเมื่อ เช่น มีเครื่องมือทางการเงินอย่างบัตรเครดิตที่สามารถเพิ่มความยืดหยุ่นให้ไลฟ์สไตล์ได้มากขึ้น มีทางเลือกในการจ่ายเงิน เพราะได้รับสิทธิประโยชน์จากคะแนนสะสมหรือเครดิตเงินคืนที่ตอบโจทย์ความหลากหลาย จัดการรายจ่ายได้อย่างยืดหยุ่นทั้งยังสร้างความน่าเชื่อถือทางการเงินไปพร้อมกัน

รีบสำรวจเลย! เพราะการรู้จักนิสัยการใช้เงินของตัวเองผ่าน Money Language และเลือกบัตรเครดิตที่ตอบโจทย์กับนิสัยการใช้จ่าย นอกจากจะทำให้ใช้บัตรเครดิตได้อย่างคุ้มค่าและได้สิทธิประโยชน์กลับคืนมามากที่สุดแล้ว ยังช่วยให้เราใช้เงินได้อย่างมีความสุขและฉลาดขึ้น ยิ่งถ้าเราเข้าใจนิสัยการใช้เงินของคนใกล้ตัว ก็จะช่วยลดปัญหาทะเลาะกันเรื่องเงินได้ด้วย

“เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการส่งเสริมคุณภาพชีวิตเด็กและชุมชนที่ขาดแคลน โดยนางสาวสิรีรัตน์ คอวนิช (ซ้าย) ผู้บริหารสูงสุด ฝ่ายการตลาดบัตรเครดิต เป็นตัวแทนส่งมอบเงินบริจาค เพื่อสมทบทุนเข้าโครงการอุปการะเด็กของมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย โดยการบริจาคครั้งนี้เกิดขึ้นได้ด้วยน้ำใจของสมาชิกบัตรเครดิตเคทีซีที่ร่วมกันใช้จ่ายผ่านบัตร และใช้คะแนนสะสม KTC FOREVER แลกเปลี่ยนเป็นเงินบริจาค โดยทุก ๆ 1000 คะแนน สามารถแลกเป็นเงินบริจาคมูลค่า 100 บาท ซึ่งมียอดใช้จ่ายบัตรเครดิตที่เข้าร่วมโครงการรวมกว่า 29,625,629 บาท เพื่อนำไปพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็ก ครอบครัว และชุมชนที่เผชิญความยากลำบาก ช่วยสร้างโอกาสทางการศึกษา และสนับสนุนการพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน โดยมีนางรสลิน โกแวร์ (ขวา) ผู้อำนวยการ มูลนิธิศุภนิมิตฯ เป็นผู้รับมอบ ณ มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไท

นางสาวสิรีรัตน์ กล่าวว่า "เคทีซีต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างโอกาสให้เด็ก ๆ ซึ่งเป็นอนาคตของชาติ ได้เติบโตในสภาพแวดล้อมที่ดีขึ้น ขอขอบคุณสมาชิกบัตรเครดิตเคทีซีที่ร่วมแบ่งปันน้ำใจและมีส่วนร่วมในการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ เพื่อให้เด็กไทยมีชีวิตที่ดีขึ้น และสามารถก้าวสู่อนาคตที่สดใสได้อย่างมั่นคง"

นางรสลิน กล่าว “มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย เป็นองค์กรสาธารณกุศลที่มุ่งเน้นการพัฒนา และการรณรงค์เพื่อเสริมสร้างความยุติธรรมทางสังคม โดยทำงานร่วมกับครอบครัวและชุมชนในการมีส่วนช่วยขจัดปัญหาความยากจน ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตความเป็นอยู่ของเด็ก ๆ ปัจจุบันมูลนิธิฯ มีพื้นที่ดำเนินงานด้านโครงการพัฒนา 56 แห่ง ใน 35 จังหวัดทั่วประเทศ พร้อมดูแลเด็กในโครงการกว่า 38,000 คน โดยไม่มีข้อจำกัดด้านเพศ เชื้อชาติ ภาษา และศาสนา ความสำเร็จในครั้งนี้เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงพลังแห่งการให้ ที่สามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตของเด็ก ๆ และชุมชนให้ดีขึ้น ขอขอบคุณสมาชิกบัตรเครดิตเคทีซีทุกท่านที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสรรค์สังคมที่เข้มแข็งและยั่งยืนค่ะ”

Page 1 of 7
X

Right Click

No right click