

LINE SHOPPING ฉลองความฮ็อต 2 ฟีเจอร์ใหม่สุดร้อนแรงอย่าง “SHARE & EARN” และ “SEND GIFT”
LINE BK ผู้ให้บริการ Social Banking รายแรกในเมืองไทย ตอบโจทย์การเงินที่สะดวกให้กับคนไทย
หากพูดถึงหนึ่งฟันเฟืองของคนทำงานด้านเทคโนโลยีหรือคนเบื้องหลังของแพลตฟอร์มต่างๆ ที่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของผู้คนมากมายในวันนี้ ต้องยอมรับบุคคลที่ได้ชื่อว่า “นักพัฒนา หรือ Engineer” คือทีมงานเบื้องหลังในการคิดค้นนวัตกรรม เทคโนโลยีในการรังสรรค์โปรดักส์และบริการต่างๆ ถือเป็นบุคคลสำคัญที่ช่วยให้การใช้งานแพลตฟอร์มมีประสิทธิภาพและสร้างประโยชน์ให้กับผู้คนได้เป็นอย่างดี โดย LINE ประเทศไทย ถือเป็นหนึ่งในองค์กรที่มุ่งเน้นให้ความสำคัญในการเสริมแกร่งนักพัฒนา ผ่านการสร้างสรรค์เทคโนโลยีที่เป็นประโยชน์แก่สังคม ทั้งผู้ใช้งาน ภาคธุรกิจ และประเทศชาติ โดยในปี 65 ที่ผ่านมา LINE Engineer ได้สร้างปรากฏการณ์หลากหลายอย่างที่เป็นประโยชน์แก่ผู้คนในทุกมิติ
เปิดวิสัยทัศน์สร้าง ‘โอกาส’ ให้คนไทย
ทีม LINE Engineer ประเทศไทย ถือเป็นทีมงานสำคัญที่พัฒนาบริการต่างๆ บน LINE ที่สามารถตอบโจทย์ผู้ใช้ในทุกไลฟ์สไตล์ เพื่อตอกย้ำการเป็นแพลตฟอร์มโครงสร้างพื้นฐานเพื่อชีวิตดิจิทัลให้คนไทยมาโดยตลอดจนถึง
ปัจจุบัน โดยทีม LINE Engineer มองว่าแพลตฟอร์ม LINE คือ ‘โอกาส’ ที่ล้วนสำคัญกับทุกคน ทั้ง ‘โอกาสสำหรับชีวิต’ ที่สะดวก สบาย และสนุกยิ่งกว่าเดิมผ่านบริการต่างๆ จาก LINE ที่ง่ายต่อการใช้งาน ‘โอกาสแห่งการเติบโต’ สำหรับภาคธุรกิจท่ามกลางการแข่งขัน ไปจนถึง ‘โอกาสแห่งการสร้างสรรค์’ เทคโนโลยี นวัตกรรมใหม่ๆ ของนักพัฒนาไทย ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักที่ทีมงานมองเห็นความสำคัญ เพราะนักพัฒนาไทย คือแรงกำลังเบื้องหลังอันสำคัญที่จะช่วยผลักดันโลกแห่งเทคโนโลยีในเมืองไทยให้เติบโตได้ เพื่อให้ผู้ใช้และภาคธุรกิจไทยได้นำเทคโนโลยีที่หลากหลายไปใช้ประโยชน์ต่อสังคมโดยรวม
ต่อยอดนักพัฒนาไทยใช้ LINE เสริมสร้างโอกาส
LINE ถือเป็นพื้นที่แห่งการส่งเสริมความแข็งแกร่งให้เหล่านักพัฒนาไทย ที่จะเป็นส่วนสำคัญในการเพิ่มศักยภาพให้กับชุมชนและอุตสาหกรรมเทคโนโลยีของไทย เพื่อต่อยอดไปสู่การพัฒนาบริการใหม่บนแพลตฟอร์ม LINE ผ่านช่องทางและกิจกรรมต่างๆ ที่มีอย่างต่อเนื่อง โดยทีม LINE Engineer ไทย เน้นการสร้างผลิตภัณฑ์หรือบริการที่ดี ภายใต้แนวคิด ‘โดยคนไทย เพื่อคนไทย’ โดยเชื่อว่า ความเข้าใจในพฤติกรรมและความต้องการของคนไทยอย่างแท้จริงคือกุญแจสำคัญช่วยให้การสร้างสรรค์นวัตกรรมตรงโจทย์และรู้ใจคนไทยมากที่สุด
![]()
