

เคทีซีและกลุ่มบริษัทเผยผลประกอบการปี 2568 กำไรสุทธิ 7,782 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.6% จากปี 2567 สะท้อนความแข็งแกร่งของกลยุทธ์ บริหารสินเชื่อและการทรานส์ฟอร์ มสู่ดิจิทัล รายได้และกำไรเติบโตต่อเนื่อง พร้อมรักษาคุณภาพพอร์ตสินเชื่ อรวม 1.12 แสนล้านบาท และอัตราหนี้เสีย (NPL) อยู่ในกรอบเป้าหมาย ท่ามกลางการเติบโตของการใช้จ่ ายผ่านบัตรเครดิตที่ยังคงเหนื อกว่าภาพรวมอุตสาหกรรม เดินหน้ากลยุทธ์ดิจิทัล สร้างประสบการณ์ที่น่าจดจำให้กั บลูกค้า คุมคุณภาพสินทรัพย์ และขยายฐานสมาชิกท่ ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว นางพิทยา วรปัญญาสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “แม้ภาพรวมของอุตสาหกรรมสินเชื่อผู้บริโภคจะหดตัว จากความไม่แน่นอนของสภาพเศรษฐกิ จและผู้บริโภคระมัดระวังการใช้ จ่ายมากขึ้น การดำเนินธุรกิจของเคทีซีในช่วง 11 เดือน (มกราคม-พฤศจิกายน 2568) ยังครองส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้ นจากช่วงเดียวกันของปี 2567 โดยสัดส่วนปริมาณการใช้จ่ ายผ่านบัตรอยู่ที่ 13.6% เพิ่มขึ้นจาก 13.1% ในขณะที่สัดส่วนลูกหนี้บั ตรเครดิตเทียบกับอุตสาหกรรมอยู่ ที่ 14.9% จาก 14.3% และสัดส่วนของลูกหนี้สินเชื่อบุ คคล (ไม่รวมสินเชื่อที่มีทะเบี ยนรถเป็นประกัน) เทียบกับอุตสาหกรรมอยู่ที่ 4.2% จาก 4.1%” “ปี 2568 เป็นอีกหนึ่งปีที่มีความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตั วต่อเนื่อง แต่กลุ่มบริษัทเคทีซียังคงสร้ างผลกำไรสุทธิสูงขึ้นกว่าปีก่ อนหน้า ตามเป้าหมายที่ได้วางไว้ ซึ่งสะท้อนถึงความแข็งแกร่ งในการดำเนินงาน การบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิ ภาพ รวมทั้งการรักษาคุณภาพสินทรัพย์ ได้เป็นอย่างดี และในปี 2569 เราพร้อมจะเดินหน้ารักษาความแข็ งแกร่งของพอร์ตลูกหนี้ เพิ่มการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิ ตอย่างมีคุณค่าและสมเหตุสมผลให้ กับสมาชิกอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการลงทุนในเทคโนโลยีดิ จิทัล โดยเริ่มใช้ระบบงานหลักใหม่ (Core System) เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่ นและยกระดับประสบการณ์ลูกค้า สนับสนุนการเติบโตของสองธุรกิ จหลัก คือบัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคล พร้อมต่อยอดสู่ธุรกิจนายหน้ าประกันภัยเพื่อสร้างรายได้อย่ างยั่งยืน” “กลุ่มบริษัทยังคงให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจด้ วยความรอบคอบระมัดระวัง และติดตามสถานการณ์ต่างๆ อย่างใกล้ชิด เพื่อบริหารความเสี่ยงรอบด้ านอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการใช้ข้อมูลและระบบวิ เคราะห์ขั้นสูง เพื่อรักษาคุณภาพหนี้และความมั่ นคงทางการเงินในระยะยาว โดยคาดว่าในปี 2569 บริษัทฯ จะมีกำไรสุทธิมากกว่าปี 2568 พอร์ตสินเชื่อรวมเติบโตประมาณ 1-2% และคุม NPL ไม่เกิน 2% ปริมาณใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิ ตเติบโต 5% และพอร์ตสินเชื่อส่วนบุคคลเติ บโต 2% อย่างไรก็ตาม หากในปี 2569 เศรษฐกิจไทยมีความแข็งแกร่ง เคทีซีเชื่อว่าธุรกิ จจะสามารถเติบโตได้ดีกว่าที่ ประมาณการไว้” ข้อมูล ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 เปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2567 เคทีซีมีสมาชิกรวม 3,673,244 บัญชี เงินให้สินเชื่อแก่ลูกหนี้ และดอกเบี้ยค้างรับรวม 111,585 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.4% NPL Ratio อยู่ที่ 1.79% โดยสมาชิกบัตรเครดิตมีจำนวน 2,964,426 บัตร เพิ่มขึ้น 5.9% เงินให้สินเชื่อแก่ลูกหนี้บั ตรเครดิตและดอกเบี้ยค้างรั บรวมมีมูลค่า 73,876 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยที่ 0.1% อัตราการขยายตัวของปริมาณการใช้ จ่ายผ่านบัตรเครดิตในปี 2568 อยู่ที่ 3.6% NPL Ratio บัตรเครดิตอยู่ที่ 1.09% สมาชิกสินเชื่อบุคคล 708,818 บัญชี เพิ่มขึ้น 2.9% คิดเป็นเงินให้สินเชื่อแก่ลู กหนี้สินเชื่อบุคคลและดอกเบี้ ยค้างรับรวม 36,202 ล้านบาท ขยายตัว 3.2% (รวมเงินให้สินเชื่อเคทีซี พี่เบิ้ม รถแลกเงิน) NPL Ratio สินเชื่อบุคคลอยู่ที่ 2.55% สำหรับสินเชื่อลูกหนี้ ตามสัญญาเช่ามูลค่า 1,507 ล้านบาท ลดลง 28.6% ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของบริษัทที่ ได้หยุดการปล่อยสินเชื่ อประเภทนี้ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2566 โดยปัจจุบันมุ่งเน้นการติ ดตามหนี้ และบริหารจัดการคุณภาพพอร์ตสิ นเชื่อที่มีอยู่เท่านั้น ในปี 2568 กลุ่มบริษัทเคทีซีมีรายได้รวมอยู่ที่ 27,695 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อยที่ 0.9% (YoY) ขณะที่ค่าใช้จ่ายรวม เท่ากับ 17,239 ล้านบาท ลดลง 5.23% (YoY) จากผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่ าจะเกิดขึ้นลดลง เป็นผลมาจากการบริหารจัดการคุ ณภาพสินทรัพย์ได้ดี รวมถึงค่าใช้จ่ายทางการเงินที่ ลดลงจากเงินกู้ยืมที่ลดลง โดยมีค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่ มขึ้นเล็กน้อยจากค่าใช้จ่ ายทางการตลาดสำหรับกิจกรรมส่ งเสริมการขายที่กระตุ้นปริ มาณการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต และจัดหาสมาชิกใหม่ ส่งผลให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ ายในการบริหารต่อรายได้รวมอยู่ ที่ 34.8% ปรับลงเล็กน้อยจาก 35.0% ในด้านคุณภาพสินทรัพย์ กลุ่มบริษัทยั งคงความสามารถในการบริหารจั ดการได้ดี รักษาระดับเงินสำรองที่แข็งแกร่ งและเพียงพอ โดยมี Credit Cost สำหรับปี 2568 อยู่ที่ 5.3% ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกั นของปีก่อนซึ่งอยู่ที่ 6.1% ด้านสภาพคล่อง กลุ่มบริษัทเคทีซีมีวงเงินกู้ยืมระยะสั้นที่ยังไม่เบิกใช้ คงเหลือ (Available Credit Line) ทั้งสิ้น 20,470 ล้านบาท และมีภาระหนี้หุ้นกู้และเงินกู้ ยืมระยะยาวที่ จะครบกำหนดชำระในปี 2569 ทั้งสิ้น 15,830 ล้านบาท ซึ่งแสดงให้เห็นว่าบริษัทมี สภาพคล่องที่สูงกว่าภาระหนี้ที่ ใกล้ครบกำหนด และมีสถานะสภาพคล่องที่แข็งแกร่ งและความเสี่ยงด้านการผิดนั ดชำระหนี้ในระยะสั้นที่อยู่ ในระดับต่ำมาก นางพิทยากล่าวถึงความคืบหน้าในการประกอบธุรกิจนายหน้าประกั นภัย (ประกันวินาศภัยและประกันชีวิต) “ปัจจุบันบริษัทเริ่มดำเนินงาน ด้วยการสร้างความร่วมมือกับพั นธมิตรบริษัทประกัน เพื่อจะนำเสนอผลิตภัณฑ์ประกันภั ยที่หลากหลายผ่านช่องทางต่างๆ ของเคทีซี ให้กับสมาชิกบัตรเครดิตและสิ นเชื่อบุคคลของบริษัทฯ โดยเน้นการนำเอาเทคโนโลยีมาปรั