October 28, 2020

TMBAM Eastspring ให้ข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับการชำระบัญชีและจ่ายเงินคืน ภายหลังจากปิดกองทุนตราสารหนี้ทั้งสี่กองทุนไปในช่วงปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา

นายยุทธพล ลาภละมูล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ภัทร จำกัด (บลจ.ภัทร)

นายณรงค์ศักดิ์  ปลอดมีชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทฯ เตรียมจ่ายเงินปันผลกองทุนเปิดไทยพาณิชย์หุ้นอินเดีย (SCBINDIA) สำหรับผลการดำเนินงานระหว่างวันที่ 1 มีนาคม 2561-28 กุมภาพันธ์ 2562 และกำไรสะสมให้กับผู้ถือหน่วยลงทุนในวันที่ 22 มีนาคม2562 อัตรา 0.1604 บาทต่อหน่วย ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการจ่ายปันผลระหว่างกาลไปแล้ว อัตรา 0.1462 บาทต่อหน่วยเมื่อวันที่ 25 กันยายน 2561 รวมเป็นยอดเงินจ่ายปันผลสำหรับงวดผลการดำเนินงานดังกล่าว 0.3066 บาทต่อหน่วย อย่างไรก็ตามเมื่อนับตั้งแต่จัดตั้งกองทุน SCBINDIA มีการจ่ายปันผลรวม 0.6950 บาทต่อหน่วย

ทั้งนี้กองทุน SCBINDIA มีนโยบายเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของ iShares India 50 ETF ในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนซึ่งซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ NASDAQ ประเทศสหรัฐฯ กองทุนหลักบริหารโดย BlackRock และมีนโยบายลงทุนในหุ้นที่ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์อินเดีย (CNXNIFTY) เพื่อให้ผลการดำเนินงานของกองทุนก่อนหักค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายใกล้เคียงกับผลตอบแทนของดัชนี CNXNIFTY โดยมีผลการดำเนินงานตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบันอยู่ที่ 6.46% ย้อนหลัง 3 เดือนอยู่ที่ 10.05% ย้อนหลัง 6 เดือนอยู่ที่ 6.00% และย้อนหลัง 1 ปีอยู่ที่ 6.31%(ข้อมูล ณ วันที่ 18มีนาคม 2562)

นายณรงค์ศักดิ์ กล่าวว่า กองหุ้นอินเดียในช่วงเดือนมีนาคมถึงเดือนสิงหาคม 2561 ได้ปรับตัวสูงขึ้น โดยได้รับแรงสนับสนุนมาจากนโยบายของรัฐบาลที่มีการปรับลดภาษีสินค้าและการบริการกว่า 50รายการ รวมไปถึงการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางอินเดีย ซึ่งส่งผลให้ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนทั้งขนาดกลางและขนาดย่อมปรับตัวดีขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือยและกลุ่มธนาคาร นอกจากนี้สัดส่วนการถือครองของนักลงทุนต่างชาติที่มีปริมาณน้อยเมื่อเทียบกับประเทศกำลังพัฒนาอื่นในแถบเอเชีย ส่งผลให้ผลกระทบจากแรงเทขายของนักลงทุนต่างชาติจากความกังวลในความไม่แน่นอนของสงครามทางการค้าระหว่างจีนและสหรัฐอเมริกาน้อยกว่าประเทศอื่น ๆ อย่างไรก็ดีในช่วงเดือนกันยายนหุ้นอินเดียปรับตัวลดลงอย่างหนักจากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นทำให้ประเทศอินเดียขาดดุลการค้าสูงขึ้น ค่าเงินรูปีอ่อนค่า รวมไปถึงปัญหาการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดที่มีแนวโน้มแย่ลงจากการที่รัฐไม่สามารถควบคุมปริมาณการใช้จ่ายภาครัฐ และดำเนินการจัดเก็บภาษีให้เป็นไปตามเป้าหมายได้ นอกจากนี้คะแนนความนิยมของนายโมที (Modi) นายกรัฐมนตรีอินเดียก็ตกต่ำลง จากการที่ไม่สามารถผลักดันนโยบายที่เคยให้สัญญาไว้ตอนหาเสียงได้

สำหรับในระยะถัดไปบลจ.ไทยพาณิชย์คาดว่าตลาดหุ้นอินเดียจะมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น จากการที่ค่าเงินรูปีแข็งค่าอย่างต่อเนื่อง ผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนที่ออกมาดีกว่าที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ รวมไปถึงระดับอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่สนับสนุนการขยายตัวของเศรษฐกิจอย่างเหมาะสม อย่างไรก็ตามนักลงทุนยังคงต้องให้ความสำคัญปัจจัยเสี่ยงที่อาจกดดันการปรับตัวขึ้นของตลาดอินเดีย เช่น ความผันผวนของราคาน้ำมัน ซึ่งส่งผลต่อการขาดดุลการค้า ค่าเงินรูปี และกระแสเงินลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ รวมถึงเรื่องของคะแนนความนิยม และการดำเนินนโยบายของรัฐบาลปัจจุบันที่จะนำไปสู่ทิศทางของผลการเลือกตั้งทั่วไป ที่จะเกิดขึ้นในเดือนเมษายน 2562