ซึ่งเทคโนโลยีที่สร้างสรรค์ริเริ่มด้วยฝีมือทีม LINE Engineer ไทย ภายใต้แนวคิดดังกล่าวมีมากมาย ตัวอย่างเช่น MyShop เครื่องมือสำหรับจัดการบริหารร้านค้าออนไลน์ MyCustomer เครื่องมือจัดการข้อมูลลูกค้าในรูปแบบ Customer Data Platform (CDP) ที่ไม่เพียงถูกนำมาใช้ในประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังต่อยอด
ไปสู่การใช้งานในไต้หวันอีกด้วย เป็นต้น ทั้งนี้ ในส่วนของนักพัฒนาไทย พบว่า 5 อันดับเทคโนโลยี LINE ที่ได้รับความนิยมในหมู่นักพัฒนาไทยตลอดปี 65 ที่ผ่านมา ได้แก่ Messaging API, LIFF, LINE Notify, LINE Login และ LINE Beacon
นอกจากการสร้างเครื่องมือ แพลตฟอร์มให้มีประสิทธิภาพแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน คือ ความรู้ ความเข้าใจในการใช้เครื่องมือ เทคโนโลยีต่างๆ LINE Engineer ไทย จึงให้ความสำคัญกับการสร้าง Community เพื่อให้ความรู้ ความเข้าใจกับกลุ่มนักพัฒนาคนไทย ให้สามารถสร้างประโยชน์จากการใช้งานเทคโนโลยีของ LINE ให้กับผู้คน สังคม ภาคธุรกิจ และประเทศชาติได้ โดยที่ผ่านมาได้สร้างช่องทางคอมมิวนิตี้มากมาย เพื่อมอบความรู้ ข่าวสารอัพเดทเชิงเทคนิคสู่นักพัฒนาไทยได้อย่างครอบคลุม ทั้งโซเชียลมีเดียต่างๆ และ Podcast ไปจนถึงแหล่งเรียนรู้ออนไลน์อย่าง LINE Developers Codelab การจับมือร่วมกับพาร์ทเนอร์อย่าง Skooldio สู่คอร์สออนไลน์เต็มรูปแบบ และการเปิดตัวเว็บไซต์อย่างเป็นทางการเมื่อกลางปีที่ผ่านมา จนปัจจุบัน มีผู้ติดตามช่องทางต่างๆ จำนวนรวมกันกว่า 150,000 คน
ความสำเร็จ LINE Engineer กับการยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทยในปี 65
ในปี 65 ที่ผ่านมา LINE Engineer ได้สร้างปรากฏการณ์มากมายในแง่ของการสร้างประโยชน์ให้แก่คนไทย ไม่ว่าจะเป็น
· มุมของผู้ใช้ – สร้างและอัปเกรดบริการต่างๆ บน LINE ให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีเพื่อการดำเนินชีวิตประจำวันได้ง่ายและสะดวกขึ้น เช่น LINE Call, LINE Meeting, LINE OpenChat, LINE Melody, LINE ดูดวง เป็นต้น รวมถึงบริการต่างๆ ทั้งของภาครัฐและภาคเอกชนที่ล้วนช่วยเสริมให้การดำเนินชีวิตของผู้ใช้ง่ายและสะดวกขึ้นเช่นกัน อาทิ หมอพร้อม การประปา และธนาคารชั้นนำต่างๆ ทั่วไทย ไปจนถึงการใช้งานเทคโนโลยีเพื่อเป็นส่วนหนึ่งเพื่อแก้ไขปัญหาสังคมอย่าง Traffy Fondue
![]()
· มุมของนักพัฒนา – สร้างและอัปเกรดเทคโนโลยีบน LINE อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้นักพัฒนาสามารถต่อยอดเพื่อสร้างสรรค์บริการที่ดีและมีคุณภาพสำหรับคนไทย โดยในปี 65 มียอดการเรียกใช้งาน LINE API หรือ LINE API calls ถึง 2.43 พันล้านครั้ง แสดงให้เห็นถึงความนิยมใช้งาน LINE API ในหมู่นักพัฒนาโตขึ้น 100% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และมีจำนวนการใช้งาน Chatbot ถึง 250,000 ซึ่งเติบโต 40% และมี 100,000 LIFF App ถูกสร้างขึ้นโดยนักพัฒนาไทย เติบโต 50% จากปีก่อนหน้าเช่นเดียวกัน นอกจากนี้ บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่อย่าง Google, Microsoft เริ่มเล็งเห็นถึงความสำคัญของเทคโนโลยี LINE โดยมีการนำ LINE API เข้าไปพัฒนาร่วมในบริการต่างๆ เพิ่มมากขึ้นอีกด้วย