บใช้เพื่อตอบสนองความต้ องการของสมาชิกให้ตรงจุด และยกระดับการให้ คำแนะนำและการจัดการข้อมูลลูกค้ าอย่างปลอดภัยโดยคำนึงถึ งความเป็นส่วนตัว เพื่อเป็นการสร้างโอกาสทางธุรกิ จใหม่ๆ รวมถึงการเพิ่มรายได้จากค่ าธรรมเนียม การนำเสนอผลิตภัณฑ์ประกันภัย โดยมีเป้าหมายการเติบโตอย่างค่ อยเป็นค่อยไป เน้นขยายตัวอย่างรอบคอบ ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งในการเพิ่ มมูลค่าการบริการให้แก่ลูกค้ าและช่วยสร้างรายได้เพิ่มให้แก่ บริษัท” เคทีซียังคงดำเนินมาตรการให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ระยะยาวอย่ างต่อเนื่อง ตามแนวทางประกาศของ ธปท. ที่ 3/2568 เรื่อง การให้สินเชื่ออย่างรับผิ ดชอบและเป็นธรรม (Responsible Lending) โดยพิจารณาอนุมัติสินเชื่อให้ลู กหนี้แต่ละรายให้สอดคล้องกั บความสามารถในการชำระหนี้ของลู กหนี้ และไม่ทำให้ลูกหนี้มีภาระหนี้ เพิ่มขึ้นจากภาระหนี้เดิมเกิ นสมควร คลิกดูรายละเอียดการให้ความช่ วยเหลือลูกหนี้ได้ที่ลิงก์ https://www.ktc.co.th/about/ news/measure อีกทั้งในฐานะที่ เคทีซีเป็น Non-Bank ในกลุ่มธุรกิจการเงิ นของธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ได้ให้ความร่วมมือกับธนาคารแห่ งประเทศไทย เข้าร่วมโครงการ “คุณสู้ เราช่วย” ทั้งระยะที่ 1 และระยะที่ 2 เพื่อสนับสนุนลูกหนี้กลุ่ มเปราะบางให้สามารถฟื้นตัวกลั บมาชำระหนี้ได้ตามปกติ โดยเมื่อรายได้ฟื้นตัว ก็สามารถปิดจบหนี้ได้ โดยได้ปิดรับลงทะเบียนเข้าร่ วมโครงการไปเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2568 นอกจากนี้ เมื่อมีสถานการณ์ที่ลูกหนี้ได้รับผลกระทบจากสาธารณภัยต่างๆ เช่น อุทกภัยในภาคใต้ เป็นต้น เคทีซีได้ออกมาตรการช่วยเหลือลู กหนี้ ไม่ว่าจะเป็นการปรับลดอัตราผ่ อนชำระขั้นต่ำหรือการปรับลดค่ างวดลง โดยลูกค้าที่ได้รั บผลกระทบสามารถแจ้งความประสงค์ เข้าร่วมมาตรการดังกล่าว เพื่อช่วยบรรเทาภาระและช่วยให้ สามารถฟื้นตัวกลับมาได้โดยเร็ว ล่าสุดบริษัทฯ เข้าร่วมโครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” ซึ่งเป็นกรณีที่เคทีซีขายหนี้ที่ ไม่มีหลักประกันของลูกหนี้รายย่ อยที่ค้างชำระเงินต้นหรือดอกเบี้ ยเกินกว่า 90 วัน (NPL) นับแต่วันครบกำหนดชำระ ซึ่งลูกหนี้ดังกล่าวมีภาระหนี้ NPL รวมทุกผู้ให้บริการทางการเงิ นและทุกประเภทสินเชื่อไม่เกิน 100,000 บาทต่อราย ให้กับบริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (SAM) เพื่อทำการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ แบบผ่อนปรนและลดภาระหนี้ให้ลู กหนี้ โดยโครงการฯ เริ่มเปิดให้ลงทะเบียนเข้าร่ วมโครงการผ่านช่ องทางของธนาคารแห่งประเทศไทยตั้ งแต่วันที่ 5 มกราคม 2569 เป็นต้นไป ทั้งนี้ บริษัทฯ ประเมินว่า การดำเนินตามโครงการฯ ดังกล่าว หรือมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ทั้งหมดข้างต้น จะไม่ส่งผลกระทบที่เป็นนัยสำคั ญต่อภาพรวมผลการดำเนินงานของกลุ่ มบริษัท รวมถึงบริษัทฯ ได้มีการตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้ ไว้ครบถ้วนแล้ว