ทีเอ็มบี หรือ ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) เปิดตัว TMB Smart Port บริการจัดพอร์ตการลงทุนในกองทุนแบบครบวงจรครั้งแรกของธนาคารไทย พร้อมดูแลปรับสัดส่วนพอร์ตการลงทุนตามสภาวะตลาด ตอบโจทย์ผู้สนใจเรื่องการลงทุนในกองทุน แต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มลงทุนจัดพอร์ตอย่างไร และไม่มีเวลาในการจับตาดูสภาวะตลาด เพื่อโอกาสรับผลตอบแทนที่ดีอย่างสม่ำเสมอ เริ่มต้นลงทุนง่ายๆ เพียง 100,000 บาท ตอกย้ำประสบการณ์ “ลูกค้าทีเอ็มบีต้องได้มากกว่า”

 

นางมารี แรมลี หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหารผลิตภัณฑ์ธุรกิจรายย่อย ทีเอ็มบี เปิดงานด้วยการกล่าวถึงการพัฒนาบทบาทการเป็นที่ปรึกษาให้กับนักลงทุนที่มองหาการลงทุนนอกจาก บลจ. ของตัวเอง ตั้งแต่ช่วงปี พ.ศ. 2557 – 2559 ก่อนจะมาเป็น TMB Advisor ช่วงปี พ.ศ. 2560 – 2561 ที่ให้คำแนะนำแก่นักลงทุนแต่ก็ยังต้องมีทุนที่ค่อนข้างสูง และทำให้บุคคลทั่วไปไม่สามารถเข้าถึงการลงทุนเพื่อเป้าหมายต่างๆ จนเกิดเป็น TMB Smart Port ขึ้นในปีนี้ โดยจะเน้นเป็นที่ปรึกษาด้านการลงทุนอย่างครบวงจรจากผู้เชี่ยวชาญและทำให้คนไทยทุกคนสามารถลงทุนได้ง่ายๆ ด้วยเงินทุนที่ไม่มากเกินไป

 

นางกิดาการ ชัฎสุวรรณ หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหารผลิตภัณฑ์กองทุนรวม ทีเอ็มบี เปิดเผยว่า “ ทีเอ็มบีได้ก้าวไปอีกขั้นด้วยบริการด้านการลงทุนรูปแบบใหม่สำหรับการลงทุนในกองทุน ด้วยรูปแบบของการจัดพอร์ตลงทุน (Portfolio Investment) โดยอาศัยจุดแข็งของทีเอ็มบีในเรื่องของการเป็น Open Architecture ที่ทำให้สามารถคัดเลือกกองทุนที่มีคุณภาพจากจากบลจ.ชั้นนำทั้งในและต่างประเทศกว่า 30,000 กองทุน มาจัดพอร์ตการลงทุนที่เหมาะสมให้โดยที่ลูกค้าไม่ต้องเลือกเอง ซึ่ง TMB Smart Port ถือเป็นตัวช่วยที่ดีในการลงทุนระยะยาว ด้วยการจัดสรรสัดส่วนเงินลงทุนไปยังสินทรัพย์ประเภทต่างๆ แทนการทุ่มเงินลงทุนทั้งหมดไปในการลงทุนในสินทรัพย์ประเภทใดประเภทหนึ่ง หรือแค่กองใดกองหนึ่งเพียงอย่างเดียว เป้าหมายก็เพื่อลด และกระจายความเสี่ยง จากความผันผวนของตลาด ทั้งยังช่วยเพิ่มประโยชน์สูงสุดในการบริหารผลตอบแทนที่เหมาะกับลูกค้า ซึ่งที่ผ่านมาได้รับการตอบรับที่ดี โดยลูกค้าให้ความสนใจในแนวคิดนี้เป็นอย่างมาก”

 