ก้าวต่อไปของ LINE Engineer ไทยในปี 66
ก้าวต่อไปของ LINE Engineer ในปี 66 นี้ ยังคงเดินหน้าวิสัยทัศน์สร้าง ‘โอกาส’ ให้กับคนไทย ด้วยการพัฒนาเทคโนโลยีตอบโจทย์ผู้ใช้งานในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องมือใหม่ๆ มากมายที่น่าตื่นเต้นสำหรับภาคธุรกิจในปี 66 เช่น LINE SHOPPING API, Persona Targeting, MyCustomer สำหรับ SME, MyCRM และอีกมากมาย พร้อมให้ภาคธุรกิจไทยได้เลือกใช้ต่อยอดสร้างโอกาสแห่งการเติบโต
ในส่วนของ ‘โอกาสแห่งการสร้างสรรค์’ สำหรับนักพัฒนาไทย ทีม LINE Engineer เตรียมพร้อมขนทัพกิจกรรมออฟไลน์มากมาย กลับมาให้นักพัฒนาไทยได้พบปะ เข้าร่วมคอมมิวนิตี้กันได้อย่างใกล้ชิด นำโดยการแข่งขัน Hackathon สุดยิ่งใหญ่อย่าง LINE HACK ที่จะกลับมาอีกครั้งในปีนี้ เปิดโอกาสให้ทั้งกลุ่มเยาวชนนักศึกษา และนักพัฒนาทั้งรุ่นเล็กรุ่นใหญ่มาร่วมทดลองสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ ปล่อยของกันได้เต็มพิกัด!
งาน Dev Meetup พื้นที่ให้เหล่านักพัฒนาไทยได้มาพบปะ พูดคุย แลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์อย่างเป็นกันเองกำลังจะกลับมาอีกครั้งเช่นกัน ไปจนถึงโครงการความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยชั้นนำต่างๆ ทั่วประเทศกับ University workshop มอบความรู้กันแบบเจาะลึกสู่นักศึกษาภาควิชาที่เกี่ยวข้อง เพื่อบ่มเพาะทักษะเยาวชนที่มีใจรักด้านเทคโนโลยี ตลอดปีนี้อย่างแน่นอน
LINE ได้พัฒนาเครือข่ายบล็อกเชนเมนเน็ตของตัวเองขึ้นในปี 2018 และสร้างระบบนิเวศบล็อกเชนผ่านการนําเสนอบริการต่างๆ อาทิ LINK ซึ่งเป็นสินทรัพย์คริปโตของบริษัทฯ บริการซื้อขายสินทรัพย์คริปโต กระเป๋าเงินดิจิทัลสำหรับสินทรัพย์คริปโต ไปจนถึงตลาดซื้อขาย NFT และล่าสุดกับการเปิดตัว Finschia เมนเน็ตบล็อกเชนใหม่ล่าสุด
โดย LINE ตั้งเป้าที่จะเป็นระบบนิเวศบล็อกเชนที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นจากฟังก์ชันการทํางานและความเสถียรขั้นสูงของเครือข่าย โดยถือเป็นก้าวแรกในระบบนิเวศบล็อกเชนของ LINE ที่ขานรับศักยภาพที่แท้จริงของการใช้งาน Web3 ซึ่งเอื้อประโยชน์ให้ผู้ใช้ทุกคนสามารถสร้าง แลกเปลี่ยนซื้อขาย และรับรางวัลได้อย่างง่ายดายและอิสระ