เคทีซี หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ประกาศความร่วมมือกับ AirAsia MOVE แพลตฟอร์มดิจิทัลด้านการเดินทางครบวงจร เพื่อตอบรับเทรนด์การจองเที่ยวบินและที่พักผ่านช่องทางออนไลน์ที่เติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มผู้ใช้ OTA (Online Travel Agency) ซึ่งขณะนี้มีสัดส่วนกว่า 55% ของนักท่องเที่ยวไทย และกว่า 98% เปิดรับการใช้เทคโนโลยีและ AI เพื่อเพิ่มความสะดวกในการเดินทาง
นางสาววริษฐา พัฒนรัชต์ ผู้บริหารสูงสุดฝ่ายการตลาดบัตรเครดิต “เคทีซี” เปิดเผยว่า “ในปี 2568 มียอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตเคทีซีในกลุ่ม OTA รวมกว่า 4,073 ล้านบาท เติบโตถึง 22% สะท้อนพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของนักเดินทางรุ่นใหม่ เคทีซีจึงเดินหน้าสร้างพันธมิตรกับแพลตฟอร์มชั้นนำอย่าง MOVE เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นและมอบสิทธิพิเศษที่คุ้มค่ายิ่งขึ้นให้กับสมาชิก ผ่านสิทธิประโยชน์ อาทิ การแลกคะแนน KTC FOREVER เป็นส่วนลดสูงสุด 1,400 บาท หรือรับเครดิตเงินคืน 13% เมื่อใช้คะแนนเท่ายอดซื้อ”
ภายใต้แนวคิด “เดินทางได้มากขึ้น ในราคาน้อยลง” แพลตฟอร์ม MOVE ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์นักเดินทางยุคดิจิทัล ให้สามารถจองเที่ยวบิน โรงแรม บริการเสริม และยกเลิกการเดินทางได้อย่างคล่องตัว โดยสิทธิพิเศษสำหรับสมาชิก KTC ผ่านแอป MOVE ที่เข้าร่วมแคมเปญระหว่างวันที่ 15 พฤษภาคม – 15 สิงหาคม 2568 ได้แก่:
· ส่วนลดบริการเสริม (ค่าน้ำหนักสัมภาระและอาหารบนเครื่อง) สูงสุด 15%
· ส่วนลดค่าจองโรงแรม 230 บาท
· รับคะแนน AirAsia Points
· บริการ EasyCancel สำหรับยกเลิกเที่ยวบิน
· ฟรีค่าธรรมเนียมการจองเที่ยวบินแอร์เอเชียที่ทำรายการผ่าน MOVE
ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนแนวทางของเคทีซีในการยกระดับบริการให้สอดรับกับยุคดิจิทัล โดยใช้คะแนนสะสม KTC FOREVER เป็นเครื่องมือหลักในการมอบประสบการณ์การเดินทางที่ “คล่องตัว คุ้มค่า และเป็นไปได้จริง” สำหรับนักเดินทางทุกกลุ่ม
ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ KTC PHONE โทรศัพท์ 02 123 5000 หรือติดตาม โปรโมชันของเคทีซีได้ที่ https://www.ktc.co.th สำหรับผู้ที่ต้องการสมัครสมาชิกบัตรเครดิตเคทีซี สามารถคลิกดูรายละเอียดได้ที่ลิงค์ https://ktc.today/apply-card หรือติดต่อศูนย์บริการสมาชิก “เคทีซี ทัช” ทุกสาขาทั่วประเทศ
หมายเหตุ : บัตรเครดิตใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้ตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 16% ต่อปี
ในยุคที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทสำคัญกับชีวิตประจำวัน การเลือกวิธีการชำระเงินที่ทั้งปลอดภัยและ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์จึงกลายเป็นสิ่งสำคัญ ผู้บริโภคจำนวนไม่น้อยยังคงคุ้นชินกับการใช้เงินสด โดยอาจมองว่าเป็นวิธีที่จับต้องได้และง่ายต่อการควบคุมค่าใช้จ่าย หากแต่ในปัจจุบันบัตรเครดิตไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่เป็นเครื่องมือในการซื้อสินค้าหรือบริการเช่นเดียวกับเงินสดเท่านั้น บัตรเครดิตยังเป็นทางเลือกที่ให้ทั้งความปลอดภัย ความสะดวกสบาย และสิทธิประโยชน์ที่เงินสดไม่สามารถให้ได้
บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด ( มหาชน ) หรือ เคทีซี ได้รวบรวม 3 ข้อเทคนิตการใช้บัตรเครดิตในชีวิตประจำวัน ที่เหนือกว่าเงินสด ทั้งในด้านประสิทธิภาพ ความปลอดภัย ความคุ้มค่าที่เหนือกว่า และที่สำคัญคือการตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่อย่างแท้จริง โดยเทคนิคเหล่านี้สรุปความได้คือ
1. การป้องกันจากการสูญหายเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน
การพกเงินสดจำนวนมากเป็นสิ่งที่หลายคนมักทำซึ่งเป็นพฤติกรรมที่มาพร้อมกับความเสี่ยงที่มองไม่เห็น บางครั้งการไม่ระมัดระวังมากพออาจส่งผลให้เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ทั้งการสูญหายหรือการถูกโจรกรรม โดยที่โอกาสในการติดตามและนำเงินสดกลับคืนนั้นมีน้อยมากหรือแทบไม่มีเลย ยกตัวอย่างเช่น หากเกิดเหตุการณ์กระเป๋าสตางค์หายที่ต่างประเทศ การพกเงินสดเพียงอย่างเดียวอาจต้องเผชิญกับภาวะขาดสภาพคล่องโดยทันทีและไม่สามารถติดตามเงินคืนได้ แต่การใช้บัตรเครดิตจะสามารถแจ้งไปยังผู้ออกบัตรฯ เพื่ออายัดบัตรฯ หากใช้บัตรเครดิตเคทีซี จะสามารถอายัดผ่านแอป KTC Mobile ด้วยตัวเองได้ทันที ทำให้ผู้ถือบัตรฯ สามารถระงับความเสียหายตั้งแต่ต้นทางได้ อีกทั้งธนาคารหรือสถาบันทางการเงินที่ออกบัตรเครดิตมักมีนโยบายคุ้มครองผู้ถือบัตรฯ จากรายการที่เกิดจากการทุจริต ทำให้ไม่ต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการใช้บัตรเครดิตโดยไม่ได้รับอนุญาต
2. การทำธุรกรรมที่ตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน
การซื้อสินค้าหรือบริการด้วยเงินสดทำให้ผู้บริโภคมีความเสี่ยงสูงหากเกิดปัญหาต่าง ๆ เนื่องจากไม่มีหลักฐานการชำระเงินที่ชัดเจน ในขณะที่บัตรเครดิตมีการบันทึกรายการใช้จ่ายไว้อย่างเป็นระบบ พร้อมการแจ้งเตือนผ่านข้อความ SMS หรือแอปพลิเคชันทันทีเมื่อมีการทำธุรกรรม ทำให้ผู้ถือบัตรฯ สามารถตรวจสอบรายการใช้จ่ายย้อนหลังได้อย่างละเอียด หากพบรายการที่ไม่คุ้นเคยหรือสงสัยว่าเป็นการทุจริต สามารถติดต่อธนาคารหรือสถาบันทางการเงินเพื่อตรวจสอบและยกเลิกรายการนั้นได้ทันที รวมถึงลดความเสี่ยงจากการทอนเงินผิดพลาด อีกทั้งการใช้บัตรเครดิตยังช่วยให้สามารถติดตามและควบคุมการใช้จ่ายได้ง่ายขึ้นผ่านแอปพลิเคชันบัตรเครดิต โดยสามารถตรวจสอบวงเงินคงเหลือ รายการใช้จ่าย และชำระเงินได้อย่างสะดวกสบาย
3. สิทธิประโยชน์ที่มากกว่าเงินสด
การชำระเงินด้วยบัตรเครดิตไม่เพียงช่วยเพิ่มความสะดวกในชีวิตประจำวัน แต่ยังมาพร้อมสิทธิพิเศษมากมายที่เหนือกว่าการใช้เงินสด ไม่ว่าจะเป็นการสะสมคะแนนจากยอดใช้จ่าย ซึ่งสามารถแลกรับเป็นส่วนลดสินค้า โรงแรม ที่พัก ตั๋วเครื่องบิน และสิทธิพิเศษอื่น ๆ อีกมากมาย รวมถึงประกันการเดินทาง ประกันอุบัติเหตุ หรือบริการห้องรับรองในสนามบินซึ่งเป็นสิทธิพิเศษเพิ่มเติมตามประเภทของบัตรเครดิต โดยเฉพาะผู้ถือบัตรเครดิตเคทีซี จะได้รับคะแนน KTC FOREVER ซึ่งไม่มีวันหมดอายุ ช่วยให้สามารถวางแผนใช้คะแนนได้อย่างยืดหยุ่นตามความต้องการ โดยสามารถตรวจสอบคะแนนสะสมและสิทธิพิเศษต่าง ๆ ได้อย่างสะดวกผ่านแอป KTC Mobile นอกจากนี้ยังสามารถวางแผนการเงินในระยะยาวด้วยบริการแบ่งชำระ 0% ซึ่งเป็นความคุ้มค่าที่เงินสดไม่สามารถมอบให้ได้