“จากการศึกษาถึงพฤติกรรมการลงทุนพบว่า 9 ใน 10 คน ของผู้ที่มีความสนใจและต้องการจะลงทุน ยังไม่ตัดสินใจลงทุน สาเหตุหลักเพราะไม่รู้ว่าจะเริ่มลงทุนอย่างไร รู้สึกว่าการลงทุนเป็นเรื่องยาก ไม่รู้ว่าจะเลือกกองไหน บลจ.ไหนดี  ประกอบกับที่ผ่านมา การลงทุนในรูปแบบของการจัดพอร์ตการลงทุนเป็นบริการที่ถูกสงวนไว้สำหรับนักลงทุนผู้ที่มีเงินลงทุนจำนวนมาก หรือตั้งแต่ 20-50ล้านบาทขึ้นไป เท่านั้น ดังนั้น จึงเป็นเรื่องยากสำหรับผู้ที่สนใจจะลงทุนทั่วไปในการเข้าถึงการลงทุนในรูปแบบการจัดพอร์ต และอยากให้มีการบริหารจัดการแบบกระจายความเสี่ยงโดยมีมืออาชีพคอยคัดเลือกกองทุน ดูแลเงินลงทุน และปรับพอร์ตการลงทุนให้เหมาะสมกับความเสี่ยง และผลตอบแทนที่คุณตั้งเป้าเอาไว้สำหรับการลงทุนระยะยาว  ซึ่งทีเอ็มบีเห็นถึงปัญหาเหล่านี้ จึงได้ออกแบบบริการด้านลงทุนล่าสุด ที่เป็นทางออกให้กับผู้สนใจลงทุน ภายใต้ชื่อ TMB Smart Port บริการจัดพอร์ตลงทุนในกองทุนแบบครบวงจรครั้งแรกของไทย ที่มีรูปแบบการจัดพอร์ตการลงทุนมาตรฐาน 5 แบบ สอดคล้องกับระดับความเสี่ยงที่ลูกค้าแต่ละคนรับได้พร้อมมีผู้เชี่ยวชาญระดับโลกคอยดูแลปรับสัดส่วนการลงทุนให้เหมาะสมอย่างน้อยไตรมาสละ 1 ครั้ง หรือเมื่อมีเหตุการณ์ที่มีผลกระทบกับตลาดอย่างมีนัยสำคัญ โดยลูกค้าไม่ต้องจับตาดูความผันผวนของตลาดด้วยตนเอง ทั้งนี้เพื่อโอกาสในการได้รับผลตอบแทนสม่ำเสมอในระยะยาว

 

TMB Smart Port มีจุดเด่นอยู่ที่ ความง่าย (Simple) ที่ลูกค้าสามารถลงทุนในกองทุนแบบพอร์ตได้ง่ายๆเพียงไม่กี่ขั้นตอน ความเชี่ยวชาญ (Smart Solution) ที่มาพร้อมกับ กลยุทธ์กระจายความเสี่ยง (Strategic Allocation) ด้วยการคัดสรรกองทุนดีๆเพื่อจัดพอร์ตกองทุนที่เหมาะสมและกระจายความเสี่ยงอย่างเป็นระบบ เพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีอย่างยั่งยืน และวางใจได้แม้ไม่มีเวลา ด้วยการบริหารพอร์ตโดยผู้เชี่ยวชาญระดับโลก (Superior Advisory) จาก Amundi บลจ.อันดับ1 ของยุโรป ที่มีผู้เชี่ยวชาญมากกว่า 5,000 คน ช่วยดูแลและปรับพอร์ตให้อย่างสม่ำเสมอ ผู้สนใจลงทุนสามารถลงทุนเริ่มต้นด้วยเงินเพียง 100,000 บาท โดยไม่มีค่าธรรมเนียมแรกเข้า (Front End Fee)

 

“อย่างไรก็ตาม เพื่อให้ลูกค้าได้รับข้อมูลการลงทุนที่ครบถ้วนประกอบการตัดสินใจลงทุนที่ตรงตามเป้าหมายทางการเงิน ทางธนาคารแนะนำให้ลูกค้าสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับ บริการTMB Smart Port ได้ที่ TMB ทุกสาขา ซึ่งลูกค้าจะสามารถปรึกษา และรับทราบข้อมูลการลงทุนเชิงลึก รวมถึงเงื่อนไขการให้บริการและข้อมูลภาพรวมสถานการณ์ตลาด เพื่อประโยชน์สูงสุดในการบริหารผลตอบแทนและความเสี่ยง ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยสร้างความมั่นใจ และเพิ่มโอกาสให้ลูกค้าไปถึงเป้าหมายทางการเงินได้เร็วขึ้น เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าบริการ TMB Smart Port จะเป็นทางเลือกในการลงทุนให้กับลูกค้า เพื่อจบทุกความยุ่งยากของการลงทุน และเพิ่มโอกาสเติบโตที่มากกว่า ผู้สนใจต้องการใช้บริการ TMB Smart Port สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ทีเอ็มบีทุกสาขาทั่วประเทศ https://www.tmbbank.com/tmbadvisory/tmbsmartport หรือ TMB Investment Line โทร. 1558 กด #9

นางสาวสมศรี สุนทราภิรมย์ ประธานคณะกรรมการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พนักงานบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ซึ่งจดทะเบียนแล้ว (ที่ 3 ขวา) ร่วมด้วยนางชวินดา หาญรัตนกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTAM (ที่ 3 ซ้าย) ในพิธีมอบสัญญาแต่งตั้ง บลจ.กรุงไทย ให้เป็นบริษัทจัดการกองทุน กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พนักงานบริษัท กสท เป็นระยะเวลา 3 ปี โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2562 เป็นต้นไป โดยมี นางสาวหัสวรา แสงรุจิ (ที่ 2 ซ้าย) รองกรรมการผู้จัดการ ผู้บริหารสายงานกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ บลจ.กรุงไทย ร่วมเป็นสักขีพยาน เมื่อเร็วๆ นี้

Page 1 of 2
X

Right Click

No right click