ทั้งนี้ Finschia เป็นการตั้งชื่อตามต้นไม้ในเขตร้อน Finschia (ฟินส์เชีย) ได้รับการอัพเกรดฟีเจอร์มากมายเพื่อปรับปรุงฟังก์ชันการทํางาน ความเร็วและเสถียรภาพให้ดียิ่งขึ้น โดยใช้ Ostracon ซึ่งเป็นอัลกอริทึมระบบฉันทามติ (Consensus Algorithm) ของเครือข่ายเองซึ่งมีการเพิ่มฟังก์ชัน VRF (Verifiable Random Function) ลงในอัลกอริทึมฉันทามติของ Cosmos ด้วยประสิทธิภาพที่ได้รับการพัฒนาใหม่นี้ Finschia มาพร้อมกับความเร็วในการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลสูงขึ้นถึง 400 เท่า และช่วยลดต้นทุนลงถึง 98% เมื่อเทียบกับ Ethereum นอกจากนี้ Finschia ยังได้เปิดตัวโปรแกรมรีวอร์ดซึ่งเป็นการให้รางวัลตามการมีส่วนร่วมของผู้ใช้งานและนักพัฒนา โดยทุกคนสามารถได้รับรางวัลจากการเข้ามาร่วมสนับสนุนการขยายตัวของระบบนิเวศบล็อกเชนบนเครือข่าย
และการเปิดตัวครั้งนี้ LINE ตั้งเป้าหมายให้บริการเครือข่ายแก่นักพัฒนาระบบโดยไม่คํานึงถึงข้อจำกัดด้านประสบการณ์ของพวกเขาที่เกี่ยวกับบริการบล็อกเชน โดย LINE จะช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่พวกเขาสามารถเข้ามาพัฒนา dApps ได้อย่างง่ายดายด้วย Full Node บนเครือข่าย Finschia หรือบน LINE Blockchain Developers ซึ่งจะเอื้อประโยชน์ให้นักพัฒนาระบบสามารถเข้ามาทำงานร่วมกับบริการต่างๆ ของ LINE และใช้องค์ความรู้ของ LINE ในการพัฒนาบริการบล็อกเชนที่ใช้งานได้อย่างสะดวกง่ายดายผ่านเครือข่าย Finschia ซึ่งสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Finschia บนเว็บไซต์ LINE Blockchain: https://blockchain.line.me
ยองซู โก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ LINE NEXT กล่าว “เรามีความยินดีที่จะนำเสนอ Finschia โดยเป็นแพลตฟอร์มที่เราสามารถสร้างความร่วมมือกับนักพัฒนารายอื่นๆ เพื่อปลดล็อกความเป็นไปได้ในด้านต่างๆ บนเครือข่ายบล็อกเชนของเรา โดยเรามุ่งมั่นสร้างสรรค์ระบบนิเวศบล็อกเชนในรูปแบบใหม่และขยายตลาดโทเคน LINK ซึ่งเป็นสินทรัพย์คริปโตของ LINE”
ทั้งนี้ LINE ยังวางแผนที่จะรวมเครือข่ายเมนเน็ตปัจจุบันที่มีชื่อว่า Daphne เข้ากับ Finschia โดยเป็นการรวมเครือข่ายบล็อกเชนเมนเน็ตที่ให้บริการด้านบล็อกเชนทั้งหมดที่มีอยู่ นอกจากนี้ LINE ยังเตรียมเปิดตัว DOSI Vault ซึ่งเป็นดิจิทัลวอลเล็ตแบบ Non-Custodial เร็วๆนี้ โดยพัฒนาขึ้นมาเพื่อการจัดการสินทรัพย์คริปโตบน LINK โดยเฉพาะ ผู้ใช้งานจะสามารถควบคุมกระเป๋าเงินดิจิทัลนี้ด้วยตัวเองอย่างเต็มรูปแบบ ให้การจัดการสินทรัพย์บน LINK เป็นไปได้อย่างรวดเร็ว ปลอดภัย และง่ายดายยิ่งขึ้น พร้อมด้วยค่าธรรมเนียมธุรกรรมที่ลดลง ด้วยการเปิดตัวของทั้ง Finschia และ DOSI Vault นี้ LINE ตั้งเป้าที่จะขยายตลาดโทเค็นให้เติบโตขึ้น โดยเชิญชวนให้ผู้ใช้งานที่ยังไม่คุ้นเคยกับระบบบล็อกเชนเข้ามาร่วมสัมผัสบริการที่ให้การใช้งานที่ง่ายด้าย พร้อมความเสถียรและความปลอดภัยที่มั่นใจได้ยิ่งขึ้น