การใช้บัตรเครดิตในชีวิตประจำวัน จึงไม่ใช่เพียงทางเลือกที่สะดวกสบายเท่านั้น หากแต่เป็นเครื่องมือที่ช่วยยกระดับความปลอดภัยในการใช้จ่ายได้อย่างรอบด้าน ช่วยให้ผู้บริโภคสามารถบริหารจัดการการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพและมั่นใจในทุกการทำธุรกรรม
ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ KTC PHONE 02 123 5000 หรือติดตามโปรโมชันของเคทีซีได้ที่ https://www.ktc.co.th สำหรับผู้ที่ต้องการสมัครสมาชิกบัตรเครดิตเคทีซี สามารถคลิกดูรายละเอียดได้ที่ลิงค์ https://ktc.today/apply-card หรือติดต่อศูนย์บริการสมาชิก “เคทีซี ทัช” ทุกสาขาทั่วประเทศ
หมายเหตุ : บัตรเครดิตใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้ตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 16% ต่อปี
เคยสงสัยหรือไม่? ทำไมคนเราจัดการเรื่องเงินไม่เหมือนกัน บางคนชอบออมทุกบาท ส่วนอีกคนรูดบัตรแบบไม่คิด นั่นเป็นเพราะแต่ละคนมีนิสัยการใช้เงินที่แตกต่างกันไปตามไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต ความเชื่อและทัศนคติ ซึ่งถ้าเข้าใจสไตล์ของตัวเองเราก็จะบริหารเงินได้ง่ายขึ้นเยอะ อย่างเรื่องสำคัญ เช่น การตัดสินใจสมัครบัตรเครดิตให้ตอบโจทย์ความต้องการของเราได้ดีที่สุด วันนี้ ไม่ได้ fintips by ttb #เรื่องเงินที่รู้จริงแบบเพื่อนที่รู้ใจ จะพาไปรู้จักนิสัยการใช้เงินของตัวเองผ่าน Money Language
รู้จักตัวตนผ่าน Money Language
Money Language คือ นิสัยการใช้เงินที่แตกต่างกันตามไลฟ์สไตล์การใช้จ่ายของแต่ละคน มารู้จักตัวตนผ่าน 5 นิสัยการใช้เงินเพื่อบริหารสุขภาพทางการเงินที่ตรงกับความเป็นตัวเองได้อย่างยั่งยืน เช่น
· เก็บออมและคุมงบการใช้จ่าย
· ตัดสินใจเรื่องเงินทองได้อย่างเข้าใจตัวเอง
· มีเป้าหมายทางการเงินที่ชัดเจนกับความเป็นจริง
· รู้ทันการใช้เงินของตัวเอง เลี่ยงปัญหาทางการเงินในอนาคต
· สร้างนิสัยการใช้จ่ายที่ดีให้กับตัวเอง
![]()
5 นิสัยการใช้เงินแต่ละแบบ ต่างกันอย่างไร?
The spend-o-holic
“Spend-o-holic” นักช้อปตัวยง รักการช้อปปิ้งเป็นชีวิตจิตใจ ไม่คิดเยอะ พร้อมใช้เงินซื้อทุกสิ่ง เพราะการช้อปปิ้ง คือ ความสุขหลักทางใจ ซึ่งทำให้ออมเงินเก็บไว้ได้ยาก จนอาจส่งผลต่อสุขภาพทางการเงิน และเกิดวิกฤตจากการใช้เงินเกินตัว ดังนั้น สิ่งที่มนุษย์ Spend-o-holic ควรทำเมื่อมีบัตรเครดิตอยู่ในมือคือการรักษาสุขภาพทางการเงินให้อยู่ในระดับที่ดีต่อใจผ่านวิธีตั้งค่าการใช้งานบัตรเครดิตแบบรู้ทันตัวเอง เช่น
· มีลิมิตการใช้งานบัตรเครดิตต่อวันและต่อครั้งให้อยู่ในระดับที่มั่นใจว่าตัวเองสามารถชำระคืนได้เต็มจำนวนและตรงเวลา
· ติดตามยอดการใช้จ่ายสม่ำเสมอเพื่อเตือนใจตัวเองไม่ให้ใช้เกินลิมิต · ควบคุมวงเงินการใช้บัตรเครดิตด้วยบัตรเครดิต ttb ผ่านแอป ttb touch ซึ่งเป็นผู้ช่วยนักช้อปให้ยั้งใจก่อนใช้อีกแรง
The Entertainer
“Entertainer” ยอดนักเอ็นเทอร์เทน เพราะชีวิตคือการเอ็นจอยกับประสบการณ์ใหม่ ๆ นิสัยใช้เงินของมนุษย์นักสร้างสีสันจึงมักจะให้คุณค่ากับการใช้จ่ายเพื่อให้ใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่ ชอบค้นหาและทดลองกิจกรรมใหม่ ๆ ให้ชีวิตมีสีสัน เนื่องจากเชื่อว่าความทรงจำที่น่าประทับใจคือสิ่งมีค่าในชีวิต ซึ่งสิ่งที่นักเอ็นเทอร์เทนควรทำเมื่อมีบัตรเครดิตอยู่ในมือคือการตั้งงบประมาณเพื่อหลีกเลี่ยงการตามใจตัวเองเกินไปจะได้ไม่มีเรื่องเงินมาให้เครียดในภายหลัง เช่น
· การจัดลำดับความสำคัญเพื่อหาสมดุลในการใช้จ่าย
· แบ่งค่าใช้จ่ายเรื่องที่จำเป็น และค่าใช้จ่ายเพื่อความเอ็นเทอร์เทนออกจากกัน
· มีเป้าหมายระยะสั้นและระยะยาวให้ตัวเอง
· การวางแผนการใช้จ่ายล่วงหน้าหากเป็นรายจ่ายใหญ่ ๆ
· มีเงินสำรองฉุกเฉิน · ใช้สิทธิประโยชน์จากบัตรเครดิตแบบสะสมคะแนนเพื่อแลกเปลี่ยนคะแนนสะสมที่มีเป็นสิทธิประโยชน์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์
The Worrywart
“Worrywart” จอมกังวลตัวตึง นึกถึงเรื่องเงินเมื่อไหร่ เป็นต้องรู้สึกกังวลสุดขั้ว ทำให้กลายเป็นคนเคร่งครัดและเข้มงวดในเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ กับตัวเองตลอดเวลา จนไม่กล้าต่อยอดสร้างโอกาสใหม่ ๆ หลีกเลี่ยงการใช้เงินในทุกวิถีทาง โดยสิ่งที่มนุษย์ Worrywart ควรทำคือการหาสมดุลให้ตัวเอง เพราะแม้ความกังวลจะช่วยให้มีสติยั้งคิดและระแวดระวัง แต่สิ่งสำคัญไม่แพ้กันคือการอยู่กับความเป็นจริงเพื่อลดทอนความเคร่งเครียดในจิตใจและใช้ชีวิตได้อย่างอิสระมากขึ้น ประโยชน์ที่มนุษย์จอมกังวลจะได้รับจากการมีบัตรเครดิตคือ การเพิ่มเครื่องมือทางการเงินที่ยืดหยุ่นมากขึ้น เช่น
· สามารถช่วยติดตามการใช้จ่าย เห็นประวัติการใช้เงินของตัวเองที่ตรงความจริง
· สร้างเครดิตทางการเงิน มีหลักฐานความน่าเชื่อถือทางการเงินของตัวเอง เมื่อถึงคราวต้องขอสินเชื่อในอนาคตก็มีวินัยของตัวเองเป็นข้อพิสูจน์ที่ชัดเจน
· เป็นผู้ช่วยในยามจำเป็น เพราะบัตรเครดิตมีระยะเวลาปลอดดอกเบี้ย เช่น บัตรเครดิต ttb ที่สามารถใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตได้ปลอดดอกเบี้ยเป็นระยะเวลา 50 วัน นับจากวันแรกของรอบบัญชีไปจนถึงวันกำหนดชำระเงินหากชำระเต็มจำนวนตามวันครบกำหนด หากมีเหตุจำเป็นต้องใช้จ่ายเร่งด่วนก็พึ่งพาได้โดยจะไม่ถูกคิดดอกเบี้ยสำหรับ 50 วันนั้นเพียงชำระคืนแบบเต็มจำนวนและตรงเวลา
The Super Saver
“Super Saver” ตัวจริงเรื่องเก็บออม รักความคุ้มค่า มองหาทุกหนทางเพื่อเพิ่มโอกาสประหยัดรายจ่าย มีจุดหมายในการเก็บเงินเพื่อสร้างความมั่นคงให้ตัวเองอย่างแน่วแน่และสม่ำเสมอ เพื่อให้แน่ใจว่าสถานะทางการเงินจะมั่นคงในระยะยาว ซึ่งสิ่งที่มนุษย์ Super Saver ควรทำคือการวางแผนเรื่องลงทุนให้สอดคล้องกับเป้าหมายทางการเงิน เพื่อต่อยอดด้วยการลงทุนระยะยาว จะช่วยขยายกำไรให้งอกเงยเพิ่มขึ้น แต่ต้องไม่ลืมเรื่องความยืดหยุ่นและการให้รางวัลตัวเองเป็นครั้งคราวเพื่อเป็นกำลังใจให้ตัวเอง ซึ่งบัตรเครดิตประเภทเครดิตเงินคืนจะตอบโจทย์เรื่องความคุ้มค่ามากกว่าเงินสด เช่น บัตรเครดิตเงินคืน บัตรเครดิตสำหรับนักออมเงินเน้นความคุ้มค่า รับเงินคืนทุกการใช้จ่าย 1% เข้าบัญชีเงินฝาก ทีทีบี โนฟิกซ์ สูงสุด 2,000 บาทต่อบัญชีบัตร ต่อรอบบัญชี ทุกร้านค้าตามเงื่อนไขที่ธนาคารกำหนด ไม่ต้องรอโปร ฟรีค่าธรรมเนียมทั้งแรกเข้าและรายปี
The Happy Medium
“Happy Medium” มนุษย์ตรงกลาง บาลานซ์ความต่างหาสมดุลระหว่างโจทย์ทางการเงินและความสุขในชีวิตได้อย่างลงตัว มีแผนสำรองไว้ล่วงหน้า พร้อมสนุกกับชีวิตและมีความรับผิดชอบต่อตัวเองไปพร้อมกัน ทั้งยังรอบคอบกับการใช้จ่ายและการเก็บออม โดยสิ่งที่มนุษย์ Happy Medium ควรทำเพื่อรักษาความแฮปปี้ในจิตใจให้ยั่งยืนนั้น คือ การตั้งเป้าหมายทั้งระยะสั้นและระยะยาวเพื่อหาสมดุลให้ตัวเองอยู่เสมอ พร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงทุกเมื่อ เช่น มีเครื่องมือทางการเงินอย่างบัตรเครดิตที่สามารถเพิ่มความยืดหยุ่นให้ไลฟ์สไตล์ได้มากขึ้น มีทางเลือกในการจ่ายเงิน เพราะได้รับสิทธิประโยชน์จากคะแนนสะสมหรือเครดิตเงินคืนที่ตอบโจทย์ความหลากหลาย จัดการรายจ่ายได้อย่างยืดหยุ่นทั้งยังสร้างความน่าเชื่อถือทางการเงินไปพร้อมกัน
รีบสำรวจเลย! เพราะการรู้จักนิสัยการใช้เงินของตัวเองผ่าน Money Language และเลือกบัตรเครดิตที่ตอบโจทย์กับนิสัยการใช้จ่าย นอกจากจะทำให้ใช้บัตรเครดิตได้อย่างคุ้มค่าและได้สิทธิประโยชน์กลับคืนมามากที่สุดแล้ว ยังช่วยให้เราใช้เงินได้อย่างมีความสุขและฉลาดขึ้น ยิ่งถ้าเราเข้าใจนิสัยการใช้เงินของคนใกล้ตัว ก็จะช่วยลดปัญหาทะเลาะกันเรื่องเงินได้ด้วย
“เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการส่งเสริมคุณภาพชีวิตเด็กและชุมชนที่ขาดแคลน โดยนางสาวสิรีรัตน์ คอวนิช (ซ้าย) ผู้บริหารสูงสุด ฝ่ายการตลาดบัตรเครดิต เป็นตัวแทนส่งมอบเงินบริจาค เพื่อสมทบทุนเข้าโครงการอุปการะเด็กของมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย โดยการบริจาคครั้งนี้เกิดขึ้นได้ด้วยน้ำใจของสมาชิกบัตรเครดิตเคทีซีที่ร่วมกันใช้จ่ายผ่านบัตร และใช้คะแนนสะสม KTC FOREVER แลกเปลี่ยนเป็นเงินบริจาค โดยทุก ๆ 1000 คะแนน สามารถแลกเป็นเงินบริจาคมูลค่า 100 บาท ซึ่งมียอดใช้จ่ายบัตรเครดิตที่เข้าร่วมโครงการรวมกว่า 29,625,629 บาท เพื่อนำไปพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็ก ครอบครัว และชุมชนที่เผชิญความยากลำบาก ช่วยสร้างโอกาสทางการศึกษา และสนับสนุนการพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน โดยมีนางรสลิน โกแวร์ (ขวา) ผู้อำนวยการ มูลนิธิศุภนิมิตฯ เป็นผู้รับมอบ ณ มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย
นางสาวสิรีรัตน์ กล่าวว่า "เคทีซีต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างโอกาสให้เด็ก ๆ ซึ่งเป็นอนาคตของชาติ ได้เติบโตในสภาพแวดล้อมที่ดีขึ้น ขอขอบคุณสมาชิกบัตรเครดิตเคทีซีที่ร่วมแบ่งปันน้ำใจและมีส่วนร่วมในการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ เพื่อให้เด็กไทยมีชีวิตที่ดีขึ้น และสามารถก้าวสู่อนาคตที่สดใสได้อย่างมั่นคง"
นางรสลิน กล่าว “มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย เป็นองค์กรสาธารณกุศลที่มุ่งเน้นการพัฒนา และการรณรงค์เพื่อเสริมสร้างความยุติธรรมทางสังคม โดยทำงานร่วมกับครอบครัวและชุมชนในการมีส่วนช่วยขจัดปัญหาความยากจน ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตความเป็นอยู่ของเด็ก ๆ ปัจจุบันมูลนิธิฯ มีพื้นที่ดำเนินงานด้านโครงการพัฒนา 56 แห่ง ใน 35 จังหวัดทั่วประเทศ พร้อมดูแลเด็กในโครงการกว่า 38,000 คน โดยไม่มีข้อจำกัดด้านเพศ เชื้อชาติ ภาษา และศาสนา ความสำเร็จในครั้งนี้เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงพลังแห่งการให้ ที่สามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตของเด็ก ๆ และชุมชนให้ดีขึ้น ขอขอบคุณสมาชิกบัตรเครดิตเคทีซีทุกท่านที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสรรค์สังคมที่เข้มแข็งและยั่งยืนค่ะ”